Wissenschaft und Magick: Angriff des Reich!!![วิทยาศาสตร์ และ เวทมนตร์: การโจมตีของอาณาจักร]

ตอนที่ 33 : จบสงครามอันยาวนาน(หลายตอน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ต.ค. 60

เฟี่ยวววว ตู้มมมมมม

สภาพไม่ต่างจากตอนเราบุกเข้าปราสาท หรือ โบสถ์อื่น ๆ ก่อนหน้านี้

“ฆ่าให้หมด” ผมสั่งออกไป

“ท่าพบเด็ก สตรีให้ทำไง” พลกองกำลังคนหนึ่งหันมาถามผม

“คุมตัวได้ก็คุม ไม่ได้ก็ฆ่า อนุญาติแต่ไม่อนุญาติให้ย่ำยี่” ผมพูดแบบเฉียบขาดที่สุด

“ไป” ผมพูด พร้อมกับวิ่งนำหน้าไปเข้าทางขวาของทางเดินปราสาท

เฟี่ยวว เฟี่ยววว เฟี่ยววว ปืนกลแสง ในมือผมรัวยิงใส่ข้าศึกที่โผออกมา

“ค้นทุกห้อง” ผมสั่ง

ปั๊งงง เฟี่ยวว

ผมถีบประตูห้องเข้าไปแล้วกราดยิง ไปรอบห้องก่อนมองรอบ ๆ พบศพสาวใช้ที่หน้าจะโดนกระสุนผมตายไปคนหนึ่ง และพบอีกคน อายุไม่หน้าเกิน 15 กำลังนั่งกอดเขาสั่นกลัว

แกรก เฟี่ยววว เสียงปืนพกในมือผมรันเจาะกลางหัวเด็กคนนั้นอย่างไม่ไยดี แล้วเดินออกมา

“ค้นให้ทั่วฆ่าให้หมดไม่ต้องไว้ชีวิต” ผมพูด

“โหดร้ายแบบนี้ท่านเทวินทร์ไม่ทำโทษเอาเหลาะครับ” พลกองกำลังคนหนึ่งพูดขึ้น

“นี่นายคิดว่าที่ช่วย ๆ และแสดงมาท่านว่าที่ผู้นำมีเมตาจริงดิ ผลประโยชน์ทั้งนั้น คิอซักนิด” ผมพูด

ให้ไอ่พวกที่มองภาพมายาของท่านเทวินทร์ไม่ออกได้เข้าใจ

เปี่ยง ตู้มมม

พัดเซอร์เชรคทำรายกำแพงเปิดทางเชื่อมไปอีกห้อง เราทำแบบนี้ระ

“พวกเรายอมแล้ว” ทหารข้าศึกในห้องถัดออกมา สามสี คน วางอาวุธทำท่ายอมแพ้

เฟี่ยววว

ไม่ต้องลอให้ผมพูด ปืนกลแสงสาดใส่พวกนั้นดับคาที่

“ทางนี้มีบันไดขึ้นสู่ชั้นบนครับ” พลกองกำลังนายหนึ่งพูดขึ้น

“บุกขึ้นไป เราต้องไปปักธงกอนชาติอื่นให้ได้” ผมพูด พร้อมกับนำกำลังวิงขึ้นไปบนบันได้

ระหวางวิงขึ้นไปเราก็ยิงขึ้นไปข้างบน เพราะมีทหารข้าศึกวิงลงมา บางทีก็มีพลธนู เราต้องเควี่ยงระเบิดขึ้นไปก่อน เปิดทาง

เพราะสภาพเป็นบันไดวน

เราขึ้นมาถึงยอดพบเป็นหอคอยและเราพบทางเชื่อมไปยังตัวปราสาท เรายังคงทำเช่นเดิมค้นทุกห้องฆ่าทุกชีวิตที่เจอ

จนในที่สุดเราก็มาบรรจบกับทัพอื่น ๆ ที่ทางหลัก

“เฮ่” อยู่ ๆ เสียงทหารเยอรมันโหร้องก็ดังขึ้นด้วยความดีใจ

“ดูนั่นครับ” พลกองกำลังคนหนึ่งชี้ให้ผมดูที่ยอดราชวังค์ที่เป็นอาคารหลักผ่านทางหน้าตาง ผมพบว่ามันมีธงดำแดงทอง ปักอยู่บนยอดปราสาทเรียบร้อยแล้ว

“ประกาศ ๆ นี่ คือ เสียงของเราจักรพรรดิไนคอรัส ฟอน รามาโนฟ ทหารแห่งจักรวรรดิทุกท่าน เมื่อได้ยินเสียงนี้แล้วโปรดวางอาวุธและยอมจำนนแก่ทหารฝ่ายจตุภาคีโดยไม่มีเงื่อนไข บัดนี้จักรวรรดิล้มสลายแล้ว ในตอนนี้ทหารของเยอรมัน สุวรรณภูมิ แดนฟิน และญี่ปุ่น จะเข้าควบคุมสถันการขอประชาชนและทุกคนอยู่ในความสงบ ไม่มีสงครามอีกต่อไปแล้ว และขอประกาศว่าทาสทุกคนตั้งแต่ตอนนี้เวลานี้เป็นต้นไป พวกท่านเป็นไทแล้ว และนับแต่นี้ไม่มีการแบ่งชนชั้นอีกต่อไป ขอขุนนางทุกท่านโปรดมอบตัวและยินยอมตามที่ทางจตุภาคีเรี้ยกร้องทุกอย่างด้วย” เสียงตามสายเป็นภาษาชุชดังขึ้น ค่ดว่าคนพูดเป็นจักรพรรดินั้นระ

“ถึงทหารทุกประเทศ เมื่อตะกี้นี้จักรพรรดิได้ประกาศยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไขแล้ว ขอทุกท่านโปรดเราการจำนนนี้ และในตอนนี้เราได้มีชัยเหนือจักรวรรดิแห่งแดนชุชแล้ว บัดนี้โมสโกส....แตกแล้ว” เสียงนายทหารเยอรมันคนหนึ่งประกาศผ่านสายเป็นภาษาเยอรมัน

Sieg Heil(ชัยโย)” เสียงทหารเยอรมันคนหนึ่งตะโกนขึ้น ไม่นานตามด้วยคนอื่น ๆ ตะโกนตาม

“เอกธรรม ยุติธรรม เสรีธรรม
เพื่อแดนบิดรเยอรมัน
ยั้งให้เราทุกคนรุกเผชิน
ภารดรธรรมด้วยมือและใจ
เอกธรรม ยุติธรรม เสรีธรรม
เป็นสัญญาแห่งสันติธรรม”

เสียงเพลงถูกเปิดขึ้นมาตามเครื่องกระจายเสี่ยงเมือนตอนการประกาศจำนน แต่เมืองเพลงเปิดขึ้นได้ซักพักทหารเยอรมันที่โหร้องแสดงอากานดีใจอยู่ค้อย ๆ ทยอยกันร้องตาม

“จงรุ่งโรจน์ด้วยสัญญาแห่งสันติธรรม
จงรุ่งโรจน์เถิด แดนบิดรเยอรมัน
จงรุ่งโรจน์ด้วยสัญญาแห่งสันติธรรม
จงรุ่งโรจน์เถิด แดนบิดรเยอรมัน”

เสียงประสานดังกระหึ่มไปทั้งเมืองด้วยเสียงของทหารเยอรมันและทหารชาติอื่น ๆ ที่มีเชื้อสายเยอรมัน หรือ ทหารชาติอื่น ๆ ที่ร้องแสดงความยินดีด้วย

“กลับกันเถาะ” ผมพูด

แล้วกองกำลังของพวกผมก็ถอนตัวออกจากราชวังค์ปล่อยให้ทหารเยอรมันเป็นคนควบคุม

.....

หลังจากนั้นไม่นาน

“กลับมาแล้วเหลาะ เมเดเซีย เหมือนจะไปปักธงไม่ทันนะ” ผมพูด

“อืมมม อุสาค้นทุกห้องฆ่าทุกอย่างที่เจอ” เมเดเซียบ่น

“โหดร้ายยย” ผมแกล้งหยอก

“เป็นนาย นายก็ทำ” เขาย้อน

“ฉันจะฆ่าไปทำไม เสียภาพลักษ์” ผมพูด

“อาววว เหลาะนึกว่าจะเป็นดังปีศาจเหมือนเพลงที่ร้องซะอีก” ขถามอย่างแปลกใจ

“มันเสียเคดิด เวลาไปทำสนธิสัญญา เขาไม่เชื่อถือ แถมอาจถูกประนามรับหลังว่ากองทัพทรราชนักฆ่าหรืออีกสาระพัด ความเป็นผู้ก่อการร้าย ที่เวลาไปทำอะไรชวนติดขัด” ผมพูด

มันมองผมด้วยหน้า งง

“เอาเป็นตูยังไม่อยากโดนกีดกันและโดนชาวบ้านเขามองแบบไม่เชื่อถือ และที่สำคัญยังไม่อยากโดนคนในชาติไร่ตะเพิดบอกว่าเป็นฆาตกร เมือนที่ทหารญี่ปุ่น อเมริกา มักโดนเวลาชาวบ้านรู้ว่าเป็นทหาร” ผมพูด

“วัฒธรรมโลกนายแปลกดีแฮะ” เขาพูด

“เอา ๆ ไปพักก่อนไป” ผมไร่

หลังจากนั้นพวกเราก็กลับฐาน หลังจากชุชยอมจำนน ดินแดนก็ถูกหานเป็นสีส่วนใต้การยึดคลองของสี่ประเทศ

หลังจากราชาแห่งโพรยซาน และราชาแห่งเบยาร์น เข้าใจสภาพทางการเมือง และสถานะของผมทรงไม่ยินดีจะให้แบรีเบล และ ซาก้าคบหาผม เพราะสถานะไม่มันคง สุดท้ายทั้งสองคนถูกจับมั่นกับเจ้าชายอื่น แต่ทั้งสองคนไม่ยินยอม จึงสงข้อเสนอมาแก่ทางสุวรรณภูมิ ซึ่งผมที่คอยท่าอยู่แล้วจึงนำอาสา เข้าไปทำการชิงตัว และเริมสงครามกับทั้ง 2 อาณาจักร ซึ่งตอนแรกทางสุวรรณภูมิจะบังคับให้ผมล้มเลิกแต่ซาก้าและแบรี่เบล ได้เสนอผลประโยชน์ในทรัพยากร พร้อมทั้งสถานะรัฐในอารักขาให้ สุวรรณภูมิจึงช่วยส่งอาวุธและกำลังมาหนุน สงผลให้วังหลวงแห่งฟาร์นคาถูกปิดร้อม กษัตริย์แห่งฟาร์นคา ตัวตั้งตัวตีเรื่องงานขอมั่นกับแบรีเบล ยอมที่จะฆ่าตัวตาย และองค์ชายขึ้นครองราชประกาศยอมแพ้และสระราชบันลังทั้งยังถอนมั่นอีกด้วย

ทางชปาเนีย ยอมถอนมั่นซาก้าแต่โดยดี สวนอืชเทอร์-วืลทาเดนยอมจำนน กษัตริย์เสด็จหนีไปเบยาร์น แต่ถูกประชาชนที่หวาดกลัวสงครามจับตัวมามอบแก่ผม ขนะที่เมืองหลวงของนาราบดีนบรูกถูกร้อมยอมจำนนแต่โดยดี ผลคือสุวรรณภูมิได้ครองภูมิภาคนี้เกือบทุกตารางนิ้ว มีทรัพยากรเต็มที่ให้ถลุง

ซึ่งทั้ง 4 ประเทศเริมขุดไปในทะเลก็พบว่ามีแต่ทองและน้ำมันและกาซส์ธรรมชาติ ดังนั้นไม่นานพวกเราก็มีทรัพยากรทั้งคนและอาวุธทุกอย่างมากพอ ยุคแห่งการล่าอนานิคมทางเศรษฐกิจของเราได้เริมขึ้นแล้ว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

13 ความคิดเห็น