บุปผา จันทรา ปักษา วารี (Yaoi)

ตอนที่ 129 : ภาค รุ่งอรุณแห่งสายนที บทที่ 8 : สับสน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    9 มิ.ย. 60

ภาค รุ่งอรุณแห่งสายนที บทที่ 8 : สับสน


อาทิตย์อัสดงทอแสงสีเหลืองส้มอาบย้อมนภา รัตติกาลใกล้มาเยือนอีกครา ลมบูรพาพัดผ่านท้องทุ่ง ก่อเกิดเป็นระลอกคลื่นสีเขียวขจี แว่วเสียงปักษีกู่ร้องกลับคืนรัง...


“อาทิตยะ...ลุกขึ้นมาอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ คืนนี้จักมีงานเลี้ยงพระราชทาน เจ้าต้องไปกับข้า” อินทรายุธออกคำสั่งพลางทอดสายตาจับอยู่ที่ร่างตรงหน้า ผู้ซึ่งนอนทอดกายาหันหลังให้อยู่บนผืนพรม บริเวณข้อเท้าปราศจากโซ่ตรวนใดๆ จักมีก็แต่กำไลทองสุกปลั่งฝังมณีสีน้ำเงินล้ำค่าเปล่งประกายแวววาวล้อแสงตะเกียง


“อาทิตยะ” น้ำเสียงทุ้มห้าวเรียกขานพระนามอีกครั้ง หากแต่เชลยผู้สูงศักดิ์ยังคงนิ่งเฉยมิขยับเคลื่อนไหว


“เฮ้ย!! นะ...นี่เจ้าจักทำกระไร?!” ยุพราชหนุ่มอุทานร้องเสียงหลง เมื่อจู่ๆ ก็ถูกช้อนอุ้มจนพระวรกายลอยจากพื้นกะทันหัน และด้วยความตกพระทัยพระหัตถ์สองข้างจึงรีบคว้าเกาะไหล่กว้างไว้ตามสัญชาตญาณ ทำให้สองร่างยิ่งแนบชิดจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน


“ปะ...ปล่อยข้า ข้าเดินเองได้” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยเสียงกร้าว ทว่าพระปรางกลับปรากฏริ้วสีแดงพาดผ่าน มิรู้เป็นเพราะกริ้วโกรธหรือกระอักกระอ่วนที่ถูกบุรุษด้วยกันอุ้มในท่าเจ้าสาวกันแน่


“เจ้ามีสิทธิ์สั่งข้ารึ?”


พอได้สดับดังนั้น โอษฐ์ได้รูปพลันขบเม้มแน่น มิกล่าวถ้อยวาจาใดอีก


ข้างฝ่ายแม่ทัพหนุ่มก็นิ่งเงียบ ร่างสูงเพียงสาวเท้าก้าวยาวๆ ไปยังด้านหลังฉากบังตาที่จัดสร้างจากผ้าดิบทอมือขึ้งกับเสาไม้สามต้น ก่อนปล่อยคนในอ้อมแขนลงที่ข้างอ่างไม้ขนาดกลางสำหรับแช่ตัว


น้ำในอ่างส่งควันสีขาวจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่กลางอากาศ กลีบบุปผชาติหลากสีที่ลอยฟ่องอยู่บนผิวน้ำส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งยังมีอาภรณ์แพรพรรณเนื้อดีที่ถูกตระเตรียมแขวนไว้ใกล้ๆ สิ่งเหล่านี้ออกจะหรูหรามากเกินไปสำหรับเชลยศึกผู้หนึ่ง


“ไยต้องทำหน้าประหลาดใจเยี่ยงนั้น”


เจ้าชายอาทิตยะทรงหันพระพักตร์ไปทางต้นเสียง สบประสานพระเนตรกับนัยน์ตาคู่คมสีน้ำเงินเข้มนิ่งค้าง ในพระทัยเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนแลกังขา


เพราะยิ่งพระองค์ได้ทอดพระเนตรนัยน์ตาคู่นี้มากครั้งเท่าใด ในพระทัยก็ยิ่งให้รู้สึกชิงชังบุรุษผู้นี้มากขึ้นเท่านั้น!


แน่นอนว่าพระองค์ย่อมเกลียดชังแม่ทัพศัตรู ผู้กรีธาทัพเหยียบย่ำสุริยตรา ทว่าในความชิงชังกลับมีความปวดร้าวลึกแอบแฝงอยู่ เป็นความปวดร้าวที่ใกล้เคียงกับความโศกเศร้า ทั้งๆ ที่เป็นความรู้สึกที่เอ่อล้นออกมาจากดวงหทัย ทว่ากลับไร้ที่มาที่ไปราวกับมิใช่ความรู้สึกของพระองค์เองอย่างไรอย่างนั้น


“เป็นไรไปเจ้า?”


น้ำเสียงถามไถ่เจือความห่วงใย ทว่าสำหรับผู้ที่มีแต่ความเกลียดชัง อาทิตยะมิเพียงไม่อาจสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนนั้น ซ้ำเจ้าชายหนุ่มยังตอบกลับอย่างเย็นชาว่า...


“สำหรับความสะดวกสบายแลอาภรณ์หรูหราพวกนี้ เชลยเยี่ยงข้ามิกล้ารับไว้”


จบคำ เจ้าชายอาทิตยะทรงย่างพระบาทจะกลับออกไป หากแต่ถูกร่างสูงใหญ่ยืนขวางเอาไว้


“เจ้าจักอาบเองดีๆ หรือจักให้ข้าจับโยนลงไป” สุ้มเสียงจริงจัง นัยน์ตาคมกริบสีน้ำเงินเข้มขึ้น หามีแววล้อเล่นไม่


คนถูกข่มขู่ได้แต่กัดฟันหมุนร่างหันหลังให้ ก่อนปลดเปลื้องอาภรณ์จนเปลือยเปล่า ก้าวพระบาทลงอ่างน้ำอุ่นกรุ่นกลิ่นหอมบุปผา จากนั้นเอนกายาลงนอนแช่น้ำพร้อมกับปิดเปลือกพระเนตรลงคล้ายต้องการตัดขาดจากเรื่องราวในโลกหล้า โดยเฉพาะสายตาที่คอยจับจ้องของผู้ใดบางคน


ถึงกระนั้น พระกรรณกลับยังคงได้เสียงสนทนาระหว่างแม่ทัพหนุ่มกับทหารรับใช้ที่อยู่อีกด้านของฉากบังตา...


“เรียนท่านแม่ทัพ ผู้เยียวยาจากค่ายทัพหลวงขอเข้าพบขอรับ”


“บอกกลับไป ว่าเรื่องใส่ยาทำแผลให้กับเจ้าชายต่างเมือง ข้าจักรับผิดชอบดูแลเอง” ว่าแล้วร่างสูงก็ทรุดตัวนั่งขัดสมาธิฝั่งตรงข้ามกับอ่างน้ำข้างโต๊ะเตี้ย โดยบนโต๊ะมีหีบไม้ใบหนึ่งจัดตั้งวางอยู่


“ขอรับ”


พอได้สดับเยี่ยงนั้น อาทิตยะก็นึกค้านในใจ ว่าเหตุใดจักต้องมาวุ่นวายกับเขานัก อีกทั้งเรื่องเล่นละครกระไรนั่น มิรู้ว่าบุรุษผู้นี้มีจุดประสงค์ใดกันแน่ กระนั้นก็มิเห็นจะต้องเสแสร้งวุ่นวายกระทำเองไปเสียทุกอย่าง


แล้วยิ่งมิให้ผู้เยียวยาตรวจรักษา มันก็ยิ่งทำให้น่าสงสัยมิใช่หรือไร? ขอเพียงมีบุคคลที่สามได้เห็นบาดแผล เรื่องที่ว่าเขามิใช่ผู้ถือครองหนึ่งในสามดาราก็จักได้จบๆ ไป แต่นี่กลับกระทำราวกับ…


เจ้าชายหนุ่มพลันลืมพระเนตรยันพระวรกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนใช้พระหัตถ์แกะผ้าพันแผลสีขาว ซึ่งพันอยู่รอบพระพาหาและพระอังสาข้างขวา


เมื่อผ้าพันแผลถูกแกะออก ก็เผยให้เห็นพระฉวีขาวเนียนละเอียดปราศจากริ้วรอยใดๆ


อย่าว่าแต่บาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากปืนไฟ แม้แต่รอยขีดข่วนเล็กๆ ยังหามีไม่


มิเพียงเท่านั้น แผลเป็นต่างๆ ทั่วทั้งวรกายที่ส่วนใหญ่มักจะได้มาจากการฝึกดาบก็ล้วนอันตรธานหายไปสิ้น


นี่มันเกิดกระไรขึ้นกับร่างกายของเขากันแน่!


“หากมิใช่พรจากเทวา เจ้าก็คงเป็นผู้ถือครองสุริยันส่องหล้ากระมัง” น้ำเสียงทุ้มห้าวเปรยขึ้นราวกับกำลังพูดถึงดินฟ้าอากาศ


“ก็ไหนเจ้าบอกว่า ข้ามิใช่ผู้ถือครองดาราสวรรค์” เจ้าชายอาทิตยะทรงนิ่วพระพักตร์ทอดสายพระเนตรไปยังบุรุษตรงหน้าด้วยความกังขา ขณะที่อีกฝ่ายดูเหมือนกำลังวุ่นวายกับการหยิบจับขวดยาแลอุปกรณ์ทำแผลออกมาจากหีบไม้


“เจ้าจักใช่ผู้ถือครองรึไม่ ยังมิกระจ่างชัด”


“ถึงกระนั้นเจ้ากลับจงใจเล่นละครตบตาผู้อื่นเพื่อปกปิดเรื่องของข้า รึที่จริงเจ้าเองก็อยากครอบครองเหล่าดวงดารา?”


ผู้ที่กำลังง่วนกับการตระเตรียมอุปกรณ์เยียวยาพลันหยุดมือ เหลือบตามองคนตั้งคำถามแวบหนึ่งก่อนกลับไปให้ความสนใจกับขวดยาสีเขียวที่อยู่ในมืออีกครั้ง “เจ้าคิดว่าเหล่าดาราศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งใด คิดอยากครอบครองก็ได้ครอบครองกระนั้นรึ”


“เยี่ยงนั้น ไยเจ้าต้องปกปิดเรื่องของข้า เพราะหากเจ้าหลวงศิวรันตรีรู้เข้า ตัวเจ้าคงมิพ้นถูกตั้งข้อหากบฏ ทรยศต่อแผ่นดิน”


“เจ้าห่วงข้ารึ?”


พอเจ้าชายหนุ่มได้สดับคำถามนี้เข้า พระพักตร์หล่อเหลาพลันงอง้ำบึ้งตึงทันที “เฮอะ! ที่ถามก็เพราะมันเกี่ยวข้องกับข้าต่างหากเล่า”


...ผู้ใดจักไปห่วงศัตรูที่น่าชิงชังเช่นเจ้ากัน!  


“เรื่องของข้า เจ้ามิจำเป็นต้องรู้” อินทรายุธเอ่ยตัดบท


“ผู้ใดอยากจักไปรู้เรื่องของเจ้ากัน!” เจ้าชายอาทิตยะสวนกลับทันควัน ก่อนล้มองค์ทอดวรกายไปกับสายน้ำอีกครั้ง ในพระทัยเอาแต่ครุ่นคิดทบทวนถึงการกระทำที่ยากจะเข้าใจของอีกฝ่ายกลับไปกลับมา


เมื่อต่างคนต่างนิ่งเงียบจึงก่อให้เกิดบรรยายกาศอันน่าอึดอัด ทว่ามินานนัก กลิ่นหอมระรวยรินของเหล่าผกากอปรกับสายน้ำอุ่นๆ โอบอุ้มผ่อนคลายเรือนกายา ความตึงเครียดต่างๆ นานาที่ได้ประสบพบพานก็คล้ายถูกสายนทีชำระล้าง เจ้าชายอาทิตยะจึงเผลอไผลเข้าสู่ห้วงนิทราในลักษณะการณ์เช่นนี้…



ท่ามกลางทะเลหมอกบนยอดผาสูงปรากฏเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่ง


สายตาของบุรุษผู้นั้นเหม่อมองท้องทะเลทรายอันกว้างใหญ่อย่างไร้จุดหมาย คล้ายกำลังเฝ้ารอผู้ใดบางคน


ทว่าแม้นฤดูกาลเปลี่ยนผัน กาลเพลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปปีแล้วปีเล่า คำสัญญาที่อีกฝ่ายมอบให้ก็หามีวี่แววจักเป็นจริงไม่


ถึงกระนั้น บุรุษผู้เฝ้ารออย่างเดียวดายบนผาสูงกลับยังคงรักษาคำมั่น


“โง่เง่า! กับคนโป้ปดหลอกลวงพรรค์นั้น ไยต้องรักษาสัญญา! เลิกเฝ้ารอ เลิกโง่งม จงเลิกรักบุรุษผู้นั้น!!” เจ้าชายอาทิตยะทรงร้องตะโกนใส่แผ่นหลังคนตรงหน้าด้วยพระอารมณ์กริ้วโกรธแกมสมเพช หากแต่ในพระทัยกลับรู้สึกปวดร้าวยิ่ง


“อาทิตยะ...อาทิตยะ…” พระกรรณพลันแว่วน้ำเสียงทุ้มห้าวที่แสนคะนึงถึง


“เจ้า...ในที่สุดเจ้าก็หวนกลับมา” พระโอษฐ์อิ่มพึมพำ ก่อนที่เปลือกพระเนตรจะคลี่เปิดออก พร้อมกับหยาดอัสสุชลหลั่งรินมิขาดสาย


จวบจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ข้างแก้ม ผู้ที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝันถึงได้รู้สึกตัวตื่นเต็มตา


“เจ้าทำกระไร?” คนเพิ่งตื่นขมวดคิ้วช้อนตาจ้องมองแม่ทัพหนุ่มเขม็ง


อินทรายุธมิตอบคำ ร่างสูงเพียงชักมือที่ปาดเช็ดหยาดน้ำตาให้คืนกลับ ก่อนบอกกล่าวไปว่า...


“เจ้าควรลุกจากอ่างได้แล้ว เช็ดตัวให้แห้ง ข้าจักทำแผลให้”


“แต่ตัวข้าหามีบาดแผลไม่ ยังจักทำแผลอันใดอีก”


แม้พระโอษฐ์จะตอบกลับไปเยี่ยงนั้น ทว่าเรียวพระขนงกลับยิ่งขมวดมุ่น เมื่อพบว่าสองพระเนตรของพระองค์หลั่งรินหยาดอัสสุชลมิขาดสาย


นี่มันเรื่องราวใดกัน?


ท่ามกลางความสับสน จู่ๆ พระวรกายก็ถูกฉุดให้ลุกขึ้น ก่อนภูษาสีขาวผืนหนึ่งจะคลี่ห่มคลุมร่าง เจ้าชายอาทิตยะพลันเงยพระพักตร์สบพระเนตรกับเจ้าของผืนภูษา แม้นหยาดน้ำตายังคงไหลริน หากอินทรายุธกลับมิเอื้อนเอ่ยถึง ร่างสูงใหญ่เพียงลุกขึ้นเดินกลับไปยังโต๊ะที่วางอุปกรณ์เยียวยาเงียบๆ ราวกับต้องการให้เพลาผู้ใดบางคนได้สงบใจ


ทว่าการได้รับความอาทรจากศัตรู แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แทนที่จักได้รู้สึกสงบจิตสงบใจ กลับจะยิ่งสร้างความสับสนให้กับเจ้าชายหนุ่มมากกว่า


ก็ในเมื่อเป็นศัตรูที่เห็นเขาเป็นเพียงสมบัติชิ้นหนึ่ง แล้วไยเจ้าจึงต้องทำดีกับข้าด้วย!


xxxxxxxxx


หลังจากจัดการใส่ยาพันผ้าพันแผลลงบนพระวรกายที่ปราศจากริ้วรอยใดๆ เสร็จสิ้นแล้ว แม่ทัพแห่งศิวรันตรีก็ปล่อยให้เจ้าชายอาทิตยะแต่งพระองค์เองตามลำพัง


ฉลองพระองค์ที่ถูกจัดเตรียมให้นั้นเป็นแบบสุริยตรา อาภรณ์ชั้นในแบบบางสีขาวสะอาด อาภรณ์ชั้นนอกยาวกรอมพระบาทสีม่วงแดง ปักลวดลายเถาไม้เลื้อยด้วยไหมทอง ภูษาคาดบั้นพระองค์สีม่วงอ่อน คล้องประดับด้วยเชือกพู่ไหมถักทิ้งชายสีแดง


ส่วนพระเกศารวบมัดเป็นหางม้า ครอบด้วยรัดเกล้าทองคำสลักลายดวงตะวัน


เมื่อแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จ วรองค์สูงโปร่งก็สาวพระบาทดำเนินออกมานอกกระโจม…


ทิวทัศน์ภายนอกที่ปรากฏตรงหน้าช่างแตกต่างจากในความทรงจำโดยสิ้นเชิง ภาพท้องทุ่งหญ้าสีเขียวขจี บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกระโจมสีขาวนับร้อยตั้งเรียงรายเป็นแถวเป็นแนวสุดลูกหูลูกตา ธงทิวราชสีห์โบกสะบัดผงาดเหนือแผ่นดินสุริยตรา ท่ามกลางม่านรัตติกาลคลี่คลุมห่มฟ้า ประหนึ่งดวงตะวันจากลามิอาจหวนคืน


เจ้าชายอาทิตยะทอดพระเนตรสภาพแผ่นดินเกิดเมืองนอนที่เพลานี้ได้ตกเป็นข้าเมืองรองของนครอื่นก็ให้รู้สึกหดหู่พระทัยนัก


“อาทิตยะ” น้ำเสียงทุ้มห้าวที่เริ่มจะคุ้นพระกรรณเรียกขานพระนามจากด้านหลัง พอเจ้าชายหนุ่มทรงหมุนพระวรกายหันกลับไปตามเสียงเรียกก็มีอันต้องหรี่พระเนตรลงเมื่อได้ทอดพระเนตรอินทรายุธในอาภรณ์หรูหราแปลกตา หาใช่เครื่องแบบนายทหารสีดำที่เจ้าตัวชมชอบใส่ประจำไม่


“เจ้าคงมิเคยเห็นการแต่งกายแบบศิวรันตรีกระมัง”


แม่ทัพหนุ่มในชุดพื้นเมืองสาวเท้าก้าวเข้ามาพร้อมกับอาชาสีดำพ่วงพีตัวหนึ่ง


“ข้าเคยเห็นในตำรา” สุรเสียงตอบกลับห้วนสั้นคล้ายมิได้ใส่พระทัย ทว่าสายพระเนตรเฉียบคมกลับลอบพินิจพิจารณาอีกฝ่ายอย่างละเอียด


ชุดพื้นเมืองที่ร่างสูงใหญ่สวมใส่นั้นเป็นแบบคอตั้งสีน้ำเงินยาวกรอมเท้า สาบเสื้อและปลายแขนขลิบทอง ปักลวดลายอย่างประณีตบรรจง ศีรษะโพกผ้าสีเดียวกันทิ้งชายด้านข้างละไปตามแนวบ่า ผ้าคาดเอวสีเลือดนก คล้องประดับด้วยจี้โลหะทองคำ ดาบที่เหน็บอยู่ด้านข้างก็ล้วนประดับด้วยทองแลอัญมณีล้ำค่า บ่งบอกชัดถึงฐานันดรที่มิธรรมดาเกินกว่าจะเป็นเพียงนายทัพผู้หนึ่ง


เจ้าชายอาทิตยะครุ่นคิดพลางจ้องมองบุรุษตรงหน้าสลับกับอาชาที่ถูกพามาเพียงแค่ตัวเดียว


“ข้ามิคิดหนีไปที่ใด เจ้ามิจำเป็นต้องคอยคุมตัวข้า”


“ข้าก็มิคิดว่าเจ้าจักหนี เพียงแต่ข้าต้องการประกาศให้ผู้อื่นรู้ว่าข้ากับเจ้านั้นมีความสัมพันธ์กันเช่นใด” กล่าวจบ ร่างสูงก็ส่งสายตาเป็นเชิงสั่งให้ขึ้นม้า


เจ้าชายอาทิตยะได้แต่ถอนพระทัย ตวัดพระวรกายขึ้นหลังอาชาอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นแม่ทัพหนุ่มจึงค่อยตวัดร่างตามขึ้นมานั่งซ้อนอยู่ทางด้านหลัง


ครั้นพอเห็นผู้เป็นนายกระตุ้นอาชาให้ออกเดิน เหล่านายทหารที่ถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมงานต่างตวัดร่างขึ้นหลังม้าควบทยานไปข้างหน้าติดตามผู้บังคับบัญชามุ่งสู่พระราชวังแห่งสุริยตรา...ศูนย์กลางแห่งนคราที่ว่ากันว่าอุดมสมบูรณ์พรั่งพร้อมไปด้วยพืชพรรณธัญาหาร รุ่งเรืองไปด้วยศิลปะการดนตรี แลเป็นที่รักแห่งทวยเทพ


โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

6,218 ความคิดเห็น

  1. #6020 fluk1111111111 (@fluk1111111111) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 20:18
    สวยงาม
    #6020
    0
  2. #6019 กิ๊ฟ (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 21:22
    ทำใจไม่เปิดอ่าน รออ่านแบบรวดเดียวจบ 😆

    รอหนังสือทุกภาคอยู่นะคะะ
    #6019
    0
  3. #6017 ทั่วหล้า (@Twins_511) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 19:59
    ต้องได้ผู้ถือครองดาราทั้งสองใช่ไหมจึงจะปลดผนึกเวลาของนาคินทร์ได้น่ะ?แล้วมีอะไรบ้างนะคะ อ่านมานานก็แอบลืมๆไปบ้างแล้วเหมือนกัน แต่ก็นะ...เรารึก็อุตส่าห์สะกดจิตตัวเองมาได้ตั้งนานว่าอย่าเพิ่งมาอ่านเลย เดี๋ยวจะค้างคาเอานะ แล้วเป็นไงล่ะย๊ะหล่อน เฮ้อออออออออออ ได้แต่เฝ้ารอความเมตตาของคนเขียน//ส่งสายตาปิ้งๆ
    #6017
    0
  4. #6008 lormay (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 14:25
    ก็ยังหน่วงๆนะคะ สังเกตว่าเทรนจะเป็นประมาณนี้เกือบทุกคู่เลยย

    ไงๆก็รอลุ้น และติดตามต่อไปนะคะ
    #6008
    0
  5. #6007 minizipzap (@kwansbaza) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 04:14
    แปลก เพิ่งได้อ่านตอนนี้เด็กดีไม่แจ้งเตือน อยากให้ไรต์อัพบ่อยๆนะคะ ฮืออ
    #6007
    0
  6. #6006 imTHEE (@muggle476) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 17:22
    ขอบคุณมากครับ รอหนังสือภาคแรกอยู่นะครับ
    #6006
    0
  7. #6004 y_pps (@y_pps) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 23:26
    สนุกมากกก หยุดอ่านไม่ได้เลย ถ้าให้เดา เรื่องเมื่อสามร้อยปีก่อนต้องเป็นสาเหตุของความรักความเกลียดของสองคนนี้ใช่มั้ย
    จะเพนกล้องไปหาคนพ่อบ้างป่ะคะ อยากทราบชะตากรรมจริงๆ
    #6004
    1
    • #6004-1 ratri (@tivaratri) (จากตอนที่ 129)
      31 พฤษภาคม 2560 / 09:40
      เรื่องราวของคนพ่อมีแน่นอนค่ะ^^
      #6004-1
  8. #6003 NamikazE (@noomewza116) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 20:03
    โอยยยย ปริ่มมมมม
    #6003
    0
  9. #6002 ^__^$noW fL@kE (@kalo_) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 19:54
    ไรต์ ต่อต่อต่อเลยสิค้าาาา ><
    #6002
    0
  10. #6001 Titlelit (@Titlelit) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 01:54
    ไรต์มาแล้ววววววววว เย่ อยากอ่านตอนต่อไไปแล้ว
    #6001
    0
  11. #6000 kanokwan225872 (@kanokwan225872) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 00:39
    ติดตามค่ะ ไม่ได้อ่านนานเกือบลืมตัวละครซะแล้ว อยากให้ทำแผนผังความสัมพันธ์ของภาคนี้จะได้ไหมคะ แฮะๆ ????
    #6000
    1
    • #6000-1 ratri (@tivaratri) (จากตอนที่ 129)
      23 พฤษภาคม 2560 / 07:29
      คิดจะทำอยู่เหมือนกันค่ะ ^^ ว่างเมื่อไหร่จะทำให้นะคะ
      #6000-1