Wissenschaft und Magick: Angriff des Reich!!![วิทยาศาสตร์ และ เวทมนตร์: การโจมตีของอาณาจักร]

ตอนที่ 18 : เริมต้นการฝึก เตียมสู่สงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ก.ค. 60

“เกียรติและรุ่งโรจ ยังคงอยู่กับเรา
ตามรอยแนวทาง ท่านพิบูลสงคราม
มหาบุรุษ ผู้สร้างทางให้แก่พวกเรา
เป็นทางมหาอาณาจักรไทย

พรรคเป็นแนวทางรักชาติ พรรคเป็นแนวทางเสรี
ประชาธิปไตย, สหพันธรัฐ
พรรคนำทางประชา พรรคนำทางปฏิวัติ
NSPTB คือ ชัยชนะ”

เสียงกองกำลังป้องกัน สวนสนามกลับเข้าสู่เมืองชั้นในพร้อมเพลงประจำพรรค โดยสองข้างทางต่างมีประชาชนไม่สิ บุคลากรของโรงเรียนหลวง และ พวกของกองทัพปลดปล่อยปอนเนีย ต่างออกมาตอนรับ บางคนก็โบกมือตอนรับจากบนอาคาร

 

“จากบนกำแพงพวกเราทุกคนได้เห็นการสู้รบอันดุดันของท่านแล้ว ยินดีด้วยกับชัยชนะนะคะ” เด็กสาวอายุ 16-17 ปีคนหนึ่งวิ่งเอาดอกไม้มาให้ผม และแสดงความยินดี

“รับนะท่านเทวินทร์” เสียงซาก้า พูดแล้วโยนชอดอกไม้ลงมาจากหออาคารเรียนแห่งหนึ่ง

“ดูสิ คนที่นี่ชื่นชอบพวกท่านทุกคน คงเพราะทัพแค่พันกว่าคน แต่เล่นสังหารทัพจักรวรรดิผู้โหดเหี้ยมลงนับล้าน ๆ ละมั้ง” ท่านอธิการพูดแซว

“เพราะโชคช่วยครับ ท่าทัพหนุนมาไม่ทันผมคงอาจตายคาคมดาบไปแล้ว” ผมตอบกลับ

 

หลังสวนสนามเข้ามาถึงจุดที่เป็นฐานบัญชาการ เราก็เริมทำการแจกจายยุทธปัจจัยไปตามกองพลต่าง ๆ

“ทำอะไรกันอยู่เหลาะคะดูเล่งลีบกันทุกคนเลย” เด็กสาวที่ผมจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่ยื่นดอกไม้มาให้ผม เดินเข้ามาทัก ผมมองจมูกโด่งพอดี ใบหน้าขาวมนหน้ารักหน้าหยิงนั้นแมม เอนดู

“พวกพี่กำลังแจกจ่ายยุทธพัน ยังไงละ เลยเล่งกันหัวหมุน เพราะแต่ละหน่วยต่างมีภาระกิจอื่นต้องทำกันอีกเยาะละครับ แล้วน้องสาวละมาทำอะไรแถวฐานบัญชาการพี่” ผมอธิบายพร้อมถามกลับ

“อ่อออ หนูแค่อยากเห็นหน้าพี่ชายไงคะ” เธอตอบพร้อมทำตาแป๊ว

กรรม เหมือนจะโดนเด็กจูโจมแต่ก็น่ารักดีแฮะ

“พี่ชื่อ เท..” ยังไม่ทันจบ สาวน้อยก็เอ๊ย ตัดบทขึ้น

“พี่ชื่อเทวินทร์ ห อาคาเน หนูรู้คะ” อะเธอรู้ด้วย

“สวนหนูชื่อ แบรีเบล ฟอน บายานเบิก คะยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” เธอพูด

“เอ๊ เผอแปบเดียวมีสาวที่ใหนมาจีบ หรือ ไปเล่นเพลงจีบใครอีกแล้วคะท่านผู้-บัน-ชา-การ” ซาก้า โผมาจากข้างหลังทักขึ้น ทั้ง 2 คนมองหน้ากันซักพักก็ยิมแปนแบบผมร้อน ๆ หนาว ๆ ก่อนสามัคคีหันมาทางผม

“อะไร หรือ ครับ” ผมถามทำตาแป๊ว ๆ ที่สุดเท่าทีเคยทำมา

“เจ้าชูคะ” ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน และปิดปากขำ

ไอผมนี่สิ ติดสตั้นไม่เข้าใจไปแล้ว แถมหล่อนเจ้าทั้ง 2 คน นี่สิไม่ยอมคิดจะอธิบายเลยด้วย

แถมตอนนี้พวกกองกำลังรอบตัวผม เลิมซุบซิบนินทาผมกันแล้วละ

“หึ้ม มีงานมีการอะไรทำก็รีบไปทำสิวะ ยืนดูกับซุบซิบนั้น งานแจกเสบียง กับ แจกยุทโธพากรเสร็จแล้วเหลาะ” ผมกลับมาอยู่ในมาสผู้บัญชาการ ไร่ไอพวกแอบซุบซิบนินทาระยะเผาขน ไปทำงานทำการของตน

“ครับท่าน” พวกมันรีบขานรับและรีบขนของในมือไปทันที

“เวลาท่านบัญชาการ แลดูดุ และหน้านับถือเหมือนเดิมนะคะ” ซาก้าพูด

“ไม่ชมครับ เดียวผมเหาะได้” ผมพูดติดตลก

“เห็นพี่สาวซาก้าบอกว่าพี่สอนเธอเล่นเปียนโน ใช้หรือเปล่าคะ สอนหนูด้วยสิคะ” แบรี่เบล พูดอ้อนผม

“ก..ก็ได้ครับ” ผมพูดเพราะไม่อยากขัดสายตาอ้อนนั้น

“555555+ แม่ทัพผู้ยิงใหญ่แพ้สาวอ้อนเนี้ยนะ” ซาก้าพูดทั้งทีขำอยู่

“นั้นสิครับ ผมก็พึ่งรู้” มีเสียงชายพูดขึ้นจากหลังพวกซากะและแบรี่เบล

“อาว แกรนเดีย นายมาตอนใหนเนี้ย” ซาก้าถามขึ้น

“มานานพอจะเห็นสาว ๆ รุมจีบท่านแม่ทัพเทวินทร์ละครับ” เขาพูด ว่าแต่นี่ผมโดนจีบอยู่เหลาะ ไม่ยักจะแน่ใจ

“สวัสดีครับ ผมแกรนเดีย ฟอน อัสเชิร์นแทรม ยินดีที่ได้รู้จักแม่ทัพผู้พิชิตทัพจักรวรรดิ” เขาพูด

“ผมเทวินทร์ ห อาคาเน เป็นผู้บันชาการกองกำลังป้องกันพิเศษประจำภาคพื้นต่างมิตินี้ครับ” ผมพูดพร้อมยื่นมือขวา

“นี่เป็นวิธีทักทายตามมารยาท ของโลกท่านสินะครับ” เขายื้นมือมาจับมือผม

“ใช่ครับ จับมือฉันมิตรสหาย เพราะมนุษย์ทุกคนทุกเผาพันธุ์ คือ เพื่อนร่วมโลก และ คือ พี่น้องร่วมเผาพันธุ์” ผมพูด

“เป็นแนวคิดที่แปลกดีนะครับ ไม่รู้สึกรังเกียจพวกคลึ่งสัตว์ หรือ พวกมนุษย์ต่างสีผิวบ่างเลยเหลาะครับ” เขาถาม

“การรังเกียจผู้ที่แตกต่างและปฏิเสธพวกเขาโดยมองแค่รูปลักษ์ คือ หนทางของผู้ไม่เจริญ พวกเราเป็นอรยชน พวกเรารู้ผิดชอบชั่วดี พวกเราเป็นผู้มีอรยธรรม ดังนั้นพวกเราจะไม่เหยียดสีผิว ไม่เหยียดชนชาติ และเราทุกเผาพันธุ์สมควนจะอยู่ร้วมกันให้ได้ ฉันมิตรสหาย และ พี่น้อง เพราะในท้ายทีสุดมนุษย์ทุกเผาพันธุ์ยอมมีจุดกำเนิดเดียวกัน และธรรมชาติ หรือ ผู้สร้างแล้วแต่ความเชื่อต่างให้ความรักแก่มนุษย์ทุกคนอย่างเสมอภาคกัน แมนคนตาบอด ก็ยังได้สัมผัสอื่นที่คนตาดีไม่มีวันได้แทนที่ สิ่งเหล่านี้ร้วนเป็นความรักอันเสมอภาคจากผู้สร้างอย่างไรเล่า” ผมพูด

“เหมือนฟังเทศนาธรรมเลย บวดไม้ท่าน” แกรนเดียแซวผม

“พูดงี้ รับกระสุนซักนัดไม้ละครับคุณแกรนเดีย” ผมพูดและทำหน้าโหด

“โหดจังครับ ทำไมกับสาว ๆ ไม่โหดแบบนี้บ่างละครับ ลำเอียงนะท่าน” เขายังคงแซวผมต่อไป

สรุปวันนี้ผมก็ต้องคุกคีทั้งเถียงกับแกรนเดีย ทั้งสอนสองสาวเล่นเพลง กลายเป็นว่า เกือบทุกวัน ไม่สภาก็สองสาว ตามติดด้วยแกรนเดีย และชายหนุ่มอีกคน คือ เมเดเซีย ชเทรนเบรด และบางทีก็มากันทั้งหมด เป็นอันว่า ผมไม่มีเวลาว่างนะครับ แต่ก็สนุกดี

 

3 เดือนต่อมา

“ครับผม ครับจะเครื่อนพลโดยด่วนครับ ครับรับรองเลยครับ ไม่นานเราจะช่วยกษัตริย์แห่งปอนเนียกลับไปครองราชที่ กรุงวาร์ชซาวา ได้แน่นอนครับ ครับจะตบไอ่พวกจักรวรรดิให้มันหายไปจากปอนเนียเลยครับ อะไรนะครับ อ่อ แน่นอนครับ เราจะคอยจับตามองแน่นอนครับ ทราบแล้วครับแคนี้นะครับ” ผมพูดผ่านสายโทรศัพก่อนวางหู และรีบเดินเข้าไปในเขตราชฐานซึ่งที่จริง ก็คือสวนที่เป็นทีพัคของท่านอธิการ ซึ่งใหญ่พอจะแบ่งมาเป็นสวนราชฐานได้

“หลบไปซะ เรามีเรื่องสำคัญจะหาลือกับองค์กษัตริย์ และท่านอธิการ” ผมพูดพร้อมสงสายตาข่มพวกทหารที่เฝ้าประตูชั้นนอก

“ท่านได้แจ้งร้วงหน้าหรือไม่ครับ ท่าไม่ได้แจ้งเราคงให้ท่านผ่านโดยทันทีไม่ได้นะครับ โปรดเข้าใจพวกผมด้วยนะครับ” พวกมันตอบแบบแทบน้ำตาใหล เพราะรู้ดีว่าท่าผมจะพังเข้าไปแค่สั่งก็พอแล้ว ในเมืองนี้ไม่มีใครต้านเราได้

“ต้องขอให้คนของเราเข้าไปทูนพระองคืก่อนนะขอรับ ได้โปรดอย่าลีบร้อน” เขาพูด

“ก็รีบสงไปสิ ผมไม่ได้ว่างยืนอยู่ทั้งวันนะครับ มันด่วนต้องรายงาน” ผมพูด

“ครับผม” มันรีบหันไปบอกเพื่อนมันข้างในให้วิ่งหน้าตั้งไปทูน

ไม่ถึงอึดใจ ผมก็ได้เข้าเฝ้าทันที ที่นั้นมีท่านอธิการและเสนาอมาตอื่น ๆ ลออยู่แล้ว

“มีอะไรสำคัญ หรือท่านเห็นบอกจะต้องบอกให้ได้” องค์กษัตริย์ตัดถาม

“มีคำสังลงมาถึงผม ให้คุมกองทัพไปพร้อมกับกองทัพปลดปล่อยปอนเนีย ทำการตีโอบร้อมพวกจักรวรรดิและยึดกรุงวาร์ชซาวา คืนสู่พระองค์ แต่ต้องหลังพระองค์ทรงเสร็จยอมรับข้อตกลงพันธมิตรและปักปันเขตแดนก่อนนะขอรับ ซึ่งเรื่องนี้จะมาพร้อมกับข้าหลวงใหญ่ หรืออีกในคือ เอกอัคราชทูต ที่เราจะสงมาประจำที่โรงเรียนหลวงแห่งนี้เป็นการรับประกันสถานะรัฐชาติของพวกท่านขอรับ” ผมพูด

“แปลว่า ในที่สุดทางท่านก็ตกลงจะเปิดสำพันธ์ทางการฑูตกับพวกเราแล้วสินะ พวกท่านจะรับรองความเป็นชาติของพวกเราแล้วสินะ และเรากำลังจะเป็นพันธมิตรกันแล้วสินะ” องค์กษัตริย์ทรงตรัสแบบตื่นเต่น และสายตาทุกคนที่นี่ดูตื่นเต่นไม่แพ้กันที่ในที่สุด ความสำพันของประเทศพวกเขากับสุวรรณภูมิอันศักดิ์สิทธิจะได้กระเตื้องซักที

“ซึ่งจะมาพร้อมกับกองกำลังป้องกันอาณาจักรที่จะมาช่วยคุ้มครองทีนี่แทนผมขอรับ ซึ่งในตอนนี้ผมขออนุญาติติดประกาศในโรงเรียนท่านนะขอรับท่านอธิการ” ผมพูด

“ประกาศเรื่องอะไรหรือ?” ท่านอธิการถาม

“เรื่องผมจะรับสมักนักศึกษาของท่านเข้าประจำการในกองพลวายุ ครับเป็นกองพลที่จะถูกฝึกให้เป็นกองกำลังป้องกันเมืองต่าง ๆ และเรียนรู้ที่จะใช้อาวุธของเรา ที่สำคัญเมื่อประจำการแล้ว จะได้สันชาติสุวรรณภูมิ ได้เงินเดือนและสวัสดิการทุกอย่างเหมือนชาวสุวรรณภูมิทุกประการครับ รวมถึงจะได้รับความยุติธรรมจากศาลของสุวรรณภูมิเวลามีคดีความด้วย กล่าวคือเป็นคนในสังกัตของเรานั้นเอง และมีสิทธิจะได้เรียนและศึกษาในระบบการศึกษาของเราอีกด้วยนะครับ” ผมพูด

“ฮะ” ตอนนี้ทุกคนกำลังอึ่ง

“แบบนี้เท่ากับท่านจะรับสมัคคนของเราเข้าเป็นคนของท่าน?” องค์กษัติริย์ตรัสถาม

“ไม่เชิง เพราะพวกเขาจะมีสองสัญชาติ คือ สัญชาติดังเดิมของตน และ สัญชาติใหม่ คือ สัญชาติสุวรรณภูมิ” ผมตอบ

“ผมอนุญาติ” ท่านอธิการพูด

“ท่านอธิการนี่ท่าน” กษัตริย์แห่งปอนเนียทรงตรัสด้วยอารมหงุดหงิด

“ทรงกลัวปัญหาว่าจะควบคุมมิได้และเวลาเกิดอะไรขึ้นคนพวกนี้จะหนีมาพึงพวกกระหมอม ทรงไม่ไว้ใจระบบยุติธรรมประเทศของกระหมอม หรือ ทรงกลัวสิ่งใด” ผมถามตรง ๆ แถมกดดันด้วย

....

เงียบไปเลยไม่มีใครกล้าตอบ ก็แน่สิพวกนี้มันกลัวเรืองภาษีที่มันจะได้กิน ทั้งยังกลัวเรืองเราจะใช้หาเรื่องให้ยกเลิกระบบทาส กลัวไปทุกอย่าง สำหรับสิ่งใหม่ ๆ

“งั้นกระหมอมขอตัว” ผมพูด

และเดินออกไปสั่งให้คนของผมติดประกาศ

ซึ่งตอนนี้มีนักเรียนสายวิชาการทหารและสายอื่น ๆ ของที่นี่แหกันมาลงสมักกันครับคลั่ง

และพอรู้ว่าผู้หญิงก็สมักได้ ซาก้าก็มาสมักคนแรกเลย สวนแบรี่เบล ขอสมักเป็นหน่วยเสบียง  ซึงผมก็ยอมแบบเสียมิได้

พอทั้งสองคนสมักทางกองกำลังก็จับบังคับให้มาอยู่ในสังกัตของผมหมดเลย ทั้งซาก้า แบรีเบล แกรนเดีย เมเดเซีย และเหล่าพลพรรคสภากลางที่อยากเรียนรู้วิทยาการของพวกผม

“ขอบออกว่าไม่ปรานีในการสอนนรกนี่นะครับ” ผมพูดแล้วยิ้ม และเลิมสั่งให้วิงรอบสนาม

และการฝึกนรกแบบที่หน่วยอื่นรับรองไม่ได้เจอแน่นอน แต่รับรองได้ไม่ระเมิดสิทธิมนุษยชน และเคารพกฏบัตรสหประชาชาติ

“อากกกกกก ทำไมคุณท่านโหดจังฟะ นึกว่ามาอยู่ใต้สังกัตคนรู้จักจะสบาย” เจ้าประธานตะโกนขึ้น

“อย่าบ่น เดียวยังมีวิชาการด้านอื่นลออยู่หลังฝึกร่างกายเสร็จ และยินดีด้วยทุกคนที่ฝึกกับผมจะเป็นหน่วยพิเศษเลยละเรียกว่า ไม่ใช่อยู่รักษาเมืองแต่จะติดตามผมไปทุกสมอรภูมิเลยละ” ผมพูด

ตอนนี้พวกเขาอึ่ง และตามด้วยเสียงตกใจลั่น

“หาหาหาหาหาหาหาหา” 5555+ มันชังตลกดีจัง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

13 ความคิดเห็น