นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[SJ] ||| Because one word love |||

แม่ของผม...เธอไม่ใช่คนยิ่งใหญ่...แต่เธอได้รักใครกลุ่มหนึ่งด้วยหัวใจที่เธอมี [คาริ]

ยอดวิวรวม

2,273

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


2,273

ความคิดเห็น


12

คนติดตาม


15
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  10 พ.ค. 55 / 14:05 น.
นิยาย [SJ] ||| Because one word love |||

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เซย์ฮัลหลาววววววววววววววววว นักอ่านที่หลงเข้ามาทุกคนนะคะ
ยังไงก็ฝากเรื่องสั้นเรื่องนี้ไว้ในง่ามนิ้ว เอ๊ย อ้อมกอดด้วย



______________________________________________________________________________





แต่งไว้นานแล้วแต่เพิ่งได้ฤกษ์เอามาลงเด็กดีฮ่าๆๆๆ(อินี่บ้า)
สำหรับคนที่อ่านแล้ว(เราส่งให้ทางเมล์เมื่อนานมาแล้ว)
ไม่ต้องสงสัยเราเปลี่ยนชื่ออะไรนิดหน่อยแต่โครงเรื่องแบบเดิมค่ะ








 



_______________________________________________________________________________

เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 พ.ค. 55 / 14:05


G Minor!
       



Because one word love 








       
ผมชื่อคาริ ผมจบจากมหาลัยชื่อดังมาได้สองปีกว่าแล้วล่ะ ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งแล้ว ฝนข้างนอกตกหนัก ฝนเม็ดใหญ่กระหน่ำลงมาบนหลังคาบ้านตั้งแต่ตอนเย็นและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผมเดินขึ้นไปบนห้องแต่แล้วก็ต้องเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่าง..หน้าหนังสือพิมพ์ฉบับเก่า สีซีดจนตอนนี้กลายเป็นสีเหลือง ผมหันตามไปที่ๆมันจากมา..ห้องนอนของแม่ผม
         
         ผมเดินไปที่ห้องของแม่..นี่ก็ปีนึงแล้วนะ ที่แม่ทิ้งผมไป แม่จากผมไปอย่างไม่มีวันกลับเพราะโรคร้ายที่คอยรุมเร้า ผมเปิดประตูห้องนอนของแม่ ทุกอย่างในนี้ยังเหมือนเดิม ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิม ไม่มีการขนย้ายใดๆ มีก็เพียงแต่ฝุ่นและหยากไย่เท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ถึงกาลเวลาที่ผ่านไป
         
         น้ำตาผมเริ่มมาคลอที่ดวงตา แม่ของผม..ท่านเชื่อความรักในทุกรูปแบบและผมก็เช่นเดียวกัน แม่กับพ่อรักกันมากแต่ท้ายที่สุดพ่อก็ต้องจากแม่และผมไปด้วยอุบัติเหตุ ภาพวันเวลาเก่าๆเริ่มกลับมาในห้วงความคิดผม ครั้งที่แม่ยังมีชีวิตอยู่อีกครั้ง









_____________________________________________________________________________________



















            ย้อนเวลาไปเมื่อหลายปีก่อน หญิงวัยกลางคนได้จูงมือลูกชายวัย 8 ขวบ ที่เพิ่งไปรับกลับจากโรงเรียนเข้าบ้าน จะเป็นแบบนี้ทุกวันซึ่งจะเห็นเป็นที่ชินตาของคนละแวกนั้น สองคนแม่ลูกอยู่ในบ้านหลังเล็กกันสองคนอย่างอบอุ่น
           
            “คาริ!! รีบไปอาบน้ำได้แล้วลูก จะได้มากินข้าวกัน มัวแต่เล่นเกมอยู่นั่นแหละณิชาผู้เป็นแม่ไล่ให้ลูกไปอาบน้ำจากนั้นก็เดินเข้าไปทำกับข้าวในครัว














            โครม
!!
           
     

            เสียงดังมาจากข้างบนก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่เหมือนของตก ณิชารีบวิ่งขึ้นไปดูเพราะตนเองเพิ่งจะบอกให้ลูกชายไปอาบน้ำ
           
            “คาริ เป็นอะไรรึเปล่าลูก คาริ
         
            สภาพที่เห็นคือลมพัดแรงจึงทำให้ประตูปิดอย่างแรง ส่วนเสียงของตกคาดว่าน่าจะเป็นของที่ตั้งอยู่บนที่สูง คาริยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องของตัวเอง ไม่มีร่องรอยของการบาดเจ็บเลยสักนิด
           
            “แม่ครับ ผมเห็นกระดาษพวกนี้นี้ปลิวมาจากห้องแม่ตอนลมพัดด้วยครับ
         

            ณิชาดูกระดาษในมือของคาริ มันคือภาพจากหนังสือชื่อดังของวัยรุ่นเมื่อ 
13 ปีก่อน มันนานมากแต่ณิชาก็เลือกที่จะเก็บรักษามันไว้อย่างดี ภาพสีที่เห็นอาจจะจางไปบ้าง ขอความบางตัวอาจจะหลุดออกไป แต่ทุกๆอย่างณิชายังจำได้ดี เพราะพวกเขาคือกลุ่มคนที่ทำให้ได้รู้ว่า...ความรัก...ที่มีแต่การให้ ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย
           
           “แม่ครับ แม่ครับ แม่อย่าร้องสิครับ แม่เห็นคนพวกนี้ทีไร แม่ต้องร้องไห้ทุกทีเลย งั้นผมเอาไปทิ้งนะครับ

           “ไม่ได้นะคาริ แม่ไม่ให้ลุกทำแบบนั้นเด็ดขาด ฟังแม่นะลูก...การที่เราเก็บรักษาอะไรไว้นานๆ แสดงว่าของสิ่งนั้นต้องมีค่าและมีความหมายกับเรามากนะลูก

           “แล้วมันมีความหมายกับแม่ยังไงล่ะครับ

           “..........”

           “แม่ครับ...ถ้าแม่ไม่ตอบผมคราวนี้ ผมจะทิ้งของทุกอย่างเลยนะ”

            ณิชาทนการรบเร้าของลูกไม่ไหว จึงพาคาริไปที่ห้องตัวเอง ครั้งแรกที่เห็นสภาพห้องตัวเองที่เพิ่งโดนลมพัด ก็แทบร้องกรี๊ด ของทุกอย่างที่เกี่ยวกับกลุ่มคนพวกนั้นล้มระเนระนาด ณิชารีบเข้าไปจัดเก็บให้เข้าที กระดาษบางชิ้นเปียกน้ำเพราะโดนฝนสาด ทำให้ต้องเอาไปเป่าลมให้แห้ง

           “แม่ครับ... โปสเตอร์ของแม่ มันขาดแล้วครับ




















            ตึง
!!







            ไดร์เป่าผมที่อยู่ในมือณิชาหล่นลงพื้นเสียงดัง แม้แต่โปสเตอร์ที่เก็บดูแลไว้อย่างดี ฉันก็ไม่สามารถที่จะรักษามันได้เลยหรือนี่..

            “แม่ร้องอีกแล้ว แม่เล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับผู้ชายสิบสามคนนี้ได้มั้ยฮะ ผมอยากรู้จักพวกเค้าจัง ผมอยากบอกพวกเค้าว่า...แม่ร้องไห้เพราะพวกเค้าไม่รู้กี่ครั้งแล้ว

            “ได้สิ แม่จะเล่าให้ฟัง...

            ณิชาพาคาริมานั่งที่เตียงจากนั้นก็ซับน้ำตาตัวเองและเริ่มต้นเล่าเรื่องของตัวเอง...










































Kari say


            ผู้ชายสิบสามคนที่เห็นในโปสเตอร์ที่อยู่ในมือผม แม่เรียกพวกเขาว่า..ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นวงบอยแบนด์ชื่อดัง ที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วทุกมุมโลก พวกเขามีรอยยิ้มที่สดใส ความเป็นกันเองที่ดูกลมกลืนกันอย่างลงตัวทั้ง 13 คน พวกเขามีกลุ่มแฟนคลับที่เรียกตัวเองว่า..เอลฟ์ 
Everlasting Friends นี่คือชื่อเต็มๆของกลุ่มแฟนคลับ แม่บอกว่า...พวกเขามีสีประจำวงด้วย คือ สีน้ำเงิน หรือสีSapphire blue นั่นเอง พวกเขามาเมืองไทยบ่อยมาก และทุกครั้งที่พวกเขามาก็จะมีประโยคภาษาไทยเด็ดๆที่คอยมัดใจกลุ่มเอลฟ์ของพวกเขา แม่บอกว่า...แม่รู้จักพวกเขาตอนที่แม่อายุ 18 ปี อาจจะช้าไปมาก แต่ก็ยังดีที่แม่ได้รู้จักพวกเขา ได้รักพวกเขา

            พวกเขาไม่เคยรู้ว่าแม่มีตัวตน พวกเขาไม่รู้ว่าแม่คือกลุ่มแฟนคลับที่เรียกตัวเองว่า..เอลฟ์ไทย พวกเขาไม่รู้ว่าแม่คือส่วนหนึ่งของคลื่นซัฟไฟร์บลูที่สวยงาม พวกเขาไม่เคยได้ยินเสียงของแม่ที่ตะโกนเรียกชื่อพวกเขาออกไป พวกเขาไม่เคยรู้และ...ไม่มีวันรู้ แต่แม่ก็ยังทำทุกอย่างเพื่อพวกเขา เพื่อน คนรอบข้าง คนรู้จัก ต่างถามแม่ว่า...บ้าหรือเปล่า ทำแบบนี้ไป..เพื่ออะไร พวกเขาไม่มีทางจะรู้หรอก นั่นสิ
!! พวกเขาไม่มีวันรู้เลย แต่ฉันก็ยังทำเพราะ...รัก คำเดียว นี่คือสิ่งที่แม่คิดตอนนั้น

            รัก..ใครๆหลายคนมักจะบอกว่าความรักของตัวเองดี ซึ้ง มีอุปสรรคมากที่สุด และยาวนานที่สุด ความรักเหล่านั้นเป็นรักที่หวังครอบครองทั้งสิ้น แต่แม่บอกว่ายังมีความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ใครๆมักมองข้ามและเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ นั่นคือความรักแบบแฟนคลับกับศิลปิน
           
            รัก...ที่ไม่อาจแตะต้อง

            รัก...แต่ไม่ได้เห็นคนที่ตัวเองชอบบ่อยๆ

            รัก...แต่ไม่ได้เป่าเทียนวันครบรอบที่คบกัน

            รัก...แต่ไม่ได้ยิ้มให้กำลังใจกันแบบซึ่งๆหน้า

            รัก...แต่ไม่ได้เอามือที่สั่นเทาไปปาดน้ำตาให้ในขณะที่คนที่รักร้องไห้ตัวโยน

            รัก...แต่ไม่ได้กระซิบบอกว่ารักหรือฝันดีนะทุกคืน

            รัก...แต่ไม่ได้ไปเที่ยวหรือหาของอร่อยๆกินกัน

            รัก...แต่ไม่ได้ซื้อของขวัญวันเกิดให้กัน

            ไม่ได้..แม้แต่จะบอกความในใจให้อีกฝ่ายรู้เลย...



            สิ่งที่ทำได้ก็มีแค่...ซื้อของที่เกี่ยวกับพวกเขา เก็บสะสมไปเรื่อยๆ กี่อัลบั้มของพวกเขาที่วางจำหน่ายก็กวาดมาให้หมด ค้นหาประวัติและการติดตามข่าวของพวกเขาอย่างใกล้ชิด หากพวกเขาคนใดคนหนึ่งอ่อนแอ เอลฟ์ก็จะเศร้าไม่เป็นอันทำอะไรเลย เพราะ...รักคำนี้คำเดียว แม่บอกผมว่า...ตอนที่รู้ข่าวว่าสมาชิกของวงคนนึงกำลังจะออก แม่ติดตามข่าวพวกเขาทุกวัน ภาวนาร้องขอพระเจ้าหากว่าท่านเชื่อมั่นในรักของเรา โปรดจงอย่าพรากเราจากกันเลย มีอุปสรรคมากมายเกิดขึ้นมากมายกับซุปเปอร์จูเนียร์ แต่พวกเอลฟ์ที่คอยอยู่เคียงข้างพวกเขาตลอด ร้องไห้ไปด้วยกัน หัวเราะและมีความสุขด้วยกัน มีคนเป็นหมื่นที่ชอบพวกเขาแต่จะมีสักกี่คนที่รักพวกเขาเหมือนแม่ผม...


            แม่บอกว่า... บางครั้งก็มีบ้างที่ซุปเปอร์จูเนียร์บอกว่าเอลฟ์ทำรุนแรงไป เอลฟ์ไม่มีเหตุผล แต่คนเหล่านั้นก็ยังรักพวกเขา (เอาแต่ใจกันจริงเลยพวกนี้อ่ะ) แม่เคยไปคอนเสิร์ตของพวกเขาที่มาไทยด้วย แม่บอกว่าเอลฟ์ไทยยอมไปรอหน้าประตูตั้งนานเพียงเพื่อที่จะเห็นซุปเปอร์จูเนียร์เพียงแค่ 3 ชั่วโมง เอลฟ์ไทยไม่ยอมเอาป้ายไฟเข้าไปเพียงเพราะ...กลัวคลื่นซัฟไฟร์จะไม่สวย เรื่องเล็กน้อยของใครหลายคนแต่มันคือเรื่องใหญ่ของเอลฟ์ พูดมาถึงตรงนี้แม่ผมก็มีน้ำตามาคลออีกครั้ง จากนั้นแม่ก็เล่าต่อ

            แม่รอเวลาที่จะเจอพวกเขามา 10 เดือน ซึ่งต่างกับบางคนที่รอมานานถึงปีกว่า รอ...เพียงเพื่อจะเจอพวกเขาแค่ไม่กี่ชั่วโมง ไม่ได้สัมผัส ไม่ได้ใกล้ชิด ไม่ได้เข้าไปซับเหงื่อที่ไหลลงมาอาบแก้มพวกเขา ไม่ได้เข้าไปซับน้ำตาให้พวกเขา ขอแค่เห็นพวกเขายิ้มอยู่ไกลๆ แค่นี้แม่ก็พอใจแล้ว









            เป็นเวลากี่ปีไม่รู้ที่แม่รักพวกเขา รู้แค่ว่าแม่ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะยอมรับพวกเขาได้ แม่รอจนกว่าตัวเองจะแน่ในว่าจะช่วยเหลือและปกป้องพวกเขาได้ เพียงเพื่อไม่ให้คนอื่นมาดูถูกแม่...ก็แค่นั้น ใครหลายคนมองว่าแม่ทำทุกอย่าง ทุ่มเททุกอย่างเกินไป แต่สำหรับแม่แล้ว...ไม่ใช่เลย เพราะทุกสิ่งที่ทำ ก็แค่อยากให้คนที่ตัวเองรักมีความสุขและมีรอยยิ้มก็พอ สำหรับแม่แล้วพวกเขาเข้มแข็งและอ่อนโยน พวกเขาจะกวาดรางวัลที่หนึ่งหรือไม่ได้รางวัลบางเวทียัง แต่ในสายตาแม่ พวกเขาคือวงที่สุดยอดจริงๆ


         แต่
แล้ววันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว..วันเวลาที่มีความสุขเริ่มจางหาย เมื่อหัวหน้าวงของพวกเขาออกมาประกาศแยกวง เพราะสมาชิกทุกคนต้องแยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง และความนิยมของพวกเขาได้ลดลงเพราะคลื่นลูกใหม่ที่มีมากขึ้น เหตุผล...แค่นี้ที่ทำให้เอลฟ์ทั้งหลายแทบจะหมดแรง เพราะต้นสังกัดที่ตัดสินใจอย่างโหดร้าย

          เพราะคำว่าความนิยมลดลง แล้วผู้คนที่ไปยืนร้องไห้ในวันที่ฝนตกหนักตอนที่หัวหน้าวงนั้นกำลังกล่าวคำอำลาล่ะ แม่ผมคือหนึ่งในนั้น แม่บอกว่า..วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนัก และน้ำตาของเอลฟ์ที่กำลังจะไหลหมดตัว.. ซุปเปอร์จูเนียร์ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน สมาชิกทุกคนหลบสายตาของแฟนคลับพวกเขา ต่างคนต่างก้มหน้า เพื่อต้องการที่จะปิดบังน้ำตาที่กำลังไหลลงมาไม่ขาดสาย พวกเขารู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ เวลาที่มีความสุขด้วยกันหมดไปเร็วเหลือเกิน..





            “
พวกเราต้องขอบคุณเอลฟ์ทุกๆคนที่ให้การสนับสนุนพวกเราตลอดมา พวกเรา...รักพวกคุณนะครับ ขอบคุณครับซีวอนสมาชิกคนที่ 10 ของวงออกมากล่าวด้วยเสียงสั่นเทา


            เสียงตะโกนของเอลฟ์ที่ตอบกลับมาอื้ออึง ฟังไม่ได้ศัพท์ ทุกคนร้องไห้ไม่หยุด ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย

            “เอิ่ม...ผม...ผมขอโทษนะครับที่ไม่สามารถรักษาสัญญาที่ไว้ให้กับพวกคุณได้ ผมไม่สามารถปกป้องซุปเปอร์จูเนียร์เอาไว้ได้ ผม...ผม...ขอโทษครับ


            เสียงปล่อยโฮของหัวหน้าวงลีทึกดังออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่พร้อมกับการโค้งคำนับ พี่จะโทษตัวเองทำไม พี่ไม่ผิดสักนิด ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้วต่างหาก อย่าทำแบบนี้เลย น้ำตาของแม่ผมไหลลงมาไม่ขาดสาย แม่บอกว่าวินาทีนั้นเป็นเวลาที่ต่างฝ่ายต่างเจ็บปวด สมาชิกทุกคนต่างกอดกันและร้องไห้ ปล่อยให้น้ำตาที่พวกเขาต้องสะกดมันไว้ไหลลงมา อึนฮยอกสมาชิกคนที่แปดร้องไห้หนักมาก รยออุคร้องไห้ตัวโยน แม้แต่คิบอมผู้ชายผู้เก็บความรู้สึกยังยืนน้ำตานองหน้า


            “อูรีนึนซูพอจูนีออเยโยทุกคนพูดพร้อมกัน

            “อูรีนึนเอลพึเยโยเอลฟ์ตะโกนขึ้นพร้อมกัน

            “จีคยอจุลเกยอลเซมยอง จีคยอจุลเกยอลเซมยองเสียงตะโกนของกลุ่มแฟนคลับยังดังไม่หยุด ต่อให้สมาชิกซุปเปอร์จูเนียร์ลงจากเวทีไปแล้วก็ตาม

            “แล้วคำนั้นแปลว่าอะไรเหรอครับ

            “คำๆนั้น...แปลว่าปกป้องสิบสามคนเท่านั้น นี่คือคำสัญญาของเอลฟ์ ว่าพวกเราจะปกป้องพวกเขาทั้งสิบสามคน...เท่านั้น

            “แม่ครับ แล้วพวกเขาจะได้ยินเสียงที่ตะโกนแข่งกับฝนเหรอผมถามแม่

            “ลูกรู้มั้ยจ๊ะ ทุกๆคำที่พวกเราพูดออกมาและพวกเขาตอบกลับมา มันต้องใช้ตรงนี้...มันต้องใช้ใจฟัง เพราะฉะนั้นต่อให้คนที่เรารักพูดเบาที่สุดเราก็จะได้ยิน

            ข่าวการแยกวงขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ทั้งในประเทศและนอกประเทศ แม่เลือกที่จะเก็บข่าวของพวกเขาไว้ทุกๆชิ้น ทุกหน้าหนังสือพิมพ์และเก็บมันไว้อย่างดี เพราะต่อแต่นี้ไปทุกอย่างอาจจะเป็นเพียงความทรงจำ ที่ฝังอยู่ในหัวใจ...ตลอดไป...

            “แม่ครับ...ผมรักแม่นะผมพูดได้แค่นี้ ผมรู้ว่าความรักที่มีแต่การให้และลงท้ายด้วยการจากลามันเจ็บปวดเหลือเกิน...

            หลังจากนั้นผมก็ไม่พูดถึงซุปเปอร์จูเนียร์อีก แต่มีบ้างที่แม่จะเปิดเพลงของพวกเขา แม่เคยเต้นให้ผมดูด้วย เพลง 
Sorry Sorry ของพวกเขาที่แม่บอกว่าดังเป็นพลุแตก และเพลงอื่นๆอีกหลายเพลง ทุกครั้งที่พูดถึงหรือได้ฟังเพลงพวกเขาแม่ผมยิ้มอย่างมีความสุข (ยิ่งกว่าเห็นหน้าพ่อผมซะอีก)




















            แม้กระทั่งวันสุดท้ายของแม่ แม่ก็ยังไม่ลืมที่จะเตือนผม

            “คาริ...ของทุกอย่างที่เกี่ยวกับซุปเปอร์จูเนียร์ในห้องแม่... ลูกอย่าทิ้งหรือย้ายที่มันเด็ดขาดนะลูก แม่...อยากเก็บ...ทุกอย่างไว้...เพราะแม่...ต้องการทำตาม...สัญญาที่แม่เคยให้ไว้...กับพวกเขา...เอลฟ์จะปกป้องและดูแล...ซุปเปอร์จูเนียร์...ตลอดไป

            แม่ผมทำเหมือนมันเป็นเรื่องไร้สาระที่ใครหลายคนบอกว่า...เกินไป แต่สำหรับผม...ผมคิดว่านี่คือความสุขของผู้หญิงคนนึงที่มีได้ และแล้วแม่ผมก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ น้ำตาแม่ไหลลงมาทั้งๆที่แม่หลับตาพริ้ม ผมปล่อยโฮไม่อายใคร ผมสูญเสียแม่ไปแต่สิ่งที่ยังอยู่คือความรักของแม่ผม




































            แม่ครับ..ตอนนี้ของทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม ผมไม่ได้ย้ายของไปไหน ผมทำตามสัญญาที่ผมให้ไว้กับแม่แล้วนะครับ ผมไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ของเหล่านี้จะคงอยู่ แต่ขอให้แม่อย่ากังวลเลยนะ ผมจะดูแลของพวกนี้ ให้เหมือนที่แม่คอยดูแลผม...และพวกเขา...ผมรักแม่ครับ...

















































            “แม่ของผม...เธอไม่ใช่คนยิ่งใหญ่...แต่เธอได้รักใครกลุ่มหนึ่งด้วยหัวใจที่เธอมี”


[คาริ
]





THE END
  






Thank for Theme




ผลงานอื่นๆ ของ ไก่อบโอ่งน้ำแข็ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

12 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 6 กันยายน 2557 / 20:30
    ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ
    ตามอ่านตั้งแต่ตอนส่งทางเมลแล้ว
    กลับมาอ่านอีกรอบก็ยังขนลุกเหมือนเดิม
    T^T
    #12
    0
  2. วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 08:26
    ซึ้งมาก น้ำตาไหลพรากเลย
    เราจะรักพวกคุณตลอดไป
    SUPERJUNIOR FOREVER.

    E.L.F. EVER LASTING FRIENDS.
    #11
    0
  3. วันที่ 4 มิถุนายน 2556 / 20:44
    อ่านผานๆตา น้ำตาก็ไหลแล้วอ่ะ 
    #10
    0
  4. วันที่ 10 เมษายน 2556 / 17:48
    ไม่ได้อ่านทั้งหมด ไม่อยากร้องไห้ มันซึ้งมากมายค่ะ T^T
    #9
    0
  5. วันที่ 10 เมษายน 2556 / 12:46
    คิดถึงอนาคตเลย ร้องไห้ไปด้วอ่านไปด้วย 5555
    #8
    0
  6. #7 ติ่งSJ
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 13:08
    อ่านไปร้องไห้ไป T T
    #7
    0
  7. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 / 17:39
    *มองอนาคตตัวเอง*

    ซึ้งมากๆ เรื่องแบบนี้เจอมากับตัวเยอะแบบพ่อแม่ไม่ชอบอะไรแบบนี้ T______________T
    #6
    0
  8. #5 kyugift
    วันที่ 27 ตุลาคม 2555 / 11:51
    อ่านไปร้องไห้ไปเหมือนคนบ้าเลย
    นึกไม่ออกจริงๆถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นเราจะเป็นยังไง
    #5
    0
  9. #4 mr.nobody_m@hotmail.com
    วันที่ 13 ตุลาคม 2555 / 11:21
    คุณพระ อ่านไปน้ำตาก็จะไหลไป

    รักมากๆจริงๆน่่ะ
    #4
    0
  10. #3 gpjh
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 22:43
    รู้ไหมว่า ไม่กล้าอ่านแบบอ่านจริงๆ ทุกตัวอักษรน่ะ ไม่อยากนึกถึงวันนั้น ที่สุดท้ายก็ต้องแยกย้ายไปตามทางของแต่ละคน ทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่ไม่อาจย้อนคืน ไม่อยากนึกถึงวันที่ต้องอยู่โดยไม่มีพวกเค้า มันคงเป็นวันที่เงียบเหงาเหลือเกิน เพราะ sj เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว
    #3
    0
  11. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 22:08
     ซึ้งมากเลยค่ะ อยากให้แต่งต่อมากๆเลย T______T (น้ำตาท่วมจอ)
    #2
    0
  12. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 22:08
     ซึ้งมากเลยค่ะ อยากให้แต่งต่อมากๆเลย T______T (น้ำตาท่วมจอ)
    #1
    0