Wissenschaft und Magick: Angriff des Reich!!![วิทยาศาสตร์ และ เวทมนตร์: การโจมตีของอาณาจักร]

ตอนที่ 11 : วีรบุรุษแห่งอุนคาเนียบูรภา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ก.ค. 60

“ชื่ออะไร” พลทหารข้าศึกที่นังอยู่บนโตะ ถามข้าขึ้น

“เคมาน ดาโลนอฟ ฟาน ซิวิรอฟ” ข้าพูดชื่อตัวเองออกไป

เข้าทำทาจดซักพัก และสั่งให้ข้าไปยืน ตรงที่มีภาพเป็นเส้นขีดตรงและมีรอยขีดพราด พอผมเข้าไป ก็มีแสงจากเครื่องมืออะไรซักอย่างของพวกทหารข้าศึก ขนะที่ทหารที่สั่งให้ข้ามายืนหันไปกดเจ้าสีเหลี่ยมตามองเจ้าสีเหลียมมีแสงออกมานั้นไม่นาน เขาก็เอาเจ้าสิ่งแขง ๆ สีเหลียมมีอักษรภาษาของเขา และ โอ พระเจ้านั้นมันผมนิเป็นภาพเหมือนที่เหมือนมาก

“นี้คือบัตรประจำตัวคุณห้ามหาย มันจะรับรองสถานะเชลยศึกของคุณ เอาไว้แรกอาหาร” เขาบอกผม และเริมเรียกเชลยศึกคนอื่น ๆ ต่อ

“เจ้านี้คืออะไรกัน” ผมเดินมาเข้าไปถาม แม่ทัพฝังตรงข้าม ซึ่งมันเด็กชัด ๆ แต่เขานั้นระที่สามารถพิชิตกองทัพนับล้านของข้าได้ที่ แม่น้ำโชช

“บัตรประจำตัวเชลยศึก เป็นเครื่องยืนยันตัวบุคคล ของคุณ พึงดีใจไวเถาะปกติเราไม่จับเชลย และบอกก่อนโลกของเราไม่มีประเพณีไถตัวเชลยศึกกับฆ่าเชลยอีกแล้ว มันผิดกฏของโลกเรา ดังนั้นอย่าฝันจะได้กลับบ้านจนกว่าสงครามจะจบ” แม่ทัพข้าศึกตอบข้าแบบนั้น

“ทำไมต้องเสือกสนมาบุกอีกโลกด้วย ไม่เข้าใจเลย” ผมแกล้งเปลย

“นั้นสิ ทำไม ไอ่สวะรามาโนฟชาติชั่ว ต้องกระเสือกกระสนมาบุกบ้านพวกผมกลางเมือง ฆ่าประชาชนเราทั้งเด็ก ทั้งผู้หญิงที่ไม่ทันระวังตัว ทั้งคนแก่ และพลเรือนมือเปล่ามากกว่าพัน ๆ คน ต้องตายลง อีกหลายพันสูญหาย ซึ่งตอนยึดคราฟ กับ เวียสชุสได้ ถึงได้เจอพวกเขาในสภาพเหมือนไม่ใช่มนุษย์อยู่ร้วมกับเผาพันธุ์คลึ่งสัตว์ในถานะทาสนี่ระ ฝากไปถามพระจักรพรรดิของแกด้วยแล้วกัน ท่าได้กลับอะนะ” มันพูดแดกดันกัดพระประมุขของเรา แบบนี้ต้องสั่งสอน

“บังอาจ แกกล้าดี...” ผมหันไปตวาดทันทีด้วยเสียงกังวานประหนึ่งแม่ทัพผู้ทรงอำนาจ แต่ยังพูดไม่ทันจบ

ผั่ว!!! เสียงเจ้าปลายอาวุธของพวกข้าศึกที่ยืนคุ้มกันแม่ทัพของมันอยู่ฝาดใส่หน้าผมอย่างเต็มแรง

“อย่ามาขึ้นเสียงข้า ไอ่สวะ!!!เสียงตวาดจากแม่ทัพฝ่ายข้าศึกพร้อมสงสายตาดุมาทางข้า

อักก ข้ากระอักเลือดออกมามีฟันหลุดออกมาด้วย รุนแรงจริง ๆ

“มันกล้าทำรายท่านแม่ทัพ แถมดูถูกจักรพรรดิของเราด้วย พวกเราเอามัน” พวกทหารของข้าทำทาจะกูเข้าใส่

ปั้งง ปั้งง ปั้งงง เสียงดังและมีแสงออกมาจากอาวุธของข้าศึกใส่พวกทหารของผมที่ทำท่าจะรุกฮือ ล้มลงไปเป็นร่างไร้วิญญาน มากกว่า 10 นายทำให้พวกที่เหลือหวาดกลัว บางคนทำท่าจะสู้กลับถูก แสงจากอาวุธข้าศึกลงไปที่ขา บางคนที่ทำท่าจะสู้กลับถูกไฟเผาทั้งเป็นจากทหารข้าศึกที่ใช้ไฟ

“หยุดอย่าพยายามสู้ไอ่พวกโง่เอ๊ย ท่าเราสู้ได้ คงไม่ตายเกือบยกกองทัพแบบนี้หลอกเวย ท่าไม่รักชีวิตพวกแก้ก็หือไปสิ เรืองนี้ข้าผิดเองที่ไม่เจียมสถานะตัวเอง ตอนนี้เราเป็นเชลยชีวิตเราอยู่ในมือข้าศึก” ข้าทนไม่ได้ต้องตะโกนออกไป

“ใช่ เพราะงั้นเจียมกระลาหัวซะ พวกพร้องของพวกแกปฏิบัติกับประชาชนของเรา ที่ถูกจับมาเหมือนไม่ใช่คน แถมยังปฏิบัติกับคนต่างเผ่าพันธุ์เยี่ยงสัตว์ไม่แพ้กัน ดังนั้นการที่ข้ารับเชลยศึกและปฏิบัติเหมือนพวกแกเป็นคนไม่จับมาใช้แรงงานทาสก็บุญคุณท่วมหัวแล้ว ท่าไม่ติดกฏบัตรสหประชาชาติที่ทุกประเทศบนโลกข้าตั้งไว้ ถุยยย กูจะปฏิบัติกับพวกมึงทุกตัวเยียงที่พวกมึงเคยทำกับประชาชนกู” แม่ทัพข้าศึกพูดแบบพยอง และแสดงกิริยาดูถูกพวกเรา

แต่ที่ข้าสงใส คือ กองทัพที่เราสงไปต่างมิติ นี้จักรพรรดิทรงเอาจริงเหลาะนี้ ทั้งที่ข้ารู้แก่ใจว่าจริงแต่ ข้าไม่อยากจะยอมรับ ความจริง ว่าเราเป็นฝ่ายผิด แต่ดูท่าแล้วความเกลียดชังนี้เป็นของจริงสินะ แต่ว่า

“แต่ชีวิตทหารที่เจ้าฆ่าไปมันเกินกว่าคนของเจ้าที่ตายอีกนะ” ผมหันไปพูด

“แต่คนของข้าเป็นประชาชนไม่เคยถือดาบวิงจะไปฆ่าพวกแก และเราจะฆ่าไอ่พวกทหารของพวกแก แบบไม่ให้พวกมันได้ตายสบายต่อไปแบบนี้เลื่อย ๆ เราจะช่วยคนของเรากลับมา ปลดปล่อยประชาชนบนแผ่นดินนี้ จากพวกทรราชผู้มืดมน และกองทัพต้องสาป อย่างพวกแก พวกมัจจุราชศัตรูของปวงชน” แม่ทัพข้าศึกหันมาพูดใส่ผมให้ดังและได้ยินยันเชลยศึกทุกคนด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

“แล้วไว้ชีวิตพวกเราทำไม” ผมหันไปถาม ตุถามอะไรออกไปเนี้ย เดียวมันก็หาเหตุฆ่าเอาหลอก ไอ่เคมานโง่เอ๊ย

“เพราะแกเป็นนายทหารยศสูงไง หวังว่าจะมีประโยชน์นะ ไม่งั้นฉันคงต้องเอาทหารของแกไปใช้ทดลองอาวุธใหม่ที่ระคน ที่ระคนแล้วละ” เขาหันมาพูด

โหดเหี้ยม!!! หน้าไอ่เด็กนี้มันบอกว่าเอาจริง!!! นั้นสินะท่าไม่มีดีเด็กคงไม่ได้เป็นแม่ทัพแน่ ๆ

ณ หลวงอาณาจักรกาฮาร์กิฟ

ตู้มมมมมมมมมม ตู้มมมมมมมมมม ตู้มมมมมมมมมมมม

“บุกเข้าไป บุกเข้าไป สหายทุกท่าน นำชัยมาสู่แดนมารดาของเรา” ผมกล่าวขึ้นขนะนำกลองกำลังปลดปล่อยประชาชน บุกเข้าสู่เมืองหลวงของกาฮาร์กิฟ

ที่ถูกยิงถล่มเข้าใส่ด้วยนานากระสุนปืนใหญ่ และ จรวด ใส่ทั้งกำแพงและปราสาท

“ข้าศึกชูธงขาวแล้วครับ” พลกองกำลังคนหนึ่งชี้ให้ผมดู

“ดีเราไปเจรจากัน สหายทุกนายล้อมเมืองไว้” ผมหันไปสั่ง

 

“ข้าเอิร์ด(หลวง)ดาโรดอร์ฟ ฟอน นาโรดอบ แห่งกาฮาร์กิฟ” เขาทักทายผม

“เราจันทราพัฒนะ สุริยศักดิ์ ผู้บัญชาการกองกำลังปลดปล่อยประชาชนพิเศษ ยินดีที่ได้รู้จัก” ผมยืนมือขวาให้ เขาทำหน้า งง

ประเพณี่ที่โลกข้าแสดงความเป็นมิตรเวลารู้จักกันด้วยการจับมือนะ

“อ่ออ” เขาทำหน้าเข้าใจและจับมือกับผม

“ท่านต้องการอะไร” เขาถามผม

“ลงนามในสนธิสัญญายอมแพ้ซะ” ผมกล่าว

“มีทางเลือกด้วยหรือ?” เขาพูดและอ่านสัญญา

ซึ่งมีเนื้อหาคราย ๆ กับที่คราฟกับเวียสชุสโดนไป แต่ต่างที่ผมเด็จขาดกว่าที่จะไม่เก็บสถาบันชนชั้นปกครองเอาไว้

“เรายินยอมทุกปราการ แต่เราขอขนย้ายสมบัตทั้งหมดของเราให้คงเป็นของเรา” เขาต่อรอง

“แค่สมบัตของท่านนะ ไม่มีทาส และปราสาทต้องเป็นของรัฐกาฮาร์กิฟ” ผมพูด

“ตกลง” เขากล่าว และลงนาม

เราทำการชักธงเราขึ้นเหลือยอดปราสาท และให้ทหารของเราหน่วยนึงอยู่รักษาความสงบหลังจากที่เรายกทัพไปที่ต่อไปหลังจัดละเบียมเสร็จแล้ว

เราใช้เวลาเดินทางแค่ 3 วันก็บุกไปได้คลึ่งหนึ่งของคาร์ทตะวันออกซึ่งเราพบข้าศึกตรอดทาง และอีก 4 วันเราก็มาถึงเมืองหลวงของคาร์ทตะวันออก ปราการบนแม่น้ำดาเนียเพอร์

 “นี้ผู้บันชาการจันทราพัฒนะ ขอกำลังสนับสนุนทางอากาศด้วย” ผมหยิบวิทยุขึ้นมาพูด

“ทราบแล้วเปลี่ยน ต้องการให้ทำอะไร” ทางกองบินถามมา

“ส่งพลล้มลงไปในเมืองชาโพริช และสงฮอทำรายอาวุธหลักบนกำแพงของข้าศึกด้วย ย้ำเราต้องการให้สงพลล้มและฮอ เข้าทำรายการป้องการจากข้างใน อย่าทำรายปราการเราอาจใช้มันได้” ผมสั่ง

“รับทราบ” เขาตอบมา

ฟิ้ววววววว กึกกึกกึกกึกกึกกึก ไม่นานพลล้มก็โดดลงสู่เมือง จากเครื่องบิน พร้อมกับกองกำลัง ฮ เริมยิงมิซซายถล่ม พวกเครื่องยิงหิน และแนวปก้องกันต่าง ๆ บนกำแพงเมือง ขนะที่เราเริมรุกเข้าประชิดประตูเมือง

ไม่นานประตูเมืองก็เปิดออก ทำให้เราสามารถบุกเข้าไปสู่เมืองชั้นในได้สำเร็จ

“ฆ่าให้หมด” ผมสั่ง

“ชัยโยยยยยยยยยยยยยยยยย” เสียงโหร้องของกองกำลังปล่อยปล่อยประชาชนที่ทลักเข้าสู่เมืองเข้าไปค้นตามบ้านเลือนเพื่อหาทหารข้าศึก ไม่นานข้าศึกก็ประกาศยอมแพ้เพราะราชาของอาณาจักรถูกพลล้มจับกุมตัวไวได้แล้ว

เราให้เขาเซ็นสัญญายอมจำนนเช่นกัน และให้เขาสงสารไปสั่งให้ทั่วราชอาณาจักรยอมจำนน ไม่นานเราก็สามารถควบคุมทุกเมืองได้ และเลิมจัดระเบียบ ก่อนที่กองกำลังอาสาจะถูกจัดตั้งขึ้นดูแลความเรียบร้อยของแต่ละเมือง ก่อนเราจะเริมทุ้มกำลังบุกอาณาจักรคาร์ทตะวันตกและสหพระยารัฐ(สหดัชชี่)ลูฮาน-โดเนทชกา ซึ่งผมนั่งบัญชาการจากที่นี้ และไม่นานพวกมันก็ต้องยอมแพ้เป็นอันชนะสงครามครั้งนี้ที่เหลือก็จัดระเบียบ

“ท่านครับมีคำสั่งลงมาจากสวนกลางว่า รัฐคาร์ททั้ง 2 รัฐคราฟ รัฐลูฮาน รัฐโดเนทชกา รัฐกาฮาร์กิฟ จะถูกยุบและรวมกันในนาม อาณาจักรสุวรรณภูมิอันศักดิ์สิทธิ์แห่งอุนคาเนีย ให้เป็นรัฐองประกอบของสหภาพแห่งอาณาจักรสุวรรณภูมิอันศักดิ์สิทธิ์ครับผม” พลสื่อสารเข้ามารายงาน

“งั้นเหลาะ ประกาศไปตามนั้น แสดงว่าสวนกลางจะเริมเข้ามาปฏิรูปที่นี่แล้วสินะ อย่างน้อยก็คงสงคนมาช่วยเราดูแลที่นี่สินะ เฮออ ก็ดีไม่เหนื่อย” ผมพูด 

********************************************************************************************************

ไม่ใช่พระเอกเองไม่ต้องมีบทเจออะไรเซอร์ไพหลอกนะ จันทรานะ 

จันทราพัฒนะ: ก็ดีนะ

เทวินทร์: ลำเอียง

ผู้แต่ง: เดียวไวจะหาโอกาศให้ข้าศึกใช้กลยุทเซอร์ไพรนะ สหายเทวินทร์

เทวินทร์: ไมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

13 ความคิดเห็น