รวม Short Fic #BNIOR by Humming B

ตอนที่ 6 : [SF] #บีเนียร์หักเหลี่ยมโหด 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    23 ม.ค. 59


Talk



เดี๋ยวๆ คุยกันก่อนนะคะ

เป็นครั้งแรกที่ talk มาก่อนเนื้อเรื่อง 555 คือรู้ตัวว่าดองฟิคค่า 5555555555555555

บางคนเปิดมาแล้วงง อ่าว ตอนเก่ายังไม่จบ อัพ SF ใหม่อีกแล้ว

ความจริงก็...ไม่ใช่เรื่องใหม่นะ เขียนไว้ก่อนเจบีแฟนบอยอีก สมัยที่เราก็หวีดทูแจหนักเหมือนกัน 5555555555

ถ้าใครตามเราในทวิตก็จะรู้ว่า เราเป็นพวก  all B ไม่ได้มีปัญหาคู่ชิปกับใคร เพราะงั้นเรื่องนี้ก็จะเป็นทูแจหน่อยๆ ผสมกับบีเนียร์ พูดกันตรงๆก็ 3P รับได้ไหม 5555

ถ้ารับไม่ได้ อย่าอ่านเลย เรื่องนี้ไม่ใส พอดีเปิดไปเจอ ก็ลองเอาลงทวิตว่ามีคนสนใจอยากอ่านไหม ก็มีบอกว่าอยากอ่านกัน เราเลยเอามาลง เรื่องเก่าก็ไม่ได้ทิ้งนะคะ เรามีหลายเรื่องต้องทำ ช่วงนี้เราต้องเขียน proceeding เขียนทีสิส ทำผลการทดลองแลป หลายอย่าง รวมถึงตามอัลบั้ม มันค่อนข้างวุ่นวายอะค่ะ ก็เลยไม่มีเวลาเขียนจริงจังสักที แต่ช่วงปีใหม่ไม่ได้ไปเที่ยวไหนก็ว่าจะเข็นของเก่าให้จบ ทั้ง ยัยก้อนแมว และ เจบีแฟนบอย 

ส่งฟิคมาเป็นตัวประกันแก้ขัด ที่สำคัญคือยังไม่จบ ถ้าทำใจได้ก็อ่านกันนะคะ 5555555555 เล่นทวิตก็ติดแทกมาค่ะ #บีเนียร์หักเหลี่ยมโหด



เริ่ม

v

v

v






บีเนียร์หักเหลี่ยมโหด

 

เคยไหม? เวลาแนะนำแฟนให้เพื่อนในกลุ่มรู้จัก มันจะ...

“เฮ้ยยยย น่ารักว่ะ”

“ตาถึงสาสสสสส ไปเจอกันได้ยังไง”

“เห้ยยย คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ซุ่มนะมึงๆ”

ไอ้ประโยคที่พูดมาเนี่ย ธรรมด๊า เพื่อนกันมันต้องแซวปะวะ...ยกเว้นไอ้เชี่ยนี่คนนึง

“แฟนใหม่หรอ จะเลิกกันเมื่อไหร่ล่ะ?”

.

.

.

ไอ้จินยอง อ่านปากแจบอมนะคะ

...สัส

 

 

เช้าวันนี้ก็เช่นกัน

“ว่าไงยองแจ ยังไม่เลิกกับมันอีกหรอ” แปลว่า สวัสดียองแจ มากับแจบอมอีกแล้วนะ...กูว่าใช่ ต้องใช่แน่ๆ

“ไม่เอา ไม่หึงกูนะ เดี๋ยวฟ้าผ่า” พูดแล้วก็ตบหัวทักทายตามประสาเพื่อนสนิท

“อ่าว ฝนจะตกละหรอ” มาร์คละสายตาจากหนังสือการ์ตูนมองออกไปทางหน้าต่าง “กูตากกางเกงในไว้นอกระเบียง ถ้าเปียกนี่พรุ่งนี้กูไม่มีใส่เลยนะ” มันกวนตีนหน้านิ่งฉบับอเมริกันสไตล์

“ตกก็แย่ละ แดดเปรี้ยงขนาดนี้ กางเกงในมึงน่าจะไหม้ไปแล้วล่ะ” แจ๊คสันพูดสำเนียงแปร่งๆ ก็มันเป็นเด็กฮ่องกงที่ย้ายมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นี่ได้ 3 ปีแล้ว

“ก็ไอ้แจบอมบอกว่าฟ้าจะผ่า”

ปึก!!

โนวๆๆ ไม่ใช่กูที่ขว้างหมอนใส่ ไม่ต้องมองกูเลยมาร์ค แม่มึงโน่น

“เอาหมอนมา จะนอน” มันกระดิกนิ้วเรียกยิกๆ กูเป็นไอ้มาร์ค กูก็งงอะ...จะนอนแล้วขว้างหมอนอัดหน้าไอ้มาร์คทำไม 5555

“เพิ่งมาถึงก็จะนอนเลยนะ พี่จินยอง นี่มันคาบชมรมหรือชั่วโมงนอนกลางวันเนี่ย” ที่ไอ้ยูกยอมมันบ่นก็เพราะว่ามีมันคนเดียวนี่แหละที่ก้มๆเงยๆเก็บหนังสือ

แน่ล่ะ หน้าอย่างพวกกู คงไม่มีชมรมไหนเหมาะเท่ากับ....

ชมรมห้องสมุด

จะหาที่ไหนเย็นสบาย เหมาะกับการพักผ่อนได้เท่าที่นี่อีก ขี้เกียจอย่างมีสมองจริงๆเลยนะพวกกูเนี่ย 5555555

“มีปัญหาอะไรยูกยอม” จินยองยิ้มเจ้าเล่ห์ ลุกปรี่เข้าไปทำมิดีมิร้ายรุ่นน้องแทบจะทันที คนแกว่งปากร้องเสียงหลง...เอาจริงๆมันก็ร้องไปงั้นแหละ อย่างจินยองน่ะ ยูกยอมทุมทีเดียวก็แบนติดชั้นหนังสือละ

“พี่จินยองเขาไม่ชอบผมหรอ ถามแบบนี้ทุกทีเลย” ยองแจเกาท้ายทอย ทำสีหน้าแหยๆ

“มันไม่ชอบแจบอมต่างหาก 55555

“พูดเป็นเล่นน่าพี่แจ๊คสัน บอกว่าพี่จินยองไม่ชอบผมยังน่าเชื่อมากกว่า”

“ใครจะไปรู้ จินยองอาจจะชอบยองแจอยู่ก็ได้” มาร์คยักไหล่ มองกูด้วยสายตากรุ้มกริ่ม กูรู้ว่ามันหมายความอะไร ก็เลยกระแอมเสียงเบรกมัน

“แช่งกูหรอ ไอ้มาร์ค”

มันหัวเราะจนตัวงอ ก่อนจะเขวี้ยงหมอนไปที่เก้าอี้ที่จินยองเคยนั่ง “แล้วจินยองขว้างหมอนใส่กูทำไมวะ กูว่ากูแซวมึงนะ 555

“ก็มึงแซวเพื่อนรักมันอะ 55555555555” แจ๊คสันตบประโยค กูได้แต่กลอกตาเป็นเลขแปดไทย (แบมแบมสอนมา)

เพื่อนรักเขาทำกันแบบนี้หรอวะ...จินยอง

.

.

.

 

 

ควันบุหรี่สีเทาลอยละล่องอยู่ในอากาศ มวนกระดาษสีขาวที่อัดแน่นไปด้วยนิโคตินถูกเผาวอดจนเหลืออยู่แค่ครึ่งมวน คืนนี้แจบอมไม่ได้กลับไปนอนที่หอหรอก

เพิ่งขย้ำแฟนไป 3 ยก ขย่มซะกูลืมบ้านเลขที่เลย

ถึงจะเป็นผู้ชายคนแรกที่กูมีอะไรด้วยก็เถอะ แต่ยอมรับเลยว่ากูติดใจยองแจมากๆ

จนบางครั้งก็หวั่นว่าจะติดใจไปได้นานแค่ไหน

เราคบกันกี่เดือนละนะ?

5 เดือน? หรือ 6 เดือนวะ?

รู้แค่...คบกันยองแจนานกว่าปกติ

นานจนกูระแวง...

กับคนอื่นน่ะ เต็มที่ก็ไม่เกิน 4 เดือน ก็โดนหมาคาบไปแดกหน้าตาเฉย

ไอ้หมาที่ว่าน่ะ..ก็ไม่ได้ไกลตัวเล๊ยยยย

...ไอ้จินยอง

มวนกระดาษถูกยกขึ้นทาบทับริมฝีปากอีกครั้ง ก่อนที่กูจะสูดสารเสพติดนั่นเข้าไปเต็มปอด นึกถึงมันแล้วก็ปวดกบาล การใช้ชีวิตอยู่ด้วยความระแวงมันหนักใจนะ  คือมันพูดยากเว่ย กูกับมันรู้จักกันตั้งแต่ม.ปลาย ตอนนั้นก็ไม่ได้สนิทกันมาก แค่เรียนห้องเดียวกัน 3 ปี แล้วดันเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะเดียวกัน สาขาเดียวกัน มันก็เลยไม่แปลกที่เราจะอยู่กลุ่มเดียวกัน เอาจริงๆมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ มันก็ดูเป็นเพื่อนที่ดีมากๆคนนึงเลยแหละ ช่วยกูทุกเรื่อง รวมถึง...

ช่วยดูแลแฟนกูทุกคน

....เหมือนถูกเซ้งแฟนต่อยังไงไม่รู้

ทำไมจินยองจะต้องเป็นแฟนใหม่ของแฟนเก่ากูทุกคนเลยวะ หาให้มันไกลๆตัวกูหน่อยไม่ได้รึไง เห็นกูไม่ว่าอะไร ก็เลยเอาใหญ่เลยสินะ

ไอ้มาร์คบอกว่า...จริงๆแล้ว มันชอบกู

ปัญญาอ่อน...ชอบกูก็บอกว่าชอบสิวะ ไม่ใช่มาเอาแฟนกู

ไอ้แจ๊คสันก็เลยบอกว่า...ก็มันเป็นผู้ชายไง จะให้มันบอกชอบกูที่เป็นผู้ชายเหมือนกันได้ไง

แล้วไอ้มาร์คก็แทรกขึ้นมาว่า...ถ้าจินยองชอบกูจริง กูจะชอบจินยองได้หรอวะ

กูไม่ตอบ

.

.

.

แต่กูมีแฟนเป็นผู้ชายให้ดูเลยไง

.

.

.

กูอยากรู้ว่ามึงจะแย่งแฟนกูอีกไหม

ปาร์ค จินยอง

 

..

ฮัดชิ้วววว

จินยองสูดน้ำมูกเข้าไปสุดลมหายใจ แล้วน้ำใสๆนั่นก็ไหลย้อยกลับมาทางเดิมอีกรอบ “โวะ” เจ้าตัวเริ่มหงุดหงิด มองซ้ายมองขวาหากระดาษทิชชู่ ก็พบแต่กล่องเปล่า กระดาษทิชชู่น่ะหรอ กองอยู่เต็มถังขยะนั่นไง

“เป็นหวัดได้ไงวะ” บ่นลอยๆพร้อมกับทำจมูกฟึดฟัด จินยองยังไม่อยากลุกออกไปไหนทั้งนั้น อยากนั่งๆโง่ๆอยู่บนเตียงแบบนี้ เปลือกตาหนักๆคล้อยลงมาสวัสดีกันอีกรอบ เขาทำได้แค่หลับตาแต่ก็ยังหลับไม่ได้อยู่ดี

ฮัดชิ้ววววว....!

ก็เป็นแบบนี้มาเกือบชั่วโมงแล้ว เลยนอนไม่หลับไง...

“โอเค” จินยองยกมือยอมแพ้ทั้งที่ตายังปิดอยู่ “จะไปซื้อยาเดี๋ยวนี้แหละ เลิกประท้วงซักทีได้ไหม”  

แน่ล่ะ...เขากำลังพูดกับตัวเอง

จินยองไม่ได้ลุกไปทันทีหรอก โอ้เอ้ไปอีกสิบนาทีได้ กว่าจะยอมงัดก้นลูกพีขออกมาจากเตียง มือบางปัดป่ายสะเปะสะปะ หากุญแจที หากระเป๋าตังค์ที หาเสื้อฮู๊ดที เกือบลืมหยิบโค้ทออกมาจากห้องด้วยซ้ำ ดีนะตอนเปิดประตูห้องแล้วลมมันพัดมากระแทกหน้า ถึงได้สติว่า...อากาศข้างนอกมันเย็นขนาดไหน

อีกเกือบยี่สิบนาทีกว่าจะถึงร้านขายยา  เขาแทบเป็นบ้ากับการสูดน้ำมูกมาตลอดทาง ปกติก็ไม่ค่อยได้สังเกตเท่าไหร่ว่าแถวหอมีร้านขายารึเปล่า ก็เลยเสียเวลาหาร้านอยู่นาน เขาเดินออกมาไกลจากหอพอสมควร ยอมรับว่าตอนนี้ก็ยังไม่มีสติพอที่จะเดินกลับหอได้

“อา...รู้งี้น่าจะโทรให้ใครสักคนซื้อยามาให้ดีกว่า” จินยองทรุดตัวลงนั่งกับฟุตบาท พยายามหรี่ตามองนาฬิกาในร้านฝั่งตรงข้าม “แต่ว่าตี 3 ใครจะยอมถ่อมาที่ห้องได้วะ”

ตอนนี้เขาแค่...คิดถึงเตียงอุ่นๆ

อยากกลับห้องเร็วๆ แต่เท้ากลับไม่ขยับไปไหน เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เอามือซุกเสื้อโค้ทกึ่งหลับกึ่งตื่น จะมีนอกเหนือไปกว่านั้นก็ตรงที่ต้องมานั่งสูดน้ำมูกนี่แหละ

“เฮ้ย ทำไมไม่รับโทรศัพท์” จินยองปรือตามองคนที่มานั่งข้าง มันเอาไหล่หนากระแทกจนเขาเสียหลัก

“ออ....แจบอม” ปากอิ่มคลี่ยิ้มออกมาทันที อย่างน้อยคืนนี้เขาก็คงไม่ต้องมานั่งตรงนี้ทั้งคืน “ลืมหยิบโทรศัพท์มา”

“กูเรียกมึงคอแทบแตก ไม่ได้ยินบ้างเลยหรอ”

ส่ายหน้าช้าๆก่อนจะพ่นคำถามใส่ “มาทำอะไรแถวนี้ หอมึงไม่ได้อยู่แถวนี้นี่”

“ก็แฟนกูอยู่แถวนี้ไง”

“อ่อ..” จินยองอ้าปากค้าง น่าแปลกที่เขาแทบไม่สนใจเรื่องแจบอมกับแฟนคนใหม่เลยสักนิด ขนาดหออยู่ใกล้กันแค่นี้ เขายังไม่รู้เลย “แล้วนี่...ทำไมไม่อยู่กับแฟน ออกมาเพ่นพ่านทำไมข้างนอก”

“ตอนแรกก็อยู่กับแฟนไง แล้วเห็นมึงเดินมาออกมาจากร้านขายยา ก็เลยมาดูว่า มึงเป็นอะไร” แจบอมก็แค่มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงอาการเป็นห่วงอะไรมากนัก จินยองแค่นหัวเราะ

“ยังไม่ตายมึง ไกลหัวใจ ฮ่าๆ” เขาสูดน้ำมูกเข้าไปอีกครั้ง แจบอมหยีตามองด้วยความสมเพช ก่อนจะตลบฮู๊ดอีกคนขึ้นสวมหัวให้

“เพื่อนฝูงมีไว้ทำเตี่ยอะไร ป่วยก็นอนอยู่ห้องไป สะเออะออกมาข้างนอกทำไม” ปากร้ายใจดี นี่แหละอิมแจบอม บ่นไปงั้นแหละ แต่ถ้าตีความดีๆก็จะรู้ว่ามันหมายถึงอะไร จินยองลุกขึ้นตามแรงฉุดของเพื่อนสนิท มันยืนวางท่าอยู่พักใหญ่ๆก่อนจะเดินเอามือล้วงกระเป๋านำหน้าไป “จะอยู่ตรงนั้นถึงพรุ่งนี้เลยไหมละ”

ปากอิ่มกระตุกยิ้มบางๆ ก่อนจะสาวเท้าเดินตามคนข้างหน้าไป

...จะไปส่งก็บอกดีๆ ไอ้ขี้เก๊ก

คนตัวโตกว่า(นิดหน่อย) คอยหันดูเป็นระยะๆ จินยองไม่ใช่คนบอบบาง ไม่ได้อ่อนแอเหมือนพวกผู้หญิงที่เขาต้องคอยประคบประหงม แต่ก็ไม่ได้หมายความ ไม่ต้องการให้ใครมาดูแลสักหน่อย แจบอมก็ยังเป็นแจบอมอยู่วันยังค่ำ เขาไม่เคยพูดว่าจะดูแลปกป้องจินยอง เพราะมันฟังดูแปลกๆ ยิ่งเป็นเพื่อนกันมานาน การกระทำที่มากไป สุ่มเสี่ยงต่อการเข้าใจผิด

แต่...ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แจบอมคือคนที่อยู่ข้างๆจินยองมาตลอด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม

มานึกๆดูอีกที แผ่นหลังของเจบีสมัยก่อนยังซ้อนทับกับแผ่นหลังที่อยู่ตรงหน้าวันนี้เลย

กีฬาสีม.ปลาย ที่มีแจบอมเดินไปส่งที่บ้านหลังจากทำคัทเอาท์เสร็จตอนเที่ยงคืน จินยองแทบจะคลานกลับบ้านเลยด้วยซ้ำ แจบอมเพิ่งซ้อมบาสเสร็จ แวะมาเอาการบ้านไปลอก แล้วก็ถามว่า กลับบ้านทางไหน

ถึงแม้ว่าบ้านเราจะอยู่ละแวกเดียวกัน แต่เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าแจบอมจะเดินมาส่งถึงหน้าประตูบ้าน เขาคิดว่าแจบอมจะทิ้งเขาตรงป้ายรถเมล์หน้าบ้าน คิดว่าจะทิ้งเขาตรงหน้าปากซอย ตอนนั้นเขาออกปากไล่แจบอมเป็นสิบๆรอบ แจบอมไม่ใช่เพื่อนในกลุ่ม ก็แค่เรียนห้องเดียวกัน อยู่สีเดียวกัน จะให้หนุ่มฮ็อตของโรงเรียนมาส่งถึงหน้าบ้าน...โคตรจะเกรงใจอะ

หมอนั่นทำเป็นหูทวนลมตอนที่โดนไล่ แถมยังหันมาแซวเขาอีก ใช่สิ...สภาพจินยองตอนนั้นอะ ดูไม่จืดเลย ก็บอกแล้วว่าแทบคลานกลับบ้าน เอาจริงๆ แจบอมติดจะสมเพชจินยองมากกว่า ถึงขั้นออกปากว่า ถ้านายตัวเล็กกว่านี้อีกสักนิดนึง ฉันจะยอมให้นายขี่หลัง

ตุบ!

จินยองไม่ทันระวัง เพราะมัวแต่อยู่ในภวังค์ความหลังเก่าๆ ก็เลยเดินชนแจบอมเข้าให้ จริงๆก็ไม่ได้ชนแรงมาก แต่เพราะว่าป่วยอยู่ ก็เลยเซจนหงายหลัง โชคดีที่แจบอมคว้าไว้ทัน

...

อย่าคิดว่าจะคว้าสวยๆแบบฉากที่พระเอกคว้านางเอกในละครล่ะ นี่มันชีวิตจริง แจบอมกับจินยองก็ไม่ใช่พระเอกนางเอกซักหน่อย ไอ้แจบอมมันคว้าเชือกฮู๊ดเอาไว้ ผ้าเลยรูดเข้ามาเกือบสุด จินยองย่นจมูกเมื่อฮู๊ดมันรั้งขึ้นมาถึงขอบปาก ตาของเขาลู่ลงเพราะถูกฮู๊ดดันเข้ามาเช่นกัน

“มึงเหมือนปลาหมึกเลย” จินยองกลับมาทรงตัวอีกครั้งก่อนจะตีมือคนหวังดีดังเพียะ คนถูกตีหัวเราะร่าก่อนจะดึงอีกคนเข้ามาใกล้ๆตัว “จะข้ามถนนละนะ แหกตาดูทางด้วย”

“รู้แล้วน่า” แจบอมยกยิ้มก่อนจะปล่อยมือออกจากชายเสื้อเพื่อน ยืนรอจนสัญญาณไฟคนข้ามถนนขึ้นเป็นสีเขียว ก็เอาไหล่กระแทกอีกคนให้ก้าวไปข้างหน้า คนถูกกระแทกหันมาชักสีหน้าใส่ แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร

เขาก็แค่กังวลว่าจินยองจะเดินหลับในแบบเมื่อกี้อีก..

สีหน้าของจินยองตอนนี้ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมมือก็ร้อนๆ ไม่ต้องถามก็รู้...ไข้ขึ้นแล้วแหงๆ

“ถ้ามึงตัวเล็กกว่านี้อีกสักนิดนึง กูจะยอมให้มึงขี่หลัง” เขาพูดตอนที่เดินมาถึงอีกฝั่ง จินยองชะงักฝีเท้า หันมาทำหน้าเหวอใส่ แจบอมหยุดเดินตาม มองหน้าเพื่อนแบบงงๆ “อะไรมึง จะถึงหออยู่แล้ว อย่าโอ้เอ้ กูต้องเดินกลับอีก”

จินยองหลุดยิ้มออกมา ทุบหลังเพื่อนแบบไม่ค่อยมีแรง แล้วก็ผลักให้มันเดินนำหน้าไป ถึงปากจะบ่นว่า ใครให้เดินมาด้วย แต่เขาก็ยังหุบยิ้มไม่ได้อยู่ดี

ก็แจบอมน่ะ...ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด

 

 

 

“วันหลังก็หัดซื้ออะไรมาใส่ตู้เย็นไว้บ้าง ดีนะว่าแถวนี้มีเซเว่น” แจบอมยังคงบ่นไม่เลิก หลังจากที่รื้อตู้เย็น แล้วพบว่า ไม่มีอะไรนอกจากน้ำเปล่ากับเบียร์ ตอนแรกก็ว่าจะว่ากินยาแล้วนอนเลย แต่แจบอมไม่ยอม มันบอกว่า ยาหลังอาหารก็ต้องกินอาหารก่อน อยากนอนปวดท้องรึยังไง

ถึงจะขี้บ่นแต่ก็ยอมไปซื้อของกินมาให้

จนตอนนี้ก็ยังไม่ยอมกลับหอไป เพราะว่านั่งกินบะหมี่อยู่..

“นี่...กลับไปได้แล้วมั้ง คนรอเขาไม่สนุกหรอกนะ” จินยองบ่นเสียงอู้อี้เพราะนอนตะแคงอยู่ในกองผ้าห่มบนเตียง

“ยองแจขี้เซาจะตาย ไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆหรอก” คำตอบแบบขอไปทีทำให้จินยองรู้สึกหงุดหงิด เขาไม่รู้ว่าหงุดหงิดเพราะอะไร แต่เขารู้สึกไม่ดีจริงๆ

“เพราะมึงเป็นแบบนี้ไง ถึงได้รักษาใครไว้ไม่ได้สักคน” คำพูดเหน็บแนมทำเอาคนที่นั่งโซ้ยบะหมี่อยู่ถึงขั้นสำลัก มันจ้องตาเขม็งก่อนจะตบโต๊ะระบายอารมณ์

“มึงก็รู้ว่าที่กูเป็นแบบนี้เพราะใคร” เขาทำเสียงฮึดฮัดแต่อีกคนกลับนอนตาแป๋วไม่รู้ไม่ชี้ “มึงนั่นแหละ ไอ่เชี่ย ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นกลบเกลื่อนเลยนะ!!!

“กูไม่เกี่ยว มึงเลิกกันก่อนเองนะ”

“ไอ้...!!” แจบอมตะครุบคำพูดทั้งหมดไว้ในริมฝีปาก เขาไม่อยากหัวเสียกับเรื่องนี้อีก มันก็เรื่องจริงที่จินยองไม่ใช่มือที่สาม แต่...มันก็ไม่ควรจะเคลมแฟนกูทุกคนปะวะ “ช่างเถอะ กูไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกแล้ว”

“ก็ดี”

“...”

“ยองแจน่ะ........ดูแลเขาให้ดีนะ”

แจบอมเหลือบมองอีกคนบนเตียง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “คนที่แล้วมึงก็พูดแบบนี้ อันนี้สัญญาณเตือนภัยกูรึเปล่า”

“ไม่ต้องห่วงหรอก กูไม่ชอบผู้ชาย”

เจ้าของห้องจ้องหน้านิ่ง ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาจากปากอีกคนอยู่พักใหญ่ แจบอมเก็บกวาดข้าวของลงถุงขยะ มันคว้าเสื้อแจ๊คเก็ตขึ้นสวม ก่อนจะเดินมาที่เตียง

“ขอบใจนะ แต่มึงควรจะนอนได้แล้วล่ะ บาย” แจบอมตลบผ้าห่มขึ้นคลุมหัวจินยองราวกลับจะฝังร่างเพื่อนสนิทไว้ในสุสานผ้าห่ม เสียงปิดประตูดังขึ้นมาติดๆ

...ไปแล้ว

...แจบอมกลับไปหายองแจแล้ว

 

 

“เฮ้ย แจบอม! เย็นนี้ไปเกมเซ็นเตอร์กัน ไอ้มาร์คมันโดนท้าดวลเมื่อวานเว้ย วันนี้มันจะไปล้างแค้น” แจ๊คสันหัวเราะร่า ผิดกับอีกคนที่หน้าหงิกจนเหลือ 2 นิ้ว

“มึงแพ้หรอวะ มาร์ค” กูวางกระเป๋าลงพร้อมกับฉุดมืออีกคนให้นั่งลงข้างๆ...ก็ยองแจไง จะให้ไปฉุดใครมาล่ะ

“กูไม่ทันตั้งตัวเว่ย นั่งเล่นอยู่ดีๆ แม่งมาหยอดเหรียญแบทเทิลกับกูเฉยเลย  ไอ้เชี่ย แล้วแม่งมากันเป็นฝูง กูเสียสมาธิ”

“อ่อนก็คืออ่อน มึงไม่ต้องมาแก้ตัว” นานๆจะได้เห็นคนหล่อทำหน้าเสียหมา จริงๆไอ้มาร์คมันก็ไม่ได้อ่อนหรอก แต่แพ้แบบนี้ก็เหมือนถูกเหยียบหน้าอะ คนอย่างไอ้มาร์ค ไม่มีทางยอมแน่ๆ

“กูบอกว่า ไม่ทันตั้งตัว พูดให้มันดีๆ”

“งั้นเย็นนี้ก็อย่าแพ้ละกัน กูไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน” เป็นไอ้มาร์คทีเหยียดขา ยกส้นเท้าขึ้นมา ประมาณว่า ใต้ตีนกูนี่ ดีไหม? “เย็นนี้กูมีเดท...เนอะ” กูเอามือปัดเท้าไอ้มาร์คก่อนจะหันไปจ๊ะจ๋ากับแฟน ยองแจหัวเราะเฝื่อนๆ มองซ้ายที ขวาที คงจะกลัวโดนคนหมั่นไส้

“วันนี้ไอ้ตัวขี้อิจฉาไม่มา ไม่ต้องมองหามันหรอก ฮ่าๆๆ” แจ๊คสันแซวยองแจก่อนจะหันมาเอาศอกกระทุ้งอกกู “เพื่อนมึงอะไม่สบาย รู้รึยัง”

“รู้แล้ว ก็มึงบอกอยู่เนี่ย” ไม่รู้ว่าพูดอะไรผิด ถึงได้โดนทั้งไอ้แจ๊ค ทั้งไอ้มาร์ค ตบกะโหลกไปคนละที แต่กูว่าไอ้มาร์คมันแค้นจากที่กูไปว่ามันอ่อนนี่แหละ ได้โอกาสก็เลยเอาคืน ตอนแรกก็ว่าตบหัวมันคืน แต่เห็นยองแจหัวเราะเสียงใส ก็เลยยกโทษให้

กูเจ็บตัวนิดหน่อย แลกกับรอยยิ้มแฟน กูว่ากูก็โอเค

.

.

.

“รอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวไปซื้อตั๋วให้” เราอยู่กันหน้าโรงหนังแห่งหนึ่ง เมื่อก่อนเรามากันบ่อยนะ แต่ว่าหลังๆไม่ค่อยมีเวลา ถ้าเป็นไปได้ กูก็อยากทำทุกวันให้เหมือนเราเพิ่งเป็นแฟนกัน เราจะได้รักกันนานๆ

จะได้ไม่เหมือนที่ผ่านๆมา

เพราะว่าวันนี้เป็นวันศุกร์ คนเลยมาดูหนังกันเยอะเป็นพิเศษ หัวแถวตอนนี้อยู่แถวๆปูซานได้ คนเยอะจนกูอยากจะถอดใจไปดูที่อื่น แต่พอคิดดูอีกที โรงอื่นก็น่าจะเหมือนๆกันก็เลยอดทนรอไปก่อน โชคดีหน่อยที่เวลาหันไปมองคนรอก็เห็นรอยยิ้มเป็นระยะๆ

เกือบ 20 นาที กว่าจะดันด้นมาถึงเคาท์เตอร์ กูเกือบลืมชื่อเรื่องที่จะมาดูแล้ว แถมที่นั่งที่ได้มาก็อยู่แถวหน้าๆเลย งานนี้ได้แหงนดูจอกันทั้งเรื่อง ก็คิดซะว่าดูหนังสี่มิติละกัน เวลาจานบินบินมาก็ถึงกูก่อน คุ้มจะตาย

“ยองแจ ได้มาแล้วนะ แล้วก็ อันนี้ป๊อบคอร์นที่นายชอบ...” เหมือนก้อนคำพูดมันมาจุกอยู่ที่คอหอย คนตัวเล็กที่นั่งรออยู่นั้น...กำลังร้องไห้อยู่ “เป็นอะไร ใครทำอะไรยองแจ”

“ฮึก...ไม่มีอะไร ไม่มีใครทำอะไร” ยองแจเอาแต่พูดซ้ำไปซ้ำมาแล้วก็ร้องไห้จนตาบวมไปหมด

“ไม่ร้องนะ โตแล้ว” กูยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้แต่ยองแจกลับสะบัดมือทิ้ง เจ้าตัวทำหน้าอึ้งๆไปพักนึงแล้วก็ขอโทษ

“ขอโทษนะแจบอม เราไม่ดูหนังแล้วได้ไหม”

“ได้สิ กลับบ้านกัน”

“ไม่ๆ...เราจะไปที่อื่น”

“งั้นเดี๋ยวไปส่ง”

“ไม่ต้อง เรารู้สึกไม่ดี” วันนี้ยองแจเอาแต่ใจผิดปกติ กูรู้สึกได้ว่ามันต้องมีอะไรบางอย่าง

“อย่าดื้อ เพราะฉันก็รู้สึกไม่ดี” ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่ลางสังหรณ์ของกูมันก็ไม่ดีเช่นกัน ยองแจยอมเดินตามแรงฉุด ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร สุดท้ายก็ยอมบอกว่าจะไปโรงพยาบาล...

พี่ฮอนชอลถูกรถชน...

 

 

คนตัวเล็กกอดร่างที่เต็มไปด้วยสายระโยงรยางค์ทั้งน้ำตา กูไม่ได้เดินเข้าไปในห้องพิเศษนั้นด้วย...ก็มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเข้าไปเยี่ยม ญาติก็ไม่ใช่

ก็แค่...แฟนเก่าของยองแจ

ไม่สิ...รักแรกของยองแจต่างหาก

จอง ฮอนชอล เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่าของยองแจ แต่พอฮอนชอลเรียนจบก็เลยห่างๆกันไป นานๆจะมีคุยกันบ้างในแชทของยองแจ ไม่จำเป็นต้องรู้รหัสของยองแจหรอก เวลาที่เราเดทกัน แชทของฮอนชอลก็จะเด้งขึ้นมาบ่อยๆ มันไม่ได้เป็นข้อความหวือหวาอะไร ก็แค่..

เป็นไงบ้าง

สบายดีไหม

นอกนั้นก็ไม่รู้แล้ว....

ยองแจไม่เคยปิดเรื่องของฮอนชอล กูไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตของใครได้ ก็ถ้ามันไม่ได้กระทบกับเรื่องปัจจุบัน กูก็ไม่อยากใส่ใจหรอก

แต่เหมือนว่า...จะไม่ใส่ใจไม่ได้แล้ว

ยองแจเอาแต่ตะโกนเรียกชื่อฮอนชอลซ้ำไปซ้ำมา

ตื่นขึ้นมาเถอะนะ พี่ฮอนชอล

ผมรักพี่นะ

.

.

.

แล้วกูล่ะ?

ก้อนหิน ต้นไม้ หรือแฟน?

ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยืนรับสภาพของความพ่ายแพ้อยู่อย่างนั้นหรอกนะ ขาของกูก้าวถอยหลังออกมาแบบไม่รู้ทิศทาง มันเหมือนจะเจ็บปวด แต่มันก็ไม่เจ็บ มันเป็นความรู้สึกที่....

ไม่โดนเองก็คงไม่รู้

.

.

.

“แจบอม?” เสียงเรียกของใครบางคนทำให้กูตื่นจากภวังค์ ใครบางคนเอียงคอมอง จ้องตาปริบๆเหมือนไม่แน่ใจว่าทักถูกคนหรือเปล่า “มึงจริงๆด้วย มาทำอะไรที่นี่”

“อ่า..นั่นสิ มาทำอะไร” สมองมันว่างเปล่าไปชั่วขณะ เหมือนความคิดทุกอย่างมันลอยหายไปในอากาศ จินยองตบพัวะเข้าที่กะโหลกด้านซ้าย มึนจนเห็นดาวอยู่รำไร

“แปลก...ไม่ตบคืนด้วยแฮะ” จินยองกอดอก ยืนบิดปากเป็ดแบบไม่รู้ตัว

“แล้วนี่มึงมาทำอะไรที่นี่”

“มาโรงพยาบาล กูคงมาซักผ้ามั้ง” เส้นสติมันลั่นดังเป๊าะ มือไม้นี่แทบสวนกลับ กวนตีนไม่รู้เวล่ำเวลา “มึงหน้าซีดๆ ติดหวัดจากกูหรอ ไปหาหมอรึยัง เมื่อกี้โดนฉีดยาไปเข็มนึง รู้สึกเหมือนจะหายเลย...หายไปจากโลกน่ะ โอ้โห จบพยาบาลมาได้ยังไง มือหนักอย่างกับปั่นจั่น...” มันยังคงไม่หยุดบ่น ฉีดยาทีไรเป็นแบบนี้ทุกที

ก็มันกลัวเข็มไง ที่พูดมากขนาดนี้ก็เพราะข่มความกลัวเอาไว้ต่างหาก

“พูดมากงี้ คงหายแล้วล่ะ”

“แล้วนี่มาโรงพยาบาลทำไม ยังไม่ตอบกูเลย”

ไม่อยากตอบ...กูไม่อยากตอบอะไรทั้งนั้น เผลอถอนหายใจหนักๆก่อนจะมองหน้ามัน “มารับมึงกลับไง” ไอ้ตัวขี้บ่นอ้าปากค้าง มันยืนกระพริบตาปริบๆ เหมือนตกใจกับคำตอบ “จะอยู่ตรงนี้ถึงวันพรุ่งนี้เลยไหมละ ไป! กลับ!

ถึงจะบอกมันว่ามารับมันกลับบ้านก็เถอะ แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนมันจะมารับกูกลับหอยังไงไม่รู้

ตอนมาส่งยองแจก็ขับมอเตอร์ไซค์มาส่ง ขากลับก็เลยจะขับไปส่งจินยอง แต่มันไม่ยอม มันบอกว่ากูไม่มีสติ ให้มันขับแล้วกูซ้อนดีกว่า...ก็ดี ขี้เกียจขับเหมือนกัน เอาจริงๆ จินยองมันก็คงรู้ว่ากูมีอะไรในใจ แต่ไม่พูด มันก็ไม่เซ้าซี้ถามอะไรมาก ก็อย่างที่รู้ๆกัน คบกันมาตั้งกี่ปี อะไรที่กูไม่ชอบ ทำไมมันจะไม่รู้

ก็ยกเว้นไว้เรื่องนึงน่ะนะ...

“เอามอเตอร์ไซค์กูกลับไปก็ได้ หอกูกับหอมึงอยู่กันคนละทางเลย”

จินยองก้าวลงจากมอเตอร์ไซค์กู มันพยายามแกะสายรัดใต้คางอยู่นานสองนาน กูเลยตัดรำคาญโดยการถอดหมวกกันน็อคให้มัน “กูเป็นหวัด ไม่ได้เป็นง่อย” ทำบุญบูชาโทษ ไอ้เวรนี่

“ไปไกลๆส้นตีนเลยไป”

ไอ้จินยองยิ้มเผล่ ผลักกูแล้วโยนกุญแจรถคืน “ขึ้นห้องไป อย่าสำออย”

พ่องงงง.....

กูด่าแบบไม่มีเสียง มันก็ยิ้ม ทั้งกูทั้งมันไม่มีใครก้าวขาขยับออกจากตำแหน่งเดิมทั้งนั้น มันนิ่งกูก็นิ่ง มันไม่พูดกูก็ไม่พูด เหมือนเล่นเกมส์ใครขยับก่อนแพ้...

แล้วมันก็แพ้...

“ยองแจใช่ไหม?” นี่คือสิ่งที่ทำให้มันแพ้

“ไม่เกี่ยว..” จินยองเลิกคิ้วสูง มันรู้ว่ากูโกหก...ไม่หรอก กูไม่ได้โกหก กูยังพูดไม่จบต่างหาก “...กับมึง”

“โอเค” มันยกมือขึ้นสองข้าง “กูตายตาหลับละวันนี้ ฮ่าๆๆๆ บายมึง” แล้วมันก็หมุนตัวกลับ ก้าวกระโดดอย่างอารมณ์ดี...น่าถีบจริงๆ

.

.

.

 

 

 

“แจบอม...กลับก่อนไม่เห็นบอกเลย” เสียงยองแจดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกล กูไม่ค่อยแน่ใจว่ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่หรือเป็นเสียงยองแจตัวเป็นๆ

น้ำหนักที่กดลงบนเตียงจนฮวบบ่งบอกได้ดีว่า...ไม่ใช่การคุยโทรศัพท์แน่นอน

ไอ้ตัวนุ่มนิ่มมันเบียดเข้ามากอดกูจากด้านหลัง กูไม่แน่ใจว่าตอนนี้เป็นเวลากี่โมง และเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เรื่องราวที่โรงพยาบาลมันฉายชัดอยู่ในความทรงจำ กูมั่นใจว่านั่นไม่ใช่ความฝัน...มันคือเรื่องจริง

“พี่ฮอนชอลของนายเป็นยังไงบ้าง”

ยองแจอ้ำอึ้งไปนิดหน่อย แต่ก็พยายามรักษาระดับน้ำเสียงให้เป็นปกติ “หมอบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว”

“อือ ดีแล้ว”

“...”

“...”

“ขอโทษนะแจบอม” คำขอโทษเสียงเครือทำให้กูต้องพลิกตัวกลับไปปลอบประโลม

“ยังรักเขาอยู่ใช่ไหม?” ถึงจะอยากเช็ดน้ำตาให้แค่ไหน แต่คนเจ็บก็คือกูเหมือนกันไม่ใช่หรอวะ เป็นกูหรือเปล่า ที่ต้องการการปลอบโยน แต่ปลอบกูแล้วมันได้อะไรขึ้นมา สู้ยอมรับความจริงไป รักเขาก็บอกมา รักกูก็บอกมา กูโตแล้ว กูเข้าใจ

“แจบอม...”

“อย่าโกหกใคร โดยเฉพาะตัวเอง นายก็รู้ชีวิตมันสั้น อยู่กับคนที่เรารัก มันดีกว่าอยู่กับคนที่เราแค่รู้สึกผูกพันนะ” เท่านั้นแหละ น้ำตาทั้งหมดของยองแจก็ประเดประดังออกมาจนท่วมอกกู เสียงกรีดร้อง ร้องห่มร้องไห้มันดังอย่างชัดเจนแล้วว่า...ใครคือคนที่อยู่ในใจยองแจมาเสมอ

กู

.

.

.

มีสิทธิรั้งไว้ไหม?....

รักกูเท่าเขาบ้างได้หรือเปล่า?

.

.

.

จริงๆคือกูไหมที่ต้องเสียใจ แต่ยองแจมันร้องไห้ซะจนกูลืมไปเลยว่าต้องเสียใจขนาดไหน กลายเป็นกูที่ต้องกอดปลอบทั้งคืน...จริงๆก็ไม่ใช่แค่กอด ก็มีจูบบ้าง ดูดดื่มบ้าง ตามประสาคนจะรั้ง

“ไม่โกรธเราหรอ แจบอม” เสียงนั้นยังคงสะอึกสะอื้น แต่ก็น้อยกว่าสองชั่วโมงที่แล้ว

“โกรธดิ ไม่โกรธได้ไง”

“เรานึกว่าแจบอมจะโกรธเรามากกว่านี้อีก อืมมม” เสียงสุดท้ายจมไปกับกลีบปาก ยองแจเผยอรับจูบที่เต็มไปด้วยการง้องอน แต่เจ้าตัวก็คงไม่รู้หรอก

“ก็จะให้ทำไงได้ ฆ่านายทิ้งดีไหม” จะฆ่าด้วยจูบจนหายใจไม่ทันเลยคอยดู ยองแจทุบอั่กๆเข้าที่กลางหลัง สายตาหยดเยิ้มไปด้วยน้ำตา ติดจะเซ็กซี่ขึ้นมาหน่อยๆด้วยซ้ำ

“แจบอมเรา...ต้องเลิกกันจริงๆหรอ” คำถามตรงๆทำเอากูหมดอารมณ์จะเล้าโลมทันที ยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองดังแปะ

 “ถ้าไม่เลิกกัน นายจะเป็นคนสองใจนะ” ยองแจกัดปากแน่น

“แล้วตอนนี้เราเลิกกันรึยัง?”

“ไม่รู้ดิ ยังไม่เห็นมีใครพูดเลย”

“.........ถ้าเราเลิกกันจริงๆ นายจะเกลียดฉันไหม?”

“ฉันไม่งับปากคนที่ฉันเกลียดหรอก”

“ฮื่อออ” ยองแจครางอือ ก่อนจะผละริมฝีปากออก “นายหมายความว่า ถ้าเราเลิกกันนายจะยังจูบฉันอีกหรอ”

“ไอ้ติงต๊อง” ไม่รู้จะด่าอะไร “หมายถึงตอนนี้ฉันดูเกลียดนายรึไง”

ไอ้ตัวนุ่มนิ่มมันส่ายหัวพัลวัน “นายจะยังดีกับฉันใช่ไหม?”

“อืมมม รับรองจะไม่ตี” น่าแปลกที่เรากำลังจะเลิกกันแต่ยังหัวเราะได้อยู่ “แต่ขออะไรอย่างนึงได้ไหม”

“บอกมาก่อนว่าอะไร”

“นี่นายมีสิทธิต่อรองด้วยหรอ?” แกล้งทำเสียงดุใส่ คนในอ้อมกอดหน้าเสียไปเลย “เอาไว้เดี๋ยวบอกพรุ่งนี้”

“...”

“แล้วนายค่อยบอกเลิกกับฉันหลังจากที่ฉันขอร้องนาย” กูเบียดตัวเข้าไปใช้สิทธิ์กอดคนตรงหน้าก่อนที่จะหมดสิทธินั้นโดยสิ้นเชิง “ถือซะว่าเป็นคำขอครั้งสุดท้ายในฐานะแฟน”

.

.

.

 “อ่าว ทำไมวันนี้มาคนเดียว” แจ๊คสันเอ่ยทักอย่างเป็นธรรมชาติ มาร์คที่ฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะเงยหน้าขึ้นมาทักทายด้วยท่าทางสะลึมสะลือ กูมองเลยพวกมันไปด้วยซ้ำ เห็นคนบางคนที่หน้าตาแจ่มใส กำลังมองมาทางนี้เหมือนกัน ก็คงจะหายป่วยแล้ว มันนั่งคอยืดคอยาวมองหาใครอีกคน ก็คงจะแซวอีกเหมือนเคย

กูมองไปที่จินยอง แล้วพูดให้มันได้ยินด้วย

“ก็เลิกกันแล้วไง”

เราเลิกกันเถอะ แจบอม....

“เฮ้ยยยยยย” ทั้งไอ้แจ๊ค มาร์ค แล้วก็ยูคยอมที่นั่งอยู่ใกล้ๆประสานเสียงกันเป็นเสียงเดียวกัน ผิดกับจินยองที่เอาแต่นั่งทำหน้าอึ้งๆ

“เอ้า พูดจริง แล้วก็....นี่ใบลาออกจากชมรม” กูพูดพร้อมกับโยนกระดาษสีขาวให้มาร์ค คงจะยังไม่รู้กันสินะ...ไอ้มาร์คเป็นประธานชมรม

“เฮ้ยยย มึง แค่เลิกกัน ทำไมต้องลาออกด้วยวะ ใจเย็นดิ มึงเฮิร์ทขนาดนี้เลยหรอ” มาร์ครัวคำพูดจนลิ้นแทบพันกัน มันคงคิดว่ากูลาออก

“พ่อ มึง ! แหกตาดูก่อน ใบลาออกของยองแจ”

“อ่าว” ไอ้มาร์ครีบเปิดกระดาษดู “กูก็นึกว่ามึงจะทิ้งพวกกู”

“แล้วนี่ยองแจไปอยู่ชมรมไหนอะ” แจ๊คสันถามเพราะนี่มันเทอมสองแล้ว จู่จะไปเข้าชมรมอื่นกลางครันก็คงจะลำบาก

“ชมรมร้องเพลงมั้ง ไม่รู้ดิ กูไม่ได้ถาม แค่บอกว่าให้ออกจากชมรมได้ไหม มันก็ยอมเขียนใบลาออกมาให้”

“เหยดดดดด...กูว่ามึงเฮิร์ทไม่ใช่เล่น”

“เลิกกันได้ไงวะ เมื่อวานยังไปเดทกันอยู่เลย” ก็เป็นแจ๊คสันอีกเหมือนกันที่อยากรู้อยากเห็น

“นี่ไง ไม่ไปเกมเซนเตอร์กับกู บาปกรรมเลยตามทัน” มันเกี่ยวตรงไหนวะมาร์ค

ครืดดด...

เสียงลากเก้าอี้ดังไม่ใกล้ไม่ไกล จินยองลุกขึ้นเอาหนังสือไปเก็บ ทุกคนหันไปมองมันโดยไม่นัดหมาย มันกระพริบตาปริบๆก่อนจะบ่นเบาๆ “กูแค่เอาหนังสือไปเก็บ มองอะไรกันขนาดนั้น” มันหอบหนังสือ 4-5 เล่มแล้วเดินมาทางกู

หยุดมองหน้ากูพักนึงแล้วก็พูดเสียงเบาๆ “มึงโอเคนะ?”

อืม...กูแค่พยักหน้า แล้วมันก็เดินเลยไปเลย

แจ๊คสันกระตุกแขนกูให้นั่งลง มันเรียกให้ทุกคนมาสุมหัวแล้วบอกว่า

“มึงว่า...พี่จินยองจะเก็บไอเทมนี้ไหมครับ”

ไม่รู้เว้ย...กูก็รอดูอยู่

.

.

.

 

 

 

“ทุกคนวางปากกา” เสียงมิสดังขึ้นพร้อมๆกับการเดินลงส้นของนาง กูแทบเขวี้ยงปากกาทิ้ง

ข้อสอบส้นตีนอะไร ออกมาให้ไอน์สไตน์ทำหรอ ถามจริง?

“มึงๆๆ ข้อสุดท้ายตอบอะไรวะ” ไอ้แจ๊คสันกระซิบกระซาบ อาศัยช่วงจังหวะชุลมุนแอบลอกข้อสอบ แหม่...แล้วก็เลือกถามไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำไมมึงไม่ถามคนที่ดูฉลาดกว่ากูวะ ข้อสุดท้ายอะไร? กูยังทำไม่ถึงเลย แสสสสสส

แต่กูก็ใจดีบอกใบ้มันด้วยการยกนิ้วกลางให้

สัญลักษณ์ที่ใครก็รู้ว่าหมายถึงอะไร แต่ไอ้แจ๊คสันเสือ ก ยิ้ม แล้วพูดเบาๆแบบที่มีแค่กูกับมันได้ยินว่า “อ่อ ตอบ 1 แต๊งกิ้ว”

เอาที่มึงสบายใจ...

ลุกออกจากที่นั่งสอบก็ออกมายืนหล่อๆอยู่หน้าห้อง รอไอ้คุณชายมาร์ค รอไอ้คุณชายปาร์ค ที่สอบกันคนละห้อง ด้วยความที่วิชานี้มีคนลงเรียนเยอะ เลยต้องแบ่งสอบเป็น 2 ห้อง แจ๊คสันเดินยิ้มร่าออกมา หน้าตาชื่นบานเหมือนจานดาวเทียม กูว่าแมร่งหลอกตัวเองว่าทำข้อสอบได้ชัวร์ เมื่อวานมันยังโทรมาถามกูเรื่องแลคเชอร์อยู่เลย คิดดูละกัน แลคเชอร์มันอยู่ที่กูตั้งเมื่อไหร่ไม่รู้ สี่ทุ่มก่อนวันสอบมันพึ่งจะเริ่มแลคเชอร์ เออ เอาเถอะ ทำได้ก็พรสวรรค์มันล้วนๆ กูจะไม่อิจฉาเลย

“ห้องนู้นยังสอบไม่เสร็จอีกหรอ” แจ๊คสันที่ยืนแคะขี้มูกอยู่ถาม

เดี๋ยวนะ...มันทำอะไรอยู่นะ?

“สกปรกสัสสสสส”

“อ่าว นั่นยูกยอมกับแบมแบมนี่ เฮ้~” มันทำเป็นไม่ได้ยินที่กูด่า แถมยังเอามือข้างนั้นโบกไม้โบกมือเรียกน้องอีก กูก็ไม่รู้ว่าน้องมันสอบห้องตรงข้าม แต่ถ้ากูจำไม่ผิด วิชานี้...... “ยองแจแฟนเก่ามึงก็สอบห้องนี้นี่”

ขอบใจที่ช่วยตอกย้ำ....

ไอ้ตัวนุ่มนิ่มที่เดินหัวเราะออกมากับเพื่อนหันหน้ามาทางพวกกูพอดี มันยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น และรอยยิ้มก็ค่อยๆเฝื่อนลง ส่วนกู....ทำไงดี ควรจะทักมันไหม? จะไม่ได้โกรธกัน ไม่ได้เกลียดกัน แต่ว่า...จะให้กูยิ้มให้ แล้วทำเหมือนไม่มีอะไร มันก็ทำไม่ได้ปะวะ

เขาเคยเป็นคนของกู

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว

ยองแจเซไปนิดหน่อย รอยยิ้มหุบลงทันทีที่ถูกตบบ่า ใครบางคนกำลังส่งยิ้มให้ยองแจอย่างสนิทสนม คนๆนั้นคือคนที่กูรอดูท่าทีมันอยู่ 2 เดือน

“แหล่ว แหล่ว แหล่ววววว เอาแล้วมึง คุณชายปาร์คกับแฟนเก่ามึงคนล่าสุด” ไอ้แจ๊คสันแซวสีหน้าเครียดไม่แพ้กูตอนนี้เลย คือจะแซวก็แซวนะ แต่หน้ามันเป็นเต็มไปด้วยคำว่า อีกแล้วหรอ เหมือนกูเป๊ะ อย่าว่าแต่กูกับไอ้แจ๊คเลย มาร์คที่ยืนอยู่ข้างหลังจินยองยังหน้าตึงเลยมึง มันมองซ้ายที ขวาที แล้วกันมาเห็นพวกกูที่ทำหน้าหมางงอยู่ มันก็ยักไหล่ ไอ้มาร์คตบหัวจินยองเบาๆแล้วชี้มาทางพวกกู

“เพื่อนมึงอะอยู่โน่น นี่เพื่อนใหม่มึงหรอ”

จินยองหันมามองทางกูแล้วยักคิ้ว ก่อนจะหันไปลายองแจ

แหม...หมาตัวไหนบอกกูว่าไม่ชอบผู้ชาย อีศอกกกกกกกก

 

 

 

“มึงเล่ามาให้หมดเลย ตกลงมึงกับยองแจเป็นอะไรกัน” แจ๊คสันเปิดประเด็นพร้อมๆกับกดฝากระป๋องเบียร์ ตอนแรกก็ว่าดื่มอะไรที่มันแรงกว่านี้ แต่เกรงใจตารางสอบพรุ่งนี้ เดี๋ยวจะตื่นไม่ไหว ตัวสุดท้ายแล้วด้วย

“ก็ไม่มีอะไร ช่วงนี้ก็มีคุยๆกัน  พอดีว่าให้ยองแจติวหนังสือให้ นี่วิชาเอกมัน มึงจำไม่ได้หรอ” คุยกับแจ๊คสันแต่มองหน้ากู

ท้าทายกันเหลือเกินครับ...

“คุยกันนานยังวะ ทำไมพวกกูไม่เห็นรู้เลย” ไอ้มาร์คกระดกเครื่องดื่มเย็นๆลงคอ มันทำสีหน้าอยากรู้อยากเห็นได้นิ่งมาก

“ก็คุยกับยองแจ ไม่ได้คุยกับพวกมึง”

“แปลว่าไม่ใช่เรื่องของพวกกู” โอ้โห ตอนแรกก็ไม่ทันคิด พอไอ้มาร์คขยายความเท่านั้นแหละ...ส้นตีนกระดิกเลย

ที่สำคัญคือมันไม่ปฏิเสธเอาแต่ยิ้ม...ยิ้มได้น่าถีบจริงๆ

“มึงพูดมาตรงๆ คบกันรึยัง” กูนี่แหละถาม ไม่ต้องให้ใครเปิดประเด็นละ

“เลิกกันแล้วก็อย่าหึงดิวะ”

“จินยอง มึงแมร่งเฮี่ยจริงๆ กูนับถือ” แจ๊คสันยกกระป๋องเบียร์ขึ้นคารวะ ก่อนจะซดเข้าไปเต็มปากเต็มคำ

“กูก็ไม่ได้แย่งใครปะวะ ยองแจก็ไม่ได้มีใคร ทำไมกูจะสนใจไม่ได้” เคยรู้สึกอยากด่าใคร แต่มันด่าไม่ได้ปะวะ คือแมร่งก็ไม่ผิดเว่ย แต่ก็...ไม่ถูกอะ ไอ่เชี่ย มันรุนแรง กูรับไม่ได้ กี่คนแล้วที่มึงเคลมต่อจากกูไป เป็นประกันภัยรถยนต์หรือไง ถึงได้เคลมเร็ว เคลมไวขนาดนั้น

“มึงสนใจใครกันแน่ จินยอง” ไอ้มาร์คมานิ่งๆ แต่ตรงประเด็น กูสัมผัสได้ว่ามันจะชงกูอีกแล้วครับพี่น้อง

ไอ้คนถูกถามสตั๊น ก่อนจะยกเบียร์ขึ้นดื่มบ้าง “ไม่ใช่มึงละกัน” ตอบแบบไม่มองหน้าใครสักคนในโต๊ะ

“ถ้ามึงไม่ใช่เพื่อน กูกระทืบไปนานแล้ว รู้ตัวไหม?” แจ๊คสันอดไม่ได้ที่จะพูดมันออกมา เป็นประโยคที่ดังอยู่ในใจกูมาตลอด “ก่อนหน้านี้ไม่เห็นมึงจะมีท่าทีว่าชอบยองแจเลย จู่ๆมึงก็สนใจเขา หลังจากที่เขาเลิกกับเพื่อนมึงเนี่ยนะ โรคจิตหรอ ไอ่สัสสสส”

“เห้ยยยย ใจเย็น เป็นกูไหมละที่ต้องขึ้น แย่งซีนกูเฉยเลย” พยายามพูดติดตลก เผื่อว่าแจ๊คสันจะสงบสติอารมณ์บ้าง เกิดมันกระทืบจินยองขึ้นมาจริงๆ ใครก็ห้ามมันไม่ได้

“มึงก็อีกคน!

“อ่าว...กูทำไมอีก กูไปทำอะไรให้มึง”

“ก็มึงอะ เพื่อนมันทำขนาดนี้มึงยังปกป้องมันอีก รักกันมากไหมละ!!!” มันเหมือนเด็กเอาแต่ใจ ตะคอกใส่หน้ากู ชี้นิ้วไปที่จินยองยิกๆ กูเกือบจะเครียดละ ถ้าไอ้มาร์คไม่หลุดขำออกมาก่อน “ขำเชี่ยไรมาร์ค กูซีเรียส!

แหม...ไอ้กันตนา

อยากจะตีหัวมันด้วยถ้วยรางวัลออสการ์จริงๆ

“กูว่ามึงใจเย็นๆก่อนไหม” มาร์คพยายามลุกขึ้นมาห้ามทัพ แต่ปากมันก็อมยิ้มดึงหน้าดึงตาไม่ให้หลุดขำออกมาอีกรอบ โชคดีที่จินยองเอาแต่กระดกเบียร์จนไม่ทันสังเกตุ

“กูไม่ยงไม่เย็นมันแล้ว เพื่อนกันทำวี้ได้ไงวะ!!” ยังคงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์

“มึงต้องใจเย็นเว่ย เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของมึง”

เท่านั้นแหละ...

“เออหว่ะ” แล้วมันก็กลับมาทำนิ่ง สงบเสงี่ยม เหมือนกับไม่เคยโมโหมาก่อน...คิดว่าเนียนมากไหมล่ะ?

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วกูกลับหอก่อนนะ” จินยองกระแทกกระป๋องเบียร์แล้วลุกขึ้น สีหน้ามันดูไม่ค่อยดี มันดูเครียดๆแต่ก็ไม่รู้สึกผิด

“นั่งลงก่อน เดี๋ยวกูดื่มหมดแล้วค่อยไปพร้อมกัน” คือกูเสียดาย ดื่มไปไม่กี่อึกเอง

“ไม่ต้องอะ ไม่ได้กลับทางเดียวกันอยู่แล้ว” มันทำหน้าเชิดๆใส่ๆ เหมือนไม่อยากมองกู

“เดี๋ยวนี้มึงแข็งข้อกับกูหรอ จินยอง” กูก็แค่จ้องหน้ามันนิ่งๆ ไม่ได้ขึ้นเสียงอะไร....นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้จินยองนั่งลงได้แล้ว “กูโกรธอยู่นะ”

“เออ ง้อเลย” ไอ้สัสนี่ เล่นไม่รู้เวล่ำเวลา แจ๊คสันยกมือยอมแพ้ โดยมีไอ้มาร์คนั่งกลั้นขำตัวสั่นอยู่ข้างๆ

จินยองมองกูที แจ๊คสันที แล้วก็มาร์คอีกที มันพูดลอยๆออกมาว่า “กูไม่ผิด โกรธกูได้ไง” แล้วมันก็สะดุ้งเฮือกตอนที่กูตบโต๊ะลั่น

“ผิดยังไม่รู้ตัวอีกว่าผิด”

“เออ!!” ตอนนี้กูอยากถีบไอ้ลูกคู่ของแจ๊คสันมาก มันหันมายกมือไหว้ก่อนจะพูดเบาๆ “ต่อเลยมึงต่อเลย”

จินยองเม้มปากแน่น “พวกมึงนี่ยังไงนะ โกรธกูจริงปะเนี่ย”

“โกรธสิวะ ไปติวกับยองแจ เสือกไม่มาติวให้พวกกูด้วย มึงเห็นพวกกูเป็นอะไร !!

“ห๊ะ!!” คราวนี้ทั้งไอ้มาร์ค ทั้งแจ๊คสันร้องประสานเสียง สตั๊นไปนิดนึงก่อนจะลุกขึ้นรุมประณาม “เออ ไอ้คนทรยศ!!! ไอ้คนลืมเพื่อน!! ไอ้...ไอ้.....เลวววว!!

จินยองอ้าปากพะงาบๆก่อนจะตบหน้าผากตัวเอง มันกลั้นขำตัวสั่น น้ำตาไหลเป็นทาง “เออ กูขอโทษ เรื่องนี้กูผิดจริงๆ”

ถึงจะขอโทษ แต่ไอ้สองตัวนั่นมันก็ยังไม่หยุดด่า

เหมือนกับน้ำตาของมันที่ยังไม่หยุดไหลเช่นกัน

.

.

.

 

 

“กูบอกว่ากลับเองได้ ไม่ต้องมาส่ง” จินยองส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ มันบ่นมาตลอดทาง

“กูไม่ได้มาส่ง”

“ไม่ส่ง แล้วนี่เรียกอะไร” มันขมวดคิ้วใส่ ทำหน้าเอาแต่ใจ แต่กูไม่แคร์หรอก

“จะเรียกอะไรมันก็เรื่องของกู เดินเร็วๆก็พอ” กูยักไหล่แล้วก็ยกมือขึ้นประสานท้ายทอย บิดซ้ายทีขวาที แก้อาการประหม่า

...ก็แค่ไม่ชอบใช้ว่าเดินมาส่งมันกลับหอ

สำหรับกู...คนที่กูจะเดินมาส่งกลับบ้าน ก็มีแต่แฟนกูเท่านั้นแหละ

เพราะว่ามันไม่ใช่แฟนกู กูก็เลยไม่อยากใช้คำนั้น...กูอ่อนไหวนะ จะบอกให้

“ไม่เบื่อรึไงวะ เดินมาส่งอยู่ได้ ตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว กูก็ไล่มึงทุกวัน มึงไม่เบื่อแต่กูเบื่อนะ”

“กูบอกว่าไม่ได้มาส่ง มึงหยุดพูดแล้วก็รีบๆเดินมาซะที เดินตูดบิดอยู่นั้นแหละ” เท่านั้นแหละ ไอ้คนขี้บ่นนั่นก็วิ่งหน้าหงิกมาเลย มันจ้องจะเตะขากูแต่กูไหวตัวทัน มันหัวเสียทั้งๆที่ควรจะเป็นกูที่หัวเสียมากกว่า กูอ้อมตัวมันก่อนจะคว้าไหล่มันเข้ามาเดินใกล้ๆ

“อึดอัด เอามือออกไป”

“ทำไมกูต้องเชื่อมึงด้วย” ถามพร้อมกับบีบไหล่มันแน่น “กูจะถามมึงเป็นครั้งสุดท้ายนะ จินยอง”

“กูไม่รู้” มันตอบดักคำถาม เพราะมันรู้ว่าเรื่องที่กูจะถามคืออะไร

“ทำไมต้องจีบแฟนเก่ากูทุกคนเลยวะ”

“ก็บอกว่าไม่รู้ไง กูก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องชอบคนเดียวกับมึง” มันพูดรัวๆจนฟังแทบไม่ทัน แต่น้ำเสียงของมันหงุดหงิดจนกูเกือบรู้สึกผิดเลย

“แก้แค้นอะไรกูหรือเปล่า?”

“แล้วมึงทำอะไรผิดมาล่ะ ทำไมกูต้องแก้แค้น” มันเหวี่ยง

 คุยกับมันเรื่องนี้ทีไรไมเกนจะขึ้นทุกที กูเผลอซี๊ดปากอย่างใช้ความคิด “ถ้างั้น...มึงเกลียดกูหรอ”

“ไม่ได้เกลียด” มันถอนหายใจหนักๆ ทำหน้าเซ็งๆกับคำถามไร้สาระของกู

“งั้นมึงก็ชอบกู?”

“ก็...” ตอบเร็วๆแบบทุกครั้งที่ถามแต่ครั้งนี้กลับหยุดคำพูดกะทันหัน มันหันมาทำตาโตใส่ อ้าปากค้าง แล้วก็หยุดเดิน

กูก็เพิ่งรู้ว่าหน้าเราใกล้กันแค่คืบเดียว เพราะกูโอบไหล่มันอยู่

“ถามดีๆไอ้เชี่ยยยย โคตรเกย์เลยคำถามมึงอะ” มันผลักกูออกแล้วก็หลบหน้าหลบตา หูมันแดงยิ่งสัญญาณไฟจราจรอีกตอนนี้

“ตอนแรกกูก็ไม่คิดหรอก พอมึงพูดเท่านั้นกูเลยคิดได้”

“เออ คำถามมึงอะ โคตรเกย์เลย” มันหันมาแหวใส่ แต่กูกลับหัวเราะใส่หน้ามัน จินยองแทบขะชกกูด้วยซ้ำแต่กูเก่งกว่า คว้ามือมันไว้ทันแล้วสะบัดทิ้ง “ยิ้มเชี่ยไรนักหนา กลับบ้านมึงไปเลยไป!

อ๊าวว กูยิ้มไม่ได้รึไง ก็กูเพิ่งจับได้

มึงชอบกูชัดๆ!

...

“หยุดยิ้ม!!!!!!!!!!!!!

.

.

.

 

 

 

“แจบอม คืนนี้กูไปนอนห้องมึงนะ” มาร์คพูดเหมือนจะขอไปนอนที่ห้อง แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีส่วนไหนของประโยคเป็นคำขอร้องเลย ฟังๆดูเหมือนจะเป็นประโยคบอกเล่าเสียมากกว่า...ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มันคิดจะมานอนก็มานอนได้เลยไม่ต้องขออนุญาตใดๆทั้งสิ้น

“ไม่ให้”

“กูจะไป” เออ...หลู่เหลือง

“เปลี่ยวหรอไอ่สัส ห้องคนอื่นมีไม่ไปมาทำไมห้องกู”

“กูเบื่ออยู่ห้องว่ะ แจ๊คสันแม่งก็กลับฮ่องกง จินยองก็ไม่อยู่ ไม่รู้แม่งไปไหน ยูคยอมก็ไปเข้าค่ายกับแบมแบม ถ้าไม่มีมึงกูจะกลับอเมริกาละ เบื่อ”

“เออ พูดถึงไอ้จินยอง กูติดต่อมันไม่ได้เลยเนี่ย” จะเรียกให้มันมาช่วยทำลิสต์หนังสือ ปิดเทอมทั้งทีแทนที่จะได้ไปเที่ยว กลับต้องมาขลุกอยู่กับไอ้มาร์คสองคนในห้องสมุด

“หายหัวไปตั้งแต่ปิดเทอม” มาร์คเอนตัวบนโซฟา มันนอนยืดขากระดิกตีนเป็นจังหวะ “อยู่กับแฟนเก่ามึงรึเปล่าวะ โทรไปเช็คดิ๊”

มันเป็นตลกร้ายที่กูไม่ขำเลยสักนิด กูแค่ถอนหายใจก่อนจะเอาเท้ายันไอ้หัวหน้าชมรมให้ลุกขึ้นมานั่งดีๆ เดี๋ยวก็ได้โดนป้าบรรณารักษ์มาแหกอกเอาหรอก ข้อหาไม่มีมารยาทในห้องสมุด “แฟนเก่ากูนี่คนไหนวะ”

“คนล่าสุดดิวะ ยังคุยกันอยู่รึเปล่า”

“ก็มีบ้าง นานๆที”

มาร์คแอบกลอกตาไปมาก่อนจะถามต่อ “แล้วคนใหม่อะ มีรึยัง”

“ก็ดูๆอยู่ ไม่รีบ”

“นี่มันก็ 3-4 เดือนได้แล้วมั้ง ตั้งแต่เลิกกับยองแจ” กูชะงักมือที่กำลังจดรายชื่อหนังสือ ก่อนจะเงยหน้าไปมองไอ้หัวหน้าชมรม “มึงดูยังไม่พร้อมเปิดใจให้ใครเลย ไม่พร้อมเริ่มใหม่กับใครรึไงวะ”

“...”

“หรือมึงกลัวจะโดนเพื่อนรักหักหลังอีก 555” ไม่รู้ทำไมวันนี้ไอ้มาร์คพูดอะไรก็ไม่ตลก

“กูไม่ขำกับมึงหรอกนะ”

“ก็เห็นมึงเครียดๆ เอาน่า เดี๋ยวกูจะช่วยหาวิธีให้ รับรองว่าจินยองไม่กล้าหักหลังมึงอีกแน่นอน”

“ยังไง?”

ไอ้มาร์คยิ้มกว้าง ก่อนจะกวักมือเรียกให้กูไปสุมหัวใกล้ๆ “คบกับกูไหมละ รับรองว่ากูจะไม่หักหลังมึง 55555555555555

“แต่กูนี่แหละจะหักคอมึง ไอ่เชี่ยมาร์ค!!!!” ไม่ทงไม่ทำมันละงาน วันนี้ไอ้มาร์คไม่ได้มาเล่นๆ มาเพื่อเรียกตีนกูโดยเฉพาะ

“กูล้อเล๊นนนนนนนนนนน” ถึงมันจะยกมือขอโทษแต่ก็ยังไม่หยุดขำ อยากซ้อมมันจนกว่ามันหล่อน้อยกว่ากู แต่เกรงใจป้าบรรณารักษ์ที่เดินมาเขม่นเพราะเสียงดัง

“กวนตีนกูอีกทีกูจะชู๊ตมึงไปดาวอังคารเลย คอยดู” มันยกยิ้ม ส่งเสียงคิกคักเบาๆ

“โอเค กูจะไม่กวนตีนละ คราวนี้กูจะจริงจัง”

“ไม่ต้องพูดเชี่ยไรละ รำคาญ”

“จริงๆนะมึง...กูมีวิธีที่จะทำให้จินยองไม่มาแย่งคนของมึงอีก”

“กูไม่อยากฟัง...” พูดไม่ทันจบ ไอ้ตัวน่ารำคาญก็เสนอความคิดเห็นรัวๆ

“ทำให้จินยองเป็นคนของมึงซะ มันแย่งตัวมันเองไม่ได้หรอก”

“...” ไม่รู้ว่ากูอึ้งหรือหมดคำพูดกับมัน กูได้แต่มองหน้ามันนิ่งๆ

“มึงก็รู้แล้วไม่ใช่หรอ มันชอบมึง” เออ กูเล่าเรื่องวันนั้นให้ไอ้มาร์คฟังเองแหละ แต่จะให้กูจีบเพื่อนนี่มัน............ไม่แปลกๆหรอวะ กูอุตส่าห์ทำเป็นลืมๆเรื่องนั้นไปแล้วแท้ๆ จินยองมันก็เป็นเพื่อนที่ดี กูไม่อยากให้อะไรมาทำลายความสัมพันธ์แบบนี้

“ชอบกู...ชอบกูแค่ไหนวะ มาคิดๆดูอีกที มันก็ไม่เคยแสดงท่าทีว่าอยากเป็นแฟนกับกูเลยนะ ถ้ามันไม่ใช่อย่างที่มึงคิด กูกับจินยองจะมองหน้ากันอย่างไง”

“มึงแคร์มันอะ” ไอ้มาร์คเบะปากล้อเลียน “กูอิจฉา”

“ไอ่เวรนี่...”

“กูว่าตอนนี้มึงไม่ต้องไปแคร์มันมากหรอก มึงถามใจตัวเองก่อน” มันเอามือตบบ่าแบบไม่เกรงคำด่ากูก่อนหน้านี้เลย “ชอบจินยองบ้างรึเปล่า”

“กู....”

“ไม่ต้องมาตอบกู ตอบใจมึงพอ” ไอ้มาร์ครีบเบรก “มึงพยายามรักษาคำว่าเพื่อนเพราะมึงกลัวว่าจะเสียมันไปรึเปล่า คำว่าเพื่อนของมึงที่ให้กูกับแจ๊คสัน มันไม่เหมือนกับที่มึงให้จินยองเลย”

“ใครบอกมึง คิดไปเอง...”

“สายตามึงบอกกู การกระทำมึงบอกกู กูไม่ได้ชอบชงให้เพื่อนได้กันนะเว่ย” มันบีบไหล่แน่น “ไม่ว่าพวกมึงจะเป็นอะไรกัน ยังไงพวกมึงก็เป็นเพื่อนกู”

กูมองหน้ามันนิ่งๆ รอยยิ้มของมันทำให้กูถึงกับถอนหายใจ “นี่ขนาดไม่ชงนะเนี่ย...” สัส

“ก็ลองค่อยๆไปคิดดู” มันหัวเราะเสียงสูงก่อนจะยอมเลิกอู้งาน

คิดให้ตายกูก็ไม่มีทางเข้าใจคนโรคจิตอย่างมันหรอก...

ครืดดด

หน้าจอมือถือสว่างวาบ โปรแกรมแชทแจ้งเตือนหราแบบปิดไม่มิดว่าใครเป็นส่งมา กูกำลังจะชะโงกดูว่าใครเป็นคนส่งข้อความมา แต่ก็ช้ากว่าอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆมือถือกูพอดี “พี่แจบอมว่างไหมครับ” มันดัดเสียงท่าท่าล้อเลียนน่าหมั่นไส้ กูกำลังจะโบกหัวมันซะหน่อย แต่มันโยกตัวหลบไปก่อน ก่อนจะยักคิ้วให้รัวๆ

ยองแจเป็นคนส่งข้อความมา...

กำลังจะพิมพ์ถามว่ามีอะไรรึเปล่า น้องก็ส่งข้อความกลับมาทันทีที่เข้าไปอ่าน....มีเรื่องจะปรึกษาครับ

กูวางงานทุกอย่างกองไว้กับโต๊ะ ก่อนจะเอนตัวพิงโซฟาสบายๆ แต่พออีกคนจั่วหัวมาเท่านั้นแหละ ตัวนี่เด้งขึ้นมาจดจ่อกับโทรศัพท์เลย ยองแจพิมพ์มายาวเหยียดมาก ลงท้ายด้วยคำว่า...ผมจะทำยังไงดี?

 งานนี้พี่อ้อยพี่ฉอดก็ช่วยไม่ได้นะครับ

“มาร์ค กูไปก่อนนะ”

“เรื่องด่วนหรอวะ” มันทำหน้างงๆตอนที่กูลุกพรวดพราดโกยข้าวของเตรียมเผ่นทันที

“ก็ไม่เชิง” ไอ้มาร์คอ้าปากค้างทำหน้ามึนๆ ก่อนจะยกมือรับกุญแจห้องที่กูโยนไปให้ “เก็บห้องให้กูด้วย ฝันดี”

“รีบบอกกูขนาดนี้ มึงจะไม่กลับห้องหรอ”

“ถ้าเห็นกูที่ห้องก็แปลว่ากลับ”

“คนใจร้ายยยยย” แหม่ น่าสงสารจัง....

 

 

 

“จินยอง!!” เจ้าของชื่อทำหน้าตาตื่น มันคงคิดว่าหนีมาไกลหลายกิโลเมตรแล้วจะไม่มีใครตามหามันเจอ

“แจบอมมาได้ไงอะ” มันถามหน้าซื่อๆ เหอะ...ไม่สิ มันเสแสร้งมากกว่า

“มาคุยกันหน่อยซิ” กูออกแรงฉุดเกินความจำเป็น จินยองแทบจะปลิวติดหลังกูมาเลย กูลากมันออกมาจากโรงแรม เดินดิ่งไปที่ทะเล ก่อนจะสะบัดมือมันทิ้งแบบที่มันพยายามทำมาตลอดทาง

“คุยข้างในก็ได้ ลากออกมาทำไม” สีหน้ามันหงุดหงิดไม่น้อย

ซึ่งควรจะเป็นกูต่างหากที่หงุดหงิด “คิดจะทำอะไร ยังเห็นกูเป็นเพื่อนอยู่รึเปล่า”

“ทำอะไรล่ะ กูยังไม่ได้ทำอะไรเลย” โกหก!! กูจับแข็นมันล็อคเอาไว้ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงมันซ้ายขวา ไอ้จินยองมันดิ้นแล้วก็โวยวายยกใหญ่ มันสะบัดตัวหนีตอนที่ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง ถุงยางอนามัย 3-4 ถุงหล่นกระจายลงบนผืนทราย ไอ้จินยองมันหอบแฮ่กๆ จ้องมองสิ่งของที่บนพื้นนิ่งๆอย่างจนคำพูด

“แล้วนี่อะไร”

“ถุงยาง มึงไม่รู้จักหรอ” ยังมีหน้ามาตีรวน

“มึงพายองแจมาที่นี่เพื่ออะไร”

“ทำไม? มันฟ้องมึงหรอ” สีหน้ามันไร้ซึ่งความสำนึกผิดใดๆทั้งสิ้น “ยังติดต่อกันอยู่อีกหรอ”

“ทำไม? กลัวโดนหักหลังหรอ? กลัวจะโดนแบบที่มึงเคยทำไว้กับกูหรอ?”

“กูไม่เคยหักหลังมึง ต้องให้กูบอกกี่รอบว่ามึงไม่มีสิทธิ์คิดแบบนั้น ในเมื่อมึงเป็นคนปล่อยมือออกมาแล้ว” นี่คงจะเป็นสีหน้าและตัวตนที่แท้จริงของมัน ตากลมจ้องเขม็งสีหน้าชิงชัง

นี่น่ะเหรอ...คนที่ไอ้มาร์คบอกว่ามันชอบกู

นี่น่ะเหรอ...คนที่กูเคยคิดว่ามันมีใจให้

คนทรยศที่ไม่เคยสำนึกผิด

.

.

ทำไมกูต้องปราณีมัน

.

.

ผัวะ!!!

หมัดหลุนๆซัดเข้าที่มุมปากอิ่มอย่างลืมตัว จินยองเซไปตามแรงเหวี่ยงก่อนจะตั้งตัวใหม่อีกครั้ง มันยกหลังมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากตัวเองแล้วแสยะยิ้ม “เพิ่งจะมีต่อมโมโหหรอแจบอม”

ผัวะ!!

กระแทกหมัดไปอีกรอบ หัวแหวนที่ใส่มาเสยกระแทกโหนกแก้มจินยองจนได้เลือด มันยกมือขึ้นกุมแผลใหม่ตัวเองแล้วหัวเราะก่อนจะซัดกลับมาที่โหนกแก้มของกูเช่นกัน

ผัวะ!!

“มึงคิดว่ามึงเป็นคนกระทำได้คนเดียวใช่ไหม มึงคิดผิด!” และมันก็ปล่อยหมัดย้ำลงมาอีกข้าง “รักมันมากใช่ไหม กูจะทำลายให้ดู”

“เป็นเฮี่ยอะไร จินยอง มึงเป็นเฮี่ยอะไร!!” กูถลาเข้าไปบีบคอมัน ผลักจนมันล้มลงไปบนพื้นทราย ขึ้นคร่อมแล้วต่อยมันซ้ายทีขวาที มันดิ้นก่อนจะคว้าทรายปาเข้าตากู ก่อนที่กูจะตั้งหลักได้อีกครั้งมันก็ยันตัวกูออกให้พ้นทางแล้วเตะเข้าที่สีข้าง

“มึงนั่นแหละเป็นเฮี่ยอะไร ทำไมต้องมาแย่งความรักจากกูไป” กูพยายามลืมตามองหน้ามันให้ชัด เพื่อนรักกูที่ตอนนี้กลายเป็นคนที่กูไม่รู้จัก ทั้งเตะทั้งซ้อมกูจนตั้งตัวไม่ถูก “มึงเป็นคนเริ่มก่อน อย่ามาโทษกู”

“กูไปทำอะไรให้มึง จินยอง” พยายามจะเข้าไปเขย่าตัวมันเผื่อจะได้สติ แต่มันกลับทุบตีไม่ยั้ง ก็เลยต้องต่อยสวนกลับไปแทน จินยองไถลไปตามแรงหมัด มันล้มลงไปนั่งในน้ำทะเล จนตัวเปียกไปเกือบครึ่ง “กูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่การที่กูต้องมาทะเลาะกับมึง มันไม่ได้อยู่ในแพลนกูเลย”

“มึงไม่ต้องมาอ้างอะไรให้สวยหรู”

“กูกับมึงเป็นอะไรกัน” กูยกมือขึ้นเสยผม ขมวดคิ้วรอคำตอบอย่างซีเรียส “เพื่อน หรือ ศัตรู?”

มันเงียบ นั่งเอามือยันตัวเองอยู่ในน้ำ คลื่นซัดปะทะมันเป็นระลอกๆ ท้องฟ้ามันมืดไปหมด รวมถึงจิตใจกู ทุกอย่างมันมืดดับตั้งแต่ตอนที่ยองแจส่งข้อความมาบอกกูว่า มันพายองแจออกมาเดทที่ทะเล แล้วแวะซื้อถุงยางนี่แหละ ยองแจก็ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะคิดว่ามันซื้อเอามาเป่าโป่ง ระหว่างทางที่ขับรถมายองแจก็เอาแต่ถามเรื่องราวระหว่างกูกับมัน ที่บางครั้งกูก็ตอบคำถามไม่ได้

ตอบกูมาเลยจินยอง ระหว่างกูกับมึง มีอะไรที่ทำให้มึงต้องทำกับกูแบบนี้

“มึงอยากรู้จริงๆหรอแจบอม”

“...”

“กูกับมึง” ขอบตาแดงผ่าวของจินยองกับดวงตาที่สั่นคลอนกำลังตอกย้ำความโกรธที่มันกำลังเอ่อล้นออกมา “ไม่ ได้ เป็น อะ ไร กัน”

เจ็บปวดยิ่งกว่าคำว่าเกลียดและเป็นศัตรูกันอีก

คือกูไม่เคยมีความหมายอะไรเลย

“ไม่ว่ามึงจะทำผิดแค่ไหน กูไม่เคยโกรธมึงเลย เพราะว่ามึงเป็นเพื่อนกู”

“อย่าเอาคำนั้นมาอ้าง”

“แต่วันนี้มึงกำลังบอกกูว่า มึงไม่เคยเป็นเพื่อนกู”

“กูบอกว่าอย่ามาอ้าง มึงไม่เคยจริงจังกับใคร ไม่เคยสนด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นอย่ามาอ้างว่าที่มึงไม่รู้สึกอะไรกับการที่กูคบแฟนเก่ามึง เพราะว่ากูเป็นเพื่อนมึง มันไม่ใช่ แจบอม มัน ไม่ ใช่ !!!!” มันยกนิ้วชี้หน้าตวาดเสียงอย่างลืมตัว น้ำตาที่ไหลออกจากตามันก็เช่นกัน

...

ก็เพราะว่ามึงร้องไห้

เลยทำให้กูคิดไปเองว่าเรื่องที่มึงบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน

มันไม่ใช่เรื่องจริง

...

 

“บอกกูมาให้หมด วันนี้มึงต้องบอกกูว่าระหว่างกูกับมึงมันเกิดอะไรขึ้น” หัวเข่ากูมันทรุดลงมานั่งที่พื้นเป็นเพื่อนจินยอง...ก็นั่นแหละ ยังไงกูก็เพื่อนมึง

“รู้แล้วมันมีอะไรดีขึ้นมา”

“มันก็ดีกว่าการที่กูไม่รู้อะไรเลย”

“อินจอง!!!” จู่ๆมันก็ตวาดชื่อแฟนคนแรกกูออกมา

“...”

“ฮานึล!!” มันกัดริมฝีปากแน่นเหมือนไม่อยากให้คำพูดมันพรั่งพรูออกมา “ฮวายง!! ซอนยอล!!

“...” จินยองเอาแต่พูดชื่อแฟนเก่ากูซึ่งหลายๆคนก็เคยเป็นแฟนเก่ามันเช่นกัน

“ทำไมมึงต้องชอบคนเดียวกับกูด้วย ฮึกก” ปากแดงเบะพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลเงียบๆ “ถ้ามึงชอบเขาจริงๆ ทำไมต้องทิ้งเขา ทำไมมึงต้องทำให้เขาเสียใจ”

“...”

“ตอนที่มึงคบกับอินจอง กูก็ทำใจแล้วว่ากูจะเลิกชอบเขา พอกูตามจีบฮานึล มึงก็มาคบกับฮานึลเฉยเลย พอกูไปจีบซอนยอล มึงก็เลิกกับฮานึลแล้วมาแย่งคนของกูไป”

“แล้วทำไมเพิ่งมาบอกกู”

“กูเคยบอกมึง จำไม่ได้รึไง ตอนนั้นกูยังชี้ให้มึงดูเลยว่าฮวายงน่ารัก กูชอบเขา ซอนยอลกูก็เคยบอก กูบอกมึงหลายครั้งแล้ว แล้วมึงก็สนใจเขา เออใช่ มึงมันดังกว่าไง นักกีฬาโรงเรียน หน้าตาก็ดี ใครๆก็ต้องชอบมึงมากกว่ากู”

“...” กูเพิ่งนึกออกจริงๆว่าตอนนั้นจินยองบอกกูว่าคนนี้น่ารัก ตอนนั้นกูก็คิดว่ามันแนะนำ กูไม่ปฏิเสธว่าตอนนั้นกูก็ไม่ดี คบๆเลิกๆ เบื่อก็เปลี่ยนคนใหม่ แต่กูไม่ทันคิดว่าจินยองก็ชอบ...ตอนนั้นเรา 2 คนก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมาก กูไม่เคยสังเกตท่าทีของจินยองเลย

“มึงนั่นแหละ เคยเห็นกูเป็นเพื่อนไหม!!!

“...”

“แล้วมึงยังจะมาอ้างคำนั้นกับกูอีกหรอ มึงมองแต่ว่ากูผิดที่คบแฟนเก่ามึง แล้วมึงล่ะ แย่งคนที่กูชอบไปจากกู มึงไม่ผิดเลยใช่ไหม” จินยองยกมือขึ้นปาดน้ำตา มือของมันเปียกน้ำทะเล “ไอ่เชี่ย แสบตา!!!

...

ควายแท้ๆไม่มีวัวผสม

...

กูลุกขึ้นไปลากมันให้ลุกขึ้นมายืนแต่มันสะบัดมือทิ้งแล้วกร่นด่าไม่เลิก..ก็ถ้าดึงขึ้นไม่ได้ กูก็แบกมันขึ้นหลังนี่แหละ

“ปล่อยกู อย่ามายุ่งกับกู” มันทั้งดีดทั้งดิ้น ส่งเสียงน่ารำคาญจนกูต้องตบตูดมันไปป๊าบนึง

“ตัวก็หนัก แถมขี้โวยวายอีก น่ารำคาญชิบหาย กูให้มึงขึ้นหลังได้นี่ก็บุญแล้ว”

“กูไม่อยากขึ้นหลังมึง!

“กูไม่อยากเถียงกับคนตาบอด ไปล้างหน้าก่อนแล้วค่อยมาด่ากู”

ก็นั่นแหละ

.

.

.

ยังไงกูก็ห่วงมัน

 

 

 

 

 

เกลียด...

ไม่ต้องมาทำแสนดี

จินยองเกลียด

“โอ้ย เบาๆหน่อยครับ” แรงกดทำให้ความคิดที่กร่นด่าผู้ชายอีกคนที่เพิ่งกลับไปพังพินาศ

“ตอนต่อยกันไม่เจ็บรึไงครับ ทำแผลแค่นี้ไม่ต้องมาขอความสงสารเลยนะ” ยองแจ แฟนเก่าคนล่าสุดของคนที่จินยองบ่นนักบ่นหนาว่าเกลียด กำลังทำแผลให้อยู่บนห้องพัก กลิ่นหอมของยองแจทำให้จินยองอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย

จะว่าไปแฟนแจบอมแต่ละคนนี่มันเด็ดคนละอย่าง จริงๆนะ

เห็นว่าคนนี้นี่เด็ดเรื่องบนเตียง ไอ้แจบอมถึงได้หลงหัวปักหัวปำ

หึ...ถึงขั้นสลัดคราบคนดี แล้วต่อยเพื่อนได้แบบนี้ แปลว่า คนนี้แหละ ดวงใจมัน

.

.

.

ถ้าดวงใจของแจบอมถูกทำลายจะเป็นยังไงนะ

“แฟนเก่าใครก็ไม่รู้ ดุอย่างกับหมา”

“ก็เพื่อนใครล่ะ”

จินยองคว่ำปาก “เพื่อนไอ้มาร์ค เพื่อนไอ้แจ๊คสัน”

“แล้วพี่จินยองล่ะครับ”

“ไม่เหลือใครแล้ว” ส่งสายตาออดอ้อน ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมากุมมืออีกคนข้างแก้ม “พี่เหลือยองแจคนเดียว”

คนถูกหยอดแอบยิ้มก่อนจะหยิกแก้มที่เป็นแผลช้ำ “ไม่ต้องมาหยอดเลย ไม่หลงเชื่อหรอกน่า”

จินยองร้องโอดครวญ ไอ้เจ็บน่ะมันก็เจ็บจริงอยู่หรอก แต่ที่ร้องเว่อร์น่ะ ก็แอคติ้งล้วนๆเช่นกัน “เชื่อเถอะ ตอนนี้พี่ไม่เหลือใครแล้ว ไอ้มาร์คกับแจ๊คสันก็คงไม่เข้าข้างพี่หรอก พี่มันประวัติไม่ดี”

“หว่าย คนนิสัยไม่ดี จิ้มๆ” ไอ้ตัวแสบจิ้มนิ้วมาที่แผลฟกช้ำไม่ยัง “เมื่อก่อนก็ปากไม่ดี ผมกลัวมากเลยรู้ไหม”

คนเจ็บคว้ามือซนมาแตะไว้ที่ปาก ก่อนจะเผยอจูบเรียวนิ้วอย่างเจ้าเล่ห์ “แล้วตอนนี้ดีรึยัง” จินยองพรมจูบไล่ตั้งแต่ผ่ามือหลังมือ ข้อมือท่อนแขน หัวไหล่ ลากไล้ไปถึงซอกคอขาวๆ ยองแจหดเกร็งจนตัวงอ เผลอตัวแป๊บเดียวก็ถูกคร่อมอยู่บนเตียง จินยองบดจะรุกก็รุกแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ไอ้ตัวนุ่มนิ่มนั่นก็ว่าง่ายจนน่าประหลาดใจ คนที่อยู่ด้านบนยกยิ้มร้ายๆสรุปเอาเองในใจว่า

คงเป็น 1 ในบทเรียนที่ทำให้คนชื่อแจบอมหลงหัวปักหัวปำ

จินยองเล้าโลมยองแจจนตัวแดงไปหมด ไอ้เรื่องบนเตียงเนี่ย เขารับรองว่าเขาก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน แต่ติดตรงที่ว่า...กับผู้ชายน่ะ นี่เป็นครั้งแรก

“อืม พี่จินยอง” ยองแจครางอือตอนถูกลูบไล้ไปทั่วแผ่นอก จินยองปลดกระดุมออกอย่างใจเย็น เนื้อตัวยองแจมันนิ่มทุกส่วน เขาเหมือนหมาป่าที่กำลังจะกลืนกินลูกแกะอย่างไร้หัวใจ

เขากำลังจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนที่เขาไม่ได้รัก...อีกครั้ง

หัวใจมันด้านชาจนไม่รับรู้ความรู้สึกผิด เพราะความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาค่อยๆผันตัวเป็นคนไร้หัวใจเพราะคนที่เรียกเขาว่าเพื่อน

เพื่อนหรอ? ...น่าขำ

มันน่าขำตรงที่เขาเคยหลงระเริงกับคำๆนี้ ยิ่งแจบอมทำดีกับเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเป็นตัวร้ายในสายตาคนอื่น แจบอมไม่ได้ดีแค่กับเขาหรอก แต่แจบอมดีกับทุกคน ในทางกลับกัน แจบอมไม่ได้ใจร้ายกับทุกคน...แจบอมใจร้ายแค่กับเขาคนเดียว ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ความรู้สึกที่เสียไปมันก็เอาอะไรมาชดใช้ไม่ได้ จะกี่หมื่นดี แสนดี ก็อย่าหวังว่าจะลบรอยด่างพร้อยในจิตใจได้เลย

จินยองได้แต่ถามตัวเองว่าเขาดีสู้แจบอมไม่ได้ตรงไหน ทำไมทุกคนถึงเอาแต่มองแจบอม ทำไมเขาต้องยืนอยู่ในเงาแจบอมมาตลอด เขาเริ่มที่จะหาคำตอบให้กับตัวเองจากผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแจบอม เขาเริ่มเรียนรู้แจบอมผ่านคนเหล่านั้นขึ้นมาทีละนิดๆ...นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเป็นคนที่รู้ใจแจบอมมากที่สุด

แล้วรู้ไหม...ว่าแจบอมได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขามากแค่ไหน ทั้งสุข ทั้งทุกข์ ทั้งอิจฉา ทั้งผูกพัน ทุกอย่างมันสับสนไปหมด เขาควรจะรู้สึกกับแจบอมอย่างไรดี...?




CUT




“ผมหมดหน้าที่ยังอะพี่แจบอม” ยองแจที่นั่งแกร่วอยู่ที่ปลายเตียงยิ้มแห้งๆส่งสายตาเลิ่กลั่กๆ ซ้ายที ขวาที แล้วก็โกยเสื้อผ้าตัวเองขึ้นมากอด

“อืม หมดแล้ว ขอบใจมากนะ” แจบอมดีดตัวขึ้นไปนั่งทำท่าจะคว้ายองแจเข้ามาจูบหรือกอดนี่แหละ แต่ยองแจยกมือห้ามไว้ก่อน

“เราเลิกกันจริงๆเถอะ พี่แจบอม” ไอ้ตัวนิ่มมันว่าเสียงใส หัวเราะเอิ๊กอ๊ากจนเขางงไปหมด

“หมายความไง ก่อนหน้านี้ไม่ได้เลิกกันหรอ” จินยองพยายามพยุงตัวขึ้นมานั่งอย่างลำบาก แต่แจบอมกลับผลักให้เขาลงไปนอนอีกรอบ

“ก็เลิกกันไปแล้วไง แต่ที่ยองแจหมายถึง เลิกกอด เลิกจูบกันจริงๆสักที...ใช่ไหม?” คำอธิบายของแจบอมไม่ได้ทำให้เขาเข้าใจขึ้นมาเลยสักนิด

ยองแจยิ้มกว้างก่อนจะจัดแจงใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย “งั้นผมไปละนะ” น้องมันเอียงคอมามองอีกคนด้วย “คุยกันดีๆล่ะ”

คุยบ้าบออะไรล่ะ...

แจบอมลุกไปช่วยยกกระเป๋าให้น้อง นี่เตรียมข้าวของไว้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ ไปส่งน้องเสร็จยังมีหน้าเดินกลับมาหาเขาในห้องนอนอีก แจบอมกอดอกยืนพิงขอบประตู จ้องมองจินยองที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้า...ระรื่น

“มึงก็ออกไปด้วย กลับมาหาพ่องหรอ”

“กลับมาหามึง ไม่ได้กลับมาหาพ่อ” มันเดินมานั่งทีปลายเตียง น้ำหนักที่กดเตียงมันฮวบลงไปพร้อมกับใจของจินยอง กับอีแค่คำว่า...กลับมาหามึง เนี่ย ทำไมใจมันถึงได้แกว่งขนาดนี้นะ

“มึงไม่รู้ไงว่ากูเกลียด”

“มึงนั่นแหละที่ไม่รู้”

“เกลียดแล้วมาทำแบบนี้กับกูทำไม แก้แค้นงั้นหรอ? กูไม่จบง่ายนะเว่ย!!!” เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแต่อีกคนกลับยิ้มหน้าตาเฉยๆ แถมมันยังมีหน้ามาตบหัวเขาอีก

“โง่กว่ากูก็มึงนั่นแหละ”

“แจบอม!!!

“มึงพูดถูก ที่กูชอบเอาเหตุผลของความเป็นเพื่อนมาอ้าง”

“...”

“ต่อให้มึงทำผิดกับกูแค่ไหนกูก็ไม่โกรธ”

“...”

“ใครมันจะไปโกรธคนที่เราชอบได้วะ”

“ตอแหลสัสๆ” ด่าทั้งๆที่น้ำตามันไหลออกมาไม่หยุด

“ขอโทษที่เมื่อก่อนนี้กูทำให้มึงเสียใจ”

“มึงทำกูเสียใจแม้กระทั่งตอนนี้”

แจบอมพ่นลมหายใจหนักๆ “ก็บอกแล้วไงว่าเรื่องเมื่อกี้กูจะไม่รู้สึกผิด”

“เรื่องที่รวมหัวกับยองแจมาหลอกกูนี่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดใช่ไหม?”

“มึงเคลมแฟนเก่ากูไปตั้งกี่คน มึงยังไม่รู้สึกผิดเลย” คำพูดของแจบอมมันทำให้นึอยากจะหาอะไรมาฟาดหัว “อ้อ เมื่อกี้มึงก็เคลมแฟนเก่ากู ต่อหน้าต่อตากู รู้สึกผิดอะไรบ้างไหม?”

“...” สมองมันประมวลคำด่าไม่ทัน โมโหจนควันจะออกหู แต่อีกคนกลับทึกทักไปว่า

“ก็ไม่”

“แจบอม!

“งั้นก็ถือว่าเจ๊ากัน”

“เจ๊าพ่องงงงงงงงงงงงงงงงง” ไม่คุย จินยองจะไม่คุยกับมันแล้ว

“นี่กูเสียสละทำเพื่อมึงเลยนะเนี่ย” เป็นพระคุณเหลือเกิน “มึงจะได้ไม่ต้องเหนื่อย วิ่งตามจีบแฟนเก่ากูอีก”

“...”

“เพราะมึงคงจีบตัวเองไม่ได้”

“ตรรกะมึงนี่นะ ไม่น่าเรียนมหาวิทยาลัยได้เลย”

“จินยอง มึงอย่าเพิ่งเบี่ยงประเด็น” แจบอมทำหน้าเว้าวอน...เว้าวอนส้นตีนจินยองเนี่ย

“ประเด็นเชี่ยไร กูไม่อยาก...” พูดไม่ทันจบประโยคไอ้แจบอมก็รีบแทรกขึ้นมา

“ประเด็นก็คือกูชอบมึง”

“จะชอบกูได้ยังไง มึงไม่เคยมองกูหวานแหววขนาดนั้นเลย อย่ามาตอแหล ชอบกูได้ยังไง ชอบกูตั้งเมื่อไหร่ ฮะ!!

“ไม่รู้ว่าชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่กูเพิ่งจะมามั่นใจว่าชอบมึงก็ตอนที่กูแน่ใจว่ามึงก็ชอบกูนี่แหละ”

“ห..ห๊ะ” เคยเห็นใครมั่นหน้าเท่ามันไหมละ? “กูเนี่ยนะชอบมึง??? มึงแย่งคนที่กูชอบไป...”

“ฟังกูก่อน จินยอง” ไอ้แจบอมมันแทบจะตบปากเขาด้วยซ้ำ มือหนาตะครุบริมฝีปากเขาไว้เพราะไม่อยากให้เขาพูด “ลืมเรื่องที่นั้นไปก่อนได้ไหม ที่กูกำลังพูดคือ กูชอบมึง ช่วยอินกับกูด้วย ไอ่ซัซซซซ”

ก็ด่ากันแบบเนียะ แล้วจะเอาอารมณ์ที่ไหนไปอิน

“กูชอบมึง”

“...”

“ชอบมึงมากขึ้นทุกวัน”

“...”

“กูชอบมึงจริงๆ จินยอง”

“...”

“ให้อภัยคนที่ชอบมึงด้วย กูไม่ได้ตั้งใจ”

“...”

“ชอบมึงจริงๆ”

“...”

“ชอบนายจริงๆนะ”

พรูดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด จินยองเป่าปาก แทบสำลักน้ำลายตัวเอง “มึงอย่ามาเปลี่ยนสรรพนาม กูขนลุก” มันยิ้มอวดฟัน

“ก็ชั้นชอบนายอะ”

“อีเฮี่ยยยย ตุ๊ดชิบหายยยยยยยยยยยยยย” จินยองหวีดร้อง เอาหน้าคว่ำลงไปบนหมอน แต่แจบอมเห็นหูแดงๆนั่นก็พอจะเข้าใจ

ไม่มีอะไรมาก จินยองมันเขิน

แจบอมเขยิบตัวไปนั่งข้างๆแล้วเอนตัวนอนใกล้ๆ “จินยอง ชั้นชอบนาย”

“พอแล้ว กูอินแล้วมึง กูอินแล้ว พอเถอะ” เสียงอู้อี้ในหมอนทำให้แจบอมหยุดยิ้มไม่ได้จริงๆ

“จีนยองงงงงงงงงงงงงงงงงง”

“เอออออออออออ เจ๊ากัน” คนถูกเรียกตวัดเสียงห้วนๆ คนเรียกยิ้มค้าง กำลังจะกวนประสาทต่อ แต่ฉุกคิดขึ้นมาได้ ดึงหมอนที่รองหน้าอีกคนไว้จนหน้ากระแทกเตียง “ไอ้แจบอม!!

“เจ๊ากันเรื่องอะไร” ถามทั้งๆที่ยกหมอนค้างไว้กลางอากาศแบบนั้น

“ก็ทุกเรื่องอะ เอาหมอนมา!

“เรื่องที่กูชอบมึงอะนะ”

“อื้อ เอาหมอนมา”

“พูดก่อนว่าชอบกูเหมือนกัน”

“งั้นกูไม่เอาละหมอน กูจะไปอาบน้ำ” คนปากแข็งผลุดลุกขึ้นมานั่ง ก้าวไม่ทันพ้นเตียงก่อนทรุดลงไปนั่งอีกรอบ ไอ้คนต้นเหตุมันเดินลงมาจากเตียงมานั่งยองๆข้างๆ

“ถ้ามึงตัวเล็กกว่านี้อีกสักนิดนึง กูจะยอมให้มึงขี่หลัง” แล้วมันก็ยิ้มแบบที่มันคิดว่าตัวเองหล่อมาก “แต่ถ้ามึงเป็นแฟนกู กูจะยอมให้มึงหมดทุกอย่างเลย” จินยองมองหน้าเกร็งปากไม่ให้ยิ้มจนหน้าตึงไปหมด

“ไอ้ประโยคแบบนี้ พูดกับใครไปกี่คนแล้ว เห็นมึงพูดบ่อยจัง”

“กูก็ไม่ได้พูดบ่อย แต่เห็นมึงชอบ กูเลยพูด” แจบอมเสหน้าไปทางอื่นแล้วค่อยพูดต่อเบาๆ “ก็อยากให้มึงชอบไง”

ก็นั่นแหละ ขนาดคนพูดยังเขิน แล้วไอ้คนฟังมันจะทนได้ยังไง...ก็เลยได้แต่กดหน้าแอบยิ้มอยู่คนเดียว

“ผิดคำพูดเมื่อไหร่ กูจะล้างแค้น 7 ชั่วโคตรเลย คอยดู”

เสียใจด้วยนะแจบอม

แฟนใหม่มึงโหดมาก

...รู้ยัง?

 

 

 

 100%


Talk

ตู้ฮู๊วววววววววววว เขียนจบแหละ 5555555555 กำลังทยอยอัพฟิคที่ดองไว้ ก่อนที่มรสุมงานจะลงอีกรอบ คอมเมนท์กันเข้ามานะ ติดแทกก็ได้ #บีเนียร์หักเหลี่ยมโหด รู้สึกแทกนี้ไม่ค่อยมีใครเล่น หรือไม่ก็คงไม่ค่อยมีคนอ่าน 555  ต่อไปจะอัพเจบีแฟนบอย เพราะเจ้ยซ.ทวงบ่อยเหลือเกิน (อุ้ยลืมเซนเซ่อชื่อ) 555555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

377 ความคิดเห็น

  1. #361 กีกี้ส์ :-*) (@pokiekung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 13:58
    อู้วว หักเหลี่ยมโหดที่แท้ทรูเลยเด้ออ ตกลงว่ารักกันหรือเกลียดกันอะ? 555555
    #361
    0
  2. #343 † FuNe ~ Real † (@dekdn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 23:21
    ทั้งรักทั้งแค้น หักเหลี่ยมโหดจริงๆ 555
    #343
    0
  3. #316 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 22:19
    คือก็เหมือนจะชอบกันทั้งคู่ แต่ก็เหมือนจะแค้นกันมากกว่า 555
    ยัยแจนเปลืองตัวอะไรเบอร์นี้ล่ะลูก
    #316
    0
  4. #193 Sendou Nunny (@nunny149) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:00
    พลิคล็อคหนักม่ก
    #193
    0
  5. #188 ksd98 (@ksd98) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 19:26
    แฟนใหม่แจบอมโหดมาก5555 ตอนแรกๆก็สงสัยว่าทำไมจินยองเคลมแฟนเก่าแจบอมทุกคนเลย ที่แท้จินยองชอบก่อนหมดเลย แอบสงสารจินยอง แต่สุดท้ายก็ลงเอยกัน เง้ออ -///- ขอบคุณสำหรับฟิคงับ^^
    #188
    0
  6. #187 Freegirl Aundy (@aundy1234) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 07:56
    แงงงงง ในที่สุดก็เข้าใจกันซักที ตกลงเป็นแฟนกันแล้วโนะ
    #187
    0
  7. #186 AlIIzabeTT's (@aliizabett2) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 05:06
    ตายแล้วววววว ไอ่เราก็คิดว่านางจะหักเหลี่ยมโหดกันจริงๆ เพราะดูทะเลาะกันเป็นจริงเป็นจังมากอ่ะ แต่สุดท้ายนางก็แอบชอบกันอยู่จริงๆ แค่เอาเหตุผลเก่าๆที่นยองเคลมแฟนเก่าของพี่บีทุกคนมาอ้างก็เท่านั้นเอง สุดท้ายก็ลงเอยกันจนได้นะะะ แจ๊คแซวใหญ่แน่นอนนนน 555555555555 แล้วที่นยองบอกว่า แฟนใหม่-โหดมากนี่ท่าจะจริงงงงง5555555555 /ขอบคุณสำหรับฟิคค่าาา~><
    #186
    0
  8. #185 HENS_Eternal (@eye-hibari) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 00:54
    ไปชอบกันตอนไหนนนนนนน คือมันสะสมมานานเหรอ ละแจบอมเอาคืนหนักมาก วิธีเปลี่ยนเพื่อนเป็นแฟนโหดมาก ยอมเลย
    #185
    0
  9. #184 The-Stranger (@stranger18) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 23:02
    กรี้ดดดดดดด 10% สุดท้ายคือพีคคคคตต ม่ายก๊อดดดด เล่นงี้เลยยยย
    #184
    0
  10. #178 P.Ploy Kung (@lipaploy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 20:51
    โอ๊ยยยในที่สุดก็รักกันนนน
    #178
    0
  11. #177 dadarewicth (@inuyanan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 19:40
    เอ็นซีพาก๊าวมากกกกกก โอ้โห สามพีแบบนี้คือยอม ไม่รู้จะสงสารหรือฟินแทนเนียร์ดี ฮืออออออออ ว่าแต่แฟนใหม่ดุนะคะพี่บี ดูแลดีๆนะ ???????????????? อยากให้มีภาคต่อตอนคนอื่นรู้จักว่าสองคนนี้คบกัน โดยเฉพาะแจ็คสันกับคนชงแบบพี่มาร์คด้วย5555
    #177
    0
  12. #176 chernann (@chernann) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 19:19
    อมกกกกกก ncนี่มันสามพีชัดๆ พีคสึดยอดดด อือหือออมันอธิบายไม่ได้ค่ะคุณกิตติ แบบฟหกด้วง่ดผโืมมเปฤก้าว้กฟ้วาฟหดเาวง มันแฮปปี้~ เขินนนนน ยองแจไม่ใสจริงๆ มีการขย่มให้เนียร์ด้วย โอยยนเลือดแทบหมดตัว /)-(\ //รอตอนต่อไปนะคะ
    #176
    0
  13. #175 JJP Lover (@dle-2208) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 18:45
    ตู้วหูวววววววว ลั่น5555555555555555555 โคตรพีค โคตรฟิน น่ารักมากกกกกก เขินแรงอะ >\\\< รอติดตามเรื่องต่อๆไปน้าค้าาาาา
    #175
    0
  14. #174 Takila_ploy (@Takila_ploy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 17:34
    Omg!!! พีคมากก5555 nc คือแบบยองแจไม่ใสนาจาา5555 เป็นการบอกชอบที่เราเขิลลล5555 ถึงแม้ตอนบอกแรกๆจะแบบเราควรอินใช่ไหม5555 แต่แบบฮรืออจบแฮปปี้ เราเขิลมากตอนเปลี่ยนสรรพนาม แฟนใหม่แจบอมดุนะรู้ยังฮรือออน่าร้ากกก55555
    #174
    0
  15. #173 JB got7 (@kanokporn7113) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 17:17
    โคตรเขินกับตรรกะพี่มาร์คเลย >\\\\<
    #173
    0
  16. #172 wijiiiiiii (@wijiiiiiii) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 16:57
    คุณพระคุณเจ้า เป็นคัทที่อีรุงตุงนังมาก ไม่กล้าคิดตามว่าใครอยู่ตำแหน่งไหน (อย่ากดแบนหนูนะวมต.55555)

    คือความสัมพันธ์มันยุ่งเหยิงไปหมดตอนกระทั่งตอนบนเตียง แต่จากนี้ไปคือไม่ต้อบเจอปัญหาเพื่อนหักหลังเพื่อนแล้วนะ แจบอมต่อไปนี้อย่าเจ้าชู้นะจ๊ะ สภาพไม่เหลือดีแน่ๆเพราะแฟนใหม่โหดขนาดนั้น

    เป็นตอนที่ติดตามลุ้นอยู่นานม๊ากกกกกกกกกก กว่าจะเต็ม100% ขอบคุณที่มาต่อจนจบนะคะ
    #172
    0
  17. #170 teddy_ >O< (@hanoy2) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 10:39
    ฮือ ก๊าวใจมาก สรุปเป็นพี่บีนั่นแหละที่เป็นคนแย่ง55555555555555555555555555 แล้วจะคืนดีกันได้มั้ยเนี่ย
    #170
    0
  18. #169 Kajeabcool (@jeab-wow) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 09:56
    พลิกล็อกกกก แต่ถ้าจะให้ลงล็อกหันมาคบกันเองเลยเราเชียร์ขาดใจ
    #169
    0
  19. #168 Freegirl Aundy (@aundy1234) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 05:51
    พลิกล็อค กลายเป็นว่าแจบอมต่างหากที่หักหลังจินยอง
    #168
    0
  20. #167 The-Stranger (@stranger18) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 01:13
    กรี้ดดดดดดด บอกเลยว่าพีคมา พอมาฟังความจริงจากนยอง นี่ฟังความจากฝ่ายๆเดียวไม่ได้เลยจริงๆนะ ถ้าไม้รู้เรื่องนยอง จะไม่รู้ว่านยองบริสุทธิ์ใจ ฮอออออออออ
    #167
    0
  21. #166 HENS_Eternal (@eye-hibari) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 01:10
    แจบอมไม่รู้ใจตัวเองสักนิดเลยเหรอ ไม่เคยสังเกตเลยเหรอว่าทำไมเอาแต่ชอบคนที่จินยองสนใจ แบบนั้นเขาเรียกหึงรึเปล่า.....
    #166
    0
  22. #165 wijiiiiiii (@wijiiiiiii) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 01:02
    กรี๊ดดดดดดแมนๆต่อยกัน ฮืออออ สงสารจินยอง จากตอนแรกโกรธๆพอรู้ความจริงแล้วน้ำตาจะไหล พิจบมง้อเลย ง้อเดี๋ยวนี้ ฮืออออ
    #165
    0
  23. #164 allstao1106 (@heeminkim) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 00:33
    โอ้โฮฮฮฮฮ ถึงขั้นต่อยกันรุนแรง แงงงงงง นี่แบบชอยคนเดียวกันมาตลอดแต่จบมไม่ได้สังเกตเลยสินะ งั้นช่วยทำตามที่มาร์คบอกด้วย ทำจินยองให้เป็นของตัวเองซะ 55555555 ติดตามนะคะ รออยู่นะตอนจบ งื้อ
    #164
    0
  24. #163 chernann (@chernann) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 00:11
    พี่จบ๊มมมมมมมม ทำไมเป็นคนอย่างงี้อ่ะTT สงสารนยอง
    #163
    0
  25. #162 _106922 (@masuka704) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 16:16
    ฮืออออ
    #162
    0