เฟรงซง

ตอนที่ 14 : เวลาเธอยิ้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    1 ก.ย. 62

เจียวมี่ถูกสั่งให้นั่งคุกเข่าหน้าเรือน สำนึกผิดต่อบรรพบุรษราวหนึ่งชั่วยาม นางก้มหน้ายอมรับการลงโทษแม้จะหงอยเป็นลูกสุนัข บิดายังสั่งให้นางนั่งปักผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว นางถอนหายใจอย่างขุ่นมัว ช่างเป็นการลงโทษที่หนักหนาเอาการ และเหล่าอาอึ้มทั้งหลายเข้ามาขัดเนื้อขัดตัวเค้นผิวกาย ทาผงหมักสมุนไพรทั้งหลายบนใบหน้างดงามของเจียวมี่ เส้นผมถูกล้างด้วยน้ำดอกไม้กลิ่นชวนอาเจียน เนื้อกายนางขาวสะอาดขึ้น ใบหน้าหรือก็ตึงผุดผ่อง นี้ขนาดต้องรอไปอีกราวๆหนึ่งเดือนท่านพ่อยังจัดสปาชุดใหญ่ไฟกระพริบให้นางขนาดนี่ พอใกล้วันงานจะใหญ่ขนาดไหนกัน

 

“ข้าชนะเจ้าแล้ว” ไป๋หลงทำท่าทีฮึดฮัดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อหมากตรานี้นางเดินแพ้ หญิงสาวในชุดสีม่วงเข้มตัดดำฉีกยิ้มออกมาจนถึงตา ช่างเป็นภาพที่หาได้ยาก นานๆทีคุณหนูของนางจะยิ้มและหัวเราะ ก็มีแต่ยามที่อยู่กับไป๋หลง นอกนั้นมิเอาแต่ใจก็โกรธ

 

“เสี่ยวลี่ นำชาบัวหิมะพันปีมาให้หลงเอ๋อร์เร็วเข้า” เมื่อนางหันไปเห็นกาน้ำชาที่ว่างเปล่า จึงรีบหันไปสั่งสาวใช้ข้างกายอย่างเร่งรีบ ไป๋หลงทำท่าทีฮึดฮัด เจียวมี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดีนางหันซ้ายแลขวาหยิบขนมขึ้นมาขบเขี้ยว ไป๋หลงเห็นดังนั้นจึงตีมือนางจนเป็นรอยแดง

 

“เจ้าแอบกินขนมหรือ ถ้า

 

“ชู่ว! ท่านพ่องดขนมข้าอยู่ เจ้าอย่าเอ็ดไป แค่นี้ท่านพ่อข้าก็จะไล่ข้าออกจากบ้านอยู่แล้ว” นางพูดเสียงเบาเอ่ยห้ามสหาย ท่านพ่อของนางยังมิหายโกรธเรื่องราวในคืนนั้น นางล่ะขี้เกียจตามง้องอนท่านพ่อที่งอนง่ายเสียยิ่งกว่ากระไร

 

“เจ้าอยากฟังเพลงหรือไม่ ข้าจะร้องให้ฟังๆ”

 

“ดูท่าเจ้าจะอารมณ์ดีมาก”

 

“อื้ม ข้าชนะเจ้า ข้าย่อมอารมณ์ดี” นางฉีกยิ้มและหัวเราะดังลั่นเรือนจนบ่าวไพร่คิ้วกระตุก นี่หิมะจะตกในคิมหันต์ฤดูหรือนี้ โม่เจียวมี่ที่ฉีกยิ้มไปทั้งดวงหน้าส่อภาพความล่มเมือง ถ้าบุรุษใดมาเห็นนางยามนี้ คงจะส่งแม่สื่อมาหมั้นหมาย อ๋อ นางมีคู่หมั้นแล้ว

 

“เอาล่ะๆ ข้าจะร้องเพลงสนุกๆสักเพลง” บ่าวไพร่ที่ได้ยินเสียงคุณหนูหัวเราะ ซ้ำยังจะร้องเพลงอีกต่างพากันตกใจ ฮือฮากัน ก่อนจะแสร้งทำงานแต่กลับเงี่ยหูฟัง

 

“ฮู้ฮูว ฮูว บอกกับเธอให้รู้ในใจฉันนั้นมีแค่เธอคนเดียว ไม่ต้องการสิ่งไหนนานแค่ไหน ขอมีแค่เธอคนเดียว” นางลงมือดีดกีต้าร์และร้องไม่ทันจบ จึงวางกีต้าร์ลง สาวเจ้าฉีกยิ้มจนถึงตา นางคล้ายสตรีวิปลาสไปทุกที มีสิ่งใดให้สนุกกันเพียงแค่ชนะหมากล้อมไป๋หลง พอไป๋หลงขบคิด หลังๆมานี้นางเล่นหมากล้อมแพ้ตลอด ซ้ำชวนไปเล่นการพนัน นางยังแพ้ราบคาบ หมดตัว พอชนะหมากล้อมนางกระดานเดียวจึงดีใจดั่งเด็กได้ถังหูลู่ ช่างเหมือนเจ้าหมาน้อยเห็นเนื้อเสียจริง

 

“ข้าอารมณ์ดีเหลือเกิน เฮ้อ ข้ายิ้มจนเหนื่อย” นางนวดหน้าตนที่ยิ้มนานเกินไป ชาติภพก่อนนางยิ้มมิค่อยเก่ง ส่วนมากจะยิ้มตอนอยู่กับเพื่อนสนิทเวลามันพาไปชวนทำเรื่องพิเรนทร์ๆ ส่วนมากนางจะมองผู้อื่นด้วยหางตา ซ้ำนางยังเป็นคนใจร้อน อะไรมิได้ดั่งใจ ก็พาลให้หงุดหงิด เลยมิค่อยได้ยิ้ม พูดง่ายๆก็คือมองข้างนอกนั้นดูหยิ่ง แต่พอได้รู้จักจึงรับรู้ว่านางปัญญานิ่มนั่นเอง

 

“เช่นนั้นพวกเราออกไปตลาดดีหรือไม่ ข้าได้ข่าวสารมาว่ามีพ่อค้าจากดินแดนทะเลทรายมาค้าขาย” โม่เจียวมี่เห็นเช่นนั้นหูผึ่งทันทีหญิงสาวที่บัดนี้ยิ้มจนผู้ใดเห็นต้องหวั่นใจ ตอนนี้ออดอ้อนไป๋หลงทันที ก่อนนางจะวิ่งหน้าตั้งไปหาบิดาที่หอหนังสือ

 

“ท่าพ่อเจ้าขา นะเจ้าคะ ลูกอยากออกไปจริงๆ นานทีเลยนะเจ้าคะ นะเจ้าคะ สองชั่วยามเจ้าค่ะสอง” นางออดอ้อนบิดาพร้อมกับเดินไปข้างหลังลงมือบีบนวดไหล่พร้อมรินชาให้ นางยังออดอ้อนมิหยุด บอกว่าจะซื้อกระดาษเนื้อดีและชาที่บิดาชอบมาให้ จนท่านพ่อนางส่ายหัว

 

“ตกลง เจ้าต้องรีบไปรีบกลับ เข้าใจหรือไม่ มี่เอ๋อร์”

 

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อใจดีที่สุด!” นางพูดจบรีบวิ่งหน้าตั้งออกไปสั่งรถม้าให้รีบมารอ นางยืนรอหน้าจวนของตนพร้อมกับไป๋หลง หันซ้ายแลขวา กว่ารถม้าจะมา พอขึ้นรถม้าเสร็จรีบคุยอย่างอารมณ์ดี

 

“ช่วงนี้แคว้นหลี่และแคว้นซ่งดูจะเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันเจ้าว่าอย่างนั้นหรือไม่” เจียวมี่ที่ยกผ้าม่านชมวิวทิวทัศน์มองดูข้างนอกพูดออกมาทั้งที่ดวงตายังจับจ้องทิวทัศน์ด้วยดวงตาเป็นประกาย

 

“อืม องค์จักรพรรดิก็ปรึกษาข้าอยู่ในเรื่องนี้ ดูเหมือนทางแคว้นนั้นจะทำเรื่องสงบสุขเพราะการค้าขายแคว้นซ่งและแคว้นหลี่ทำให้ได้ผลประโยชน์มากนัก”

 

“เอาล่ะ เลิกชวนคุยเรื่องเวียนหัว ข้าจะมองดูทิวทัสน์” นางเอ่ยตัดทั้งๆที่ตนเป็นคนเริ่ม รอยยิ้มงามโผล่ขึ้นบนใบหน้าของเจียวมี่อีกครั้ง ชาวบ้านที่เห็นคุณหนูเจียวมี่จากตระกูลโม่รีบพากันขยี้ตา นี้น่ะหรือคุณหนูที่หยิ่งจองหองแข็งกระด้างที่ท่านอัครเสนาบดีหวงนักหนา บัดนี้นางเหมือนลูกแมวได้ปลาทู เชื่องยิ่งกว่าเชื่องเสียอีก รอยยิ้มงดงามดั่งดอกบุปผาน่าทะนุถนอม ทำเอาชาวบ้านหลงใหล ไป๋หลงได้แต่รอบมองปฏิกิริยาเหล่านั้น

 

เจียวมี่พยักหน้าขึ้นลงหงึกหงักดั่งลูกแมวก่อนจะฉีกยิ้ม คิดในใจว่าก็จริงข้างามมาก นางงามจริงๆ มิได้คิดด้วยความหลงตัวเองแม้แต่น้อย งามดั่งเป็นเทพธิดา งามเสียเทพธิดาคงจะละอายใจ ถ้าเทียบกับสตรีที่งามล่มแคว้นของทุกแคว้นนางขอบอกเลยว่านางงามกว่าทุกแคว้นเป็นแน่ นางนึกชมตัวเองอย่างเยินยอ ก็ในเมื่อนางเกิดมา มีมารดาที่ใบหน้างามล่มแคว้น บิดาหล่อเหลา เฮ้อ ถ้าบุตรสาวออกมาขี้เหร่คงแปลก

 

“วันนี้ข้าอารมณ์ดีนัก แต่หนักใจเหลือเกิน ปัญหามันติดที่ข้างามเกินไป” เมื่อใดที่เจียวมี่ชื่นชมใบหน้าของตัวเอง เมื่อนั้นหมายความว่านางอารมณ์ดีถึงขีดสุด แม้จะยื่นดอกเหมยกุ้ยที่นางเกลียดนักหนามาให้นางก็ยินยอมรับมัน ไป๋หลงได้ยินเช่นนั้นกลอกตาไปมาอย่างหมดอารมณ์

 

แต่นางก็มิอยากโกหก นางเคยอยู่บนสวรรค์มาก่อนเทพธิดานั้นจะงดงามกว่ามนุษย์มาก แม้มนุษย์ที่งามล่มแคว้นยังสู้มิได้กับโฉมของเทพธิดายศต่ำต้อย แต่นี้โม่เจียวมี่ผู้เป็นมนุษย์กลับมีโฉมหน้าที่ก้าวข้ามเทพธิดาทุกระดับ งดงามจนล่มสวรรค์ได้ ไป๋หลงที่เคยได้ยินมาเช่นกันว่าหลานสาวของนางที่เกิดจากพี่รองนั้นเป็นเซียนดนตรีชื่ออวิ้นเหมยงดงามเกินเทพธิดา งดงามจนเหมือนเทพธิดายกกำลังสอง นางมิทันได้เห็นหน้า เซียนดนตรีหลานสาวของตนก็ถูกส่งไปไหนก็มิรู้ เพราะเง็กเซียนฮ่องเต้ ท่านพ่อของนางหวงหลานสาวคนนี้เอาเสียมาก หวงกว่าผู้เป็นพ่อเสียอีก ซ้ำช่วงที่หลานสาวเกิดไป๋หลงเองก็เข้าชาญบำเพ็ญเพียรตบะถึงสองพันปี เพราะเกิดเรื่องเศร้าขึ้น นางจึงพยายามตัดขาดจากโลกภายนอก

 

“คุณหนูขอรับบ่าวขอนำรถม้าไปจอดไว้ที่เหลาอาหารนะขอรับ เส้นทางนี้มิสะดวกนักขออนุญาตเชิญคุณหนูเดินด้วยตัวเองก่อนได้หรือไม่ขอรับ”

 

“อืม เอาสิวันนี้อากาศเย็นสบายข้าก็อยากสูดอากาศ” เจียวมี่เดินลงจากรถม้าพร้อมกับประคองร่างไป๋หลง เมื่อชาวบ้านพบคุณหนูตระกูลโม่ผู้ที่มีใบหน้างดงามดั่งเทพเซียนรีบซุบซิบนินทา แต่พอปรายตามามองแม่นางชุดขาวผมขาวเหล่าชาวบ้านต่างผงะหวาดกลัวทันที มังกรขาว ท่านมังกร!

 

“อือ ข้าจะไปดูเครื่องประดับเสียหน่อย “ นางพูดพลางพยักหน้าขึ้นลง เดินนำไป๋หลงไป เสี่ยวลี่ที่ตามมาด้วยจึงรีบวิ่งไปประคองคุณหนูของตนที่เดินเร็วปานนักวิ่ง ไป๋หลงได้แต่ส่ายหน้า เมื่อมาถึงร้านเครื่องประดับที่ใหญ่และหรูที่สุดในเเคว้น เป็นร้านเครื่องประดับขององค์รัชทายาทที่ทำร่วมกับชาวซ่ง เจียวมี่ยิ้มตาโต ก่อนจะเดินไปเลือกปิ่นหยกสีขาวตรงปลายแกะสลักเป็นรูปมังกร ดวงตาของมังกรฝังด้วยเพชรทำให้ดูมีค่าขึ้นมา ลวดลายที่ปิ่นยังนูนขึ้นเผยให้เห็นถึงความประณีต รอยนูนคือรอยเกล็ดของมังกร เจียวมี่ยิ้มรับปิ่นมังกรขาวของตน นางยื่นให้กับผู้ดูแลร้าน

 

“คุณหนูโม่นับว่าตาถึงยิ่งนัก นี้เป็นเครื่องประดับที่ผลิตอย่างพิถีพิถันประณีต หยกนี้คือหยกหิมะนวลจากยอดเขาต้าซาน เพชรนี้ก็เป็นเพชรเนื้อดี ราคาที่เราได้มานั้นค่อนข้างสูง จึงอยู่ที่ 3000 ตำลึงทองขอรับ” โม่เจียวมี่ที่ได้สินพระราชทานมามากยิ้มรับ ก่อนจะยื่นตำลึงทองจ่ายอย่างไม่รีรอ ผู้ดูแลร้านจึงยื่นกล่องไม้ใส่ปิ่นมังกรขาวมาให้ นางรับไว้ก้มหัวขอบคุณก่อนจะจับมือไป๋หลงเดินออกมา

 

“หืม เจ้าซื้อมาแพงขนาดนั้นเชียวหรือ ถ้าบิดาเจ้ารู้….

 

“ข้าซื้อให้เจ้าต่างหาก” เจียวมี่ฉีกยิ้มให้ไป๋หลง ใบหน้าของไป๋หลงแข็งข้างทันที แม่นางเจียวมี่ผู้เค็มเสียยิ่งกว่าเค็มบัดนี้ซื้อของให้นางน่ะหรือ ดวงตาวาวโรจน์อย่างดีใจของไป๋หลงรีบวิ่งตามสหายของตนพร้อมบีบนวดหวังให้เจ้าตัวซื้อของเพิ่ม

 

“โอ้ คุณหนูโม่งดงามนัก ตอนข้าอยู่ที่จวนตอนนางหัวเราะข้านึกอยากพบเห็น พอมาเห็นจริงๆข้าเหมือนขึ้นสวรรค์” องค์รักษ์จิ่วเอ่ยออกมา พลางแหงนมองท้องฟ้า

 

“ชมว่าที่พระชายามากองค์รัชทายาทอาจจะโกรธเอาได้ เจ้ารีบตามนางไปข้าจะไปดูทางข้างหน้า ส่วนเจ้าอารักขาทางข้างหลัง” องครักษ์ฉือที่ปรามสหายก่อนจะหายลับไปกับผู้คนด้วยวรยุทธ์ที่รวดเร็ว องครักษ์จิ่วยังคงพร่ำเพ้ออยู่ จากนั้นหลุดออกจากภวังค์แล้วจึงเก็บสีหน้าไว้ หันซ้ายแลขวากลัวว่านายตนจะมาเห็นแล้วถูกโดนโบยเอาได้

 

โม่เจียวมี่และไป๋หลงเดินมาถึงแผงของพ่อค้าดินแดนทะเลทราย นางยิ้มบุรุษที่แต่งกายหนาแน่นปกปิดแสงแดดหนึ่งที

 

“แม่นางมิทราบว่าจะรับสิ่งใดหรือ”

 

“ท่านพูดภาษาเราได้ นับว่าโชคดี ท่านพอจะมีพืชพันธุ์ดินแดนทะเลทรายติดตัวมาหรือไม่” โม่เจียวมี่พูดออกมาก่อนจะชำเลืองมองแผงลอยอย่างสงสัย มีแต่เครื่องเทศกับผ้าไหม นางหันไปมองในกล่องและหันไปมองเกวียนขนของมากมาย

 

“มีขอรับ รอประเดี๋ยว” พ่อค้าชาวดินแดนทะเลทรายวิ่งหายไปทางเกวียนก่อนจะเดินกลับมาเชพร้อมตะกร้าไม้ ไป๋หลงขมวดคิ้วแน่น เมื่อเห็นสหายตนเต้นเร้าดีใจดั่งเด็กได้ถังหูลู่

 

“โชคดีนัก ข้าตาหาสิ่งนี้มานานมาก มิใคร่พบ!” นางกล่าวออกมาอย่างดีใจเมื่อเห็นต้นกระบองเพชรที่ใส่ถาดกระเบื้องสวยงาม พ่อค้ายิ้มแย้ม “ข้าน้อยเอามามิมากมีเพียงสามตะกร้าเท่านั้น มิทราบว่า….

 

“ข้าเอาทั้งหมด” นางยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี

 

“ทั้งหมดเพียงยี่สิบตำลึงทองขอรับ” ถึงแม้จะเป็นพืชพันธุ์ที่ภพปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายและถูกแต่พอมาอยู่ในภพนี้กลับแพง แต่เจียวมี่มิได้คิดกระไร จึงยื่นเงินให้ คงเป็นเพราะกระบองเพชรปัจจุบันปรับแต่งพันธุกรรให้เลี้ยงง่ายลูกดก มิเหมือนภพนี้ ที่ต้องคอยทะนุถนอมและรอให้ออกผลอย่างมีความหวัง

 

โม่เจียวมี่รับกระบอกเพชรสามตะกร้าและยื่นไปให้เสี่ยวลี่ถือกับสาวใช้อีกสองนางข้างหลัง นางนับต้นกระบองเพชรทั้งหมด พบว่ามีอยู่ยี่สิบต้นได้ อืม นับว่าเยอะ พลันสายตาหันไปเห็นสิ่งหนึ่ง

 

“พ่อค้า ข้าขอดูสิ่งนั้นได้หรือไม่” เจียวมี่เห็นของที่พ่อค้าดูทีท่าจะทะนุถนอมมากที่สุด จับต้องอย่างเบามือจึงขอดู

 

“แม่นางของชิ้นนี้เป็นเครื่องประดับขอรับ เป็นกำไลเนื้อดี เนื้อของมันมิได้ทำมาจากหยก  แต่เป็นธาตุชนิดหนึ่งที่หาได้ยากเสียยิ่งกว่าหยก มซ้ำยังมีคุณสมบัติเหมาะกับคนธาตุน้ำและลม กำไลนี้ยังมีอีกสรรพคุณขอรับ เมื่อมีปีศาจอยู่ใกล้กำไลนี้จะขึ้นสีน้ำเงินเข้ม ยามปกติจะอยู่ในสีฟ้าอ่อนสลับขาวขอรับ ธาตุที่ใช้ทำคือไป๋เยว่ขอรับ ” เจียวมี่ฟังพ่อค้าอวดสรรพคุณอย่างเบื่อหน่าย นางนั่งมองราวกับถูกมนต์สะกด นางฉีกยิ้ม

 

“เท่าไหร่”

 

“หนึ่งพันตำลึงขอรับ” นางคิ้วกระตุก นับว่าถูกเอามาก นางหันไปมองไป๋หลงแต่สหายกลับพยักหน้าเป็นแกมบอกของจริง นางจึงรีบตะครุบเอาไว้ทันที ของถูกแถมดีเช่นนี้มีหรือจะรอดไปได้ นางรีบรับของและจ่ายเงิน ขากลับมิวายลืมซื้อขนมและชาที่ท่านพ่อโปรด กับของขวัญให้เจียวซินและมารดาสองสามชิ้น

 

ไป๋หลงได้แต่คิด ใยสหายที่เค็มนักหนาบัดนี้มือเติบเช่นนี้เล่า ออกจากจวนเพียงนิดมีเรื่องเสียเงินจนเกือบหมึ่นตำลึง  นางเหมือนรวยนักหนา! อ๋อ ใช่นางรวย

 

“คุณหนูโม่” เหอซือซือเข้ามาทักทาย สตรีงามล่มแคว้นว่าที่ชายาคนที่ตนหลงรัก โม่เจียวมี่ยิ้มรับก้มหน้าลงเป็นการรับคำทักทายของหญิงสาวตรงหน้า ซือซือลูบกำไลข้อมือสีขาวนวลของตน ฉีกยิ้มงดงามไร้เดียงสา

 

“คุณหนูโม่ข้าเห็นท่านเลือกซื้อของจากพ่อค้าชาวดินแดนทะเลทรายอยู่นาน ช่วยแนะนำข้าได้หรือไม่ว่ามีสิ่งใดที่น่าสนใจ ข้าก็อยากได้ของดีจากต่างแดนเสียบ้าง” เมื่อเจียวมี่เห็นว่าสตรีตรงหน้าดูไร้พิษภัย จึงยิ้มให้อย่างจริงใจ

 

“คุณหนูเหอ ของชาวดินแดนทะเลทรายล้วนแล้วแต่มีค่า มีพืชพรรณที่ปลูกโดยมิต้องใช้น้ำมาก เครื่องเทศที่เรามิค่อยพบเห็น เครื่องประดับทอง ถ่านหินคุณภาพ คุณหนูเหอสนใจสิ่งใดเล่า”

 

“ข้าสนใจเครื่องประดับเจ้าค่ะ”

 

“อืม ข้าเพิ่งซื้อมาเหมือนกัน งดงามนัก ลองถามพ่อค้าดินแดนทะเลทรายคนอื่นดู ข้าเห็นว่ามีสี่ห้าแผง แต่ข้าเข้าไปดูเพียงแผงเดียว ข้าแนะนำให้บอกพ่อค้าว่าเครื่องประดับที่ทำจากธาตุไป๋เยว่ มันมีคุณสมบัติที่ดีอยู่มาก” เจียวมี่ยิ้มให้คุณหนูตรงหน้า นางคลี่พัดลายดอกอิงฮวาพัดเบาๆ ก่อนจะเอ่ยลาคุณหนูเหออย่างมีมารยาท

 

“ถ้าเจ้ามิมีกิจอันใด ข้าอยากจะเอ่ยชวนมาดื่มชาด้วยกัน อันที่จริงข้าอยากเป็นมิตรสหายกับเจ้าอยู่เช่นกัน” เจียวมี่เอ่ยเสียงเรียบกับซือซือ คนถูกเชื้อชวนยิ้มอย่างดีใจ มิมีใครใคร่อยากเป็นสหายกับนาง!

 

“ข้าว่างเสมอเพื่อนท่านเจ้าค่ะ” ซือซือยิ้มเต็มใจก่อนจะกล่าวลาช่นกันเพื่อจะเดินไปซื้อของที่เจียวมี่แนะนำ

 

“วันนี้คุณหนูโม่ มีอารมณ์ที่ดีมาก ตอนนี้ฉือกำลังเฝ้าอยู่ คุณหนูโม่ยามหลับใหลมักจะพูดถึงชื่อพัฒน์พ่ะย่ะค่ะ ซ้ำยังละเมอตื่นขึ้นมาร้องไห้ กระหม่อมพยายามดูพฤติกรรมอยู่ทุกราตรี แทบจะเป็นทุกราตรีเลยพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์จิ่วที่เร่งเข้ามารายงานหายตัวไปกับเงาอีกครา รอยยิ้มขององค์รัชทายาทเหยียดตรง

 

“พัฒน์งั้นหรือ ผู้ใดกันที่ทำให้เจ้าต้องทนทุกข์เช่นนี้ มี่เอ๋อร์” ดวงตานิลจ้องมองจอกชาในมือก่อนจะกลืนสุราลงคอ ตั้งหน้าตั้งตาสะสางงานให้เสร็จสิ้น ใกล้วันอภิเษกสมรสเข้ามาทุกที พลันนึกถึงคืนที่นางขโมยจูบของพระองค์ดั่งโจรเด็ดบุปผา มุมปากของบุรุษรูปงามยกขึ้นทันใด สัมผัสที่แสนจะเร่าร้อนนั่น เขาคิดถึงมันอีกแล้ว บัดซบ



บัดโซ๊บบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ หืออออ ตกลงยังไงหนอ ซือซือคือใครยังไงนะ มาดีหรือร้าย เเล้วองค์รัชทายาทชอบใคร ชอบน้องหรือซือซือ! เเง่ม วันนี้มายาวเลยค่ะ คิดว่าจะอัพอีกทีนู้น วันอาทิตย์หน้า เเง อาิทตย์นี้มีเข้าค่ายค่ะ55555 ช่วงนี้งานรุมเล้ามาก ฮึ่ม ส่วนในตอนนี้เพลงเวลาเธอยิ้มของโพลี่เเคทค่ะ มีใครไปคอนโพลี่เเคทบ้างวันนี้ ยกมือๆๆ เค้าไม่ได้ไป ฮือออ ฝากร้องเพลงอาวรณ์เผื่อด้วยนะเคิ้บบบบ 55555  เนี่ยเพลงสื่อตอนที่น้องอารมณ์ดีมากๆ 


เอ้อ อีกส่วนนึงคือ มนุษย์เรามันมีหลายอารมณ์ใช่มั้ยล่ะ น้องอ่ะก็มีหายอารมณ์ น้องเค้าจะทำตัวสุภาพตอนอยู่กับคนเเปลกหน้า ใส่หน้ากากเข้าหา พออยู่กับคนสนิทเงี้ยก็เป็นน้วย เป็นเกี๊ยว ใครดีมาก็ดีกลับ ใครไม่ทำตามน้องสั่ง น้องก็จะหงุดหงิด น้องอารมณ์เสียง่าย ฮึ่มๆ ก็นั่นเเหละ ด้วยน้องมาจากโลกอนาคตใช่ปะ เเล้วน้องเก็บกดจากอะไรหลายๆอย่างพอมาอยู่โลกนี้ที่ทุกๆคนตามใจน้องก็เลยเเบบเอาเเต่ใจ ละอีกเรื่อง เรื่องความรักของน้องอ่ะ คือน้องก็รักของน้องมาตั้งนาน อยู่ๆจะมาให้เลิกรักในเวลาไม่ถึงครึ่งปีก็ยังไงอยู่เพราะน้องก็พยายามเลิกรักเพื่อนคนนี้มาโดยตลลอด อีกอย่างนะคุ้บ ชื่อเรื่อง นิยายต่างๆมันก็บอกอยู่เเล้วอ่า ว่าเฟรงซง ฮือ เฟรงซง!!!!!


น้อง=นางเอก เราจาไม่เรียกนางเอกค่ะ เราจะเรียกน้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ไอ่ต้าวน้อง ไอ่ต้าวเจียวมี่!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

43 ความคิดเห็น

  1. #33 พิษวาจา (@bewweii) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 12:27
    ต้องนว้องค่ะเพื่ออรรถโรสสส
    #33
    1
    • #33-1 ิbaetoxi (@toei2548) (จากตอนที่ 14)
      22 กันยายน 2562 / 12:56
      ใช้คำว่าน้องเเล้วดุตะมุตะมิ
      #33-1
  2. #16 tangkwa.M (@0925808689) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 17:11
    อิพี่ใจโลเล จะรักน้องดีๆมั้ยอย่าให้ตีนะ
    #16
    0