บุปผา จันทรา ปักษา วารี (Yaoi)

ตอนที่ 93 : ภาค จอมใจวิหคเพลิง ตอนที่ 36: หลงรักกับหลงใหล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    4 พ.ค. 60

ภาคจอมใจวิหคเพลิง ตอนที่ 36: หลงรักกับหลงใหล

 

ตื่นสิ...ภูตกระต่ายหิมะ...

 

ตื่นได้แล้ว เจ้ากระต่ายตัวน้อย...

 

"อือ..." ธีราส่งเสียงครางในลำคอ ร่างขนฟูขาวโพลนขยับดุ๊กดิ๊ก หูยาวๆ กระดิกไปมา ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยความง่วงงุน

 

"ผู้ใดเรียกข้า?" บ่นงึมงำ อ้าปากหาวอย่างเกียจคร้าน แต่แล้วฉับพลันหูของมันก็ชันขึ้น เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้ใดบางคนดังอยู่นอกห้อง

 

จังหวะการก้าวย่างเยี่ยงนี้ แม้จะฟังดูแปลกๆ อยู่บ้าง ทว่ามันจำได้ดีว่าเป็นของเจ้าชายแห่งปักษีระ 

 

ดึกดื่นเยี่ยงนี้เจ้าชายจักไปที่ใด

 

ด้วยความเป็นห่วงแกมสงสัย มันจึงกระโจนลงจากเตียงไม้ ใช้เท้าเล็กๆ อันปุกปุยแง้มประตูห้องหับ ก่อนจะเยี่ยมหน้าออกไปมองหาผู้ที่อยู่ในความคิดคำนึง

 

ทันทีที่มันยื่นหน้าออกมา นัยน์ตาสีแดงดุจลูกแก้วก็มีอันต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อมันมองเห็นมือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากคันฉ่องอาถรรพ์ที่กำลังเปล่งแสงสีแดงราวกับถูกเพลิงไฟเผาผลาญ ฉุดดึงรั้งร่างผอมเพรียวของเจ้าชายหนุ่มหายเข้าไปในกระจก

 

"เจ้าชาย!" 

 

มันร้องเรียกได้แค่นั้น แสงสีแดงที่เปล่งออกมาจากกระจกพลันดับวูบลง คันฉ่องแห่งทารันทูล่าจึงแลดูไม่ต่างกระไรกับกระจกธรรมดาทั่วไปบานหนึ่ง ถึงกระนั้นธีรากลับมิกล้าเข้าใกล้กระจกอาถรรพ์

 

"ข้าจักทำเยี่ยงไรดี..." ภูตกระต่ายพึมพำได้แต่หันซ้ายแลหันขวาอย่างลนลาน 

 

ต้องตามหาองค์ราชากับท่านมาคี!

 

ทันทีที่นึกได้ ธีราพลันเปลี่ยนร่างอยู่ในรูปลักษณ์เยี่ยงมนุษย์ ก่อนจะคว้าอาภรณ์คลุมร่างตัวยาวที่แขวนใกล้กับประตูห้องหับ สวมใส่อย่างลวกๆ พร้อมกับสาวเท้าก้าวเร็วๆ จนกลายเป็นวิ่งเต็มฝีเท้าเมื่อออกมาภายนอกกระท่อม

 

'เจ้าชายได้โปรดอย่าพึ่งเป็นอันใด พี่กำลังตามหาองค์ราชาเพื่อไปช่วยเจ้า....โอ้จันทราเทพ ขอทรงได้โปรดปกป้องคุ้มครองน้องชายของข้าผู้นี้ด้วยเถิดขอรับ'

 

ธีราวิ่งพลางเฝ้าอธิฐานต่อเทพจันทรา สองขาพุ่งทะยานไปข้างหน้า วิ่งผ่านท้องทุ่งหญ้า พุ่มไม้และดงหนามอย่างมิลังเล ราวกับล่วงรู้ล่วงหน้าว่าสมควรมุ่งตรงไปยังหนทางใด แม้นบ่อยครั้งจะสะดุดหกล้มกลิ้งหลุนๆ อย่างหมดท่า ด้วยเพราะมิคุ้นชินกับการวิ่งด้วยสองขา ทว่ายามเมื่อลุกขึ้นได้ใหม่ ร่างโปร่งปราดเปรียวกลับยังคงวิ่งต่อไปอย่างสุดฝีเท้า หาได้ชะลอความเร็วลงไม่

 

เพราะสิ่งที่เขาทำได้ มีเพียงการวิ่งแลค้นหาผู้เป็นเป้าหมายเท่านั้น

 

มิรู้เพลาผันผ่านไปนานเท่าใด ภูตกระต่ายหิมะที่ทำได้เพียงวิ่งตามหาราชาหมาป่าสีเงินก็เริ่มหมดเรี่ยวแรง จำต้องชะงักฝีเท้าเพื่อหยุดพักปรับลมหายใจที่หอบกระชั้น ธีรารู้สึกได้ถึงหัวใจของตนกำลังเต้นถี่ระรัวเร็วด้วยความเหน็ดเหนื่อย อาภรณ์เปียกชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อเหนียวเหนอะหนะก็ให้อยากสลัดทิ้งแล้วเปลี่ยนร่างกลับเป็นกระต่ายนัก....ทว่าหากทำเยี่ยงนั้นเขาจะสูญเสียความสามารถในการตามหาผู้คน

 

วิ่งมาตั้งนาน เหตุใดเล่าถึงยังหามิพบ...หรือว่าความรู้สึกของข้าจักผิดพลาดกันแน่?

 

ร่างปราดเปรียวชักจะเริ่มหมดความมั่นใจ หากแต่สองเท้ากลับยังคงก้าวเดินต่อไปข้างหน้าเรื่อยๆ

 

จนกระทั่งขึ้นมาอยู่บนเนินเล็กๆ ลูกหนึ่ง นัยน์ตาสีแดงสุกใสพลันเบิกกว้างด้วยความยินดียิ่ง

 

ในที่สุด...ข้าก็หาพวกเขาพบ!!

 

ท่ามกลางเหล่าแมกไม้พงไพร ใต้ต้นพฤกษาใหญ่ต้นหนึ่ง องค์ภูเตชิตประทับนั่งขัดสมาธิเข้าฌาน พระเนตรสองข้างปิดสนิท บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดราวกับพระองค์ได้ตัดขาดเรื่องราวต่างๆ ในโลกหล้า โดยมีหมาป่าสีดำนอนหมอบอยู่ข้างๆ อย่างสงบเสงี่ยมจนน่าประหลาดใจ

 

ภูตกระต่ายมิรอช้า รีบถลันลงเนินอย่างรีบเร่ง ก่อนคุกเข่าลงตรงหน้าราชาแห่งภูตและภูตหมาป่าสีดำ  

 

"องค์ราชา! ท่านมาคี! แย่แล้วขอรับ เจ้าชายคีวายุทรงหายเข้าไปในคันฉ่องอาถรรพ์ขอรับ"  ธีรารีบทูลรายงานด้วยความรู้สึกร้อนใจยิ่ง...เพราะมิรู้ป่านฉะนี้เจ้าชายจักเป็นฉันใด จะได้รับอันตรายอันใดบ้างก็สุดจะคาดเดา

 

เมื่อได้สดับถ้อยความจากภูตกระต่ายหิมะ จอมภูตทรงลืมพระเนตรขึ้นพร้อมกับพระขนงขมวดมุ่น ส่วนภูตหมาป่าสีดำกลับยังคงอยู่ในห้วงนิทราหาได้มีปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงอันใดไม่

 

"เจ้าพักร่างกายเสีย ส่วนเรื่องของคีวายุข้าจักจัดการเอง" จอมภูตดำรัสทิ้งท้ายไว้แค่นั้น หัตถ์ใหญ่หยิบดาบยาวข้างวรกาย แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จากนั้นทรงเรียกขานมนตราโบราณเพื่อเปิดทวารมิติ วงเวทสีเขียวเรืองรองพลันปรากฏบนพื้นหญ้า คนถูกสั่งให้พักยังมิทันเอ่ยค้านว่าจักขอติดตามไปด้วย ร่างสูงสง่าของจอมราชาก็หายไปพร้อมกับวงเวทข้ามมิติเสียแล้ว

 

การกระทำของจอมภูตนั้นรวดเร็วเสียจนธีราได้แต่นิ่งอึ้ง ทำตาปริบๆ จ้องมองตำแหน่งที่จอมภูตหายองค์ไปอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะทอดถอนใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก แล้วทันใดความเหนื่อยล้าง่วงงุนก็เริ่มบุกจู่โจม พร้อมกันนั้นสายลมหนาวพัดผ่านต้องร่างปราดเปรียวจนกายาสะท้านเฮือก เขาก็รู้สึกอยากเปลี่ยนร่างกลับเป็นกระต่ายขึ้นมาทันใด….

 

ถึงแม้ร่างมนุษย์จะสามารถใช้งานได้สะดวกในหลายๆ ด้านก็ตาม แต่เพลากลางคืนร่างที่มีขนปุกปุยนุ่มนิ่มห่อหุ้มมันอบอุ่นหลับสบายกว่าเป็นไหนๆ

 

คิดแล้วก็เตรียมจะเปลี่ยนร่าง ทว่าสายตากลับปะทะเข้ากับร่างสีดำมะเมื่อมที่ยังคงหมอบนิทราสงบนิ่งไร้การตอบสนองต่อสิ่งใดประหนึ่งรูปปั้นศิลาก็มิปาน

 

พอได้เห็นภูตหมาป่าสีดำอยู่ใกล้ๆ ภูตหนุ่มก็ชักลังเลว่าจะกลับไปอยู่ร่างกระต่ายดีหรือไม่ เพราะเพลาที่เขาอยู่ในร่างมนุษย์นั้นดูเหมือนท่านมาคีจะมิชมชอบเข้าใกล้ มิกลั่นแกล้งหยอกเย้าเหมือนกับตอนที่เขาอยู่ในร่างกระต่าย

 

อืม...ช่วยไม่ได้ คงต้องทนหนาวหน่อย นอนในร่างนี้น่าจักดีกว่ากระมังธีราบ่นงึมงำ ตาเริ่มปรือปรอย อ้าปากหาวหวอด แล้วล้มตัวนอนขดร่างบนผืนหญ้าโดยหันหลังให้ภูตหมาป่า ก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนล้าเหน็ดเหนื่อยเต็มที

›››

 หอม....หอมมาก.... 

 

กลิ่นหอมหวานคล้ายดั่งผลไม้สุกงอม กลิ่นมันช่างหอมหวนยั่วยวนชวนให้ลิ้มลองยิ่งนัก

 

ทุกคราที่สูดลมหายใจเข้าลึก กระไอกลิ่นหอมนั้นก็ยิ่งปั่นป่วนกายาที่กำลังหิวโหยให้ยิ่งกระหายอยากมากยิ่งขึ้น

 

ทว่าพอจะขยับเพื่อไขว่คว้าสิ่งที่ส่งกลิ่นหอมนั้นไว้ในกำมือ จิตสำนึกลึกๆ กลับส่งเสียงประท้วงห้ามไว้

 

อย่า! อย่าแม้แต่คิดจักเข้าใกล้!!

 

แต่ข้าหิว...หิวมากด้วย!....ยิ่งได้กลิ่นก็ยิ่งหิวโหย อยากกลืนกินเจ้าสิ่งที่ส่งกลิ่นหอมเชิญชวนให้ลิ้มลองเต็มที

 

มาคีชักหงุดหงิด...เหตุใดต้องอดทน ในเมื่อมีอาหารเลิศรสกองอยู่ตรงหน้า!

 

เมื่อสัญชาตญาณความต้องการเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ จิตสำนึกก็เริ่มทำงานทันที....

 

อย่าแตะต้องเชียวนะ! สิ่งที่อยู่ตรงหน้าหาแตะต้องได้ไม่!!

 

มันจะกระไรนักหนากับแค่จะกินกระต่ายตัวเดียว...ความต้องการทุ่มเถียง

 

ไม่ได้! ห้ามแตะต้อง!!....จิตสำนึกคำรามเสียงสูง

 

แต่ข้าสูญเสียพลังไปมาก เพราะสร้างมณีโลหิตถึงสองเม็ดในคราวเดียวกัน

 

พอหวนนึกถึงคำสั่งของราชาผู้แสนเอาแต่พระทัยก็ยิ่งให้รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่าน

 

ทั้งๆ ที่บอกกล่าวไปแล้วแท้ๆ ว่าก่อนหน้าเมื่อไม่นาน ข้าพึ่งสร้างไปแล้วเม็ดหนึ่งเพื่อช่วยชีวิตของผู้อื่น หากแต่องค์ราชากลับยังทรงยืนกรานให้ข้าสร้างอีกสองเม็ดแด่พระองค์

 

พอต่อลองว่าพระองค์ก็ทรงมีดาบศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องรางที่ข้าอุตส่าห์ถ่อกลับไปเอาถึงภูตรานำมามอบให้ มณีโลหิตเพียงหนึ่งเม็ดก็น่าจักพอสำหรับการกลับคืนร่างแลสยบตราคำสาปแล้วมิใช่หรือไร

 

ทว่าองค์ราชาที่อยู่ในรูปลักษณ์ลูกหมาป่าสีเงินตัวน้อยตอบกลับอย่างเย็นชาว่า 'เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้ากระนั้นรึ'

 

โอ้...เหตุใดราชาแห่งข้าถึงได้เอาแต่พระทัยเยี่ยงนี้ 

 

ผู้เป็นข้ารองบาทได้แต่บ่นงึมงำ หากแต่ก็ยินยอมกระทำตามแต่โดยดี

 

ก็ผู้ใดเล่าจักหาญกล้าขัดพระทัยจอมราชา ผู้ซึ่งแม้จักอยู่ในร่างลูกหมาป่า หากยังคงความน่าเกรงขามมิเปลี่ยนแปลง อีกทั้งร้อยวันพันปีจักทรงปริโอษฐ์เอาแต่พระทัยสักครั้ง แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พระองค์ไปตรัสสั่งกับผู้อื่น หาใช่กับตัวข้าไม่!

 

แล้วผลจากการต้องสร้างมณีโลหิตแห่งภูตติดๆ กันถึงสามเม็ดนั้น มาคีมิเพียงต้องกลับไปอยู่ในร่างหมาป่า ร่างกายยังอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงจนแทบกระดิกตัวมิได้ ภูตหมาป่าสีดำจึงได้แต่นอนนิ่งๆ เพื่อรอการฟื้นคืนกลับมาของพละกำลังวังชาที่สูญเสียไป ต้องทนนอนนิ่งๆ ทั้งๆ ที่ท้องร่ำร้องหิวโหย!!

 

โอ๊ยหิว!! ถ้าพละกำลังกลับคืนมาเมื่อใดจักออกล่าเหยื่อกินให้หมดป่าเลยเชียว

 

ภูตหมาป่าได้แต่นึกเข่นเขี้ยวในใจ ก่อนจะหลับตาลง บังคับตัวตนให้เข้าสู่ห้วงนิทรา

 

ทว่าความหิวโหยจนเกินเลยขีดจำกัดกลับสร้างภาพมายาในห้วงฝัน...

 

ร่างขนฟูหูยาวสีขาวราวหิมะกำลังแหงนเงยมองพระจันทร์

 

ช่างน่ากินเสียนี่กระไร

 

ข้าอยากกินกระต่าย!!....ความต้องการร่ำร้อง

 

ตัวนี้มิได้ ห้ามแตะต้อง!!....จิตสำนึกยังคงส่งเสียงห้ามอย่างสุดกำลัง

 

แต่เจ้านั่นหอม...หอมมาก....ความต้องการสั่งให้ร่างกายขยับเข้าใกล้เหยื่อที่อยู่ตรงหน้าอีกนิด

 

ตัวนี้มิได้ ห้ามแตะต้อง!! หรือเจ้าอยากจักได้เหยื่อที่ชมชอบลิ้มรสที่สุดมาเป็นคู่....จิตสำนึกเอ่ยเตือน

 

หา?! ผู้ใดจักเอาเหยื่อที่ชมชอบมาเป็นคู่ เพ้อเจ้อสิ้นดี....ความต้องการส่งเสียงหัวเราะขบขำ

 

แล้วสิ่งที่เจ้ากำลังทำอยู่เล่า?....จิตสำนึกตั้งคำถาม

 

โอ้...ก็กำลังจักกัดกินลิ้มรสเลือดเนื้อเหยื่อที่ชมชอบที่สุดอย่างไรเล่า....ความต้องการคุยโอ่

 

งั้นรึ?....จิตสำนึกตอบรับแกนๆ ก่อนจะเงียบหายไป มิได้ว่ากล่าวกระไรอีก คล้ายกับว่ายอมแพ้หรือไม่ก็เอือมระอากับความต้องการ

 

เฮอะ! ช่างไร้สาระ ในเมื่อท้องหิว มีอาหารที่ชมชอบกองอยู่ตรงหน้า หากมิกลืนกินจักอยู่รอดได้เยี่ยงไร....ความต้องการอ้างเหตุผล ก่อนจะสั่งให้ร่างกายจัดการกับเหยื่อตัวน้อยขนฟู!

 

ลิ้นร้อนไล้เลียชิมรส ก่อนจะขบกัดเบาๆ หยอกเย้าตามเนื้อตัวของผู้ตกเป็นเหยื่อ ส่วนมือเล่าก็เค้นคลึงสำรวจตรวจตราไปตามเรือนกายาเรียบลื่นน่าหลงใหล โดยมิได้เฉลียวใจแม้แต่น้อย ว่าเหตุใดกระต่ายสีขาวราวหิมะจึงมีผิวกายสัมผัสอันเรียบลื่นปราศจากขนอันนุ่มนิ่มปุกปุย

 

อีกทั้งนักล่าผู้ซึ่งมัวเมากับกลิ่นหอมหวานยังหารับรู้ไม่ ว่ารูปลักษณ์หมาป่าได้แปรเปลี่ยนกายากลับกลายเป็นเรือนร่างอีกรูปลักษณ์หนึ่งตั้งแต่เมื่อใดก็มิทราบได้

 

"อ๊ะ" เสียงร้องของเหยื่อครวญครางหวานหูแทนที่จะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด 

 

"อา...อือ...อ๊ะ" เสียงครวญคราง กลิ่นหอมหวานปลุกเร้าเรือนกายกำยำให้ร้อนรุ่มจนน่ารำคราญ ความหิวโหยคล้ายถูกอารมณ์ในด้านอื่นเข้าแทรกแซง ริมฝีปากที่ไล้เลียขบกัดนวลเนื้อเหยื่อจึงเปลี่ยนเป้าหมายเลื่อนขึ้นมาประกบปิดต้นเหตุที่มาของเสียงอันเย้ายวนจนยากจะหักห้ามใจ

 

"อือ...อื้อ" เสียงเหยื่อร้องประท้วงอู้อี้ กายากรุ่นกลิ่นหอมหวานดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนแกร่ง ความนุ่มนิ่มเปียกชื้นที่คอยส่งเสียงครางกระเส่าแย้มกลีบเผยอออก เปิดโอกาสให้ปลายลิ้นหยุ่นร้อนสอดแทรกเข้าไปควานหาความอบอุ่นแสนหวานพร้อมกับดูดกลืนธาราแห่งชีวิต เพื่อตัดกำลังผู้เป็นเหยื่อให้สิ้นฤทธิ์...ให้ผู้ถูกตระกองกอดอยู่นิ่งๆ อย่างว่านอนสอนง่าย

 

กระแสธาราอุ่นซ่านค่อยๆ แผ่กำจายไหลเวียนไปทั่วร่าง พละกำลังบางส่วนค่อยๆ ฟื้นกลับมาพร้อมกับจิตสำนึก

 

เจ้าแน่ใจรึว่าเพลานี้กำลังทำสิ่งใดอยู่?

 

กำลังกินเหยื่อ....ความต้องการตอบกลับห้วนสั้น ด้วยกำลังหมกมุ่นกับการกลืนกินกระแสธาราอันหอมหวาน

 

การแลกเปลี่ยนกระแสธาราแห่งชีวิต มีแต่คู่รักคู่ชีวิตกระทำแก่กันเท่านั้น เหยื่อกับนักล่าหามีความสัมพันธ์เฉกเช่นนั้นไม่ เจ้าพลาดพลั้งเสียแล้ว มาคีเอ๋ย....

 

"หา?! ไม่จริง!" ภูตหนุ่มร้องตะโกนออกมา เปลือกตาสองข้างเปิดขึ้น ก่อนจะเบิกกว้างเมื่อภาพแรกที่ปรากฏตรงหน้าคือนัยน์ตากลมโตสีแดงใสประดุจลูกแก้วรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา หัวใจของคนมองพลันกระตุกวูบ ก่อนจะเต้นถี่ระรัว

 

"ท่านทำผิดกฎนะขอรับ ข้าเปลี่ยนร่างได้แล้ว ดังนั้นจึงหาใช่อาหารของผู้ใดไม่" นัยน์ตาสีแดงที่จ้องตอบกลับมาแฝงไปด้วยแววตำหนิแกมผิดหวัง

 

ให้แต่เถอะ...นี่ข้ากำลังทำสิ่งใดลงไป

 

"ท่านได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่ขอรับ ว่าสิ่งที่ท่านทำมันเป็นการละเมิดกฎ อีกอย่างกรุณาเอามือออกจากก้นของข้าด้วยขอรับ"

 

"อ๊ะ อืม" มาคีรีบชักมือออกจากสิ่งที่เขารู้สึกว่ามันช่างหยุ่นตึงน่าบีบเล่นเป็นที่สุด

 

เอ๊ย! ไม่ใช่ นี่ข้าหิวมากจนสมองฟั่นเฟือนคิดเรื่องเพ้อเจ้อกระไรออกมา!!

 

"ลุกออกจากตัวข้าด้วยขอรับ"

 

"อ้อ...." ภูตหมาป่ายังคงมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พอร่างกำยำผละจากร่างเล็กกว่าจึงรับรู้ว่าทั้งตัวเขาและธีราล้วนตกอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เรือนร่างขาวโพลนของภูตกระต่ายยังเต็มไปด้วยร่องรอยแดงๆ ที่เกิดจากการขบกัดประทับจูบเต็มไปหมด อีกทั้งร่างกายของเขายังทาบทับร่างของอีกฝ่ายด้วยลักษณะท่วงท่าที่ออกจะ....

 

"ข้าได้ใส่เข้าไปหรือไม่?" ภูตหมาป่ายกมือกุมขมับ เอ่ยถามเสียงแผ่ว

 

"ท่านว่ากระไรนะขอรับ" น้ำเสียงใสซื่อทวนคำถาม

 

"ข้าถามว่า ข้าได้ใส่เข้าไปในตัวเจ้าหรือเปล่า! เจ้ากระต่ายซื่อบื้อ" ครานี้เสียงห้าวๆ ถามไถ่เสียงดังลั่น

 

"ใส่เข้ามาขอรับ"

 

เฮ้ย!!!!

 

คำตอบที่ได้รับทำให้ร่างสูงกำยำแทบผงะใบหน้าหล่อเหลาคมสันซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด

 

"ท่านใส่ลิ้นเข้ามาในปากจนข้าหายใจแทบไม่ออกขอรับ" ธีราขยายความบอกกล่าวด้วยสีหน้าหวาดหวั่นยิ่ง ด้วยเพราะความทรงจำอันน่ากลัวที่พึ่งเกิดสดๆ ร้อนๆ ไม่นานมานี้กำลังผุดขึ้นมาในความคิดฉากแล้วฉากเล่า

 

ในตอนนั้นเขานอนหลับอยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้งเหมือนมีกระไรบางอย่างกดทับร่างไว้ จากนั้นก็รู้สึกเจ็บไปทั่วร่างเหมือนโดนกระไรบางอย่างกัดเข้าให้ พอจะลืมตาตื่นขึ้นปากก็ถูกบางสิ่งนุ่มๆ เปียกชื้นประกบปิด ซ้ำยังถูกบางสิ่งที่หยุ่นร้อนแทรกเข้ามาในโพรงปากเล่นเอาหายใจแทบไม่ออก

 

โอ้...นี่เขากำลังจะถูกอีกฝ่ายกินใช่หรือไม่ ทั้งๆ ที่เขาเปลี่ยนร่างได้แล้วเนี่ยนะ! นี่มันผิดกฎมิใช่หรือไรกัน!! 

 

พอเขาดิ้นรนขัดขืน ร่างกายที่เริ่มแข็งแรงดีหลังจากได้หลับสนิทก็พลันไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาราวกับว่าพลังชีวิตในร่างกำลังถูกสูบออกไป  

 

ไม่นะ! ข้ายังมิต้องการแตกดับในเพลานี้!!....ได้โปรดอย่ากินข้าเลยขอรับท่านมาคี

 

ในเพลานั้น เขาได้แต่ส่งกระแสจิตร่ำร้องอ้อนวอนอีกฝ่ายในใจ จนร่างสูงใหญ่ที่คร่อมทับหยุดการกระทำนั้น

 

"เจ้ากลับร่างเป็นกระต่ายเสียบัดเดี๋ยวนี้ แล้วอย่ากลับเป็นร่างมนุษย์อีก" มาคีสั่งอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงดุดัน ทว่าผู้นำสารแห่งจันทราเทพจักเชื่อฟังก็หาไม่

 

"ไม่! ข้าจักอยู่ในร่างนี้ ถ้าข้ากลับเป็นกระต่าย ท่านจักได้กินข้าอย่างสะดวกใจใช่หรือไม่ขอรับ"...เรื่องกระไรข้าจะเปลี่ยนให้โง่….ภูตกระต่ายส่ายหน้าเป็นพัลวันมิยินยอม

 

"เจ้ากระต่ายซื่อบื้อ ข้าบอกให้เจ้าเปลี่ยนกลับเดี๋ยวนี้!"

 

"ไม่! ขอรับ!!"

 

"ดื้อด้าน! เดี๋ยวปั๊ด! พ่อจับกินจริงๆ ให้รู้แล้วรอดไปเสียเลยนี่ เจ้ากระต่ายโง่เง่า"

 

ทว่าถ้อยคำข่มขู่กับสิ่งที่กระทำกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะแทนที่ร่างสูงจะย่างสามขุมเข้าหาร่างขาวโพลนเปลือยเปล่าแล้วจับกินอย่างปากว่า มาคีกลับเปลี่ยนร่างเป็นหมาป่าสีดำก่อนพุ่งทะยานกระโจนหายลับไปกับเหล่าพฤกษาพงไพร 

 

ครั้นพอลับร่างภูตหมาป่าสีดำตัวเขื่อง ธีราจึงค่อยผ่อนลมหายใจ ร่างกายที่แข็งทื่อเพราะคำข่มขู่ของภูตหมาป่าก็ผ่อนคลายลงเฉกเช่นกัน จากนั้นร่างปราดเปรียวขาวโพลนจึงเปลี่ยนร่างกลับเป็นกระต่ายขนฟูปุกปุย มันแหงนมองเส้นขอบฟ้าด้านบูรพาทิศก็พลันพบกับแสงสีทองเริ่มปรากฏรำไร มันจึงตัดสินใจย่างเท้าเล็กๆ ของมันมุ่งหน้ากลับกระท่อมของพ่อมดแห่งพนาไพรด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

 ›››

 เมื่อสี่เท้าวิ่งตะบึงมาถึงทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง มาคีก็ตะโกนเรียกแกมข่มขู่ผู้เป็นเจ้าของพงไพร

 

"ไกรวิชญ์! ข้ารู้ว่าเจ้าได้ยินเสียงเรียกของข้า!! เลิกเล่นซ่อนหาแล้วออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!! มิเช่นนั้นข้าจักเผาป่าของเจ้าให้วอดเลยคอยดู!"

 

"ท่านมาคี...มิได้พบพานกันเนิ่นนาน ตามหาข้าอย่างรีบเร่งเช่นนี้มีกิจอันใดให้ข้ารับใช้หรือขอรับ

 

สิ้นคำถามไถ่อย่างสุภาพเกินจำเป็น เบื้องหน้าของภูตหมาป่าพลันปรากฏบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงบึกบึนสวมใส่เกราะสีเงินเยี่ยงนักรบ

 

"มิต้องลีลาให้มากความ ข้าต้องการรู้ว่าจักหาผู้ถือครองดารายา แลสุริยันส่องหล้าได้ที่ใด"

 

"หากแม้แต่แม่หญิงมยุเรศ นักอ่านดาราผู้เก่งกาจที่สุดในแดนดินยังมิอาจทำนายทายทัก ว่าสองดาราที่เหลืออยู่แห่งหนใด ตัวข้าที่เป็นเพียงจอมเวทแก่ๆ จักไปรู้ได้เยี่ยงไรเล่าท่าน"

 

ใบหน้าห้าวหาญสมบุรุษนักรบกลับปรากฏรอยยิ้มขี้เล่น นัยน์ตาคู่คมที่ควรเปล่งประกายตั้งมั่นเยี่ยงนายทหารกลับทอประกายแพรวพราวเจ้าเล่ห์ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกกับลักษณะนิสัยที่แสดงออกขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ยิ่งมองบุรุษตรงหน้า มาคีก็ยิ่งให้รู้สึกขัดนัยน์ตานัก

 

"แต่ผู้นำสารแห่งจันทราเทพชี้ทางให้มาพบเจ้า"

 

"เขาบอกให้มาพบข้าหรือให้มาพงไพรแห่งการหวนคืนเล่าท่าน?"

 

"เขาบอกให้มายังป่าแห่งการหวนคืน เพื่อพบกับผู้ใดบางคน"

 

"เยี่ยงนั้นอาจตีความได้ว่า...จักได้พบพานกับเหล่าดาราหรือผู้เกี่ยวข้อง ณ พงไพรแห่งนี้"

 

"ให้ตาย! ฟังดูช่างเลื่อนลอยเสียจริง" ภูตหมาป่าสบถด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจยิ่ง "เช่นนั้นยามเมื่อเจ้าได้พบพานกับพวกเขาโปรดแจ้งข่าวให้แก่ข้าได้หรือไม่"

 

"ท่านจักมิรอพบกับพวกเขาด้วยตนเองกระนั้นรึ?"

 

"ฮึ! การรอคอยที่มิแน่นอนมันไม่เหมาะกับข้า เจ้าก็รู้ดี"

 

"เช่นนั้นท่านจักไปแล้ว?"

 

"ข้าจักลองไปสืบหาที่อื่นดู"

 

"แล้วภูตกระต่ายหิมะที่มากับท่านเล่า?"

 

"ข้าของฝากธีราไว้ที่นี่ได้หรือไม่" พอพูดถึงเจ้าขนฟูตัวขาว หัวใจแกร่งกร้าวของภูตหมาป่ากลับเต้นผิดจังหวะ

 

"ไหนๆ ท่านก็จักทิ้งกระต่ายตนนั้นแล้ว ข้าขอรับไว้เป็นค่าตอบแทนการแจ้งข่าวคราวของเหล่าดาราให้แก่ท่านได้หรือไม่"

 

"ไม่ได้! ธีราเป็นภูตที่มีเจ้านายพันผูกพันธะ เขามิอาจเป็นภูตรับใช้ของผู้ใดได้อีก"

 

"แหม ข้าก็มิได้จักรับเขาเป็นภูตรับใช้เสียหน่อยท่าน" พ่อมดยิ้มกริ่ม ส่งให้ใบหน้าเหี้ยมหาญยิ่งแลดูขัดนัยน์ตาของผู้มองมากยิ่งขึ้น 

 

"แล้วเจ้าหมายความเยี่ยงไร?" เสียงห้าวๆ ถามกลับเข้มขึ้น ความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านก่อตัวมากยิ่งขึ้นเพียงแค่อีกฝ่ายเอ่ยปากขอเจ้ากระต่ายซื่อบื้อนั่น เจ้ากระต่ายที่เขาคิดจะทิ้งไว้ยังพงไพรแห่งการหวนคืน

 

"ท่านก็รู้ว่าข้าอยู่ตัวคนเดียวมาเนิ่นนาน พอได้มาเห็นภูตกระต่ายปัดกวาดเช็ดถูเรือนของข้าเสียสะอาดสะอ้าน แถมเจ้าตัวยังมีรอยยิ้มที่แสนซื่อบริสุทธิ์ กลิ่นตัวรึก็หอมหวานดั่งผลไม้ทิพย์ ข้าเลยชักอยากได้ศรีภรรยามาเคียงคู่"

 

"กระต่ายนั่นเป็นตัวผู้" หัวคิ้วของภูตหมาป่าเริ่มย่นเข้าหากัน

 

"เรื่องนั้นข้าหาถือสาไม่" พ่อมดยังคงแย้มยิ้มอย่างสบายอารมณ์

 

"ไกรวิชญ์!....ข้าบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้!!" ภูตหมาป่าคำรามด้วยความขุ่นเคือง

 

"แต่ที่นี่เป็นป่าของข้า สิทธิ์การตัดสินใจย่อมเป็นของข้า รวมทั้งสิ่งที่อาศัยในป่าแห่งนี้ย่อมเป็นของข้าเฉกเช่นกัน"

 

"เจ้า!!"

 

"เว้นแต่สิ่งนั้นจักเป็นของผู้อื่น ข้าย่อมหามีสิทธิ์แตะต้องไม่"

 

“......”

 

“ว่าอย่างไรเล่าท่าน จักยกให้ข้าได้หรือไม่...อย่างไรเสียภูตกระต่ายตนนั้นได้กินทิพยษาผลเข้าไป ในป่าแห่งนี้มีสิ่งที่หลงใหลในตัวเขามากมาย ที่เขายังอยู่รอดปลอดภัยก็เป็นเพราะพวกมันล้วนเกรงกลัวท่าน หากท่านจากไปแล้วผู้ใดจักคุ้มครองเขาเล่า สู้ยกให้เป็นคู่ของข้าน่าจักปลอดภัยกว่าใช่หรือไม่? รับรองว่าข้าจักทะนุถนอมเอ็นดูเจ้าตัวให้ดีเชียวล่ะท่าน”

 

“ไกรวิชญ์! ข้าบอกว่าไม่ก็คือไม่! จักให้ข้าต้องพูดอีกกี่ครั้งกี่หนกัน ว่าข้าไม่ยกให้เจ้า เพราะเจ้ากระต่ายนั่นเป็นของของข้า!!”

 

“เป็นคู่ของท่านกระนั้นรึ?”

 

“ใช่! เขาเป็นคู่ของข้า ผู้ใดก็ห้ามแตะต้อง!....อ๊ะ...นี่เจ้า!! หลอกให้ข้าพูดกระไรออกมา” ท้ายเสียงกดต่ำกัดฟันกรอด

 

“ข้าก็แค่อยากให้ท่านเลิกหลอกลวงหัวใจตนเองก็เท่านั้น”

 

“หลอกลวงหัวใจอันใด? ไร้สาระ ข้าเป็นภูตย่อมมีหัวใจที่ซื่อตรง หาใช่พวกมนุษย์ผู้มีจิตใจรวนเรคดเคี้ยวมิสิ้นสุดเฉกเช่นเจ้าไม่”

 

“หึๆ ภูตเช่นพวกท่านย่อมมีหัวใจที่ซื่อตรง เรื่องนั้นข้ายอมรับ เพียงแต่บางครั้งบางคราความซื่อตรงที่มากเกินไปก็อาจกลายเป็นซื่อบื้อได้นะท่าน”

 

“นี่เจ้ากล้าหลอกด่าข้ากระนั้นรึ ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์” นัยน์ตาสีเขียววาวโรจน์บ่งบอกชัดถึงอารมณ์โมโหโกรธา

 

“แหม มิกล้า...มิกล้า ผู้ใดเล่าจักบังอาจหลอกด่าท่านได้ขอรับ” บุรุษหนุ่มในชุดเกราะเงินกล่าวพลางค้อมศีรษะให้ภูตหมาป่าเป็นเชิงขออภัย

 

“มิต้องมาเสแสร้งทำเป็นพูดจาสุภาพ ฟังแล้วมันน่าคลื่นไส้!” คำพูดคำจายังคงแดกดัน ทว่าน้ำเสียงห้าวๆ กลับอ่อนลงมิดุดันโมโหโกรธาเฉกเช่นเมื่อก่อนหน้า

 

“มาคี...สหายข้าเอ๋ย ข้าหาได้มีเจตนากลั่นแกล้งท่านไม่ เพียงแต่ยามที่ข้าได้พบเห็นท่านอยู่ใกล้ภูตกระต่ายตนนั้นครั้งใด ท่านก็มักทำตัวแปลกประหลาดยิ่ง ทั้งๆ ที่ท่านหลงรักเขาอยู่เห็นๆ แต่ท่านกลับเอาแต่ปฏิเสธตัวตนของเขาอยู่ร่ำไป ข้าเห็นแล้วก็ให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแทนท่านยิ่งนัก”

 

“เรื่องของข้าเจ้ามิจำเป็นต้องยุ่ง อีกอย่างเจ้าเพ้อเจ้อกระไรอยู่ได้ ข้าไปหลงรักเจ้ากระต่ายซื่อบื้อตนนั้นตั้งแต่เมื่อใดกัน”

 

“ท่านว่าผู้อื่นซื่อบื้อ แล้วตัวท่านเล่าได้กลิ่นหอมหวานจนน่ามืดตามัวถึงเพียงนั้นยังกล้าปฏิเสธว่ามิได้หลงรักภูตกระต่ายหิมะ”

 

“ข้ามิได้หลงรักผู้ใด ที่ข้าได้กลิ่นก็เพราะข้าชื่นชอบเนื้อกระต่ายเป็นทุนเดิมต่างหากเล่า”

 

“ท่านมาคี...ตัวท่านก็รู้แก่ใจว่าทิพยษาผลจักมีผลกับผู้ที่มีความรักให้เท่านั้น ยิ่งหลงรักมาเท่าใดก็ยิ่งได้กลิ่นหอมรุนแรงเข้มข้นมากเท่านั้น”

 

“เฮอะ! หากข้าหลงใหลเจ้านั่นถึงเพียงนั้น ก่อนหน้านี้ข้าคงกอดเจ้ากระต่ายนั่นไปแล้ว”

 

“ก็เพราะท่านหลงรัก มิใช่หลงใหล จิตสำนึกของท่านจึงยับยั้งไว้ เพื่อมิให้เขาต้องหวาดกลัวท่าน”

 

“ให้ตายเถอะ! นี่เจ้าตั้งใจจักยัดเยียดกระต่ายนั่นให้ข้าไปถึงไหนกัน”

 

“งั้นก็ยกให้ข้าเสียสิท่าน”

 

“ไม่ได้!!” มาคีขึ้นเสียงทันทีที่อีกฝ่ายวกกลับมาเรื่องเดิมอีกหน

 

“ในเมื่อมิได้รัก ท่านจักหวงเขาไว้เพื่อสิ่งใด?” พ่อมดคลี่ยิ้มกว้าง รู้สึกว่าชัยชนะในศึกต่อปากต่อคำกับภูตหมาป่าสีดำนั้นอยู่ไม่ใกล้เกินเอื้อมคว้า

 

“ข้าจักกลับไปนอนที่กระท่อมของเจ้า” ภูตหมาป่าเสเปลี่ยนเรื่องตัดบท เพราะขืนต่อปากกันต่อไปคงมิมีวันสิ้นสุด ร่างสีดำจึงเลือกที่จะหันหลังให้อีกฝ่าย สาวเท้าก้าวจากไปอย่างหน้าตาเฉย

 

“ไหนว่าท่านจักไปจากป่าของข้าแล้วมิใช่หรือไร?” พ่อมดแห่งพนาไพรมิวายเอ่ยถามทิ้งท้าย ภูตหมาป่าเพียงชะงักฝ่าเท้ากล่าวตอบโดยมิหันไปมอง

 

“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว เจ้าคนขี้งก ข้าจักอยู่รอพบเหล่าดาราอยู่ที่นี่ ส่วนค่าตอบแทนที่ให้พักอาศัย ข้าจักหาสิ่งอื่นมาให้แทนกระต่ายหิมะก็แล้วกัน”

   

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^

 เรื่องราวในตอนนี้คนเขียนไม่รู้ว่าจะขำหรือสงสารพ่อมาคีดี ก่อนหน้าก็เที่ยวไปเจ้ากี้เจ้าการยุ่งเรื่องความรักของคนอื่น แต่พอถึงคราวตนเองเข้า หึๆ หัวเราะไม่ออกสินะ ส่วนพ่อกระต่ายธีรายังคงแสนซื่อน่ารัก เกือบจะถูกจับกินอยู่แล้ว (ในอีกความหมาย) พ่อกระต่ายกลับคิดไปอีกทาง..... >////< เขียนคู่นี้แล้วมีความสุข ไม่ค่อยเครียดดีค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

6,261 ความคิดเห็น

  1. #4824 kaohom_d (@kaohomd) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 กันยายน 2557 / 23:23
    มาคีนี่จะซึนไปไหนนนนน ธีราก็ซื่อไปนะลูก
    #4824
    0
  2. วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 12:39
    กิ๊วก๊าววววว
    มาคีก็นะ รู้ตัวซะทีเถอะะะะ ธีราน่ารักจะตายไปจับกินเลยๆๆๆ >/////<
    #4797
    0
  3. #4786 PaEuphoria (@paeuphoria) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2557 / 23:28
    ชอบคู่นี้มากค่าไรท์ อ่านไปขำไปลุ้นไปอี๊กกกกกก ธีราผู้แสนซื้อ งู้ยยยย ทำไมน่ารักได้ขนาดนี้ เป็นกำลังใจให้นะคะ รอตอนต่อไปจ้าาาา
    #4786
    1
    • #4786-1 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 93)
      4 กรกฎาคม 2560 / 09:51
      หมาป่ากับกระต่ายยยยยย
      #4786-1
  4. #4784 I'm not perfec but I'm limited edition (@meennaruto) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2557 / 23:45
    เมื่อไหร่คู่นี้จะได้กันซักที ลุ้นนนนอ่ะ ....แต่ได้เเค่นี้ก็นอนหลับฝันดีเเล้วคืนนี้ กรี๊สสสสส >//////<
    #4784
    0
  5. #4783 Memory tale (@taenyloveforever) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2557 / 23:45
    ตอนต่อไปทิวทิวแล้วใช่มั้ย  เย้!!!!
    #4783
    0
  6. วันที่ 19 สิงหาคม 2557 / 18:03
    ตลกมาคี 55555555 อย่างซึนอะธีรานี่ก็ใสเว่อร์ ที่เหมือนกันคือสองคนนี้เข้าใจคำว่ากินผิดทั้งคู่นี่แหละ >< (ตัวหลักยังไม่ยุ่งมุ่งแต่มาคีธีรา 555555)
    #4782
    0
  7. #4781 I'm Namfa (@rain-wave) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2557 / 09:21
    ชอบคู่นี้มากเลยอะค่ะ น่ารักมากกกก เค้าเชียร์มาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว ><
    #4781
    0
  8. วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 20:28
    ธีราของช้านนนนนนนนนนนนนนน
    #4779
    0
  9. #4778 รัลดา (@Runlada) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 20:00
    จะพบเหล่าดาราแล้ว คิดถึงเจ้าหลวง คิดถึงศศินเรศ แต่ก็รักภูเตชิตนะ
    #4778
    0
  10. #4776 fairyme (@nyxthedark) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 18:43
    ตอนนี้น่ารักมากข่าาาาาาาาา ฮือออออออ *ตายอย่างสงบ*
    #4776
    0
  11. #4775 imTHEE (@muggle476) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 18:42
    ธีราน่ารักสุดๆ มาคีก็ปากแข็ง แบบนี้ถ้าได้กันธีราก็มีลูกได้เหมือน ศศินเรศซิ ว่าแล้วก็คิดถึงสององค์นั้น นาคินทร์คงเหงาน่าดูเฝ้าดูคนรักหลับไหล เมื่อไหรจะตามหาอีกสองดาราให้พบนะ ชอบนิยายชุดนี้มาก ชอบการใช้คำสวยๆ ให้เราได้เห็นความงามของภาษาไทย ได้เป็นการทบทวนแปลวิชาภาษาไทยแปลไทยให้เป็นไทย
    #4775
    0
  12. #4774 hydra (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 15:27
    ธีราน่ารักจริง ๆ เข้าใจความรู้สึกของพ่อหมาป่าเลย



    ว่าแต่ธีรากินทิพยผลเข้าไปจะมีโอกาสท้องได้เหมือนเจ้าจันทร์ไหมมนะ ถ้าได้อีกคนนะคงจะฟินน่าดูเลยค่า
    #4774
    0
  13. #4773 kaokorn (@kaokorn) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 13:27
    ธีราน่ารักมาก สมกับเป็นกระต่ายจริงๆ
    ชักเริ่มสงสารมาคี ท่าจะเอาตัวรอดยาก
    สรุปพ่อมดไกรวิชญ์เจ้าเล่ห์ และขี้เล่นที่สุดในเรื่องนี้ 5555+
    #4773
    0
  14. #4772 MoPorY (@mopory) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 10:44
    แอร๊ยยยยยย มันน่ารักมากกกกกก มาคีนี่มาแนวซึน ส่วนธีราก็มาแนวใสๆสินะเนี้ยะ รู้สึกเหมือนหมาป่าแก่กินกระต่ายอ่อนเลย 555555 ปล. คุณ Demon_Girl คะ เราขอตอบแทนไรเตอร์น้า คือธีรากินทิพยษาผลเข้าไปพร้อมกันกับเจ้าชายศศิค่า แต่ว่าเจ้าตัวจำไม่ได้
    #4772
    0
  15. #4770 Tsuki-Rindou (@poppy-poppo) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 09:18
    กำลังลุ้นเลยว่าหนูธีจะโดนกินไหม


    พ่อมาคีชักช้า ระวังจะชวดหนูธีไปน้า...ฮ่าๆๆๆๆ
    #4770
    0
  16. #4769 waruki (@ka-mi-na-ri) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 06:55
    แหม อีกนิดเดียวเองมาคี =w= ไม่น่าหยุดเลยนะ 5555555

    ธีตัวน้อย โอ๋ ๆ ขวัญกระเจิงหมดแล้วมั้ง
    #4769
    0
  17. #4768 blue bunny (@minerwa13) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 05:18
    คิดเหมือนไรท์เลยยยยยย คู่นี้น่าร้ากกกกกก
    #4768
    0
  18. #4767 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 01:27
    สมน้ำหน้ามาคีสุดๆ!

    แต่สงสารหนูธีจัง
    #4767
    0
  19. #4766 kizz (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 00:16
    แหมะ ๆๆ ท่านมาคีมาสายโชตะนี่เอง 555+
    #4766
    0
  20. #4765 illusion (@Nokheek) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 23:59
    ว๊ากๆๆๆๆ เกือบไปแล้วนะ555555555555
    #4765
    0
  21. #4764 Demon_Girl (@kukkikky) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 23:51
    โอ๊ะโอ้ หวังว่ามาคี จะยอมรับความรู้สึกของตนเองเร็ว ๆ นี้นะ
    และขอให้ธีราเลิกกลัวท่านมาคีด้วยยย ในป่าแห่งนี้มีอะไรน่าสนใจเยอะจริง ๆ
    ธีราไปกิน ทิพยษาผล ตอนไหนเนี้ยย หรือพร้อมเจ้าศศิธร สงสัย
    #4764
    0
  22. #4763 แป๋งแป้ง (@papa-h) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 23:41
    เกือบไปแหละธีราน้อย =w= (แอบฟินหน่อยๆแหะ)
    #4763
    0