ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    Vaecalmer ภาค 1 ตอนเก้าผู้พิทักษ์อัญมณีจักรพรรดิ์

    ลำดับตอนที่ #6 : Test the protecter....หยั่งเชิงผู้พิทักษ์

    • อัปเดตล่าสุด 23 ก.ย. 48




    หยั่งเชิงผู้พิทักษ์



            แสงไฟจากรถสองคันสาดส่องไปทั่วหุบเขาแห่งหนึ่งในเมืองแมกซ์ไซมัส ท่ามกลางถนนที่เงียบสนิทคงมีเพียงกลุ่มคนในรถเท่านั้นที่ส่งเสียงหัวเราะเสียงดัง โดยเฉพาะด็อกทามูซซี่ เขาเล่าเรื่องการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ของเขากับมารค์และลิฟตอนก่อตั้งผู้พิทักษ์ใหม่ๆ ลิฟต้องคอยบอกให้ด็อกทามูซซี่ดูทางบ่อยๆเพราะเขาชอบหันมาคุยกับลีโอนัส



        รถทั้งสองคันวิ่งไปตามถนนที่ทอดยาวตามภูเขาสูง ความมืดนั้นทำให้ภูเขาที่อยู่รอบๆดูน่ากลัว



        “หุบเขาคิมบาทูส…มีประวัติมานานเกือบพันปี…ในสมัยก่อนภูเขาแถวนี้เป็นที่สิงสถิตของภูตผีปีศาจ....และถนนเส้นนี้ถูกสร้างทับซากศพพวกมัน”ด็อกทามูซซี่กล่าวพร้อมกับหันมาทางลีโอนัสและเช่นเคยที่เขาทำตาโตเพื่อให้ดูน่าตื่นเต้น ทันใดนั้นรถก็ส่ายปาดไปทางซ้ายเกือบชนกับเสาไฟ



        “นิทานหรอกเด็กน่ะ”ลิฟที่นั่งข้างด็อกทามูซซี่หันมาบอกลีโอนัสและสะกิดเบาๆให้ด็อกทามูซซี่ดูทางโดยการตบเข้าที่ต้นแขนของเขา



        ในที่สุดรถทั้งสองคันมาถึงบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งที่เปิดไฟหน้าบ้านไว้ แสงไฟหน้าบ้านเป็นเหมือนแสงหิ่งห้อยเมื่อเทียบกับความมืดที่อยู่รายรอบหุบเขานี้



        รถทั้งสองคันค่อยๆเคลื่อนตัวอย่างนิ่มนวลเข้าไปจอดในโรงรถที่ติดกับตัวบ้าน



        บ้านไม้หลังนี้มีอยู่สามชั้นทุกชั้นมีระเบียงยื่นออกมา บริเวณบ้านโดยรอบถูกล้อมด้วยต้นไม้สูงที่ปราศจากใบ บ้านหลังนี้มีลานหน้าบ้านที่กว้างมากเหมาะแก่การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนบ้าน แต่ทว่าแถวนั้นปราศจากผู้คนเพราะมันตั้งตระหง่านอยู่ลำพังกลางหุบเขาแห่งนี้



        ทุกคนลงจากรถและเดินเข้าบ้าน ลีโอนัสรู้สึกดีใจแต่ต้องเก็บอาการไว้เพราะเขาจะได้เจอพ่อของเขาแล้ว เขาไม่ได้เจอท่านมานานกว่าสิบปี



        เขาแบกกระเป๋าไปโดยมีแมกซ์คราวน์ช่วยถือ ด็อกทามูซซี่เปิดประตูบ้านและนำทุกคนเข้าไป เหล่าผู้พิทักษ์ต่างแขวนเสื้อคลุมสีขาวไว้กับฝาผนัง….ผู้พิทักษ์ทุกคนสวมใส่ชุดสีขาวรัดรูปไว้ภายใน



        ชั้นล่างของบ้านว่างเปล่า…ไม่มีใครอยู่…



        พ่อเขาอยู่ไหน?…ลีโอนัสคิดว่าพ่อเขาคงอยากให้เขาประหลาดใจเลยยังไม่ออกมา แต่ทว่าเขาคิดผิดเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงและทุกคนรับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว แต่ก็ยังไม่วี่แววของพ่อเขาไม่มีใครพูดถึงพ่อเขาหรือบอกอะไรเขาเกี่ยวกับตัวพ่อเลย ขณะนี้ความสงสัยและคำถามมากมายวนเวียนอยู่ในจิตใจของลีโอนัส เขาอยากจะถามบรรดาผู้พิทักษ์ว่าพ่อของเขาอยู่ไหนแต่ว่ามันจะดุว่าเขาสนใจและอยากเจอพ่อมาก



        หลังจากที่ทุกคนเดินขึ้นไปห้องนอนของตนโดยผู้ชายนอนอยู่ชั้นสอง และผู้หญิงนอนชั้นสาม…ในแต่ละชั้นประกอบไปด้วย



        ลีโอนัสเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง วางกระเป๋าเสื้อผ้าลงบนเตียงไม้ขนาดใหญ่ที่คลุมด้วยผ้าสีขาว สายลมจากภายนอกพัดแรงทำให้ม่านสีเขียวตรงหน้าต่างสะบัดแรง เขาเดินออกไปยังระเบียงที่สามารถมองเห็นหน้าบ้านได้อย่างชัดเจน



        เขารู้สึกว่าเห็นเงาของคนหรืออะไรบางอย่างหลบไปหลังต้นไม้สูงที่ไร้ใบทางด้านขวามือของเขา….เขาจ้องมองมันเป็นเวลานานแต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจึงหันหลังกลับเข้าห้องและไปอาบน้ำ

        ในขณะที่ทุกคนอาบน้ำและบางคนพักผ่อนอยู่ภายในห้องของตน ร่างของคนกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับการกระพริบถี่ของแสงไฟหน้าบ้าน



                      …และในที่สุดไฟก็ดับลง…



        มือสังหารสามสิบสามคนยืนอยู่รอบๆบ้าน ทุกคนมีส่วนสูงและลักษณะเหมือนๆกันคือทั้งตัวถูกห่อหุ้มด้วยผ้าสีดำรัดรูปใบหน้าของทุกคนมีหน้ากากเงินวาว ตรงกลางหน้าผากมีเพชรสีดำฝังอยู่



        พวกมันเดินไปที่หน้าต่างและประตูชั้นล่างของบ้านยกเว้นอยู่หนึ่งคนที่ยืนอยู่นิ่งๆด้านนอก



        “มือสังหารพร้อมแล้วครับ”มือสังหารคนนั้นรายงานกับชายคนหนึ่งที่อยู่ห่างไกลออกไปไกล มันรายงานผ่านวิทยุและกล้องที่ติดอยู่บริเวณหน้ากากของมัน



        ขณะนี้ความมืดปกคลุมไปทั่วบริเวณชั้นล่างของบ้านจนทั่ว เหล่ามือสังหารทั้งสามสิบสองที่ยืนอยู่ตามประตูและหน้าต่างรอบๆบ้านใช้นิ้วกดที่เพชรสีดำกลางหน้าผาก และทันใดนั้น…



        ทุกอย่างว่างเปล่า…พวกมันหายไปหมด…แต่ไม่นานนักหน้าต่างบ้านและประตูถูกเปิดขึ้นอย่างช้าๆ



        มือสังหารเหล่านั้นกำลังคืบคลานเข้าสู่บ้านผู้พิทักษ์…





                                                                    *************************





        พีโนล่าและโมนาอาบน้ำเสร็จแล้ว เธอทั้งคู่สวมใส่ชุดนอนสีขาว พวกเธอเธอชวนลีโอนัสลงไปดูโทรทัศน์ด้านล่าง

        ลีโอนัสออกจากห้องมาพร้อมกับกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดลายการ์ตูนที่ทำให้พีโนล่าและโมนาอดขำไม่ได้

        ทั้งสามคนเดินลงบันไดไปคุยไป…เมื่อถึงชั้นล่างพวกเขารีบเดินไปหน้าโทรทัศน์แล้ว…



        “โอ๊ย!!!” โมนาร้องขึ้นเธอชนกับอะไรบางอย่างที่ไม่มีตัวตน “เมเยอร์เหรอ…แกล้งกันทำไม”



        ลีโอนัสรู้สึกประหลาดใจเพราะปกติเมเยอร์จะสามารถหายตัวได้แบบไร้มวลสาร ดังนั้นโมนาไม่น่าจะสัมผัสตัวเขาได้ ลีโอนัสเริ่มระวังตัวและสังเกตไปรอบๆ…



        “ออกมาซิเมเยอร์”พีโนล่าตะโกน แต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา



        “อั่ก!!!”ทุกคนโดนชกลงไปกองกับพื้น



        “เล่นแรงชะมัดเลย…”โมนาพูดไม่ค่อยออกเพราะจุกอยู่



        “ไม่ใช่เมเยอร์หรอก….เมเยอร์ล่องหนแบบไร้ตัวตนนะ…อย่าลืมซิ” ลีโอนัสพูด



        เมื่อสิ้นเสียงเขาทั้งสามคนก็ถูกมือสังหารลากไปจัดการคนละมุมห้อง



        แต่แล้วโมนากับพีโนล่าใช้พลังไฟจุดใส่มือสังหารที่ลากเธออยู่ ไฟนั้นลุกโชนขึ้นเรื่อยๆจนร่างของมือสังหารทั้งสองปรากฏขึ้น



        “ไม่รู้เหรอว่าเล่นอยู่กับไฟ” โมนาพูด    



        เสียงของมันกรีดร้องอย่างโหยหวน….



        เสียงของมันทำให้เหล่าผู้พิทักษ์ที่อยู่ชั้นบนระวังตัวได้ทันก่อนจะถูกสังหาร ขณะนี้พวกเขากำลังต่อสู้กับเหล่ามือสังหารในอัตราส่วนหนึ่งต่อสี่คน…



        ลีโอนัสถูกลากไปตรงมุมหน้าโทรทัศน์ มือสังหารล่องหนรุมที่เขาทั้งสี่คน พวกมันรัวหมัดใส่ที่ลำตัวเขา และยกตัวเขาขึ้นสูง…



        ไม่ช้าเสียงใบมีดสองเล่มรับกันกลางอากาศดังขึ้น…ลีโอนัสก็รู้ตัวว่าไม่มีใครที่จะช่วยเขาได้ในเวลาที่เป็นอันตรายอย่างนี้เพราะพีโนล่าและโมนากำลังติดพันกับการจัดการมือสังหารที่รายล้อมเธออยู่ พวกเธอใช้ไฟเป็นเกราะล้อมรอบตัวเธอไว้ น่าแปลกที่ไฟนั้นไม่ไหม้ติดกับพื้นบ้าน แต่เมื่อพวกมือสังหารโจมตีพวกเธอ ไฟจะลุกติดพวกมันทันที



        “รีบไปช่วยลีโอนัสก่อน…เขาไม่รู้การใช้พลัง” พีโนล่าบอกโมนา ในขณะที่คว้าตัวมือสังหารที่ชกเธอเข้าที่ใบหน้า…เธอจับแขนมันและใช้ไฟเผา



        โมนาวิ่งไปที่ลีโอนัสเธอชนกับมือสังหารสองคนและไฟก็ติดตัวพวกมัน เธอเห็นลีโอนัสลอยขึ้นกับพื้นแต่ทว่า…

    ชายรูปร่างสูงใหญ่ปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าลีโอนัส เขาใส่ชุดเกราะเงินแวววาวมือขวาเขาถือโล่ขนาดใหญ่และมือซ้ายถือดาบยาว ลักษณะของเขาเหมือนอัศวินโบราณ



        “ช่วยหน่อยเถอะ…เซเบอร์”ลีโอนัสบอกชายร่างสูงคนนั้น



        ชายร่างยักษ์ในชุดเกราะเงินกวาดโล่และดาบของเขาไปในอากาศอย่างบ้าคลั่ง ปลายดาบของเขาเสียบติดกับอากาศ เขาชักมันออกและทรายก็ไหลออกมา แล้วร่างของมือสังหารก็ค่อยๆปรากฏขึ้น….



        โมนาที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ห่างนักพูดขึ้นว่า ”หุ่นสังหารถุงทราย” สีหน้าของเธอตกใจ



        เซเบอร์จัดการกับเหล่ามือสังหารที่ลายล้อมลีโอนัสจนหมด มือสังหารเหล่านี้เป็นเพียงหุ่นทรายที่ถูกสร้างขึ้น เมื่อมันได้รับบาดเจ็บจนทรายรั่วออกมา มันจะไม่สามารถล่องหนอีกต่อไป เมื่อนั้นเราจะสามารถจัดการมันได้



        ฝ่ายพีโนล่าก็จัดการเผามือสังหารที่มาจัดการตนเองจนหมดแล้ว เธอและโมนาเดินมาหาลีโอนัสที่นั่งอยู่ข้างเซเบอร์



        “เป็นอะไรมากไหม” พีโนล่าถามลีโอนัส



        “ไม่เป็นไรครับ…แค่เจ็บระบมตามตัวน่ะ” ลีโอนัสอ้อนพีโนล่า จริงๆเขาไม่เป็นอะไรมากนักซึ่งก็ได้ผลพีโนล่ามาดูแลเขาอย่างใกล้ชิด



        เซเบอร์ยืนแกว่งดาบไปรอบๆเพื่อระวังภัยให้ลีโอนัส



        “เซเบอร์นี่เป็นใครเหรอ” โมนาถามลีโอนัส



        “บอร์ดี้การ์ดครับ” ลีโอนัสตอบพร้อมกับหัวเราะสภาพเซเบอร์ที่มีชุดเกราะหนาสีเงิน  ”เขาจะปรากฏตัวออกมาในยามที่ผมรู้สึกว่าตัวเองหรือคนที่ผมรักโดนทำร้ายครับ”



        พีโนล่ากับโมนามองดูเซเบอร์ที่ยังคงกวาดดาบไปรอบๆห้อง



        “พวกพี่รีบไปดูพวกข้างบนเถอะครับ…ผมอยู่กับเซเบอร์ไม่เป็นไรหรอกครับ”ลีโอนัสบอกพวกเธอ เขาเจ็บระบมไปทั่วตัว



        พีโนล่ากับโมนาจึงขึ้นไปชั้นสอง พวกเธอพบกับแมกซ์คราวน์และเมเยอร์ที่จัดการเหล่ามือสังหารเสร็จแล้ว



        “ลุงด็อกล่ะ”พีโนล่าถามเมเยอร์และแมกซ์คราวน์



        “ยังไม่ออกมา…เดี๋ยวจะเข้าไปดูเอง” เมเยอร์บอก ”เธอขึ้นไปดูลิฟกับพีดาก่อนเถอะ”



        พวกเธอพบกับพีดาที่เปิดประตูห้องออกมาและภายในห้องมีมือสังหารสี่คนโดนแช่แข็งอยู่ในน้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งห้อง



        ทั้งสามคนจึงเข้าไปดูในห้องลิฟ เธอยิงคาถาเสกให้กลายเป็นหินไปทั่วห้องทำให้สิ่งของเกือบทุกอย่างในห้องกลายเป็นหิน และมือสังหารที่กลายเป็นหินยืนอยู่รอบๆเธอ มือของพวกมันกำมีดอยู่



        เมเยอร์และแมกซ์คราวน์ต่างรีบไปที่ห้องด็อกทามูซซี่ หลังจากที่พวกเขาจัดการกับมือสังหารของตนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาเปิดประตูเข้าไปเห็นด็อกทามูซซี่กำลังนอนดิ้นอยู่ที่พื้นห้องเหมือนเขากำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่าง…



        แมกซ์คราวน์กระแทกไม้เท้ากับพื้นหนึ่งที แสงจากมรกตเรืองขึ้นและไม้เลื้อยสีเขียวสดมีหนามยาวแหลมก็เลื้อยไปทั่วทั้งห้องอย่างรวดเร็ว…มันจับขาและแขนของมือสังหารได้และบีบรัดพวกมันทำให้ทรายไหลทะลักออกมาและร่างพวกมันก็ปรากฏขึ้น…



        หลังจากที่เหล่าผู้พิทักษ์ทั้ง 7 คนจัดการกับเหล่ามือสังหารเสร็จแล้ว



        เหล่าผู้พิทักษ์จึงรีบลงไปชั้นล่าง พวกเขาเห็นลีโอนัสยืนอยู่กับชายร่างยักษ์ที่กวัดแกว่งดาบไปทั่ว ด็อกทามูซซี่ที่ลงมาถึงก่อนพยายามจะปล่อยพลังลมเข้าโจมตีเซเบอร์แต่พีโนล่าและโมนาห้ามไว้ได้ทัน…ลีโอนัสจึงต้องอธิบายอีกรอบว่าเซเบอร์คือสปีล่าของเขาเอง



        “พวกนี้เป็นมือสังหารถุงทรายที่ต้องมีคนคอยควบคุมอยู่ภายนอกบ้านเป็นแน่…” แมกซ์คราวน์กล่าวให้ทุกคนฟัง



        “ถ้าอย่างนั้นเราออกไปจัดการมันกันเลยดีกว่า…” ลิฟพูด



        “งั้นใครจะออกไปก่อนล่ะ” ด็อกทามูซซี่พูดพร้อมกับทำหน้าแหย



        “ก็ตามอาวุโสละกัน” พีโนล่าพูด



        “อาวุโสน้อยใช่ม้า…” ด็อกทามูซซี่พูดพร้อมกับดันพีโนล่าไปที่ประตู



        “จะบ้าเหรออาวุโสมากต่างหาก…”พีโนล่าเปิดประตูและผลักด็อกทามูซซี่ออกไปนอกบ้าน แล้วผู้พิทักษ์คนอื่นๆรวมถึงลีโอนัสก็ตามออกไป



        ภายนอกบ้านเต็มไปด้วยปีศาจที่ร่างกายเป็นโครงกระดูกสีขาว พวกมันถือดาบที่ขึ้นสนิม บ้างก็ถือธนูไม้ผุๆ และมีมือสังหารที่มีลักษณะเหมือนกับพวกที่เข้าไปในบ้านอยู่หนึ่งคนแต่มันไม่ได้ล่องหน



        “สิบห้านาทีครับ….ช้ากว่าที่คิดใช่ไหมครับ”มือสังหารที่ยืนนิ่งอยู่ในความมืดพูดคุยกับใครสักคนที่ไม่มีตัวตน



        “ใช่….”ชายหนุ่มผมยาวสีเทากล่าวผ่านวิทยุสื่อสารกับมือสังหาร เขานั่งดูภาพเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านจอโทรทัศน์ในห้องๆหนึ่งที่ไหนซักแห่งในเมืองนี้



        ”จัดการให้มันแสดงฝีมือเยอะๆล่ะ”ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวอีกครั้ง เขาก้มหน้าลงจดข้อมูลต่างๆลงบนกระดาษ



        “ช้ากว่าที่คิดนะ…ผู้พิทักษ์ทั้งเจ็ด”มือสังหารหันกลับมาพูดเย้ยหยันผู้พิทักษ์ “ปีศาจพวกนี้ทนรอเจ้าจนโมโหแล้วนะ”



        ลิฟ เมเยอร์ แมกซ์คราวน์ ด็อกทามูซซี่และพีดา ห้าผู้พิทักษ์ยืนเรียงกัน โดยข้างหลังมีพีโนล่าและโมนายืนขนาบข้างลีโอนัสที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านและเซเบอร์ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าลีโอนัสมันยกโล่และดาบขึ้นสูงพร้อมต่อสู้



        “จัดการมันซะ”มือสังหารพูดพร้อมชี้ไปยังกลุ่มผู้พิทักษ์



        ไม่ทันสิ้นเสียง โครงกระดูกปีศาจทุกตัวก็วิ่งกรูเข้าใส่ผู้พิทักษ์อย่างบ้าคลั่ง พวกมันยกดาบเข้าฟาดฟันใส่และลูกธนูมากมายถูกยิงออกจากคันศรของพวกมัน พีดาต้องใช้สปีล่าของเธอที่ป้องกันทุกคนจากการถูกทำร้ายและเธอใช้เวทย์น้ำแข็งแช่แข็งพวกมันหลายสิบตัว



        โครงกระดูกปีศาจโถมเข้าใส่เหล่าผู้พิทักษ์ทั้งห้าอย่างไม่ขาดสาย ด็อกทามูซซี่เสกพายุหมุนขนาดย่อมพัดพวกมันไป ส่วนแมกซ์คราวน์ใช้เถาวัลย์พันตัวพวกมันไว้กับที่…ปีศาจเหล่านั้นดิ้นรนแต่ว่าไม่สามารถหลุดออกได้ ต้นไม้เหล่านั้นบีบรัดพวกมันจนกระดูกของพวกมันกลายเป็นผุยผง



        เมเยอร์ปล่อยฟ้าผ่าลงใส่กลุ่มโครงกระดูกที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดจำนวนลง พวกมันระเบิดกระจุยแค่สองสามตัวซึ่งไม่คุ้มกับพลังที่ใช้ออกไป



        “ไฟฟ้าทำอะไรมันไม่ได้หรอก…พวกนี้มันเป็นโครงกระดูกเดินได้” แมกซ์คราวน์กล่าวพร้อมกับเสกต้นไม้กินคนขึ้นมาสี่ต้น



        “จัดการมือสังหารนั่นก่อนดีกว่า” ลิฟตะโกนบอกพร้อมกับเสกให้ขาปีศาจที่ดาหน้าเข้ามาใกล้กลายเป็นหิน



        เมเยอร์หายตัวไปและวิ่งผ่านกองทัพโครงกระดูกออกไปหามือสังหารที่ยืนอยู่ข้างหลังไกลออกไป…แต่อยู่ๆมันก็หายตัวไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ



        “หาข้าให้เจอซิ…เมเยอร์” เสียงอันเยือกเย็นของมันดังขึ้นในความว่างเปล่า



        แสงสีฟ้าจากฝ่ามือของพีดายังคงพุ่งออกไปอย่างไม่ขาดสาย เธอเริ่มอ่อนแรงลงสังเกตได้จากแสงจากไพลินที่เธอคล้องอยู่เริ่มอ่อนลง และเช่นเดียวกับผู้พิทักษ์คนอื่นๆ



        “ออกไปช่วยคนอื่นเถอะอย่ามัวเฝ้าผมเลย…” ลีโอนัสบอกกับพีโนล่าและโมนา”เซเบอร์จะดูแลผมเอง”



        พีโนล่าและโมนาพยักหน้าให้ลีโอนัสและเดินออกไปจัดการกับกองทัพโครงกระดูกที่โถมเข้าใส่ผู้พิทักษ์ทั้งสี่คน



        พีโนล่าและโมนาคาบอัญมณีที่พวกเธอคล้องไว้เพื่อจะได้ใช้พลังได้ทั้งสองมือ พีโนล่าปล่อยลูกไฟออกจากมือทั้งสองข้างทำให้โครงกระดูกหลายตัวโดนไฟเผาและมันวิ่งไปชนตัวอื่นทำให้ไฟลุกไหม้ไปทั่วบริเวณนั้น ส่วนโมนาเธอยกมือทั้งสองขึ้นเหนือหัวและเสกก้อนหินกลมก้อนใหญ่ที่มีไฟลุกโชน เธอขว้างมันออกไปข้างหน้าทำให้โครงกระดูกหลายตัวโดนหินก้อนนั้นกลิ้งทับและไฟจากหินก้อนนั้นก็ติดเป็นทางยาวไปเรื่อยๆโดยไม่มีท่าทีว่ามันจะดับ



        ลีโอนัสยืนมองเหล่าผู้พิทักษ์หกคนรับมือกับกองทัพโครงกระดูกที่ไม่มีท่าทีว่าจะหมดไป เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ช่วยเหลือพวกเขาเลย



        “คันไม้คันมือรึเปล่าเซเบอร์” ลีโอนัสพูดกับเซเบอร์ที่ยืนอยู่ข้างหน้า เซเบอร์เงียบไม่ตอบลีโอนัส…แต่เขารู้ว่ามันต้องการที่จะสู้เพราะว่าเซเบอร์เป็นอัศวินที่หึกเหิม



        “ถ้างั้นก็ออกไปช่วยพวกเขาให้หน่อยนะ…ทางนี้ไม่ต้องห่วงถ้ามีอะไรมูนจะออกมาช่วยข้าเอง” ลีโอนัสบอกเซเบอร์ เขาพูดถึง”มูน” บอดี้การ์ดอีกตัวของเขา



        เซเบอร์วิ่งออกไปช่วยตรงลิฟและพีดาที่กำลังอ่อนแรงพลังจากไข่มุกและไพลินของพวกเธอเกือบหมด พวกเธอต้องใช้พลังงานสะสมที่มีในร่างกายออกไป ทำให้พวกเธอมีอาการเหนื่อยและอ่อนแรง



        เซเบอร์ขวางดาบที่กำลังจะโดนตัวพีดาไว้ เขาใช้โล่และดาบกวาดใส่เหล่าโครงกระดูกที่ดาหน้าเข้ามา….ดาบที่ยาวและหนาของเซเบอร์สามารถจัดการโครงกระดูกได้ทีละหลายๆตัว พวกมันกระเด็นออกตามปลายดาบที่กวัดแกว่งอย่างรวดเร็ว….



        “อย่างนี้ค่อยมีลุ้นหน่อย….” ลีโอนัสพูดและยิ้มคนเดียว เขามีแผนอะไรบางอย่างอยู่ในหัว



        “ออกมาได้แล้วน่า…” ลีโอนัสหันไปพูดกับประตูหน้าที่อยู่เบื้องหลัง



        ประตูหน้าบ้านเปิดออกอย่างช้าๆ….แต่มันว่างเปล่าไม่มีอะไรอยู่ที่ประตูนั้น….แล้วมีอะไรบางอย่างลากตัวลีโอนัสเข้าไป…และประตูก็ปิดลง….



        มือสังหารปรากฏตัวต่อหน้าลีโอนัส มันเอามีดสั้นจ่อที่ลำคอของลีโอนัส



        “แกเกี่ยวข้องอะไรกับผู้พิทักษ์” มือสังหารถามลีโอนัส แต่เขานิ่งเฉยไม่ตอบอะไร



        “ไม่บอกข้าใช่ไหม”มือสังหารพูด”ได้…ข้าก็มีวิธีของข้า”



        มือสังหารร่ายคาถาอะไรบางอย่างเป็นภาษาที่ลีโอนัสไม่รู้จัก แล้วพลธนูปีศาจก็โผล่ออกมาห้าตัว มือของพวกมันถือธนูยาวสีดำ

        มือสังหารลากตัวลีโอนัสขึ้นไปยังชั้นสอง เข้าห้องของเขาและออกไปยังระเบียง เบื้องล่างเหล่าผู้พิทักษ์และเซเบอร์ยังคงต่อสู้กับพวกโครงกระดูกยังไม่หยุด



        มือสังหารสั่งให้พลธนูปีศาจไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของระเบียงและเล็งธนูมาที่ลีโอนัสที่มือสังหารจี้ด้วยมีดสั้นที่ลำคอ



        “ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี…โปรดฟังทางนี้” มือสังหารกล่าวพร้อมกับหยุดกองทัพโครงกระดูกให้ยืนนิ่งอยู่กับที่



        ผู้พิทักษ์ทั้งหกหยุดปล่อยพลังและมองขึ้นไปบนระเบียงชั้นสอง



        “ใจเย็นก่อน…อย่าทำอะไรลีโอนัสนะ”ลิฟพูด



        “แหม…เด็กคนนี้ท่าจะสำคัญกับพวกแกจริงๆนะ”มือสังหารกล่าวอย่างเริงร่า “งั้นขอไม่มากหรอก…ส่งอัญมณีของพวกแกมา…ให้ใครก็ได้เอาขึ้นมาให้ข้า…”



        “ได้ๆ…ใจเย็นๆเราจะให้อัญมณีแก่เจ้า”พีดาพูดอย่างเหน็ดเหนื่อย เธอปลดสร้อยไพลินของเธอออก ผู้พิทักษ์ทุกคนส่งอัญมณีให้พีดาอย่าช้าๆ ถ้าพวกเขาปราศจากมัน เขาก็จะไม่มีพลังอะไรไปต่อสู้กับโครงกระดูกปีศาจพวกนั้น…พวกเขารู้ดีแต่ก็ส่งให้พีดา



        โครงกระดูกปีศาจต่างยิ้มระรื่น มันเตรียมพร้อมเมื่อลุยเมื่อได้รับคำสั่งจากมือสังหาร



        พีดาเดินเข้าบ้านและปิดประตูลง…เธอเดินไปที่บันไดและพบกับชายสองคนที่สวมผ้าคลุมสีขาว



        เธอยิ้มแต่ว่าดวงตาของเธอค่อยๆปิดลง

        “ช่วยหน่อยนะ”พีดาพูดและสลบไป





        เวลาผ่านไปไม่นานนักพีดาเดินขึ้นไปที่ระเบียงด้วยท่าทีสดชื่นต่างจากเมื่อสักครู่



        “ปล่อยตัวลีโอนัสมา”พีดาบอกมือสังหาร



        “ได้…แต่ถ้าแกขี้โกงละก็พวกผู้พิทักษ์ข้างล่างตายแน่”มือสังหารกล่าวตอบ



        ”เดินไปช้าๆไอ้หนู”มือสังหารปล่อยตัวลีโอนัสให้เดินไปหาพีดาช้าๆ



        “ส่งอัญมณีพวกนั้นมาซะ”มือสังหารเร่งพีดาแต่ว่าเธอยืนเฉยและยิ้มที่มุมปาก…



        “แก—จะ—ทำ—อะไร—ลูกข้า”พีดาพูดแต่เสียงของเขาเป็นเสียงของผู้ชาย



        สิ้นเสียงของผู้ชายนั้นก็มีเสียงชายอีกคนดังขึ้นมา ลีโอนัสจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของเมเยอร์



        “การล่องหนของแกใช้ได้นะแต่กลิ่นตัวแกต้องปรับปรุง…ถ้าแกอาบน้ำมาก่อนข้าก็คงตามหาแกไม่เจอหรอก” เมเยอร์กระซิบที่ข้างหูมือสังหารในขณะที่ร่างเขาปรากฏขึ้นเบื้องหลังมือสังหารและปล่อยไฟฟ้าใส่มันทำให้มันดิ้นพล่าน



        “ใครส่งแก่มา” เมเยอร์ถาม



        “ไม่มีใครบอกแกหรอก…เพราะแค่นี้ก็คุ้มแล้ว…”มือสังหารพูดพร้อมกับนำมีดสั้นปักเข้าที่หน้าอกของตัวเอง



        แต่ก่อนที่มันจะสิ้นใจไป มันได้สั่งให้เหล่าโครงกระดูกโจมตีทุกคน



        ลูกธนูจากพลธนูปีศาจพุ่งใส่พีดาที่ยืนอยู่กับลีโอนัส…



        แต่ทว่าลูกธนูเหล่านั้นยังไม่ถึงตัวพวกเขาม่านน้ำสีฟ้าก็พุ่งจากพื้นระเบียงขึ้นมา…มันพุ่งสูงจนบดบังพวกเขาจนมิดลูกธนูหยุดอยู่ที่ม่านน้ำนั้น



        พวกพลธนูปีศาจทำหน้างง…แต่ไม่ช้า



        ม่านน้ำก็ลดความสูงลงเรื่อยๆทำให้เห็นชายคนหนึ่งแทนที่พีดา เขาสวมผ้าคลุมสีขาว ผมสีเทารูปร่างสูงใหญ่ ในมือถือดาบเงินที่มีอัญมณีสีแดงอยู่ตรงปลายด้ามจับ แม้ว่าเขาจะแก่ชราขึ้นแต่ลีโอนัสยังคงจำเขาได้…



        เขาคือมาร์ค มันคิส พ่อของเขาเอง



        เมื่อม่านน้ำเปิดทางมาร์คพุ่งเข้าใส่พลธนูปีศาจอย่างรวดเร็ว มาร์คฟาดดาบเข้าใส่พวกมันด้วยแรงทั้งหมดที่มี เขาทำให้พลธนูปีศาจบางตัวขาดสองท่อน บางตัวถูกฟันตกลงไปข้างล่าง ในไม่ช้าพวกมันถูกมาร์คกำจัดหมด



        ในเวลาเดียวกันนั้นเบื้องล่างโครงกระดูกปีศาจวิ่งเข้าใส่เหล่าผู้พิทักษ์ที่ปราศจากอัญมณี พวกเขาไม่สามารถใช้พลังได้ถ้าไม่มีอัญมณี มีเพียงแต่เซเบอร์ที่ใช้ดาบและโล่กวาดใส่เหล่าโครงกระดูกที่วิ่งเข้ามา



        ในขณะที่หนทางใกล้หมดลงและเหล่าโครงกระดูกปีศาจเข้าใกล้พวกเขาทุกขณะ...



                    แสงสว่างสีแดงปรากฏขึนเบื้องหลังเหล่าผู้พิทักษ์และแผ่นดินที่เหล่าโครงกระดูกทุกตัวยืนได้ยุบลงอย่างรวดเร็วกลายเป็นบ่อโคลนขนาดใหญ่ พวกมันพยามดิ้นรนหนีจากบ่อโคลนที่ดูดมันลงไป…



        ในที่สุดกองทัพโครงกระดูกเหล่านั้นก็หายไปเหลือเพียงแต่บ่อโคลนเท่านั้น…



        แสงจันทร์ที่เผยให้เห็นร่างของชายตัวสูงคนหนึ่งพยุงหญิงสาวที่หมดสติอยู่หน้าประตูบ้าน เธอซบไหล่ที่กว้างของเขา ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นว่า “ชอบฉากนี้เป็นบ้าเลย” เขาหันไปยิ้มให้พีดาที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขนเขา



        เขาคือโทมัท ผู้พิทักษ์ที่พีโนล่ากล่าวถึงบนยานวีไนน์เอ็มเพอเรอร์ เขาใช้พลังธาตุผสมได้แก่ดินกับน้ำซึ่งผสมเป็นธาตุโคลน….และแน่นอนที่บ่อโคลนขนาดใหญ่นั้นเขาเป็นคนสร้างขึ้น







        ค่ำคืนที่โหดร้ายผ่านพ้นไป ทุกคนเหน็ดเหนื่อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ว่าชายผมสีเทายาวคนหนึ่งยังคงนั่งจดข้อมูลต่างๆจากเหตุการณ์ในคืนนี้อยู่ที่ไหนซักแห่งไกลออกไป....เขายิ้มที่มุมปากและใช้ดินสอวงไปที่คำว่า ลีโอนัส....



    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×