นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

Fic daiya no a [Misawa] Nightmare

เดดบอลตอนนั้น... ทำไมกันนะ... ทั้งๆที่ฉันเข้าใจมันแล้วแท้ๆ ทำไมมันถึงได้ตามหลอกหลอนในฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไม...ทุกครั้งที่ตื่นจากฝันนัน น้ำตามันถึงไหลออกมา...

ยอดวิวรวม

1,504

ยอดวิวเดือนนี้

13

ยอดวิวรวม


1,504

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


53
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ก.พ. 59 / 02:59 น.
นิยาย Fic daiya no a [Misawa] Nightmare

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่าา ฮะๆ ชื่อเหรอ? ไม่บอก!!!! เรียกไรท์ละกันนะคะ 55555555555
ฟิคนี้ไรท์แต่งเป็นเรื่องแรกเลยค่ะ มันเกิดจากความติ่งไดยะ ทั้งความหล่อของหมีและความน่ารักน่าฟัดน่ากอดของเอย์จุน
ไรท์ขอให้รีดเดอร์สนุกกับการอ่านนะคะ ถ้ามีผิดตรงไหนทักมาได้น้าาา
+++++++ ถ้าหากว่าถ้อยคำ เนื้อเรื่อง คำพูดไม่สละสลวย หรือหลุดคาแรกเตอร์ก็ขออภัยนะคะ++++++
ปล. ฟิคนี้เป็นฟิค ชาย x ชายนะคะ
ปล.2 รีดเดอร์อ่านจบแล้วช่วยคอมเม้นหน่อยนะคะ ไรท์อยากรู้ว่าที่เขียนไปมันใช้ได้มั้ยน่ะ 55555555

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับผม

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 ก.พ. 59 / 02:59


อีกแค่เอาท์เดียว...
เอาท์เดียวเท่านั้น พวกเราก็จะได้ไปโคชิเอ็น
ฉันจะไปโคชิเอ็น... พร้อมกับรุ่นพี่และเพื่อนๆของฉัน
ฉันอยากไปกับพวกเขา..!!

     ท่ามกลางสนามที่ร้อนระอุ กลิ่นอายของหญ้า ดิน และเหงื่อที่ไหลลงมาไม่ขาดสายเพราะความร้อนผสมกับความระทึก เด็กหนุ่มเจ้าของตาสีอัมพันทอประกายแสดงความกล้าหาญและฮึดสู้ได้ยืนอยู่บนเนินของสนาม เป็นผู้กอบกุมทุกสายตาของทุกคนบนอัฒจรรย์ 
รวมไปถึงเพื่อนร่วมทีมของเขา และสมาชิกทีมฝ่ายตรงข้าม โรงเรียนอินาชิโระด้วย


" เอย์จุนคุง..! "

" ซาวามูระ!"

" ไปเลยย!!"

" อีกแค่ลูกเดียว!"

" วันเอาท์!!"


ใช่ ฉันต้องทำให้ได้...
     
     ซาวามูระยกขาขวาขึ้นสูงเตรียมพร้อมจะขว้าง แขนซ้ายบิดในมุมที่คุ้นเคย ในระหว่างที่แขนขวาใช้ตั้งรับเป็นกำแพง ในแบบที่โค้ชคาตาโอกะสอนเขา

...เอาท์ไปซะ!!!
     
ฟิ้วววววว

ปึก!!!

     ในวินาทีนั้น ทั้งสนามเงียบกริบ ไม่มีผู้ใดส่งเสียงใดๆออกมา เพราะลูกเบสบอลที่ตอนนี้ควรจะไปอยู่ในถุงมือของแคชเชอร์คู่หู มิยูกิ คาซึยะ กลับลอยไปโดนหมวกที่ศีรษะของแบตเตอร์โรงเรียนอินาชิโระเข้าอย่างจัง

" ย๊าาาาาาาาาาาาาา!!!!!!! " เสียงร้องด้วยความดีใจของแบตเตอร์พาเอากำลังใจของซาวามูระอันตรธานหายไป เพราะมันทำให้เขาได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ได้อย่างแจ่มชัด...

"ด..เดดบอลลลล!!!" อัมไพร์ผู้มองดูเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างอึ้งและทึ่งได้ประกาศสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ออกมา มันชัดเจน และยังคงดังอยู่ในโสตประสาทของเด็กหนุ่ม ตลอดมา...

" เดดบอล! "
" เดดบอล! "
" เดดบอล! "
" เดดบอล! "

.
.
.
.
.
.

" เฮือกกกก!!!" ซาวามูระสะดุ้งตื่น และลุกขึ้นนั่งอย่างกระทันหัน จนไม่ทันระวัง หัวของเขาชนกับเพดานเตียงสองชั้นเข้าอย่างจัง "โอ๊ยยยยยยย"
ความรู้สึกเจ็บปวดและมึนหัวประดังประเดเข้ามาไม่หยุด เขาเงยหน้ามองขึ้นไปชั้นสองของเตียง พบว่ารุ่นพี่ของตนเองนั้นนอนนิ่งสนิท ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าเกิดคุราโมจิเซมไปตื่นขึ้นมาเพราะเขาทำเสียงเอะอะ คงโดนสุดยอดท่ามวยปล้ำฟัดเข้าให้อีกแน่ๆ

"ฝัน... อีกแล้วเหรอ" ตอนนี้เหงื่อของซาวามูระชุ่มโชกไปทั้งตัว ทั้งๆที่อากาศตอนกลางคืนค่อนข้างจะหนาว แต่เหงื่อกลับชุ่มราวกับว่าเขาได้ไปยืนอยู่ในสนามนั่นอีกครั้ง ซาวามูระเอามือแตะที่ขอบตาที่รู้สึกชุ่มและร้อนผ่าว ก็พบว่ามันคือน้ำตา.. น้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาไม่ขาดสาย แม้กระทั่งตอนนี้

"ฮะๆ อะไรกันเนี่ย ทำไมฉัน.. ฮึก--" ซาวามูระรีบเอามือปิดปากตัวเอง ป้องกันไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดรอดออกไป ในขณะที่มืออีกข้างใช้ปาดน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่า

..ทั้งๆที่ฉันเข้าใจแล้วแท้ๆ
ฉันยังไม่มีประสบการณ์มากพอ
ฉันยังมีโอกาสที่จะต่อสู้อีกครั้ง
เส้นทางไปสู่โคชิเอ็นของฉันยังไม่จบเท่านี้...
แต่ความรู้สึกผิดก็ยังเอ่อล้นออกมา
เพราะพวกรุ่นพี่น่ะ ไม่มีโอกาสไปโคชิเอ็นอีกแล้ว
คริสเซมไป จุนซัง คุณพี่ชาย ลีดเดอร์ มาซึโกะเซมไป ทุกคน...
ผม...ขอโทษ


เช้าวันต่อมา

04.00  AM
        
"โอ๊สสสสส ดีล่ะ เพื่อพวกรุ่นพี่ เพื่อตัวฉันเอง ต้องเพิ่มเวลาวิ่งตอนเช้าให้เยอะขึ้น" หดหู่ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก สู้เอาเวลามาวิ่งดีกว่า ซาวามูระคนนี้จะไม่ยอมให้ฝันร้ายมาเป็นอุปสรรคต่อเขาหรอก

ใช่ เขารู้ดี
แต่ฝันนั่นก็มาตามหลอกหลอนเขาแทบจะทุกคืนอยู่ดีนั่นแหละ
เพราะอะไรก็ไม่รู้

"ย๊าาาฮ่าาาา หนวกหูแต่เช้าเลยนะเจ้าบ้ามูระ" คุราโมจิผู้ดีดตัวลงมาจากเตียง(?) สกายคิกเข้าที่บั้นท้ายของซาวามูระเข้าอย่างจัง

"ว้ากกกกกกกก เจ็บ!!! มจจิเซมปายยยยยย ทำอะไรเนี่ย!!!" เมื่อได้ยินสรรพนาม คุราโมจิก็เอาฝ่ามือปะทะกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้าแบบกะจะให้คอหลุดกระเด็น

"มจจิบ้านแกเซ่!! คุราโมจิเฟ้ยย แล้วนีอะไรร เพิ่งจะตีสี่ จะออกไปวิ่งเอาโอลิมปิกรึไงฮะเจ้าโง่ แค่ตื่นมาตีห้าแบบปกติ ซ้อมเสร็จกลับมาตอนเย็นแกก็แทบจะตายคาที่นอนอยู่แล้ว แกไม่ได้ดูพยากรณ์อากาศรึไงว่าถึงเมื่อคืนจะหนาวแต่วันนี้แดดร้อนจะออกแต่เช้าน่ะ คริสเซมไปก็เคยสอนแล้วไม่ใช่รึไงว่าอย่าฝืนร่างกายน่ะเจ้าบ้--"

"คร้าบบบบบ โอเค ผมเข้าใจแล้ว แต่หลังจากได้มาอยู่ที่นับได้หลายเดือน ซาวามูระผู้นี้รู้สึกถึงความแข็งแกร่งกำยำทานแดดฝนของร่างกายผมที่เพิ่มขึ้น!!" ซาวามูระที่ทนคำเทศนาไม่ไหวขัดขึ้น และสาธยายร่างกายของตัวเองให้รุ่นพี่ฟังอย่างภาคภูมิ แล้วเบ่งกล้ามให้ดู "ผมไม่ได้ฝืนร่างกายเลยแม้แต่ประติ๋วเดียวขอรับรุ่นพี่ซามะ เพราะงั้น ลาก่อยยยย" พูดจบเจ้าตัวก็เผ่นแน่บออกนอกห้องพร้อมกับผ้าขนหนูคู่ใจ คุราโมจิกะจะดึงคอเสื้อให้กลับเข้ามาในห้อง แต่พอโผล่ออกหน้าประตูไป เจ้าลิงบ้านั่นก็หายลับไปแล้ว 

คุราโมจิขยี้หัวตัวเองอย่างหนัก "โอ้ยยยยย เจ้าบากะมูระ วันนี้ฉันจะซัดแกให้อ่วมเลยคอยดู" พูดจบก็หันไปมองที่นอนที่ผ้าปูและหมอนถูกจัดจนเป็นระเบียบของเจ้าตัวปัญหา "เมื่อคืน.. ร้องไห้อีกแล้วสินะ..."


ที่สนาม

"ร้อนแต่เช้าจริงด้วยแฮะ... ดีล่ะ ต้องวอร์มร่างกายก่อน " ซาวามูระพูดกับตัวเอง ในสนามตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว เสียงจิ้งหรีดที่ต้นไม้นอกสนามยังคงร้องระงม แต่สปอร์ตไลท์ก็ยังเปิดไว้เป็นประจำตอนกลางคืน ทำให้สนามสว่างพอที่จะวิ่ง

"วอร์มเสร็จแล้ว วิ่งจนกว่าจะถึงเวลาอาบน้ำเลยดีกว่าแฮะ" ซาวามูระหมายมั่นปั้นมือ และวิ่งต่อไปอย่างไม่หยุดพัก

.
.
.

07.00 AM

"ทุกคนรวมตัว!!!" เสียงเข้มโทนต่ำของหัวหน้าโค้ชเซย์โด คาตาโอกะ เท็ชชินดังขึ้น เรียกให้นักกีฬาทั้งตัวจริง ตำสำรอง และทุกชั้นปีมารวมกันที่หน้าม้านั่งอย่างรวดเร็ว
" ถึงจะกะทันหันไปหน่อย แต่วันนี้เรามีซ้อมแข่งกับโรงเรียนยาคุชิ ขอให้ทุกคนเตรียมวอร์มร่างกายและอุปกรณ์ไว้ให้ดีด้วย เอาล่ะ ไปซ้อมต่อได้!!!" จบคำแถลงของโค้ช ทุกคนส่งเสียงฮือฮาด้วยความตื่นเต้นและไม่นึกไม่ฝันว่ามาก่อนว่าวันนี้จะมีซ้อมแข่ง

"งั้นก็หมายความว่า ฉันจะได้แข่งกับ... โทโดโรกิ ไรจิ!!!" ซาวามูระผู้มีเสียงที่สามารถสั่นประสาททุกคนในรัศมีนับหลักกิโลได้ดังขึ้น เรียกสายตาให้ทุกคนหันไปมองอย่างเคย แต่ก็มีใครหาสนใจไม่

"ฮ่าๆๆๆ นายนี่มันระริกระรี้เสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิมเลยนะ ซาวามูระ" ร่างสูงของมิยูกิ คาซึยะ ชายหนุ่มสวมแว่นหน้าตาหล่อเหลา ตำแหน่งแคชเชอร์ควบกัปตันประจำทีมเซย์โด โผล่มากอดคอร่างบางของซาวามูระเอาไว้ พร้อมออกแรงรัดเป็นเชิงหยอก

"นาย!! มิยูกิ คาซึยะ!! มาพอดีเลยมาซ้อมรับลูกให้ฉันหน่อย!!" ซาวามูระหน้าแดงเล็กน้อยเพราะโดนคนตัวสูงกว่ากอดคอ จึงตะโกนกลบความเขินอาย

"บอกให้เรียกมิยูกิเซมไปไงเจ้าบ้า เช้านี้ฉันไม่ว่างหรอกนะ" มิยูกิบอกแล้วออกแรงรัดจนเรียกเสียงร้องย้ากจากคนตัวเล็ก หลังจากค่อยๆผ่อนแรงออก จมูกของเขาก็บังเอิญสัมผัสเข้ากับกลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่ม มิยูกิชะงักเพราะความนุ่มของผมและกลิ่นแชมพูอ่อนๆที่โชยออกมา

หอมจังแฮะ...

มิยูกิคิด เขามองไปที่แก้มของร่างบางที่ตอนนี้พองป่องออกเพราะงอนที่เขาไม่ยอมรับลูกให้ แถมแก้มมันยังเป็นสีแดงนิดๆอีกต่างหาก

น่ารัก...
แก้มหมอนี่..ทั้งเนียนทั้งใสเลยแฮะ
โฮ่ยๆ อย่าทำตาแบบนั้นสิ เดี๋ยวฉันก็อดใจไม่ไหวหรอกเจ้าบ้า


"โอเคๆ ตอนสายๆฉันว่าง ตอนนั้นฉันรับลูกให้นายก็ได้" ได้ยินดังนั้นซาวามูระก็ทำตาโตทันที

"จริงเหรอ!!"

"แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะ" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของมิยูกิ ก่อนที่ซาวามูระจะได้ถามอะไร มิยูกิก็เอามือทั้งสองข้างไปบีบแก้มใสของร่างเล็กแล้วบิดไปมาสองสามที พอผละมีออก ก่อนที่ร่างเล็กจะได้โวยวายอะไร เขาก็เอาจมูกสัมผัสลงไปที่แก้มนิ่ม

ฟอด

ชื่นใจชะมัด ฮ่าๆๆ

"โฮ่ย เจ้าบ้ามิยูกิ ทำอะไรน่ะห๊าาาาาา" แก้มของร่างเล็กตอนนี้ขึ้นสีแดงจัดอย่างกับลูกตำลึง

"ทำหน้าแบบนั้นอยากโดนมากกว่าหอมแก้มรึไง?" 

"ฮะ อะไรนะ?"

"เปล่านี่" มิยูกิชะงัก เมื่อรับรู้ได้ถึงความผิดปกติเมื่อครู่นี้ "ซาวามูระ แก้มนายอุ่นๆนะวันนี้" พลางเอามือคลำหน้าผากร่างเล็กเบา "ฉันว่านายกำลังจะมีไข้นะ ตัวรุมๆแบบนี้ ชั้นว่าถ้านายอยากจะเข้าร่วมการซ้อมแข่งตอนบ่าย ตอนนี้นายน่าจะไปกินยานอนพักที่ห้องพยาบาลซักหน่อยนะ" ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเป็นห่วง นั่นทำให้หัวใจของร่างเล็กเต้นเร็วอย่างไม่ทราบสาเหตุ "

"เวียนหัวบ้างรึเปล่า" มิยูกิถามต่อ

"ใช่ซะที่ไหนกันเล่าา อากาศมันร้อนต่างหาก แถมมือนายก็เย็นด้วย" ซาวามูระปัดมือของร่างสูงออก "น..นี่นามคุยจบรึยัง ชั้นจะไปซ้อมกับตาข่ายก่อน" น้ำเสียงของร่างเล็กตอนนี้พูดตะกุกตะกักเพราะความประหม่า

มิยูกิเห็นท่าทีแข็งแรงสบายๆของซาวามูระ ก็คิดว่าอาจจะจริง เพราะเขาเป็นคนมือเย็นอยู่่แล้วด้วย " ฮะๆ อาจจะจริงของนาย เอ้านี่ฉันให้" มิยูกิโยนขวดน้ำแร่ที่เพิ่งกดออกมาจากตู้และดื่มไปได้นิดเดียวให้ซาวามูระ "ดื่มซะนะ" มิยูกิว่าก่อนจะยักคิ้วให้แล้วเดินไปขอสกอร์บุ๊คจากอาจารย์ประจำชมรม ทิ้งให้ซาวามูระยืนเอ๋ออยู่กลางสนามด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีชมพูน้อย

ซาวามูระเปิดขวดน้ำแร่ออกเพื่อดื่ม ไม่รู้ทำไมเขาจะต้องไปรับของของไอ้เจ้าทานูกิงี่เง่านั่นด้วย เขาคิดพลางกระดกขวดน้ำดื่ม ความเย็นและเกลือแร่ในน้ำทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก ตั้งแต่หลังวิ่งเสร็จตอนเช้าเขารู้สึกว่าเหนื่อยค่อนข้างเร็วเพราะวิ่งมากขึ้น จนถึงตอนตอนนี้บางครั้งเขาก็รู้สึกว่ามีจุดพร่าๆเต้นอยู่ในกรอบสายตาอยู่บ้างบางครั้ง

"ก็แค่เหนื่อยนั่นละนะ" ซาวามูระว่าพลางดื่มน้ำต่อ แล้วเขาก็ชะงัก " เดี๋ยวก่อน.." หน้าเขาเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออีกครั้ง " ถ้าเป็นแบบในโชโจมังงะ ฉันมาดื่มขวดเดียวกับหมอนั่นแบบนี้ ก็แปลว่า... มันคือจูบทางอ้อมชัดๆเลยน่ะเซ่!!!!!!!!!!!!!" ซาวามูระส่ายหน้าจนคอแทบหัก เขาออกตัววิ่งไปโรงฝึกในร่มเพื่อซ้อมกับตาข่ายรอมิยูกิ ทั้งที่ใจยังเต้นระส่ำไม่หยุด


     หลังจากซ้อมกับมิยูกิตอนสาย นานนับชั่วโมงกว่าๆได้ มิยูกิก็บอกให้เขาหยุด เพื่อจะไปกินข้าวเที่ยงและรอเวลาซ้อมแข่งกับยาคุชิตอนบ่าย ถึงแม้ร่างเล็กจะดื้อดึงขอต่ออีกซักสิบลูก เขาก็ปฏิเสธ เขาสังเกตมาตั้งแต่เช้าแล้วว่า ใบหน้าของร่างเล็กขึ้นสีชมพูนิดๆ ตอนแรกเขานึกว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายเขินจึงไม่ได้ว่าอะไร แต่แม้แต่ตอนที่ขว้างลูกมันก็ยังขึ้นสีแบบนั้น แถมตัวยังอุ่นอีกต่างหาก เขากลัวว่าร่างเล็กจะมีไข้จริงๆ แต่ดูจากที่พลังในการขว้างของร่างเล็กไม่ตกลงเลย แถมสายตายังมุ่งมั่นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนก็คือตั้งแต่ขว้างเดดบอลตอนนั้น ลูกขว้างของซาวามูระค่อยๆห่างจากวงในขึ้นทีละนิด เขาก็กังวลอยูเล็กน้อย โค้ชก็คงสังเกตเห็นเหมือนกัน แต่โค้ชยังไม่ได้พูดอะไร เขาจึงคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องบอกให้เจ้าตัวรู้ตอนนี้ เพราะมันจะทำให้เจ้าตัวเสียกำลังใจในการขว้างเปล่าๆ

     หลังกินข้าวกลางวัน วอร์มร่างกายรอประมาณครึ่งชั่วโมงเศษๆ โรงเรียนยาคุชิก็มาถึง โค้ชบอกว่าจะให้ซาวามูระลงทีหลัง เขาจึงนั่งจดจ่ออยู่ที่ม้านั่งเพื่อรอเวลาให้ตนขึ้นไปบนเนิน มิยูกิที่มานั่งข้างๆ มองร่างเล็กด้วยสายตาเป็นห่วง "นายรู้สึกเป็นยังไงบ้างรึเปล่า หน้านายค่อนข้างแดงเลยนะตอนนี้"

     ซาวามูระหันไปมองหน้าร่างสูงตาขวาง "ฉันบอกแล้วว่าไม่เป็นอะ--" ร่างเล็กชะงักไปชั่วครู่เพราะรู้สึกหน่วงๆในหัว จุดสีเหลืองๆที่เต้นในกรอบสายตาเริ่มปรากฎบ่อยขึ้น "ฉันไม่เป็นไรน่า นายก็น่าจะรู้ว่าฉันรอโอกาสแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ฉันไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็นไข้ในเวลาแบบนี้หรอกน่ะเจ้าแว่น"

     มิยูกิส่งยิ้มกวนๆมาให้ "นั่นสินะ ยิ่งนายเคยโดนโฮมรันจากโทโดโรกิด้วยแล้วเนี่ย เป็นฉันฉันก็ไม่ปล่อยไปง่ายๆหรอก ฮ่าๆๆๆๆ" เสียงหัวเราะกวนประสาทสามารถยั่วโมโหซาวามูระได้เป็นอย่างดี "แล้วให้เรียกฉันว่ามิยูกิเซมไป ไม่ใช่เจ้าแว่น เข้าใจมั้ยเจ้าบ้า" พูดจบก็เอานิ้วไปดีดหน้าฝากร่างเล็กดังป๊อก ก่อนจะหัวเราะแล้วเดินจากไปเพื่อไปรอเป็นแบตเตอร์คนต่อไป ท่ามกลางเสียงโวยวายที่ตะโกนตามหลังมาเป็นระยะๆ

     .
     .
     .
     .

     ในที่สุดอินนิ่งที่เขารอคอยก็มาถึง อินนิ่งที่เขาขึ้นไปบนเนิน อินนิ่งที่เขาได้สู้กับโทโดโรกิ ไรจิ...
     
     แต่.. ก็ไม่เป็นดังที่เขาหวัง
     
     ฟิ้วววว
     
     ก๊องง!!!

     เสียงลูกกระทบอย่างแรงตามด้วยลูกเบสบอลที่ลอยออกนอกสนาม เหมือนพาหัวใจของเขาปลิวออกไปด้วย ตาสีอำพันที่เคยเปล่งประกายกลับหม่นลง หลังจากนั้น ถึงแม้เขาจะพยายามทุ่มเทใส่แรงลงในการขว้างเพียงใด มันก็กลับไม่ไปในทิศที่มิยูกิขอ 

     สุดท้าย... เขาก็ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามไป

     เขาได้รับรู้ความจริงอันน่าสะเทือนใจหลังจากนั้น ความจริงที่ว่า เขาเป็นยิปส์ โรคที่เกิดจากภาวะทางจิตใจ มันจะส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อตอนที่เล่นกีฬา ทำให้เล่นไม่ได้เป็นปกติ เป็นโรคที่รักษาได้ยากเพราะมันขึ้นอยู่กับจิตใจเป็นส่วนใหญ๋

     เขาแทบจะไม่รู้สึกถึงมือหนาของมิยูกิที่เอื้อมมาแตะที่หลังเขาอย่างอ่อนโยนเลย ในหัวของเขาหมุนวนเหมือนลูกข่าง แทบจะไม่มีแรงอยากจะเดินด้วยซ้ำ
     
     
     วันต่อมา 
     วันจันทร์ 04.00 AM
     
     อะไรเนี่ย
     
     รู้สึกว่าลุกไม่ขึ้น หัวมันทั้งเวียนทั้งปวดไปหมดเลย

     ไม่สิ ซาวามูระคิด ถ้าฉันอยู่แบบนี้ ฉันยอมรับไม่ได้หรอก ฉันอยากจะหายจากโรคบ้าๆนั่น
     
     ซาวามูระแหงนหน้ามองขึ้นไปบนเตียงของรุ่นพี่หัวเขียว เห็นรุ่นพี่ยังหลับสนิท หลังจากที่เมื่อวานเขากลับมาซึมกะทือชนิดไม่พูดไม่จา คุราโมจิก็ไม่อัดเขาเพราะฝืนไปวิ่งตอนเช้า

     แต่เขาจำเป็นต้องวิ่ง!! ถ้ามันทำให้เขาหายเขาก็จะทำ เขาไม่ยอมอยู่แบบนี้หรอก
     
     ซาวามูระค่อยๆย่องออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ...

     
     09.00 AM ห้องเรียนปี 2

     " หนอยยยยยยยยยย ดูซิมิยูกิ ไอเจ้าบ้านั่นมันแอบย่องไปวิ่งตอนเช้าตอนที่ชั้นหลับ สภาพเจ้านั่นเมื่อวานนอกจากซึมสนิทแล้วยังดูเพลียๆอีก สั่งให้นอนก็ไม่นอน" คุราโมจิกัดฟันกรอดระบายให้เพื่อนสนิทที่ทำหน้าเป็นกังวลอยู่ตรงนั้น

     มิยูกิเงียบ แสงที่กระทบแว่นทำให้ไม่สามารถมองเห็นความกังวลและเป็นห่วงที่อยู่ในแววตาหลังกรอบแว่นได้ " หลังจากจบการแข่งกับอินาชิโระตอนนั้น.... หลังจากเดดบอล... ลูกของหมอนั่นก็่ค่อยๆห่างออกมาตลอด.."

     "นายรู้?" คุราโมจิเลิกคิ้วขึ้น

     " แต่หมอนั่นจะต้องหาย เราจะไม่ยอมให้หมอนั่นแพ้ให้กับอาการยิปส์อะไรนั่นหรอก" มิยูกิส่งยิ้มกวนประสาทมาให้

     " ฮึ่ยยยย เรื่องใจสู้น่ะ เจ้านั่นมันก็ยังเหมือนเดิมล่ะนะ แต่แกดูซิ มันเกินไปมั้ยล่ะ เมื่อวานเล่นตื่นมาวิ่งตั้งแต่ตีสี่ ห้ามก็ไม่ฟัง วันนี้ก็ยังจะทำอีกล---"

     " อะไรนะ?!" มิยูกิลุกพรวดขึนจากเก้าอี้ แล้วรีบจ้ำอ้าวเดินออกนอกห้อง โดยไม่สนใจคำถามของคุราโมจิเลย เขารีบเดินตรงไปที่ห้องปี1 B อย่างเร็วที่สุด เขานี่มันงี่เง่านัก ทั้งๆที่เห็นอาการผิดปกติของซาวามูระตั้งแต่เช้าเมื่อวาน แต่กลับปล่อยละเลยให้ผ่านมาจนถึงตอนนี้

     ประตูห้องเปิดผางออก เรียกให้สายตาทุกคู่ในห้องปี 1 B มารวมอยู่ที่แคชเชอร์หนุ่มเพียงคนเดียว

     "ม..มิยูกิเซมไป?" คาเนมารุผู้เป็นรุ่นน้องส่งเสียงเรียกรุ่นพี่ด้วยความสงสัย

     "คาเนมารุ ซาวามูระล่ะ?" 

     " ไปห้องน้ำครับ จะว่าไปวันนี้หมอนั่น-- อ๊ะ รุ่นพี่!!" คาเนมารุพูดยังไม่ทันจบประโยค ร่างของผู้เป็นรุ่นพี่ก็รีบวิ่งไปไกลสุดสายตาแล้ว ไม่รู้ว่าจะรีบไปไหน

     
     ห้องน้ำ

     " ซาวามูระ!" ประตูห้องน้ำชายถูกเปิดออก แตไร้วี่แววของร่างเล็กที่เขาตามหา
     " ซาวามูระนายอยู่ไหน!!" มิยูกิตะโกนหาผู้เป็นรุ่นน้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ แต่ขณะนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของร่างเล็ก

     "อึกก..โอ้กก!" เสียงเหมือนคนกำลังอาเจียนอย่างหนัก มิยูกิรีบวิ่งไปยังห้องน้ำห้องหนึ่งที่ถูกเปิดเอาไว้ ก็เห็นร่างเล็กที่เขาตามหา

     "ซาวามูระ นายเป็นอะไรรึเปล่า?" มิยูกิใช้ฝ่ามือลูบหลังให้ร่างเล็กอย่างแผ่วเบา

     "มิยู.. อึ้กก" ซาวามูระหลังจากที่อาเจียนเสร็จก็หันหน้ามาเจอกับมิยูกิ มิยูกิประคองร่างเล็กไปที่อ่างเพื่อล้างปาก หลังจากนั้นเขาค่อยจับใบหน้าของซาวามูระให้เงยขึ้น ตอนนี้หน้าของซาวามูระซีดมาก เขาเอามือไปอังบริเวณหน้าผากของร่างเล็กเบาๆ 

     "นายตัวร้อนจี๋เลย" มิยูกิว่า "ฉันว่านายควรจะพัก--"

     "ไม่เอา!!!" ซาวามูระส่ายหน้า น้ำตาที่เก็บเอาไว้เริ่มหลั่งไหลออกมาเป็นสาย

     " ซาวามูระ.."

     " ตั้งแต่ตอนแข่งกับอินาชิโระ ฉันก็เป็นตัวถ่วงให้ทุกคน ไหนจะมาครั้งนี้ ฉันเสียโฮมรันให้โทโดโรกิ แถมต้องป่วยเป็นโรคบ้าอะไรก็ไม่รู้ ฉันอยากหายให้เร็วๆ อยากจะเก่งขึ้นมากกว่านี้ อยากไปโคชิเอ็น พร้อมกับทุกคน..." ซาวามูระพูด ร่างเล็กเริ่มหายใจหอบเพราะพิษไข้ ทำให้มิยูกิเริ่มโกรธ

     " นายเลิกโง่ซักทีได้มั้ยเจ้าบ้า!! คิดว่าวิ่งไปตอนนี้มันจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมารึไง?! ถ้านายเป็นอะไรไปตอนนี้ แม้แต่ยิปส์นายก็จะไม่มีวันหาย! เลิกดื้อแล้วมากับฉัน!" มิยูกิจับข้อมือซาวามูระแน่น ก่อนจะออกแรงดึงเพื่อให้ตามไปห้องพยาบาล

     " มิยูกิ ปล่อยฉั--" พูดยังไม่ทันจบประโยค ร่างเล็กก็รู้สึกว่าพลังงานสุดท้ายที่เหลือได้หมดออกไปจากร่างกายแล้ว สติของเขาค่อยๆดับวูบลง 

     มิยูกิเข้ามารับตัวของซาวามูระเอาไว้  ศีรษะของร่างเล็กเกยอยู่ที่ไหล่เขา เขารู้สึกถึงความอุณหภูมิของร่างกายที่ผ่านเนื้อผ้าเข้ามา ร่างเล็กหมดสติไปแล้ว แต่ก็ยังหายใจหอบ " โฮ่ย! ซาวามูระ!"

     เจ้าของชื่อไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาเลย มิยูกิไม่รอช้า เขารีบสอดแขนเข้าไปที่ใต้ขาหนีบและอีกข้างพยุงคอของร่างเล็กขึ้นอุ้ม จากนั้นก็รีบออกตัววิ่งไปที่ห้องพยาบาล

     เมื่อมาถึงห้องพยาบาล ปรากฎว่าครูห้องพยาบาลไม่อยู่ แถมกล่องอุปกรณ์ทุกกล่องดันล็อก จะอะไรก็ช่าง เขาไม่มีเวลามารอจนกว่าครูห้องพยาบาลจะทำธุระเสร็จแล้วกลับมาหยิบยาให้ได้ เขารีบตรงดิ่งไปที่หอพักจิตวิญญาณเซย์โด และไปที่ห้องของเขาเอง

     มิยูกิวางร่างไร้สติของซาวามูระลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา เอามือคลำที่หน้าผากอีกครั้ง อุณหภูมิขึ้นสูงมาก เขาหันไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลเล็กๆของเขาเองมาเปิดแล้วหายาลดไข้ 

     "ซาวามูระ นายตื่นมากินยาก่อน" มิยูกิเอานิ้วทั้งห้าตบที่แก้มของร่างเล็กเบาๆ แต่ร่างเล็กไม่ตอบสนอง

     "โถ่ ไอ้เจ้าดื้อเอ๊ย นายอย่ามาว่าฉันทีหลังก็แล้วกัน" มิยูกิบอก เขาบีบแก้มที่ทั้งนิ่มและร้อนของอีกฝ่ายจนริมฝีปากอิ่มเผยอออก เขาจับยาลดไข้สองเม็ดยัดเข้าไปและพยายามไม่ให้มันลงคอ เขาหยิบขวดน้ำมาแล้วกระดกขวดน้ำให้ไหลเข้าปากตัวเอง จากนั้นเขาก็รั้งต้นคอของร่างบางขึ้นมา ประกบริมฝีปากกับของร่างเล็กเข้าด้วยกันเพื่อป้อนน้ำ เขาปล่อยน้ำให้ไหลเข้าปากร่างเล็กช้าๆ พายาลดไข้ลงท้องไปด้วย

     สำเร็จ

     เขาป้อนยาให้ซาวามูระได้สำเร็จ เขาหายออกจากห้องไปชั่วครู่ก่อนจะกลับมาพร้อมกะละมังน้ำและผ้าขนหนู ก่อนจะเจอปัญหาใหญ่
     
     เดี๋ยวสิ ถ้าถอดเสื้อหมอนี่ออก มันจะเป็นการล่วงเกินรึเปล่านะ?

     แล้วเขาก็รีบสะบัดความคิดนั้นออกทันที ผู้ชายกับผู้ชายมันจะเป็นการล่วงเกินได้ยังไง

     แต่ฉันชอบเจ้านี่นี่นา...

     มิยูกิส่ายหัวแรงๆไล่ความคิดนั้นออกไป ตอนนี้ซาวามูระป่วยอยู่ ถ้าไม่เช็ดตัวอาจจะแย่ก็ได้ ว่าแล้วเขาก็รีบถอดเสื้อของซาวามูระออก เมื่อเห็นเรือนร่างที่น่าสัมผัสไปทุกส่วน ทั้งหน้าท้องที่แบนราบมีกล้ามเนื้อน้อยๆ ผิวเรียบเนียนที่ขึ้นสีชมพูอมแดงเพราะพิษไข้ ทำให้เขาแทบจะ...

     มิยูกิรู้สึกปวดหัวหนักมาก ที่ต้องมานั่งห้ามความคิดอกุศลของตัวเองอยู่ ณ จุดนี้ พอหมอนี่หายเขาจะทวงหนี้คืนให้สาสมเลย คอยดู

     มิยูกิเช็ดตัวให้ซาวามูระจนเสร็จ เขาจับร่างเล็กนอนลงเหมือนเดิม ก่อนจะห่มผ้าให้

     "อึก... หนาว.." ซาวามูระครางออกมา
     "หนาวเรอะ รอแปปนึงนะ" ผ้าห่มสำรองน่าจะไปขอที่แม่บ้านได้ เขารีบลงไปข้างล่างหอซึ่งเป็นที่พักระหว่างทำงานของแม่บ้าน ระหว่างทางที่เขาลงไปนั้นเขาก็โทรหาทาคาชิมะ เรย์ ครูคนสนิทเพื่อถ้าอาการซาวามูระไม่ดีขึ้นจะได้ขอให้พาไปโรงพยาบาลได้ 
     
     โถ่ เรย์จัง ทำไมไม่รับสายนะ
     
     " โฮ่ย มิยูกิ" เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น เพื่อนคนสนิทของเขาเดินมาแต่ไกล คุราโมจิตามมาเพราะเป็นห่วงซาวามูระ แล้วก็ได้ความจากเพื่อนห้องเดียวกันกับซาวามูระว่า เห็นซาวามูระถูกมิยูกิอุ้มออกมานอกตึกเรียน

     " เจ้าหมอนั่นเป็นไงบ้าง"

     " ไข้สูงมากเลย ฉันเช็ดตัวแล้วก็ให้ยาแล้วล่ะ ฉันโทรหาเรย์จังเผื่อจะต้องพาไปโรงพยาบาล แต่เธอไม่รับสายฉันอะ" มิยูกิพูด คุราโมจิคิ้วกระตุกนิดๆตรงคำว่าเช็ดตัว แต่เขาก็ยอมปล่อยไปก่อน "ห้องเรย์จังอยู่ใกล้ๆกับห้องเรียน เดี๋ยวฉันจะไปบอกให้เอง นายรีบไปดูแลเจ้าหมอนั่นเถอะ"
     
     "คุราโมจิ..." มิยูกิผู้ทำหน้าซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนจนคุราโมจิแทบอยากจะโดดถีบยอดหน้าให้รู้แล้วรู้รอด สุดท้ายเขาก็พูดออกมาว่า "จะดีมากถ้านายพาฉันไปหยิบผ้าห่มของเจ้าบื้อที่ห้องนายก่อน ถ้าจะประเสริฐกว่านี้ฉันขอยืมผ้าห่มสำรองของนายด้วยละกันนะ เผื่อจะไม่พอน่ะ ฮี่ๆ" น่านไง ซึ้งไม่ทันไรก็กวนบาทาเขาอีกแล้ว คุราโมจิกระตุกมุมปากให้ความกวนไม่มีที่สิ้นสุดของเพื่อน ก่อนจะกวักมือเรียกเพื่อให้เพื่อนตามไปเอาผ้าห่มที่ห้อง เห็นแก่เจ้าบากะมูระมันหรอกนะ

     ห้องมิยูกิ

     มิยูกิกลับมาที่ห้องพร้อมผ้าห่มกองโต เขาจัดแจงเอามันไปห่มให้ร่างเล็กที่นอนสั่นอยู่บนเตียง เฮอะ สั่นขนาดนี้ก่อนหน้านี้ยังจะอวดเก่งไปวิ่งอีก เรื่องบ้านี่ไม่มีใครเกินนายเลยจริงๆนะ ซาวามูระ...
     มิยูกิยิ้มน้อยๆให้กับร่างเล็ก

     "อืม...มิยู..กิ" ซาวามูระละเมอออกมา เริ่มหายสั่นเพราะความอุ่นจากผ้าห่มที่มิยูกิห่มให้ ทำเอามิยูกิหน้าแดงนิดๆเพราะอีกฝ่ายเรียกชื่อของตัวเอง
     
     ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ที่เขาเริ่มรู้สึกแบบนี้กับซาวามูระ อยากจะดูแล และรู้สึกเป็นห่วงเวลาที่หมอนี่ทำอะไรเกินตัว ชอบรอยยิ้มและประกายในแววตาที่สว่างไสวของซาวามูระ ชอบทุกอย่างที่หมอนี่เป็น แม้กระทั่งเสียงดังลำโพงแตกของเจ้าตัวก็ด้วย
     ตั้งแต่ที่หมอนี่รู้ว่าตัวเเองเป็นยิปส์ ประกายอบอุ่นที่เคยทอในแววตาก็หายไป แถมยังท่าทางซึมกะทือนั่นอีก มันทำให้เขาเป็นห่วงจนแทบจะนอนไม่หลับ 

     หายเร็วๆนะ ซาวามูระ...

     เมื่อไรนายจะฟื้นซักที ฉันอยากฟังเสียงนาย อยากให้นายกลับมาสดใสเหมือนเดิม กลับมาโวยวายใส่ฉันเหมือนเดิม...

     สายตาที่มิยูกิมองไปทีซาวามูระนั้นติดจะเศร้าสร้อยและโหยหา มือหนาเอื้อมไปจับแก้มนิ่มเบาๆ

     ซาวามูระขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นของฝ่ามือนั้น ถูแก้มกับฝ่ามือนั้นไปมา

     "มิยูกิ คอยดูนะ ฉันจะไม่แพ้เด็ดขาด ฉันจะไปโคชิเอ็นกับนาย....ให้ได้ ยิปส์...บ้าบออะไรกัน... นายคิดว่ามันจะทำอะไรฉันได้เรอะ เฮอะ งืมม" น่าน ละเมอออกมาได้เป็นวรรคเป็นเวร นายมันเจ้าเด็กงี่เง่าชัดๆเลย

     มิยูกิคลี่ยิ้มออกมา คำพูดของร่างเล็กยังคงก้องอยู่ในโสตประสาต ฉันจะไปโคชิเอ็นกับนาย

     แต่ก็สมเป็นซาวามูระของเขาล่ะนะ

     เขาตัดสินใจว่าวันนี้กับพรุ่งนี้จะลาโรงเรียน เพื่อดูอาการของร่างเล็ก คุราโมจิคงลาให้เขาเรียบร้อยแล้วล่ะ

     
    .
    .
    .
    .


    ฟิ้วววววววววววววว

     ปึ้ก!!!

     " เดดบอล! "
     " เดดบอล! "
     " เดดบอล! "
     " เดดบอล! "

     "เฮือกกกกก" ซาวามูระสะดุ้งตืนอีกครั้ง เขาฝัน ฝันแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆที่เขาตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อ แต่ฝันนี้มันก็ยังประทับอยู่ในจิตใต้สำนึกของเขา ไม่จางหายไปไหน ซาวามูระหายใจเข้าลึกๆและผ่อนออกเหมือนตอนอยู่บนเนินเพื่อทำให้ใจเย็นลง

     "ซาวามูระ" มิยูกิเดินเข้ามาในห้องพร้อมถาดข้าวต้ม เขารีบวางมันลงแล้วเดินเข้ามาหาร่างเล็ก " ตื่นแล้วเหรอ เจ้าบ้าเอ้ย นายทำให้ฉันเป็นห่วงแทบแย่"

     ห๊ะ เป็นห่วง     ซาวามูระทวนคำพูดนั้นในใจ สีหน้าเริ่มแดงระเรื่ออีกครั้ง ก่อนที่เขาจะได้ถามว่าเขาอยู่ที่ไหน มิยูกิก็เอานิ้วมาปาดที่ขอบตาของเขาอย่างอ่อนโยน

     "น้ำตา...?"

     ซาวามูระรีบหันหน้าหนี

     " นายร้องไห้?"
     
     " ฝันร้ายเหรอ?"

     " ฮึก มิยู...กิ" ร่างเล็กโผเข้ากอดเขา แบบที่ไม่เคยทำมาก่อน มิยูกิรู้สึกได้ถึงไหล่เล็กที่สั่นระริก และอุณหภูมิของร่างเล็กที่อาการดีขึ้นแล้ว
      
     " นายฝันถึงเรื่องเดดบอลนั่นใช่มั้ย" มิยูกิว่า พร้อมเอาแขนขึ้นโอบรอบร่างเล็ก

     ฉันอยากให้นายรู้สึกอุ่น
     
     รู้สึกว่านายไม่ได้อยู่คนเดียว

     รู้สึกว่าที่เราแพ้ครั้งนั้นไม่ใช่ความผิดของนาย

     อยากให้นายกลับมาเป็นพระอาทิตย์ดวงเดิม ดวงที่ฉันรักและคอยเฝ้ามองมันเสมอมา

    " ร้องออกมาเถอะ ซาวามูระ ความอัดอั้นของนาย ให้ฉันช่วยแบ่งมันเถอะนะ"

     ซาวามูระเบิกตาโพลง แขนเล็กรัดรอบร่างสูงแน่น ก่อนจะซุกใบหน้าลงที่อกแกร่ง ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา และความอัดอั้นในหัวใจที่เก็บมานาน 

       ตอนนี้ มันถูกปล่อยออกมาทั้งหมด

     ตอนนี้ นายมอบความอบอุ่นให้กับฉัน

     ความอบอุ่น... แบบที่หาที่ไหนไม่ได้

     ฉันคิดเสมอว่าจะเดินหน้าต่อ

     แล้วฉันก็ล้มลงหลายครั้ง จนฉันเริ่มที่จะกลัว

     แต่ตอนนี้ ฉันไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

     เพราะนายได้มอบความกล้าให้กับฉัน

     ขอแค่มีนาย ฉันก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว มิยูกิ คาซึยะ...

     เป็นเวลานานกว่าที่ซาวามูระจะหยุดร้องไห้ เสียงสะอื้นที่ดังไม่หยุดแว่วเข้าหูของร่างสูงเป็นระยะ หลังจากที่เสียงนั้นหยุดลง มิยูกิประหลาดใจที่อยู่ๆเสียงก็เงียบลง เขาคลายวงแขนออกเพื่อดูหน้าของร่างเล็ก สิ่งที่เขาเห็นมันทำให้เขาอดที่จะยิ้มไม่ได้ เพราะมันคือใบหน้าที่ถึงแม้จะเปื้อนน้ำตา ตากลับมีรอยยิ้มที่สว่างไสว ดวงตาสีอำพันที่ทอประกายเจิดจรัส และใบหน้ามุ่งมั่นที่ทำให้เขาชื่นชมมันอยู่เสมอ

     พระอาทิตย์ดวงนั้นของเขา กลับมาแล้ว

     "ฉันน่ะนะ ฝันถึงมันตลอดเลย" ซาวามูระว่า " เดดบอลตอนนั้น ฉันคงลืมมันไม่ลงหรอกนะ" 

     "แต่ว่าฉันจะใช้มัน เปลี่ยนเป็นพลัง พลังที่จะพาเราทุกคน... รวมถึงนาย กับฉัน ไปโคชิเอ็นด้วยกัน"

     " และต่อจากนี้ ขอแค่มีนายอยู่ ฉันก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว"

     "ขอบคุณนะมิยูกิ คาซึยะ ฉัน.. ฉันรักนายนะ" ทั้งใบหน้าที่ขึ้นสีแดงของร่างเล็ก ดวงตาที่ทอประกาย และน้ำเสียงเจื้อยแจ้วสารภาพรักนั่น มิยูกิแทบอยากจะหยิบสารพัดเครื่่องมือที่สามารถอัดเป็นคลิปเสียงคลิปวิดิโอได้มาถ่ายเก็บไว้

     แต่ก็ไม่เป็นไรล่ะนะ

     เพราะมันถูกบันทึกไว้ในหัวใจของฉัน ตลอดไป

     มิยูกิยิ้ม " ประคองใบหน้าของร่างเล็กให้เข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะจุมพิตลงไปที่ริมฝีปากอิ่มอย่างนุ่มนวล เมื่อร่างเล็กเผยอปากออก ความนุ่มนวลก็เปลี่ยนเป็นความร้อนแรง มิยูกิสอดลิ้นร้อนของตัวเองเข้าไปสำรวจโพรงปากของร่างเล็ก มันเป็นเวลายาวนานนับหลายนาทีที่สองร่างแลกเปลี่ยนความหวานซึ่งกันและกัน ก่อนจะผละออก ซาวามูระหอบหายใจอย่างหนักหน่วงเพราะจูบอันยาวนาน 

     มิยูกิมองใบหน้าที่น่าหลงไหลนั่น "ฉันรักนายซาวามูระ รักมากที่สุด.. แบบที่ไม่เคยรักใครมาก่อนเลย"


END



จบล่ะจ้าาาาา เพิ่งรู้ว่าการเขียนช็อตฟิคมันเหนื่อยขนาดนี้ =//////= อ่ะ รีดเดอร์ช่วยเม้นหน่อยน้า
ศัพท์แล้วก็เนื้อเรื่องอาจจะยังไม่ค่อยดี ก็ขออภัยนะคะ ไว้ขอแก้ตัวใหม่นะ
ฟิคนี้ไรท์อาจจะได้เขียนนานๆทีนะคะ
ถ้าใครไม่ชอบก็ขอโทษจริงๆน้า =w=

ผลงานอื่นๆ ของ - หมูทอด -

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 yuimazer (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:55
    โอ๊ยยย!! ป้อนยาป้อนน้ำให้ เช็ดตัวให้ คลุมผ้าห่ม นี่มันหน้าที่สามีดูแลภรรยาที่เจ็บป่วยชัดๆ ซาวามูระคงมีความสุขมากที่มิยูกิเป็นห่วง ดูแลเป็นอย่างดี อ่านแล้วฟินค่ะ คิคิ
    #6
    0
  2. #5 -KY-
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 20:06
    ถถถถ หนูเอย์จุนลูกแม่ น่าสงสาร ฝันร้ายทุกคืนๆ

    ต้องนอนกับนังหมี ให้นางกอดปลอบลูกจะได้นอนฝันดี

    อุ๊ย!! ไม่ใช่ๆ ทำไมเราไปชี้โพรงให้นังหมีเยี่ยงนั้น ไม่ได้ๆ ลูกเราต้องหวง

    ไรท์แต่งดีมากเลยค่ะ ยิ่งช่วงแรกๆ นี่อ่านแล้วจะร้องไห้ให้เอย์จังเลย

    แบบ...อ่านแล้ว อยากเข้าไปกอดปลอบหนูมากกกกก

    แต่มิยูกิเรื่องดีงามมาก เป็นห่วงและดูแลจริงจัง (ปกติเอาแต่แกล้งถึงจะห่วงด้วยก็เถอะ)

    นี่ไม่ว่าเรื่องไหนๆก็หมั่นไส้นังหมีตลอด ยกเว้นเรื่องนี้ ฮ่าๆ

    ขอบคุณที่แต่งฟิคมิซาวะมาให้อ่านนะคะ ฟิคอนิเมะนี้หาอ่านยาก เป็นกำลังใจให้ต่อไปค่า อิอิ

    #5
    1
    • #5-1 to-ne
      3 เมษายน 2559 / 23:14
      นอนในอ้อมอกหมี!!! เป็นความคิดที่ดีงามค่ะรีดเดอร์ 55555555555555555555
      ไม่ต้องห่วงงงง คนหวงเอย์จังมีเยอะมากกกกกก เช่นมจจิเป็นต้น
      สำหรับนางหมีนี่ คงเป็นกระรอกที่หาโพรงเจอโดยไม่ต้องชี้ล่ะค่ะ// ว่าไปนั่น
      ขอบคุณนะคะ ช็อตฟิคเรื่องนี้เป็นอันแรกของไรท์เลย
      สงสารหนูเอย์ตั้งแต่ดูเมะแล้ว ฮรืออออออ เห็นนางซึมแล้วแบบ มันไม่เข้ากันเลยยย T^T
      ความรักและห่วงน้องทำให้หมียุติการแกล้งไปชั่วขณะจิตค่ะ เดี๋ยวก็แกล้งต่อ
      ขอบคุณอีกครั้งที่ติดตามนะคะ

      เรายังมีฟิคเรื่อง Psudo-Baby's Love อยู่น้า เป็นฟิคยาว ฝากด้วยนะคะ ขอให้สนุกน้า
      #5-1
  3. #4 1827Bansai
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 22:16
    หวานจ๊าดดดด =////=
    #4
    1
    • #4-1 to-ne
      7 มีนาคม 2559 / 08:26
      ขอบคุณค่าา ^[+++++]^
      #4-1
  4. #3 free fran (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:35
    รพูดนดนนกดยย/#?๚\@$(
    หวานมากกกก หวานไปไหนน
    เขินตัวบิดเลยค่ะ โอ้ยยยยยยย
    เอย์จังน่าร้ากกกกก
    ลงเอยกันด้วยดี น้ำตาจิไหล

    ขอบคุณที่แต่งฟิดดีๆนะค่ะ
    สนุกมากเลยยยยย
    รอผลงานต่อไปค่ะ ขอบคุณคะ
    #3
    2
    • #3-1 to-ne(จากตอนที่ 1)
      12 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:04
      ขอบคุณนะค้าาาา ^[+++++]^ ไรท์หลงไดยะหัวปักหัวปำเพราะเอย์จังกับหมีนี่แหละ 55555555555555 ไรท์จะพยายามเขียนเรื่องต่อไปดูนะคะ ขอบคุณมากๆเลยน้าา
      #3-1
    • #3-2 free fran
      14 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:55
      เป็นกำลังใจให้ค่ะ หลงเรื่องนี้เพราะเอย์จังเลยยย
      คนอะไรน่าแกล้งขนาดนี้ 5555
      #3-2
  5. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:48
    วางบทนำเรื่องได้สมบูรณ์เข้าใจง่าย ถึงจะเป็นเรื่องสั้น เเต่สามารถดึงผู้อ่านให้รับรู้อารมรณ์ของตัวละครได้ดี ถ้ามีโอกาสน่าจะเเต่งฟิคยาวๆดูนะ คู่ misawa ไม่ค่อยมีใครมาฟิคบ่อย 

    สู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้
    #2
    1
    • #2-1 to-ne
      8 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:15
      ขอบคุณนะคะ ฮิๆ ^[+++]^ จะค่อยๆหัดเขียนน้า ถ้ามีโอกาสจะลองแต่งยาวดูค่ะ
      #2-1
  6. #1 kmtc.
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:45
    ฟิคดีงามมากค่ะะะะะะะะะ ฟิคไดยะหาอ่านยากมาก มากจริงๆ อ่านมาหลายเรื่องหาเรื่องที่จบไม่ได้เลย แค่เป็น sf ก็ดีนะคะ จบในตอนไม่ค้าง ถ้าเป็นเรื่องยาวก็รอลุ้นว่าไรท์จะมาต่อให้จบไหม ระทึกมากค่ะ 55555 #นี่เราบ่นอะไร เอาล่ะ เข้าเรื่อง ภาษาไรท์ดีค่ะ อ่านง่าย บรรยายดี มีคำผิดนิดหน่อย แต่โดยรวมเราชอบค่ะะะะ มิยูกิแบบว่า... งเากกกกกกก คนฉวยโอกาส ป้อนยาน้องได้แฮ่กๆมาก เอย์จุนก็น่าเอ็นดู งืออออ ;-; หากมีโอกาสอยากให้ไรท์แต่งเรื่องยาวค่ะ สู้ๆค่ะ
    #1
    1
    • #1-1 to-ne
      7 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:01
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นมากๆเลยนะค้าาา กลัวว่าเรื่องจะออกมาไม่ดีมากๆเลย ถ้ามีโอกาสจะแต่งแบบยาวนะคะ 5555555 ไรท์นั่งแต่งตอนกลางคืน บางทีก็ท้อมาก แบบแต่งไปก็เลื่อนขึ้นไปดูอะ ความรู้สึกประมาณ เอ มันยาวพอยังนะ ตอนนึกเรื่องไปเร็ว แต่พอตอนเขียนมันกลับกระดึ๊บได้ทีละฉากๆ 55555555 #ไรท์ก็บ่นอะไรไม่รู้เหมือนกัน

      #หมีก็ฉวยโอกาสตลอดแหละ หื่นในสายเลือด 5555555555555555

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:02
      #1-1