เฟรงซง

ตอนที่ 25 : อยากหยุดเวลาเอาไว้นานนาน บอกกับเธอให้รู้ว่าฉันเองประทับใจ และขอเป็นเธอคนนี้ได้ไหม เพราะว่าฉันไม่เคยจะรู้สึกอย่างนี้กับใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    30 ก.ย. 62

          สามราตรีถัดมาหลี่จินชางนำทัพต่อสู้กับกองกำลังทหารทั้งห้าหมื่นนายฝ่าฟันเข้าไปยังราชวังพร้อมกับการบั่นหัวฮ่องเต้ซ่งที่กำลังวิตกกังวลกับศึกที่ทำให้แคว้นซ่งล่มจม หลี่จินชางยิ้มเย็นอย่างผู้มีชัย เขาปาดเลือดของโอรสสวรรค์ทิ้งพร้อมกับโยนศีรษะนั้นทิ้งไปให้องครักษ์ เหล่าขุนนางผู้เห็นเช่นนั้นย่อมยอมสวามิภักดิ์ต่อแคว้นหลี่โดยดี มิมีคำใด ความน่ากลัวแผ่ออกมาจนทำให้ความเคารพต่อแคว้นซ่งหมดสิ้นจนอยากกระโดดมอบชีวิตให้กับแคว้นหลี่โดยดี

 

 

            ส่วนทางด้านเมืองเลี่ยงหวง รัชทายาทถูกสังหารโดยมีดสั้นปักกลางหน้าอกอย่างน่าสมเพช แม่ทัพไป๋กส่ายศีรษะไปมาอย่างเหนื่อยยากการต่อสู้ร่วมเกือบสามเดือนที่แคว้นซ่งทำให้เขารู้สึกเหนื่อยแต่การพิชิตศึกได้เร็วเช่นนี้นั้นนับว่าเหนือความคาดหมายคงเป็นเพราะราชสำนักของแคว้นซ่งโง่เขลาและกลศึกของแคว้นหลี่จัดเตรียมมาอย่างดี

 

            การเดินทางกลับแคว้นหลี่ใช้เวลาร่วมเดือนหลี่จินชางที่นั่งบนม้าอย่างสง่าผ่าเผยทอดมองบ้านเมืองของแคว้นหลี่ที่ตนมิได้เห็นร่วมเดือน อีกทั้งข่าวคราวของโม่เจียวมี่ที่ตนมิได้ทราบมานาน มิมีแม้กระทั่งข่าวคราวของนาง นางหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

 

            เสียงกลองดังกระหึ่มตลอดทาง ทั้งยังมีการร่ายรำอย่างสนุกสนานรับขบวนทหารของแคว้นหลี่ เมื่อมาถึงราชวังหลี่จินชางรีบรายงานสิ่งต่างๆพร้อมกับแม่ทัพไป๋ ยามนี้ปลายฤดูเหมันต์แล้วทำให้ชาวบ้านเริ่มครึกครื้นกัน ฮ่องเต้หลี่ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อโอรสของตนนำชัยชนะมาให้บิดา ทั้งยังมอบทรัพย์สินมากมายให้รัชทายาทและแม่ทัพไป๋

 

            “เจ้าคงอยากไปพบหน้าภรรยาเสียเต็มแก่ทั้งนางยังตั้งครรภ์อีก” เสียงฮ่องเต้แคว้นหลี่เอ่ยขึ้น เนตรคมยกขึ้นจนเรียว หลี่จินชางขมวดคิ้วมุ่นพร้อมก้มศีรษะถวายความเคารพก่อนจะเดินออกจากโถงพระราชวังไปด้วยความสงสัยเต็มอก

 

           

            “มี่เอ๋อร์ แม่อยากฟังลูกเล่นเพลงอีก” หนี่กุ้ยเฟยกำลังออดอ้อนหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนได้สามเดือนให้นางยกกีต้าร์ขึ้นมาดีด สาวเจ้าทำตามอย่างมิขัดใจ นางยิ้มงดงามก่อนจะถามแม่สามีอย่างสงสัย “เพลงกระไรดีเจ้าคะ” นางเอียงคอสงสัย

 

            “ตายจริง! แม่ลืมเสียสนิทวันนี้อาชางกลับมาจากศึกแคว้นซ่ง เจ้าคงคิดถึงสามีมาก” โม่เจียวมี่ครุ่นคิดอยู่ครูหนึ่งก่อนจะส่ายศีรษะอย่างมิจริงใจเอาซะเลย นัยต์ตานางครู่นึงเผยความดีใจออกมาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาสดใสร่าเริงแต่แฝงด้วยความร้ายกาจดังเดิม

 

            “งั้นหรือเจ้าคะ อย่างนี้ลูกก็ต้องย้ายจากตำหนักท่านแม่กลับวังเสียแล้ว” นางแกล้งทำทีเป็นเศร้าสร้อยปาดน้ำตา แต่ในใจอยากจะกรีดร้องดังลั่น ในที่สุดนางจะได้กลับไปนอนเล่นในวังเสียที อยู่ในตำหนักแม่สามีหนี่กุ้ยเฟยให้นางทำกระไร ทานอาหารที่มีแต่สมุนไพร ยาบำรุงที่ขมปี๋ ซ้ำยังให้นางปักผ้าสำหรับบุตรและบุตรี ยังมีกระไรอีก บังคับนางให้คัดคัมภีร์มารยาทสตรีงาม สตรีงามมิจำเป็นต้องมีมารยาทในบางคราก็ได้!

 

            “คารวะเสด็จแม่” เสียงนุ่มทุ้มของผู้มาใหม่เอ่ยขึ้น ทำให้โม่เจียวมี่ทำกำลังนั่งดีดกีต้าร์เล่นไปเรื่อยเงยหน้าขึ้น ดวงหน้างามเผยความดีใจ นางฉีกยิ้มอย่างลืมตัวพลันต้องสะดุ้งเมื่อเสียงในจิตใจดังออกมา “เพ้ย มิเจอหน้ากันมิกี่เดือน เจ้าคิดถึงสามีขนาดนั้นเลยหรือ” ใช่และนั่นคือเสียงไป๋หลงที่ลอบสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ โม่เจียวมี่แตะหัวใจตนก่อนจะส่งกระแสจิตกลับไป “หุบปาก!!!

 

            ดูเหมือนการคัดคัมภีร์มารยาทหญิงงามจะมิได้ช่วยให้โม่เจียวมี่มีมารยาทมากขึ้นเท่าไรนัก

 

            “อาชางเจ้าดูซูบผอมไปมาก ดูสิผิวพรรณก็แตกแห้งคงเป็นเพราะความหนาวเหน็บของแคว้นซ่ง” หนี่กุ้ยเฟยคุยจ้อมิหยุด กอดลูบบุตรของตนอย่างห่วงหา แต่หลี่จินชางมิได้มองหน้ามารดาตนเลยสักนิด เขากลับมองไปยังภรรยาของตนที่มัวแต่ก้มหน้าชมนกชมไม้ทำท่ามิรู้อิโหน่อิเหน่มิบอกกล่าวว่าตนกำลังตั้งครรภ์กับสามี!!!

 

            “เจ้าคงอยากกอดภรรยามาก แม่ต้องไปเสียก่อน” หนี่กุ้ยเฟยกล่าวพร้อมยื่นมือไปกอบกุมมือหนาของรัชทายาท นางพยักหน้าสองสามรอบก่อนจะเดินออกไปพร้อมนางกำนัลสี่คน โม่เจียวมี่ทำสายตาเว้าวอนผู้อาวุโส กำลังจะรินน้ำชาให้ตัวเองดื่ม เสียงดังปังเพราะสวามีตบโต๊ะน้ำชา ทำเอานางสะดุ้ง เงยหน้ามองหลี่จินชางที่มองนางอย่างกินเลือดกินเนื้อ

 

            “มิคิดจะส่งข่าวคราวไปให้ข้าเลยงั้นรึ!?” โม่เจียวมี่ขมวดคิ้วสวยอย่างงุนงง นางเอียงคอสงสัย ความโกรธก่อนหน้านี้ก่อนที่สวามีจะไปรบหายไปหมดสิ้นแทนที่ด้วยความคะนึงหา นางวางถ้วยชาลงพร้อมทั้งถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

 

            “หม่อมฉันปวดหัวจะอาเจียน” นางแสร้งทำมารยามือเรียวนวดขมับอย่างน่าสงสาร หลี่จินชางมองใบหน้างามที่ซีดเซียวดวงตาดุจเหยี่ยวมองปราดเดียวทำเอาโม่เจียวมี่ขนลุกขนชัน “อย่าเฉไฉมิบอกกล่าวว่าเจ้าตั้งครรภ์แก่สวามีเลยหรือ เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นหม้ายแล้วงั้นหรือ” เสียงสวามีดังขึ้นทำเอาเจียวมี่สะดุ้ง

 

            เอาจริงๆ นางก็คิดว่าตนจะเป็นหม้ายแล้วต่างหาก เฮ้อ เสียดายนักที่สวามีกลับมา

 

            “ดื่มชาสักถ้วยไหมเพคะ” โม่เจียวมี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมรินชาลงถ้วยอย่างเบามือ นางเกาท้ายทอยแก้อาการกระวนกระวายใจที่กำลังสุมอกอยู่ หลี่จินชางแผ่กลิ่นอายสังหารออกมาจนภรรยาตัวน้อยหน้าซีดลงกว่าเดิม

 

            “ไป๋หลง ช่วยด้วย!!!” นางส่งกระแสจิตให้ไป๋หลงที่กำลังยืนมองดูอยู่ห่าง “ทำตัวเอง ก็แก้ด้วยตัวเองสิสหายรัก”

 

            ไอมดทรยิศ!!!!

 

            “ตอบข้ามาเสีย โม่เจียวมี่” นางหน้าซีดลงเมื่อสวามีเริ่มเค้นเอาความจริง นางเฉไฉมองนกมองไม้ข้างนอก จะให้นางบอกว่ากระไรเล่า หนี่กุ้ยเฟยเล่นมิห่างกาย นางคิดว่าหนี่กุ้ยเฟยส่งข่าวนี้เสียแล้ว ทั้งนางเขียนตัวอักษรจีนได้ห่วยแตก ก็ชาติก่อนคาบภาษาจีนนางเล่นเอาแต่นอน คำเดียวที่พูดได้คือเช่าหนี่มา ชาตินี้พึ่งใบบุญความสามารถของตัวโม่เจียวมี่ในภพนี้

 

            “ท่านพี่เจ้าขา ท่านคงจะเหน็ดเหนื่อยจากการกรำศึกมามาก ใยมิใคร่ให้น้องช่วยปรนนิบัติเล่าเจ้าคะ” นางลุกขึ้นไปนั่งข้างกายสวามี ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนและไร้เดียงสา จับแขนแกร่งที่วางไว้บนหน้าตัก ใบหน้าของนางเอียนเอียงไปซบที่ไหล่กว้างอย่างมีมารยา

 

            ไป๋หลงดีดนิ้วดังเปราะนึง สหายรักเจ้าทำได้ดีมาก!

 

            “เจ้ามันปีศาจจิ้งจอก” หลี่จินชางดันใบหน้างามที่ยิ้มอย่างยั่วยวนมาให้ตน พร้อมทั้งยังบีบจมูกเล็กๆนั่นอย่างเอ็นดู เขาหลุดหัวเราะให้กับภรรยาตัวน้อยที่ชวนคุยแต่เรื่องบนเตียง พลันมือหนาเลื่อนไปกอบกุมพุงน้อยๆของภรรยาที่กำลังตั้งงครรภ์อยู่

 

            “เจ้ามีอาการอย่างไรบ้างตอนตั้งครรภ์” หลี่จินชางถามอย่างเป็นห่วง ดวงตาของเขายังคงจับจ้องที่ครรภ์ของภรรยาอยู่ โม่เจียวมี่หัวเราะออกมาเบาๆ นางฉีกยิ้มมือเรียวกุมมือของสวามีที่กำลังจับพุงของตนอยู่ “มิมีอาการอันใดเลยเจ้าค่ะ แค่เพียงอยากกินอาหารรสเปรี้ยวและมึนหัวเล็กน้อย”

 

            “อืม กลับวังรัชทายาทกันเถิด” มือหนาของหลี่จินชางเลื่อนไปกอบกุมมือของภรรยาตัวน้อย ความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมา โม่เจียวมี่ใบหน้าแดงก่ำ นางกำลังหวั่นไหวกับการกระทำที่แสนดีของสวามี

 

                ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่นางรู้สึกว่าการกระทำของหลี่จินชางมาจากความรู้สึกจริงๆ และนางกำลังตกหลุมรักเขา ความรู้สึกของนางคือการขาดเขารู้สึกหว้าหว่ และอยู่ไม่เป็นสุขดั่งมิคอยมีคนปกป้องนาง

 

            ตั้งแต่เมื่อไรกันที่นางก็เริ่มรักเขาแล้ว

 

           

 

            โม่เจียวมี่ผู้ที่กำลังนั่งบนตักสวามีกำลังนั่งอ่านตำราบทกลอนที่นางมิมีวันเข้าถึงอยู่ สวามีของนางออดอ้อนนางเป็นพิเศษ หลี่จินชางเกยตางของตนที่ศีรษะเล็กเขาสูดดมกลิ่นหอมของโม่เจียวมี่ไว้ นางกำลังนั่งอ่านบทกลอนและสำนวนต่าๆอย่างงุนงงทั้งยังพึมพำออกมา น่าเอ็นดูนัก หลี่จินชางคิดเช่นนั้น หลี่จินชางแทรกแขนแกร่งโอบกอดเอวเล็กคอดไว้ กระชับแผ่นหลังเล็กให้เคลื่อนเข้ามาใกล้กับหน้าอกกว้างของตน โม่เจียวมี่ชะงักเงยหน้ามองสวามีตนที่กำลังจ้องมองนางอยู่

 

            “มีอะไรหรือเพคะ” นางเอียงคอสงสัย ใบหน้างดงามที่ไร้การแต่งแต้มแสดงความไร้เดียงสาออกมา ปากอิ่มสีแดงระเรื่อกำลังดึงดูดความสนใจของหลี่จินชางอยู่

 

            “เจ้าทำอะไรอยู่ ข้าเห็นเจ้านั่งอ่านมันมาเกือบครึ่งชั่วยามได้แล้ว”

 

            “หม่อมฉันกำลังพยายามเป็นสตรีที่เก่งครบทุกด้านอยู่เพคะ” นางพูดออกมาพร้อมหัวเราะแห้ง นางนั้นทำทุกอย่างได้ดีในทุกด้านยกเว้นเชิงกลอนจริงๆ สิ่งนี้เป็นการเข้าถึงที่ยากที่สุดสำหรับนาง!

 

            “ให้ซือเอ๋อร์ช่วยสอนเจ้าเสียสิ” ใบหน้าโม่เจียวมี่บึ้งตึงลงทันที เหตุใดความรู้สึกคันยุบคันยิบเกิดขึ้นที่หัวใจ เหมือนกับตอนนางเลี้ยงแมวแล้วแมวนั่นหนีไปกับแมวตัวผู้เล่า!

 

            “พระองค์ลืมหรือเพคะ ซือเอ๋อร์กำลังตั้งครรภ์” สวามีพยักหน้าหงึกหงักมองหน้าภรรยาที่กำลังหึงหวงตนอยู่ ใบหน้างดงามเชิดขึ้น เสียงฮึดฮัดดังออกมา นางยังคงนั่งอ่านบทกลอนต่อไป และกำลังถอดความหมาย

 

            “อะไรเนี่ย ทำไมถึงยากขนาดนี้” นางบ่นอุบอิบก่อนจะวางตำราลง เงยหน้ามองสวามีที่นั่งอ่านไปพร้อมกับนาง “ข้าบอกเจ้าแล้วให้ซือเอ๋อร์ช่วยเสีย นางเป็นสตรีที่เก่งกาจกลอนนัก” โม่เจียวมี่แอบเบ้ปาก ซือซือตั้งครรภ์อยู่ข้าพูดไปหลายรอบแล้ว สวามี! ใยต้องมาพูดถึงนางอีก

 

            มือเรียวยื่นขึ้นไปตีจมูกโด่งรั้นของสวามีอย่างอดไม่ได้ นางขู่ฟ่อๆดั่งลูกแมวทำให้หลี่จินชางหัวเราะออกมาเมื่อภรรยาตัวน้อยเผยท่าทีหึงหวง “ถ้าพระองค์ยังมิหุบปากก็ออกไปนอนข้างนอกเลยเพคะ” นางขู่เขาอีกแล้ว หลี่จินชางลูบหัวภรรยาตัวน้อยพร้อมกดจมูกโด่งที่เพิ่งถูกตีลงข้างแก้มของภรรยา

 

            “หม่อมฉันง่วงนอนแล้วเพคะ” นางขยี้ตาพร้อมยบิดขี้เกียจ ขยับตัวออกจากตักของสวามีที่กำลังยิ้มอยู่ พร้อมล้มตัวลงนอนและห่มผ้าห่มจนถึงคาง หลี่จินชางจึงลุกขึ้นไปดับเทียนที่จุดไว้และล้มตัวลงนอนกอดภรรยาตัวน้อยเช่นเดียวกัน ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตำหนัก แม้ในยามนี้จะปลายเหมันต์ที่ยังมีอากาศหนาวเหน็บ แต่โม่เจียวมี่กลับรู้สึกอบอุ่นเป็นที่สุด




     ตอนนี้ก็หวานๆหน่อยนะคะ ใกล้จะจบเเล้วเหลืออีกสิบตอนหรือเปล่าไม่รู้555 ต่ออีกตอนนึงละก็จะไปละค่า ปวดฟันมาก ฮือ


     เริ่มด้วย นานนาน ตอนจบจะจบลงด้วยไม่รู้ทำไมหรือเปล่านะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

43 ความคิดเห็น

  1. #39 puuk (@puuk) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 22:15

    รอตอนหน้าค่ะ

    #39
    0