จ้าวเฟยหลง (รุ่นลูกดวงใจประมุขมาร)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 แรกพบสบตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    10 ก.ค. 62


ยามเหม่า (05.00-06.59 น.) ก็ถึงวันที่น้องน้อยและเขารวมถึงน้องชายต้องออกเดินทางท่องเที่ยวตามที่ใจของนางปรารถนา จุดหมายปลายทางคือแคว้นหลิวซึ่งไม่ไกลจากพรรคมังกรทมิฬนัก คาดว่าเดินทางไม่เกิน 1-2 วันก็น่าจะถึงที่หมายแล้ว

ทั้งสามเดินทางด้วยม้าอย่างไม่เร่งรีบเท่าใดนัก เวลาผ่านไปกว่าสามชั่วยาม (6 ชั่วโมง) ก็ได้ยินเสียงสตรีร้องขอความช่วยเหลือไม่ไกลนัก จ้าวลี่เซียนเป็นผู้เร่งฝีเท้าม้าไปก่อนตามด้วยเขาและน้องชายเร่งควบม้าติดตามไปทางเสียงนั้นทันที แต่จ้าวลี่เซียนนั้นไปถึงที่หมายก่อนด้วยความเร็วดุจสายลม

“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย ฮือ...” ภาพแรกที่เห็นแต่ไกลคือสตรีร่างบอบบางนางหนึ่งกำลังโดนบุรุษกักขฬะทั้งสองพยายามข่มเหง ภาพต่อมาเป็นภาพที่น้องน้อยปามืดสั้นปักคามือของบุรุษที่กำลังจะตบสตรีด้านล่าง

จ้าวเฟยหลงมองน้องชายต่างรู้กันว่างานนี้ศพไม่สวยแน่นอน ก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับความซวยของบุรุษทั้งสองที่ต้องมาพบกับมัจจุราชแสนสวยเข้าให้แล้ว

“โอ๊ย!! เสียงร้องของชายที่กำลังจะตบสตรีด้านล่างดังขึ้นทันที พร้อมกับมองมีดที่ปักคาอยู่ที่ฝ่ามือของตนด้วยความแค้นเคือง

                “ผู้ใดมันกล้าทำร้ายข้า” เสียงร้องถามเอ่ยขึ้น พลางลอบมองทั่วบริเวณจึงเห็นสตรีที่กระโดดลงจากม้าเดินตรงมาทางเขา

                “ข้าเอง” จ้าวลี่เซียนตอบดวงตาคมหวานฉายประกายความโหดเหี้ยม

                “นังสารเลว ข้าจะจัดการกับเจ้าก่อนที่แส่ไม่เข้าเรื่อง ทั้งยังทำให้ข้าได้รับบาดเจ็บ” ชายที่ได้รับบาดเจ็บเอ่ยขึ้น พลางก้าวสามขุมตรงมาหานาง

                จ้าวลี่เซียนดวงตาคมรุกวาวตั้งแต่คำแรกที่ออกจากปากชายระยำผู้นี้ พลางแสยะยิ้มที่ทำเอาบุรุษทั้งสองที่มองอยู่รู้สึกขนลุกอย่างห้ามไม่ได้ ต่างจากชายที่ลบตัวตนและแอบมองอยู่เงียบๆ เขาบังเอิญได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือเช่นกัน จึงเร่งฝีเท้ามาตามเสียงแต่ก็ช้ากว่าสตรีที่ขี่ม้ามาด้วยความรวดเร็วและทันได้เห็นน่าออกอาวุธจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ

                “บุรุษเลวระยำเช่นเจ้า อย่าคิดว่าข้าจะปรานีปล่อยให้เจ้ารอดไปทำร้ายผู้อื่นได้อีกเลย” จ้าวลี่เซียนเอ่ยตามที่คิดไว้ในใจ

                “ฮ่า...ฮ่า...สตรีรูปร่างอรชรเช่นเจ้าจะทำอะไรข้าได้ อ้อ...สตรีงดงามเช่นเจ้าทำได้อยู่อย่างเดียวคือบำบัดความใคร่ให้ข้าอย่างไรเล่า” ชายคนเดิมยังคงกล่าว

                “แม่นางจงปิดตาของเจ้าเสีย และหันไปทางอื่นเพราะต่อจากนี้ภาพที่เกิดขึ้นคงไม่น่ามองเท่าไรนัก” จ้าวลี่เซียนเหลือบมองหญิงสาวที่ถูกทำร้าย ก่อนจะเห็นนางพยักหน้ารับและทำตามทันทีหลังจากเป็นอิสระ เพราะชายที่จับนางไว้ลุกขึ้นมาหวังจู่โจมนางเช่นกัน

                “เซียนเอ๋อร์!!” จ้าวเฟยหลงและจ้าวเฟยหยางเอ่ยเสียงดังด้วยความเป็นห่วง

                “ท่านพี่น้องอยากจัดการเอง โปรดถอยออกไปและช่วยไปดูแลสตรีนางนั้นแทนข้าก่อน” จ้าวลี่เซียนเอ่ยเสียเย็น

                “ได้พี่จะดูแลให้” เป็นจ้าวเฟยหลงเอ่ยตอบ ก้าวไปหาสตรีที่กำลังนั่งปิดตาตามคำสั่งของจ้าวลี่เซียน

                “แม่นางข้าเป็นพี่ชายของนางเจ้าตามข้ามาทางนี้ก่อนเถิด” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ย

                จ้าวเฟยหลงตกตะลึงกับความงามของสตรีตรงหน้าแม้จะงามน้อยกว่าน้องสาวเขา แต่ก็มีแววอ่อนโยนออกมาให้สัมผัสได้คล้ายกับมารดาของตน อกข้างซ้ายที่เคยสงบนิ่งเต้นระรัว สองสายตาสบมองกันและกัน ดวงตาดุคมเข้มจ้องมองนัยน์ตากลมโตสีดำกระจ่างใสที่มีแววเศร้าสร้อยฉายออกมาให้ใจกระตุก

                “อะแฮ่ม!...แม่นางตามข้ามาเถิด แล้วเจ้าปิดตาทำไมรึ” จ้าวเฟยหลงรู้ตัวว่าเสียมารยาทจึงกระแอมกระไอแก้เขินพยุงนางให้ลุกขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามนางอีกครั้ง

                “น้องสาวของท่านบอกให้ข้าปิดตาไว้ เพราะภาพที่เกิดขึ้นไม่น่าดูเจ้าค่ะ” ซือหนิงอ้ายเอ่ย

                “อืม” จ้าวเฟยหลงเอ่ยพลางหันไปมองน้องสาวที่กำลังมองบุรุษทั้งสองอย่างเกลียดชัง

                “ช่างโชคร้ายนักที่มาเจอกับเซียนเอ๋อร์ในสถานการณ์เช่นนี้” จ้าวเฟยหลงพึมพำเบาๆ

                “ว้าย!! เสียงอุทานของหญิงสาวดังขึ้น

                “ขออภัยที่ล่วงเกิน” จ้าวเฟยหลงช้อนอุ้มร่างของสตรีตรงหน้าพาออกจากตรงนั้นด้วยความเร็ว

ส่วนจ้าวเฟยหยางไม่ขยับไปไหนคอยลอบมองน้องสาวไม่ห่าง ไม่เข้าไปวุ่นวายให้นางต้องขัดเคืองใจ เสียงเย็นชวนขนลุกเช่นนี้ไม่ต้องบอกว่านางอยู่ในอารมณ์ใด เขาได้แต่ยืนไว้อาลัยให้กับบุรุษทั้งสองแทนที่กล้ายั่วโทสะสตรีตรงหน้า

หลังจากจ้าวลี่เซียนสังหารชายโฉดทั้งสองเสร็จสิ้นก็เดินตรงไปยังสตรีที่ช่วยเหลือไว้ จ้าวเฟยหลงเห็นน้องสาวเดินตรงเข้ามาจึงหลีกทางให้สตรีสนทนากันได้สะดวก

                “แม่นางข้าเองมิต้องกลัว” จ้าวลี่เซียนเอ่ยพลางจับไหล่มนเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงออกหวาน

                “ขอบคุณแม่นางที่ช่วยเหลือข้าน้อยไว้เจ้าค่ะ” ซือหนิงอ้ายเมื่อได้ยินเสียงหวานเอ่ยเรียกก็หันกลับไปมองผู้มีพระคุณของนาง ใบหน้านวลยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาแดงช้ำมีแววเศร้าหมอง

                “ไม่เป็นไร เจ้ามีนามว่าอะไรรึ ข้ามีนามว่าจ้าวลี่เซียน”

                “ข้าน้อยมีนามว่าซือหนิงอ้ายเจ้าค่ะ”

                “เจ้ากำลังจะไปที่ใดรึ”

                “ข้ากำลังเดินทางกลับจวนหลังทำบุญที่วัดเสร็จ แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้”

                “เจ้าเดินทางคนเดียวรึ” จ้าวลี่เซียนยังคงถามต่อ

                “เปล่าเจ้าค่ะ ข้ามากับสาวใช้และคนขับรถม้าอีกหนึ่งคน”

                “แล้วพวกเขาอยู่ที่ใด”

                “พวกเขาถูกบุรุษทั้งสองสังหารอยู่ทางนั้นเจ้าค่ะ” ซือหนิงอ้ายชี้ไปยังอีกฟาก นางพยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นน้ำตามิให้ไหลออกมา

                “ข้ากับเจ้าน่าจะอายุเท่ากันเรียกข้าว่าเซียนเอ๋อร์ก็ได้ หากเจ้าอยากร้องไห้ก็ร้องเถิดข้าจะนั่งเป็นเพื่อนเจ้าเอง เมื่อร้องไห้จนพอใจแล้วก็จงทำตัวให้เข้มแข็ง” จ้าวลี่เซียนรู้ว่านางพยายามที่จะไม่ร้องไห้ออกมาจึงเอ่ยปลอบและนั่งอยู่เป็นเพื่อนนางอยู่ด้านข้าง

                “ฮือๆ...ฮึกๆ...ขอบคุณ เจ้าเรียกข้าว่าอ้ายเอ๋อร์เถิด ฮึกๆ...” ซือหนิงอ้ายเอ่ยด้วยความอยากลำบาก

                “อืม” จ้าวลี่เซียนรับคำ

“ขอบใจเจ้ามากเซียนเอ๋อร์ หากมิได้เจ้าและพี่ชายของเจ้าช่วยเหลือไว้ ข้าก็คงเหมือนตกนรกทั้งเป็นเพราะถูกบุรุษทั้งสองย่ำยีศักดิ์ศรีแน่แท้” หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณสตรีตรงหน้าอีกครั้งอย่างจริงใจ

                “มิเป็นไร เจ้ามาจากแคว้นหลิวใช่หรือไม่”

                “ใช่เจ้าค่ะ”

                “แล้วเจ้าจะเดินทางกลับเช่นไร”

                ซือหนิงอ้ายเงียบไปพลางครุ่นคิดนางมิอยากทิ้งร่างไร้วิญญาณของสาวใช้คนสนิทและคนขับรถม้าไว้ที่นี่ หากแต่นางจำได้ว่าม้าที่เชื่อมต่อกับตัวรถม้าได้วิ่งเตลิดไปไกลก็ได้แต่ทอดถอนใจ

                “ไม่รู้เจ้าค่ะ อีกทั้งข้ามิอยากทิ้งร่างคนทั้งสองไว้ที่นี่แต่ม้าหลุดวิ่งหนีเตลิดไปไกลเสียแล้ว”

                “ไม่เป็นไร เรื่องนี้ข้าจัดการเองเจ้ารออยู่ตรงนี้สักครู่”

                “เจ้าค่ะ” ซือหนิงอ้ายเอ่ยขอบคุณสตรีตรงหน้า

                จ้าวลี่เซียนเดินยิ้มหวานเดินตรงไปยังพี่ชายทั้งสองเพื่อปรึกษาขอความช่วยเหลือ ในระหว่างนั้นจ้าวเฟยหลงก็ลอบมองสตรีที่น้องสาวได้ช่วยเหลือไว้เป็นระยะ พลางทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้าตอบรับน้องสาวสุดรักสุดหวง เมื่อตกลงกันได้จ้าวลี่เซียนก็หันหลังเดินไปหาซือหนิงอ้ายด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าพร้อมกับพี่ชายทั้งสอง

                “ข้าและพี่ชายตกลงกันว่าจะส่งเจ้ากลับจวนอย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องคนของเจ้าที่สิ้นไปเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้เจ้าพาข้าและพี่ชายไปดูรถม้าที่จอดทิ้งไว้ก่อนเถิด” จ้าวลี่เซียนเอ่ย

                “ขอบคุณท่านทั้งสามมากเจ้าค่ะ รถม้าอยู่ด้านนี้เชิญตามข้ามาเถิด”

                “อืม”

                หลังจากนั้นคนทั้งสี่ก็เดินไปยังจุดที่มีตัวรถม้าที่จอดอยู่พร้อมกับมีศพคนทั้งสองถูกแทงนอนสิ้นลมอยู่เบื้องล่าง ซือหนิงอ้ายถึงกับน้ำตาไหลมาอีกคราเมื่อเห็นร่างสาวใช้คนสนิท

                “ถึงร้องไห้ไปนางก็ไม่กลับมาหาเจ้าแล้ว ตอนนี้เจ้าทำได้เพียงต้องเข้มแข็งและพาร่างของนางกลับไปหาครอบครัวเพื่อประกอบพิธีศพอย่างถูกต้อง” จ้าวเฟยหลงเอ่ย

                “ขอบคุณที่เตือนสติข้าเจ้าค่ะ” ซือหนิงอ้ายเอ่ยพลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา

                “ไม่เป็นไร” ว่าจบก็เดินออกไปช่วยจ้าวเฟยหยางที่กำลังยกร่างไร้วิญญาณขึ้นรถม้า โดยจ้าวเฟยหลงเองนำม้าผูกกับตัวรถไว้จนแน่น เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยจึงหันไปหาสตรีทั้งสอง

                “เสร็จเรียบร้อยแล้ว” จ้าวเฟยหยางเอ่ยพลางกระโดดขึ้นม้าของตนที่พ่วงกับตัวรถ

                “ขอบคุณเจ้าค่ะพี่รอง ไปกันเถอะอ้ายเอ๋อร์” จ้าวลี่เซียนเอ่ยตอบ ก่อนจะหันมาพูดกับสตรีด้านข้าง

                “เจ้าค่ะ” ว่าจบซือหนิงอ้ายก็เดินไปยังรถม้าแต่ถูกขัดไว้เสียก่อน

                “เจ้ากำลังไปที่ใด” จ้าวเฟยหลงเอ่ยถาม

                “ไปขึ้นรถม้าเจ้าค่ะ”

                “ข้าว่าคงไม่เหมาะ เจ้าดูนั่น” จ้าวเฟยหลงเอ่ยตอบ และชี้ไปยังรอยเลือดที่หยดลงมาจากรถม้า

                “เจ้ามานั่งม้าตัวเดียวกับข้าก็ได้” จ้าวลี่เซียนเอ่ย

                “เจ้าค่ะ” ซือหนิงอ้ายรับคำ พลางเดินไปหยุดที่ม้าของจ้าวลี่เซียนเพื่อหาทางขึ้นกว่าหนึ่งจิบชา (3 นาที) แต่กระนั้นนางก็ไม่สามารถขึ้นไปได้เพราะไม่เคยขี่ม้ามาก่อน

                จ้าวเฟยหลงมองนางอยู่ตลอดเวลาก็รู้ได้ในทันทีว่านางคงขี่ม้าไม่เป็น แต่กระนั้นก็ไม่คิดที่จะหัวเราะให้นางต้องอับอาย

                “เซียนเอ๋อร์ให้นางนั่งม้าตัวเดียวกับพี่ดีกว่า”

                “แต่มันไม่เหมาะนะเจ้าคะพี่ใหญ่” จ้าวลี่เซียนเอ่ย

                “บ้านเจ้าอยู่ที่ใด” จ้าวเฟยหลงไม่สนใจแต่กลับหันมาถามสตรีที่ยืนอยู่ข้างม้าของเขาและน้องสาว

                “อยู่ในเมืองหลวงแคว้นหลิว จวนตระกูลซือเจ้าค่ะ” ซือหนิงอ้ายเอ่ยตอบ

                “ให้นางมานั่งกับพี่ ก่อนเข้าเขตเมืองหลวงค่อยเปลี่ยนไปนั่งกับเจ้าแทน พี่ไม่อยากให้เจ้าต้องลำบาก” จ้าวเฟยหลงยกความสะดวกสบายของน้องสาวขึ้นมาอ้าง

                “แต่” จ้าวลี่เซียนจะค้านแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

                “ตามนี้ ว้าย!!...” จ้าวเฟยหลงก้มลงใช้มือแกร่งรัดเอวนางขึ้นมาจัดท่านั่งให้นางอยู่ด้านหน้าเขา ตอนนี้ซือหนิงอ้ายหน้าแดงด้วยความเขินอายเพราะนางมิเคยใกล้ชิดกับบุรุษเช่นนี้มาก่อน

                ทางด้านจ้าวลี่เซียนและจ้าวเฟยหยางได้แต่อ้าปากค้างกับภาพที่เห็น พี่ชายใหญ่ของพวกเขาเป็นประเภทเดียวกับบิดาที่มิชอบให้สตรีนางใดเข้าใกล้นอกเสียจากมารดาและน้องสาว คนทั้งสองได้แต่มองหน้ากันอย่างงงงวย ‘พี่ใหญ่ท่านกินอันใดผิดสำแดงมาหรือไม่ จึงได้กระทำเช่นนี้’ ทั้งสองพลางคิดในใจ

                จ้าวเฟยหลงแสร้งทำเป็นไม่เห็นว่าน้องทั้งสองทำหน้าเช่นไร แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้จากสตรีตรงหน้าคือความนุ่มนิ่ม และกลิ่นหอมจางๆ จากกายนางเท่านั้น ก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจ ซือหนิงอ้ายเองก็ได้แต่เขินอายจึงก้มหน้าหลงแต่กระนั้นหูของนางยังคงได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นกระหน่ำจนน่ากลัวเช่นเดียวกับเสียงหัวใจนางเช่นกัน

..............................

บทนี้ยังมีเรื่องของจ้าวลี่เซียนที่หยิบยกขึ้นมานะคะ อาจจะมีอยู่แค่ 2-3 บทเท่านั้น อย่าเพิ่งเขวี่ยโทรศัพท์ทิ้งนะคะ

...............................................................

เหมยฮวาสลักใจแม่ทัพไร้พ่ายกำลังตีพิมพ์กับ สนพ.แอลซิก และจัดจำหน่ายฉบับ E-BOOK พร้อมตอนพิเศษ 4 ตอน (รอก่อนนะคะ หากออกแล้วจะแจ้งให้ทราบทันที)

..............................

อ่านคำโปรยก่อนดาวโหลด

ดวงใจประมุขมาร
ศศิลภัส
www.mebmarket.com
ด้ายแดงที่เคยขาดออกจากกัน กลับมาบรรจบกันอีกครั้ง หนึ่งสตรีอ่อนหวาน หนี่งบุรุษที่ใต้หล้าหวั่นเกรง ร่วมกันทักทอสายใยรักแน่นแฟ้นจนมิอาจพรากจาก
หนิงฮวายอดดวงใจ
พิชญะ
www.mebmarket.com
เพราะถูกศัตรูฆ่าตายแต่ก็ยังดีที่ตายพร้อมกับคนรัก ชาติก่อนมีรักกลับต้องคอยหลบซ่อนปกปิด มาชาตินี้ใครหน้าไหนอย่าได้คิดขวางทางข้าและเขาเด็ดขาด เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #4 darun_kwang (@darun_kwang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 11:07

    ชอบๆๆ ชอบพี่เฟยหลงกับอ้ายเออร์
    #4
    2
  2. #3 Goody2526 (@Goody2526) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 10:53
    พี่ใหญ่ริชอบสาว อิอิ
    #3
    0