รวม Short Fic #BNIOR by Humming B

ตอนที่ 5 : [SF] #เจบีแฟนบอย BNior GOT7 [ตอนพิเศษ 1stWIN] part 1 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2594
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    14 พ.ย. 58

เจบีแฟนบอย

ตอนพิเศษ 1stWIN

 

 

ว่าไงล่ะสังคม นี่เจบีคนเดิม เพิ่มเติมคือมีแฟนแล้ว

ไม่ได้เจอกัน 2 เดือน

คิดถึงอะดิ

.

.

.

 

 

เออ...กูเนี่ย คิดถึงจินยองใจจะขาดอยู่แล้ว

จินยองแมร่ง...

 

 

หาย ไป๋ เหลยยยยยยยยย T T

 

 

"ทำไมทำหน้าแบบนั้นวะ" ขอแนะนำ นี่รูมเมทกูเอง ชื่อแจ๊คสัน คุ้นๆไหมละ เออ ก็มีอยู่แจ๊คสันเดียวนั่นแหละ ประเด็นมันอยู่ตรงที่...กูย้ายมาอยู่หอเดียวกับไอ้แจ๊คสันละนะ ไม่ใช่แค่หอเดียวกัน ห้องเดียวกันเลยแหละ พอดีไอ้มาร์คมันย้ายออกไปอยู่คอนโดพ่อมัน ทิ้งเพื่อนรักเอาไว้กลางทาง ค่าชงค่าเช่านี่ก็ไม่ใช่ถูกๆ กูสงสารหรอก ก็เลยมาหารค่าเช่าแทน

 

 

จิตใจดีขนาดไหน สำนึกซะบ้างนะเพื่อน อย่าได้ไปนินทาว่ากูไม่มีจะกินจนถึงขั้นย้ายหอมาอยู่กับเพื่อนเลย...ถึงมันจะเป็นความจริงก็ตาม

 

 

"คิดอะไรอยู่วะ เพื่อนถาม ไม่ตอบ" มาร์ค อดีตเจ้าของห้องที่มานอนค้างอยู่บ่อยๆ คอนโดตัวเองมีไม่นอน นี่ก็งงว่าจะย้ายออกทำไม?

 

 

"ทำหน้าหมาหงอยเงียะ คิดอยู่เรื่องเดียว" ไอ้รูมเมทมันเบะปากส่งลูกหูลูกตาหาเพื่อนรักมันทันที

 

 

"คิดถึงแฟน!!!!!" จ้า....เรื่องล้อเลียนกูนี่งานอดิเรกพวกมึงตั้งแต่เมื่อไหร่ ไอ้พวกเวร

 

 

คนหล่ออย่างกูได้แต่ถอนหายใจหนักๆ บ่นแบบปลงๆ "พวกไม่มีแฟนแมร่งไม่เข้าใจหรอก" ก็เสแสร้งแกล้งปลงไปงั้นแหละ จริงๆคือกำลังเยาะเย้ยอยู่ หว่ายยยยย ไอ่พวกไม่มีใครเอา ~

 

 

ไอ้มาร์คที่กำลังหัวเราะเป็นม้าถึงขั้นสำลัก มันจ้องกูตาเขียวปั๊ด ไม่บอกก็รู้ว่าหมั่นไส้กูขนาดไหน ก็ช่วยไม่ได้ล่ะน้า~ หน้าตาดีแต่ไม่มีวาสนา น่าเสียดาย น่าเสียดาย...

 

 

"มีแฟนแต่แฟนไม่รัก ทำไมกูจะไม่เข้าใจ"

 

 

"Knock out!!!" เหมือนถูกไอ้มาร์คเหยียบหน้าแล้วถูกแจ๊คสันกระทืบซ้ำ ขอยืนยันคำเดิม...ไอ้พวกเวร!!!

 

 

"บางทีกูก็คิดนะ ถ้าเอาเวลาที่เถียงกับพวกมึงไปทำอย่างอื่นมันน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่านี้"

 

 

“เช่นคิดถึงแฟน” วกกลับมาหาส้นตีนกูหรอ ไอ้สั้น

 

 

"โถ...น่าสมเพช" ขอบใจมาร์คมาก คราวหลังไม่ต้อง

 

 

"ทักแชทไปดิ เฟสไทม์ก็ได้"

 

 

“เขาไม่ตอบอะมึง ให้กูทำไงล่ะ”

 

 

“ก็ไปหาสิวะ”

 

 

“ยามที่ตึกจะเตะตูดกูออกมาแล้วเนี่ย”

 

 

“ไม่รู้ดิ” ไอ้มาร์คมานิ่งๆ “แต่ถ้าเป็นกูนะ...กูจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เจอคนที่กูรัก” สีหน้าจริงจังจนกูไม่อยากขยับปากเถียง “มึงคิดว่าคนทั่วไปจะมีโอกาสเหมือนมึงไหมละ กว่าจะได้มา รักษาไว้ให้ดีสิ”

 

 

ก็จริงของมัน...

 

 

“เรื่องง่ายๆนี่โง่นักนะมึงเนี่ย เป็นประธานสโมได้ไง เดี๋ยวกูแจ้งสคช.ซะเลย” ให้เวลากูซึ้งกับคำพูดมึงซัก 1 นาทีไม่ได้หรอมาร์ค

 

 

“สคช.นี่อะไรวะ กูรู้จักแต่ คส.....” ไอ้แจ๊คยังถามไม่จบ มาร์คก็รีบแทรกประโยคขึ้นมาทันที

 

 

“สิงโต ควาย ช้าง มั้ง ไอ้ห่า มึงอย่าเอาตรงๆสิ เดี๋ยวก็โดนเรียกไปปรับทัศนคติหรอก”

 

 

“พอเลยๆๆ พวกมึงอะ...” ไอ้มาร์คกับคู่หูมันยกมือขึ้นยอมพักรบ ไอ้เด็กฮ่องกงนั่นมองหน้ากูนิ่ง ราวกับถามว่าจะเอาไงต่อ แต่คงไม่ทันใจมันมั้ง มันถึงได้เอาเท้ามาสะกิด

 

 

“ว่าไงๆ ไปหาไหม คืนนี้เลย เดี๋ยวกูไปเป็นเพื่อน”

 

 

“ยุ่ง” ไอ้มาร์คพูดพลางตบหัวเพื่อนรัก

 

 

“นี่กูหวังดีนะเนี่ย”

 

 

“เออ..ขอบใจ” ไอ้คู่หูนั่นหันมามองเป็นสายตาเดียว “ทั้งมึงทั้งไอ้มาร์คแหละ” แล้วมันก็ยิ้ม “แต่เอาไว้อาทิตย์หน้าแล้วกัน สิวกูขึ้น 2 เม็ดเนี่ย รอให้มันยุบก่อน”

 

 

“โว้ยยยยยย!!!

ประสานเสียงกันโวยวายขนาดนี้ นี่ตกลงว่ากูหรือพวกมันที่คิดถึงแฟนกันแน่...

ฮะ?

.

.

.

 

 

 

“หวั่น ทู๊ ถรี่ โฟ๊...” เสียงนับจังหวะสลับกับเสียงพื้นรองเท้าลากอาดไปกับพื้นดังเอี้ยดอ๊าด “ไฝว่ ซิก เสเว๊น เอ๊ดจ์” พี่นัมยองตวัดแขนพลางมองร่างอีกคนในกระจกเงา “เอาใหม่ ตรงนี้ต้องเร็วกว่านี้นะ จูเนียร์”

 

 

“ครับ” ร่างเล็กพ่นลมหายใจออกปากยาวๆ เรียวนิ้วไล้ชายผมตวัดเอาหยาดเหงื่อที่เปียกชื้นให้พ้นทาง “พร้อมแล้วครับ” พี่นัมยองพยักหน้ารับ ก่อนจะปรบมือไกด์จังหวะให้นักร้องคนดัง

 

 

จินยองวาดขาตามเสต็ป โยกย้ายเรือนร่างอ่อนช้อยแต่แข็งแรง นัยน์ตาคมจ้องมองท่วงท่าของตัวเองในกระจกอย่างเอาจริงเอาจัง ลิ้นเล็กแลบเลียริมฝีปากอย่างลืมตัว...เขาเผลอยั่วยวนคนในห้องนี้อีกแล้ว

 

 

“อา...สักวันหนึ่งฉันจะต้องเป็นบ้าเพราะเขาแน่ๆ” สต๊าฟสาวคนหนึ่งเอ่ยแซวเบาๆ แต่มันก็ดังพอทีเขาจะได้ยิน

 

 

“ช้าไป เอาใหม่” ครูสอนเต้นคนเดิมเบรกจังหวะ จินยองค้างท่าเต้นเอาไว้ ก่อนจะลดมือลงยืนสำรวมเป็นปกติ “พักก่อนไหม นายดูเหนื่อยๆนะ” เขาแทบไม่มีแรงตอบเลยด้วยซ้ำ จินยองยิ้มแห้งๆให้พลางรับขวดน้ำที่สต๊าฟส่งให้

 

 

“จูเนียร์” ชเวเมเนเจอร์เปิดประตูเข้ามา ตอนที่เขากำลังดื่มน้ำพอดี จินยองเลือกไม่ถูกว่าจะโค้งตัวทักทาย หรือกินน้ำต่อดี ท่าทางก็เลยดูเงอะๆงะๆไปหน่อย เมเนเจอร์ของเขาก็เลยเดินมาตบไหล่เป็นเชิงว่าไม่เป็นไร “ออกมาพักข้างนอกไหมละ?” ถึงมันจะดูเป็นประโยคเชิญชวน แต่อันที่จริงแล้ว...ฟังยังไงมันก็เป็นประโยคคำสั่งมากกว่า บางที ชเว ยองแจ อาจจะมีเรื่องที่อยากจะคุยกับเขาก็ได้

 

 

จินยองเดินตามออกไปจนสุดทางเดิน ชเวเมเนเจอร์ยกนิ้วขึ้นเกาคิ้วทำสีหน้าประหลาดๆพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่าง “ไอ้เจ้าบ้านั่น...”

 

 

แค่คำเกริ่นเขาก็รู้แล้วว่าหมายถึงใคร จินยองแอบขยับรอยยิ้มรอฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

 

“มันวิ่งมาทุบกระจกรถฉันตรงแยกไฟแดง หัวใจฉันแทบวายเลย รู้ไหม?”

 

 

“คิๆ...เขาว่าไงหรอครับ”

 

 

“มันบอกว่า คิดถึงนายน่ะ ให้นายตอบแชทมันบ้าง” จินยองยกยิ้ม กลอกตาไปมา เมื่อนึกถึงโทรศัพท์ตัวเองที่ถูกคนตรงหน้ายึดเอาไว้ “แล้วมันก็เอาถุงเนี่ยแขวนไว้ที่กระจกมองข้าง ประสาทมาก ให้ตายเถอะ” ชเว ยองแจ พูดแบบหัวเสียเล็กน้อย ก่อนจะยื่นถุงร้านสะดวกซื้อชื่อดังมาให้ มือเล็กยื่นไปรับอย่างลังเล

 

 

ปกติเมเนเจอร์เขาไม่ให้รับของที่แฟนๆส่งให้ไม่ใช่หรอ?

 

 

อ่อ...ก็นี่แฟนนี่เนอะ คงจะเป็นข้อยกเว้น :)

 

 

ในถุงพลาสติกมีแซนด์วิชกับนมพร้อมกับโพสอิทที่เขียนไว้ด้วยลายมือยุ่งๆ ไม่อ้วนหรอก เช็คแคลอรี่แล้ว นั่นมันทำให้เขากลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่จริงๆ ไม่มีข้อความอะไรนอกจากนี้ มีเพียงวัตถุแข็งๆอีกอย่างที่ก้นถุง เป็นกล่องเล็กๆที่เขาต้องเปิดดู จินยองหัวเราะเมื่อพบว่ามันคืออะไร...

 

 

โมเดลบาร์ท ซิมป์สัน

ที่เจบีเคยบอกว่าชอบมากกว่าเขานั่นแหละ

 

 

“ที่รับไว้ให้เพราะเห็นว่านายเหนื่อยหรอกนะ” ชเวเมเนเจอร์พูดพลางลดระดับสายตาไปที่พื้น “ข้อเท้านายดีรึยัง?”

 

 

“อา...ก็ดีขึ้นแล้วครับ แต่ก็มีปวดๆบ้าง ทำให้เต้นตามจังหวะไม่ค่อยทัน”

 

 

“ระวังตัวด้วยนะ อย่าให้บาดเจ็บมากไปกว่านี้ อีก 2 อาทิตย์จะคัมแบ๊คแล้ว” ยองแจมองสภาพเด็กในสังกัดตัวเองอย่างปลงๆ ก่อนจะเอ่ยปากถาม “จะเอาอะไรไหม?”

 

 

“ครับ?...เอ่อ ไม่ครับ” จินยองได้แต่ยิ้มง่อยๆ จนเมเนเจอร์เริ่มรำคาญ

 

 

“โทรศัพท์น่ะไม่เอาใช่ไหม?”

 

 

“ต...แต่ว่า...” ก็ไหนบอกว่าจนกว่าคัมแบ๊คเสตจถึงจะยอมคืนมือถือให้ไง

 

 

“ให้ครั้งนี้ครั้งเดียว บอกไอ้บ้านั่นด้วยว่า อย่าเล่นอะไรแผลงๆอีก” ยองแจเบะปากอย่างหมั่นไส้ เขาไม่ได้บอกจินยองหรอกว่าไอ้บ้านั่นที่เขาว่าน่ะ...มันตามมาหน้าตึกบริษัทด้วย

 

 

“ขอบคุณครับ” จินยองโค้งตัวหน้าแทบจะทิ่มพื้น รอจนอีกคนเดินออกไปลับตาจึงกดเปิดเครื่อง เขาใช้เวลาอยู่นานกว่าเครื่องจะหยุดแจ้งเตือน 75 ข้อความ จาก คุณแฟนบอยทุกช่องทางแชทถูกโจมตีอย่างกระหน่ำโดยผู้ชายคนเดิม จินยองยิ้มกว้าง ก่อนจะจรดหน้าผากกับหน้าจอ

 

 

คิดถึงพี่เจบีมากๆเลยครับ...

 

 

ข้อความน่ะเอาไว้ก่อน ตอนนี้เขาควรจะกดโทรหาใครบางคนที่กระหน่ำข้อความมาหาเขามากกว่า นิ้วเรียวจิ้มจึกไปที่ปุ่มโทรออก รอไม่กี่อึดใจคนทางปลายสายก็รีบรับสายทันที

 

 

“ผมต้องตาฝาดไปแน่ๆ ที่นั่นที่ไหน ใช่ที่รักของผมหรือเปล่า” ไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดแม้แต่น้อย

 

 

“หืมมม ที่รักเลยหรอ คิๆๆ” สาบานว่าเขินจนตัวแทบระเบิด แต่ก็ทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน จินยองเอาหัวพิงกระจก นิ้วเรียวเขี่ยบานกระจกอย่างขวยเขิน

 

 

“ใจร้ายจังเลยนะ ปล่อยให้พี่คิดถึงเราแทบบ้าได้ไง”

 

 

“ไม่คิดถึงผม รุ่นพี่ก็บ้าอยู่แล้วน่า” นึกถึงตอนที่ชเวเมเนเจอร์บ่นแล้วก็อดขำไม่ได้ คนอย่างพี่เจบีน่ะ ไม่น่าจะแค่ทุบกระจกรถหรอก น่าจะยืนว๊ากอยู่กลางไฟแดงมากกว่า ไม่งั้นเมเนจะได้ยินได้ไง ทั้งที่ไม่เปิดกระจกรถ...ก็ถ้าเปิดกระจกรถ พี่เจบีจะแขวนไว้ที่กระจกมองข้างทำไม ตอนนั้นคงจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงน่าดู 2 คนนี้ไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไหร่ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

 

 

“เดี๋ยวนี้กลายเป็นรุ่นพี่เฉยๆแล้วสินะ ใช่ซี๊”

 

 

“โอ๋ๆ พิแจบม อย่าโกรธเลยนะ ผมผิดไปแล้ว”

 

 

“ไม่หายง่ายๆหรอก จำไว้”

 

 

“คิดถึงนะ..”

 

 

“หืม?”

 

 

“จินยองคิดถึงพิแจบมมากๆเลยครับ” คิดถึงจนจะร้องไห้ ไม่อยากแค่ได้ยินเสียงเลย

 

 

“โอเค หายแล้ว” คำพูดสั้นๆทำให้ผมยิ้มอีกรอบ อยากเห็นหน้าพี่เจบีตอนพูดคำนี้จัง

 

 

“ไม่ได้พูดให้หายสักหน่อย ก็แค่คิดถึงจริงๆ”

 

 

“จะเอาอะไร? พูดแบบนี้จะเอาอะไรครับ?” น้ำเสียงของพี่เจบีอบอุ่น คิดถึง คิดถึงเหลือเกิน

 

 

“อย่าเปลี่ยนใจไปจากผมก็พอ” จินยองพูดเสียงแผ่ว สายตามองทอดออกไปข้างนอก สายฝนตกโปรยปราย อากาศเย็นชื้นจนกระจกขึ้นฝ้าเต็มไปหมด มือนิ่มดึงแขนเสื้อขึ้นเช็ดกระจกจนมองเห็นวิวข้างนอก

 

 

“จะไปไหนได้ล่ะ ไปไม่รอดแล้ว ไม่รู้รึไง” เสียงตอบกลับของพี่เจบีแผ่วเบาเหมือนมากระซิบข้างหู “อยู่ที่บริษัทรึเปล่าตอนนี้”

 

 

“อยู่ครับ ตอนนี้กำลังพักอยู่”

 

 

“พี่อยู่หน้าตึกนะ มาหาหน่อยไม่ได้หรอ”

 

 

“ห๊ะ...มาทำไมครับ กลับไปเถอะ ผมลงไปหาไม่ได้หรอก ฝนตกด้วย ระวังจะไม่...” ริมฝีปากแดงชะงัก เมื่อสายตาสะดุดกับอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างล่าง

 

 

ใครบางคนที่ยืนกลางร่มอยู่กลางสายฝน มันคงไม่สะดุดตาเท่าไหร่นัก ถ้าร่มนั่นขนาดเท่ากับที่มนุษย์มนาทั่วไปเขาถือกัน จินยองมองไม่เห็นหรอกว่าใครยืนอยู่ใต้ร่มนั่น แต่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร  “ระวังจะไม่สบายนะครับ พี่เจบี”

 

 

ร่มสีแดงสดตัดกับตัวอักษรสกรีนสีขาว มันเขียนว่า...สู้ๆนะครับ จินยอง

จะมีใครสักกี่คนล่ะที่เรียกชื่อจริงของเขา

นอกจากแฟนของเขาไง :)

 

 

“เห็นแล้วใช่ไหม กำลังมองลงมาอยู่ใช่ไหม”

 

 

“ครับ ผมเห็นแล้ว”

 

 

“พี่จะไม่มองขึ้นไปแล้วกัน เดี๋ยวแฟนคลับคนอื่นจะเห็น”

 

 

“ลงทุนมากไปปะเนี่ย คุณแฟนบอย”

 

 

“แค่นี้เอง มากกว่านี้ผมก็เคยทำ คุณไม่รู้หรอ” นี่เขาฉีกยิ้มจนแก้มจะฉีกอยู่แล้วนะ พี่เจบีไม่เห็นใจเขาเลย “คืนนี้กลับคอนโดไหมครับ หรือว่านอนที่บริษัทอีก”

 

 

“กลับครับ แต่ไม่รู้ว่ากี่โมง คงจะเกือบเช้าเลย”

 

 

“คืนนี้พี่ไปหาที่คอนโดนะ”

 

 

“งื้อออ แต่ผมยังไม่รู้เลยนะว่าจะกลับกี่โมง พี่อย่ารอเลย”

 

 

“เนี่ย อากาศก็หน๊าวหนาว พี่ไม่ได้เอาแจ๊กเก๊ตมาด้วย”

 

 

“...”

 

 

“ถ้าต้องยืนรอนานๆ พรุ่งนี้ต้องไม่สบายแน่ๆเลย”

 

 

“...”

 

 

“เนอะ” มัดมือชกชัดๆเลย พี่แจบอมเนี่ยนะ

 

 

“อีก 2 ชั่วโมงแล้วกันนะ ไปหาที่อุ่นๆอยู่เลยไป”

 

 

“สัญญาแล้วนะ”

 

 

“ค๊าบบบบ”

 

 

“น่ารักที่สุดเลย แฟนใครเนี่ย”

 

 

“แฟนพิแจบมไง แบร่ ไปซ้อมเต้นแล่ว บ๊ายบายนะ”

 

 

“บ๊ายบายครับ เดี๋ยวเจอกัน” เจบีกดวางสายแล้วยิ้มให้กับโทรศัพท์ โดยลืมไปว่า...เขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้คนเดียว

 

 

.

.

.

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 นาทีก่อน

 

 

“มึงคิดจริงๆหรอว่าไอ้หน้าติ๋มนั่นจะอนุญาตให้แฟนมึงใช้โทรศัพท์” แจ๊คสันที่ขอติดสอยห้อยตามมาด้วยความเผือกล้วนๆถาม เจบีไม่ตอบ ไม่แน่ใจว่ามันขี้เกียจตอบคำถามเดิมๆของรูมเมทมัน หรือว่าหูดับไปแล้ว สภาพมันตอนนี้คือ กำลังถ่างตาจ้องหน้าจอโทรศัพท์แบบเอาเป็นเอาตาย นี่มันคิดจะส่งกระแสจิตผ่านมือถือจริงๆหรอวะ

 

 

“กูว่า...น่าจะยอมว่ะ สร้างความรำคาญให้มันขนาดนั้น” คนหน้าหล่อหัวเราะร่า ที่มันยอมตามมาถึงนี่ก็เพราะรอดูอะไรสนุกๆล้วนๆเลยนะ นึกถึงตอนที่ไอ้เจบีมันไปยืนแหกปากใส่โทรโข่งอยู่ตรงไฟแดงแล้วก็ยังขำไม่หาย หน้าเมเนเจอร์ในรถคือ...ช็อคไปแล้ว 

 

 

อย่าว่าแต่เมเนหน้าติ๋มนั่นช็อคเลย แจ๊คสันกับมาร์คก็ช็อคเถอะไม่คิดว่ามันจะเอาจริง...ไอ้บ้านี่ยุง่ายชะมัด

 

 

“แล้วเนี่ย มึงแน่ใจนะว่าถ้าไปยืนกางร่มหน้าตึกแบบนี้ เขาจะไม่ด่าเอาอะ” ไอ้เด็กฮ่องกงยังคงบ่นไม่เลิก มันเอาเท้าเตะร่มร้านคุณป้าขายไก่ที่ไปขอยืมมาเพื่อติดสติ๊กเกอร์สีขาวให้กำลังใจคนบนตึก คุณคงนึกภาพออกนะ ร่มที่กางออกมาคลุมร้านมิดอะ มันใหญ่ขนาดไหน แล้วรีบกันเหลือเกิน หยิบมาแต่ร่ม แต่ไม่ได้เอาฐานใส่ร่มมา....ควายล้วนๆไม่มีวัวผสม “พรุ่งนี้รูปพวกเราคงว่อนในโซเชียลอะ ไอ้บ้าสามตัวกับร่มยักษ์ เขาคงนึกว่าเรามาประท้วงกัน”

 

 

“กลัวอะไรล่ะ มึงก็ใส่หมวกกับผ้าปิดปากอยู่ ไม่มีใครจำหน้าได้หรอก” มาร์คหัวเราะอีกครั้งเมื่อมองสารรูปเพื่อนกับตัวเองตอนนี้ แก๊งชายชุดดำกับผ้าปิดปาก 555 “เนอะ เจบี ไม่มีใครจำเราได้หรอก”

 

 

คนถูกแขวะหันมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการด่าทอ ก่อนจะชูนิ้วกลางให้แทนคำตอบ

 

 

“นี่กูกลายเป็นติ่งแบบพิแจบมไปแล้วหรอเนี่ย” แจ๊คสันล้อเลียนก่อนจะหันไปหัวเราะใส่หน้าอดีตรูมเมท ที่รอแทกมืออย่างสะใจ

 

 

“เหยดแหม่ โทสับกู!!!” จู่ๆไอ้เจบีก็ร้องลั่นจนคนรอบข้างหันมามองเป็นสายตาเดียว มาร์ครีบดึงฮู๊ดขึ้นมาปิดหน้าปิดตาพร้อมกับขยับผ้าปิดปากให้เข้าที่ “ร่มๆๆ มึงกางเลยๆๆๆๆ” แล้วแมร่งจะเสียงสั่นทำไม เพื่อนฝูงแตกตื่นตามมึงเลยเนี่ยเห็นไหม ไอ้ท่านประธาน

 

 

แจ๊คสันรีบกางร่มเร็วไปนิด ปีกร่มเลยเสยคาง ข่วนเป็นทาง มันบ่นเป็นภาษาแมนดารินว่าอะไรไม่รู้ ดันเป็นจังหวะเดียวกับที่ลมฝนพัดมาพอดี ร่มที่กางจนสุดคันเลยถูกพัดไปตามทิศทางลม เดือดร้อนให้มาร์ควิ่งตามเก็บร่มแทบไม่ทัน แจ๊คสันวิ่งตามจนหมวกเกือบปลิว ถึงฝนจะตกไม่หนักมากก็เถอะ แต่การวิ่งตากฝนเกือบ 5 เมตรนั่นก็เล่นเอาตัวเปียกปอนไปหมด...ผิดกับไอ้เจ้าภาพงานที่ยืนคุยโทรศัพท์งุ้งงิ้งกับแฟนจนน่าถีบ

 

 

“พวกเรากำลังทำอะไรอยู่วะ” แจ๊คสันถามตอนที่ยืนประคองร่มอยู่หน้าตึกคนละข้างกับมาร์ค ท่ามกลางสายตาประหลาดๆของคนรอบๆที่ส่งมา น้ำฝนที่ปีกร่มตอนนี้ไหลมาถึงรักแร้มาร์คแล้ว มาร์คหันไปมองไอ้ท่านประธานที่ยืนกอดเสาร่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้คนปลายสาย...เมื่อไหร่จะคุยเสร็จสักที พ่อมึงมาโน่นแล้ว ซีเคียวริตี้ฟีเชอริ่งกระบองไง

 

 

“ขอ 5 นาทีครับ มากกว่านี้ผมตื้บมันเอง” มาร์คต่อรองเสียงอู้อี้ เพราะพูดผ่านหน้ากากไม่ถนัด

 

 

“น่ารักที่สุดเลย แฟนใครเนี่ย” เจบี นี่มึงมีเสียงสองด้วยหรอ โอ้โหหห กับเพื่อนกับฝูงนี่ไม่เคยเลยนะ อย่าว่าแต่มาร์คเลยที่หมั่นไส้ ไอ้แจ๊คสันยังเบ้หน้าใส่เลย “บ๊ายบายครับ เดี๋ยวเจอกัน”

 

 

“กินน้ำหน่อยไหมล่ะ” แจ๊คสันที่ยืนมองเพื่อนอยู่สักพักเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “ยิ้มจนเหงือกแห้งแล้วมั้งน่ะ” อยู่ดีไม่ว่าดี ไปแซวเรื่องเหงือกเพื่อน เดี๋ยวมึงโดนตัดงบภาคแน่...”กูล้อเล่น” ดีว่ามันพลิกลิ้นทันก่อน ไอ้ท่านประธานเลยได้แต่ส่งสายคาดโทษ

 

 

“เห็นกับที่พวกมึงอุตส่าห์ช่วยกูหรอกนะ” เจบีจิ๊ปากในลำคอ “ขอบใจมาก” พูดพร้อมๆกับช่วยกันยกร่มไปหลบใต้ตึกตรงข้ามบริษัท

 

 

“แล้วนี่มึงจะไปไหนต่อ” มาร์คพูดพลางค่อยๆประคองร่มให้หุบลง สายตาก็คอยแอบสังเกตท่าทางเพื่อนแบบไม่วางตา ไอ้ท่านประธานขยับรอยยิ้มไร้ซึ่งคำตอบใดๆ มาร์คยักไหล่ให้กับความท่ามาก  ให้ตายเขาก็ไม่ชินกับความขี้เก๊กของมันสักที แต่อย่างน้อยเขาก็สบายใจที่เพื่อนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง...หลังจากแห้งเหี่ยวมานาน

 

 

 3:20 น.

“วันนี้ขอบคุณมากๆนะครับ ฮยอง” จินยองโค้งหัวเกือบจะ 90 องศา ชเวเมเนเจอร์โบกมือปัดๆ ก่อนจะกำชับอีกครั้ง

 

 

“พรุ่งนี้ 6 โมงเช้า ฉันจะมารับนะ อย่าลืมกินยาแก้ปวดด้วยล่ะ” คนฟังรีบพยักหน้าหงึกหงัก เขาถอนหายใจยาว มองดูคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง “แล้วก็รีบๆเข้านอนด้วยล่ะ”

 

 

“ครับ กลับบ้านดีๆนะครับ” ปาร์ค จินยองโบกมือลาก่อนจะปิดประตูห้อง เขายืนนิ่งเอาหลังพิงประตูท่ามกลางความมืด ไม่กี่อึดใจเสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นจากข้างนอก ริมฝีปากบางขยับรอยยิ้ม รอจนแน่ใจแล้วว่าคนที่มาส่งได้เดินพ้นออกไปจากชั้นนี้แล้ว มือบางขยับลูกบิดประตู เอนศรีษะตามแผ่นไม้ที่ถูกเปิดออกมา

ทางสะดวก...

 

 

ร่างเพรียวคว้าหมวกกับเสื้อโค๊ทที่แขวนหน้าประตูขึ้นสวม ก่อนจะดึงปีกหมวกลงมาจนเกือบจรดจมูก ไม่ลืมที่จะล็อคห้องก่อนเดินออกไป เขาทำทีเหมือนว่าจะเดินออกไปซื้อของร้านสะดวกซื้อ แต่อันที่จริงแล้ว...

 

 

“รอนานไหมครับ” จินยองเอ่ยเสียงใสตอนที่หย่อนก้นลงนั่งข้างๆใครบางคนที่นั่งซดรามยอนรอ

 

 

“สองเดือนอะครับ คิดว่านานไหม?” คนที่นั่งอยู่ก่อน เอ่ยแซวทีเล่นทีจริง คนมาช้าเลยเบะปากทำหน้าง้ำงอ

 

 

“ผมขอโทษ...”

 

 

“ไม่หายง่ายๆหรอกนะ” แจบอมเบือนหน้ามามองนิดหน่อย จินยองไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าโกรธจริงรึเปล่า เพราะนอกจากตาของพิแจบมแล้ว เขาก็มองไม่เห็นอะไรอีกเลย แจบอมเป็นคนรอบคอบเสมอ เขามักจะพรางหน้าพรางตัวมาพบจินยองตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน

 

 

“ทำยังไงพี่ถึงจะหายโกรธเล่า”

 

 

พี่แจบอมไม่ตอบในทันที เขาแค่หมุนเก้าอี้หันมาทั้งตัว มองจินยองนิ่งๆแล้วก็กางแขนออก “กอดพี่สิ”

 

 

จินยองหลุดยิ้มออกมา มองรุ่นพี่จอมโหดที่ชอบทำให้เขาประหลาดใจอยู่เรื่อย “ผู้ชายสองคนกอดกันในที่สาธารณะ ไม่แปลกไปหน่อยหรอพี่” ปากก็บ่น แต่ขาน่ะก้าวลงจากเก้าอี้มายืนประชิดต่อหน้าอีกคนแล้ว จินยองสวมกอดคนตรงหน้าหลวมๆ เพราะติดที่ปีกหมวกของแจบอมมันทิ่มพุงอยู่ อิมแจบอมเสยหมวกตัวเองให้พ้นทางก่อนจะกดหน้าแนบลำตัว กระชับกอดด้วยด้วยความรู้สึกที่พรั่งพรูจนเกินกว่าจะบรรยาย

 

 

“ใครสนล่ะ มีปัญหามากจะจับปั่นจิ้งหรีดให้ดู” อิมแจบอมบ่นเสียงงึมงำๆ แต่จินยองก็ได้ยินอยู่ดี ร่างเล็กยิ้มจนตีนกาขึ้นเป็นหนวดแมว แจบอมถูหน้าไปมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาคุยด้วย “ผอมลงรึเปล่า เอวคอดกว่าเดิมอีกนะ”

 

 

“ไม่หรอกมั้ง น้ำหนักเท่าเดิมนะ”

 

 

“แต่เอวเล็กลง พี่กอดประจำทำไมจะไม่รู้” รุ่นพี่พูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่หน้าจินยองนี่ร้อนไปหมด นิดหน่อยก็เขิน ไม่ชินสักทีน่า...

 

 

“งั้นผมจะกินให้มากขึ้นแล้วกัน” จินยองคลายมือที่คล้องคอแจบอมออก ก่อนจะเลื่อนมันมาหยิกแก้ม ไม่สิ ผ้าปิดปากต่างหาก

 

 

“ไม่ต้องหรอก” รุ่นพี่พูดพร้อมกับเอามือมาจับข้อมือจินยอง “S-Body พี่ชอบ” ความหื่นนี่พุ่งออกตาเลยนะพี่...เอาเถอะ ถ้าพี่ว่าดี ผมก็ว่าดี....

 

 

“ขึ้นห้องไหมล่ะ” คำถามใสๆ ไร้มลพิษ แต่ไม่รู้คนอื่นเขาจะคิดไปไกลรึเปล่านะ...? “หนาว” จินยองคลี่ยิ้ม

 

 

“ห้ามไปพูดแบบนี้กับผู้ชายคนอื่นนะ” อิมแจบอมกลั้วหัวเราะ ก่อนจะลุกขึ้นมามะเหงกใส่ไอ้ตัวแสบ “แฟนคุณขี้หึงนะ รู้ยัง?”

 

 

“ถ้าหึงมาก...” มือนิ่มดึงมือหยาบเข้าไปซุกในกระเป๋าเสื้อโค๊ท “ก็อย่าปล่อยมือผมนะ” แจบอมยิ้มกว้างก่อนจะกระชับมือเล็กๆนั่น

 

 

ปล่อยก็โง่แล้ว...

 

 

3:40 น.

อิมแจบอมเดินวนรอบห้องเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เอาจริงๆก็วางตัวไม่ถูกเหมือนกันแฮะ ไม่เคยขึ้นมาห้องจินยองมาก่อนเลย ถึงจะเป็นห้องแฟนตัวเองก็เถอะ

แต่ก็อย่าลืมไปว่า...

เจบี = ติ่ง

 

 

#น้ำตาจะไหล #ร้องไห้หนักมาก

นี่กูต้องแทกอะไรอีก พูดมา

 

 

เรื่องของเรื่อง จินยองมีห้องนึงที่เอาไว้เก็บของขวัญที่ได้จากแฟนคลับ คือจินยองเก็บดีมากเลย วางไว้ในตู้โชว์ ชั้นวางของ และที่สำคัญ ของที่เคยเอาให้จินยองนั้น อยู่บนตู้โชว์นั้นด้วย ไม่อยากจะเชื่อว่าบอร์ดข้อความที่เคยเอาให้จินยองเมื่อ 2 ปีก่อน จะยังอยู่ในสภาพที่ดีเช่นนี้ พวกแฟนอาร์ทหรือตุ๊กตา จินยองก็เก็บไว้หมด แม้กระทั่งจดหมาย

 

 

เจบีแอบเปิดอ่านดูก็พบว่ามีของตัวเองอยู่ประมาณ 5-6 ฉบับ เอาจริงๆก็เกือบลืมไปแล้วว่าเคยเขียนอะไรเลี่ยนๆแบบนี้ให้จินยองด้วยหรอ 5555 แต่จะไม่บอกหรอกนะ ว่าเขียนอะไรลงไป...ความลับน่ะ

 

 

จินยองเข้าไปอาบน้ำได้สักพักใหญ่ๆ บอกเจบีว่าให้ทำตัวตามสบาย เขาก็เลยได้แต่ก้มๆเงยๆมองโน่นมองนี่ไปเรื่อย ห้องจินยองไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็มีหลายห้องเหมือนกัน ก็มีห้องรับแขก ห้องเก็บของที่เพิ่งไปส่องมา ห้องครัวเล็กๆ แล้วก็มีห้องน้ำที่อยู่ติดกับห้องนอน ถ้ามองออกไปจากห้องรับแขกก็จะมีระเบียงเล็กๆพอที่จะยืนได้ประมาณ 3 คน มานึกๆดูแล้ว ถ้าไม่นับพวกของขวัญที่แฟนคลับให้มา ก็คงดูไม่ออกเลยนะว่านี่เป็นห้องของคนดัง

มันขาดอะไรไปสักอย่างนะ...

 

 

“มาแล้วครับ” จินยองเปิดประตูออกมาจากห้องนอน กลิ่นสบู่หอมๆลอยมาพร้อมกับเจ้าตัว ร่างเล็กผิวซีดกว่าปกติประมาณ 3 เท่า ยิ่งขับปากแดงๆให้ดูเด่น เส้นผมสีดำที่เปียกลู่ไปบนหน้าตัดกับผ้าขนหนูสีขาวที่พาดผมเอาไว้ มองๆแล้วก็...ดูน่าแดรกขึ้นไปอีกเป็นกอง T T

 

 

“มานั่งนี่” เจบีออกคำสั่งแล้วก็เดินล้วงกระเป๋าไปนั่งตรงโซฟา จินยองเดินตามเหมือนลูกเป็ด ก่อนจะถูกกดให้นั่งที่พื้นตรงระหว่างขาของอิมแจบอม มือหยาบหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับผมให้อย่างนุ่มนวล จินยองยิ้มกว้างก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมอง คนเช็ดผมชะงักมือ เลิกคิ้วเชิงถามว่ามีอะไร? แต่ไอ้เด็กนั่นกลับทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่ เจบีเลยโน้มหน้าลงไปจูบปากแทน

 

 

จุ๊บ...

“ฮื๊อออออออ พิแจบ๊มมมมม” จินยองร้องลั่น รีบดีดตัวให้พ้นทาง หน้านี่แดงแปร๊ดเป็นลูกมะเขือเทศ มือเล็กรีบยกขึ้นปิดหน้าด้วยความเขินอาย

 

 

ผิดกับเจบีที่ฉีกยิ้มจนตาเป็นขีด ไม่ค่อยแน่ใจนัก ว่าที่หุบยิ้มไม่ได้ เพราะติดฟัน หรือ เพราะคนตรงหน้ามันน่ารักเกินไปก็ไม่รู้ “ไม่แกล้งแล้ว มานั่งเร็ว เดี๋ยวผมไม่แห้งจะไม่สบายนะ” เขาเผลอล็อคคอไอ้ตัวดุ๊กดิ๊กให้อยู่นิ่งๆ มืออีกข้างก็สแครชท์ผมด้วยผ้าขนหนูด้วยแรงที่ค่อนข้างมาก จินยองนั่งหัวโยกก่อนจะเหล่อีกคนด้วยหางตา

 

 

“ถูแรงขนาดนี้ เดี๋ยวผมก็หัวล้านเหมือนพี่หรอก”

 

 

“ปากคอแข็งแรง เขาเรียกหน้าผากรับทรัพย์ โหงวเฮ้งดีจะตาย” จินยองคว่ำปากด้วยความหมั่นไส้ รับทรัพย์อะไร หัวเถิกชัดๆ คนตัวเล็กกว่าตัดสินใจไม่ต่อความ นั่งเงียบๆให้แฟนสแครชท์หัวเล่น ถึงจะโดนล็อคคอ ล็อคหัวอยู่ แต่มือไม้ก็ยังว่าง จินยองเลือกที่จะซ้อมท่าไปพลางๆ ตวัดมือไปมาในอากาศ แต่ก็ไม่ได้ออกท่าทีมากนัก เจบีแอบมองเป็นพักๆ พอจะรู้อยู่ว่าอีกคนกำลังใช่สมาธิทบทวนท่าก็เลยไม่อยากพูดอะไรรบกวน

 

 

มือเล็กวนกลับมาเต้นท่าเดิมรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เหมือนจะลืมไปด้วยซ้ำว่านั่งให้รุ่นพี่เช็ดผมให้อยู่ มารู้อีกทีก็ตอนที่โดนมือหยาบตีแขนตอนตั้งการ์ดท่าเต้น “ไม่ใช่ท่านี้ แบบนี้ต่างหาก” ไม่พูดเปล่า เจบียกแขนทำท่าให้ดู หลังจากที่แอบมองอยู่หลายรอบ

 

 

“อ๋า...จริงๆด้วย” เขาก็แค่เต้นเพลินไปนิด ไม่ได้ใช้สมาธิอะไรมาก ติดจะง่วงนิดๆก็เลยทำให้เต้นผิดท่าไปบ้าง จินยองพยักหน้าด๊อกแด๊กๆ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “นี่แอบจำท่าเต้นหรอ”

 

 

“เปล๊า” เจบีปฏิเสธเสียงหลง คนตัวเล็กยิ้มเผล่ ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นจูงมืออีกคนไปที่หน้าบานกระจกใหญ่

 

 

“นี่เป็นความลับของบริษัทนะ อย่าเอาไปเต้นซี๊ซั๊วล่ะ” เสียงเล็กทำเป็นเอ็ด เจบีรีบพยักหน้ารับ ยกมือขึ้นสาบาน “แต่ว่า...ไหนๆ ก็จำท่าได้บ้างแล้ว” จินยองหยุดพูดไปนิดนึงก่อนจะฉีกยิ้มหวาน “เป็นคู่ซ้อมเต้นให้ผมหน่อยนะ”

 

 

คู่ซ้อม??

“ตลกละ ผมเป็นพี่ว๊ากนะ ไม่ใช่เชียร์หลีดเดอร์”

 

 

“เป็นติ่งด้วย...” หน้าเจบีนี่ชาเหมือนถูกน้ำเย็นสาด  เจ้าตัวพูดอ้อมแอ้ม เค้นเสียงจากลำคออกมาเถียง

 

 

“เขาเรียกแฟนคลับ เรียกให้มันดีๆหน่อย”

 

 

“งึ...จินยองอยากเห็นแฟนบอยเต้น Cover เพลงใหม่จัง” จินยองทำหน้าออดอ้อนสุดฤทธิ์ ในขณะที่เจบีปฎิเสธเสียงแข็ง ยังไงก็ไม่ยอมหรอก แค่เป็นพี่ว๊ากที่ติ่งนี่ก็เสื่อมเสียชื่อเสียงมากพอแล้ว นี่จะให้มาเต้น cover อีก...ฝันไปเถอะ ปาร์ค จินยอง

.

.

.

 

 

1 2 3 4

….5 6 7 8

“จะจบท่อนฮุคแล้วนะ” จินยองเผลอตะโกนอย่างลืมตัว ร่างเล็กกางแขนกระโดดสลับขา หมุนตัวไปตามจังหวะเพลงที่เปิดจากแทบเลต ปากหยุ่นงุ้มงออย่างขัดใจ ตอนที่เห็นภาพอีกคนในกระจกเต้นเก้ๆกังๆ “พิแจบม ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย” เจ้าของเพลงเดินไปหยุดเพลงในแทบเลต ก่อนจะเดินมายืนกอดอกตรงหน้าเจบีที่ยืนคอตกอย่างหมดสภาพ

 

 

“ใครก็ได้ช่วยด้วย...” เจบีเบะปากจะร้องเหมือนเด็กๆ อีกคนเลยหลุดยิ้มออกมานิดนึง

 

 

“กางแขน!” เจบีถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะกางแขนตามคำสั่งอย่างหมดแรง “ทำให้มันแข็งแรงๆหน่อยสิ พิแจบม สตรอง!!!

 

 

สตรองเชี่ยไรล่ะน้อง ตีห้าแล้ว ให้กูกลับหอนอนเถ๊อะ

อะไร? กูมาที่นี่เพื่ออะไร?

ชวนกูขึ้นห้องไม่ใช่หรอ? กูก็คิดเรื่องอย่างว่านะเนี่ย

แล้วให้กูซ้อมเต้นเพื่ออะไร พูด.....!!

 

 

“พี่ไม่ฟังผมเลยอะ concentrate หน่อยสิ”

 

 

ค่ะ เมนเทอร์....

เจบีกลอกตาไปมา แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี ร่างเล็กกระโดดให้ดูเป็นตัวอย่าง ต่อท่าอีก 3-4 ท่าก็จบท่อนฮุคพอดี เจบีแข็งใจเต้นตาม ก่อนที่จินยองจะเดินไปเปิดเพลงแล้วหันมาบอกว่า...เอาตั้งแต่แรกนะ

ประโยคสั้นๆ แต่หน้านี่สั่นเลยครับ...

 

 

เพื่อความสุขของจินยอง...ทำไมเจบีจะทำไม่ได้

บอกแล้วไง มากกว่านี้ก็ทำมาแล้ว T T

 

 

คนตัวเล็กกว่ายืนพิงกระจกปรบมือให้จังหวะพลางไกด์ท่าไปเรื่อยๆ เจบีตั้งใจเต้นอย่างสุดความสามารถ ถึงแม้มันจะออกมาไม่ค่อยดีอย่างที่คิดไว้ แต่เขาก็อยากให้จินยองเห็นว่าเขาตั้งใจทำแค่ไหน...จะมีเสียสมาธิบ้างก็ตอนที่จินยองเอาแต่แผดเสียงว่า สตรอง สรวองงง สตรวองงงงง!! นั่นแหละ

 

 

เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า พี่ไม่ใช่เดอะเฟซนะ ยัยเมนเทอร์ลูกพีช

 

 

ไอ้ตัวน่ารักกระโดดดึ๋งๆ ดึงแขนเสื้อคลุมฝ่ามือตบมือเผียะๆ ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น ตอนแรกก็ว่ามันตลกดี แต่พอเห็นสีหน้ายัยเมนเทอร์นั่นแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เจบีรีบรุดไปคว้าไอ้ตัวน่ารักให้ลุกขึ้นยืน แต่คนที่นอนคุดคู้กลับปฏิเสธความช่วยเหลือเอาแต่นอนกุมข้อเท้า สีหน้าเจ็บปวด

 

 

“เจ็บมากหรอ มานี่เดี๋ยวเป่าให้” คนตัวโตกว่าไม่วายแหย่น้อง มือหนาราวคีมเหล็กคว้าข้อเท้าอีกมาเป่า จินยองร้องลั่น น้ำตาไหลเผาะ จนคนแหย่เริ่มใจคอไม่ดี ร่างเล็กกว่าจิกบนหลังมือเจบีแน่น จินยองคงไม่ตั้งใจ แต่คงเจ็บมากถึงได้ระบายมันลงบนหลังมือเขา เจบีประคองร่างนิ่มให้ขึ้นมานั่งดีๆ จับปลายเท้าทั้งสองยืดจนสุดขา ก่อนจะถือวิสาสะถอดถุงเท้าให้

 

 

หืมมม?

“รอยม่วงนี่มันอะไร?” เขาก็ไม่ได้พิสดารถึงขั้นคิดว่ามีใครมาคิสมาร์คที่ข้อเท้าแฟนหรอก แต่รอยม่วงรอบๆข้อเท้านั่นไม่น่าจะเพิ่งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

“ม...ไม่มีอะไรหรอกครับ” จินยองปัดมือเขาออก แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ยิ่งโดนอีกฝ่ายส่งสายตาคาดคั้นคำตอบก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเล็กลงไปเรื่อยๆ “หกล้มครับ” ในที่สุดเขาก็ต้องบอกความจริง

 

 

“เป็นนานรึยัง” นิ้วหยาบลูบไล้ข้อเท้าอย่างแผ่วเบา ปลอบประโลมความเจ็บปวดนั่นด้วยสัมผัสอ่อนโยน

 

 

“อาทิตย์กว่าๆแล้วครับ” เจ้าตัวฉีกยิ้มฝืนๆ “ซ้อมเต้นแล้วข้อเท้าแพลงนิดหน่อย ไม่เป็นไรหรอกครับ”

 

 

“ไม่เป็นไรได้ไงละ แล้วนี่ไปหาหมอรึยัง” เจบีช้อนตามองด้วยความเป็นห่วงสลับกับการนวดข้อเท้าเบาๆ

 

 

“ไปหาแล้วครับ คุณหมอให้ยาคลายกล้ามเนื้อ ลดบวม แก้อักเสบ แล้วก็สเปรย์มา โดนฉีดยาตั้งเข็มนึงแน่ะ” ขนาดเจ็บตัว ยังมีอารมณ์มานั่งทำหน้าตาน่ารักใส่อีก ปากแดงเผยอฟ้องเป็นเด็กๆ ชูนิ้วเรียวๆเป็นการตอกย้ำว่าโดนฉีดยามาเข็มนึงจริงๆ

 

 

“กินยาแต่ไม่พักผ่อน แถมยังซ้อมทุกวัน เมื่อไหร่จะหาย”

 

 

“ใกล้คัมแบ๊คแล้ว ยังไงก็ต้องซ้อมให้ได้มากที่สุด ตอนนี้ท่ายังไม่เป๊ะเลย เพราะว่าเจ็บขานี่แหละ”

 

 

เจบีส่ายหัวไปมาอย่างหงุดหงิด จะห้ามไม่ให้เต้นก็ไม่ได้ เขากำลังใช้หัวคิดว่าจะทำยังไงให้จิยองได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุด “เฝือกไง ไม่ได้ใส่เฝือกหรอ”

 

 

“พิแจบม ผมไม่ได้ขาหักซักหน่อย” ต่อให้ทำหน้าน่ารักใส่ยังไง เจบีก็อดไม่ได้ที่จะเขกหัวด้วยความหมั่นไส้

 

 

“เฝือกอ่อนน่ะ หมอไม่ได้ใส่ให้หรอ ไปหาที่โรงพยาบาลไหนเนี่ย เดี๋ยวจะไปตีหมอให้”

 

 

“งื้อออ อย่าตีหมอนะ ผมบอกหมอเองว่าไม่เอาเฝือก” จินยองเบะปากเหมือนจะร้องไห้ นี่คิดจริงๆหรอว่าเขาจะกล้าไปตีหมอเนี่ย

 

 

“มีผ้าก๊อซกับสำลีแผ่นยาวๆไหม?”

 

 

“ผ้าก๊อซเหมือนจะมีนะครับ แต่สำลีแผ่นยาวๆไม่มีหรอก” ทำท่านึกอยู่สักพักก่อนจะหันมาถาม “จะเอาไปทำอะไรหรอครับ”

 

 

“ทำเฝือกอ่อนไง” เจบีจิ๊ปากก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาไล่หารายชื่อ “อยู่คนเดียว ก็ต้องดูแลตัวเองให้มากๆ”

 

 

จินยองยิ้มก่อนจะเลื่อนมือไปบังหน้าจอ เจ้าของมือถือละสายตาไปมองคนเจ็บด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “อยู่คนเดียวอะไรล่ะ พิแจบมก็อยู่ด้วย” คนฟังข่มยิ้มก่อนจะบ่นพึมพำๆ

 

 

“พี่อยู่ด้วยนี่แหละ ยิ่งอันตราย” บ่นให้เบายังไงจินยองก็ยังได้ยินอยู่ดี ไอ้ตัวน่ารักย่อตัวลงมาช้อนตามองคนแอบยิ้ม แววตาซุกซนนั่นตีความอะไรไม่ได้เลย

 

 

“พี่จะทำอะไรผมหรอ?” ปากแดงเผยอยั่วยวน “ไม่กลัวแฟนคลับผมตีรึไง” แล้วมันก็หัวเราะระรื่น คนถูกแหย่หรี่ตามองตามพลางยิ้ม นึกอย่างจะมะเหงกอีกสักรอบ แต่ก็เปลี่ยนใจ เปลี่ยนเป็นคว้าตัวมากอดไว้ดีกว่า

 

 

“ยังมีแฟนคลับคนไหนน่ากลัวกว่าพี่อีก” เล่นเองเจ็บเอง จินยองหัวเราะร่า ก่อนจะนั่งนิ่งๆในอ้อมกอดของคุณแฟนคลับ

 

 

“พี่ว่าคัมแบ๊คครั้งนี้ ผมจะปังไหมอะ”

 

 

“ไม่รู้สิ...แต่เพลงก็ดีอยู่นะ ฟังแล้วก็ติดหู” เขาตอบตามความจริง

 

 

“ผมน่ะ...ไม่เคยได้รางวัลเลย พี่ว่าคราวนี้จะได้ไหมนะ” เสียงนุ่มพูดอย่างเหม่อลอย เจบีนิ่งไปอึดใจ ใช่เลย...ที่ห้องเมื่อกี้มันขาดอะไรไปบางอย่าง อะไรที่ว่านั่นก็ถ้วยรางวัลไง...

 

 

จินยองเคยบอกแฟนคลับไว้ว่าถ้าได้รางวัลจะอัพรูปลงไอจี

จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่อัพเลยสักรูป...

 

 

ไม่ต้องห่วงนะ คนเก่ง

ความฝันของจินยอง....พี่จะแบกรับไว้เอง

 

 

เสียงลมหายใจแผ่วๆดังเป็นระลอกๆ ร่างเล็กหลับพริ้มอยู่ในอ้อมอก เจบียกยิ้มก่อนจะอุ้มไอ้ตัวน่ารักเข้าไปส่งในห้องนอน จินยองปรือตามองอย่างงัวเงีย ตอนที่เขาค่อยๆวางจินยองลงบนฟูก เจ้าตัวก็บ่นอะไรไม่รู้ในลำคอ ฟังอยู่สักพักก็จับใจความได้ว่า

 

 

นอนนี่ก็ได้นะ....

 

 

จะให้นอนไหนล่ะ นอนตรงไหนดี

เหยดแหม่...ในหัวมีแต่เรื่องอกุศลทั้งนั้นเลย

 

 

“งั้นพี่ไปนอนห้องรับแขกก็ได้ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็เรียกนะ” สีหน้ายุ่งๆของคนบนเตียงบ่งบอกว่าไม่พอใจ เออ...จะเอาไงก็ว่ามาตรงๆ ลุ้นจนเหงื่อแตกแล้ว

 

 

“นอนนี่” โวยวายทั้งๆที่ตาจะปิดอยู่รอมร่อ เจบีพยักหน้ารับ ทึกทักเอาเองว่าเจ้าของห้องเขายินยอมให้นอนในห้องเป็นเพื่อน เขาเช็ดเหงื่อที่ซึมชื้นอยู่ที่ไรผม ก่อนจะย่องไปหยิบหมอนบนเตียง แล้วจับมันวางลงกับพื้น จินยองชะโงกคอมามองด้วยสีหน้าเรียบๆปนง่วง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนหมอนอีกรอบ

 

 

“ฝันดีนะ คนเก่ง”

 

 

เป็นครั้งแรกที่ได้บอกฝันดีต่อหน้าต่อตาขนาดนี้ ปกติจะส่งแชทมาบอกกันมากกว่า จินยองเงียบคล้ายกับจมดิ่งไปกับห้วงนิทรา เจบีเลยล้มตัวนอนแก้เก้อ พอจะล้มตัวนอน ก็ได้ยินเสียงกุกกักๆบนเตียง พร้อมกับเสียงเรียก “พี่เจบี...”

 

 

เขาลุกขึ้นมานั่งอีกรอบ เห็นอีกคนนอนกลิ้งตัวไปสุดกำแพง แล้วบ่นงึมงัมๆ “ฝันถึงผมนะ” เขายิ้มกว้าง ทั้งๆที่ในใจอยากจะวิ่งไปกรี๊ดใส่โอ่งด้วยซ้ำ นั่งมองแผ่นหลังบางๆอยู่นานสองนาน เจ้าของแผ่นหลังนั่นก็พลิกตัวมามอง พอเห็นว่าเขาจ้องอยู่ก็พลิกตัวกลับไป

 

 

คงจะเขิน...

เออ...นี่ก็เขิน 555

 

 

เจบีตบหน้าผากตัวเองเรียกสติ แล้วก็ล้มตัวลงไปนอนที่พื้นอีกรอบ พยายามข่มตานับแกะกระโดดข้ามรั้วเป็นร้อยๆตัว ตัวสุดท้ายดันหน้าคว่ำ ล้มดังตุ้บ ไปเสียก่อน เขาสะดุ้งลืมตาโพลง รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆพาดตัวอยู่

 

 

พอพลิกตัวไปดูถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าของเขากับจินยองห่างกันไม่ถึงคืบ เจ้าตัวดีหลับตาพริ้มนอนกอดเขาไม่รู้เรื่องรู้ราว “จ...จินยอง นอนดิ้นหรอเนี่ย”

 

 

ตากลมปรือตามองอย่างไม่สบอารมณ์ เจ้าตัวบ่นปอดแปดหน้าง้ำงอ “พี่คิดว่าผมนอนชิดกำแพงเพื่ออะไร”

 

 

เจบีกลอกตานึก “รักษาระยะห่างกับพี่??”

 

 

เป็นคำตอบที่จินยองถึงขั้นเอาหัวโขกหน้าผากเจบีอย่างแรง

เอาล่ะ..คืนนี้สงสัยต้องนับนกนับดาวแทนแกะแล้ว

โอ้โห โขกซะลืมชื่อพ่อชื่อแม่เลย

 

 

“หน้าตาไม่น่าซื่อบื้อเลย จริงจริ๊ง!” จินยองจิ๊ปาก ยังไม่ทันที่เขาจะอ้าปากต่อประโยค คนตรงหน้าก็เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง “ผมอยากให้พี่ขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยต่างหาก”

 

 

ไอ้หัวหน้าสโมผู้โอ้อวดว่าตัวเองเก่งนักเก่งหนา ถึงกับอ้าปากค้างให้กับความโง่ของตัวเอง

 

 

“จินยองอยากนอนกับพี่เจบีไง” เจ้าตัวยังไม่เลิกบ่น “ทำไมต้องให้พูดด้วยนะ”  

 

 

คนพูดก้มหน้างุดๆไม่ยอมมองหน้า ขนาดคนฟังยังหน้าร้อนวูบวาบขนาดนี้คนพูดนี่ต้องสตรองขนาดไหน เขานับถือความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาของจินยองจริงๆ

นับถือพอๆกับความโง่ของเขาเอง...

 

 

“จินยองอ่า” เจบีเรียกอย่างแผ่วเบา เจ้าของชื่อยอมโผล่แต่ลูกตาขึ้นมามอง “พูดแบบนี้....เขาบอกว่า ลูกดกนะ”

 

 

ปึก!!!

ไอ้ตัวแสบเล่นทุบกลางอกก่อนจะดีดตัวตะกายขึ้นไปนอนบนเตียง เจบีที่นอนงอตัวด้วยความจุกคว้าข้อมืออีกคนไว้ได้ทัน จินยองลอบมองท่าทีอีกคนก่อนจะแผ่ตัวนอนสบายๆอยู่ริมขอบเตียง เจบีฝืนยิ้ม เลื่อนมือมาจับที่ฝ่ามืออีกคนแทน

 

 

“เขาบอกว่า นอนจับมือแฟนแล้วจะฝันดี”

 

 

จินยองยิ้มตะแคงหน้าลงบนหมอน ก่อนจะพริ้มตาลง เจบีมองหน้าคนน่ารักอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะหลับตามจินยองไปติดๆ

 

 

คืนนี้ฝันดีจัง :)

 

 

 

Talk

ลืมกันรึยัง 555 ช่วงนี้เราป่วย กินยาแล้วก็นอน ตื่นมาก็กินยา เบื่อมากๆ เลยเอาฟิคมาอัพให้ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ป่วยแล้วไม่สนุกเลย T T จะพยายามเข็นให้จบในวันสองวันนี้ ไม่รู้จะทำได้ไหม 555 พอดีมีน้องชวนรวมเล่มไปขายงานฟิค ไม่รู้จะมีใครสนใจไหม ถ้าคิดว่าทำทันจะมาทำโพลถามอีกทีละกันเนาะ เพราะว่าคงรวมหลายเรื่อง 555 เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ เม้นหรือสกรีมในแทก #เจบีแฟนบอย ก็ได้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

377 ความคิดเห็น

  1. #370 gene_pa (@pathaimas-p) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:27
    ความรักลอยฟุ้งเลยวู้ๆๆ
    #370
    0
  2. #360 กีกี้ส์ :-*) (@pokiekung) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 13:19
    โง้ยยย รถอ้อยคว่ำแรงมากก จินยองของเราไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ><
    #360
    0
  3. #341 † FuNe ~ Real † (@dekdn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 08:16
    พิจบมเอ้ยยย ตลก 5555555
    #341
    0
  4. #314 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 01:48
    ว้อยยยยยยยยยยย พี่บี
    พี่กินข้าวรึกินหญ้า
    น้องคว่ำรถอ้อยขนาดนั่นแล้ว ยังจะซื่อบื้ออยู่อีก
    ให้ตายสิ ยกมือตบกบาลตัวเองแรงๆ
    #314
    0
  5. #256 D-T-M-456 (@D-T-M-456) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 13:52
    มีความฟินแรง ?///?
    #256
    0
  6. #216 PRIMO. (@so_youngha) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 20:34
    พี่แจบอมนี่มาจากคณะตลกรึเปล่าคะ6555555555 

    น่ารักมากกกก เขิลแรงงงงง////
    #216
    0
  7. #151 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 17:26
    จร้าาา โอยย น่ารักจริงๆ
    #151
    0
  8. #130 TaTooo (@netd) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 08:33
    พี่แจบมกับจินยอง ละมุน น่ารัก ฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมววววว
    #130
    0
  9. #112 LooknamTK (@looknamjaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 00:51
    น้องเนียร์น่ารักอ่าาา >< งื้ออออ ทำไมดีแบบนี้ ตามใจด้วยยย ดูแลอย่างดี งื้ออออ
    #112
    0
  10. #111 Jellajin (@chutijinns) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 18:28
    โอ๊ยยย น่ารักกกก
    #111
    0
  11. #110 เดร (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 18:37
    ง่อววววว น่ารักแรงงงงงง -////-

    พี่จบมได้นอนห้องคุณแฟนด้วย งื้ออออ -////-
    #110
    0
  12. #108 ~ *FreSH MusHRoOm* ~ (@aiyagirl) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 15:07
    โอ้ยยยยย จิ๊บ! แกก็นะ 555555
    น้องชวนไปนอนเฉยๆ มาลูกดงลูกดกอะไรเล่า 555555
    #108
    0
  13. #107 Freegirl Aundy (@aundy1234) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 14:01
    อิจฉาแฟนบอยจังศิลปินน่ารักแล้วแฟนก็ยังน่ารักอีก
    #107
    0
  14. #106 wanggongju (@wanggongju) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 12:49
    คุณแฟนบอยน่ารักมากเลยคะ
    เมนเทอร์ลูกพีชก็น่ารัก น่ารักไปหมดละมุนน
    สู้สู้นะคะไรเตอร์ :) 
    #106
    0
  15. #105 Jellajin (@chutijinns) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 20:24
    พี่แจบมตลกที่สุด ทุกคนต้องยอมความบ้าของพี่เขานะคะ
    #105
    0
  16. #104 ~ *FreSH MusHRoOm* ~ (@aiyagirl) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 18:16
    โอ้ยยยยยยยย พิแจบม!!!! อิจฉาาาาาาาาาาาา 55555555
    #104
    0
  17. #103 Freegirl Aundy (@aundy1234) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 20:59
    โอ้โหนี่เป็นแฟนคลับที่โชคดีที่สุดแล้วค่ะได้เข้าไปดูห้องศิลปินคนโปรดด้วย จินยองนี่ก็ใจดีเหลือเกิน แต่สงสารมาร์คกับแจคสันและคุณเมเนเจอร์จริงๆ
    #103
    0
  18. #102 The-Stranger (@stranger18) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 14:15
    พีคสุดคือตรงนี้ เจบี = ติ่ง 55555555555555555555
    #102
    0
  19. #101 bjxxx (@bjup9095) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 06:03
    แอร้ยยยยยย พิแจบมคนบร้า
    #101
    0
  20. #100 coatedice (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 01:01
    555 ขำก็ขำ สงสารก็สงสารมาร์คกะแจ็คสันมาก



    โอ่ยยยย คุณแฟนบอยหยอดแต่ละมุข จะละลายยยย น่าร๊ากกกก
    #100
    0
  21. #99 LaDiesGem (@LaDiesGem) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 23:39
    ตอบให้ที่หุบยิ้มไม่ได้เพราะติดฟัน....
    #99
    0
  22. #98 S2mild (@lovedaddy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 22:53
    โอ้ยยยทำไมพี่แจบมน่ารักงี้>< งึก็อ้อยเหลือเกิน ชอบมว๊ากก
    #98
    0
  23. #95 Peppper (@IM_MnB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 21:36
    แงงงง ในที่สุดก็มาต่อ คิดถึงความบ้าของพี่แจบอมม TT
    #95
    0
  24. #94 LaDiesGem (@LaDiesGem) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 21:00
    ขึ้นห้องมั้ยหล่ะ//พิแจบอมไม่ต้องคิดหื่น ฉุดขึ้นไปละล๊อคห้องเลยยยย 55555
    #94
    0
  25. #92 Peppper (@IM_MnB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 09:55
    ลูกบ้าพี่แจบอมนี่โครตน่ารักกก
    #92
    0