คัดลอกลิงก์เเล้ว

Sign of Earth ล่าขุมทรัพย์แห่งพิภพ

Sign of Earth การผจญภัยของของเหล่าผู้(ไม่)กล้า ที่ฟ้าไม่ได้เลือก ที่เป็นความหวังสุดท้ายของคนทั้งเมือง ต้องสู้กับสัตว์ร้าย และเหล่าปีศาจ และยังต้องแก้ปริศนาของ Sign of Earth

ยอดวิวรวม

48

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


48

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
จำนวนตอน : 2 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  21 ก.ค. 56 / 20:15 น.
นิยาย Sign of Earth ҢѾ觾 Sign of Earth ล่าขุมทรัพย์แห่งพิภพ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Sign of Earth

Episode 1 ล่าขุมทรัพย์แห่งพิภพ

                ณ หมู่บ้านแห่งดาว ที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของบรรดาพ่อค้าคาราวานที่จะตระเวนหาของมีค่าและหายากจากทั่วทุกสารทิศทั่วโลกมาขายยังตลาดในหมู่บ้านซึ่งตลาดที่นี่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และในหมู่บ้านแห่งดาวนี้เองยังมีหอสมุดที่สูงเหยียดฟ้าซึ่งเป็นที่เก็บหนังสือเรื่องราวต่างๆของบรรดาพ่อค้าที่ออกเดินทางไปยังดินแดนต่างๆเพื่อหาของมีค่าและจะบันทึกทุกเรื่องราวที่ได้เจอะเจอมาไว้ในหนังสือและเก็บรวบรวมไว้ในหอสมุดแห่งนี้ ซึ่งพ่อค้าทุกคนจะยึดถือและปฏิบัติสืบต่อกันมานานหลายร้อยปีแล้ว

                ดีนัส เป็นพ่อค้าคาราวานเหมือนกับคนอื่นๆในหมู่บ้าน วันนี้เขาได้กลับมาจากการหาของมีค่าจากดินแดนทางใต้ นานหลายเดือนแล้วที่เขาจากหมู่บ้านนี้ไป ทิ้งไว้เพียงดาริน ภรรยาสุดที่รักที่เปิดร้านขายของในตลาดกับลูกน้องอีก 3 คน เสียงล้อเกวียนของขบวนคาราวานที่ถูกลากโดยพวก ฮอกการ์ด สัตว์ 4 ขาตัวใหญ่ที่มีหัวคล้ายนกอินทรีย์แต่ตัวเป็นม้าร่างกายแข็งแรงที่เหล่าพ่อค้านิยมนำมาเป็นสัตว์ลากเกวียนดังมาจากทางเข้าหมู่บ้าน แต่ยังไม่ทันที่ขบวนคาราวานจะได้ก้าวเข้าสู่หมู่บ้านก็ถูกให้หยุดโดยเสียงที่ดังราวสัตว์ร้ายมาจากด้านหน้าของขบวน บีนาส นายด่านเฝ้าประตูของหมู่บ้านแห่งดาวนั่นเองที่ส่งเสียงให้ขบวนคาราวานหยุด ที่นี่ใครจะเข้าจะออกจะต้องทำการลงบันทึกการเข้าออกทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันดีนัสทักทายกับนายด่านประตูตามธรรมเนียมและส่งป้ายสัญลักษณ์ประจำตัวคาราวานซึ่งทุกคนในหมู่บ้านต้องมีไว้ให้ตรวจสอบ เมื่อนายด่านตรวจสอบเสร็จแล้วจึงส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ประจำประตู เปิดประตูเข้าหมู่บ้านได้ ระหว่างทางเข้าประตูในหมู่บ้านนี่เองจะมีพวก ไทรอน ยักษ์ตาเดียวสองหัวที่ถูกจ้างให้เป็นทหารประจำทางเข้า 2 ตัว เพื่อป้องกันหัวขโมยหรือพวกนักบวชดำนอกรีดที่เข้ามาก่อความวุ่นวายและขโมยสินค้าในหมู่บ้านเสมอ
                เมื่อดีนัสได้เข้าไปหมู่บ้านเขาก็ตรงดิ่งไปหาดารินทันที ต่างคนต่างกอดกันเพราะความคิดถึงหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานเกือบร่วมปี ดีนัสอวดสินค้าที่เขาได้มาจากดินแดนทางใต้ ทั้งอัญมณีสองสี ที่แปล่งแสงแวววาวระยิบตาหรือว่าจะเป็นมงกุฎเพชรขนนกอินทรีเพลิงที่หายากหรือกระจกแห่งความฝันที่สามารถส่องดูความฝันที่ผ่านมาในกระจกได้ ซึ่งมีมูลค่าหลายพันเหรียญทองเลยทีเดียว และไม่ลืมที่จะหยิบสมุดบันทึกเรื่องราวของการเดินทางของตัวเองในครั้งนี้ออกมาจากกระเป๋าเพื่อที่จะนำไปไว้ที่หอสมุดแห่งดาวเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
                 ในคืนวันนั้นเอง ณ ที่ลานหน้าบ้านของดีนัสเขาได้จัดงานเฉลิมฉลองและเลี้ยงขอบคุณบรรดาลูกน้องและมิตรสหายที่ร่วมเดินทางไปยังดินแดนทางใต้และได้เดินทางกลับมาอย่างมีสวัสดีภาพ ในงานเลี้ยงได้มีการดื่มฉลองกันด้วยเหล้าองุ่นสีเขียวมรกต เมื่อใครดื่มเข้าไปแล้วร่างกายก็จะเริ่มมีสีเขียวสะท้อนแสงขึ้นเรื่อยๆ ใครเมาแล้วอ้วกก็จะกลับมาสู่สภาพเดิม งานเลี้ยงได้ดำเนินมาเกือบเที่ยงคืน หลายคนก็หมดสติทั้งที่ตัวยังเป็นสีเขียว บางคนก็อ้วกออกมาจนร่างกายเริ่มเป็นปรกติ ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกกันอยู่นั้นได้เกิดมีเสียงดังสนั่นทางประตูทางเข้าหมู่บ้าน ดีนัสและทุกคนตกใจและหันไปทางทิศที่เกิดเสียงนั้น พวกเขาเห็นกลุ่มควันและแสงไฟกำลังไหม้ป้อมปราการทางเข้าหมู่บ้าน ดีนัสจึงให้ดารินและพวกผู้หญิงรีบเข้าไปหลบในบ้านก่อน ส่วนตัวเขาเองพาลูกน้องที่ยังพอมีสติสามสี่คนหยิบอาวุธที่พอหาได้วิ่งไปดูที่ป้อมปราการที่เกิดไฟไหม้ ในใจเขาคิดว่าคงเป็นพวกหัวขโมยหรือนักบวชดำที่มักจะมาปล้นหรือสร้างความวุ่นวายให้กับหมู่บ้านเสมอ เมื่อมาถึงป้อมปราการหน้าหมูบ้านดีนัสก็เห็นชาวบ้านกำลังมุงดูซากปรักหักพังของปราการหินที่ถูกแรงระเบิดจนเสียหายและไฟไหม้อยู่ และไม่ไกลจากตรงนั้นเองมีร่างของยักษ์ไทรอนนอนแน่นิ่งหมดสติอยู่ ดีนัสสอบถามพวกทหารที่เฝ้าป้อมปราการได้ความว่า มีวัตถุลึกลับลอยตกลงมากลางป้อมและเกิดระเบิดขึ้นทำให้ไทรอนที่อยู่แถวนั้นถูกแรงระเบิดจนบาดเจ็บและหมดสติไป ไม่ทันที่ดีนัสจะถามอะไรต่อเสียงระเบิดก็ดังขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้มันดังขึ้นที่บริเวณหอสมุดแห่งดาว ทุกคนรีบหันไปทางหอสมุดและเจอกับวัตถุที่บินได้คล้ายนกตัวใหญ่และบนตัวนกตัวใหญ่นั้นก็มีร่างชายลึกลับสวมเสื้อคลุมปิดใบหน้านั่งอยู่และกำลังบินมุ่งตรงมาทางที่ทุกคนยืนอยู่ และไม่ทันที่ทุกคนจะตั้งสติหรือทำอะไรต่อ ชายลึกลับผู้นั้นก็ทิ้งลูกบอลเพลิงลูกเล็กลงมาบริเวณที่ชาวบ้านยืนอยู่ เสียงระเบิดดังกึกก้องชาวบ้านต่างก็กระเด็นตามแรงระเบิด ชายลึกลับกับนกประหลาดนั้นก็บินหนีออกจากหมู่บ้านไปอย่างรวดเร็ว
                 เมื่อทุกอย่างสงบลงมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน ดีนัสเองก็กระเด็นไปตามแรงระเบิดเช่นกันแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนักมีเพียงแผลถลอกที่แขนเล็กน้อยเท่านั้น ต่างคนต่างงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สักพักหน่วยทหารป้องกันภัยของหมู่บ้านก็มาถึง พวกทหารได้ทำการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเร่งด่วนโดยมีชาว เอเทล ผู้ที่ใช้พลังเวทย์มนต์ในการรักษาคนเจ็บที่หมู่บ้านแห่งดาวได้จ้างมา ผู้เฒ่า ไดนาส ผู้นำหมู่บ้านมาถึงก็สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นและได้จัดเวรยามดูแลหมู่บ้านเพิ่มเติมมากขึ้นเพื่อความปลอดภัย
                   วันต่อมามีการประชุมสมาชิกหมู่บ้านที่สภาแห่งดาวบริเวณชั้นใต้ดินของหอสมุดต่างก็พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนว่าเป็นฝีมือของใครที่เข้ามาทำร้ายคนในหมู่บ้านและมีอะไรบ้างที่ได้รับความเสียหายหรือถูกขโมยไปในเมื่อคืนนี้ บรรณารักษ์ของหอสมุดได้รายงานต่อสภาว่ามีเพียงประตูทางเข้าคลังหนังสือเท่านั้นที่เสียหายและเมื่อตรวจสอบดูแล้วพบว่ามีเพียงหนังสือเล่มเดียวเท่านั้นที่หายไป นั่นก็คือหนังสือที่บันทึกการเดินทางของดีนัสในครั้งล่าสุดเมื่อครั้งเดินทางไปยังดินแดนทางใต้ ดังนั้นสภาจึงให้เรียกดีนัสมาเพื่อที่จะสอบถามถึงหนังสือที่หายไป
                    ดีนัสเมื่อได้รู้จากทางสภาว่าหนังสือที่เขาได้บันทึกเรื่องราวต่างๆในขณะที่เดินทางในครั้งล่าสุดนั้นได้หายไปเมื่อคืนนี้ก็ยิ่งงงและสงสัยมากขึ้น เขาได้บอกทางสมาชิกสภาหมู่บ้านว่าในหนังสือที่เขาได้บันทึกนั้นไม่มีอะไรพิเศษ นอกจากเรื่องราวทั่วๆไปที่ได้เจอในระหว่างการเดินทาง ผู้เฒ่าไดนาสได้ถามดีนัสว่าแล้วมีของมีค่าใดบ้างที่ได้มาจากการเดินทางครั้งนี้ ดีนัสหยุดคิดและพิจารณาถึงสิ่งของต่างๆที่ได้มาและบอกกับผู้เฒ่าว่าถ้าของมีค่าที่สุดที่ได้มาในครั้งนี้คงน่าจะเป็นกระจกแห่งความฝันที่มีค่าหลายพันเหรียญทองแต่ทำไมคนร้ายถึงไม่มาขโมยกระจกแต่กลับเลือกที่จะขโมยหนังสือที่เขาบันทึกไว้เท่านั้น
                       เมื่อต่างไม่รู้ว่าใครบุกรุกเข้ามาและไม่รู้เหตุผลที่คนร้ายเลือกที่จะขโมยหนังสือบันทึกของดีนัสไป เรื่องนี้ก็เลยเป็นที่สงสัยของคนในหมู่บ้านแต่เมื่อเวลาได้ผ่านไปหลายสัปดาห์ เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เริ่มจางหายไปทีละช้าๆจากคนในหมู่บ้าน จะมีก็แค่ดีนัสเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังเก็บความสงสัยไว้คนเดียวและทบทวนสิ่งที่เขาได้เขียนไปว่าทำไมหนังสือของเขาถึงมีค่าพอให้คนร้ายบุกเข้ามาขโมยถึงหอสมุดในหมู่บ้าน


โปรดติดตามเรื่องราวต่างๆต่อไปในตอนที่ 1ผู้บุกรุกปริศนา

สารบัญ 2 ตอน อัปเดตล่าสุด 21 ก.ค. 56 / 20:152 ตอน

ตอน
ชื่อตอน
สถานะ
อัปเดตล่าสุด

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น