Wissenschaft und Magick: Angriff des Reich!!![วิทยาศาสตร์ และ เวทมนตร์: การโจมตีของอาณาจักร]

ตอนที่ 14 : ปักธงชัย ณ แดนเหนือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ก.ค. 60

“เอาพันเซอร์เชรคยิงถล่มกำแพงเลย” ผมหันไปสั่งพลกองกำลัง

ฟิ้วววววว ตู้มมมมม เสียงกำแพงโดนหัวรบพลังแสงยิงใส่ระรายและถล่มลงมาเปิดทางให้กองกำลังของผมและของท่านโรมเมลบุกเข้าสู่ราชวัง

“ฆ่าให้หมด” ผมสั่งและยิงใส่ทหารข้าศึกที่นอนดิ้นอยู่ที่พื้น

“ท่านเจ้านั้นคงรุกมาสู้ไม่ได้แล้วระ ไปยิงทำไม” ท่านโรมเมลถาม

“ทำกับมันเหมือนมันทำกับทาสและประชาชนของเราท่าน อย่าไปปรานีพวกมัน” ผมพูดกับท่านลูกหลานวีรบุรุษ

“ยิงอัดพวกบนกำแพงให้ร่วงเลย” ผมสั่งอีก

“บนราชวังค์มีพลธนูกำลังง้างสอนพลทหารยิงใส่พวกมัน” ท่านโรมเมลหันไปสั่งทหารเยอรมันให้ยิงหัวจรวดใส่พวกพลธนูบนระเบียงราชวังค์

“พังประตู และ หน้าต่างเข้าไป” ผมสั่งให้พลกองกำลังทำรายหน้าต่างและประตูต่าง ๆ เพื่อเข้าไปในปราสาท

เมือพวกผมวิงมาถึงโถงทางเดินพบข้าศึกวิงลงมาจากบันไดปราสาททั้งสองข้าง

“ปืนกลหนักยิง” ทหารเยอรมันตั้งปืนกลหนักยิงถล่มใส่พวกมัน

ปั้ง ปั้ง ปั้ง ปั้งง กองกำลังป้องกันเริมยิงใส่พวกพลธนูตามระเบียงทางเดินและกองกำลังอีกสวนเริมบุกเข้าไปตามห้องต่าง ๆ

ปั้งงง พลกำลังไม่ไว้ชีวิตใครยิงใส่หัวพวกทหารข้าศึกที่บาดเจ็บตามพื้น

“ท่านแบบนี้มันฆาตกรรมชัด ๆ ผมไม่เห็นด้วยเลย” ท่านโรมเมลพูด

“ผมเข้าใจครับ แต่ผมไม่อาจไว้ชีวิตพวกระยำนี้ได้” ผมพูด

“ท่านครับมาดูทางนี้สิ” มีพลทหารเยอรมันคนหนึ่งเรียกเราให้เข้าไปดูห้อง ๆ หนึ่ง

เราเข้าไปพบพวกทหารข้าศึกทิ้งอาวุธ เป็นเชลยอยู่ และพบศพของพวกเผาคลึ่งสัตว์ นอนแก้ผ้าจมกองเลือดด้วยหน้าตาทรมานสุดขีด

หูพวกเขาถูกตัด บางคนอนาจกว่านั้น ในช้องคอดมีน้ำขาว ๆ ไหลเต็มไปหมดบงบอกว่าถูกรุมโทรมมา

แต่ระศพดุไม่ได้

“นี้มันอะไรกัน” ท่านโรมเมลเดินเข้าไปเอาสันปืนกระแทกหน้าเชลยข้าศึกและเค้นคอหาความจริง

จนพวกมันยอมพูดว่าเป็นฝีมือพวกทหารราชองค์รัก ซึ่งกำลังจะหนีแต่หนีไม่ได้เพราะทุกทางเข้าออกเราได้ปิดกันไปหมดแล้ว และยังบอกอีกว่าในคุกใต้ดินมีอีกหลายคนหลายเผ่า

“ไอ่สาระเลว อาเลค รามาโนฟ” ท่านโรมเมลพูด

“ไปฆ่าพวกมันกันเถาะท่าน” ผมชวน

“ฆ่าพวกมันให้หมดต่อแต่นี้ไม่ต้องไปปรานี้พวกมันต่อให้นอนดินอ้อนวอนก็เผามันไปได้เลย” ท่านโรมเมลสั่งเสียงดังและให้กระจายคำสั่งออกไปพร้อมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ

“ผมเข้าใจท่านแล้วไปจับไอสารเลวนั้นมารับกรรมกันเถาะ” เขาหันมาชวนผม

 

อีกด้าน

“อะไรนะแมนแต่ทางรับปราสาทพวกมันก็เข้ามาค้นได้เหลาะ” ข้าพูดแบบตะลึง

“ใช่ครับพวกมันค้นทุกซอกจริง ๆ พวกเราที่พยายามหนี้ถูกฆ่าตายเลียบขอรับ” ทหารองค์รักษ์รายงาน

“แถมพวกเราที่หนีไปได้พบว่าไม่รอด จนต้องหนีกลับมา เพราะมีข้าศึกอยู่รอบเมืองเลยครับ” อีกคนพูด

“ท่านครับข้าศึกกำลังจะมาถึงบนยอดปราสาทนี้แล้วครับ” อีกคนเข้ามารายงาน

อากกกกกกกกก เสียงร้องโหยหวนของทหารจากข้างร่างถูกข้าศึกเผา

 

กลับมาอีกด้าน

“บุกเข้าไปขึ้นไปยอดปราสาทไอ่สาระเลวอยู่ที่ห้องนั้น” ผมหันไปสั่งให้กองกำลังของผมถาโถมขึ้นไป

“เอาฟาร์มเมนโทเวอร์ เผาพวกมัน” ผมสั่งพร้อมกับพลเครื่องพ่นไปวิ่งไปปล่อยไฟเผาพวกราชองค์รักษ์ที่วิ่งจะมาฟัน

ปั้งง ปั้งงง ปั้งงง เสียงสาระพัดปืนโหมกระหน่ำใส่ จนเราวิ่งขึ้นมาถึงห้องบนสุดยอดปราสาท

พบเจ้าองค์ชายวิปริษและองคืรักษ์ของมัน

“ยิงขาพวกมันให้หมดเหลือไอสาระเลวนั้นไว้ก็พอ” ผมพูดและยิงใส่ข้าพวกองค์รักษ์ให้ล้มลง

“ไอ่สาระเลวอเลก มึงจบแล้ว” ผมพูด

“ยังหลอกกก” เจ้าหน้าโง่หันคมดาบวิ่งมาหาผม

ปั้งงง อากกกกก

ผมยิงใส่มือมันจนมือขาดไม่อาจจับดาบได้ และผมเดินเข้าไปหา

“เตียมไปขึ้นศาลได้เลยไอ่ชาติชั่ว” ผมพูดและสันปืนทุบหน้ามันจนแหกไปทีนึ่งกอนสั่งให้พลกองกำลังรากขามันลงไป

“เอางกับพวกองค์รักษ์สวะพวกนี้ดี” ท่านโรมเมลหันมาถาม

“ยิงทิ้งเลยใหม?” เขาถามกลับ

“ง่ายไป” ผมพูด

“งั้นเอาไปเค้นคอก่อนค้อยฆ่า” เขาตอบผม

“ก็ดีนะครับ” ผมตอบ

 

และผมกับท่านโรมเมลก็เดินมายังดาดฟ้าของปราสาทที่ธงมงกุฏราชกุมารของไอ่พวกสวะรามาโนฟ ยังสบัดอยู้

“เอาเครื่อนพ่นไฟเผาธงมันเลย” ผมสั่ง

แต่ช้าไปท่านโรมเมลเอาปืนยิงด้วยความแม่นตัดขั่วที่มัดอยู่ด้านบนของธงจนธงตกลงมาสู่ฟืนดิน

“ไปปักธงกันเถาะ” เขาหันมาชวน

“ว่าจะเผาธงนั้นซะหน่อย” ผมพูด

และพวกเราก็เดินเข้าไปปักธงชาติทั้ง 2 ประเทศข้าง ๆ เสาธง

 

“เอกธรรม ยุติธรรม เสรีธรรม
เพื่อแดนบิดาเยอรมัน
ขอให้เราทุกคนจงมุ่งมัน
ภรดรธรรม ด้วยมือและใจ
เอกธรรม ยุติธรรม เสรีธรรม
เป็นประกันความสงบสุข
เจริญในความสุขอันรุ่งโรจนี้
จงเจริญ แดนบิดาเยอรมัน
เจริญในความสุขอันรุ่งโรจนี้
จงเจริญ แดนบิดาเยอรมัน

เสียงทหารเยอรมันร้องเพลงสดุดีประเทศชาติของชาวเยอรมัน

“ที่นี้ประเทศของเรา
เป็นแดนแห่งเสรีภาพ
และปวงประชา
เป็นแดนแห่งชัยชนะ
ความสุข และ เกียรติยศ
ดำลงสิทธิ์มนุษย์ชน
ยืนยงหมื่นปี
(ทำนอง
heil dir im siegerkranz)

โปรดรุกขึ้นมาจากกองซากเถิด
มีวันใหม่ลอคอยเราอยู่
จงศรัทธาในแดนบ้านเกิดเถิด
ว่าจะพบสิ่งที่ดีกว่า
อดีดต้องจบสิ้นลงไป
อนาคตต้องเลิ้มต้นขึ้น
เราจะทำให้สำเร็จให้จงได้
เพื่ออนาคตที่รุ่งเรือง
ส่องสว่างเหนือแดนไท
ส่องสว่างเหนือแดนไท
(ทำนอง
Auferstanden aus Ruinen)

เราขออุทิศกายใจ
มอบให้บ้านเกิดเราและ
ประชาธิปไตย
อีกรัฐธรรมนูญ
ความสุขของปวงประชา
เราขอสดุดีให้ท่าน
ยืนยงหมื่นปี
อีกรัฐธรรมนูญ
ความสุขของปวงประชา
เราขอสดุดีให้ท่าน
ยืนยงหมื่นปี
(ทำนอง heil dir im siegerkranz)

กองกำลังของผมจึงขับขานเพลงสดุดีสหภาพสุวรรณภูมิอันศักดิ์สิทธิ์ และสหพันธรัฐสุวรรณภูมิอันศักดิ์สิทธิ์แห่งชนชาติไท ขึ้นในรูปแบบทำนองมาร์ช เหมือนเพลง Preußenmarsch แต่เปลี่ยนท้อนกลางจาก Preußenlied เป็น Auferstanden aus Ruinen เท่านั้นเอง

 

“เล่นก็อปทำนองไปดื่อ ๆ เลยหรือนี้” ท่านโรนเมลพูดแบบขำ ๆ

“ก็เพลงมันเพาะ” ผมก็ตอบที่เล่นทีจริงกลับ

“เป็นศึกที่ดี ยินดีที่ได้รวมรบด้วยกัน” ผมหันไปจับมือ

“เช่นกัน หวังว่าครั้งหน้าเราจะได้รบด้วยกันอีกนะ” เขาพูด

“จนกว่าจะถึงวันนั้น ขอพระเจ้าอวยพรท่านและคุ้มครองท่านให้ปรอดภัย” ผมอวยพร

“ขอพระเจ้าคุ้มครองและอวยพรท่านเช่นกัน” เขาอวยพรผมกลับ

 

หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายปล่อยให้กองกำลังหลักของทั้งสองประเทศเข้าควบคุมสถันการ

และในวันรุ่งขึ้นศาลยุติธรรมของจตุภาคีได้รับการจัดตั้งขึ้น เพื่อพิจารณาโทษไอ่สาระเลวชาติชั่วอเล็ก ซึ่งศาลตัดสิ้นประหารด้วยการให้แยกแขนขาด้วยรถยนต์และแขวนขาห้อยประจานกลางเมืองให้มันทรมานจนสิ้นใจไปเอง พร้อมกลับหลักฐานประจานความผิดเป็นภาษาที่นี่ พร้อมทั้งที่นี่ได้รับการปลดปล่อยไม่มีทาสอีกต่อไป พ่อค้าทาสถูกจับมาประหารเรียบ

จบไปอีกหนึ่งสงคราม จักรวรรดิไก้ลพินาจไปอีกก้าว ไม่นานเราคงยึดได้ทั้งหมด

********************************************************************************************************

ทำไมพวกจักรวรรดิแมงอ่อนจังฟะ นักเวทก็ใช้สร้างบาเรียจนหมดหลังแทนที่จะเอามาอันเชินอะไรดี ๆ มาสู้ สงใสมงกุฏราชกุมารหืนกามนี้คง ปญอ. จริง ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

13 ความคิดเห็น