วุ่นนักกรี๊ดรักนายซุปเปอร์สตาร์

ตอนที่ 8 : Lesson 7 มีเพิ่มเติม 29 11 52

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 พ.ย. 52

Lesson


                ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง ตอนนี้ฉันอยู่ที่สนามบินเรียบร้อยแล้ว ฉันให้ไบซ์มาส่งแค่คนเดียวเท่านั้นและกำชับว่าถ้าซี่ถามห้ามบอกเด็ดขาด ซึ่งมันก็ยืนกรานรับปากไว้แน่หนา มันรับปากง่ายดายซะที่ไหน ฉันต้องจ่ายมันสองพันเชียวนะ -_-^

"เจ๊จะกลับเมื่อไหร่เนี่ย"

"ไม่รู้สิ แกถามฉันทำไม"

"เฮียข้างบ้านเขาฝากถามมะ..อุ๊บ"

"ว่าไงนะ! แกบอกว่าฉันจะไปลอนดอนเหรอ"

"เจ๊เห็นน้องชายสุดหล่อเป็นคนไงเนี่ย"

"แน่นะ"

"มองตาของผมสิครับ"

อี๋ -_-^ หล่อตายไอ้น้องบ้า ทำมาเป็นให้มองตาพิสูจน์ เอาเหอะ ถึงยังไงเขาคงไม่บ้าตามฉันไปถึงลอนดอนหรอก แล้วเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปนี่นา รู้ไปก็ไร้บอย~

 

                และแล้วก็มาถึงลอนดอนจนได้ อากาศที่นี่หนาวพอสมควรเลยทีเดียวหลังจากที่เดินทางจากเมืองที่อากาศร้อนมาอากาศหนาว อ๊อ..ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะทนอากาศหนาวไม่ได้หรอกนะ เพราะฉันไปฝึกซ้อมรับความหนาวเรียบร้อยแล้ว อะไรจะเตรียมพร้อมขนาดนี้ ท้องฟ้าของที่นี่ถึงแม้จะเป็นเวลาสายแต่ท้องฟ้าก็เป็นสีมืดครึ้ม เดาได้เลยว่าถ้าพี่ไทยมาเห็นท้องฟ้าของที่นี่ต้องบอกว่าอีกไม่นานฝนก็ตกลงมา -_-^ ฉันนั่งรถไปลงที่ถนน Cromwell ฉันลืมบอกไปว่า พ่อแม่กับฉันเปิดร้านอาหารไทยที่ลอนดอนนี่เองคะ ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมท่านไม่เปิดร้านที่เมืองไทยซะเลย จะห่างจากถิ่นฐานบ้านเกิดหลายพันกิโลเพื่อมาเปิดร้านขายอาหารไทยที่นี่ทำไม -_-^ ฉันเดินเบียดเสียดเข้าไปในร้าน ที่ร้านคนเยอะมากกก งี้แหละมั้งพ่อกับแม่ถึงอยากจะมาเปิดนัก แล้วอีกอย่างคือที่ฉันมาหาพ่อกับแม่เนี่ย ฉันไม่ได้บอกพวกท่านไว้เลยล่ะ กะจะเซอร์ไพรส์ซะหน่อย คิกๆ

"มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับคุณผู้หญิง"

คนไทยหน้าตาดีซึ่งเป็นพนักงานเดินมาถามฉัน เขาถามฉันเป็นภาษาอังกฤษนั่นแหละ แต่ฉันทำการแปลให้เสร็จสรรพ ฉันน่ารักใช่มั้ยล่ะ ^O^

"ฉันมาหาเจ้าของร้านค่ะ"

เจ้าของร้านก็พ่อแม่ฉันนั่นแหละ แต่ขี้เกียจจะอธิบายยาวยืดเดี๋ยวก็หาว่าฉันมาหลอกต้มตุ๋นกินฟรีอีก

"คุณเป็นคนไทยนี่!"

พึ่งจะรู้เหรอยะ -_-^ ดูสภาพและสังขารของฉันซี๊ ฉันดูเหมือนคนอังกฤษซะที่ไหนล่ะ พูดอังกฤษก็งูๆปลาๆ

"อ้อ! มาหาเจ้กับเฮียเหรอ ไม่อยู่หรอกไปภูเก็ต"

"ไปภูเก็ต!"

ทิ้งร้านไว้อย่างงี้เนี่ยนะ พ่อกับแม่บ้าไปแล้ว ลูกค้าก็เยอะแยะซะขนาดนี้ยังมีเวลาว่างไปเที่ยวกันอีกนะ แล้วกลับไทยทำไมไม่โทรบอกลูกบอกเต้าเลยซักนิด TOT ฉันกดโทรศัพท์เข้าเบอร์แม่ทันที รู้รึเปล่าว่าค่าโทรมันแพงแค่ไหนน่ะ -_-^

ตู๊ดดด..

รับซี๊ๆ ฉันกดโทรศัพท์อีกรอบแต่แม่ก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ พ่อฉันก็ไม่มีโทรศัพท์เป็นของตัวเองซักที เห็นเค้าบอกว่าพ่อกับแม่ก็คือคนๆเดียวกัน แหม่..รักกันปานจะกลืนกินจริงๆ

"ยัยปาร์ตี้!!"

O.o

"ดาวหาง!!"

ฉันกระโจนเข้ากอดเพื่อนซี้สมัยเด็กของฉันทันทีที่เจอเขา เขาเป็นเพื่อนข้างบ้านตอนที่ฉันก่อนที่พ่อแม่จะย้ายมาเปิดร้านอาหารที่ลอนดอน เราซี้ปึ้กกันมาก เขาเป็นเพื่อนผู้ชายคนเดียวที่ฉันมี แต่เขาไม่ได้เป็นแต๋วนะ! ฉันสำรวจความเปลี่ยนแปลงของดาวหางจากที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานแสนนาน เขาดูเปลี่ยนไปมาก ตอนเด็กๆเขาเป็นเพียงเด็กผู้ชายผมสีทองพูดไม่ชัดอันเนื่องจากพ่อของเขาเป็นคนอังกฤษแม่เป็นคนใต้ ฉันชักจะเชื่อแล้วล่ะว่าฝรั่งชอบผู้หญิงผิวเข้ม -_-^ แต่ตอนนี้เขาสูงโปร่ง ผิวขาวเนียนเหมือนผู้ดีอังกฤษ ปากเรียวบางสีชมพู หน้าเรียวได้รูป ฉันลืมบอกอีกด้วยว่าตอนเด็กเขาอ้วนมากกกกก แต่ตอนนี้เขาฟิตทีเดียวล่ะ เขาย้ายมาอยู่อังกฤษพร้อมๆกับพ่อแม่ของฉันนั่นแหละ พ่อเขารู้สึกจะทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ที่ลอนดอน ครอบครัวเราสนิทกันมากจนจะเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว

"ทำไมเธอไม่ติดต่อฉันเลยปาร์ตี้ที่รัก"

ยังไม่เลิกเรียกฉันว่าปาร์ตี้ที่รักอีกเหรอ -_-^ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักกี่ปีเขาก็ยังไม่ลืมเรื่องราวของฉัน ความจำดีอีกเช่นเคย

"ทำไมถึงมาอยู่ที่ร้านฉันได้ล่ะ"

"อ้อ..ฉันมาอยู่ร้านแทนลุงกับป้าน่ะ พวกท่านไปเที่ยวกันเธอรู้รึยัง?"

"รู้แล้ว ฉันน่าจะโทรมาถามแม่ก่อน"

ใช่ๆ ฉันน่าจะโทรมาถามแม่ก่อน -_-^

"ขึ้นไปข้างบนก่อนมั้ย รู้สึกของเธอจะเยอะมาก"

เขาช่วยฉันหิ้วกระเป๋าใบบักเอ้บขึ้นไปบนห้อง ที่บ้านหลังนี้ก็ยังเหมือนเดิม ฉันเคยมาเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว ห้องนอนของฉันก็ยังสะอาดสะอ้านเหมือนเดิม ฉันจัดเสื้อผ้าเข้าไปในตู้โดยดาวหางยื่นเสื้อผ้าให้ฉัน ไม่เว้นแม้แต่ชุดชั้นใน -_-^ ช่างเป็นเพื่อนที่แสนดีอะไรอย่างนี้

"เธอจะอยู่นานเท่าไหร่อ่ะ"

"ฉันก็อยู่เรื่อยๆแหละ เพราะฉันสอบเสร็จแล้ว"

"ฉันดีใจที่ได้เจอเธออีก"

"ฉันก็เหมือนกัน"

เรากระโจนกอดกันอีกครั้ง ถึงฉันจะไม่เจอพ่อกับแม่ แต่ฉันก็เจอเพื่อนซี้ของฉัน ดีเหมือนกันจะได้มีเพื่อนพาเที่ยว โฮ๊ะๆๆ ดาวหางขอตัวไปดูร้านต่อปล่อยให้ฉันจัดของที่ขนมาอย่างกับจะย้ายบ้าน ป่านนี้หมอนั่นจะทำอะไรอยู่นะ บรื้ออ จะไปคิดถึงเขาทำไมกันล่ะ เรามาเพื่อลืมเขานี่นา

 

                หลังจากการเดินทางที่แสนจะเหนื่อยและด้วยความอ่อนล้าพอจัดของเสร็จฉันก็ทิ้งตัวลงนอนเป็นเวลาเท่าไหร่ไม่รู้ พอตื่นมาท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว ฉันลงมาชั้นล่างร้านได้ถูกปิดลงและปิดไฟมืด แต่เห็นแสงคอมพิวเตอร์ที่ดาวหางกำลังทำการอะไรอยู่ ด้วยความอยากรู้จึงเดินไปสอดส่องโดยมิให้เขาสงสัย

"เธอมาหลบอยู่ข้างหลังฉันทำไมน่ะ -_-^"

"แหะๆ เห็นด้วยเหรอ ><"

ฉันอุส่าห์ว่าย่องเบาแล้วนะ

"ทำไรอยู่อะดาวหาง"

"กำลังทำรายรับรายจ่ายอยู่อะสิ เสร็จแล้วแหละ"

พอเขาปิดคอมพิวเตอร์ มันก็ทำให้ทั้งบ้านมืดไปหมด อยากจะถามเหลือเกินจะปิดไฟช่วยชาติประหยัดไปถึงไหน -_-^

"เอาล่ะ เล่าประวัติชีวิตที่ผ่านมาของเธอให้ฉันฟังซิ"

ดาวหางหมุนเก้าอี้มาหาฉันที่ยังนั่งจุมปุ๊กอยู่กับพื้น ฉันยิ้มแหยๆทำหน้าตาประมาณว่า จะดีเหรอ? เขาพยักหน้าเชิงรู้ เขาชงชาร้อนๆมาให้ฉันดื่มแก้หนาวฉันจึงเริ่มเล่าประวัติที่ผ่านมาให้เขาฟังสมใจอยาก เขานั่งฟังด้วยความตั้งใจเปรียบเสมือนชีวิตที่ผ่านมาของฉันมันน่าตื่นเต้นและมีสาระ แต่ที่จริงไม่เลย -_-^ ชีวิตที่ผ่านมาของฉันไม่มีอะไรสักนิดเดียว จนกระทั่ง..ฉันเล่าให้ฟังถึงเพื่อนข้างบ้านที่เป็นซุปเปอร์สตาร์ ทำให้ดาวหางยิ่งสนใจสิบเท่า

"สรุปว่าเธอหนีมากบดานเพื่อทำใจอะสิ"

ดาวหางพูดขึ้นมาเหมือนฉันเป็นโจรฆ่าหมกศพยังไงยังงั้น

"คงงั้นมั้ง"

ฉันกระดกชาไปหมดแก้ว น้ำใบบัวบกยังจะอร่อยกว่าเลยนะบอกตามตรง -_-^ ไม่อยากพูดให้เสียน้ำใจคนอังกฤษ เอิ๊กๆ

"เธอก็อกหักด้วยสิ"

จะถามตอกย้ำให้ช้ำชอกกันทำไมมิทราบ


[ เพิ่มเติม ]

 

กระจั่งว่ารับโทรศัพท์แหน่~ แอ่...

ปิ๊บ

12

ปาร์ตี้โทรหาแม่เหรอลูก

ไม่มั้งคะแม่ หนูแค่โทรผิดไป 8 รอบเอง -_-^

แม่จะกลับลอนด้อนเมื่อไหร่คะ

ใส่ลูกกระแดะไปให้แม่ภูมิใจนิดนึง

ก็อีกสักพักแหละจ๊ะลูกสาว ว่าแต่ถามแม่ทำไมเนี่ย

หนูอยู่ลอนด้อนนะคะแม่!”

หน้าตาของแม่ฉันขอเดาว่ามันจะประมาณนี้ O{}O

ห๊า! ทำไมลูกไม่โทรนัดแม่ไว้ก่อนล่ะจ๊ะ แม่ก็จะได้......................

สรุปจับใจความได้ว่า แม่ไปเมืองไทยนานแล้ว แต่ไม่โทรบอกฉัน! เนื่องจากอยากจะสวีทสหวีวีวี่กับพ่อ เป็นแม่บังเกิดเกล้าเท้าเหนือกระหม่อมจริงๆ ถึงฉันจะโทรนัดแม่ยังไงพอฉันมาฉันก็ไม่เจอแม่อยู่ดี แม่ก็ให้ฉันดูแลร้านกับดาวหาง เอ่อ..คือหนูจะมาเที่ยวอะค่ะแม่ TOT

ป้าว่าไง

เออ..งั้นแหละ

ขี้เกียจจะเล่า -_-^ ก็จะเล่าทำไมหลายรอบล่ะ เมื่อกี้ก็พึ่งบอกไปแล้ว

 

ห๊าวววว

ฉันง่วงหงาวหาวนอนเนื่องจากเวลาและสภาพแวดล้อมมันต่างจากที่บ้านมากๆ ซึ่งฉันก็ยังปรับตัวยังไม่ค่อยได้ ฉันต้องลุกมาเป็นพนักงานจำเป็นที่ร้านเพราะวันนี้พนักงานมาไม่ครบแถมลูกค้าเยอะมาก หยั่งกะร้านฉันเป็นมูลนิธิโรงทานอย่างงั้นแหละ ขณะที่ฉันวิ่งวุ่นจนหัวหมุนวุ่นวายอยู่กับการกดทอล์คกิ้งดิกท์ที่ดาวหางเอามาเป็นตัวช่วยในการสื่อสารกับลูกค้า แน่นอนว่าฝีมือการพิมพ์ขั้นเทพอย่างฉัน -_-^ ลูกค้าออกจากร้านไป 3 โต๊ะได้แล้ว สุดท้ายฉันได้เป็นแค่พนักงานเสิร์ฟ จะมีใครรู้ไหมว่าฉันเป็นลูกเจ้าของร้านนน TOT

เหนื่อยมั้ย ^^”

โอ้ยไม่เหนื่อยเลยดาวหาง สนุกเหมือนขึ้นรถไฟเหาะตีลังกาสักแปดรอบ อยากจะตอบประชดไปแบบนี้แหละ อีกทั้งห้องครัวกับโต๊ะลูกค้ามันใกล้กันซะที่ไหน ขนาดอากาศหนาวๆเหงื่อเม็ดเป้งๆยังหยดมาโดนตาฉันซะได้ แสบตาชะมัดเลย >___<’

                เวลาทรมานร่างกายของฉันก็หมดลงเมื่อลูกค้าทยอยกันออกจากร้าน ฉันถอนหายใจแรงๆสักสองสามทีแล้วนั่งฟุบลงกับพื้น ( ที่จริงเก้าอี้ก็มี )

กริ๊ง

อ๊ากกกกก จะมาอีกทามม๊ายย ร้านอื่นก็มี๊

ยินดีต้อนรับคะ ^__^”

แต่ก็ต้องปั้นหน้าปั้นตายิ้มอย่างแจ่มใส แต่ทว่า..

O[]O

บีซี่..

หวัดดี ^O^”

ฉันรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้านอย่างรวดเร็ว ฉันคิดว่าเขาต้องตามมาแน่ๆ เลยทำการ..

แกร๊ก

เฮ้ย ล็อกทำไมเนี่ย แล้วฉันจะเข้าไปยังไง

อ้าวอิตานี่บ้ารึเปล่า ล็อกประตูแกก็เข้ามาไม่ได้อยู่แล้ว -_-^ นายจะกลับมาอีกทำไม กลับมาตอกย้ำความเป็นเพื่อนให้ลอนดอนรู้อย่างงั้นเหรอ บอกที่เมืองไทยก็จบๆไปแล้ว ฉันเข้าใจ ฉันไม่ได้โง่!

เปิดเถอะ...

...

ขอร้อง..

เอาไมล์มั้ย -_-?

แกร๊ก

กว่าจะเปิดได้นะ

ฉันล็อกไปยังไม่ถึงสิบวิด้วยซ้ำย่ะ เขาเข้ามาในห้องของฉันก็สำรวจห้องไปรอบๆ สรุปจะเข้ามาทำอะไรกันแน่  -_-^

นี่!!”

แว๊ก! ตกใจหมดเลย แล้วจะตะโกนทำไมมิทราบ ยืนอยู่ข้างๆกันเนี่ย

อะไร

เราเป็นแฟนกันมั้ย

O[]O

 

 

แหม๋ หน้าบานเลยนะปาร์ตี้~”

ทันทีที่ฉันลงมาข้างบนดาวหางก็แขวะฉันทันทีพร้อมด้วยเสียงโห่ จากพนักงานคนอื่นอีก ไม่บอกหรอกนะว่าฉันตอบนายบีซี่ไปว่ายังไง แต่ตอนนี้เขาเดินจูงมือฉันลงมาจากข้างบนแหละ กร๊ากๆ สะใจให้คนอ่านคิดเอง ^O^

 

                เราออกมาเดินเล่นกันข้างนอกร้านซี่ยังคงกุมมือฉันไว้แน่น คิดว่าฉันไม่เขินรึไง -/////-

 

Beezy show*

ตั้งแต่วันที่ตี้หายออกไปจากทาวเฮาส์มันช่างเงียบเหงาและอ้างว้าง คิดถึงเสียงโวยวายที่เธอชอบแหกปากด่ากับน้องชายของเธอ ทั้งที่แต่ก่อนไม่อยากจะได้ยิน แต่ตอนนี้มันเงียบเหลือเกิน ผมมันโง่เองที่ปล่อยเธอไป ผมรู้แล้วว่าคนที่ผมอยากให้อยู่ด้วยตอนผมมีความสุขน่ะคือเธอ.. ที่ผ่านมาเธออยู่เคียงข้างผมมาตลอด แต่อยู่ตอนที่ผมเป็นทุกข์ ตอนที่ผมไม่มีใคร ตอนที่ผมหมดกำลังใจ เธอก็อยู่เคียงข้างในจุดนั้น แต่ผมเอง..ตอนที่มีความสุข หัวเราะร่า แต่กลับไม่มีเธออยู่ด้วย แต่กลับเป็นสังคมที่สวมใส่หน้ากากกันอยู่ทุกวี่ทุกวัน  ในตอนนี้ความเหงา ความอ้างว้าง มันได้บอกกับผมว่า เธอนั่นแหละคือคำตอบของหัวใจ

เฮีย~ อย่าลืมนะห้าพัน ห้าพัน

แหนะ ยังไม่ลืมอีก -_-^ ผมเคยถามมันแล้วล่ะว่าตี้จะไปไหน ตอนแรกมันไม่ยอมบอก ผมเลยบอกว่าตี้ให้มันเท่าไหร่ ผมให้มากกว่า เท่านั้นแหละมันบอกจนกระทั่งเบอร์ที่พักเลย

เออน่ะ กลับมาเดี๋ยวเอาให้ เครื่องจะออกแล้วเนี่ย

เฮีย เจ๊ตี้อะ ดีที่สุดแล้ว

เออ รู้แล้วน่า ไปแล้วๆ

ผมรีบบึ่งรถไปที่สนามบิน ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะไปหาเธอ

 

ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก

ปิ๊บ

สวัสดีครับพี่ทิง

ผมกรอกเสียงเรียบผ่านไปยังโทรศัพทื พี่ทิงเป็นผู้จัดการของผม เพศไม่แน่ชัด -_-^ คุณสมบัติของพี่ทิงคงเป็นประโยชร์ตอนมีแผลสด!

บีซี่จ๊ะ มะรืนมีสัมภาษณ์หนังสืออย่าลืมนะ

ครับ ผมไม่ลืม

แล้วนี่อยู่ไหน หายหงอยรึยัง งานนี้พลาดไม่ได้นะ

ครับ ผมไปแน่ครับ

พี่ทิงพูดให้กำลังใจสักพักก็ขอวางสายไป ผมยกเลิกงานต่างๆเยอะ เพราะเนื่องจากไม่มีอารมณ์จะทำอะไร แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมจะต้องทำอะไรเป็นอันดับแรก

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #27 zebeeya (@zebeeya) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2554 / 22:26
    ไบซ์มันขายพี่กินหรือเปล่า !!!!!
    #27
    0
  2. #21 Suly.♡ (@ipbanana18) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2552 / 07:14
    อ๊ากกกกกกกกกกกก
    อย่าเป็นแฟนกับมานนน
    จบเห่
    555555555555555
    #21
    0
  3. #20 Sad-SoulMate (@Sad-SoulMate) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2552 / 13:21
    ในที่สุดก็รู้ใจตัวเอง


    น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #20
    0
  4. #16 minq (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 / 18:26
    กรี๊ดกร๊าดดดดด!

    อินังตี้มันอกหักค่า

    ดาวหางเสียบแทนเลย

    กิ้วววววววววววว
    #16
    0