Wissenschaft und Magick: Angriff des Reich!!![วิทยาศาสตร์ และ เวทมนตร์: การโจมตีของอาณาจักร]

ตอนที่ 17 : กองกำลังเสริมและยุทธพัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ก.ค. 60

“ผู้บันชาการ ไม่อยากขัดเวลาจีบสาวหลอกนะครับ แต่ตอนนี้พวกจักรวรรดิมันกลับมาอีกระลอกแล้วครับ แถมตอนนี้กำแพงชั้นนอกเรายังติดตั้ง แนวป้องกันไม่เสร็จซะด้วยนะท่าน” พลกองกำลัง คนหนึ่งวิ่งเข้ามาตบเท้าชูแขนขวาและพูดกับผมเป็นภาษาไทย

“ให้กองพลราบ เป็นทัพหน้า ข้อย ๆ ไปท่ากำแพงนอกแตก การรบจะเป็นสงครามในเมือง ดังนั้นให้พลราบอีก 100 คนทำหน้าที่ไปช่วยอพยพผู้คน ที่เหลือให้ไปป้องกันปืนใหญ่ ที่จะขนไปตั้งแนวรบบนกำแพงชั้นนอก ให้พลเกราะ คอยซัพผอดพลราบอยู่ข้างหลัง” ผมสั่งเป็นภาษาไทย

“ครับท่าน” เขาตบเท้าชูแขนขวาและรีบเดินออกไป

“เออ คนที่นี้ฟังภาษาบ้านท่านไม่ออกนะครับ ช่วยอธิบายหน่อยเกิดอะไรขึ้น” ประธานนักเรียนมาเดนคอฟเอ้ย ทักผมพร้อมกับชี้ให้ผมมองใบหน้า งง งันของทุกคนในนี้

“ไม่มีเวลา งง แล้ว ตอนนี้พวกจักรวรรดิเดรฉาน นั้นมันบุกมาอีกแล้วนะสิ เป็นทัพใหญ่ด้วย แถมแนวป้องกันกำแพงชั้นนอกก็ไม่มี อาจเกิดสงครามในเมืองท่ากำแพงนอกแตก ไปเตียมตัวและอพยพประชาชนเร็ว” ผมพูด และรีบเดินออกไป ซึ่งพวกสภานักเรียนก็หน้าตื่นวิ่งตามออกไป

 

ณ กำแพงชั้นนอกทางตะวันตกของโรงเรียนหลวง

ตู้มมมม โค้มมมมม เสียงลูกหินจำนวนมากพุ่งชนกำแพง จนเกิดการพังจากด้านบน และตามด้วยเสียงประตูเมืองพังลงมา

“เรามาช้าไปแฮะ พลราบทุกนาย หาที่กำบังและยิงใส่พวกมันไม่ต้องยั้งงง” ผมสั่งพร้อมกับเอาแบตเตอร์รี่ พลังงานที่ถูกสร้างขึ้นมาให้คร้ายแม็กกระซีนเสียบไปแทนการบรรจุกระสุน และเริมยิงใส่พวกจักรวรรดิที่เริมโผ่หัวเข้ามาจากช่องว่างของกำแพง

ปั้งงงง เสียงพันเซอร์เชรค พุ่งไปหลอมละลายพวกทหารจักรวรรดิ และรถพังประตูที่ยังไม่ได้เครื่อนที่ไปใหน

“พลธนูเข้าไปหลบในบ้าน” เสียงข้าศึกให้พลธนูวิ่งไปหลบในบ้าน และยิงธนูมาทางพวกเรา

“เอาพันเซอร์เชรคยิงใส่อาคารที่พลธนูข้าศึกซุ่มอยู่” ผมหันไปสั่ง

ปั้งงงงงงงงง ตู้มมมมมม ตู้มมมมมมมมมมมม

เสียงพันเซอร์เชรคกระทบกับอาคารบ้านเรือนที่ข้าศึกเข้าไปใช้เป็นปราการ ถล่มลงมา

อากกกกกกกกกกกกกกกกก เสียงข้าศึกบนพื้นและถนน แถวที่ข้าศึกอยู่โดนอาคารหลนลงมาทับบ่าง บ่างคนก็โดนเสดหิน เสดหลนใส่ บาดเจ็บ บางพวกก็แค่ล้มลงตามแลงสันสะเทือนเกิดฝุ่นครุ้งไปทั่ว

“ฆ่าพวกมันให้หมด ฆ่าให้หมด” ผมนำพลกองกำลังเข้าไป ในฝุ่นควัญ หลังจากนั้นก็ตามด้วยเสียง ปืนดังสนั่น ไปทุกด้าน

ผมยิงข้าศึกที่ไมทันตั้งตัวในหมอกฟัน ทั้งที่ล้มอยู่ หรือ ยืนอยู่แบบไม่ยั้ง

“ตั้งโล้ขึ้นจัดขบวนแนวป้องกัน” เสียงข้าศึกเลิมตั้งโล้ขึ้นเอาหอกพาดละหว่างช้องว่าง

ตอนนี้ฟันเริมจ้างแล้วพอเห็นโล้ที่ตั้งขึ้นแบบลาง ๆ

แก๊ก เป๊งง ผมแกะสลักละเบิด เหวี่ยงไปกลางดงข้าศึก

ตู้มมมมมมมมมม อากกกกกกกกกกกกกกกก

เสียงระเบิดและข้าศึกที่ตั้งโล้อยู่ตรงจุดที่ผมเหวี่ยงระเบิดไป โดนระเบิดกระจุยกระจาย และตอนนี้ฟันฝุ่นหายไปหมดแล้ว

แต่เสียงปืนยังกระหน่ำยิงทะลุโล้ข้าศึก ดับไปตาม ๆ กัน

“อาวุธข้าศึกทะลุโล้ได้ ทิ้งโล้เข้าประชิดเลย” เสียงสั่งจากคนที่ใส่ชุดเกราะบนหลังม้า สั่งให้ข้าศึกถาโถมมาหาเรา

ฟิ้ววววววววววว ตุ้มมมมมมมมม อากกกกกกกกกกก

เสียงกระสุนจากรถต่อสู้มีเกราะ อัดแนวบุกข้าศึกกระจุยกระจาย และขับผ่านหน้าผมไป เพื่อเป็นแนวหน้ายิงปืนกลรถใส่ข้าศึกที่เป็นมนุษย์ และยิงปืนใหญ่รถใส่พวกยักษ์ และ ออค

“ติดมีดปรายปืน และวิงไปประชิดฆ่าพวกมัน ให้หมด” ผมสั่ง พร้อมกับหยิบแท่งสีเหลียมขึ้นมาหมุนติดปรายปืน เมื่อติดเสร็จ ก็มีแสงยืนออกมาจากแท่งสีเหลียมกลายเป็นมีดแสง

ยิงแสกหน้าพลหอกที่จะเข้ามาแทงผม และแทงมีดปรายปืนใส่ พลดาบที่จะเข้ามาฟันผม

ฟิ้ววววววววววววววววว ตู้มมมม ตู้มมมมมมม ตู้มมมมมมมมมมม

เสียงหวีดหวิวจากปืนใหญ่บนกำแพงชั้นใน ลงกระทบบนพื้นและอาคารต่าง ๆ ที่อยู่ในแนวของข้าศึก

สร้างเสียงโหยหวน

“ถอยยยยย” เสียงข้าศึกเริมถอยออกจากเมืองง

“ตามไปฆ่าให้หมดดดดดดดดดดด ชัยโยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” ผมตะโกนและวิงตามหลังไป

“ชัยโยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” เสียงโหร้องก้องกังวานดังสนันเมือง

 

ทางด้าน ประธานนักเรียน ที่คุมทัพตามหลังกองกำลังป้องกัน

ผมมองดู กองทหารนับพัน ที่มีทั้งทหารราบพร้อมอาวุธทรงพลังในมือที่ปล่อยแสงได้ แถมมันยังยิงทะลุโลได้อีกด้วย พร้อมกับพาหนะที่ปล่อยแสงออกมาจากปากทรงกลมของมัน แต่ละทีทำลายกำแพงบ้านเรือนให้พังลงได้ และตอนนี้ทั้งสองสิ่งกำลังวิ่งไร่ตาม กองทหารนับล้านนับแสนของจักรวรรดิที่กำลังถอยหนี พร้อมกับเสียงอาวุธของพวกเขากองกังวานตรอดเวลา

“นี้นะหรือวิธีการรบของอีกโลกดุดัน ลทรงพลัง เด็จขาดไร้ปราณี” เจ้าฟรานเซพูด

“ใช่ โดยเฉพาะเสียงโหร้องอันฮึกเหิมกองเมืองเมื่อตะกี้ เหมือนจะยิ่งทำให้พวกเขาดูมีพลังมากขึ้น ดูอาวุธแทงยาว ๆ กลมใหญ่นั้นสิ มันยิงทีเดียวพวกยักษ์ ถึงกับขาดแหว่งไปข้างเลย และดูทหารข้าศึกทีฝางทางพาหนะนั้นสิเละยังกะยุงโดนตบ ดูสิพวกเขาไม่ไว้ชีวิตใครเลย แมนแต่พวกทหารข้าศึกที่สู้ไม่ได้แล้วพวกเขาก็สามารถฆ่าได้อย่างไร้ปรานี” ข้าพูดขึ้น

“ข้ารู้ศึกดีใจก็คราวนี้ระที่เป็นพันธมิตรมิใช้ศัตรู” เสียงมาจากข้างหลัง เมือผมหันไปมอง ผมแทบจะทำความเคารพไม่ทัน องค์ราชาพร้อมด้วยท่านอธิการ เสด็จมาเองถึงสนามรบ

“ดูเหมือนสงครามตรงนี้จะจบแล้วละนะ” อธิการพูด เมื่อผมหันไปมองทางแนวรบ

พบท่านเทวินทร์ยืน อยู่สังอะไรที่ฟังไม่ค้อยออก แต่ทหารของเขาเริมจับพวกเชลยศึก คือ ทหารของจักรวรรดิที่ทิ้งอาวุธยอมแพ้แล้ว ไปรวม ๆ กันอยู่มุมกำแพงเมือง เลยมากกว่าพันคน

“จับได้เยาะขนาดนั้นเลยหรือนี่ คงเกรงแสงยานุภาพจนทิ้งอาวุธกันหมดเลย” องค์ราชาทรงตรัส

“พวกท่านมีความคิดยังไงกับเชลยพวกนี้” ท่านเทวินทร์เดินมาถามพวกผม

“ก็จับไปไว้ในคุกของเราดีหรือไม่ท่าน” ผมเสนอ

“คุกคงขังไม่พอ ปล่อยกลับไปคงไม่ได้ เอาไปใช้แรงงานทาสแล้วกัน หรือจะเอาไปเรียกค้าไถดี” องค์ราชาทรงตรัส

“ผิดแล้วกระหมอม เชลย คือ ตัวถ่วงกองทัพ และแรงงานทาส คือ ตัวถ่วงการพัฒนาของบ้านเมือง” ท่านเทวินทร์บังอาจพูด สังสอนองค์ราชา จนบรรดานายทหาร และขุนนางผู้ภัคดี โมดหแทบเข้าไปประหารเจ้าคนบังอาจแต่ติดว่า กลัวจะมีชะตากรรมแบบพวกทหารจักรวรรดิ

“เฟรมเมนโทเวอร์ เผาได้” ท่านเทวินทร์หันไปสั่งอะไรบางอย่าง และทหารของเขาที่ แบกถังเหล็กรูปทรงแปลกตาบนหลังเดินเข้าไปตรงหน้าพวกเชลย และทำสิ่งที่พวกเรา และนักเรียนที่ดูอยู่จากกำแพงชั้นในแทบจะปิดตาไม่ทัน แมนแต่พวกทหารกองทัพปลดปล่อยปอนเนียเอง ยังต้องหันหน้าไปทางอื่น

อากกกกกกกกกกก เสียงเหล่าเชลยนับพันดินทุรนทุราย เพราะถูกไฟครอกไปทั้งตัว

“ทางนี้มีอีก 5 คนครับ” เสียงตะโกนจากทหารของท่านเทวินทร์ กลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากบ้านหลังหนึ่งพร้อมดัน พวกทหารจักรวรรดิจำนวน 5 คนไปชนกำแพง และท่านเทวินทร์ให้สัญญานบางอย่างพวก ทหารของท่านที่คุมตัวพวกมันอยู่ก็เอาอาวุธ ของเขาปล่อยแสงใส่ขาพวกมันจนลงไปนอนควนคางทีพื้น

“เอาโมนาทอร์กเผาพวกมัน” เสียงท่านเทวินทร์พูด พร้อมกับทหารของเขา หยิบขวดแก้วขึ้นมาและจุดไปเควี่ยงไปทางพวกมัน เกิดไฟรุกท่วมตัวพวกมันดินทุรนทุรายไม่ต่างจากพวกเมื่อตะกี้

ตอนนี้ไม่มีเชลยศึกเหลือแล้วพวกมันโดนเผาทั้งเป็นสินแล้ว แต่ในตอนนี้เป็นพวกเราทุกคนที่เริมพูดอะไรไม่ออก

“เลือดเย็นยิ่งนัก” องค์ราชาทรงตรัส

“นึกถึงที่พวกมันทำกับประชาชนของพระองค์ ให้ทุกคนนึกถึงครอบครัวของใครหลายคนที่เด็กชายถูกฆ่าอย่างทารุน เด็กหญิงถูกรุมโทรม คนท้องถูกทารุณกรรม ครอบครัวต้องพัดพราก ผู้บริสุดและคนจำนวนมากถูกกดให้เป็นทาส และถูกปฏิบัติเหมือนสัตว์เดรฉาน เพราะฉะนั้นจงปฏิบัติกับไอ่พวกทหารวิปริษของจักรวรรดิ ไอ่พวกเดรฉานพวกนี้เหมือนที่มันทำกับพวกเรา ฆ่าพวกมันเสมือนฆ่าหนูสกปรก หรือ แมลงสาปที่เข้ามารุกรานทำรายบ้านของเรา” ท่านเทวินทร์พูด

“ข้างนอกนั้นอีกนับล้าน ไปฆ่าพวกมันกันเถาะ กำจัดภัยของลูกหลานพวกท่าน และภัยของแดนบ้านเกิดของพวกเรา” ท่านเทวินทร์ตะโกนและวิ่งผ่านซากำแพงออกไป

“เพื่อแดนบิดาของเรา ชัยโยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” เสียงโห่ร้องของกองทัพใต้บัญชาท่านเทวินทร์ วิงตามออกไป  

“เออ ใช่ พวกมันไม่เคยปรานีเรา เราก็ไม่ต้องปรานีมัน” เสียงคนในกองทัพพวกเราพูดขึ้นและมีคนเห็นด้วยจำนวนมาก ก่อนวิ่งตามทหารของท่านเทวินทร์ออกไป

“เขาพูดถูก เราเป็นราชาเราจะใจอ่อนไม่ได้ เพื่อประชาชนของเรา” องค์กษัตริย์ตรงตรัสและชูดาบขึ้น

“ตามสหายจากต่างมิติของเราไปและนำชัยมาสู่บ้านของเรา” ทรงตรัส และตะบึ่งม้าตามออกไปพร้อมกองทัพของพระองค์

 

อีกด้าน

ปั้งง ปั้งงง ปั้งงง ตู้มมมม ตู้มมมมม ตู้มมมมมมมม

เสียงกระสุนสาระพัดขนาดกระหน่ำใส่พวกข้าศึกที่ดาหน้าเข้ามาประชิดกำแพง

แก๊กก เฮ้ยยย กระสุนหมด

ผมเอามือไปควานหาแบ๊ดแบบแม๊กกาซีน พบว่ามันหมดแล้ว

“ใครมีแบ๊ดเหลือบ่าง” ผมตะโกนถาม

“ทางผมเหลืออันสุดท้ายแล้วท่าน” พลกองกำลังคนหนึ่งกล่าว

และคนอื่น ๆ ก็บอกทำนองเดียวกัน

“สหายเกิดอะไรขึ้นกับอาวุธท่านหรือ” องค์ราชาทรงเดินมาถามผม

“กระสุนหมด และตัวบรรจุพลังงานสำหรับอาวุธกระหม่อม หมดแล้วขอรับ” ผมหันไปพูด

“หมายความว่า?” ทรงถามด้วยหน้าไม่เข้าใจนัก

“หมายความว่าตอนนี้อาวุธกระหม่อมใช้การไม่ได้ชั่วคราว” ผมตอบ

ทรงทำตาโตและถามว่า “แล้วจะใช้ได้อีกเมื่อไหล่”

“เมื่อกองกำลังหลักส่งยุโธพากร มาถึงพร้อมกำลังเสริมขอรับ” ผมพูด

“แล้วมันอีกนานไหม?” ทรงถามอย่างกังวน

ซึ่งสีหน้าพวกคนทีตามหลังมาไม่ต่างกัน เพราะอาวุธของพวกผม เป็นตัวตัดสินสงคราม

“อาจจะเดียวนี้ หรือ อาจจะอีกนานจนไม่อาจคาดได้ขอรับ” ผมตอบ

ตอนนี้ปืนใหญ่เหมือนจะหมดกระสุนแล้วเช่นกัน กองกำลังของผมไม่เหลือกระสุนแล้ว

แต่ข้าศึกนับล้านกำลังจะถาโถมเข้ามา

“แย่แน่ ๆ แบบนี้” ท่านอธิการพูดแบบหน้าเครียด

 

ฟิ้วววววววว บึ้มมมมมมมมมมม

เหมือนจะยังไม่ถึงคราวตาย มีเรืออากาศ สามลำบินมาทิ้งระเบิดเพริงใส่ข้าศึกเพียง ลูกเดียวทัพนับล้านก็ถูกเผาเป็นเท่าถ่าน

“กองทัพเสริมมาแล้วขอรับ” ผมพุด

ไม่นานพลล้ม และกองพลเกราะ ทั้งรถจรวด ปืนใหญ่ และยุทธพัน ก็กางล้มชูชีพลงมาจากฟากฟ้า

ทรามกลางความตืนตาตื่นใจจากพวกนักเรียน และ กองทัพปลดปล่อยปอนเนีย

“สุดยอดดดดดดดดดด ลงมาจากฟากฟ้าได้ด้วย” เสียงอึ่งของท่านประธานนักเรียน ศึกนี้เรามีชัยแล้ว

“เราชนะแล้ววววว อีกคลั้งที่เราผ่านอันตรายมาได้ และนำชัยมาสู่แดนบ้านของเรา ชัยโยยยยยยยยย” ผมหยิบธงทอง-ขาว-แดง ขึ้นไปโบกสบัด และประกาศบนรถต่อสู้มีเกราะ

“ชัยโยยยยยยยยยยย” เสียงดหร้องจากกองกำลังดังก้องกังวานอีกครั้ง


********************************************************************************************************

หึหึหึ มีคนขอให้มีฉากรักบ่างตอนที่แล้วจัดให้ ช่วงนี้ผมเลยต้องแต่งแบบระวังขึ้นอีกแล้ว เดียวจะเผอปิดทางปลาไหลของผมเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

13 ความคิดเห็น