บุปผา จันทรา ปักษา วารี (Yaoi)

ตอนที่ 75 : ภาค จอมใจวิหคเพลิง ตอนที่ 18 : หุ่นเชิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    22 ก.ย. 56

 

ภาค จอมใจวิหคเพลิง ตอนที่ 18 : หุ่นเชิด

 

อาทิตย์อัสดงกำลังลับปลายฟ้า ท่ามกลางแสงสุดท้ายแห่งทิวา ณ ป่าแห่งแดนภูต สายลมอ่อนโชยพัดต้องกิ่งก้านพฤกษา ก่อเกิดคลื่นเงาใบไม้วูบไหว...กลีบบุปผาขาวพิสุทธิ์ที่บานสะพรั่งบนเนินเล็กๆ พลันสั่นไหวน้อยๆ ไปตามกระแสลม

 

ยุพราชแห่งปักษีระบรรจงวางช่อบุปผาขาว....ดอกไม้แห่งการไว้อาลัยลงบนเนินเล็กๆ อันเป็นสถานที่นิทราชั่วนิรันดร์ของแฝดผู้พี่เป็นคนสุดท้าย โดยมีองค์ภูเตชิตประทับเคียงข้าง รอบด้านปราศจากเงาของผู้ใด สองบุรุษผู้ทรงศักดิ์ต่างยืนไว้อาลัยผู้เป็นที่รักโดยไร้ถ้อยวาจา

 

'ท่านพี่...นางแม่มดผู้นั้นจักต้องชดใช้ให้กับท่าน มิว่าจักด้วยวิธีใดนางก็ต้องชดใช้! ข้าให้สัญญา...'

 

พระเนตรแดงก่ำรื้นวาวไปด้วยหยาดอัสสุชลพลันแข็งกร้าวขึ้น เมื่อเจ้าชายหนุ่มหวนนึกถึงแม่มดแห่งท้องทะเล ผู้ซึ่งมีรูปลักษณ์เยี่ยงดรุณีน้อยไร้เดียงสา หากแต่การกระทำกลับโหดเหี้ยมชั่วร้ายยิ่ง

 

"เจ้าอย่าได้คิดกระไรโง่เขลา เรื่องของนางแม่มด...ข้าจักเป็นผู้จัดการเอง"

สุรเสียงห้าวดุเอ่ยเตือน หากสายพระเนตรคมกริบแฝงไปด้วยความเย็นชายังคงทอดมองเนินเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยบุปผาไว้อาลัย

 

เจ้าชายคีวายุหันควับไปจ้องมองร่างสูงกว่า แววพระเนตรฉายชัดถึงความโศกเศร้าและแค้นเคือง "แต่นางเป็นพี่สาวข้า หากข้ามิได้เป็นผู้แก้แค้นเองแล้วไซร้ ยังจักมีประโยชน์อันใด"

 

"เด็กน้อยเอ๋ย ต่อให้เพลานี้เจ้าถือครองเปลวเพลิงแห่งสุริยา อำนาจของนางแม่มดถดถอยลงกึ่งหนึ่งเพราะวิญญาณสถิตอยู่ในร่างอื่น กระนั้นเจ้าก็หายังต่อกรกับศาสตร์มืดและเล่ห์เพทุบายของนางได้ไม่"

 

จอมภูตกล่าวพลางหันมาสบสายพระเนตรกับนัยนาที่ยังคงเอ่อคลอครองไปด้วยหยาดน้ำใส โดยที่เจ้าตัวพยายามกักเก็บไว้มิให้หลั่งริน

 

พอทอดพระเนตรแล้วองค์ภูเตชิตได้แต่ถอนพระทัย ก่อนใช้หลังนิ้วพระหัตถ์ปาดเช็ดหยาดน้ำตาให้ด้วยกิริยานุ่มนวลยิ่ง

 

"เด็กเอ๋ย...การแตกดับนั้นหาใช่จุดสิ้นสุดของชีวิตไม่ อีกทั้งเจ้ายังครองความเป็นอมตะ กาลเพลาไร้ความหมาย หากยังมีวาสนาต่อกัน จักกลัวไปไยว่าจักมิได้พบพานกันอีก"

 

ท่านพี่มยุเรศได้ยินหรือไม่...ว่าราชาแห่งภูตยังคงเฝ้ารอคอยท่าน ยังคงรักท่านพี่มิเสื่อมคลาย ข้าขอโทษที่เป็นเหตุให้พวกท่านต้องพลัดพรากจากกัน

 

เจ้าชายคีวายุครุ่นคำนึงด้วยความโศกเศร้าขมขื่น ก่อนจะเสหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

 

"หึๆ เป็นอมตะแล้วเป็นเยี่ยงไร คนที่ข้ารักล้วนจากไปหมดสิ้น ถ้าต้องอยู่อย่างอ้างว้างเดียวดาย รอคอยอย่างไร้จุดหมาย สู้ข้า..."

 

"คีวายุ...ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าเจ้ายังมีข้า" สุรเสียงทุ้มห้าวเอ่ยแทรกย้ำถ้อยวจีที่เคยบอกกล่าวก่อนหน้าราวกับให้คำมั่นสัญญา

 

ทว่าในใจของผู้ที่สดับกลับยิ่งปวดร้าวลึก...

 

ตัวข้าที่เป็นเพียงน้องชายของคนที่ท่านรัก ซ้ำยังมีส่วนทำให้ท่านพี่ต้องจากไปทั้งๆ ที่นางเป็นผู้ถือครองเปลวแห่งสุริยา นางสามารถอยู่เคียงข้างท่านได้ตราบชั่วนิรันดร์ แต่ข้าซึ่งเป็นผู้พรากนางไป...ยังจักมีความสำคัญอันใดต่อท่านกัน

 

เพียงมิถูกโกรธเกลียดด่าว่าเป็นตัวโชคร้าย เพียงเท่านี้ข้าก็รู้สึกซาบซึ้งยิ่ง แต่หากมิอาจแก้แค้นให้ท่านพี่ได้แล้วไซร้ การที่ข้ายังอยู่ยั้งภูตรายังจักมีความหมายใด มีแต่จักยิ่งทำให้รู้สึกผิดบาป อีกทั้งยังรู้สึกปวดใจทุกครั้งอย่างน่าประหลาดในยามที่ได้พบพานกับท่าน

 

"หากมิให้ข้าแก้แค้น ข้าจักกลับปักษีระ" เจ้าชายคีวายุตัดสินพระทัยแน่วแน่

 

"ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าแก้แค้น และไม่อนุญาตให้เจ้ากลับไป" ราชาแห่งภูตท้วงกลับทันควันด้วยสุรเสียงเย็นชา "ด้วยรูปลักษณ์ของเจ้าในเพลานี้มีแต่จักทำให้ชาวปักษีระหวาดกลัว คนชั่วจักใช้เจ้าหาประโยชน์ สาวกแห่งความมืดจักตามล่าเจ้า"

 

"เยี่ยงนั้นข้าจักคืนเพลิงอมตะให้กับท่าน....ราชาแห่งภูต!"

 

"เปลวเพลิงแห่งสุริยามิใช่ของข้า! คีวายุ?!" ท้ายสุรเสียงห้าวดุเรียกขานนามเจ้าชายหนุ่มด้วยกระแสเสียงอ่อนลง เมื่อจู่ๆ พ่อนกน้อยก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดยิ่ง ร่างผอมเพรียวค้อมตัวสั่นน้อยๆ ยืนซวนเซคล้ายจักทรุดลงได้ทุกเมื่อ

 

"เป็นกระไรไปเจ้า" องค์ภูตเตชิตเข้าประคองคนตัวเล็กกว่า

 

"ทะ...ที่หลัง...ร้อน...เจ็บ" น้ำเสียงบอกกล่าวสั่นเทาขาดเป็นห้วง

 

ร่างสูงจึงถือวิสาสะแหวกสาบเสื้อ เปลื้องอาภรณ์ของคนในอ้อมกอด...แผ่นหลังเปลือยเปล่าขาวจัดพลันปรากฏสู่สายพระเนตรพร้อมกับรอยกรีดผิวหนังมีเลือดไหลซึมคล้ายถูกกรีดด้วยของมีคมเป็นรูปดาวห้าแฉกกลับหัว...สัญลักษณ์ของเหยื่อผู้ถูกล่า ตราประทับแห่งศาสตร์มืด!!

 

"ข้าเคยเตือนเจ้า ว่าหากกล้ายุ่งกับคนของข้า ข้าจักเผาเจ้าทั้งเป็น...อัคคี!"

 

สิ้นคำเรียกขานแห่งมนตรา พุ่มไม้ที่จอมภูตจ้องเขม็งด้วยสายพระเนตรแข็งกร้าวพลันปรากฏเปลวเพลิงลุกโหม ก่อนที่เสียงหัวเราะน้อยๆ อันแสนไพเราะกังวานใสจะดังก้องไปทั่วพนาไพร และเผยให้เห็นร่างเล็กบอบบางของดรุณีน้อยอายุราวสิบสี่สิบห้านางหนึ่งยืนคลี่ยิ้มอยู่ท่ามกลางเปลวไฟ

 

"มิได้พบพานกันเนิ่นนาน ราชาองค์ที่เจ็ดแห่งชาวภูต ท่านยังคงรูปงามเยาว์วัยมิแปรเปลี่ยนจากเมื่อหลายร้อยปีก่อน ช่างน่าริษยายิ่ง"

 

ร่างเล็กเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเสนาะน่าหลงใหล เรือนร่างบอบบางที่ถูกอัคคีเผาผลาญวูบไหวคล้ายดั่งระลอกคลื่นและกำลังระเหยกลายเป็นไอ บ่งชัดว่าผู้ถูกเพลิงผลาญหาใช่ร่างจริงไม่

 

"ขี้ขลาดมิเปลี่ยน ไม่เพียงมิกล้ามาพบข้าด้วยตัวตน ซ้ำยังทิ้งศักดิ์ศรีสิงสู่ร่างผู้อื่นเยี่ยงพวกอสุระ" ราชาแห่งภูตดูหมิ่นร่างเงามายาที่สร้างขึ้นจากสายนที

 

"แหม...ก็ข้าขยะแขยงร่างแก่ชราเต็มที แถมยังถูกพันธนาการกักขังไว้ในกระท่อมเล็กๆ ตั้งหลายร้อยปี ข้าย่อมต้องอยากมาสูดอากาศข้างนอกบ้างเป็นธรรมดา...ส่วนลูกศิษย์ผู้โลภมากโง่เขลาเพียงได้ยินข้าเปรยว่า...หากได้กินหัวใจของข้าแล้วไซร้ นางจักได้พลังอำนาจและความรู้ของข้าไป นางเด็กเนรคุณก็ถึงกับลงมือกรีดอกข้าโดยมิลังเลแม้แต่น้อย" นางแม่มดว่าพลางผุดรอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปาก

 

"สุดท้ายข้าเลยจัดการยึดร่างของนางมาเป็นของตน แม้ว่าจักต้องสูญเสียพลังไปบางส่วนเพื่อแลกกับความเยาว์วัยก็นับว่าไม่เลวเลยใช่หรือไม่ ว่าแล้วก็ส่งสายตาจับจ้องไปที่คีวายุพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมปาก...”แต่จักให้ยิ่งดีย่อมต้องครองความเยาว์วัยอันเป็นนิรันดร์ ใช่หรือไม่พ่อนกน้อย"

 

"แม่มดชั่ว! ข้าจักแก้แค้นให้ท่านพี่!!" คีวายุดิ้นขลุกขลักเพื่อจะออกจากอ้อมพระกรของจอมภูต ดวงพักตร์หล่อเหลาเยาว์วัยแดงก่ำ ลืมเลือนสิ้นถึงความเจ็บปวดแสบร้อนที่แผ่นหลัง

แต่เมื่อมิอาจหลุดจากพันธนาการอันแข็งแกร่ง สองหัตถ์จึงได้แต่กำแน่นจนเห็นข้อนิ้วขาว  

 

"อ๊ะ...เด็กไม่ดีอย่าได้มาพาลผู้อื่นเยี่ยงนี้สิ แม่หนูพี่สาวของเจ้าต้องแตกดับเพราะช่วยชีวิตของเจ้ามิใช่หรือไรกัน" น้ำเสียงว่ากล่าวหวานไพเราะแฝงไปด้วยความขบขัน ใบหน้าไร้เดียงสาประดับไปด้วยรอยยิ้มสดใสเบิกบาน

 

ทว่าผู้สดับได้แต่กัดฟันด้วยความแค้นเคือง  "ข้าสาบาน!! ว่าจักฆ่าเจ้าด้วยสองมือคู่นี้!!"

 

"หึๆ ช่างเป็นคำฝากรักที่ร้อนแรงเสียนี่กระไร" นางแม่มดยังคงหัวเราะน้อยๆ ชอบอกชอบใจ แววตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ชั่วร้าย

 

"เยี่ยงนั้นข้าจักรอวันที่ได้กลืนกินหัวใจของเจ้าเพื่อครอบครองความเป็นนิรันดร์ และจนกว่าข้าจักหาวิธีสังหารผู้พิทักษ์ของเจ้าได้" ว่าแล้วก็ส่งยิ้มหวานหยดให้กับจอมภูต "ข้าคงต้องฝากพ่อน้อยไว้ให้ท่านดูแลไปพลางๆ ก่อน อ้อ...เกือบลืมบอกอีกเรื่อง ว่าเพลานี้ธิดาวายุเทพอยู่ในกำมือข้า หากจอมราชาไล่ล่าข้าเมื่อใด ข้าจักสังหารนางทิ้งทันที!"

 

"เจ้ากล้าขู่ข้ากระนั้นรึ?! แม่มด!!" สุรเสียงทรงอำนาจตวาดก้อง รอบด้านพลันเกิดสายลมรุนแรงพัดโหมกระพือ

 

"มิได้...ราชาแห่งภูต ข้ามิได้ข่มขู่ เพียงแต่เพลานี้ข้ายังมิอยากต่อกรกับท่าน ข้าย่อมต้องหาหลักประกันไว้ก่อน หรือหากบุตรสาวของผู้เป็นสหายสำคัญนัก ท่านย่อมสามารถนำพ่อนกน้อยมาแลกเปลี่ยนกับข้าได้ทุกเมื่อ" แม่มดจ้องมองเจ้าชายคีวายุด้วยสายตาโลมเลียแทบจะกลืนกินเจ้าชายหนุ่มไปตลอดทั้งร่าง สร้างความรู้สึกหงุดหงิดให้แก่จอมภูตมิน้อย

 

"ภูตอัคคีเอ๋ย...จงฟังคำบัญชาจากข้า จงเผาผลาญเงามายาตรงหน้าอย่าให้เหลือหยาดธาราแม้แต่หยดเดียว!!"

 

"ขอรับ" เสียงตอบรับคำบัญชาพลันดันขึ้นจากความว่างเปล่า ทว่าเพลิงอัคคีสีแดงฉานที่เผาผลาญเงามายากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอย่างฉับพลัน ก่อนจักกลืนกินเงาธาราของแม่มดให้สลายหายไปในชั่วพริบตา พร้อมกันนั้นความเจ็บปวดแลตราประทับบนแผ่นหลังของคีวายุก็จางหายไป

 

"เย็นมากแล้ว กลับเถิดเจ้า"

 

จอมภูตบอกกล่าวสั้นๆ ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้น....เรื่องของแม่มดแห่งท้องทะเลหาได้อยู่ในสายพระเนตรไม่ ร่างสูงกระชับสาบเสื้อคนในอ้อมกอดให้เข้าที่ ด้วยสีพระพักตร์เรียบเฉยเย็นชา จากนั้นคว้าข้อมือของอีกฝ่ายบังคับกึ่งลากกึ่งจูงพ่อนกน้อยให้เดินกลับไปด้วยกัน

 

"เพราะข้าใช่หรือไม่ ธิดาวายุเทพถึงได้ถูกจับตัวไป"

 

"...."

 

"โปรดบอกข้าเถิดราชาแห่งภูต เพราะข้าใช่หรือไม่!"

 

คีวายุขึ้นเสียงสูงด้วยแรงอารมณ์ขุ่นแค้นยังคงพุ่งพล่าน ร่างผอมเพรียวหยุดก้าวเดินเสียดื้อๆ ดึงรั้งข้อมือของตนไว้ ดื้อรั้นต้องการคำตอบจากอีกฝ่ายให้จงได้

 

เมื่ออีกฝ่ายดื้อดึงเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ถึงเพียงนี้ จอมภูตจึงได้แต่หยุดพระบาทหันกลับมาให้คำตอบกับคีวายุ

 

"มิใช่เพราะเจ้าดอกเด็กน้อย...สาวิตรีนั้นเป็นคนหยิ่งทรนง นางคงเจ็บใจที่ถูกแม่มดหลอกลวง และรู้สึกผิดที่เป็นเหตุให้มยุเรศต้องมนต์สะกด แล้วหลังจากที่รู้ว่าพี่สาวของเจ้าแตกดับ นางก็ออกไล่ล่าแม่มดโดยลำพังและมิยอมฟังคำทัดทานของผู้ใด"

 

"แล้วท่านจักอยู่เฉยมิช่วยนางหรือไรกัน"

 

"เจ้ามิแค้นนางรึ? เพราะนางเองก็มีส่วนทำให้พี่สาวของเจ้าต้องสิ้นชีพ"

 

"ท่านบอกข้าเองมิใช่หรือไร ว่านางถูกหลอกลวง แล้วท่านเล่าแค้นเคืองนางหรือไม่?" ที่นางเป็นเหตุให้ท่านพี่...คนที่ท่านรักต้องจากไป

 

"สิ่งที่นางกระทำไปด้วยความโง่เขลาย่อมต้องได้รับโทษทัณฑ์ เพียงแต่คนลงโทษย่อมเป็นข้ามิใช่ผู้อื่น และจนกว่าจักรู้แน่ชัดว่าเรื่องราวเป็นเยี่ยงไร นางใช่ถูกจับตัวไปแน่หรือไม่ เจ้าก็จงอย่าได้กังวลไป"

 

"ท่านจักมิให้ข้ากังวลได้เยี่ยงไร ในเมื่อแม่มดหมายในตัวข้า...ข้ามีแต่จักทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน...ซ้ำนางยังขู่ว่าจักสังหารท่าน"

 

"เจ้าเป็นห่วงข้ารึ? เด็กน้อย"

 

"ข้า...." คีวายุมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย พวงแก้มพลันเกิดริ้วสีแดงระเรื่อพาดผ่าน ก่อนกล่าวบอกความในใจกับอีกฝ่าย

 

"ข้าย่อมเป็นห่วงท่าน..."

 

ถ้อยวาจาห่วงใยอันเรียบง่ายอย่างตรงไปตรงมาจากพ่อนกน้อย กลับทำให้ดวงหทัยที่แข็งกระด้างเย็นชาระอุอุ่น ดวงพักตร์คมคายปราศจากอารมณ์ใดๆ พลันแย้มสรวลโดยมิรู้องค์

 

"ข้ามิยอมถูกสังหารง่ายๆ ดอกเจ้า"

 

"แต่ถ้าข้า..."

 

"คีวายุ...ข้าบอกแล้วว่าอย่าคิดทำกระไรมิเข้าเรื่อง ข้ามิอนุญาตให้เจ้าออกจากภูตรา"

 

"ท่านถือสิทธิ์กระไรมากักตัวข้าไว้ ราชาแห่งภูต!" เจ้าชายหนุ่มโต้เถียง พระขนงขมวดเข้าหากัน ในพระทัยขุ่นเคืองที่ถูกคนตรงหน้าทำราวกับพระองค์เป็นนักโทษ

 

"สิทธิ์อันใดน่ะรึ? ก็สิทธิ์ในการพิทักษ์เปลวเพลิงแห่งสุริยาที่อยู่ในตัวเจ้าอย่างไรเล่า ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่ข้าจักต้องปกปักมิให้ตกอยู่ในมือของพวกฝ่ายมืด” องค์ภูเตชิตทอดพระเนตรใบหน้างอง้ำของอีกฝ่ายที่ค่อยๆ ซีดเผือดลง แม้นจักรู้ดีว่าได้กล่าววาจาอันโหดร้ายออกไป หากแต่พระองค์หามีทางเลือกอื่นไม่ เพราะมีแต่เหตุผลนี้เท่านั้นที่พอจะใช้เป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งเด็กดื้อผู้นี้เอาไว้ได้

 

“ในเมื่อเจ้ารู้เยี่ยงนี้แล้วก็จงอย่าได้โต้เถียงกับข้าในเรื่องนี้อีก"

 

เมื่อได้สดับดังนั้น หทัยดวงน้อยที่พึ่งได้สัมผัสความอบอุ่นกลับคล้ายถูกกลบฝังด้วยหิมะอันเย็นยะเยือก....

 

สุดท้ายท่านก็ห่วงเพียงเพลิงอมตะที่อยู่ในตัวข้าเท่านั้น

 

คีวายุเอ๋ย...เจ้าจักหวังสิ่งใดจากผู้ที่แทบเรียกได้ว่ามิได้เกี่ยวข้องกัน มิใช่ทั้งญาติหรือสหาย ซ้ำยังต่างเผ่าพันธุ์ สิ่งเดียวที่เกี่ยวข้องกันในเพลานี้คือเพลิงอมตะที่อยู่ในตัวเจ้า

 

เจ้ายังจักหวังในสิ่งใด?

 

เจ้าชายคีวายุเม้มริมพระโอษฐ์แน่น ดวงพระเนตรแห้งผากแดงก่ำหลุบต่ำ สองพระบาทยินยอมก้าวตามการจับจูงของร่างสูงกว่า

 

หากภายในพระทัยที่หนาวเหน็บอ้างว้างเดียวดายนั้นกลับเต็มไปด้วยความสับสน เศร้าสร้อย ปวดร้าว ทั้งยังแฝงความดื้อรั้นแลทิฐิของผู้เยาว์วัย

 

ต่อให้ข้ามิอาจคืนกลับปักษีระ ข้าก็มิอยากรั้งอยู่ที่ภูตรา...ข้ามิเชื่อว่าแผ่นดินดายิกาอันกว้างใหญ่จักมิมีที่ใดให้ข้าได้พักพิง….แผ่นดินอันปลอดภัยที่ข้าจักมิต้องพึ่งพิงผู้ใด

 

อย่างน้อยสุดแดนตะวันดับอันไกลลับฟ้า...ดินแดนของเหล่าคนเถื่อนที่ว่ากันว่ายินดีต้อนรับคนจรแลผู้หลบหนีโดยมิเกี่ยงว่าจักมีภูมิหลัง เผ่าพันธุ์ ฐานะเป็นมาเยี่ยงไร...ที่นั่นแม้ว่าข้าอาจจะยังต้องอยู่อย่างเดียวดาย แต่ถ้ามิต้องทำให้ผู้ใดเดือดร้อนถูกหมายเอาชีวิตเพราะข้าเป็นเหตุแล้วไซร้ ก็นับว่าเป็นสถานที่ดีมิน้อย...

 

 

 

 

"เจ้ากล้าขู่ข้ากระนั้นรึ?! แม่มด!!"

 

สุรเสียงทรงอำนาจตวาดก้อง ปลุกสติที่คล้ายล่องลอยอยู่ในห้วงฝันของธิดาวายุเทพให้ฟื้นคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริง

และแม้จะยังรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง นัยน์ตายังพร่าเลือนมองเห็นรอบด้านเพียงเงามืดจางๆ ทว่าพอขยับมือและเท้า เสียงเครื่องพันธนาการโลหะพลันเสียดสีกระทบหินส่งเสียงดังก้องสะท้อนกลับไปกลับมา ทำให้พอจะคาดเดาได้ว่านางถูกแม่มดจับมาขังไว้ในถ้ำหรือไม่ก็ห้องใต้ดิน

 

"มิได้ราชาแห่งภูต ข้ามิได้ข่มขู่ เพียงแต่เพลานี้ข้ายังมิอยากต่อกรกับท่าน..."

 

เสียงอันไพเราะตอบกลับผู้ที่อยู่อีกฟากฝั่งของคันฉ่องวารี ซึ่งกำลังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน

 

ถ้อยสนทนา น้ำเสียงอันเคยคุ้นและความสว่างวูบไหวของเปลวเพลิงนั้น ดึงดูดให้ร่างที่นอนอยู่กับพื้นพยายามขยับกายยันตัวลุกขึ้นมองหาที่มาของเสียงแลแสงสว่าง

 

ทว่าธิดาวายุกลับรู้สึกว่าเรื่องง่ายๆ เยี่ยงนี้กลับช่างยากเย็นยิ่ง...นางรู้สึกร่างกายคล้ายดั่งก้อนหินหนักหลายพันชั่ง แม้มือเท้าจะพอขยับได้บ้าง หากแต่ร่างกายกลับลุกไม่ขึ้น!

 

"ภูตอัคคี!..."

 

เมื่อสุรเสียงของจอมภูตดังขึ้นอีกครั้ง เพลิงสีแดงฉานที่กำลังลุกไหม้คันฉ่องวารีพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าคราม ก่อนจะกลืนกินกระจกน้ำที่สะท้อนภาพเงาของแม่มดแห่งท้องทะเลให้หาบวับไปในชั่วพริบตา

 

"ดูเหมือนราชาแห่งภูตจักสนใจไยดีท่านหญิงผู้ทรงศักดิ์ ผู้มีสายเลือดครึ่งภูตครึ่งเทวาน้อยกว่าลูกมนุษย์ผู้หนึ่งเสียอีก เจ้าว่าไหม?”

 

สาวิตรีสดับน้ำเสียงหวานเสนาะเปรยแกมเยาะ พร้อมกับเสียงก้าวเท้าด้วยท่าทีตามสบายดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นางพยายามเพ่งมองเจ้าของเสียง ทว่าสายตายังคงพร่าเลือนมิอาจมองเห็นสิ่งใดได้ชัดแจ้ง

 

“เจ้าทำกระไรกับตาข้า นางแม่มด!!

 

หญิงสาวร้องถามด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด การที่มิอาจมองเห็นสิ่งใดได้กระจ่างชัด อีกทั้งร่างกายยังมิอาจขยับเคลื่อนไหวได้ ทำได้แต่นอนนิ่งๆ เหมือนเหยื่อใกล้ตาย รอคอยนักล่ามาขย้ำปลิดชีวิตนั้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้ามินานนางคือผู้ล่าแท้ๆ เพราะความประมาทดูแคลนความเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย ทำให้นางพลาดพลั้งถูกจับกลายเป็นเชลย นางรู้สึกทั้งแค้นเคืองศัตรู เจ็บใจในความอ่อนด้วยของตน รวมทั้งความหวาดหวั่นที่ตั้งแต่ถือกำเนิดมา ธิดาวายุก็เพิ่งจะเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก

 

“อยากเกรี้ยวกราดให้มากนักเลยเจ้า ประเดี๋ยวผิวสวยๆ ของเจ้าจักเหี่ยวแห้งไปเสียหมด” ว่าแล้วนางแม่มดก็หยุดเท้าอยู่ตรงหน้าเชลยผู้สูงศักดิ์ ทรุดร่างเล็กบอบบางลงกับพื้นหิน แล้วเอื้อมมือเรียวเล็กไปลูบไล้พวงแก้มเนียมละเอียดตรงหน้า

 

“อย่ามาแตะต้องข้า ฮึ! น่าขยะแขยงสิ้นดี” ดวงหน้างามพยายามเบี่ยงหลบปลายนิ้วมืออันเย็นเฉียบราวกับมิใช่นิ้วมือของสิ่งมีชีวิต

 

“พวกชาวภูตชั้นสูงนี่ช่างน่าริษยายิ่ง มิเพียงอายุจักยืนยาว รูปลักษณ์ยังเยาว์วัยงดงามจนสิ้นอายุขัย...งดงามเสียจนข้าเปลี่ยนมาสิงสู่เจ้าแทนร่างสัตว์กึ่งภูตที่ข้าได้ครอบครองอยู่ในเพลานี้ดีหรือไม่” นางแม่มดแย้มรอยยิ้มอันชั่วร้ายและเต็มไปด้วยจิตอันบ้าคลั่งที่แม้ธิดาวายุจะมองมิเห็นหากแต่ก็สัมผัสได้อย่างชัดเจน

 

“ก็เอาสิ แล้วมาดูกันว่าจิตวิญญาณของผู้ใดจักแข็งแกร่งกว่ากัน” ธิดาวายุเทพเอ่ยท้า แม้ในใจจะรู้สึกหวาดหวั่นในจิตอันบ้าคลั่งของอีกฝ่าย หากแต่นางก็มิคิดจักกลัวเกรงหรือขอชีวิตจากศัตรู

 

“แหม ช่างเป็นท่านหญิงที่กล้าหาญยิ่งสมกับมีสายโลหิตของเทพผู้รักอิสระและกร้าวแกร่ง” นางแม่มดเอ่ยกึ่งเยาะกึ่งล้อเลียน ก่อนกล่าวต่อไปอีกว่า “การสิงสู่ร่างเจ้านั้นหาได้น่าสนใจไม่ หากเมื่อเทียบกับเพลิงอมตะ...เปลวเพลิงแห่งสุริยาที่สถิตอยู่ในหัวใจไร้เดียงสาแลซื่อบริสุทธิ์กว่าผู้ใดที่ข้าเคยพบพาน”

 

“ฮึ! ขืนเจ้าแตะต้องผู้ถือครองเพลิงอมตะ ราชาแห่งภูตจักเผาเจ้าทั้งเป็น!

 

“หึๆ ถูกของเจ้าหากข้าเข้าใกล้คงมิแคล้วถูกจอมภูตสังหารสิ้น ดังนั้นข้าย่อมไม่ แต่เป็นเจ้าต่างหากเล่าที่จักนำเพลิงสุริยามามอบให้แก่ข้า”

 

“ผู้ใดจักไปทำตามคำสั่งของเจ้ากัน!!

 

“แม้ว่าพ่อนกน้อยลูกมนุษย์ผู้นั้นกำลังจักกลายเป็นเจ้าของดวงหทัยจอมราชาที่เจ้าเฝ้าบูชาหลงรักมาเนิ่นนานกระนั้นรึ?” น้ำเสียงไพเราะกล่าวคล้ายเห็นอกเห็นใจ คล้ายดั่งผู้อยู่ฝ่ายเดียวกัน ทว่าในเพลาเดียวกันถ้อยวาจานั้นก็กรีดลึกเข้าไปในจิตใจของผู้สดับตรับฟัง

 

“เจ้าเองคงได้ยินได้ยลมาบ้างว่าจอมใจของราชาภูตลำดับที่เจ็ดนั้นคือเทพวิหคเพลิง....”

 

“.....”

 

“มยุเรศผู้พี่แตกดับไปแล้ว หากแต่ผู้เป็นน้องที่สืบทอดรูปลักษณ์ของปักษาแดงเล่า เหตุใดจักมิทำให้องค์ราชารู้สึกหวั่นไหว”

 

“หุบปาก! นางแม่มด!!

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดแม่หญิงผมแดงผู้นั้น....เพลานี้น้องของนางก็ยังจักเป็นเสี้ยมหนามของเจ้าอีก”

 

“ข้าบอกให้เจ้าหุบปาก!!” สาวิตรีตะโกนใส่คนตรงหน้าอย่างเกรี้ยวกราด หัวใจหวั่นไหวอย่างรุนแรง ดวงหน้างามเฉิดฉันบิดเบี้ยว นัยนาคู่งามแดงก่ำ

 

“แม้นข้าหาชมชอบนางไม่ หากแต่ก็มิเคยคิดอยากให้มยุเรศแตกดับเลยสักครั้ง ยิ่งจักให้ข้าทำผิดซ้ำสองมอบคนน้องให้แก่เจ้ากระนั้นรึ?! ไม่มีทาง!!

 

“หือ? ผิดคาดที่หัวใจเจ้ายังคงสะอาดอยู่มิน้อย” ร่างเล็กบางเดาะลิ้น “ข้าอุตส่าห์เหลือโอกาสให้เจ้ายังคงสติไว้ แต่ในเมื่อเจ้าอยากเป็นคนดีนัก ก็จงกลายเป็นเพียงตุ๊กตาของข้าแล้วกัน...อ้อ ส่วนเรื่องดวงตาของเจ้านั้นมันเป็นอาการเริ่มแรกของผู้กลายเป็นตุ๊กตาหุ่นเชิด ตาของเจ้าจักค่อยๆ มืดบอด ร่างกายหนักอึ้งดั่งก้อนศิลา หูมิอาจสดับสิ่งใดนอกจากคำสั่งของข้า ประสาทการรับกลิ่นและรสถูกทำลาย สุดท้ายสติของเจ้าจักมิเหลือแม้แต่น้อย” แม่มดแห่งท้องทะเลสาธยายเรื่องโหดเหี้ยมด้วยใบหน้าไร้เดียงสา อีกทั้งยังส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้กับธิดาวายุเทพ

 

“ผู้ใดจักไปยอมแพ้ต่อคำสาปชั่วร้ายของเจ้ากัน!! นางเฒ่าหยาบช้า!!

 

“หึๆ เพลานี้ที่สติของเจ้ายังคงอยู่ อยากพูดกระไรก็พูดเถิด.... เพราะอีกหนึ่งชั่วยามให้หลัก เจ้าจักมิเพียงเรียกข้าว่า นายท่าน เจ้ายังจักคุกเข่าลงแทบเท้าของข้าอีกด้วย....ท่านหญิงผู้สูงศักดิ์!!

 

แล้วเสียงหัวเราะกังวานใสไพเราะยิ่งก็ดังก้องสะท้อนไปมาภายในโพรงถ้ำ ธิดาวายุเทพทำได้เพียงเอื้อมมือสองข้างมาปิดหูไว้ ถ้าหากนางจะต้องเสียงประสาทการได้ยินไปดั่งถ้อยคำของแม่มดแล้วล่ะก็... นางอยากจะให้มันดับเสียแต่ตอนนี้!!

 

และนี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมาที่นางได้รู้จักกับความรู้สึกที่เรียกว่า สิ้นหวังนั้นเป็นเช่นไร


โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^

ไม่ได้มาอัพเสียนานเนื่องจากไปทำงานต่างจังหวัดอันไกลโพ้น ซ้ำพอกลับมาแต่งต่อ เนื้อหาในตอนที่ 18 ก็ช่างเครียด ดราม่า เลยใช้เวลาแต่งค่อนข้างนาน Y^Y  หวังว่าตอนหน้าจะหวานๆ คนเขียนจะได้เขียนได้ลื่นๆ หน่อยนะบรรดาตัวละครทั้งหลาย  จอมภูตก็อย่าซึนให้มากประเดี๋ยวพ่อนกน้อยจะบินหนีไป ส่วนแม่มด นางก็ช่างจิตได้ใจจ้องจะกินชาวบ้านตลอด สุดท้ายธิดาวายุจะรอดจากคำสาปตุ๊กตาไปได้หรือไม่ พ่อนกน้อยจะโดนอะไรอีกล่ะเนี่ย ต้องคอยติดตามต่อไปจ้า ^^



 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

6,257 ความคิดเห็น

  1. #6177 anukool__ple (@anukool__ple) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 07:31
    แม่มดห่านี้ จ่ายไปเท่าไหร่ บทถึงเยอะแท้ ฆ่าให้ตายเลยไม่ได้รึ
    #6177
    0
  2. #5984 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 22:11
    OMG!! สถานการณ์ไม่แล้ว
    #5984
    0
  3. #4895 saenum (@krissae06) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 20:43
    มันอารมณ์บั่บ หน่วง...แต่ฟิน - - เอ๊ะยังไง???
    #4895
    0
  4. #4406 aj68 (@ai68) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:00
    วิหคเพลิงตัวจริงอ่ะคือคีวายุเฟ้ย ! ไม่ใช่มยุเรศซะหน่อย == ชิชะ
    #4406
    0
  5. #4242 Ma-A-Queen (@ma-a-queen) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 21:34
    อ๊าาากกกก น่ารัก>///<
    #4242
    0
  6. #4120 <WD> Blacksocial (@dinarypurple) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 18:39
    และแล้วก็อ่านถึงตอนปัจจุบันซะที ฮ่าฮ่าฮ่า
    หลังจากดองอ่านมาพักพัก ขอบคุณสำหรับนิยายและหนังสือจ้า
    #4120
    0
  7. #4118 สรีระ (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 18:58
    มาซะทีเนอะไรเตอร์ คิดถึงมากมาย มาดูแล้วมาดูอีกก็ไม่เห็นมาอัพซะีที นึกว่าจะทิ้งกันไปซะแล้ว
    #4118
    0
  8. #4116 ติดตาม (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 12:52
    สนุกมากกกกก
    #4116
    0
  9. #4115 lukbua (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 23:24
    สงสารคีวายุ...แง๊ววว น้อยอกน้อยใจกันไปใหญ่แล้ว

    ยัยแม่มด หล่อนน่ากลัวมาก
    #4115
    0
  10. #4114 YoK_ (@yokdevil) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 21:31
    เมื่อไรเจ้านกน้อยจะรู้ว่าตัวเองเป็นเทพวิหคเพลิงนะ ><
    #4114
    0
  11. #4113 รีดเดอร์ (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 15:09
    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์และจะติดตามผลงานนะคะ
    #4113
    0
  12. #4112 ขี้เกียจลอกอิน (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 23:31
    คิดถึงพ่ออัศ รอมาหลายตอนแล้ว แงงงงงงงง สงสารหน่อยเต๊อะ จัดให้หน่อยซักตอน
    #4112
    0
  13. #4111 DolF (@cher7343) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 22:53
    มาแล้ว ดีใจจังเลย คึดถึงพ่อนกน้อยที่สุดเลย



    #4111
    0
  14. #4110 LoverMinJae (@pim-lovemj) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 00:16
    ท่านจอมภูติก้อซึนเหลือเกิน พ่อนกน้อยน่าสงสารจริงๆ น้ำตาจะไหล ขอให้พ่อนกน้อยมีความสุขบ้างนะคะไรท์เตอร์
    #4110
    0
  15. #4109 今すぐ (@Ma_now39) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 23:37
    คีวายุ งืออออ ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ
    นางแม่มด เมี่ยงโรคจิตๆๆๆๆๆๆ ><
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #4109
    0
  16. #4108 BleckBora (@wangchana) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 18:57
    คีวายุไม่เข้าข้างตัวเองเลยอ่ะ


    #4108
    0
  17. #4107 nomkhon (@nomkhon) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 18:38
    คีวายุทำไมไม่คิดเข้าข้างตัวเองบ้างนะ 555
    #4107
    0
  18. #4106 iphone-pp (@iphone-pp) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 17:37
    สงสารคีวายุอ่ะ จอมภูติอย่าซึนให้มากนักเซ่ๆๆๆ ดูดิ๊ทำให้คีวายุเข้าใจผิดจนได้อ้ะ!

    นังแม่มดจะทำอะไรอีก! ห้ามมายุ่งกับพ่อนกน้อยที่น่ารักของฉันเด็ดขาดเลยนะยะ
    #4106
    0
  19. วันที่ 7 กันยายน 2556 / 17:05
    คีวายุกลายเป็นเด็กมีปมซะแล้วแฮะ
    #4105
    0
  20. #4103 Liquere (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 16:40
    ในที่สุดตอนที่ 75 ก้อมาแล้ววววว (>_
    #4103
    0
  21. #4102 Blanchet (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 16:11
    ชิ ก็พูดแบบนั้นใครจะไม่น้อยใจบ้างเล่าคุณจอมภูติ

    สงสารคีวายุอ่ะ โดนทำให้รู้สึกผิดแล้วก็โดดเดี่ยวด้วยยย
    #4102
    0
  22. #4101 yaoi13 (@mayjung_za) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 15:56
    จอมภูติเอ๋ยยยย เป็นห่วงเขาก็บอกไปเถอะ 555
    #4101
    0
  23. #4100 Silvia Soland (@dgaryman) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 15:47
    ท่านราชาอธิบายไม่เครียอ่ะ คีวายุงอนเลย
    #4100
    0
  24. #4099 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 14:37
    คีวายุขี้งอนจัง
    #4099
    0
  25. #4098 Noonim Waralee (@chupaja) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 14:31
    คีวายุขี้น้อยใจ

    รอติดตามอยู่นะคะ
    #4098
    0