นักค้าทาส

ตอนที่ 10 : จอมเวทอัจฉริยะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    4 พ.ย. 63




วันนี้เป็นวันครบกำหนดเส้นตายที่พวกทหารจะเริ่มฆ่าคนในหมู่บ้าน

ผมไม่ควรไปยุ่งกับเรื่องนี้ มันจะเป็นอันตรายต่อ ผมกับเฟริซ่า

แต่เมื่อผมคิดถึงพวกเด็กๆ และคนในหมู่บ้าน ผมก็เริ่มไม่สบายใจจนไม่เป็นอันทำอะไร จิตใต้สำนึกบอกให้ทำอะไรสักอย่าง แต่สมองของผมบอกว่าอย่า

หลังจากจิตใต้สำนึกกับความคิดของผมทะเลาะกัน จนได้คำตอบที่ตกผลึกออกมาคือ ผมจะช่วยเท่าที่ช่วยได้และจะไม่ปะทะกับทหารเด็ดขาด

"นายไม่ต้องไปก็ได้นี่ คนพวกนั้นก็ไม่ใช่คนดี แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนายสักหน่อย

"เฟริซ่าพยายามจะหยุดผมทันที ที่เห็นผมเริ่มใช้หินรับดาบ และเริ่มตรวจเช็กหน้าไม้ที่ดัดแปลงขึ้นมาธนูของพวกโจร

ผมพึงจะรู้ว่าการยิงธนูต้องมีกำลังแขนที่ดีมากๆ ดังนั้นผมจึงเปลี่ยนมาใช้หน้าไม้แทน

"ระหว่างที่ผมไม่อยู่ เธอต้องหลบอยู่ในถ้ำนะ ถ้าหากผมไม่กลับมาก่อนตะวันตกดิน ผมอยากให้เธอหนีออกไปให้ไกลจากป่านี่"

ผมกำชับเฟริซ่า เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะปลอดภัยที่สุด

"ไม่ๆ นายคิดจะเอาชีวิตไปทิ้งหรือไง? นายไม่มีทางสู้พวกมันได้หรอก

"เฟริซ่าเริ่มงอแง เมื่อได้ยินสิ่งที่ผมพูด ผมยื่นมือไปลูบหัวเธอเบาๆ ที่กำลังน้ำตาซึม เพื่อปลอบใจ

"ผมไม่ตายง่ายๆหรอกน่ะแค่ไปแอบๆดูเท่านั้นเอง ผมนี้แอบเก่งจะตาย ขนาดแอบดูเธออาบน้ำ เธอยังไม่รู้ตัวเลย"

"ไม่ต้องมาทำตลกเลย นายเองก็กลัวใช่ไหม"

แม้เราทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันเพียงเดือนเดียวแต่เธอก็รู้ใจผม ใช่แล้วล่ะผมกลัวมาก ก็ผมไม่ใช่นักรบนี้ จะได้สู้แบบไม่กลัวตายได้

เยมะ: "อย่าคิดมากนะ ผมไปแค่แปปเดียวก็กลับมาแล้ว"

เฟริซ่า: "นายนี่มัน นั่งคุกเข่าสำนึกผิดเดี๋ยวนี้เลยนะแล้วก็หลับตาด้วย"

เยมะ: "ห๊า อะไรนะ? "

เฟริซ่า: "เยมะคุกเข่า เยมะคุกเข่า เยมะคุกเข่า"

เยมะ: "ก็ได้ๆ ตรงนี้นะ"

เฟริซ่า: "หลับตาด้วย หลับตาด้วย หลับตาด้วย"

ผมทำตามที่เธอบอกแต่ก็แปลกใจว่า เฟริซ่าเป็นอะไรรึเปล่าพูดซ้ำๆ เป็นหุ่นยนต์เลยแล้วผมก็รู้สึกสัมผัสที่แผ่วเบาที่ริมฝีปากจนผมจะลืมตาขึ้นมา

เยมะ: "หืม!? "

เฟริซ่า: "เอ๋ เจ้าบ้านี่! บอกให้หลับตาไงล่ะ"

ก่อนที่ผมจะหลับตาลงอีกครับและรู้สึกได้ถึงสัมผัสของมาร์ชเมลโล่ที่หอมๆ นุ่มๆ หวานๆ อีกครั้ง

เฟริซ่า: "เท่านี้เราก็หายกันแล้วนะ ฉันจะไม่นับตอนที่นายมาแอบหอมแก้มฉันตอนหลับแล้วกัน"

เยมะ: "ห๊า แสดงว่าเธอแกล้งหลับมาตลอดเลยงั้นหรือ"

เฟริซ่า: "ถ้าหากฉันต้องตื่นมาสั่งสอนนายทุกๆ คืน ฉันคงไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันพอดีนะสิ"

เยมะ: "ผมผิดไปแล้วครับท่านเฟริซ่า"

เฟริซ่ายื่นมือมาจับมือผมแน่น

"นายต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะรู้ไหม"

เยมะ:"ฉันจะกลับมาหาเธอแน่นอน"

การร่ำลาของผมกับเฟริซ่าจบลงก็เริ่มออกเดินทางไปหมู่บ้านทันที

ในระหว่างการเดินทาง ผมหันมองไปที่มือ ความรู้สึกอบอุ่นและนุ่มนวลยังคงอยู่ ที่ผ่านมาการใช้ชีวิตร่วมกันกับเธอก็ไม่เลวเท่าไรนะ เราทั้งคู่เข้ากันได้ดีทีเดียว

ผมคิดว่าหลังจากนี้ จะวางแผนสร้างบ้านหลังเล็กๆ สักหลังหนึ่งในชนบท มีลูกสักคนช่วยกันทำงานไร่ เธอต้องเป็นแม่ที่ดีแน่ๆ


°°°°°°°°

#ทางด้านหมู่บ้านโจร

ผู้คนในหมู่บ้านทุกคนโดนจับมานั่งอยู่รวมกันที่กลางหมู่บ้าน โดยใช้เชือกมัดต่อๆ กันจนเป็นแถว ทุกคนตกอยู่ในอาการหวาดกลัว โดยมีทหารใส่ชุดเกาะหนักพร้อมอาวุธ สิบคนยืนล้อมรอบอยู่

พวกที่ยังรอดอยู่จะเป็นคนแก่ผู้หญิงและเด็ก ส่วนผู้ชายที่คิดจะสู้นั้นโดนจับแขวนคอไว้บนต้นไม้จนหมด กลิ่นของซากศพคละคลุ้งไปทั่วหมู่บ้าน

"เรียนท่านดีแลน จากการสอบสวนเราสรุปได้ว่า พวกชาวบ้านไม่รู้ว่าใครเป็นคนพาตัวคนร้ายหนีไป จากคำสารภาพของพวกเขาคือมีคนใส่ชุดดำเข้ามาชิงตัวเธอไปในตอนที่เกิดเพลิงไหม้หมู่บ้าน และมียามรักษาการณ์ขี่ม้าตามไป แต่กลับพบว่าเขากลายเป็นศพอยู่กลางถนนห่างออกไปราวๆ 1กิโลเมตรจากหมู่บ้าน ครับท่าน"

นายทหารรายหนึ่ง เข้ามารายงานแก่ผู้บังคับบัญชาทั้ง3คน ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในเต็นท์ผู้บัญชาการ

"ดีมาก ออกไปรอข้างนอกข้าจะปรึกษากับท่านอาจารย์"

ดีแลนตอบกลับมา นายทหารจึงออกไปรอข้างนอกเต็นท์

ดีแลน ชายวัยกลางคนสวมชุดเกราะหนักมีลวดลายสวยงามกว่าทหารทั่วไป หันไปถามชายชราที่นั่งอยู่ข้างๆ

"ท่านอาจารย์พอจะมีวิธีไหนตามหาตัวนางมาได้บ้าง? "

"เวทมนตร์ของข้าไม่ได้ทำได้ทุกอย่างนะเจ้าโง่ สมควรแล้วที่เจ้ายังได้เป็นแค่อัศวินธรรมดาไม่ก้าวหน้ากับเขาสักที อีกไม่นานคาร์ตันจะแซงหน้าเจ้าไปแล้ว"

ชายชราที่ใส่ชุดผ้าคลุมที่มีไม้เท้าวางอยู่ข้างๆ ตอบกลับแบบไม่สบอารมณ์กับคำถามของเขา

ทำเอาดีแลนถึงกับคอตก เขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีความสามารถทางเวทมนตร์ ความพยายามของเขาผลักดันตัวเองมาเป็นอัศวินได้ก็เต็มกลืนแล้ว ย่อมไม่อาจจะเทียบกับ คาร์ตันเด็กหนุ่มผู้ได้รับการขนานนามว่า เป็นเด็กอัจฉริยะที่มาจากชนชั้นสูง ว่ากันว่าในอนาคต เขาจะกลายเป็นจอมเวทที่เก่งที่สุดในอาคันทา ต่อจากท่านอาจารย์

"ไม่เอาน่าลุงดีแลน จะเศร้าไปทำไม จัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อยแล้วกลับเมืองกันเถอะ ที่นี่น่าเบื่อจะตาย แค่ตามล่าผู้หญิงคนเดียวไม่รู้ทำไมต้องยกพวกกันมายังกับจะไปฆ่าบอสมอนสเตอร์"

เด็กหนุ่มแต่งตัวด้วยผ้าคลุมเหมือนจอมเวทพูดขึ้น ดูเหมือนกับว่าเขาไม่ได้เต็มใจจะมาที่นี่เท่าไรนัก แต่เพราะเป็นคำสั่งจากอาจารย์เลยขัดไม่ได้

ดีแลน: "งั้นเราจัดการฆ่าทุกคนในหมู่บ้านนี้ แล้วกลับไปวางแผนกันใหม่"

อาจารย์: "คาร์ตันเจ้าเคยฆ่าคนไหม? "

เหมือนกับอาจารย์จะคิดอะไรขึ้นมาได้

คาร์ตัน: "ไม่ครับ"

แม้เขาจะชนะการประลองมามากมาย คู่ต่อสู้ของเขามีแค่บาดเจ็บสาหัสแต่ไม่ถึงตาย

อาจารย์: "ดีมาก วันนี้เจ้าจะได้ลองฆ่าคน ดีแลน เจ้าไปเลือกคนที่ดูแข็งแรงที่สุดมา เราจะออกล่ากัน"

อาจารย์ของมองว่านี่ จะเป็นโอกาสดี ที่จะได้ฝึกศิษย์รักของเขาให้ลองสังหาร มนุษย์ เพื่อในอนาคตเขาจะได้ไม่ลังเล เมื่อเขาจำเป็นต้องฆ่าเพื่อปกป้องอาคันทา

พวกทหารจะปล่อยเหยื่อออกมาทีละหนึ่งคน ให้คาร์ตันเป็นคนจัดการ

โดยที่เหยื่อสามคนแรกวิ่งออกไป โดนคาร์ตันยิงเวทศรน้ำแข็งใส่ตายเรียบ

คาร์ตันยิงได้แบบแม่นยำและไม่ลังเลสักนิด ทำให้อาจารย์รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

คาร์ตัน: "น่าเบื่อจัง ปล่อยมาทีละหลายๆ คนหน่อยซิ"

แต่ว่าดีแลนไม่เห็นด้วยกับความคิดของคาร์ตัน แต่อาจารย์สั่งให้ทำตามที่บอก

เมื่อปล่อยพวกชาวบ้านทั้งห้าคนออกไป กลับมีคนหนึ่ง แทนที่จะวิ่งหนีไป เธอกลับวิ่งย้อนมาหาคาร์ตันแทน พวกทหารเห็นดังนั้นจึงชักดาบยกโล่ขึ้นมาขวางทันที

คาร์ตัน: "ไม่ต้องๆ เดียวข้าจัดการเอง แบบนี้ค่อยสนุกขึ้นมาหน่อย"

เขาบอกให้พวกทหารหลบไป

ตามปกติแล้วในการสู้รบ นักเวทคือคนที่สร้างความเสียหายได้มากที่สุดในปาร์ตี้

แต่ตัวของจอมเวทเองก็อ่อนแอมากที่สุดด้วยเช่นกัน ทำให้เขาต้องได้รับการช่วยปกป้องจากทุกคนในกลุ่ม

คาร์ตันยิงเวทศรน้ำแข็งใส่เธอไปทันที แต่รอบนี้เธอเบี่ยงตัวหลบไปได้ และกระโดดพุ่งไปกอดตัวเขา ก่อนจะโดนเขายิงเวทศรน้ำแข็งยิงใส่ในระยะเผาขน เธอถ่วงเวลาเขาได้แม้จะแค่ไม่กี่วินาที แต่ก็ทำให้ทั้งสี่คนที่เหลือวิ่งออกไปได้ไกลมากกว่าเดิม เธอหันไปมองเพื่อนทั้งสี่แล้วยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะสิ้นใจไป

"น่าสนุกดีนี่!"

คาร์ตันพูดจบก็ใช้เวทเรียกนกสีดำออกมา "ตามไป" เขาสั่งให้นกบินตามไปทันที แล้วเขาก็ยืนร่ายเวทอยู่สักพักก่อนจะเรียกเสือตัวสีดำขนาดใหญ่ออกมาจากพื้น เขาขึ้นขี่หลังเสือดำวิ่งตามออกไปทันที

ดีแลน: "เวทอัญเชิญของหมอนี่ดูทีไรก็น่าตกใจทุกที ตอนแรกยังเป็นเพียงแค่ลูกแมวจนโดนเพื่อนล้ออยู่เลย แค่ไม่กี่ปีตอนนี้กลายเป็นเสือตัวใหญ่กว่าม้าไปเสียแล้ว"

อาจารย์: "มันแน่อยู่แล้วล่ะ แค่สิบขวบเขาก็ใช้เวทอัญเชิญได้แล้ว อีกไม่กี่ปีข้าก็ไม่รู้จะสอนอะไรให้กับเขาแล้ว

ทหาร! ไปเอาม้ามา ส่วนเจ้าสองคนเฝ้าชาวบ้านเอาไว้อย่าให้ใครหนีไปได้ พวกที่เหลือตามมา"

เนื่องจากคาร์ตันเริ่มวิ่งออกไปไกลกว่าระยะสายตา พวกทหารที่ดูอยู่เลยนำม้าวิ่งตามไป เหลือทหารเฝ้ายามอยู่เพียงสองคน"

ในระหว่างที่พวกนั้นไม่อยู่ เรามาทำเรื่องสนุกๆ กับนางพวกนี้กันเถอะ"

ทหารยามคนหนึ่งพูดขึ้น

"เจ้าบ้า! เดียวพวกดีแลนกลับมา เจ้าก็โดนลงโทษเอาหรอก ข้าไม่เอาด้วยหรอกนะยังไม่อยากโดนลดขั้น"

ทหารยามอีกคนรีบค้านขึ้นมาทันที

"ไม่มีคนรู้หรอกน่า ยังไงพวกมันตายอยู่ดี เสียดายนางผู้หญิงคนสวยที่ข้าแอบเล็งเอาไว้ ดันโดนเลือกไปเป็นเหยื่อห้าคนนั้นเสียก่อน"

"เจ้านี่มัน..."

"เค้าเรียกค่าสินสงครามเว้ย ไม่งั้นข้าไม่มาเป็นทหารหรอก ถ้าไม่ใช่เจ้างั่งดีแลนเป็นหัวหน้าภารกิจนี้ละก็ ข้าได้ซัดกับนางโจรพวกนี้จนครบทุกคนไปแล้ว ถ้าไม่ได้เส้นสายอาจารย์ เจ้าบ้านั้นไม่มีทางได้เป็นอัศวินหรอก ถ้าหากเจ้าไม่สนงั้นเฝ้าให้ด้วยแล้วกัน"

เมื่อเขาพูดจบก็จับผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปในกระท่อม

"เฮ้อ..."

ทหารยามที่ยังเฝ้าอยู่ ได้แต่ถอนหายใจเมื่อเห็นในสิ่งที่เพื่อนทหารทำ พลางคิดว่าคนแบบนี้ไม่สมควรเป็นทหารของอันคาทาเลยจริงๆ แต่วัฒนธรรมการตบรางวัลแก่ทหารในสงคราม ไม่ว่าจะเป็นปล้นชิงสมบัติ ฆ่าข่มขืนหญิงสาว ถือเป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยๆ ในสงครามของที่นี่

********

โปรดติดตามตอนต่อ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามา

อ่าน/กดติดตาม/กดหัวใจให้นะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น