Special Book สมุดบันทึกลับฉบับจิลวาลี่

ตอนที่ 4 : ต้อยฟ้าประธานในวันวาเลนไทน์(หืม?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    14 ก.พ. 60

ต้อยฟ้าประธานในวันวาเลนไทน์(หืม?)

ก่อนอ่านเจ๊ขออธิบายเผื่อมีคนยังไม่เข้าใจคำว่าเลี้ยงต้อย หมายถึงการเลี้ยงเด็กจนเขาโตแล้วเลื่อนฐานะเขามาเป็นสามีหรือภรรยาของผู้เลี้ยงดูน่ะค่ะ

            “ฮันนี่คะ ดูชิ้นนี้สิ เค้าอยากได้จัง”

            “....”

            “ว้าว~ ช็อคโกแล็ตชิ้นนี้น่ารักจัง เหมาะกับคุณมากเลยนะคะ”

            “....”

            “ที่รัก~ ชิ้นนี้ผมว่าเหมาะกับที่รักมากเลยนะ”

            ภายในร้านขายขนมในฝรั่งเศษ เนื่องด้วยช่วงนี้ใกล้วันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรักที่ใครๆต่างก็รอคอย....ใช่ ไม่ว่าจะเป็นคู่รักที่รอใจจดใจจ่อว่าแฟนของพวกเขาจะมอบช็อคโกแล็ตแบบไหนให้กัน หรือจะเป็นคนโสดที่ต่างก็ตื่นเต้นว่าจะมีผู้ชายหรือผู้หญิงคนไหนเอาช็อคโกแล็ตมาให้ตนในวันแห่งรักบ้าง....ยกเว้น....เพียงเธอคนนี้

          ชิ เจ้าพวกบ้านี่! จะซื้อก็ซื้อเร็วๆสิยะ จะมากอดเอว พิงไหล่พูดคำหวานชวนอ้วกนี่ใส่กันทำเตี่ยไร!!!!!

             “เอ่อ ขอโทษนะคะ ช่วยห่อของขวัญให้หน่อยนะคะ”

            “อ้อ~ ได้ค่า”

            หญิงสาวที่ยืนหลังแคชเชียร์คิดเงินกำลังคิดอย่างหงุดหงิดกับเจ้าพวกคู่รักหวานแหววชวนเลี่ยนในร้านหลายชีวิตที่ราวกับกำลังแข่งกันอวดว่าตนรักแฟนตัวเองแค่ไหนกันไปมางั้นแหละ แต่พอมีชายหญิงคู่หนึ่งเดินมาที่แคชเชียร์เพื่อจ่ายตังค์ หญิงสาวเจ้าของร้านก็หันกลับไปยิ้มแย้มผิดกลับที่คิดอยู่ในใจลิบลับ

            “ทั้งเท่าไรหรือครับ?”

            “ทั้งหมด 60 ยูโรค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการขอให้มีความสุขกับวาเลนไทน์ปีนี้นะคะ”

            “หายากนะที่คุณหนูนาซิสซ่ามาเป็นแคชเชียร์ด้วยตัวเองเลย”

            “กียุล?”หลังคู่รักที่มาจ่ายตังค์เดินออกไป คนมาจ่ายตังค์คนใหม่ก็เดินเข้ามาหาเธอ ซึ่งฟังจากประโยคและน้ำเสียงในการทักทายแล้ว หญิงสาวก็ต้องแปลกใจ เมื่อชายตรงหน้าเธอนั้นคือเพื่อนหนุ่มสมัยเรียนโรงเรียนนานาชาติ คิม กียุล แต่พอเห็นขนมไวท์ช็อคโกแล็ตที่เขาเอามาวางบนโต๊ะตรงหน้าเธอ นาซิสซ่าก็ยกยิ้มเล็กน้อยพอเดาเรื่องราวออก ก่อนจะหยิบขนมมาห่อของขวัญอย่างรู้ใจ“มาเที่ยวกับแม่ลิงนั่นสิท่า”

            “ก็นะ สัญญาไว้แล้วว่าจะพามาเที่ยวปารีส เลยพามาช่วงวาเลนไทน์ซะเลยน่ะ”

            “แค่นั้นเองเหรอยะ? นึกว่าคิดถึงฉันเลยพายัยนั่นมาเที่ยวฝรั่งเศษซะอีก น่าน้อยใจจัง~

            “ฮ่าๆ ก็กะจะมาเยี่ยมเธอด้วยแหละ ดีขึ้นไหม....เรื่องครอบครัวเธอ....”

            “....”

            “ไม่เป็นอะไรนะแนส?”

            “....ฮะๆ มันผ่านมาตั้งนานแล้วนะยะ แต่ก็ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ ฉันโอเค ดิ้นรนหาเงินเหมือนคนฐานะธรรมดาก็ไม่เลว ลำบากหน่อยแต่ก็สนุกดี ขอบคุณที่เป็นห่วงนะกียุล”

            ในขณะที่กำลังห่อของขวัญให้เพื่อนหนุ่ม อยู่ๆเขาก็ถามถึงอดีตที่เป็นแผลใหญ่ในใจของเธอ ทำเอามือบางหยุดชะงักกึก ความโศกเศร้าและเจ็บปวดก็พุ่งเข้ามาในแววตาคู่สวยเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มหันกลับไปตอบเพื่อนหนุ่มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อห่อเสร็จเธอก็หยิบกล่องขนมเล็กๆใส่เพิ่งลงไปสองกล่อง แล้วหันมาส่งให้กียุล

            “เฮ้ๆ ฉันไม่ได้--”

            “เอาน่าของแถม ให้เพื่อนที่ไม่เจอกันนานอย่างนายอันหนึ่ง ส่วนอีกอันฝากให้ยัยจอมตะกละด้วยก็แล้วกันนะยะ แล้วอย่าไปบอกใครว่าได้ของแถมล่ะ ไม่งั้นแม่ฟาดหัวโนจริงด้วย”

            “ฮ่าๆ โอเคๆ เห็นเธอแบบนี้ค่อยโล่งอกหน่อย ยังไงถ้ามีปัญหาอะไรโทรมาได้นะ อยากให้รู้ว่าเธอยังมีฉันแนส”

            “อุ้ยตาย~ ถ้ายัยทิวามาได้ยินประโยคนี้มีหวังงับหัวนายหลุดแน่ย่ะ”

            “ฉันพูดในฐานะเพื่อนจะกลัวอะไร ฉันไปก่อนนะป่านนี้ยัยนั่นคงหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่หาฉันไม่เจอแหงๆ”

            นาซิสซ่ายกมือบายเพื่อนหนุ่ม พอเขาลับสายตารอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไป แววตาของหญิงสาวเจ้าของร้านก้มลงหยิบโทรศัพขึ้นมาเปิดรูปคู่ของเธอและเขาสมัยที่ยัง....คบกันอยู่....ก่อนรูปต่อมาจะเป็นรูปของพวกเธอแต่ต่างจากเดิมคือคนที่ยืนข้างเขาไม่ใช่เธอแต่เป็น....ทิวา.... มือบางของสาวผมบลอนด์ทองสั่นน้อยๆ แต่เมื่อมีลูกค้ามาจ่ายตังค์ เธอก็วางโทรศัพท์ลงแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มแย้มบริการพวกเขาอย่างดี

            หลังเลิกงาน นาซิสซ่าปิดร้านแล้วออกไปซื้อของเพื่อกลับมาทำของกินเย็นนี้ ระหว่างทางเธอเหม่อคิดถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมา สาเหตุที่เธอต้องมาเปิดร้านขนมแถมยังต้องมาทำงานเป็นแคชเชียร์เองอะไรเองนั้นมันเริ่มเมื่อ 4 ปีก่อน หลังเธอเรียนจบมาใหม่ๆ วันกลับมาที่บ้านเธอได้เห็นภาพที่ไม่อยากเชื่อ บ้านที่ถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน รายชื่อผู้เสียชีวิตในบ้านที่เป็นชื่อของพ่อแม่เธอ กระดาษพินัยกรรมเองก็ถูกเผาหายไปด้วย ทำให้สถานที่ต่างๆที่เป็นของเลเฟบเวร์กลายเป็นของบริจาค เธอนำเงินรายได้จากการทำงานก่อนจบเรียนมาเปิดร้านขนมเล็กๆอยู่เงียบๆหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตามฐานะคนธรรมดาทั่วไป ตอนแรกความหยิ่งยโสและความเป็นคุณหนูของเธอนั้นทำให้ลำบากในการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก แต่หลังจากนั้นก็เริ่มปรับตัวทีล่ะนิด จนตอนนี้เธอกลายเป็นคนละคนกับนาซิสซ่า เลเฟบเวร์ คุณหนูตระกูลชั้นสูง ที่ครองตำแหน่งราชินีของโรงเรียนราวฟ้ากับดิน

            ต้องอยู่ตัวคนเดียวจนเธอคิดว่าเธอจะชินชากับมันได้แล้ว....แต่พอกียุลโผล่มา....มันทำให้เธอได้รู้ว่า เธอเหงาหัวใจแค่ไหน จนมีช่วงหนึ่งที่เธอเผลอนึกต้องการเขาคืน แต่ก็ต้องทำใจเพราะทิวาเองก็คือเพื่อนเธอเพื่อนแสนดีของเธอ นาซิสซ่าถอนหายใจเบาๆพลางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเป็นสีดำ

          พระเจ้า....ช่วยส่งใครสักคนมาอยู่ข้างลูกทีได้ไหมคะ ลูกเหงาเหลือเกิน

            ต่อมา~

            ....เอิ่ม....ท่าทางของเขาแรงจริง = = เพราะตอนนี้เธอยืนมองเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ท่าทางน่าสงสารมานั่งอยู่หน้าประตูร้านของเธอ ผมบลอนด์ทองเหมือนเธอหยุ่งเหยิงราวกับไม่ได้สระผมมาหลายอาทิตย์ ใบหน้ามอมแมมอย่างกับไปคลุกดินโคลนแถวชายเลนมา เสื้อผ้าโทรมๆที่แทบไม่น่าจะกันความเย็นยามราตรีได้เลยสักนิด ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงทำท่าทางรังเกียจแล้วไล่อีกฝ่ายไปไกลๆ....แต่ตอนนี้มันไม่ใช่

            “เอ่อ หนูมานั่งทำอะไรตรงนี้เหรอจ้ะ”

            “....หิว....”

            “หืม?”

            โครกก~

            ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ เมื่อเสียงท้องร้องของชายตรงหน้าดังเรียกร้องความสนใจสุดๆ ทำเอานาซิสซ่าอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ส่วนเด็กชายมอมแมมก็อายหน้าแดงแล้วรีบลุกหมายจะเดินหนี ถ้าไม่ติดว่าเสียงทักจากหญิงสาวเจ้าของร้านเอ่ยขึ้นซะก่อน

            “ฮิๆ เข้ามาทานข้าวด้วยกันไหม”

            วันต่อมา

            “ยินดีต้อนรับครับคุณลูกค้า”

            “ว้าย หนุ่มน้อยน่ารักจังเลย”

            “อร๊ายดูสิแก พนักงานคนนี้น่าลักกลับบ้านมาอ่ะ”

            “กรี๊ด~ น้องๆพี่ขอถ่ายรูปหน่อยสิ”

            ภายในร้านขายขนมวันนี้คึกคักกว่าปกติ ทั้งที่เวลาธรรมดาคนก็เยอะอยู่แล้ว พอมีพนักงานคนใหม่เข้ามา ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้ามาได้เป็นทวีคูณ จนตอนนี้นอกจากจะมีคู่รักมาซื้อช็อคโกแล็ตแล้ว ยังมีสาวน้อยใหญ่ที่เข้ามาเพื่อขอถ่ายรูปกับพนักงานเด็กหน้าหวานแสนน่ารัก ซึ่งแน่นอนว่าดังขนาดนี้มีหรือที่นาซิสซ่าจะยอมปล่อยไปเฉยๆ

            “คุณลูกค้าต้องการถ่ายรูปคู่กับพนักงานคนนั้นกรุณาจ่ายตังก่อนนะคะ รูปล่ะ 2 ยูโรค่ะ”(11.36 บาทไทย)

            ได้ยินแบบนั้นสาวๆบางคนถึงกลับหน้างอ แต่ก็ยังมีหลายคนที่หยิบเงินมาจ่ายให้ดันเต้ก่อนถ่ายตามจำนวนเงินที่จ่ายไปอย่างไม่เสียดาย....เอ๊ะๆ งงล่ะสิ ดันเต้คือใคร แล้วมาทำงานเป็นพนักงานได้ไง มันเริ่มจากเรื่องเมื่อคืน....

            งำๆงำๆ

          นาซิสซ่าอดทึ่งไม่ได้กับสถิติการกินของเด็กตรงหน้า นี่มันเกือบทำลายสถิติการสวาปามของแม่นางกินจุแต่ไม่อ้วนตลอดกาลอย่างทิวาเลยนะเฮ้ย จนกระทั่งเขาดูจะเริ่มอิ่มแล้วได้สติว่ากำลังทำอะไรอยู่ ก็รีบวางของกินทุกอย่างลงแล้วนั่งนิ่งเงียบอย่างคนรู้สึกผิด ซึ่งท่าทางนั่นมันดูน่ารักดีในสายตาเธอ เจ้าของร้านขนมอมยิ้มนิดๆยกมือเท้าคางเอ่ยกับเด็กชายแสนมอมแมม

          “ไม่ต้องเกรงใจหรอก เล่นกินซะขนาดนี้แล้วนิ”

          “....ขะ ขอโทษครับ....”

          “ฮิๆ ฮิๆ ฉันไม่ได้ว่าอะไรหรอก ว่าแต่นายเถอะดูยังเด็กอยู่เลยนะ อายุเท่าไรยะเรา”

          “....15 ปี....ครับ”

          “15 เองเหรอ?! ทำไมมาอยู่ในสภาพนี้ล่ะ แล้วบ้านเธออยู่ไหนพรุ่งนี้ให้ฉันไปส่งไหม”

          “ผมเป็นเด็กกำพร้าครับ ผมนอนข้างถนนตั้งแต่จำความได้เพราะงั้นบ้าน....ผมไม่มีหรอกครับ”

          “....ขะ ขอโทษ ฉันไม่รู้”

          “ช่างมันเถอะครับ เอ่อ ส่วนเรื่องอาหารทั้งหมด....ผม....ผมจะหาเงินมาคืนให้นะครับ”

          “อ่า ไม่เป็นไรๆ ถือว่าฉันเลี้ยงล่ะกัน”

          “ไม่ได้หรอกครับ ยังไงก็ต้องหามาคืน....เพราะมันคือสิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้....ว่าผมไม่ใช่ขอทาน ไม่ได้ตกต่ำถึงขั้นนั้น....”

          “ถ้างั้นเอางี้ไหมยะเจ้าหนู มาทำงานเป็นพนักงานร้านฉันไหม แลกกับที่อยู่พร้อมอาหารด้วย ว่าแต่คุยกันมาตั้งนานฉันยังไม่รู้ชื่อนายเลยนะ ฉันนาซิสซ่าหรือจะเรียกพี่แนสก็ได้ย่ะ”

          “ดันเต้....คนแถวนี้เรียกผมแบบนั้นครับ”

            ตอนแรกก็แค่กะจะหาคนช่วยงานเฉยๆหรอก แต่พอจับเจ้าเด็กมอมแมมนั่นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ถึงได้เห็น ออร่าความหล่อวัวหายควายสิ้นลมนี่มาเต็ม เล่นเอาเธอยังอดใจเต้นแรงไม่ได้ นี่แค่อายุ 15 ยังน่าจับฟัดขนาดนี้ถ้าอายุ 24 เท่าเธอคงไม่ถูกฉุดกระชากจับไปทำสามีเลยเหรอ = = และด้วยเหตุนี้ทำให้นาซิสซ่าคิดหารายได้เสริมจากการขายเรือนร่างอันงดงามของเขาจนได้ และมันก็เป็นไปตามแผน โฮะๆ โฮะๆ

            หลังร้านปิด

            “ไงเหนื่อยหน่อยนะยะ”

            “สุดๆเลยอ่ะครับพี่แนส พี่สาวพวกนั้นทำเอาผมกลัวการเข้าใกล้ผู้หญิงไปวูบเลย T^T

            “ฮ่าๆ งั้นสงสัยฉันต้องออกห่างนายแล้วสิ ก็นายกลัวผู้หญิงนี่เนอะ”

            “อ่า! ไม่นะครับ! ไม่ใช่กับพี่แนสแน่นอนครับ! อย่าห่างจากผมนะครับ ขอร้อง~

            ....พระเจ้า....ขอฟัดทีได้ไหม จะน่ารักเกินไปแล้ว >////< นาซิสซ่าได้แต่โหยหวนในใจ แต่ภายนอกทำเพียงแค่ยกยิ้มบาง เมื่อดันเต้ทำท่าตื่นตระหนกแล้วรีบวิ่งมาเกาะเอวเธอแน่น เอาคางเกยไหล่มองหน้าเธอราวเด็กกลัวแม่หาย นาซิสซ่ายกมือลูบหัวเด็กชายที่ตัวเตี๋ยกว่าเธอเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหยิบเสื้อคลุมมาคลุมให้เขา

            “ไปเถอะ วันนี้ฉันกะจะซื้อเสื้อกับของใช้ส่วนตัวนายด้วย”

            “เอ๊?! เอ่อไม่ต้องก็ได้ครับ! ผม....ผม....”

            “เอาน่ารายได้เสริมนายเยอะเกินค่าอาหารที่จะคืนฉันแล้ว เหลืออยู่เยอะด้วยเอาไปซื้อของส่วนตัวได้หลายอย่างเลย”

            “....พี่สาว....จะให้ผมอยู่ที่นี่....จริงๆเหรอครับ”

            “ไม่อยากอยู่หรือไงยะ?”

            “มะ ไม่! ผมอยากอยู่....ขออยู่ได้ใช่ไหมครับ”

            “ได้สิ ฉันกำลังอยากเลี้ยงเด็กอยู่พอดี ว่าแต่นายเถอะปล่อยได้แล้วมั้งย่ะ - -

            พอนาซิสซ่าทัก ดันเต้เพิ่งรู้ตัวว่าเขากอดเธอแถมยังเอาคางเกยไหล่บางทำให้หน้าของพวกเขาทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ เด็กหนุ่มอมยิ้มแล้วก้มหน้าถูไปกลับหัวไหล่นุ่มๆ โยกตัวไปมาพลางทำท่าออดอ้อน

            “ขอกอดต่อไม่ได้เหรอครับ ตัวพี่ทั้งหอมทั้งนุ่ม อยากกอดทั้งคืนเลย~

            โป๊ก!

            “แหม~ แค่วันแรกก็ออกลายเลยนะยะ ไปได้แล้วเดี๋ยวก็มืดกันพอดี”

            “โอย~เจ็บง่า พี่เอาพัดฟาดหัวผมเลยเหรอครับ TT^TT

            ดันเต้ลูบหัวปอยๆแล้วเดินตามนาซิสซ่าที่ออกจากร้านไปติดๆ พวกเขาเดินไปทั่วห้างซื้อของใช้ส่วนตัวของเด็กหนุ่มและยังมีเที่ยวด้วยกันเล็กๆน้อยๆ ยิ่งช่วงนี้ใกล้วันวาเลนไทน์ด้วย ทำให้ทุกอย่างจะเกี่ยวกับความรักส่วนใหญ่ ซึ่งดันเต้ก็เล่นสวมบทเป็นหนุ่มหล่อควงสายสวยลากไปนู้นมานี้ตลอด โดยไม่รู้ตัวความเหงาในใจของนาซิสซ่าเริ่มหายไปทีล่ะนิด

            “ฮ้า~ กลับถึงบ้านแล้ว!

            “ซื้อของมาเยอะเหมือนกันนะนายเนี่ย”

            “ก็มันสนุกนี่ครับ ได้เดินเที่ยวชิวๆกับสาวสวย”

            “ย่ะ! ฉันรู้ว่าสวย ไปๆไปอาบน้ำได้แล้วเดี๋ยวมากินข้าวกัน”

            “คร้าบ~

            นาซิสซ่าเดินเข้าห้องครัวมาเพื่อทำอาหารสำหรับคืนนี้ หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆ ยามคิดว่าต้องปรับปริมาณการปรุงอาหารเพราะทำสำหรับสองคนไม่ใช่เธอคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน การมีคนมาช่วยงานร้าน มีเพื่อนเที่ยวด้วยกัน ทำอาหารและกินข้าวพร้อมกัน พูดคุยเรื่องต่างๆ มันดีกว่าการอยู่คนเดียวจริงๆ จนหญิงสาวเผลอเอ่ยเสียงเบาทีเล่นทีจริง

            “15 งั้นเหรอ....อีก 5 ปีก็ใช่ได้แล้วนี่เนอะ หรือจะเลี้ยงต้อยดีหว่าเรา”

            “เอ๋? จะเลี้ยงต้อยผมเหรอครับพี่แนส”

            “ว้าย!!!

            พึมพับอยู่คนเดียวเงียบๆ เสียงนุ่มทุ้มจากคนด้านหลังก็ดังขึ้นมาพร้อมลมหายใจในระยะประชิด ทำเอานาซิสซ่าสะดุ้งเฮือกหันหลังไปมองตามสัญชาตญาณ เพียงแต่พอหันไปถึงกลับหงายหลังมือปัดไปโดนมีดที่วางอยู่ข้างๆ จนเลือดออก นาซิสซ่าร้องก่อนยกมือมาดู ฝ่ามือใต้นิ้วก้อยโดนบาดไม่ยาวมากแต่ลึกพอดู

            “แย่แล้ว! พี่แนสผมขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจ!

            “อ่า ช่างมันเถอะเดี๋ยวไปเอากล่องพยาบาลในห้องมาให้หน่อยสิ”

            ดันเต้รีบวิ่งกลับเข้าไปเอาของตามที่นาซิสซ่าบอก ก่อนจะดึงมือเธอไปทำแผลให้ สีหน้าของเขาซีดอย่างเห็นได้ชัดจนเจ้าของร้านสาวต้องเอ่ยบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่เขาก็ยังคงนิ่งเงียบท่าทางสำนึกผิดและเสียใจที่ทำเธอบาดเจ็บ นาซิสซ่าต้องยกมืออีกข้างเชยคางเขาให้สบตากับตน ยิ้มบางๆกล่าวกับอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน

            “ฉันแค่โดนมีดบาดนะยะ ไม่ใช่มีดแทงอกอย่าทำหน้าสลดแบบนั้นสิ ตาทึ่ม”

            “....ผมขอโทษนะครับ”

            0////0!!!

            ดันเต้มองมือที่พันผ้าพันแผลเรียบร้อยแล้วยิ่งเม้มปากแน่นก่อนจับมือบางมาจรดริมฝีปากเบาๆ ค่อยๆลากผ่านฝ่ามือใต้นิ้วโป้งยาวไปที่หลังมือแล้วสูดหายใจเบาๆ ดวงตาคมของเด็กชายแหงนมองสบดวงตาคู่หวาน ทำเอาใจสั่นสะท้านหวั่นไหวไม่หยุด ข้างแก้มขาวนวลแต้มไปด้วยเลือดฝาด โดยเจ้าตัวหารู้ไม่ว่าใบหน้าเขินอายของเธอก็ทำเอาใจเขาเต้นแรงไม่แพ้กัน ดันเต้ขยับใบหน้าเข้าหาหญิงสาวก่อนจะ....จรดริมฝีปากเขากับเธออย่างแผ่วเบา ความอบอุ่น อ่อนโยนและลึกล้ำอย่างน่าประหลาดที่ถูกส่งผ่านกายสัมผัสนี่ มันช่างหอมหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง....หวานจนไม่อยากจะละจากมันเลย เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่อาจรู้ได้ ดันเต้ค่อยๆถอนจูบแล้วถอยออกมามองใบหน้าของพี่สาวคนสวยที่เก็บเขามาเลี้ยงหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก

            “เมื่อกี้ผมได้ยินว่าพี่จะเลี้ยงต้อยผมเหรอครับ”

            “เอ๊ะ?! ปะ ปะ เปล่าซะหน่อยนะยะ! ฉะ ฉันแค่....พูดไปงั้นแหละย่ะ =////=

            “เหรอครับ? แต่ถ้าเลี้ยงต้อยจริงๆผมไม่ว่านะ ถ้าอีก 5 ปีพี่ยังสวยพริ้งแบบนี้ โดยไม่มีรอยตีนกาบนใบหน้าผมก็โอเค”

            “....”

            ผั๊วะ!

            “เด็กบ้า! หยาบคายที่สุดเลย -*-

            “ง่า~ ตีผมอีกแล้วอ่าครับพี่แนส T^T

            “สมควรโดน! ชิฉันไปทำอาหารต่อล่ะย่ะ”

            “ให้ผมช่วยนะคร้าบ~

            “ตามใจเถอะย่ะ!

            ทั้งสองทำอาหารและกินด้วยกัน ก่อนจะแยกกันไปนอน ตื่นมาทำขนมเพื่อเอาไปขายในตอนเช้า ตั้งแต่ดันเต้โผล่มานาซิสซ่าก็เริ่มยิ้มบ่อยขึ้น หัวเราะบ่อยขึ้น นางดูมีชีวิตชีวิตวาขึ้นเยอะมากกว่าแต่ก่อน วันนี้ก็ดีเหมือนเมื่อวานลูกค้าเข้าร้านเยอะว่าปกติมาก เนื่องจากวันนี้คือวันวาเลนไทน์วันที่ทุกคนจะเอาช็อคโกแล็ตกับดอกไม้ให้คนที่ตนรักหนุ่มๆสาวๆจึงเยอะกว่าวันก่อนหน้าเป็นทวีคูณ จนกระทั่งร้านปิด

            “โหย วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษหรือมันเยอะแบบประจำเหรอครับพี่แนส”

            “คนเยอะพิเศษสิ ก็วันวาเลนไทน์....นี่....นา”

            “พี่แนส?....!!!

            ดันเต้ที่เก็บของเข้าตู้เย็นยักษ์หันมาหานาซิสซ่าเพราะเสียงของอีกฝ่ายฟังดูแผ่วเบาลง แต่พอหันไปก็ถึงกลับเงียบ เพราะหญิงสาวยืนถือโทรศัพท์นิ่งพร้อมใบหน้า....ที่มีน้ำตาไหลอาบแก้ม....ดันเต้เดินเข้าไปหมายจะทักถาม แต่เธอก็วางโทรศัพท์เดินขึ้นชั้นสองไปเงียบๆอย่างคนเหม่อลอย ดันเต้ก้มลงดูโทรศัพท์หน้าจอปรากฏหน้าเฟสรูปในนั้นคือรูปของชายหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนจุ๊บแก้มหญิงสาวผมน้ำตาลไหม้หัวข้อโพสเขียนว่า....รักนะ คุณแฟนสาวกินจุ....ตอนแรกดันเต้ก็ไม่เข้าใจว่ารูปนี้ทำนาซิสซ่าร้องไห้ทำไม แต่พออ่านคอมเม้น

          เฮ้ๆ แฟนใหม่เหรอ? สวยสุดยอด!’

          อู้ว นาซิสซ่าเห็นคงเอาพัดฟาดหัวนายแหงเลยกียุล เล่นคบกับเพื่อนรักยัยนั่นนี่~’

          ‘ไปคบกันตอนไหนว้า ไอ้เราก็นึกว่ายังคบกับนาซิสซ่าอยู่เลย

          สองคนนั้นเขาเลิกกันตั้งนานแล้วเว้ย! ตอนนี้คบกับทิวามาตั้งหลายปีแล้ว

          แต่งเมื่อไหร่เชิญด้วยน้าเพื่อน

            “พี่นาซิสซ่า”

            ตึกๆ ตึกๆ

            ดันเต้เดินตรงมาหน้าห้องของเจ้าของร้านขนมหวาน ประตูไม่ได้ปิดราวกับเธอลืมไปว่ามีเขาอยู่ด้วย....คงไม่ใช่ครั้งแรกที่ร้องเพราะผู้ชายคนนี้สินะ....ดันเต้คิดในใจก่อนเปิดประตูให้กว้างพอเดินเข้าไป นาซิสซ่านั่งฟุบหน้าลงข้างเตียงไหล่บางสั่นไหวไม่หยุด เสียงสะอื้นดังออกมาเป็นพักๆ เด็กหนุ่มเดินตรงไปด้านหลังหญิงสาวโดยไม่ให้เจ้าตัวรู้ก่อนก้มลงกอดเธอ ซึ่งมือหนึ่งดึงร่างบางให้แนบชิดกับแผ่นอกตน อีกข้างปิดตาทั้งสองไว้แน่น

            “ดะ ดันเต้?!

            “....”

            “นะ นี่ปล่อยเลยนะ! ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นด้วยตอนนี้”

            “....ทำไมต้องร้องไห้....”

            “....”

            “ทำไมคุณต้องเสียน้ำตาให้ผู้ชายคนนั้นด้วย....ผมหงุดหงิด....หงุดหงิดที่สุดเลยครับ”

            “ดะ ดันเต้ทำอะไรนะ!!!

            เสียงโวยวายของนาซิสซ่าดังขึ้นเมื่อเมื่อดันเต้ก้มหน้าลงซุกซอกคอของหญิงสาว แขนแกร่งที่กอดเอวเธอยิ่งรัดแน่นเข้าไปอีก นาซิสซ่ารีบพยายามดึงมือที่ปิดตาทั้งสองข้างของเธอออกแต่ก็ไร้ผล จนกระทั่งอยู่ๆมือของเด็กหนุ่มก็คลายออกเองอย่างเร็ว มาพร้อมริมฝีปากหนาสัมผัสข้างแก้มของเธอ

            แชะ

            “!!!

            พรึบ

            เสียงกดถ่ายรูปดังขึ้นแล้วดันเต้กรีบลุกหันหลังยืนกดบางอย่างลงโทรศัพท์ นาซิสซ่าท่ำลังอึ้ง ตลึงงันอยู่พักใหญ่ก่อนสติที่กระเจิงจะกลับมาแล้วลุกหันไปคว้าโทรศัพท์เธอคืนจากเด็กหนุ่ม สิ่งที่ปรากฏในหน้าจอนั้นคือรูปที่เขาจูบเธอเมื่อกี้พร้มโพสบนหวรูปภาพว่า....ต้อยน้อยคนนี้น่ารักที่สุดเลย....

            ....ช็อค....วิญญาณหลุดออกจากร่างแปบ....

            “ของขวัญวันวาเลนไทน์ครับพี่แนส~

          ตะ ต้องลบทิ้งเดี๋ยวนี่เลย!!!!

            ตุบ!

            “หึ คิดจะลบทิ้งมันไม่ง่ายหรอกนะครับ พี่สาว~

            “ทะ ทะ ทำอะไรของนาย....ละ ละ ลุกออกไปนะ 0////0

            นาซิสซ่าหน้าแดงแปร๊ดเมื่อเด็กหนุ่มที่เธอหันหลังให้ตอนนี้จับกดเธอลงกับเตียง มือของพวกเขาประสานกันก่อนดันเต้จะยกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนพลางก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแตะกัน ก่อนริมฝีปากบางจะถูกครอบครองโดยชายเหนือร่าง ดันเต้บดจูบหญิงสาวอย่างอ่อนโยนและอ่อนหวาน ลึกซึ้งจนทำเอาใจดวงน้อยของเธอต้องสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนมันจะค่อยๆเพิ่มความเร่าร้อนขึ้น รสจูบที่เขามอบให้มันร้อนแรงจนเธอเคลิ้มไปกับรสชาติที่เขาบรรจงสร้างให้อย่างเผลอตัว เวลาผ่านไปพักใหญ่กว่าดันเต้จะยอมถอนจบจากนาซิสซ่าอย่างอ้อยอิ่ง ลมหายใจหอบจากการขาดอากาศหายใจเป็นเวลานานของหญิงสาวสร้างความพอใจให้เด็กหนุ่มเป็นอย่างมาก นาซิสซ่าเม้มปากแน่นหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายหันหน้าหนีบ่นบาๆ แต่เขากลับได้ยินชัดเจน

            “เด็กแก่แดด”

            “ผิดเหรอครับที่ต้อยจะกินคนเลี้ยงก่อนน่ะ ก็ในเมื่อสุดท้ายผมก็ได้กินพี่สาว....ไม่สิ ผมก็ได้กินคุณนาซิสซ่าอยู่ดี แค่เลื่อนเวลาจากอีก 5 ปีมาเป็นวันนี้เองนะครับ”

            “ใครบอกว่าฉันเลี้ยงนายเป็นต้อยยะ! =////=

            “ก็คุณเพิ่งโพสไปเองนะครับ....ต้อยน้อยคนนี้น่ารักที่สุดเลย~

            “อันนั้นนายเขียนเองไม่ใช่หรือไง!!! =//[]//=

            “ผมแค่เขียนความในใจคุณเองนะครับ”

            “ความมโนนายล้วนๆเลยย่ะ!

            “มโน? งั้นผมคงต้องทำให้มันกลายเป็นความจริงสินะครับ....งั้นเริ่มทานละนะคร้าบ”

            “ดันเต้หยุดนะ! อ๊ะ อ๊า!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #15 วีริสา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 21:46
    กรี๊ดดด~ เพิ่งได้มาอ่านแบบจริงๆ จังๆ ก็วันนี้ บอกตามตรงว่า... ชอบมากๆ ค่ะ!! อ่านช่วงแรกก็สงสารนาซิสซ่า แต่หลังๆ นางก็มีดันเต้มาดามใจแล้วนี่เนอะ แต่ตอนจบ...ดันเต้จะรีบไปไหนลูก พี่สาวเขาจะเลี้ยงต้อยหนูอยู่นะ 555 เนื้อเรื่องน่ารักมากค่ะ รักเลย~ เป็นกำลังใจให้เจ๊จิลนะคะ สู้ๆ!

    # เพิ่งรู้ว่าอะไรคือเลี้ยงต้อยก็ตอนมาอ่านเรื่องนี้นี่แหละ 5555
    #15
    0
  2. #13 คนรักลาฟลอร่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 19:39
    ขอมอบรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมให้เลย(ดันเต้แกทำบ้าอะไรอ่านไปหน้าแดงไปคนอื่นมองมาหมดคิดว่าฉันเพี้ยนรึเปล่า)
    #13
    0
  3. #5 Black-Glass (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:42
    เสียงท้ายหลังคืออะไร--
    ความรู้สึกในตอนนี้คือ
    1.ดันเต้แก่แดดมาก
    2.นาซิสซ่านี่แบบแทนที่จะได้กินกลับโดนเด็กกินเองซะ
    3.ขนาดไม่ใช่เรื่องของตัวเองยังโผล่กันออกมาสวีตหวานน้ำตาลขึ้นได้อีกนะคะยุลลี่~ทิววี่~
    4.เปิดมาตอนแรกนึกว่ากียุลคุ่นาซิสซ่าซะอีก(ข้อนี้รับไม่ได้อย่างแรง)
    5.ที่เหลือหายไปไหนขนาดทิววี่ยังไม่ได้พูดเลย(มีแต่พูดเกี่ยวกับนาง)
    6.เรื่องนี้ให้ความรู้สึกไม่ชอบยุลลี่ขึ้นมาทันใด
    #ถ้าเจ๊ให้กียุลคู่กับนาซิสซ่าหรือสลับคู่ เจ๊ไม่รอดแน่ๆ(จากแฟนคลับของเจ๊ทั้งหมด)

    สุดท้ายก่อนจาก

    "ดันเต้! หยุดนะ! อ๊ะ! อ๊า!"
    #5
    0
  4. #4 North Music (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:37
    เจ๊~~~~~~~~~ ทำแบบนี้หนูก็เลือดหมดตัวตายพอดีสิค่าาาาาาาาาาา งือ~~~
    #4
    0
  5. #3 /D@rK_RO$E\ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:28
    เอ่อ...แฮะแฮ่มๆอะแฮ่ม ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าอาเจ๊นาซิสซ่ากินเด็ก(เอ๊ะ หรือเด็กกินนาซิสซ่านะ) ก็...ถูกใจเราค่ะ(คือมันดีใจที่มีเพื่อน) โอเค อย่านอกเรื่องดีกว่านะคะ(ข่าวว่าเจ๊นอกเองนะ)เออ ช่างมันเถอะ (เดี๋ยวดิ!เคลียร์ให้รู้เรื่องก่อน!)โอ๊ย!พอๆเข้าเรื่องๆ 1...2...3.....แอคชั่น!

    หัวข้อ:ความรู้สึกที่มีต่อตอนนี้

    "ก็ อ่า รู้สึกแปลกๆที่อาเจ๊แนสไม่ใช่คุณหนูแสนถือตัวเหมือนแต่ก่อนแต่ก็สงสารเจ๊นะ....

    ....รวมถึง....

    ....เรื่องของยุลลี่ด้วย!!!

    เพราะพี่จิลเลยน้าที่ทำให้เรตติ้งยุลลี่ตกสำหรับเรา(เอ้า แล้วเธอไปโทษพี่เขา)ดันเต้ดูพระเอ๊กพระเอกในตอนนี้ แถมยังดู....ร้าย.....ร้ายมากค่ะโดยเฉพาะตอนถ่ายรูป!!!เห็นซื่อๆที่ไหนได้เล่นซะเจ๊เราเงิบเลย!แล้วตอนสุดท้ายนี่....เอ่อ...อันนี้ขอถามละกันนะคะว่า.....

    "นาซิสซ่าโดนเด็กกิบตับหรือไร?"
    #3
    0