Wissenschaft und Magick: Angriff des Reich!!![วิทยาศาสตร์ และ เวทมนตร์: การโจมตีของอาณาจักร]

ตอนที่ 30 : เริมปฏิบัติการรุกคลืมทุกทิศประชิดโมสโกส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ก.ย. 60

รุกรันฟันฝ่าในธาราสีคราม
สมเป็นดังนามราชนาวีไทย
รบรันฟันฟาดไม่ขลาดหวั่นไหว”

ตอนนี่พวกเราอยู่ในเรือลำเลียงพล พร้อมกับฟังพวกนาวิกโยธิน ร้องเพลงไปทร้ามกลางความสงใสของใครหลายคน

“ผู้บันชาการทำไม ไม่อยู่ในฐานบันชาการระ แล้วแบบนี่หมายความว่าไงกัน หน้าที่ของท่าน คือ บุกทางบกไม่ใช่เหลาะ” สุดท้ายพลกองกำลังปลดปล่อยชาติคนหนึ่งอดถามขึ้นไม่ได้

“เอา ก็ ทั้งปีทั้งชาติเราก็เคยแต่ได้รบทางบก เบื่อเหมือนกันนะ ขอมารองยกพลขึ้นหัวหาดดูบ่างไม่เห็นจะเสียหาย เดียวเราก็ขึ้นฝั่งที่แคว้นคาราเรียแล้วก็ค้อยไปสมทบกับทัพหลักที่เมจเรีย แล้วบุกเข้าปลดปล่อยมันกาเรีย ก็ได้นิ” ผมพูด

“ตามใจท่านเถาะ ว่าแต่ข้าสงใส ใหนเขาบอกว่ากองทัพถูกยุบไปแล้วทำไมนาวิกโยธิน ถึงยังร้องเพลงกล่าวถึงราชนาวีอยู่ระ แถมเหมือนจะเป็นเพลงสมัยยังเป็นกองทัพอยู่ทั้งนั้น” พลกองกำลังปลดปล่อยชาติที่เป้นหัวหน้าของหน่วยนี้กล่าวถาม

“ถามได้ดี ก็เพราะกองทัพเรือ และ กองทัพอากาศไม่เคยทำอะไรเสียหายไงละ รัฐประหารทำรายบ้านเมือง ทำรายอำนาจประชาชน หรือ ออกมาฆ่าประชาชนกลางท้องถนน กระทืบพลทหารตาย หรือ ออกมาไร่จับเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่าและผู้เห็นต่างก็ไม่เคย ดังนั้นหลังการปฏิวัติหลังสงครามสำเร็จ ในความเป็นจริงกองทัพที่ถูกยุบจริง ๆ มีแค่กองทัพบก พวกนายทหารต่ำช้าอ่างชาติ อ่างราชา อ่างศพวีรชนบังหน้า ถูกสำเร็จโทษเรียบขนะที่กองทัพเรือกับกองทัพอากาศแค่เปลี่ยนสายบังคับบัญชามาขึ้นตรงต่อสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และ เปลี่ยนชื่อ ไม่ได้รับผลกระทบได ๆ ทั้งสิ้น” ผมเอยปากอธิบาย

“ชายทั้งหลายที่นี่คือนักรบ
ชายทั้งหลายลอไปชายหาด
ชายทั้งหลายลอนานนับชั่วโมง
มันเป็นวันอันแสนยาวนาน”

พลกองกำลังของผมคนหนึ่งร้องเพลงขึ้น ซึ่งผมจำได้ว่ามันเป็นเพลงจากภาพยนต์ในอดีดนานมาแล้ว เกือบ 50-60 ปีมั้ง ชื่อว่าวันอันยาวนาน แต่มีชื่อไทยว่า วันเผด็จศึก

“ชายทั้งหลายเบื่อหน่ายและเหนื่อย
ชายทั้งหลายต้องการพัก
ชายทั้งหลายไม่เห็นตะวันลับ
เมื่อวันยาวนานจบลง”

ผมและคนอื่น ๆ ในเรือก็เลยเริมร้องตาม ซึ่งผมเชื่อว่ามันช่วยลดความกดดันได้ ทรามกล้างหาพลังเวทต์สาระพัดสายที่ข้าศึกปล่อยมา จนชนเรือลำเรียงพังไปหลายลำอยู่

“วันยาวนาน วันยาวนาน
มันจะเป็นวันยาวนาน
แห่งความกลัวและความหวัง
แห่งน้ำตา เหงื่อ และ คราบเลือด

ชายทั้งหลาย
, พลังนับพัน
ชายทั้งหลาย มุ่งสู่ชัย
หน้าเดิน ต่อสู้ทวงสิทธิ
ในวันยาวนานแห่งประวัติศาสตร์”

เหมือนพลกองกำลังจากเรือลำอื่นจะเอากับเราด้วยแฮะ หลังจากนั้นมันก็ถูกร้องซ้ำ ๆ จนสาแกใจระนะ

คลื่นน ปึ้งงง

“ถึงแล้วทุกคนลงไปเร็ว” พลขับเรือเอ๊ยขึ้น เมือเรือของเราชนหินโสโครกที่อยู่ริมฝั่ง

พวกเราจึงลีบวิงลงจากเรือพร้อมอาวุธในมืออย่างรีบเล่ง

“สถันการตอนนี้แมนเกราะของเราจะรุกไปข้างหน้าได้แต่ก็ถูกเวทมนต์ระเบิดไปหลายคัน” พลกองกำลังคนหนึ่งพูดขึ้น

“มันอยู่ตรงใหนกันบ่าง พอบอกได้ใหม” ผมพูดขึ้น

“สวัสดีท่านนนท์วัฒร์ พวกมันอยู่หลังแนวไม้นั้นมีพลธนู และพวกทหารหอกหลบอยู่ด้วย” พลนาวิกโยธิน หันมาบอกผม

ส่วนผมก็หันไปมองตามพบเป็นแนวค้ายไม้เตี้ย ๆ ที่ทำขึ้นเพื่อกันกระสุนแบบเล่งลีบนับว่าข้าศึกเข้าใจทำแต่...

ฟิ๊วววววววว ตู้มมมม ตู้มมมมม ตู้มมมมม

เสียงจรวดจากเรือกระหน่ำใส่ชายฝั่งดังสนั่นจนสเทือนไปทั้งชายหาด ตอนนี้แนวไม้ที่มี่กระสอบทรายกันไว้อีกชั้นได้พันทหายลงพร้อมกับความแหลกลานของข้าศึกหลังแนว

ฟิ๊วววว เสียงกระสุนแสงจากไรน์เฟินติดสโครฟของผม พุ่งเจาะกลางกระบานของนักเวทที่เหลือตรงนั้นเข้าอย่างแมนยำ

“ผมจะคอยเครียนักเวทให้ได้เท่าที่เห็นอะนะ” ผมพูด

“มากพอแล้ว บุกกกกกกกกกกกกก” ตอนนี้นาวิกโยธิน และพลกองกำลังอื่น ๆ ได้รุกขึ้นมาทั้งจับธงและอาวุธเริมรุกตรงเข้าไปในตัวหาด

ฟิววว ฟิวววว ฟิวววว

ผมยิงสอยหัวพวกนักเวทต์ที่ซุ่มบนต้นไม้ บนเชิงผา และที่อื่น ๆ เท่าที่ผมเห็น

แมนกระนั้นก็นับว่าคนของเราตายเยาะพอควน เหมือนข้าศึกจะรู้ว่าเวทต์ของมันมีเท่าใหลใส่ให้หมด เพราะรู้ว่าเราจะเสียหายหนักแน่ ฉลาดจริง ๆ ไอ่พวกนี้แต่ก็ไม่มีวันเอาชนะเราได้แน่นอน

“บุกต่อไปอย่าไปกลัว ชัยต้องเป็นของเรา ฆ่าให้หมดเหมือนที่พวกฟาสซิสต์และคอมมิวนิสต์ทำเราต้องทำตาม” ผมกล่าวขึ้น และถือไรน์เฟินบุกไปข้างหน้า

“ชัยโยยยยยยยยยย” ตอนนี้กองกำลังผสมจตุภาคี ทั้งนาวิกโยธินและพลกองกำลังพิเศษอื่น ๆ ได้วิงบุกถาโถมขึ้นไปอย่างไม่รังเล ที่จะฟาดฟันกับดาบและหอกของข้าศึกด้วยกระสุน และ มีดปลายปืน

ฟิวววว ฉับ

ผมยิงปืนพกใส่ทหารข้าศึกคนหนึ่งที่จะเข้ามาฟันผม และตวัดดาบแสง ฟันข้าศึกที่เข้ามาข้างหลัง อ่อ ลืมบอกตอนนี่วิทยาการทำให้แสงคงสภาพเป็นใบมีดเสถี่ยนทำได้แล้ว แถมอาสัยชาดพลังงานได้จากอากาศรอบตัวได้เลย

“ชัยโยยยย” ธงนาวีของทั้ง 4 ประเทสได้ถุกยกขึ้นปักเหนือเชิงผาเป้นสัญญานว่าเรายึดหัวหาดแล้ว และต่อจากนี้ คือ ศึกในแผ่นดินที่จะห้ำหันกับพวกจักรวรรดิอย่างป่าเถื่อนแน่นอน

 

อีกด้าน หางออกมาจากชายหาดด้านเหนือของจักรวรรดิ

“หน้าเดิน กลางหิมะโดยที่ไม่รู้ว่า
ที่เหยียบอยู่เป็นธานน้ำแขง หรือว่า ผืนแผ่นดิน
ที่ม้าล้ม ของหล่น นี้เป็นที่แห่งได
นอกจากเป็นดินแดนของข้าศึกแล้วไซ?
แมนจะลำบากแค่ใหน แต่ใจของเรานั้น
ขอแค่บุหรีซัก 2 มวนก็พอใจแล้ว”

เสียงกองกำลังป้องกันที่แยกตัวออกมาจากทัพใหญ่ กำลังเดินฝ่าหิมะไปอีกฝั่งพร้อมเกราะ และ ฐานบันชาการเครื่อนที่ โดยที่พวกเราเป็นเหมือนทัพหน้าที่ออกมาพร้อมเกราะเพื่อดูและเครียทางข้างหน้าเปิดทางให้กับ รถขนส่งทหารและหน่วยที่ตามหลังมา

“หัวหน้าหน่วยครับ พายุสงบแล้วครับ” พลกองกำลังพูดขึ้น หลังพายุที่โหมกระหน่ำมาตั้งแต่เมื่อตะกี้หมดลง

“แย่แล้วครับ เหมือนเราจะหลงกับขบวนใหญ่ซะแล้ว ตอนนี่ที่อยู่ข้างหลังเรามีแค่ หน่วยยอยที่มีปืนใหญ่ แค่ไม่เกิน 5 กระบอก กับ เกราะอีกไม่เกิน 6 คันครับ” พลกองกำลังรายงาน

“ไม่เป็นไรขอแค่อย่าเจอข้าศึกและรีบตาม กองกำลังหลักของกองกำลังป้องกันให้ท่านก็น่าจะพอแล้ว” ผมพูดออกไปเช่นนั้น

“ท่านครับ เหมือนคำขอของท่านจะไม่เป็นผลซะแล้ว ดูข้างหน้าสิครับ” พลกองกำลังชีให้ผมมองออกไป

“ชิบ หายแล้วเราหลงมาอยู่แนวหน้าของข้าศึกแน่เลย” ผมมองออกไปเห็นข้าศึกที่ตอนนี้จัดทัพเป็นขบวนทัพสีเหลี่ยมแบบอัศวินที่มีโลเหล็กยุคโบรานที่เราเคยเห็นโดยมีพลธนูเตียมเปิดใส่เรา

“พลกองกำลังเรียงหน้ากระดาน จัดเป็นสองแถว ติดมีดปลายปืน ด้วย ให้แถวที่นั่งยิงกอนหน้านัด แถวที่ยืนจึงยิงตาม เวลากระสุนหมดจะได้ไม่หมดพร้อมกัน ส่วนเกราะทุกคนคอยยิงสนับสนุนจากข้างหลัง พร้อมกับปืนใหญ่ให้เปิดด้วยกระสุนลูกปลาย” ผมสั่งเป็นชุด

ฟิ๊วว ฟิ๊วววว ฟิ๊ววววว

เสียงยิงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับทหารข้าศึกแนวหน้าล้มอย่างต่อเนื่อง แต่พวกมันไม่มีที่ท่าว่าจะหมด แมนจะโดนกระสุนลูกปลายจนทัพหน้าทัพกลางแทบละลายทั้งทัพก็ตาม แมนแต่พวกออค และเผาพันอื่น ๆ ก็ระรายไปกับทัพหน้าทัพกลางเกือบหมดแล้วด้วย

“ทัพม้าออมมาตีเราจากด้านหลังเราไม่มีปืนกลหนักด้วย” พลกองกำลังรายงาน

“ให้เกราะออกมาโจมตีข้าศึกด้านหน้า ตั้งปริมนฑนเป็นแถวสีเหลี่ยมจัตตุรัส พวกที่อยู่ไก้ลปืนใหญ่ก็ร้อมรอบปืนใหญ่ไว้ สวนปืนใหญ่ให้ใช้ลูกปลายต่อไป(เพราะเป็นการยิงขึ้นไปทำมุมบนฟ้าไม่ใช่ยิงทางตรงไม่โดนพวกเดียวกันเอง)แต่ อย่าให้แถวสีเหลี่ยมตรงกันบนทางปืนละ” ผมสั่งอย่างเล่งลีบ

โชคดีที่ทหารม้าเข้ามาถึงพวกเราจัดขบวนเสร็จแล้วพอดี เราเลยกระหน่ำยิงใส่พวกที่จะพุงเข้ามาฟันเรา เรียกว่าล้มทั้งม้าทั้งคน บางคนหยุดไม่ทันกระเดนตกลงมากลางวงหรือถลัยแซกมากลางวง ก็ถูกมีดปลายปืนกระหน่ำแทงตาย

แมนกระนั้นพวกมันก็วิงวนไปรอบ ๆ แต่ก็ได้แค่เป็นเป่าเครื่อนที่จนในที่สุดมันก็ระรายทั้งกองทัพ

“จัดทัพหน้ากระดานแบบเดิม” ผมสั่งอีกครั้ง

“ทั้งหมดหน้าเดิน” ผมสั่งพร้อมกับชักกระบี่แสงเดินนำหน้ากองกำลังที่จัดเป็นแถวหน้ากระดาน 4 ชั้น โดยมีคนถือธงชาติและวงค์ดุริยางบรรเลงอยู่สองข้าง ซึ่งบรรเลงเป็นเพลง พวกเราหน้าเดินสู่เขดสงคราม(Teufelslied) เพื่อเข้าประชิดแนวรบข้าศึกที่กำลังเลิมแตก โดยมีเกราะเป็นทัพหน้าเข้าบดขยีข้าศึก และมีพลปืนใหญ่คอยยิงสนับสนุนจากข้างหลัง

“ฆ่าให้หมด” ผมตะโกน

ฟิวววว ฟิววววว แกรบบ กราบบบ ตู้มมมม

เสียงปืนกระหน่ำยิงใส่ทุกข้าศึกที่ดราหน้าเข้ามา พร้อมกับเกราะขับบดทัพข้าศึกทุกตัวที่ขวางทางจนเละติดตีนตะขาบ และปืนใหญ่คอยยิงถล่มตามหลังเปิดทางให้ข้าศึกระเนระนาด

ไม่กีนาทีต่อมา ตอนนี่เรากำลังค้อยค้นไปทีระศพ เก็บผู้รอดชีวิต

ฟิว ฟิว ฟิว เสียงปืนดังเป็นระยะ เมือยิงใส่ข้าศึกที่แกล้งตาย หรือ บาดเจ็บอยู่ที่พื้น พร้อมกับเสียงเกราะ ขับบดแบบสุ่มไปทั่วเผื่อพวกที่ยังไม่ตายจะได้ถูกบดจนกระดูกแหลกไปด้วย

“อาววว อยู่ที่นี่กันนี่เอง เราเจอพวกเขาแล้วครับและดูเหมือนเขาจะจัดการทัพข้าศึกจนเละหมดแล้วนะครับ” มีเสียงตะโกนขึ้นจากเนินด้านหลังเมือ ผมหันกลับไปมองพบเป็นกองกำลังหลักของเรานั้นเอง

“ไปพักกันก่อนเถาะ ได้เวลาเปลี่ยนเวนทัพหน้าแล้ว นี่เป็นคำสั่งผู้บันชาการ” หัวหน้าหน่วยอีกคนเข้ามาพูดกับผมให้ผมเอาหน่วยของผมไปพักในฐานบันชาการแทน

“ฝากด้วย” ผมพูดก่อนให้ทุกคนแยกย้ายไปพักในฐานบันชาการเครื่อนที่ และกองกำลังได้เครื่อนพลต่อไป

การรุกคลืมจากทุกทิสประชิดเมืองหลวงไก้ลเป็นจริงแล้ว

********************************************************************************************************

เพลาสอบได้มาถึงแล้ว อันนี่เป็นศึกใหญ่กว่าที่ในนิยายอีก เพราะพราดมาเกรดไม่ดีตายแน่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

13 ความคิดเห็น