Special Book สมุดบันทึกลับฉบับจิลวาลี่

ตอนที่ 3 : Happy New Year

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    14 ก.พ. 60

Happy New Year

            (Romun&Lila  The Classroom)

            “ไลลา~ ไปห้าง Jardin der fleurs กัน คืนนี้ที่นั่นมีฉลองเคาท์ดาวน์ปีใหม่ด้วยล่ะ”

            “ช่ายๆเห็นบอกว่าพวกคุณครูเป็นคนจัดให้ทุกคนเลยนะ”

            “ทุกคลาสของสองโรงเรียนก็ไปที่นั่นกันหมดเลยด้วย”

            “เอ่อ ขอโทษนะคะ แต่ไลลาไม่ชอบที่คนเยอะๆน่ะค่ะ แถมยังอยากเคลียร์งานสภาที่ได้รับมาให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้ด้วย”

            ภายในห้องเรียนคลาสควีนห้อง A เสียงเพื่อนสาวคนอื่นๆเดินมาชวนหญิงสาวลูกครึ่งไทย-เมริกัน แสนน่ารักอย่างไลลาไปเที่ยวเคาว์ดาวน์ที่ห้าง Jardin der fleurs แต่เธอก็ต้องปฏิเสธไปเนื่องจากเป็นคนไม่ชอบที่คนเยอะๆบวกกับอย่างอยู่เงียบๆเคลียร์งานสภาให้เสร็จจะได้มีเวลาว่างพักผ่อนยาวๆด้วย เพื่อนๆเองก็บ่นเสียดายแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรก่อนเก็บกระเป๋าเดินออกจากห้องไป แต่ก็มิวายหันมากล่าวกับไลลาอย่างเป็นห่วงตามประสาเพื่อนร่วมห้อง

            “เอางั้นก็ได้ แต่อย่าหักโหมมากนะ พวกเราเป็นห่วง”

            “ค่าขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”

            เมื่อพวกเขาออกจากห้องไปแล้ว ไลลาก็หันกลับมานั่งเขียนงานเอกสารที่ได้รับจากประธานนักเรียนที่ไปเป็นตัวแทนเปิดงานฉลอง Laflora New Year ที่ห้าง สาวใช้เวลาเคลียร์งานตรงหน้านานนับหลายชั่วโมงก่อนจะเก็บทุกอย่างไปเก็บที่ห้องสภาพร้อมเดินกลับมาเก็บกระเป๋าที่ห้อง ดวงตาหวานมองไปที่นาฬิกาชี้บอกเวลา 23.40 น. อีก 20 นาทีก็ข้ามปีแล้ว นัยน์ตาสีฟ้าเป็นประกายเหม่อมองไปยังสถานที่ที่มีแสงสีเสียงแห่งเดียวในเกาะตอนนี้  ในหัวนึกถึงเพื่อนหนุ่มคนหนึ่งที่เรียนโนอาห์เข้า แถมวันนี้โนอาห์ก็มาร่วมงานด้วย แต่ทั้งวันเธอยังไม่เห็นเขาเลย ไลลาหลับตาลงพลางถอนหายใจเบาๆ

          นายไปอยู่ไหนกันนะ โรมัน

            พรึบ!

            จู่ๆไฟในห้องก็ดับลง ไลลามองรอบๆอย่างตกใจ ฝนก็ไม่ได้ตกฟ้าก็ไม่ได้ผ่าแล้วทำไมไฟดับได้กัน? แต่แล้วจู่ๆเธอก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผ่านหลังของตนไปบรรยากาศขนลุกพุ่งเข้าใส่สาวร่างเล็กอย่างจังจนขนลุกซู่ ไลลาหันซ้ายขวามองรอบห้องด้วยความหวาดกลัวยิ่งมองไม่เห็นด้วยแล้ว จนเธอรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่อุ้มเธอวางลงบนโต๊ะแล้วกระชับอ้อมกอดแน่นจากด้านหลัง

            “กรี๊ด ปล่อยนะ!

            “....ชู้ว ไลลา....ฉันเอง....โรมัน....”

            “ระ โรมัน? เล่นอะไรคะเนี่ย ฉันตกใจหมด!

            “....คิดถึงที่สุดเลย....”

            “อ๊ะ?! ระ โรมัน >/////< อย่าค่ะ”

            ไลลาอุทานเสียงสั่น เมื่อใบหน้าของคนด้านหลังซุกลงที่ต้นคอของเธอก่อนมือของโรมันจะเริ่มซุกซนถอดเสื้อกั๊กของหญิงสาวออก พลางปลดกระดุมเม็ดบนของอีกฝ่ายทำให้เขาสามารถไซร้คอของอีกฝ่ายได้ง่ายขึ้น ริมฝีปากอุ่นร้อนลากสัมผัสจากติ่งหูลงมาที่ไหล่บางก่อนจะงับตรงจุดนั้นเบาๆ พร้อมมือหนาอีกข้างที่เลื่อนลงไปจับต้นขาบางยกขึ้นลูบใหลอย่านุ่มนวล

            “ อือ~ อย่าทำแบบนี้สิคะ”

            “....ก็แค่....แสดงความเป็นเจ้าของ....เองนะ....”

            ปุ้งๆ ปุ้งๆ

            เสียงพลุดังขึ้น พร้อมแสงเส้นเล็กๆมากมายพุ่งขึ้นฟ้าก่อนจะแตกกระจายเป็นดอกไม้ไฟรูปร่างต่างๆ สีสันงดงาม จากมุมนี้จะเห็นว่าเงาของสองหนุ่มสาวที่กำลังกอดกันโดยหญิงสาวนั่งหันหลังให้ชายหนุ่มบนโต๊ะ โดยฉากหลังมีพลุดอกไม้ไฟมันช่างดูสวยงามยิ่งนัก ฝ่ามือหนาเลื่อนมาจับฝ่ามือบาง ไลลาหันไปมองชายหนุ่มก่อนหยุดชะงักไป ริมฝีปากของโรมันสัมผัสขมับของเธออย่างแผ่วเบา จูบที่อ่อนโยนและเบาบางแต่ความอบอุ่นนั้นชัดเจนยิ่งกว่าอะไร มือหนาอีกข้างขยับคว้าเอวคอดเข้ามากอดแนบกาย ก่อนเขาจะหันไปงับหูเธอเล่นพร้อมมือที่เริ่มซุกซนเคลื่อนตัวลูบไล้กายบางอีกรอบ

            ตึกๆ

            “นี่ๆเร็วๆสิ พลุจุดแล้วนะเดี๋ยวก็ไม่ทันดูหรอก”

            “รีบจริงเลยนะ ห้องมันไม่หนีไปไหนหรอกน่า”

            !!!.....ระ ระ โรมันหยุดก่อนค่ะ! มีคนมานะคะ 0////0

            ไลลาเริ่มดิ้นเมื่อประสาทหูไปได้ยินเสียงคนกำลังเดินตรงมาทางนี้ ด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิงก็ไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพนี้ โรมันเองก็เข้าใจเลยปล่อยพันธนาการจากหญิงสาว ก่อนจะจับมือบางแล้วหยิบกระเป๋านักเรียนมาแอบออกจากห้องเรียน ตรงไปยังอีกห้องข้างๆกัน ชายหนุ่มหันไปลงกลอนเสร็จสรรพก่อนหันกลับมาหาไลลาที่รีบจัดเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อย

            ปุ้งๆ ปุ้งๆ

            เสียงพลุยังคงดังอย่างต่อเนื่อง แม้ห้องนี้จะไม่เห็นพลุสวยที่สุดเหมือนห้องที่พวกเขาเพิ่งหนีออกมา แต่ก็ยังถือว่าเป็นจุดที่ดีอยู่(เพราะอยู่ข้างๆกัน) ไลลามองสีสันสวยงามที่เด่นชัดยามราตรีด้วยความสนใจ ก่อนรอยยิ้มบางจะประดับบนใบหน้าหวานใส รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆของไลลา บลองชาร์ด รอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริง

            “เผลอแปบๆก็ขึ้นปีใหม่แล้วนะคะ”

            “....อืม....เวลาผ่านไปเร็วเสมอ....”

            “จะว่าไป ตอนที่คุณขอคบกับฉันก็ต้นปีใหม่นี่คะ--”

            เสียงหวานใสถูกกลืนหายไปเพราะริมฝีปากของคนตัวสูงข้างกายก้มลงมาประกบปากเข้าให้ ด้วยความตกใจหญิงสาวเผลอถอยไปชนกับโต๊ะครูหน้าห้องซึ่งมันเข้าทางหนุ่มแดนกรีกจริงๆ โรมันอุ้มร่างบางตัวลอยาวขนกวางลงบนโต๊ะก่อนบดจูบริมฝีปากบางหวานอย่างเร่าร้อน ทั้งคิดถึงโหยหาย ทั้งหมดถูกถ่ายทอดจากการกระทำ

            “อ๊า~ ระ โรมันทำอะไรคะ o////o

            “ทำโทษ บอกแล้วไงให้เรียกฉันว่าไง อยากหลุดเองช่วยไม่ได้”

            “ง่า แต่โรมันก็พูดติดขัดเหมือนกันนี่คะ >////<

            “ฉัน-ไม่-สน”

            “ขี้โกงที่สุดเลย--อุ๊บ!

            โรมันไม่สนใจเสียงโวยวายของหญิงสาวก่อนประกบริมฝากลงอีกครั้ง ชายหนุ่มบรรจงจบอย่างอ่อนโยน ความหอมหวานที่ต่างฝ่ายต่างได้รับจากกันและกันนั้นมันสุดจะบรรยายเสียจริง เขาถอนจูบออกก่อนประกบลงไปใหม่ ถอนออกและประกบใหม่ จนไลลาแทบหมดแรงมือบางกุมไหล่อยู่เริ่มขยับโอบกอดรอบคอชายหนุ่ม พลางจูบตอบด้วยความหลงใหล ให้ตายเถอะ! จะกี่ทีเธอก็ไม่เคยหลุดจากพันธนาการแสนหวานของเขาได้จริงๆ

            “ฮา! แฮกๆ พะ พอก่อนเถอะค่ะ ฉันหะ หายใจไม่ทัน”

            “....ฮิ.....รักที่สุดเลยนะ....แม่ตุ๊กตาของฉัน....”

            “อืม~ คุณโรมันมันจั๊กกะจี้นะคะ อย่า~ >//^//<

            “....ขอปฎิเสธ....ก็แฟนน่ารักขนาดนี้....ใครจะอดใจไหว....”

            “ระ โรมัน >/////<

             (Arkin&Merryann  The Ocean)

            ลึกลงไปยังใต้ท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมอร์รีแอนกึ่งนั่งกึ่งนอน เอามือชันคางเหม่อมองไปยังบนผิวน้ำด้วยสายตาเบื่อหน่าย สัตว์น้ำนานาชนิดแถวนั้นว่ายมาหาเธอก่อนว่ายวนรอบๆตัวเงือกสาวทำให้เกิดฟองอากาศ เมอร์รีแอนหัวเราะกับการเรียกร้องความสนใจแสนน่ารักๆของเพื่อนในท้องทะเลของเธอ หญิงสาวลูบหัวเหล่าปลาน้อยเบาๆอย่างเอ็นดู

            “ไม่ ฉันไม่เป็นอะไร”

            “ปุ๋งๆ ปุ๋งๆ”

            “จริงๆ ก็แค่อยากว่ายขึ้นเหนือน้ำอีกสักครั้งเท่านั้นเอง เฮ้อ~

            เมอร์รีแอนปรับทุกข์กับเหล่าปลาน้อยใหญ่ เธอทิ้งตัวนอนไปกับหินที่เธอนั่งอยู่ มือเรียวชูขึ้นทำราวกับกำลังไขว่คว้าดวงดาราที่เปล่งประกายอยู่เหนือน่านน้ำที่เธออยู่ ความฝันที่เธอฝันมาตลอดหลายสิบปี คือการได้มองดวงดาวที่สะท้อนลงมาสู่พื้นน้ำที่เธอและเหล่าเงือกคอยพิทักษ์รักษามันมาตลอดหลายชั่วอายุ เพราะตั้งแต่เธอก่อเรื่องให้ชาวประมงแถวนั้นเห็นตัว ก็โดนท่านพ่อผู้บังเกิดเกล้าสั่งห้ามขึ้นไปเหนือน้ำอีก เหล่าปลาน้อยที่เห็นเงือกสาวเศร้าสร้อยก็หันหน้าทำเป็นปรึกษาบางอย่างก่อนตัวหนึ่งจะว่ายมาตรงหน้าเงือกสาว

            “หืม? ให้ไปขออาคิน? แต่เขาจะยอมพาฉันขึ้นไปเหรอ”

            “ปุ๋งๆ ปุ๋งๆ”

            “อืม....ก็ได้ ถ้าพวกเธอบอกจะช่วย”

            เมอร์รีแอนว่ายกลับมาที่ปราสาทเงือกใต้ท้องทะเลลึก เธอว่ายวนหาน้องชายแสนดีที่เหล่าปลาบอกให้ไปขอให้เขาช่วย ก่อนจะมีปลากลุ่มหนึ่งว่ายมาบอกเจอตัวเขาแล้วนำทางไป พบว่าเขากำลังดูแลปะการังอยู่ หญิงสาวหันไปมองหน้าปลาน้อยตัวเดิมที่อยู่กับเธอก่อนว่ายเข้าไปหาชายหนุ่ม

            “อาคิน”

            “ท่านพี่?  มีอะไรหรืเปล่าครับ?”

            “เอ่อ....คือ....พี่อยากขอให้ช่วยหน่อย พาพี่ขึ้นเหนือน้ำคืนนี้ได้ไหม”

            “ไม่ครับ - -

            เมอร์รีแอนรวบรวมความกล้าเอ่ยปากขอน้องชายแสนดีของเธอด้วยความลำบากใจ ก่อนจะได้รับคำตอบที่สวนกลับโดยไม่มีดีเลแม้เพียงเสี้ยววิจากปากของเงือกหนุ่ม เล่นเอาเมอร์รีแอนหน้าหงอยลงทันตาเห็น อาคินมองพี่สาวด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนหันกลับมาสนใจปะการังตรงหน้าตนต่อ ปลาน้อยที่ว่ายอยู่ข้างๆเมอร์รีแอนว่ายมาพูดบางอย่างข้างหูหญิงสาว ก่อนเธอจะหันไปมองมันด้วยราวกับจะถามย้ำว่าเอางี้เลย พอได้รับการตอบกลับจากปลาน้อยแม่เงือกสาวก็ถอนหายใจก่อนว่ายเข้าไปหาอาคิน พลางโอบกอดคอของเขาจากด้านหลังเล่นเอาเงือกหนุ่มสะดุ้งเฮือก ก่อนหันไปมองผู้เป็นพี่สาวด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

            “พะ พะ พี่เมอร์รีแอน....ทะ ทะ ทำแบบนี้ นะ นะ หน้าอกพี่มันโดนหลังผมนะ =////=

            “ช่างสิ! แต่พาพี่ขึ้นไปหน่อยนะ น้า~ *^*

            “กะ กะ ก็บอกว่าไม่ไงครับ =////=

            “งั้นพี่ก็ไม่ปล่อย ถูอยู่อย่างนี้แหละ = =

             “ท่านพี่คร้าบบบบบ อย่าทำแบบนี้กับผมสิครับ >////<

            “น้า~ พาพี่ขึ้นไปหน่อย พี่ยอมทุกอย่างเลยจะแลกกับอะไรก็ได้ นะอาคินน้าๆ *^*

            “ขอได้ทุกอย่างแน่นะครับ”คำพูดของเมอร์รีแอนเรียกความสนใจให้อาคินได้อย่างดี เล่นเอาหูของเงือกหนุ่มกระดิก เขาค่อยๆหันไปมองพี่สาวด้วยใบหน้าที่ยังแดงไม่หาย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจ ส่วนเมอร์รีแอนพอได้ยินคำถามของเขาก็ทำให้เธอรู้ว่าเขาเริ่มจะลังเล ก็รีบพยักหน้าหงึกๆโดยไม่ได้คิดอะไรมาก โดยไม่ทันเห็นรอยยิ้มร้ายที่ผุดบนใบหน้าหล่อเหลาเพียงเสี้ยววิก่อนหายไป“งั้นตกลงก็ได้ครับ”

            “เย้! อาคินน่ารักที่สุดเลย~

            “พี่คร้าบ หน้าอก!!! =//[]//=

            ~ต่อมา~

            เงือกสองหนุ่มสาวพากันว่ายขึ้นมาเหนือน้ำ อาคินมองรอบๆอย่างหวาดระแวงพอเช็คจนแน่ใจว่าไม่มีมนุษย์อยู่แถวนี้ก็พามอร์รีแอนว่ายไปที่โขดหินกลางทะเล สองหนุ่มสาวขึ้นมานั่งบนนั้น ก่อนเมอร์รีแอนจะทำตาเป็นประกายเมื่อมองพื้นน้ำที่สะท้อนดวงดาราและจันทราบนท้องฟ้าสว่างอย่างงดงามราวกระจกของโลก

            ปุ้งๆ ปุ้งๆ

            “ว้าว!!! นั่นอะไรน่ะสวยจัง *0*

            “จะว่าไปเห็นพวกสัตว์น้ำที่เคยอยู่ใกล้เกาะบอกว่าวันนี้เป็นวันที่พวกมนุษย์เรียกกันว่าวันขึ้นปีใหม่นี่นา นี่อาจเป็นสิ่งที่พวกเขาใช้ฉลองล่ะมั้งครับ”

            ในขณะนั้นเองเสียงดังราวฟ้าจะถล่มก็ดังขึ้นด้านหลังพวกเขา พอหันไปพบกับบางอย่างบนท้องฟ้าที่พุ่งขึ้นด้านบนแล้วแตกกระจายเป็นไฟสีสวยคล้ายดอกไม้นานาพันธุ์บนท้องฟ้า ยิ่งมันสะท้อนบนพื้นน้ำก็ยิ่งทำให้ดูงดงามตระการตายิ่งขึ้น เมอร์รีแอนรีบหันองศาตัวเองมาทางเกาะแล้วจ้องมันตาไม่กระพริบ รอยยิ้มกว่าปรากฏเด่นชัดบนใบหน้างาม ทำให้อาคินเผลอยิ้มตามอย่างอดไม่ได้ ก่อนเขาจะนึกถึงสิ่งที่เขาและผู้เป็นพี่สาวตกลงกันไว้ ชายหนุ่มจึงได้สะกิดอีกฝ่ายเบาๆ

            “มีอะไรเหรอ?”

            “ที่พี่บอกว่าถ้าผมพาพี่ขึ้นมา พี่จะให้ผมขออะไรก็ได้เป็นการแลกเปลี่ยนน่ะครับ”

            “....อืมๆ แล้วอาคินจะขออะไรเหรอ? (‘^’)”

            “หอมแก้มผมทีครับ”

            “.....’^’.....0^0....0//^//0....”ใบหน้าเงือกสาวกลับป็นฝ่ายเขินเทนบ้าง เมื่ออาคินพูดสิ่งแลกเปลี่ยนที่เขาต้องการ เงือกสาวถึงกลับไปไม่เป็น แต่สัญญาคือสัญญา เงือกสาวหายใจเข้าด้วยความตื่นเต้นก่อนกล่าวเสียงเบา“กะ กะ ก็ได้....แต่นายต้องหลับตาก่อนนะ....พี่เขิน =/////=

            “คร้าบๆได้”

            อาคินหลับตาลงอมยิ้มน้อยๆ กับท่าทางเขินอายที่น่ารักของพี่สาวตน เมอร์รีแอนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะหยุดชะงัก ใบหน้าที่ว่าแดงแล้วตอนนี้แดงมากขึ้นเป็นทวีคูณ ริมฝีปากบางค้างกลางอากาศอยู่ห่างจากแก้มของอีกฝ่ายไม่กี่เคลือบ เงือกสาวหลับตาปี๋ด้วยความเขินสุดชีวิต แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้มากกว่านี้จริงๆ

            จุ๊บ!

            !!!!

            อาคินแอบลืมตาขึ้นจังหวะเดียวกับที่เมอร์รีแอนหลับตาลง รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าเงือกหนุ่ม เขากลั้นหัวเราะก่อนจ้องมองใบหน้าหวานที่ข้างแก้มเต็มไปด้วยเลือดฝาด ก่อนอมยิ้มกลอกตาหมุนเป็นเลขแปดแล้วตัดสินใจ....หันหน้าก้มลงแล้ว....ประกบริมฝีปากของเขากับเธอซะเลย!

            เมอร์รีแอนสัมผัสได้ถึงสัมผัสนุ่มนิ่มที่ปากของเธอก็รีบลืมตาขึ้น พบว่าอาคินจูบเธอด้วยปากของเขาก็สะดุ้งเฮือกพยายามจะผลักเงือกหนุ่มออก แต่เขาก็คว้าร่างบางมากอดแล้วบดจูบเธออย่างเร้าร้อนและรุนแรงจนเมอร์รีแอนถึงกลับเคลิ้ม พลางหลับตาพริ้มซึมซับสัมผัสหวานปานน้ำผึ้งที่เขามอบให้โดยดี

            “แบบนี้ค่อยคุ้มที่พาหลบพ่อขึ้นมาหน่อยนะครับ พี่....ไม่สิ....เมอร์รีแอน”

            “บ้าที่สุดเลย >/////<

            (Horus&Mei Hua  The Tower)

            “ป๊อกกี้สื่อรักเหรอน่อ?”

            “ใช่เพคะองค์ราชินี ป๊อกกี้ถุงนี้กระหม่อมรับประกัน ถ้าท่านได้กินคู่กับฝ่าบาท พวกท่านจะครองรักกันตราบชั่วนิรันดร์และทุกชาติไปเพคะ”

            ภายในตลาดเหมยฮัวที่ออกมาเดินเที่ยวดูประชาชนจัดงานปีใหม่กันกำลังฟังแม่ค้าเล่คนหนึ่งที่ถือถุงป๊อกกี้ส่งมาให้เธอ แม้จะมีศักดิ์เป็นราชินีของแดนทะเลทรายแล้ว แต่นางก็ยังคงชอบทำตัวเป็นกันเองกับทุกคน และตอนนี้เธอได้ยินแม่ค้าคนนี้บอกว่าถ้าได้กินคู่กับฮอรัสหรือสามีของเธอพวกเธอสองคนจะรักกันทุกชาติไปก็ยิ่งสนใจถุงป๊อกกี้ตรงหน้าเป็นอย่างมาก

            “งั้นอั๊วะขอซื้อถุงนึงนะน่อ”

            “เป็นพระกรุณายิ่งแล้วเพคะ องค์ราชินี”

            หลังซื้อของอย่างอื่นเสร็จเหมยฮัวก็กลับมาที่ปราสาทที่ห้องบัลลังก์ถูกจัดเป็นฟลอร์เต้นรำให้คนในเมืองได้เข้ามาร่วมฉลองด้วย แต่เธอยังไม่ได้ก้าวเข้าไปในงานเพราะคนด้านในนั้นเยอะเกินไปมันเลดูอึดอัดแปลกๆ = =  ก่อนเหมยฮัวจะรีบซ่อนถุงป๊อกกี้ทันทีที่เห็นฮอรัสเดินตรงมาที่ตน

            “คุณเหมยฮัวหายไปไหนมาขอรับ กระผมเป็นห่วงแทบแย่”

            “อั๊วะไปเดินตลาดมาน่ะน่อ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะอาฮอรัส”

            “ไม่เป็นไรขอรับ จะว่าไปจัดงานแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะขอรับ พวกเราจะได้ใกล้ชิดกับประชาชนด้วย”

            “อั๊วะก็เคยบอกแล้วไงน่อ ลื้อเป็นราชาที่ดีได้แน่นอน ทุกคนเชื่อในตัวลื้อทั้งนั้น รวมถึงอั๊วะด้วยน่อ”

            เหมยฮัวเอื้อมมือมากุมมือหนาของฮอรัสพลางยิ้มบางๆให้ ซึ่งชายหนุ่มเองก็ยกยิ้มสุภาพแล้วขยับมือจับฝ่ามือบางยกขึ้นมาจุมพิตที่หลังมือของอีกฝ่ายแผ่วเบา ทำเอาเหมยฮัวหน้าแดงด้วยความเขินอาย ฮอรัสหัวเราะน้อยๆก่อนจะพาเหมยฮัวเข้ามาในงานที่จัดขึ้นยังห้องโถงของบัลลังก์ ตอนแรกสาวหมวยก็กังวลว่าจะเข้าไปในนั้นจริงๆเหรอ แต่ฮอรัสก็พาเธอเดินผ่านทุกคนมายังหอคอยเดียวกับที่โรมันกับไลลาเคยขึ้นมาเพื่อเอาดอกไม้มนตรา

            “อาฮอรัสพาอั๊วะขึ้นมาทำไมเหรอน่อ?”

            “ก็แค่อยากอยู่กับคุณเหมยฮัวสองคนเท่านั้นเองขอรับ....แล้วก็จะให้ดูนี่ด้วย”

            “ว้าว~

            ฮอรัสเปิดประตูหอคอย ก่อนพบว่าที่นี่ถูกระดับด้วยสีสันสวยงาม โดยรอบถูกปรับปรุงใหม่หมดตอนนี้กำแพงที่เคยพังถูกซ่อมให้กลายเป็นจุดชมวิวในเมือง และจากจุดนั้นทำให้เห็นแสงไฟจากรอบเมืองอย่างสวยงามตระการตายิ่งนัก หญิงสาวร้องด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างของเธอ ทำให้หัวใจของเขาพองโตกว่าครั้งไหนๆ เขาชอบรอยยิ้มและความสดใสของเธอเป็นที่สุด ฮอรัสก้าวมายืนเคียงข้างหญิงสาวก่อนเอื้อมมือกุมมือบางของเหมยฮัวเอาไว้

            “มันงดงามเหมือนใบหน้าของคุณเหมยฮัวเลยนะขอรับ”

            “พะ พูดอะไรของลื้อเนี่ยน่อ 0////0

            “ก็ชมผู้หญิงที่สวยที่สุดในสายตาของกระผมอยู่ไงขอรับ”

            “ปากหวาน =////=

            เหมยฮัวตีอกชายข้างกายเบาๆ ใบหน้าแดงระเรื่อเป็นลูกเชอร์รี่แสนหวานน่ากิน ฮอรัสก็หัวเราะนิดๆที่แกล้งสาวข้างกายได้ เหมยฮัวหยิบถุงป๊อกกี้ออกมาดูก่อนจะตัดสินใจเอาขึ้นมากินโดยการใส่ปากแล้วหันอีกด้านไปให้ชายหนุ่ม ฮอรัสมองการกระทำของหญิงสาวนิ่ง ก่อนเอื้อมมือไปหยิบป๊อกกี้ออกจากปากของเธอ ก่อนก้มหน้าจูบปากอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล

            “แบบนี้ดีกว่าเนอะขอรับ ^-^

            “=////////=

             “เอ๊? ตอนเขินหน้าแดงก็น่ารักดีนะขอรับ”

            “อาฮอรัสบ้า! >////<

            “อย่างน้อยคนบ้าๆคนนี้ก็ดูแลหัวใจของคุณได้ดีกว่าใครนะขอรับ”

            “พอเลย! เอาไปกินคนเดียวไป อั๊วะไม่กินแล้วน่อ >////<

            ไม่กงไม่กินมันแล้วป๊อกกี้บ้า! ไม่อยากเชื่อว่ามันจะทำให้เธอเขินได้ขนาดนี้ เหมยฮัวยัดถุงป๊อกกี้ใส่มือหนาของเขาก่อนหันหลังกอดอกด้วยความงอนปนเขิน ฮอรัสหัวเราะเบาๆก่อนหยิบป๊อกกี้เจ้าปัญหามันงับก่อนหันอีกข้างให้เหมยฮัว แต่อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าหนี แล้วเดินกลับเข้าไปด้านในหอคอย

            “ไม่เอาแล้ว! ลื้ออยากกินก็กินคนเดียวไปเลยน่อ -////-

            “อ้าว? กระผมทำอะไรผิดหรือขอรับ”

            “ผิดที่ทำอั๊วะเขิน”

            “งี้ก็ได้เหรอขอรับ ^-^;

            “ไม่รู้ล่ะอั๊วะงอนลื้อแล้วน่อ!

            “กระผมก็ง้ออยู่นี่ไงขอรับ~ กินหน่อยนะขอรับ”

            “ไม่!

            “งั้น....กระผมป้อนล่ะกัน”

            “ห๊ะ? ว่าไงนะ--อุ๊บ!

            เหมยฮัวหันไปหาฮอรัสด้วยความตกใจก่อนดวงตาหวานจะเบิกกว้างเมื่อริมฝีปากของเธอถูกครองครอบโดยปากของคนตรงหน้า ฮอรัสกระชับร่างบางที่กำลังอึ้งกับการกระทำสายฟ้าแลบของเขาเข้าแนบกาย ก่อนบดจูบหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ลิ้นร้ายของเขาเคลื่อนเอาป๊อกกี้ในปากดันเข้าสู่ปากของอีกฝ่าย

            “ฮา~ อื้มๆ”

            “อืม ป้อนทางนี้ก็อร่อยดีนะขอรับ”

            “=////=

            “งั้นเอาหมดถุงเลยก็แล้วกันนะขอรับ”

            “เอ๊?! ดะ เดี๋ยว!

            ไม่ทันจะพูดห้ามฮอรัสที่หยิบป๊อกกี้มาเคี้ยวก็ประกบริมฝีปากลงอีกครั้ง เขาจัดการดันมันเข้าปากของเหมยฮัวแต่คราวนี้ต่างออกไป ชายหนุ่มถอนปากออกเพื่อให้หญิงสาวกลืนป๊อกกี้ที่เขาป้อนให้ลงก่อนประกบปากลงไปใหม่ ลิ้นร้ายลุกล้ำกวาดไปทั่วโพรงปาก ความหอมหวานปานน้ำผึ่งทำให้เขาไม่เบื่อที่จะกอบโกยรสสัมผัสนี้อย่างต่อเนื่อง

            “ฮ๊า! แฮกๆ อะ อาฮอรัส >////<

            “หวานที่สุดเลยขอรับคุณเหมยฮัว”

            “ลื้อจะจูบอั๊วะข้ามปีเลยหรือไงน่อ =////=

            “อืมเป็นความคิดที่ดีเหมือนกันนะขอรับ งั้นเริ่มเลยล่ะกัน”

            “อะ อาฮอรัส! ลื้อเอาจริงเหรอ--อื้ม!

            ฮอรัสไม่สนคำคัดค้านของหญิงสาวก่อนก้มจูบเธออีกครั้ง มือหนาปล่อยถุงป๊อกกี้ให้ล่วงลงพื้นก่อนขยับมือข้างนั้นมา สัมผัสกายบางของหญิงตรงหน้าตนอย่างหลงใหล....ก็บอกแล้วว่าถ้าได้กินป๊อกกี้ด้วยกันจะทำให้รักกันไปนานๆ....

            (Alexei&Rosary  The Lake Ice)

            ปีใหม่ของที่อื่นอาจเป็นการบอกลาความหวานเย็นและอ้าแขนรับความอบอุ่นที่กำลังจะเข้ามา แต่ไม่ใช่กับที่นี่ดินแดนที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย วันปีใหม่ของที่นี่....คือฤดูหวาน ทำให้แม่น้ำทุกสายกลายเป็นน้ำแข็งรวมถึงทะเลสาบล็อคเนสก็ด้วย....ซึ่งเมื่อพูดถึงทะเลสาบน้ำแข็งมันก็ต้องมาควบคู่กับ....การเล่นไอซ์สเก็ต....

            ตุบ!

            “โอ๊ย!!!

            “คุณโรซารี่บาดเจ็บตรงไหนไหมครับ”

            “....ไม่....แต่อเล็กเซทำไมฉันถึงเล่นไม่ได้สักทีล่ะเนี่ย -*-

            บนทะเลสาบล็อคเนส มีร่างของคนสองคนกำลังฝึกเล่นไอซ์สเก็ตกันในยามค่ำคืนที่หวานเหน็บ พวกเขาคือนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังกับท่านเจ้าเมืองแห่งเทคโนโลยี หรือที่เราเรียกพวกเขาว่าโรซารี่กับอเล็กเซ สาเหตุที่พวกเขามาอยู่ตรงนี้ก็เพราะหญิงสาวต้องการจะเล่นไอซ์สเก็ตเป็นเพื่อจะได้ไปเล่นกับพวกเด็กๆได้ แต่เธอก็อายที่จะให้ใครเห็นว่าเธอที่เป็นถึงผู้สร้างสรรค์อุปกรณ์ล้ำสมัยมากมาย แต่กลับเล่นไอซ์สเก็ตไม่เป็นเลยได้เลือกทะเลสาบล็อคเนสที่ไม่มีใครมา

            และตอนนี้เสียงโอ๊ยที่ดังขึ้นก็เพราะโรซารี่นั้นลื่นล้มหัวคะมำไถลไปกับพื้นน้ำแข็งเป็นรอบที่เท่าไรแล้วนั้นก็ไม่อาจนับไหว โชคดีที่ใส่เครื่องป้องกันไว้จึงไม่มีอวัยวะใดเลือดออกเพราะขูดกับน้ำแข็ง อเล็กเซที่เป็นคนช่วยสอนก็เคลื่อนตัวเข้ามาหาคู่หมั้นสาวก่อนค่อยๆพยุงเธอขึ้นมา

            “ฉันจะบ้าตายทำไมมันถึงเล่นไม่ได้สักทีกันเล่า! แถมเจ็บตัวหลายรอบแบบนี้ฉันชักเริ่มทนไม่ไหวแล้วนะ! T^T

            “ใจเย็นๆสิครับคุณโรซารี่ ของแบบนี้ไม่ใช่จะเล่นแปบๆก็เล่นได้นะครับ”

            “แต่มันไม่นานเกินไปเหรอ? คนอื่นยังเล่นไปถึงชั่วโมงก็ทำได้แล้ว แต่นี่มันหลายชั่วโมงแล้วนะ--กรี๊ด!

            ตุบ!

            “....อูย....คุณโรซารี่....โอเคนะครับ?”

            “.....ไม่! ไม่ๆไม่ๆเด็ดขาดเลย! พอๆพาฉันกลับเข้าฝั่ง ก่อนจะได้หัวแตกตาย -[]-*

            โรซารี่ยืนทรงตัวได้ไม่ทันถึงสามวินาทีก็ลื่นล้มลงก้มจ้ำเบ้ากับพื้นน้ำแข็งอีกครั้ง หญิงสาวโวยวายก่อนขอให้ชายหนุ่มพาเข้าพื้นที่ที่มีหิมะ พอมาถึงก็ทิ้งตัวนั่งกอดเข่าก้มหน้านิ่ง จนอเล็กเซต้องถอนหายใจเบาๆด้วยความเห็นใจ ชายหนุ่มหน้าหวานเดินมานั่งลงข้างๆหญิงสาวก่อนเอ่ยปลอบใจ

            “ไม่เป็นอะไรหรอกครับคุณโรซารี่ คนเราก็มีเรื่องที่ทำได้ยากเหมือนกันนั่นหมดนั่นแหละ”

            “ทั้งที่ฉันเป็นถึงนักวิทยาศาสตร์ที่ประดิษฐ์ของล้ำสมัยมากมายได้ แต่เล่นกีฬาน้ำแข็งแค่นี้กลับทำไม่ได้ Y^Y

            “เฮ้อ ก็บอกแล้วไงครับว่าคนเราไม่มีใครเพอร์เฟคทุกอย่างหรอกนะครับ”

            “มีสิ”อเล็กเซโอบกอดหญิงสาวหลวมๆ ก่อนเอ่ยพูดกับเธอแต่โรซารี่ก็สวนกลับก่อนมองหน้าเขาที่อยู่ห่างจากเธอเพียงปลายจมูกแตะกัน สายตาที่แลดูน่าสงสารสบเข้ากับดวงตาคมของหนุ่มหน้าหวานเข้าอย่างจังจนหัวใจเขาถึงกลับเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ก่อนรอยยิ้มอ่อนจะปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาเมื่อได้ยินประโยคต่อมา“ก็นายไง ทั้งเก่ง ทั้งรวย แถมยังหน้าตาดีจนสาวๆทั้งเมืองก็อยากครอบครองมีพร้อมทุกอย่าง”

            “อืมจะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอกนะครับ จริงๆแล้วผมน่ะเกลียดหน้าตาตัวเองที่เหมือนผู้หญิงมากๆเลยล่ะครับ มันราวกับเป็นปมด้อยของผมตั้งแต่เด็ก....แต่รู้อะไรไหมครับ”อเล็กเซดึงโรซารี่ให้มานั่งหน้าเขาก่อนกอดหญิงสาวจากด้านหลัง เขาวางคางลงบนไหล่บาง ร่างกายนุ่มนิ่มตรงหน้าเขานั้นช่างอบอุ่นเสมอสำหรับเขาจริงๆ เขาหลับตาซึมซับไออุ่นจากร่างบางก่อนเอ่ยขึ้นเบาๆ“พอได้พบกับคุณโรซารี่ แล้วรู้ว่าคุณชอบใบหน้าน่ารักของผม ผมก็เริ่มที่จะชอบมันทีละนิด จนวันที่เราได้หมั้นกัน ผมบอกตรงๆผมส่องกระจกแล้วขอบคุณใบหน้าที่เหมือนผู้หญิงของผมทั้งวันเลยล่ะครับ”

            “ฮะ ฮะ ขนาดนั้นเลย?”

            “ผมพูดจริงนะครับ ก็เหมือนกับคุณที่เล่นไอซ์สเก็ตไม่ได้ ถ้าคุณรักมันและพยายามยอมรับให้ได้ มันก็จะนำพาสิ่งที่คุณปรารถนามาให้ เหมือนที่หน้าหวานๆของผมพาคุณให้รักผมไงครับ”

            “เดี๋ยวนะทำไมมันดูหลงตัวเองแปลกๆ?”

            “ก็จริงนี่ครับ”

            อเล็กเซหัวเราะเบาๆก่อนยื่นหน้าหอมแก้มแฟนสาวไปฟอดใหญ่จนอีกฝ่ายหน้าขึ้นสี ตีแขนที่โอบกอดเธออยู่เบาๆ แต่เขาก็ไม่หยุดจูบที่ขมับของเธอแล้วกลับมาตรงแก้มใหม่ ถึงจะเขินแต่โรซารี่ก็ยอมโดนจูบแต่โดยดี เธอชอบเวลาเขาจูบเธอแบบนี้ที่สุดเลย โรซารี่หัวเราะคิกคักอย่างจั๊กกะจี้ก่อนบอกให้อีกฝ่ายพอ ซึ่งเขาก็ทำตามแต่โดยดี อเล็กเซยันตัวลุกก่อนยื่นมือมาทางโรซารี่

            “ครั้งนี้มาลองใหม่นะครับ ผมเชื่อคนเก่งของผมต้องทำได้”

            “อืม ก็ได้”

            โรซารี่ลังเลอยู่สักพักก่อนจะพยักหน้าแล้วจับมืออเล็กเซลุกขึ้นเดินไปที่ทะเลสาบน้ำแข็งของล็อคเนสอีกครั้ง อเล็กเซจับทั้งสองของโรซารี่แล้วสไลด์ไปด้วยกัน ครั้งแรกโรซารี่เกือบล้มหลายรอบ แต่พอเธอสูดหายใจเข้าลึกแล้วหลับตานึกภาพสเต็ปการสไลด์ในหัวพลางทำขาตามภาพ ก่อนสัมผัสที่มือของคนข้างกายจะหายไป โรซารี่ถึงกลับรีบลืมตาพบว่าตัวเองกำลังสไลด์เองอยู่บนน้ำแข็ง

            “อะ อเล็กเซ! ทำได้แล้ว ดูสิๆฉันทำได้”

            โรซารี่ดูตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอเพิ่งจะทำได้แล้วเล่นวนไปรอบๆ ก่อนกลับมาทางอเล็กเซที่ยืนยิ้มดูเธออยู่ แต่ก็อย่างว่า....เพิ่งหัดเล่นยังไงๆมันก็ต้องมี....

            หวืด

            “กะ กรี๊ด อเล็กเซระวัง”

            โครม!

            สองหนุ่มสาวปะทะกันอย่างแรง อเล็กเซล้มหัวกระแทกน้ำแข็งบนหัวมีรูปดาววนไปมารอบหัว ดวงตาราวกับเห็นเป็นรูปลายเปลือกหอย โรซารี่เห็นก็ตกใจเขย่าเสื้อเขาพยายามปลุกให้ตื่น

            “อะ อเล็กเซ อเล็กเซฉันขอโทษ ไม่เป็นอะไรนะตอบหน่อยสินี่! T[]T

            “....”

            “ทะ ทะ ทำไงดีไม่มีใครอยู่แถวนี้ด้วยอ่า T0T

            ในขณะที่โรซารี่กำลังจะหันซ้ายหันขวาอย่างกระวนกระวาย พยายามคิดหาวิธีช่วยแฟนหนุ่มที่นิ่งเงียบไป มือหนาของคนใต้ร่างเธอก็ขยับเข้ามาใกล้ก่อนคว้าเข้าที่ท้ายทอยของเธอ ให้ล้มลงมานอนทับเขา ริมฝีปากนุ่มนิ่มพร้อมความรู้สึกอุ่นร้อนสัมผัสที่ปากของหญิงสาว ดวงตาของโรซารี่เบิกกว้างด้วยความตกใจ เพียงแค่ปากแตะปากไม่ได้เป็นจูบที่ร้อนแรง

            “อะ อะ อะไร....กันนะ....0/////0

            “อืม~ ชนบ่อยๆก็ได้นะครับ จะได้จับจูบทุกครั้งที่ชนผม ^-^

            “นะ นะ นี่แกล้งกันเหรอ =////=

            โรซารี่ทุบตีหน้าอกแกร่งของคนใต้ร่าง ทั้งที่เมื่อกี้เธอเป็นห่วงเขาแทบตาย อเล็กเซรวบมือทั้งสองได้ก่อนดึงหญิงสาวเข้ามาประกบริมฝีปากอีกครั้ง ครั้งนี้เขาบดจูบอีกฝ่ายอย่างรุนแรงด้วยความหมั่นไส้ ความเย็นรอบข้างไม่สามารถทำให้ทั้งสองรู้สึกหนาวได้เลย เพราะภายในอกของทั้งสองนั้นร้อนรุ่มเต็มไปด้วยไฟร้อนที่มอบให้กันและกัน อเล็กเซถอนจูบก่อนกระซิบเบาๆที่ข้างหูของโรซารี่

            “ผมรักคุณนะครับ และจะรักคุณคนเดียว คุณโรซารี่”

             (Christopher&Yuri  The Bedroom)

            “คุณคริสเจ้าคะ~

            เสียงเรียกหวานใสของผู้นำตระกูลฟูจิวาระดังขึ้นเมื่อมือเรียวบอบบางขยับเปิดบานประตูห้องนอนของชายผู้เป็นทั้งเพื่อน พี่ชายและคนสนิทของตน ยูริเดินเข้ามาให้ห้องของคริสโตเฟอร์เอ่ยเรียกอีกฝ่ายพลางหันหน้ามองหาเจ้าของร่างที่เธอเรียกหา ก่อนสายตาหวานจะไปปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง

             “อ้าว? หลับหรือเจ้าคะ”

            หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มก่อนที่นอนคว่ำเอียงคอมาทางซ้าย เธอนั่งลงข้างกายเขา ก่อนเหม่อมองใบหน้าของเขานิ่ง ก่อนความคิดบางอย่างจะเข้ามาในหัว ยูริล้มตัวนอนข้างๆคริสโตเฟอร์ ชุดยูกาตะที่ใส่ไม่ได้เป็นอุปสรรคของเธอแม้เพียงนิด หญิงสาวเท้าคางกับฟูกก่อนเอานิ้วจิ้มแก้มนุ่มนิ่มของชายหนุ่มไปมา รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้างาม ก่อนเธอจะหมอบลงนอนคว่ำหันหน้าไปทางขวามองใบหน้าของเขาที่ยังคงหลับตานิ่ง

            “คนขี้เซา”

            “....ใครขี้เซาเหรอ?”

            “!!!

            สะดุ้งเฮือก! เมื่ออยู่ๆคริสโตเฟอร์ก็ลืมตามาสบตากับยูริที่นอนอยู่ข้างๆไม่พอยังเอ่ยปากถามหญิงสาวด้วยความสงสัยอีก ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย ก่อนจะรีบทำท่าลุกหนี แต่ยังไม่ทันจะได้ลุกขึ้นมือหนาของฝ่ายชายก็เอื้อมคว้าหัวของเธอแล้วดึงเข้าไปกอดเป็นหมอนข้างซะงั้น!

            “คะ คะ คุณคริสยังไม่ได้หลับหรือเจ้าคะ ./////.

            “เปล่านี่ แค่พักสายตาเฉยๆ”

            “งะ งั้นก็ได้ยินตั้งแต่ต้นเลยหรือเจ้าคะ! 0/////0

            คริสโตเฟอร์พยักหน้านิ่งๆ ยูริที่เห็นแบบนั้นก็ยกมือปิดหน้าด้วยความเขินอาย คริสโตเฟอร์ยิ้มบางแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น จนยูริต้องเงยหน้ามองเขาด้วยความงุนงงปนเขินอายเป็นอย่างยิ่ง

            “หืม? ขอกอดหน่อยนะยูริจัง”

            “ง่า~ แต่วันนี้วันปีใหม่นะเจ้าคะ ไม่ออกไปเที่ยวเหรอเจ้าคะ >////<

            “....ไม่เอาอ่ะ ไอนอนกอดยูข้ามปีก็เป็นอะไรที่ดีเหมือนกัน”

            “คุณคริสง่า >//[]//<

            ใบหน้าของหญิงสาวยิ่งเพิ่มความแดงขึ้นไปถึงใบหูเมื่อคริสโตเฟอร์พูดประโยคน่าอายออกมา เขายกยิ้มก่อนหลับตาลงอีกครั้ง ยูริได้แต่มองหน้าเขายามหลับและกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะค่อยๆยิ้มตาม เธอชอบใบหน้าของเขาตอนนี้ที่สุด ใบหน้าหล่อคมเข้มของชาวต่างชาติที่ดูแข็งแกร่ง แต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยนอันอบอุ่น แต่ดูเหมือนเธอจะจ้องเขานานไป ทำให้ดวงตาคมค่อยๆลืมขึ้นมาจ้องสบตากับยูริอีกครั้ง

            “ยูริจังจ้องขนาดนี้ไอนอนไม่หลับเลยนะ”

            “เอ๊?! ขะ ขะ ขอโทษเจ้าค่ะ ._.

            “ฮิๆ น่ารักที่สุดเลยเจ้านายใครน่า~

            คริสโตเฟอร์หัวเราะในลำคอก่อนยกนิ้วของตนจิ้มที่จมูกบางของยูริเบาๆ ใบหน้าที่ข้างแก้มมีเลือดฝาดจางๆบัดนี้แดงระเรื่ออีกครั้งด้วยความเขิน  ยูริก้มหน้าซุกลงกับอกกว้างของชายหนุ่มเพื่อหลบไม่ให้เขาเห็นใบหน้าที่กำลังเขินสุดชีวิตของตน แต่มีหรือที่คริสโตเฟอร์จะไม่เห็น ก่อนสายตาเขาจะไปหยุดอยู่ที่หน้าผากของหญิงสาวมันมีแผลถลอกเลือดซิบอยู่

            “....ยูริจัง แผลนี่”

            “เจ้าค่ะ? อ้อ! พอดียูนิซุ่มซ่ามน่ะค่ะ ทำหนังสือตกจากชั้นล่วงมากระแทกหัว แต่ไม่เป็นอะไรมากหรอกเจ้าค่ะ”

            “....”

            “คุณคริส? เป็นอะไรหรือเจ้าคะ”

            “ไม่ชอบใจเลย ไอไม่ชอบเห็นรอยแผลพวกนี้บนตัวยูเลย”

            “คะ คุณคริส! O////O

            มือใหญ่เชยคางมนขึ้นกอนใบหน้าหล่อคมเข้มจะก้มลงมาที่หน้าผาก ลิ้นอุ่นร้อนของเขาเลียเข้าที่แผลถลอกบนหัวของยูริ มือบางกำเสื้อของอีกฝ่ายแน่นด้วยความแสบ ก่อนริมฝีปากของเขาจะเลื่อนลงมาจูบที่ขมับ กอนลงมาที่ดวงตา จมูก ข้างแก้มและริมฝีปากจิ้มลิ้ม....

            “คะ คุณคริสเดี๋ยวแบบนี้มัน .////.

            “ขอจูบหน่อยไม่ได้เหรอ”

            “อะ เอ่อ o////o

            “น้ายูริจัง”

            “....กะ ก็ได้เจ้าค่ะ ถ้าแค่จูบ....>////<

            ยูริถึงกลับต้องเอ่ยปากยอมอย่างจนใจ เพราะคริสโตเฟอร์นั้นจ้องมองเธอด้วยแววตาเว้าวอนราวกับลูกแมวน่าสงสาร ซึ่งพอได้รับอนุญาตเขาก็ก้มลงบอกรสจูบอันอ่อนโยนให้หญิงสาวในอ้อมกอด ยูริได้แต่หลับตาพริ้มยอมรับสัมผัสหวาบหวามของเขา แล้วจูบตอบเขาอย่างเผลอตัว

            “จูบตอบเก่งขึ้นนะยูริจัง”

            “อย่าเอาเรื่องนั้นพูดสิเจ้าคะ ยูริเขินนะ >////<

            “ทำไมล่ะ ไอออกจะชอบ”

            “คุณคริส! ยูริงอนจริงๆด้วย(o-*-)”

            “อ้าว? แบบนี้ต้องจูบง้อ”

            “เอ๊?! อะไรน่ะเจ้าค--”

            เสียงหวานใสถูกหยุดด้วยริมฝีปากหนาของคนร่างสูงที่กอดเธออยู่อีกครั้ง รสสัมผัสที่หอมหวานปานน้ำผึ้งที่คริสโตเฟอร์มอบให้ ทำเอายูริแทบละลาย หญิงสาวขยับมือโอบรอบคอชายหนุ่ม นิ้วเรียวยาวเคลื่อนตัวเข้าไปใต้กลุ่มผมสีแดงเพลิง รสจูบที่อ่อนหวานยังคงดำเนินต่อไปจนยูริเริ่มหายใจไม่ออกต้องกระตุกเสื้ออีกฝ่ายเบาๆเป็นการร้องบอก

            คริสโตเฟอร์ถอนจูบออกปล่อยให้ยูริสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเต็มที่ ใบหน้าหวานที่แตะแต้มไปด้วยเลือดฝาดนั้นช่างน่ารักน่าขย้ำเสียนี่กระไร แต่เขาต้องหยุดอารมณ์ที่ร้อนรุ่มในอกไว้ ก่อนจะซุกตัวกับอกอวบของหญิงสาวเป็นฝ่ายให้เธอช่วยกอดเขาที ยูริเห็นก็มองเขาด้วยใบหน้าแดงซ่าน

            “จะไม่ไปเที่ยวปีใหม่จริงๆหรือเจ้าคะคุณคริส”

            “ไม่เอาอ่ะ ไอง่วงมากเลยอยากนอนมากกว่า ถ้ายูริจังอยากไปไอก็ไม่บังคับนะ”

            “....อืม....ไม่ล่ะเจ้าค่ะ คิดอีกทียูรินอนกับคุณคริสข้ามปีก็ดีเหมือนที่คุณบอกจริงๆนั่นแหละเจ้าค่ะ”

            “ถ้างั้น....”

            “???”

            “ช่วยกอดไอทีสิ ตัวยูริจังอุ่นมากเลย”

            “....จะ เจ้าค่ะ =////=

             (Dunte&Nasissa  The Mountain)

            “บนนี้อากาศดีจริงๆด้วย”

            “เอ่อคุณนาซิสซ่าครับ เราจะตั้งเต็นท์กันตรงนี้ใช่ไหมครับ”

            “ก็ใช่สิยะ! นายน่ะจัดไปเลยจะมาถามฉันทำข้าวผัดพริงแกงทำไมย่ะตาบ้ามนุษย์ต่างดาว = =

            “คะ ครับ ^ ^;

            เสียงสองหนุ่มสาวกำลังคุยกันดังท่ามกลางภูเขาสูง นาซิสซ่ากับดันเต้ตัดสินใจมาเคาท์ดาวน์กันที่ภูเขาสูง โชคดีที่คืนนี้ฟ้าโปร่งทำให้มองเห็นดวงดาวนับล้านที่เปล่งประกายอยู่รอบดวงจันทร์ที่ส่องสว่างในค่ำคืนนี้ นาซิสซ่ายืนรับลมเย็นสบายที่พัดผ่านร่างโดยข้างหลังเธอมีดันเต้กำลังจัดที่พักของพวกเขาอยู่ หญิงสาวแอบหันกลับไปมองเขาก่อนข้างแก้มจะขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงช่วงที่เขาชวนเธอมาเคาท์ดาวน์ที่นี่สองต่อสอง....อาจจะมีโหมดจู๋จี๋หวานแหววก็ได้น้า คิดแล้วก็เขินอร๊าย >////<

            “เอ๊ะ?”ในขณะที่คิดอะไรเพลินๆอยู่สายตาพร้อมประสาทหูไปได้ยินเสียงบางอย่างที่ดังอยู่ไม่ไกล นาซิสซ่าเดินตรงไปทางนั้นก่อนพบบางสิ่งที่ทำให้เธอมองมันนิ่ง บนต้นไม้มีเสียงแมวร้องเหมียวๆราวกับกำลังจะขอให้ช่วย ถ้าสังเกตดีๆเล็บมันติดแน่นกับต้นไม้ไม่ขยับไปไหน“ถ้าลงไม่ได้แล้วขึ้นไปได้ยังไงล่ะนั่น - -

            “เหมี้ยว~

            “....เฮ้อ อยู่ตรงนั้นนะเดี๋ยวขึ้นไปหา”

            นาซิสซ่าพยายามปีนต้นไม้เพื่อขึ้นไปหาแมวน้อยที่ร้องเหมียวๆอยู่ด้านบน โชคดีที่ใส่กระโปรงสั้นมา(ใส่กางเกงขาสั้นข้างใน)จึงทำให้ไม่ค่อยเป็นอุปสรคในการปีน พอมาถึงสาวสวยมาดคุณหนูก็ดึงแมวน้อยที่เกาะติดกิ่งไม้ออก ก่อนจะหันกลับลงไปด้านล่าง

            เฮือก!

            “สะ สะ สูง @0@

            ว่าคนอื่นไม่ทันขาดคำตัวเองเป็นเองซะงั้น = = นาซิสซ่าถึงกลับรีบเอาแขนข้างหนึ่งเกาะลำต้น โดยอีกข้างยังคงอุ้มแมวน้อยไม่ปล่อย ขึ้นมาได้....แต่พอมองลงจากตรงนี้มันสูงเวรี่ทอล! T^T ไม่กล้าขยับตัวเลยกลัวล่วงลงไปคอหักตายแล้วศพจะไม่สวยเหมือนตอนมีชีวิต โน้ว นาซิสซ่ารับไม่ได้ T0T

            “คุณนาซิสซ่าคร้าบ! คุณอยู่ไหนคร้าบ!

            “ดะ ดันเต้? ดันเต้! ฉันอยู่บนนี้! ช่วยที~ Y^Y

            “ขึ้นไปทำอะไรบนนั้นล่ะครับ คุณนาซิสซ่า =[]=

            พอได้ยินคำถามนั้น่สาวสวยแห่งแดนแฟชั่นถึงได้ยกแมวน้อยบนตักขึ้นมา สร้างความกระจ่างให้ดันเต้ได้ดี ชายหนุ่มถอนหายใจพลางหัวเราะไปด้วย ก่อนจะเอื้อมมือไปรับแมวน้อยที่นาซิสซ่าปล่อยลงมาได้อย่างเม่นยำ แม้จะโดนเล็บมันจิกไปบ้างเพราะตกใจที่จู่ๆโดนปล่อยกลางอากาศ พอดันเต้วางเจ้าแมวน้อยลงพื้นมันก็วิ่งหายไปกับความมืดทันที ก่อนชายหนุ่มจะเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงสาวด้านบน

            “เป็นคนดีเหมือนกันนี่ครับ ช่วยลูกแมวจนตัวเองติดอยู่บนต้นไม้”

            “นี่! พูดงี้จะบอกว่าฉันเป็นคนไร้น้ำใจเหรอยะ ตาบ้า =[]=*

            “ฮะ ฮะ เปล่าสักหน่อยนะครับ งั้นอ่ะ”

            “ทำอะไรของนายยะ?”

            “ก็ถึงตาคุณนาซิสซ่าแล้วไงครับ”นาซิสซ่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อพบว่าดันเต้อ้าแขนมาทางเธอ หนุ่มอิตาลียกยิ้มบางก่อนเอ่ยคำพูดแปลกๆให้เธอฟัง ก่อนจะแปลกใจเมื่อได้ยินประโยคต่อจากนี้ของเขา“กระโดดลงมาสิครับคุณนาซิสซ่า”

            “เอ๊ะ?! แต่แบบนั้นจะดีเหรอ”

            “ไม่เป็นอะไรครับกระโดดลงมาเถอะ ผมจะรับคุณนาซิสซ่าเอง เชื่อใจผมนะครับ”

            “....งะ งั้น....ถ้าแขนหักอย่ามาโทษกันะยะ =////=

            ฟุบ

            ร่างบางของหญิงสาวกระโดดลงสู่ออมแขนของชายหนุ่มซึ่งเขาก็รับเธอได้อย่างไม่มีที่ติ ดันเตยิ้มอ่อนโยนที่หญิงสาวเชื่อใจเขา ชายหนุ่มจุมพิตที่ข้างแก้มนุ่มนิ่มของเธอ ก่อนว่าร่างบางในอ้อมกอดลงพื้นอย่างทะนุถนอม นาซิสซ่าที่โดนขโมยความบริสุทธิ์ที่ข้างแก้มถึงกลับหน้าแดงด้วยความเขินอาย

            “เพราะคุณนั่กแบนี้ไงครับ ผมถึงได้รักหมดใจ”

            “บะ บ้า! 0////0

            “ทำไมว่าผมงั้นล่ะครับคุณนาซิสซ่า”

            “ดะ ดันเต้ไม่เอา >////<

            นาซิสซ่ารีบเอามือเรียวทั้งสองดันใบหน้าหล่อเหลาของเขาให้ออกห่าง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายค่อยๆก้มหน้าลงมา  แต่ไร้ผลเพราะดันเต้รวบมือเรียวทั้งสองไว้ ก่อนก้มหน้าลงมาหาหญิงสาว ใบหน้างดงามของนาซิสซ่าถึงกับแดงซ่านด้วยความเขินอาย ความคิดจินตนาการถึงฉากหวานแหววที่เธอปรารถนาลึกๆว่าอยากมีสักครั้งกับชายที่เป็นคนรักวิ่งเข้ามาในหัว ก่อนเธอจะรีบหลับตาลง

            พร้อมสัมผัสนุ่มนิ่มจากริมฝีปากหนาจะจรดที่ข้างแก้มของเธอ เวลาผ่านไปสักพักดันเต้ค่อยถอยห่าง โดยไม่ทำอะไรต่อ เดี๋ยวสิ! จังหวะนี้มันต้องจูบปากแล้วไม่ใช่เหรอ? = = นาซิสซ่าที่จะได้เจอโมเม้นหวานแหววกับเขาบ้างเงยหน้ามองชายหนุ่มที่ยิ้มหวานมาให้นิ่ง ก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว

            “คะ แค่แก้มเหรอ”

            “ครับ?”

            “....เฮ้อ ช่างเถอะ -*-

          อีตาบ้าเอ้ย! เสียบรรยากาศที่สุด!

            “คะ คุณนาซิสซ่าเป็นอะไรไปหรือครับ?”

            “ไม่นิ กลับเต็นท์กันได้แล้ว”

            “....”

            ดันเต้เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวดูหงุดหงิดแปลกๆ แต่พอถามเธอก็สะบัดหน้าใส่เขา ใบหน้าผิดหวังในบางอย่างฉายชัดในดวงตาคู่งาม จนดันเต้นึกบางอย่างได้ ในจังหวะที่นาซิสซ่าเดินผ่านเขาไป ชายหนุ่มหันหลังคว้าเข้าที่ข้อมือบางก่อนออกแรงดึงเธอให้ล้มมาทางเขา

            พรึบ

            ริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกัน ดันเต้บดจูบหญิงสาวอย่างอ่อนโยนและหวานซึ้ง ดวงตาหวานของนาซิสซ่าเบิกกว้างก่อนมันจะค่อยๆปิดลงรับสัมผัสหวาบหวิวที่เขามอบให้ทางริมฝีปาก นานนับนาทีกว่าดันเต้จะถอนริมฝีปากออก ดวงตาของพวกเขาสบเข้าด้วยกัน ก่อนใบหน้าหล่อคมของดันเต้จะขึ้นสีแดงระเรื่อจนถึงใบหู พร้อมร่างสูงที่ทรุดนั่งกอดเข่ากับพื้นด้วยความเขินอาย

            “ขะ ขอ ขอโทษครับคุณนาซิสซ่า ผะ ผะ ผม....ผม....>/////<

            นาซิสซ่ามองท่าทางของเขาก่อนจะหัวเราะร่าออกมา ที่แท้เขาก็แค่เขิน หญิงสาวทรุดลงตรงหน้าชายหนุ่มก่อนโผเข้ากอดอีกฝ่ายพร้อมประกบริมฝีปากกับเขาอีกครั้ง ให้ตายสิไม่ว่าเรื่องอะไร....เธอต้องเป็นคนเริ่มก่อนตลอดเชียวตาผู้ชายคนนี้

            (Giyul&Tiwa  The Toilet)

            “โอ๊ย~ กว่าจะแบกมาถึง! ตัวนายนี่มันหนักเป็นบ้าเลยตาตี๋แว่นเอ้ย!

            เสียงบ่นอุบอิบของสาวสัญชาติไทยอย่างทิวาดังขึ้นภายในห้องพักของประธานนักเรียนเจ้าชายโนอาห์อย่าง คิม กียุล เนื่องจากต้องเป็นคนแบกร่างชายหนุ่มที่เมากับการกินของแพ้มานั่นก็คือ....น้ำองุ่นหมัก....ที่มีตนเหตุมาจากเพื่อนๆที่แสนน่ารักน่าชังของท่านประธานผู้นี้เป็นคนจับกรอกใส่ปากฉลองปีใหม่กันน่ะสิ เลยลำบากเธอที่ต้องมานั่งดูแลเขาเนี่ย = =

            แถมกว่าจะผ่านด่านขึ้นเรือโนอาห์มาได้นี่แทบลากเลือด! ก็อย่างว่าแหละชายหญิงกลับเขาห้องตอนดึกๆมันก็ต้องมีระแวงกันบางล่ะนะ ไม่ระแวงสิแปลก =__=

            “อ้าวๆจะลุกไปไหน มาเช็ดตัวก่อน ไม่เหม็นหรือไง -*-

            “อืม~ จาอาบน้ำ~

            “สภาพนี้จะอาบไหวได้ไงยะ”

            “จาอาบน้ำ ฉานจาอาบ @0@

            “โอเคๆ อาบก็อาบ”

            ทิวาถอนหายใจอย่างเหนื่อยจิตกับพ่อเจ้าระเบียบตรงหน้า นี้ขนาดเมามันยังบ่นจะอาบน้ำเลย ทั้งที่คนเมาปกติเขาหัวถึงหมอนปุ๊บจะหลับปั๊บแท้ๆ ทิวาพยุงกียุลที่เมาหน้าแดงมาที่ห้องน้ำก่อนให้เขานั่งที่โถส้วมแล้วตัวเองก็จัดการเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำให้เรียบร้อยเช็คอุณหภูมิน้ำว่าไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป ก่อนจะหันกลับมาเพื่อจะคุยกับชายหนุ่ม แต่ก็ถึงกลับสะดุ้งเมื่อหันมาอีกที พ่อหนุ่มเกาหลีตรงหน้าดันเหลือแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น!!!

            “กรี๊ด! นี่นายทำบ้าอะไรเนี่ย ตาแว่นโรคจิต >////<

            “อาบให้หน่อยยยย”

            “ถอดเสื้อผ้าเองได้งั้นอาบเองล่ะกัน--เฮ้ย! กียุล 0_0

            ทิวารองเสียงหลงเมื่อพ่อตัวดีของเธอดันนอนราบไปกับพื้นห้องน้ำ(ช่างกล้า =[]=)พอจะพยุงขึ้นก็โวยวายบอกถ้าไม่อาบให้จะนอนในนี้ จนสาวแดนสยามต้องยอมเขาอีกจนได้ เธอพาเขาลงในอ่างพร้อมบ๊อกเซอร์ตัวเดียว ใครมันจะกล้าอดฟระ! แค่นี้ก็ระทึกขวัญมากพอแล้ว =////= กล้ามเนื้อแน่นๆกับซิกแพคเน้นๆสมเป็นคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ผิวขาวเนียนนุ่มที่ผู้หญิงยังอาย ใบหน้าหวานออกหล่อคมฉบับหนุ่มเกาหลี ทั้งหมดนี้ปรากฏสู่สายตาสาวสวยชาวไทยอย่างจัง เล่นเอาเวลาถูตัวเขาไปมือก็สั่นไป

            “พะ พะ พะ พอ คะ คะ แค่นี้ก่อนล่ะกัน ขะ ขึ้นได้ ละ แล้ว @//////@

            “....”

            พรึบ

            “ว้ายยย!!!

            ซู้ม!

            ทิวาที่ล่างฟองออกจากตัวกียุลเสร็จก็รีบหันไปหมายจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดให้เขา แต่จังหวะนั้นเองมือหนาของคนในอ่างก็คว้าเข้าที่ข้อมือบางแล้วออกแรงดึงเธอให้ล้มลงมานั่งทับเขาในท่าหน้าหน้าเข้าหากัน ทำให้ตัวเธอเปียกไปหมด แล้วชุดที่ทิวาใส่อยู่ตอนี้มันออกไปทางสีอ่อนจนเกือบขาว พอมาเจอน้ำทำให้มันแนบไปกับเนื้อของเธอทำให้สีบราเซียที่เธอใส่อยู่มันเด่นชัดขึ้นตรงหน้าเขา

            “แค่กๆ ทำบ้าอะไรของนายอีกเนี่ย ตาตี๋!

            “อุ่นจัง”

            “....”

            “หอมด้วย”

            “0////0

            “เหมือนขนมเลย....น่ากินจัง”

            “กะ กียุลทำอะไร--อ๊ะ!

            ทิวาร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มก็ซุกหน้าลงกับซอกคอของเธอแล้วงับเข้าที่ต้นคอของเธอเบาๆมือหนาข้างหนึ่งกระชับเอวคอดเข้าหา ส่วนอีกข้างนั้นกำลังปลดกระดุมเสื้อของเธอแล้วจัดการดึงเสื้อลงตอนนี้เลยเหลือเพียงบราเซียตัวเดียวที่ปกปิดส่วนสำคัญของเธอเอาไว้

            “กะ กี....ยุล >////<

            “หวานจัง อยากกินอีก”

            “ยะ อย่า--อ๊า!

            ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย เมื่อกียุลเลื่อนริมฝีปากของเขาลงมาที่เนินอกอวบทั้งสองของเธอ ก่อนขบเม้มแรงๆจนเกิดรอย ทิวาพยายามดันเขาออกแต่ก็ไร้ผล ชายหนุ่มยังคงเล่นกับเนินอกนุ่มนิ่มของเธอ รอยแดงเพิ่มขึ้นจากหนึ่งเป็นสองและสองเป็นสาม ความเสียวหวาบในอกมันทำให้ทิวารู้สึกแปลกๆ ทั้งที่มันไม่ควรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา แต่หญิงสาวกลับไม่รู้สึกรังเกียจสัมผัสของเขาเลยแม้แต่น้อย

            “กะ กี กียุล!!!

            ทิวาพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดผลักชายหนุ่มออก ถ้าปล่อยเอาไว้นานกว่านี้มันอาจเลยเถิดจริงๆแน่ ซึ่งเธอยังไม่ต้องการแบบนั้น กียุลดูชะงักไปเล็กน้อย ทิวารีบจัดเสื้อผ้าก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากอ่าง แต่ชายหนุ่มก็เร็วกว่าเขาคว้าตัวเธอเอาไว้แล้วกดลงกับอ่างอาบน้ำโดยคราวนี้เขาคือฝ่ายขึ้นคร่อมเธอแทน

            “นะ นี่! ไม่ได้นะตาบ้า!

            “ขอหน่อยเถอะ”

            “?!

            “สัญญาไม่เลยเถิดถึงขั้นนั้นแน่”

            “นี่...นาย...”

            “นะทิวา”

            “นี่นาย....ไม่ได้เมา?”ทวาเอ่ยเสียงเบา เมื่อสบตาเว้าวอนในตัวเธอ มันดูไม่เหมือนคนเมาองุ่นหมักสักนิด ก่อนที่กียุลจะหยักหน้าลงเบาๆเป็นการบอกว่าเขาไม่ได้เมาอย่าที่เธอเข้าใจ แล้วยิ่งนึกย้อนไปก่อนหน้าว่าเธอทำอะไรกับเขาไว้บ้าง ก็หน้าแดงแปร๊ด ไม่แน่ใจว่าด้วยความเขินหรือโกรธกันแน่“ตาตี๋บ้า--อุ๊บ!

            เสียงโวยวายถูกกลืนหายไปพร้อมริมฝีปากของเขาที่ประกบเข้ากับเธอ กียุลบดจูบทิวาเริ่มจากอ่อนโยนค่อยๆร้อนแรงขึ้น จนมันสูบเรี่ยวแรงที่จะขัดขืนของทิวาไปจนหมด สติเริ่มดับก่อนจะเหลือแต่ความรู้สึกเปล่าๆ เมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่ริมฝีปากหญิงสาวก็เปิดต้อนรับให้มันเข้ามาตวัดเล่นลิ้นกับเธอได้อย่างอิสระ ลิ้นร้ายกอบโกยความหอบหวานในโพรงปากของสาวไทยอย่างหนำใจ ก่อนเปลี่ยนเป้าหมายมาที่ข้างแก้มขาวเนียน ลงมายังซอกคอเนียนนุ่ม

            “อยากอยู่กับเธอสองต่อสองในวันข้ามปีนี้ที่สุดเลย ยัยลิงกัง”

            “กี...ยุล”

            “รักนะ รักที่สุดเลยยัยลิงแสนซนของฉัน”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #12 bonny (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 10:58
    อยากอ่านคำสาปไข่มุขดำแห่งท้องทะเลต่อมากก...สนุกค่ะ..
    #12
    0
  2. #11 bonny (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 10:55
    อยากอ่านคำสาปไข่มุขดำแห่งท้องทะเลต่อมากก...สนุกค่ะ..
    #11
    0
  3. #6 nongmeanjang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 11:29
    เรื่องนี้หาย
    #6
    0