ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    My room :)

    ลำดับตอนที่ #94 : [Fic KNB] 7 sin & 7 virtue [3]

    • อัปเดตล่าสุด 4 ต.ค. 59




    [You are not that bad…it’s just the others see only what they want to see and overlook the goodness inside your heart.]

     

    “เธอไม่ใช่คนเลวขนาดนั้นหรอก...แค่คนอื่นเลือกที่จะมองในสิ่งที่พวกเขาอยากเห็น จนมองข้ามความดีในตัวเธอไปก็เท่านั้นเอง”


    ------------------------------------------------------------------------------

     

    Application

     

     

     

    ชื่อ – นามสกุล :: Luciana Gael Ermingild [ลูเซียน่า กาเอล เออร์มิ่งกิลด์]

    ความหมายของชื่อ :: ลูเซียน่า – แสงสว่าง / กาเอล – ศักดิ์สิทธิ์และอ่อนโยน / เออร์มิ่งกิลด์ – การให้ทั้งหมด

    รวมๆก็จะเป็น “การมอบแสงสว่างอันอ่อนโยนและศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด” 

    สัญชาติ :: ฝรั่งเศส

    อายุ :: 25

    ลักษณะรูปร่างหน้าตาของตัวละคร :: หญิงสาวร่างโปร่งผู้งดงามอ่อนเยาว์ราวกับเด็กวัยรุ่นแรกแย้ม ทั้งที่อายุจริงโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ใบหน้าอ่อนหวานใจดีมีดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เปี่ยมไปด้วยแววเมตตาล้อมด้วยแพขนตาหนา แก้มใสเป็นสีระเรื่อ จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากเรียวบางสีอ่อนมักมีรอยยิ้มระบายอยู่บนใบหน้าเสมอ ล้อมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเช่นเดียวกับดวงตา มักปล่อยยาวเรียบๆไว้ยาวเลยบ่ามาพอควร ไม่ได้ตกแต่งอะไรหวือหวามากมาย แต่กลับดูเรียบง่ายและมีเสน่ห์จับตา เรือนร่างบอบบางแทบจะไร้ตำหนิหากไม่มีปานแดงรูปผีเสื้อที่ต้นขาซ้ายจากเหตุการณ์ในอดีต แต่นั่นก็ไม่ได้ทำลายความงามของเธอแต่อย่างใด และก็ใช่ว่าเธอจะให้ใครเห็นง่ายๆ เพราะเป็นคนที่แต่งตัวมิดชิดอยู่แล้ว

    ส่วนสูง/น้ำหนัก :: 166 / 47

    นิสัย :: ลูเซียน่า กาเอล เออร์มิ่งกิลด์ หญิงสาวผู้ที่ใครๆต่างก็เปรียบเธอเป็นแม่พระหรือนักบุญ เพราะเธอเป็นคนดี...ดีจนหลายคนสงสัยว่าเธอมีชีวิตรอดจากโลกอันแสนโหดร้ายนี้ได้อย่างไร เธอสุภาพอ่อนโยนและมีความเมตตากรุณากับเพื่อนร่วมโลกทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร รูปลักษณ์ ชาติกำเนิด นิสัย ฐานะ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อุปสรรคหรือข้ออ้างในการขัดขวางการทำความดีของเธอแม้แต่น้อย แม้กระทั่งกับสัตว์โลก เธอก็ยังมอบความเมตตาให้พวกมัน ไม่น่าแปลกใจเลยสักนิดหากจะบอกว่าลูเซียน่าเป็นที่รักของเหล่าสัตว์และเด็กๆเป็นอย่างยิ่ง รวมไปถึงเป็นที่รักของหลายๆคน แม้ว่าจะมีคนรังเกียจหาว่าเอาหน้า แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจ เพียงปล่อยให้คำเหล่านั้นผ่านหูและตั้งหน้าตั้งหน้าทำดีต่อไป แม้ว่าบางครั้งมันจะดูมากเกินไปจนเอาความปลอดภัยและหลายๆอย่างของตัวเองเข้าไปเสี่ยง กล้าหาญชาญชัยมากจนบางทีเกือบจะเป็นบ้าบิ่นก็งานนี้แหละ แต่เธอก็หาได้แคร์ไม่...

     

    ลูเซียน่าเป็นคนคิดบวกและมองโลกในแง่ดีได้อย่างเหลือเชื่อ หลายคนบอกว่าโลกนี้โหดร้าย เธอเองก็ไม่ได้ใสซื่อหรือโลกสวยจนคิดว่ามีดีงามไปเสียหมด ไม่ปฏิเสธว่าความโหดร้ายมีอยู่จริง หากแต่คิดว่าเหรียญมีสองด้าน...โลกมีด้านมืดฉันใดก็ต้องมีด้านสว่าง มีความชั่วก็ต้องมีความดีเสมือนขั้วตรงข้ามเอาไว้คานกันเอง เพราะถ้าไม่อย่างนั้นโลกคงดับสลายไปนานแล้ว เชื่อมั่นว่าความชั่วไม่ได้เกิดขึ้นโดยสันดาน แต่เกิดขึ้นจากเหตุผลอะไรสักอย่างที่ส่งผลให้เขากระทำเช่นนั้น และยังเชื่อมั่นในความดีในจิตใจของมนุษย์ทุกคน เพราะลูเซียน่าไม่เชื่อว่าจะมีใครที่ดีบริสุทธิ์ไปเสียทุกอย่าง และไม่มีใครที่จะเลวทรามชั่วช้าไปหมด เธอใจดีมากพอที่จะให้โอกาสคนอื่น ให้อภัยคนอื่นได้เสมอ เพราะคิดว่าใครๆก็สามารถทำผิดพลาดได้ บางทีเลยดูเหมือนเป็นคนโง่ที่คอยให้อภัยเรื่องเดิมซ้ำๆ แต่เชื่อเถอะ ทุกอย่างมีขีดจำกัด ลองเธอหมดความอดทนเมื่อไหร่จะหนาว ก็...เขาว่าพวกที่ใจเย็นมีความอดทนเวลาโกรธหรือหมดความอดทนจะน่ากลัวมาก และลูเซียน่าคือหนึ่งในคนประเภทนี้ เพราะเวลาโกรธจริงจัง จะเป็นคนที่ทำอะไรได้เหนือความคาดหมายแบบเดาทางไม่ได้เลย (แต่ที่แน่ๆไม่ใช่สายใช้กำลังหรืออาละวาด) แถมแผ่รังสีอำมหิตออกมาได้น่ากลัวมากจนไม่น่าเชื่อว่าเธอคือแม่พระคนนั้น....

     

    ลูเซียน่าเป็นเหมือนตัวแทนแห่งคุณธรรมทั้งปวง เพราะเธอมีคุณสมบัติของคุณธรรมทั้งเจ็ดอยู่ครบทุกประการไม่มากก็น้อย เพียงแต่ที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นจิตใจแห่งความดีงามที่ไร้อคติปิดกั้นจึงสามารถเข้าถึงจิตใจของผู้อื่นได้ดี สามารถเข้าใจและรับฟังพวกเขาได้จากใจจริงไม่เสแสร้ง ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับพวกเขา หากพวกเขาเป็นทุกข์ เธอเองก็กังวลไปด้วยและพร้อมที่จะอยู่เป็นที่พึ่งพิงให้ คอยอยู่เคียงข้างเพื่อให้พวกเขาไม่รู้สึกว่ากำลังเผชิญทุกข์เพียงลำพัง แม้ว่าคนทั้งโลกจะบอกว่าพวกเขาแปดเปื้อนก็ตาม หากสุขเธอเองก็จะยินดีไปกับอีกฝ่ายด้วยจากใจจริง...แต่หากเป็นเรื่องของตัวเองแล้วจะไม่หลุดออกไปให้ใครกังวลใจเด็ดขาด ภาพพจน์ของลูเซียน่าจึงมักเป็นเทพธิดาที่มีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับหน้า ราวกับมีความสุขอยู่ตลอด และไม่มีสิ่งใดทำให้เธอทุกข์ใจได้ ทั้งที่ความจริงในใจอาจจะคร่ำครวญกรีดร้องอยู่ก็เป็นได้ อย่างที่บอกไปขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์...ไม่มีใครดีเลิศไปเสียหมดทุกอย่าง ลูเซียน่าเองก็มีความมืดมิดในจิตใจที่ถูกแสงสว่างแห่งความดีงามบดบังไว้ ยิ่งเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยเผยความรู้สึกในแง่ลบของตนเองออกไปให้ใครลำบากใจหรือเป็นเป็นกังวลแทนเธอแล้ว (แต่สำหรับเรื่องแง่ดีจะพูดออกมาได้อย่างตรงไปตรงมา ไร้อาการเขินอายใดๆ) น่าหวาดกลัวเหลือเกินว่าแสงสว่างนั้นจะมีวันริบหรี่หรือไม่...

     

    จากคุณสมบัติแห่งคุณธรรม ลูเซียน่าเป็นคนขยัน แต่ก็ไม่ได้ฝืนตัวเองมากนักยกเว้นจะไปช่วยชาวบ้านเขาจนฝืนกำลังตนเอง ไม่ใช่คนเรียนรู้อะไรเร็ว เป็นพวกเรียนรู้ด้วยหัวใจเป็นหลัก สมองเป็นรอง แต่เพราะขยัน เพียรพยายามและใฝ่รู้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เธอสามารถจดจำได้ดี (มาจากพรแสวงประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์) ส่วนหนึ่งมาจากการที่เธอมี “ความทรงจำในระยะยาว” ที่ดีด้วย นั่นหมายความว่าระยะสั้นเธอจะลืมค่อนข้างง่าย และนั่นเองทำให้เธอมีนิสัยชอบจดบันทึกสิ่งที่สำคัญไว้ในสมุด อย่าถามว่าทำไมไม่เมมไว้ในมือถือ...คือเธอเป็นพวกโลวเทค มือถือที่ใช้ยังแค่โทรเข้าออก ส่งข้อความ อัพเดทงาน คอมก็ใช้แค่ตอนจัดการงานเท่านั้น ที่เหลือทำไม่เป็น...(ไม่คิดจะทำด้วย เพราะเคยลองแล้วมันยุ่งยาก และไม่เข้ากับตัวเองอย่างแรงส์)

     

    ลูเซียน่ากับความหยิ่งยโสเป็นสิ่งที่เรียกว่าแทบจะตรงกันข้าม เธออ่อนน้อม เป็นมิตร ซื่อสัตย์ และจริงใจกับทุกคนที่ได้พบเจอแม้จะเป็นเพียงครั้งแรกก็ตาม บนใบหน้าหวานนั้นมักมีรอยยิ้มอยู่เสมอ แต่หากยิ้มสดใสดีใจจะดูเจิดจ้ามากเสียจนเหมือนโดนพระอาทิตย์ส่องกันเลยทีเดียว ดูเหมือนเป็นคนเปิดเผย แต่ความจริงแล้วก็ไม่ได้เปิดเสียทั้งหมด ใครจะรู้ล่ะว่าเธอสร้างม่านบางๆ โปร่งใสในใจ...ที่กั้นเธอไว้จากคนทั้งโลกที่คิดเข้าหาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่ใช่เพราะความหยิ่งอะไร แต่เพื่อปิดแผลในอดีตไม่ให้ใครมาเปิดและกรีดมันลงไปซ้ำที่เดิม ทุกคนสามารถเข้าถึงหัวใจเธอได้เพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น หากจะสนิทกว่านั้น หรือผูกพันลึกซึ้งกว่านั้นก็คงต้องหาทางทลายม่านในใจนี้ไปให้ได้เสียก่อน มิฉะนั้นคงคงหยุดได้แค่เพียงเพื่อนพี่น้องหรือคนรู้จักกันเท่านั้น...

     

    หากคำว่าหยิ่งยโสคือสิ่งที่อยู่ตรงกันข้ามกับลูเซียน่าแล้ว ราคะคงเป็นเหมือนเส้นขนานที่คงไม่มีทางบรรจบกับเธอได้ หากแต่เธอไม่ได้ไร้หัวใจรักใครไม่เป็น ตรงกันข้าม เธอมีความรักให้ทุกๆคนในฐานะเพื่อนมนุษย์อย่างเท่าเทียม อาจมีเพื่อนหรือคนใกล้ชิดที่ได้รับมากกว่าคนอื่นตามธรรมดา แต่ไม่มีใครเลยที่ทำให้เธอคิดลึกซึ้งจริงจังในแง่ชายหญิง ไร้กิเลสตัณหา ไร้ความต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ ความรักของเธอเป็นดั่งสายฝนอันชุ่มชื่นที่มอบให้ทุกคน เหมือนกับความรักของพระเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์ก็ไม่ปาน แต่ลึกๆในใจ...ลูเซียน่าก็ยังคงเฝ้ารอและโหยหา...คนที่จะรักและเห็นค่าเธอสำคัญยิ่งกว่าใครอื่น คนที่ยอมรับตัวเธอได้ทุกอย่าง ทั้งเธอที่เจิดจ้าและอบอุ่นผู้อยู่เบื้องหน้า รวมไปถึงความมืดที่ซ่อนเร้นไว้ในส่วนลึก หากเจอใครคนที่ว่าก็คงจะรักมั่นเพียงแต่เขาเป็นแน่ เพียงแต่บุคคลที่เธอปรารถนาที่สุดนั้นไม่มีวันอยู่กับเธอได้อีกแล้ว...พวกเขา...พ่อแม่ของเธอจากเธอไปนานแล้ว เรื่องมันก็เท่านั้น โหยหาความรักยิ่งกว่าใครอื่นจากความโดดเดี่ยวที่เธอเผชิญมาแสนนาน ส่วนหนึ่งที่เธอทำความดีนั้น...เพราะหวังเพียงได้รับความรักตอบกลับมา ไม่ว่าจะมากน้อยและมาในรูปแบบใด แค่นั้นเธอก็พอใจและไม่ต้องการอะไรอื่นอีกแล้ว

     

    ความโกรธ...สำหรับลูเซียน่าแล้วหายากอย่างยิ่ง เพราะเธอเป็นบุคคลที่ขึ้นชื่อเรื่องความใจเย็น แม้ว่าจะถูกยั่วโมโหหรือเผชิญกับสถานการณ์ชวนให้เหวี่ยงวีนปานใดก็ตาม ถือว่าโกรธคือโง่โมโหคือบ้า เป็นพวกเอาน้ำเย็นเข้าลูบกรณีปลอบได้ หรือนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวกรณีไม่น่าปลอบไหว แต่หากโกรธขึ้นมาจะไม่ใช่สายอาละวาดทำลายล้าง แต่มักจะเป็นการปลีกตัวออกมาเพื่อสงบสติอารมณ์ให้ดีๆ ก่อนจะคิดว่าตัวเองควรจะทำยังไงต่อไป ซึ่งเกือบร้อยละเก้าสิบมักจบลงที่เธอเป็นฝ่ายไปขอโทษทั้งที่เธอผิดและไม่ผิด แต่เพื่อให้ปัญหาจบและเธอเห็นว่าความสัมพันธ์มีค่ามากกว่าจะเสียไปด้วยเรื่องที่ทะเลาะ ส่วนน้อยที่ไม่ไปขอโทษก่อนคือโกรธมาก โกรธจริง มักเป็นเรื่องจริงจังเข้าข่ายคอขาดบาดตายในความคิดของลูเซียน่า ถ้าอีกฝ่ายยอมมาคุยปรับความเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าเลือกจะปล่อยไว้...อย่าคิดนะว่ามันจะหายเอง เห็นแบบนี้เธอใจแข็งมากนะ...มีแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ห่างเหินจนกลายเป็นเหมือนคนไม่รู้จักกันในที่สุด

     

    ความโลภและตะกละนั้น หากเปรียบเป็นคนแล้วก็คงเสมือนคนไม่รู้จักของลูเซียน่า เพราะเธอนั้นไม่ได้ต้องการครอบครองอะไรมากมาย เธอเกิดมาไม่มีอะไรติดตัว...เห็นคนตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ เลยมีสิ่งของแค่เพียงพอใช้ในการดำรงชีวิตเท่านั้น มีบ้างที่ซื้อของตามความพอใจด้วยความสวยน่ารักตามประสาผู้หญิงแต่ก็น้อย ส่วนมากมักซื้อตามความจำเป็นเสียมากกว่า แต่เป็นคนใจกว้าง ถ้าเรื่องเงินๆทองๆมันช่วยคนอื่นได้เธอก็ช่วยค่ะ แน่นอนว่าต้องช่วยแบบไม่ให้ตัวเองกินแกลบหรือมีตัวแดงในบัญชี (เรื่องช่วยส่วนใหญ่จะเป็นด้านจิตใจมากกว่า) ส่วนความตะกละนี่ยิ่งแล้วใหญ่ เธอเป็นคนทานปกติ บางวันทำงานดีไม่ดีลืมกินข้าวบางมื้อด้วยซ้ำ...

     

    สำหรับลูเซียน่า...ความริษยาคือเงามืดในหัวใจของเธอ ปกติแล้วเธอคิดว่าคนอื่นมีข้อดีและข้อเสียในตัวเอง มีสิ่งที่ครอบครองเป็นเจ้าของต่างกันไป ไม่ควรเอามาเปรียบเทียบกันให้น้อยเนื้อต่ำใจ หากแต่ความเป็นจริง...โลกนี้ไม่เคยมีคำว่ายุติธรรม...และมีการเปรียบเทียบอยู่เสมอ เธอเองก็มักเผลอเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น...ว่าทำไมคนอื่นถึงได้มีคนที่รักข้างกาย ในขณะที่เธอสูญเสียพวกเขาไปจนหมดสิ้น กลายเป็นปมและความโศกเศร้าในใจ ที่บางทีอาจจะเผลอแสดงออกชั่ววูบผ่านแววตาและสีหน้า แต่ก็น้อยเหลือเกินที่ใครจะได้เห็นมัน เพราะเธอไม่อยากให้ใครเห็นความคิดดำมืดอันน่ารังเกียจนี้ของเธอ และมักจะเก็บไปน้อยใจคนเดียว   

     

    ลูเซียน่าเป็นคนที่มีศรัทธาสูง และยามใดที่ศรัทธาแล้วก็ยากที่จะสั่นคลอนความเชื่อได้ ความศรัทธาทั้งหมดนี้เธอมอบให้กับสิ่งที่เรียกว่า “พระเจ้า” ไปจนเกือบหมดสิ้น เธออุทิศตัวเองให้กับศาสนาจนหลายคนคิดว่าเธอคงเป็นนักบุญกลับชาติมาเกิดเป็นแน่ เพียงแต่การแสดงออกของเธอไม่ได้มีแค่การสวดมนต์ภาวนาและเผยแพร่คำสอนเท่านั้นเท่านั้น แต่เป็นการทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจผ่องใสตามหลักการทุกศาสนา และแม้ว่าเธอจะเชื่อในพระเจ้า แต่เธอก็จะไม่ไปลบหลู่หรือดูถูกความเชื่อของใครเด็ดขาด แม้ตนเองจะไม่รู้สึกคล้อยตามก็ตามที เพราะตามหลักการใจเขาใจเรา หากใครมาว่าสิ่งที่เรารักก็ย่อมต้องโกรธและโมโหเป็นธรรมดา อีกทั้งยอมรับความแตกต่างได้อย่างดี แต่เธอก็ไม่ได้ยืนเฉยมาปล่อยให้คนอื่นดูถูกเช่นกัน และพร้อมยืนหยัดสู้เพื่อความเชื่อของตน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องบอกไว้ก่อนว่าลูเซียน่าไม่ใช่พวกหัวรุนแรงแต่อย่างใด เธอเป็นพวกสู้อย่างสันติและมีเหตุผล แต่จากทั้งหมดนี้...หากคิดว่าสิ่งที่เธอเชื่อและศรัทธาเกิดสั่นคลอน...เปลี่ยนแปลงจากพระเจ้าผู้เป็นตัวแทนของความดีงามเป็นสิ่งอื่นที่ดำมืดชั่วร้าย...จะเป็นอย่างไร แค่คิดก็ขนลุกแล้ว...

     

    ลูเซียน่าไม่ได้เป็นพวกจริงจังกับชีวิต แต่ก็ไม่ได้ลอยชายไปมาอย่างไร้เป้าหมายเช่นกัน เธอมองไปที่คุณค่าและเป้าหมายของชีวิตว่าคนเราเกิดมาเพื่อทำบางสิ่ง แม้จะศรัทธาสวดภาวนาไม่ขาด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะงอมืองอเท้าเอาแต่รอขอพระเจ้าเพียงอย่างเดียว อะไรที่ทำได้ เธอจะทำเอง ส่วนที่ควบคุมไม่ได้หรือเหนือการควบคุมก็ปล่อยให้โชคชะตาเบื้องบนนำพาไป เป็นคนที่เชื่อเรื่องพรหมลิขิตในระดับหนึ่ง แต่ก็เพราะเธอเชื่อว่าไม่มีความบังเอิญเกิดขึ้นในโลก ทุกสิ่งที่เหนือการควบคุมของเราเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมาแล้วเท่านั้น แค่ว่าจะเกิดเร็วช้าก็เท่านั้นเอง

     

     ลูเซียน่าเป็นพวกที่ใช้หัวใจมากกว่าสมอง ใช้ความรู้สึกควบคู่ไปกับเหตุผล เป็นคนที่ความรู้สึกเร็วแต่กับเรื่องของคนอื่น และมักใช้ความสามารถตรงนั้นเองในการทำให้ผู้อื่นมีความสุข   แต่พอมาเรื่องตัวเองจะความรู้สึกช้าทันที ทั้งความรู้สึกที่ผู้อื่นมีต่อตนเองโดยเฉพาะหากอีกฝ่ายไม่บอกหรือแสดงออกตรงๆ แม้กระทั่งความรู้สึกที่ตนเอง บางทีตัวเองยังไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ แต่บางครั้งนี่ก็นับเป็นเรื่องดี เพราะหากความรู้สึกแง่ลบผุดขึ้นมา เธอก็จะยังคงไม่รู้ต่อไป...แต่หากใครมาสะกิดข้อสงสัยตรงนี้ของเธอเข้า ก็น่าหวั่นใจอยู่เหมือนกันว่าหากลูเซียน่ารู้ชัดเจนว่ากำลังคิดเรื่องไม่ดี จะเป็นอย่างไรต่อไป...

     

    ลูเซียน่าเป็นคนพูดจาไพเราะเพราะพริ้ง แม้กระทั่งด่าว่าก็ยังสุภาพ แต่ฟังแล้วเหมือนมีใครเข้าเข็มมาแทงใจสักพันเล่มเพราะเจ้าตัวเป็นคนพูดตรง ชัดเจน ไม่ค่อยอ้อมค้อมอะไรเท่าไหร่ยกเว้นจะเป็นเรื่องเสียมารยาทมากที่จะพูดตรงๆเท่านั้น ซึนแตกอะไรนี่ไม่มีเลย ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้พูดตรงไม่ได้นอกจากเรื่องมารยาทแล้วก็คงเพราะเขินอายอย่างเดียวละมั้ง ซึ่งปกติก็ไม่ใช่คนหน้าบางเขินอายง่ายอะไรขนาดนั้น แต่ถ้าโดนสารภาพรัก...อืม ปฏิกิริยาคงน่าดูชมน่าดู เพราะที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่มีผู้ชายมาจีบ แต่ทั้งหมดดันจีบแบบไม่บอกตรงๆ เธอก็จัดการโยนเข้าโหมดเพื่อนมนุษย์ไปหมดโดยปริยาย และนั่นหมายความว่าเธอยังไม่เคยโดนสารภาพรักตรงๆเลยค่ะ...

     

    ลูเซียน่ามีความชำนาญในด้านดนตรีและภาษาสูง เธอเล่นออร์แกนได้ชำนาญตั้งแต่เล็กและพูดได้สามสี่ภาษาตั้งแต่วัยรุ่น (ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ และญี่ปุ่น) ในขณะที่หัวทางด้านวิทย์คณิตนั้นมีเพียงพอให้ใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น กับพวกหลักการวิทยาศาสตร์ยากๆนี่ไม่ต้องเอามาพูดกับเธอเลยค่ะ...มึน...เป็นพวกละเอียดอ่อนในแง่ความรู้สึกก็จริง แต่ไม่เข้าใจตรรกะของวิชาประเภทนี้เท่าไหร่

     

    แม้ว่าลักษณะนิสัยโดยรวมบางส่วนอาจทำให้เปรียบลูเซียน่าเหมือนนางเอกแสนดีในละครหลังข่าวบางประเทศ ซึ่งๆจริงมันก็ตรงอยู่หรอก แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าเธอไม่ได้ทำตัวอ่อนแอน่าสงสารรอพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยหรอกนะ และเธอก็ไม่โง่หรืองี่เง่ามากขึ้นตอนเจอผู้ชายด้วย (เพราะไม่งี่เง่าอยู่แล้ว ส่วนเรื่องโง่...เอิ่ม...) ถ้าเจอตัวร้ายมายุ่มย่ามมากๆ จนเข้าข่ายคุกคาม...เธอก็ไม่ลังเลที่จะป้องกันตัวเองเหมือนกัน...สเปรย์พริกไทยกับสตั๊นกันน่ะใช้เข้าไปสิ เพียงแต่ว่าไอ้เข้าข่ายคุกคามที่ว่านี่คือต้องถึงเนื้อถึงตัวระดับนึงไม่ก็อีกฝ่ายมีอาวุธ บวกกับความมมองโลกในแง่ดีที่คิดว่าไม่มีอะไรแล้วก็ชวนให้สงสัยว่า... แล้วมันจะไปหยิบใช้ทันไหมเนี่ยยยยยยย

     

    ลูเซียน่าไม่ใช่คนมีเล่ห์เหลี่ยมอะไร ที่รอดมาได้จนทุกวันนี้อาจเพราะเป็นคนที่ดวงแข็งมาก ไม่ใช่ดวงดี...ย้ำว่าดวงแข็ง เพราะที่ผ่านมามักมีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นรอบตัวลูเซียน่า ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เธอก็จะรอดปลอดภัยทุกครั้งอย่างงงๆ แต่รอบข้างมักจะต้องมีคนซวยเสมอ ทำให้ลูเซียน่ามีความคิดว่าตัวเองเป็นตัวซวยอยู่ลึกๆ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกอะไรมากเพราะพยายามกล่อมตัวเองอยู่ว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ เป็นแค่บททดสอบจากพระเจ้าเท่านั้น แต่ก็อดคิดไม่ได้อยู่ดีว่าถ้าไม่มีเธอ...เรื่องมันจะดีกว่านี้...ใช่ไหมนะ...

     

    สรุปรวมแล้ว...ลูเซียน่าเป็นแม่พระแห่งแสงสว่างที่ซ่อนความมืดมิดในจิตใจ...มีความย้อนแย้งในตัวเองในเรื่องที่ต้องการความรัก แต่ไม่ปรารถนาให้ใครเข้าใกล้มากจนเกินไปเนื่องจากมีปมเรื่องการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักมาตลอดทั้งชีวิต เป็นคนดีจนดูเหมือนโง่ทั้งที่ความจริงก็ไม่ได้โง่ มองโลกในแง่ดีได้แทบทุกอย่างแต่กลับมองตัวเองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก็ประมาณนี้แหละค่ะ...

     

    ประวัติ :: ลูเซียน่า กาเอล เออร์มิ่งกิลด์ ลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลเออร์มิ่งกิลด์ซึ่งเป็นตระกูลมีชื่อในฝรั่งเศส แต่ราวกับโชคชะตาเล่นตลกที่ทั้งตระกูลประสบอุบัติเหตุทางเรือเสียชีวิตหมด เหลือเพียงลูเซียน่าที่ในยามนั้นเป็นเพียงทารกแบเบาะที่รอดชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ราวกับเป็นปาฏิหาริย์ หลังจากได้รับความช่วยเหลือ เธอก็โตมาในโบสถ์ที่รับเอาเธอไปเลี้ยงดูร่วมกับเด็กไร้ญาติคนอื่นๆ จึงไม่น่าแปลกใจนักที่เธอจะจำครอบครัวตัวเองไม่ได้ เพราะตอนนั้นเธอยังไม่รู้ความเสียด้วยซ้ำ อาจกล่าวได้ว่าชีวิตของลูเซียน่าเริ่มขึ้นจากความทรงจำในโบสถ์ก็ไม่ผิดเท่าไหร่...

    ลูเซียน่าได้ไปโรงเรียนเหมือนกับเด็กทั่วไป และตามธรรมชาติของเด็กที่ว่าชอบล้อชอบแกล้ง เธอเองก็มักจะโดนเพื่อนล้อเรื่องที่ไม่มีพ่อแม่อยู่เป็นประจำ แรกๆเธอก็ไม่คิดอะไร แต่พอเห็นเพื่อนคนอื่นมีพ่อแม่มารับกลับบ้านบ่อยๆเข้าก็เกิดเป็นความน้อยใจ วันหนึ่งเธอจึงกลับไปถามคุณพ่อบาทหลวงที่โบสถ์ว่า

    “คุณพ่อ...ทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่อยู่กับหนูแล้วล่ะคะ? พวกเขาไม่รักหนูแล้วเหรอ...”

    ชายวัยกลางคนผู้เป็นนักบวชยิ้ม ก่อนจะหันไปยังแท่นพิธีด้านหน้า “ไม่หรอก พวกเขายังรักหนูตลอดเวลา และจะรักตลอดไป เพียงแต่ว่าได้เวลาที่พวกเขาจะต้องไปอยู่กับพระเจ้าแล้วเท่านั้นเอง...”

    “ไปอยู่กับ...พระเจ้า?” ลูเซียน่าไม่เข้าใจ “ทำไม...ถึงต้องเป็นพ่อแม่หนูด้วย...ทำไมคนอื่นถึงยังมี...”

    “พวกเราล้วนเกิดด้วยเจตจำนงแห่งพระเจ้า ความตายก็เช่นกัน ไม่มีใครหนีพ้นหรอก เด็กน้อย...แต่อย่าเข้าใจผิด พระเจ้าไม่ได้ใจร้ายกับหนูหรอกนะ แต่นี่คือบททดสอบของท่านที่ให้กับหนูต่างหาก”

    “บท...ทดสอบ?”

    “ใช่แล้ว...ไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่ลำบากหรอกนะ นี่คือบททดสอบแรกของท่านที่มอบให้หนู และหลังจากนี้ก็คงจะมีอีกเรื่อยๆ”

    “ทดสอบ...ทำให้หนูเสียใจแบบนี้...แปลว่าพระเจ้าท่านเกลียดหนูหรือคะ?”

    “ไม่เลย อย่าพูดอย่างนั้น พระเจ้าทรงรักมนุษย์ทุกคน หนูเองก็ด้วย...” บาทหลวงยิ้มอ่อนโยน “ไว้หนูโตกว่านี้ หนูจะเข้าใจเอง ว่าท่านทรงรักพวกเราทุกคนมากแค่ไหน...”

    ลูเซียน่ารับคำ แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจ และก็ได้แต่มองคนอื่นที่มีพ่อแม่ด้วยสายตาอิจฉาปนน้อยใจอยู่เรื่อยไป จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่โบสถ์หลังนั้น และลูเซียน่าติดอยู่ข้างในกองเพลิงเพียงลำพัง ตอนแรกเธอก็คิดว่าตัวเองจะไม่รอดแล้ว แต่ก็ราวกับพระเจ้าประทานปาฏิหาริย์ให้อีกครั้ง...ลูเซียน่ารอดมาได้อย่างแทบจะไร้รอยแผล มีเพียงรอยแผลไฟไหม้ตรงต้นขาซ้ายเท่านั้น อีกทั้งก่อนที่เธอจะสลบไปในกองเพลิง ท่ามกลางควันไฟและสติที่พร่ามัว เธอเห็นแสงเจิดจ้า...และเสียงที่ดังอย่างอบอุ่นอ่อนโยนปลอบประโลม “...อย่ากลัวเลย  เราอยู่ตรงนี้แล้ว เปลวไฟนี้จักไม่ทำร้ายเจ้า...” ก่อนจะหมดสติไป พอฟื้นขึ้นมาตัวเองก็นอนอยู่รพ.แล้ว เหตุการณ์นี้เองทำให้ลูเซียน่าเชื่อในความรักของพระเจ้า และเริ่มทำความดีเพื่อตอบแทนความรักของพระเจ้าที่มีให้กับเธอ เพราะคิดว่าท่านคงจะดีใจหากเห็นโลกนี้ดีขึ้น นอกจากนั้นแล้วการทำความดีของเธอก็ทำให้ผู้คนมีรอยยิ้ม และเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เธอหลงรักในรอยยิ้มที่มีความสุขของผู้คนเหล่านั้น การทำความดีจึงกลายมาเป็นนิสัยประจำตัวของเธอจนได้ โดยสิ่งเดียวที่หวังจะได้รับตอบแทนคือความรักจากผู้อื่น...ก็เท่านั้น...

     

    มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ความเชื่อของลูเซียน่าหวั่นไหว คือตอนที่คุณพ่อ(นักบวช)ที่ดูแลเธอป่วยเป็นมะเร็ง มีโอกาสรอดครึ่งต่อครึ่ง เธอที่เชื่อมั่นในตัวพระเจ้าก็ภาวนาขอให้คุณพ่อหายจากโรค ท่านเป็นคนดี ต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ ท่านจะปกป้องคุณพ่อเหมือนกับที่ปกป้องเธอ แต่แล้วทุกอย่างกลับไม่เป็นตามที่คาด...คุณพ่ออาการร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ จนอยู่ได้อีกไม่กี่วัน ท่านก็เรียกลูเซียน่าเข้าไปพบแล้วบอกว่าให้เธอทำความดีต่อไป ตอนนั้นเธอที่กำลังเสียใจก็เลยถามกลับไปว่า

    “ทำไมพระเจ้าถึงไม่ช่วยท่าน...ทั้งๆที่ท่านก็ช่วยฉันไว้...”

    “เพราะท่านต้องการให้หนูอยู่ทำดีต่อไปไง...ลูกเอ๋ย...พ่อคนนี้ภูมิใจในตัวลูกมากนะ ที่หนูมอบความรัก ความอ่อนโยน มอบทุกสิ่งที่หนูมีให้กับผู้อื่นแบบนั้น...พ่อเชื่อว่าพระเจ้าท่านก็ทรงคิดไม่ต่างกัน และเชื่อเถอะ...หากพ่อแม่หนูมาเห็นหนูในตอนนี้...เขาจะต้อง...ภูมิใจมากแน่นอน...”

    “แล้วทำไม...ทำไมท่านถึงพรากทุกคนที่สำคัญไปจากฉัน...” ลูเซียน่ายังคงคร่ำครวญเบาๆต่อไป มือยังปาดน้ำตาที่ไม่หยุดไหล ท่าทางนั้นทำเอาชายชราบนเตียงถอนหายใจเบาๆ

    “พรากหรือ...ผิดแล้ว เราจากกันแค่เพียงชั่วคราวเท่านั้นแหละลูกเอ๋ย...ยามใดที่ลูกได้ไปอยู่กับพระเจ้า พวกเราก็จะได้พบกันอีกครั้งบนสวรรค์ ทั้งฉัน...และพ่อแม่ของหนูด้วย...”

    “...จะ...จริงเหรอคะ?” น้ำตาของเธอหยุดไหลทันที พลางมองชายชราบนเตียงด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง ทำเอาคนป่วยหลุดยิ้ม

    “แน่นอน...พ่อจะโกหกไปทำไม? แต่ต้องรอให้ถึงเวลาจริงๆนะ...อย่าคิดทำอะไรบ้าๆอย่างคิดจะตายเพื่อไปหาพ่อล่ะ สวรรค์น่ะเปิดรับคนดี แต่ไม่รับคนที่ทำอะไรแบบขาดสติหรอกนะ อีกอย่าง...หนูเองก็มีความสุขเวลาทำดีไม่ใช่เหรอ...อย่าให้ความตายของพ่อมาหยุดมันสิ มันน่าเสียดายออก...เข้าใจนะ?”

    “ค่ะ...เข้าใจแล้วค่ะคุณพ่อ...”

    “ดีมาก...”

    จากนั้นไม่กี่วันคุณพ่อบาทหลวงก็เสียไป หลังจากจบงานศพ ลูเซียน่าก็บริจาคเงินมรดกที่ตัวเองมีครึ่งหนึ่งให้โบสถ์ที่ดูแลเธอมา ส่วนที่เหลือเป็นค่าเทอมในการการเรียนมหาวิทยาลัยของเธอ เหลือเก็บเองไว้ใช้ยามฉุกเฉินเท่านั้น จากนั้นพอเรียนจบเธอก็ย้ายมาญี่ปุ่นเนื่องจากในช่วงนั้นเกิดจลาจลในฝรั่งเศส ประกอบกับเพื่อนสมัยเด็กที่อยู่โบสถ์ด้วยกันหลายคนมาที่นี่ เธอก็เลยตัดสินใจจะมาที่นี่ ไปๆมาๆดันติดใจเลยกลายเป็นอยู่ยาว ปัจจุบันเป็นครูประถมที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง สอนวิชาดนตรีกับอังกฤษ

      

    ชอบ :: สิ่งมีชีวิตแทบทุกสปีชีส์ ไม่ว่าจะเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนชรา หมาแมว และอื่นๆ (เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้าสร้างและรัก เป็นเพื่อนร่วมโลกของเธอ เธอก็จะรักพวกเขาด้วยจากใจจริง) / เสียงเพลงสวดมนต์ (ทำให้จิตใจสงบ) / การเล่นดนตรี (ทำให้สงบ เพลินดี และไม่เครียด) / อาหารญี่ปุ่น (อร่อยดี ถูกปากเธอมากกว่าอาหารฝรั่งเศสซะอีก) / รอยยิ้มที่มีความสุขจากใจจริง (ทำให้อิ่มเอมใจและเป็นกำลังใจให้เธอทำดีต่อไป) / การทำความดี (ทำแล้วมีความสุข) / หนังสือดีๆ (อ่านได้เพลินๆ)

    ไม่ชอบ/เกลียด :: มด และหนอนบุ้ง (เป็นสัตว์ที่ไม่ชอบเพราะทำเธอคันเพราะแพ้! แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ฆ่าหรอกนะ แค่ปัดไปไกลๆเฉยๆ) / เทคโนโลยีล้ำๆ (เรียกว่าไม่ถูกโรคกับมันดีกว่า พอดีเธอโลวเทค...) /พวกที่หากินกับความเชื่อหรือศาสนา (จะโกรธและไม่พอใจเป็นอย่างมากเนื่องจากทำร้ายความรู้สึกคนอื่นไม่พอ ยังลากความเชื่อเข้ามาแปดเปื้อนอีก)

    กลัว :: ไฟ (จากเหตุการณ์ไฟไหม้ในอดีต ถ้ามีใครจุดใกล้ๆจะสะดุ้งเฮือก ถ้าเล็กๆนี่ไม่เท่าไหร่ ใหญ่ๆนี่...จะหน้าซีดตัวสั่นและค่อยๆถอยออกไปเลย) / การรักใครซักคนอย่างลึกซึ้งและสูญเสียเขาไป (ไม่ได้รักแบบเพื่อนมนุษย์ แต่ในฐานะคนพิเศษที่ให้ความสำคัญมากกว่าคนอื่นๆ เพราะคนทั้งหมดที่เธอรักและให้ความสำคัญยิ่งกว่าคนไหนๆในอดีตตายจากเธอไปหมดแล้ว เธอจึงกลัวว่าหากรักใครไปแล้วจะต้องสูญเสียเขาไปอีกครั้ง ถ้าแบบนั้นสู้ให้เธอตายเสียเองยังจะดีกว่า)

    แพ้/ภูมิแพ้ :: มด กับ บุ้ง (แพ้แล้วจะเป็นผื่นแดงตรงที่โดน แต่ถ้าเอาออกแล้วทายาคาลาไมล์สองสามวันก็หาย)

    งานอดิเรก :: เล่นออร์แกน-เปียโน / อ่านหนังสือ / ทำกิจกรรมอาสาสมัคร / สวดมนต์

    จุดอ่อน :: บางทีก็ช่วยคนอื่นมากไปจนเอาตัวเองไปเสี่ยง / ปิดกั้นตัวเอง และไม่ค่อยบอกสิ่งที่ตนรู้สึกนักโดยเฉพาะหากเป็นเรื่องแง่ลบ หากนานๆอาจเกิดอาการเครียดสะสมก็ได้

    จุดแข็ง :: เป็นคนที่หากเชื่อมั่นในสิ่งใดแล้วจะไม่หวั่นไหวง่ายๆ / มองโลกในแง่ดีตามความเป็นจริง จริงใจ และเป็นมิตรกับผู้อื่น / เข้าอกเข้าใจคนอื่น / ดวงแข็งมาก(ไม่ดีจริง ไม่รอดมาจนป่านนี้หรอก บอกเลย...)

    ของพกติดตัว :: สร้อยประคำทำจากลูกปัดคริสตัลและกางเขนสีเงิน เป็นของที่คุณพ่อบาทหลวงให้เธอมาตั้งแต่ยังเด็ก / สมุดโน้ตเล่มเล็กเอาไว้จดเรื่องสำคัญ

    สถานที่ที่อยากไป :: วิหารที่นครรัฐวาติกันค่ะ เพราะที่นั่นเป็นเหมือนศูนย์กลางศาสนา และเป็นวิหารที่สวยงามมากด้วย

    ลักษณะการพูด พร้อมตัวอย่าง :: ลูเซียน่าเป็นคนที่พูดจาสุภาพ โดยระดับจะดูตามแต่กาละเทศะ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักพูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งสุภาพและเป็นกันเอง อบอุ่น ไม่ฟังดูไว้ตัวหรือห่างเหินนักแม้จะเป็นคนที่เพิ่งรู้จักกันก็ตาม เป็นพวกที่ถ้าดีใจจะแสดงออกมา แต่ถ้าทุกข์ใจจะพยายามปิดไว้กระทั่งน้ำเสียงเศร้าๆก็ยังพยายามไม่หลุดออกมาให้ได้ยินเลย แทนตัวเองว่า “ฉัน” “เรา” ตามแต่วัยวุฒิและฐานะ มักแทนคนอื่นด้วยชื่อ ไม่ก็ “เธอ” / “นาย” / “คุณ” (ส่วนใหญ่มักเป็นคุณ ยกเว้นเรียกเด็ก...) ไม่มีการหลุดคำหยาบออกมาให้ระคายหูเลยแม้ว่าเจ้าตัวกำลังว่าคนอื่นหรือโมโหอยู่ก็ตาม

    “เอ่อ...ถ้าไม่รังเกียจ ให้ฉันช่วยไหมคะ?”

    “ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร หากมีคนเดือดร้อนเราก็ควรจะช่วยเหลือเขาไม่ใช่หรือคะ?”

    “ไม่มีใครที่แย่ไปหมดทุกอย่างหรอกค่ะ...ทุกคนต่างก็มีดีในตัวทั้งนั้น เพียงแต่พวกเขาเลือกที่จะไม่มองมันหรือยังหาไม่เจอเท่านั้นเอง ใช่ค่ะ...คุณเองก็เหมือนกัน...”

    “หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะคะ! ทำแบบนี้น่ะไม่ดีเลยนะ!

    “ไม่มีใครไม่เคยทำผิดหรอกค่ะ...เพราะคนที่ไม่เคยทำผิดมีแต่คนที่ไม่เคยลงมือทำอะไรเลย...แต่มันสำคัญที่ว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากความผิดนั้นและไม่ทำมันซ้ำสองต่างหาก”

    “ฉันไม่ปฏิเสธหรอกค่ะว่าโลกนี้มันโหดร้าย...แต่ถ้าไม่มีใครเริ่มทำอะไรสักอย่าง โลกนี้มันก็คงไม่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นฉันก็เลยเลือกทำดีเท่าที่ฉันจะทำได้ ถึงจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากมาย แต่ถ้าหลายคนช่วยกัน...สักวันมันต้องดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ”

    “พระเจ้าคะ...ทำไม...ทำไมถึงต้องเป็นฉันด้วย...ทำไมถึงเอาทุกคนไปจากฉันละคะ...แล้วทำไม...คนอื่นถึงยังมีเลย...”

    คู่ :: บาปแห่งริษยา...OC ของท่านอัสเตรียเจ้าค่ะ

    เพิ่มเติม ::

    - ลูเซียน่าเหมือนเป็นทั้งลูกรักและลูกชังของพระเจ้าในคนเดียวกัน เพราะมักเกิดเหตุการณ์แปลกๆรอบเธอ แต่เธอก็มักจะไม่เป็นไรอยู่เรื่อย เช่น มีอยู่คราวหนึ่งที่เธอโดนกระชากกระเป๋า ทั้งๆที่แถวนั้นก็มีคนอื่นให้กระชาก แต่เธอก็ไม่เป็นไร แต่พอโจรวิ่งไปไม่ทันไรก็ดันโดนมอเตอร์ไซค์ชนจนน็อก กระเป๋าที่ฉกมาลอยกลับมาหาตัวลูเซียน่าอย่างงงๆ สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการที่เธอต้องพาโจรไปรพ.ดูอาการ แถมยังช่วยออกค่ารักษาให้ครึ่งหนึ่งอีกต่างหาก แถมยังคิดในแง่ดีได้ด้วยนะว่าดีนะที่ตัวเองเป็นคนโดน เพราะถ้าไม่ใช่เธอ...คนอื่นก็ต้องโดนฉกแทน (โอ้ยแม่คุ้ณณณณณณณ)

    - สามารถหาตัวลูเซียน่าได้ตามโบสถ์วันอาทิตย์ในตอนเช้า ไม่นั่งสวดอยู่ก็เป็นคนเล่นออร์แกนในนั้นแหละ

    - ลูเซียน่าบางทีก็มีลืมศัพท์ญี่ปุ่นบ้าง และมักเผลอพูดศัพท์ฝรั่งเศสที่มีความหมายเดียวกันออกมาแทน

    -ที่รร.เด็กๆเรียกเธอว่า “พี่สาว” แทน “อาจารย์” ไปแล้วเพราะความเป็นอ่อนโยนใจดีมันสูงเหลือเกิน เด็กรักมาก แต่ก็มีครูที่หมั่นไส้เธออยู่เหมือนกัน (เด็กชอบเรียกเธอว่า “ลูเซียเน่~” (พี่ลูเซีย))

    - สาเหตุที่ลูเซียน่าไม่บวชเป็นแม่ชีเพราะเธออยู่ในโบสถ์มาตั้งแต่เล็ก รู้หมดว่าแม่ชีทำอะไรบ้าง แต่เธออยากช่วยเหลือคนอื่นในแบบของเธอดู...

    - มีปานรูปผีเสื้อสีแดงที่ต้นขาซ้าย เป็นแผลเป็นมาจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในอดีต...

     

     

    บทสัมภาษณ์ผู้ปกครอง

     -สวัสดีค่ะ ไรท์ชื่ออัสเตรียนะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

    (ตอบ) สวัสดีค่ะ(รอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย) ยูกินะเจ้าเก่าค่ะ

    -ทำไมถึงมาสมัครเรื่องนี้เหรอคะ?

    (ตอบ) ง่า...เหตุผลเดิมค่ะ 555

    -อยากส่งมากี่คนกันคะ?

    (ตอบ) นี่กะจะส่งสามคน แต่พอเห็นคู่มุคุแล้ว...อาจจะมีคนที่สี่งอกก็เป็นได้ค่ะ แต่เดี๋ยวขอกลับไปเพิ่มนิสัยลูกอีกสองคนก่อน คู่แข่งน่ากลัวเหลือเกิน

    -ทำไมถึงส่งคู่กับคนนี้กันคะ? (คนที่คู่ด้วย)

    (ตอบ) จริงๆแล้วเราปั่นคนนี้มาตั้งแต่ก่อนท่านอัสเตรียจะลงคาแรกเตอร์ เลยบอกไม่ถูกว่าทำไมแต่แค่อยากปั่น พอลงคาร์แรกเตอร์เท่านั้นแหละ...ไฟมาเลยค่ะ เขาหล่อร้ายมาก...

    -เรื่องนี้มีความดาร์ก โหดและส่อเสียดสังคมนะคะ พอรับได้ไหมหากเรื่องนี้มีความดราม่าและความดาร์กเต็มพิกัด

    (ตอบ) เราสายดราม่าค่ะ จัดไปอย่าให้เสีย

    -อาจมีการดองยาวเกิดขึ้นเพราะฟิคนิยายอีกเรื่องของไรท์นะคะ แต่ไรท์อัพแน่นอนแต่อาจช้าไปหน่อยน้าาา

    (ตอบ) ไม่มีปัญหาค่ะ น้องไอล่าก็รออยู่ทางโน้นแล้ว

    -ถ้าติดอาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตัวละครนิดๆหน่อยๆนะคะ อนุญาติไหมค้าาาา?

    (ตอบ) ไม่มีปัญฆาค่ะ

    -ถ้าไม่ติด จะว่าไรท์ไหมคะเนี่ย ToT?

    (ตอบ) ก็คงว่าอะไรไม่ได้เพราะการตัดสินใจของไรท์เตอร์ถือเป็นที่สิ้นสุดอยู่แล้ว แต่ก็คงเสียใจค่ะเพราะตั้งใจปั่นจริงๆ

    -ขอให้ผ่านนะค้าาาาาา 

    (ตอบ) ขอบคุณค่า ฝากพิจารณาเอริ ซินเนีย แล้วก็ลูเซียน่าด้วยนะคะ ว่างๆอาจจะมาอีกคน


    ? cactus
    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×