Special Book สมุดบันทึกลับฉบับจิลวาลี่

ตอนที่ 2 : คำขอในวันฮาโลวีน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    14 ก.พ. 60

คำขอในวันฮาโลวีน

            --ติ๊ด --ติ๊ด --ติ๊ด

            เสียงเครื่องอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆดังเป็นจังหวะ สายเชื่อมต่างๆต่อจากเครื่องเทคโนโลยีล้ำสมัยต่อกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่นอนนิ่งไม่ไหวติ่งบนเตียงคนไข้ในห้องพิเศษขนาดใหญ่ บนศีรษะมีผ้าพันแผลพันเอาไว้

            แอ๊ด

            ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมร่างของชายหนุ่มร่างสูงเดินเข้ามา เขาเดินเข้ามานั่งข้างเตียงของหญิงสาว สายตาหม่นหมองจ้องมองใบหน้างามที่นิ่งสนิทราวคนตาย ถ้าเครื่องตรวจหัวใจไม่ดังเตือนเป็นจังหวะ เขาคงคิดว่าหล่อนสิ้นลมหายใจไปแล้วก็เป็นได้ มือหนาปัดปอยผมหน้าม้าสีน้ำตาลไหม้เล็กน้อย ก่อนเลื่อนมาสัมผัสแก้มบางนุ่มนิ่มและเย็นเฉียบ แววตาที่หม่นหมองอยู่แล้วยิ่งแสดงออกถึงความโศกเศร้าในจิตใจ ในหัวเอาแต่คิดว่า

            ทำไม....ทำไมต้องเป็นเธอด้วย ทั้งที่คนที่สมควรมาอยู่ในสภาพนี้ควรเป็นเขาแท้ๆ

            “ขอโทษ....ฉันขอโทษนะทิวา”

            ชายหนุ่มซบหน้าลงกับมือบางอันเย็นยะเยือก พลางร้องไห้พูดขอโทษซ้ำไปซ้ำมา เรื่องทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นถ้าเขาระวังตัวมากกว่านี้ ทิวาคงไม่ต้องเป็นแบบนี้ถ้าเธอ....ไม่เอาตัวเข้ามาปกป้องเขา....กียุลยังจำมันได้ดีภาพในวันนั้น ภาพที่เขากำลังหยุดการทะเลาะวิวาทที่ถึงขั้นจะฆ่ากันให้ตายไปข้างในสนามบินของเขา แล้วทิวาก็เข้ามาผลักเขาให้หลบไป พร้อมเสียงปืนที่ดังขึ้น ภาพที่สะท้อนในดวงตาสีน้ำเงินน้ำทะเล คือภาพที่ทิวาเลือดไหลจากกลางศีรษะ ก่อนล้มลงแน่นิ่งไป

            โชคดีที่เธอยังไม่ตาย กระสุนที่ฝั่งอยู่ในสมองทำให้หล่อนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่ถ้าผ่าเพื่อเอามันออกก็เท่ากับว่าพาทิวาไปตาย 100% ไม่มีทางรอดแน่นอน พวกเขาจึงทำอะไรไม่ได้ เขากับเพื่อนๆย้ายร่างเธอมารักษาที่อังกฤษ โรซารี่เป็นคนจัดทุกอย่างให้ เขาเองก็ย้ายมาที่นี่เช่นกัน

หลังจากเหตุการณ์นั้นก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว แต่สำหรับกียุลมันเหมือนผ่านไปเป็นร้อยๆปี ความทรมานที่ต้องเห็นคู่หมั้นตัวเองกลายเป็นแบบนี้ ทั้งที่ตอนนั้นอีกไม่กี่วันพวกเขาจะแต่งงานกันแล้วแท้ๆ

            “นี่ทิวา วันนี้เป็นวันฮาโลวีนล่ะ คืนนี้จะมีงานฉลองด้วย”

“....”

“จะขี้เซาไปถึงไหนกัน ถ้าไม่รีบตื่นเดี๋ยวก็อดไปฉลองกับฉันหรอก ที่งานมีขอแจกฟรีเยอะแยะเลยนะ”

“....”

“....นี่....ฉันอยากไปเที่ยวกับเธอวันนี้นะ....เพราะงั้นได้โปรดเถอะกลับมาหาฉันทีสิ....ทิวา

กียุลกล่าวทั้งน้ำตา โดยไม่ทันสังเกตแสงเส้นเล็กๆที่ล่วงหล่นจากฟ้า....ดาวตกดวงหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับที่กียุลพูดประโยคสุดท้าย โดยหารู้ไม่ว่าด้วยเหตุนั้นทำให้เสียงของเขามันดังไปหาคนคนหนึ่งที่อยู่อีกฝั่งจนได้

><><><><><><><><><><><><><><><>< 

“....นี่....ฉันอยากไปเที่ยวกับเธอวันนี้นะ....เพราะงั้นได้โปรดเถอะกลับมาหาฉันทีสิ....ทิวา

            เสียงที่ลอยมาตามสายลม ดังแผ่วเบาที่ข้างหูของหญิงสาวผู้หนึ่ง สตรีร่างบางที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนากระเด่งตัวขึ้น พลางขยี้ตาด้วยความง่วง ชุดเดรสสายเดี่ยวตัวบางสีดำขัดกับผิวที่ขาวเนียนนุ่มน่าสัมผัสของเจ้าหล่อน ดวงตาสีทับทิมเม็ดงามที่เหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่าง

            “เสียงใครกัน? ทำไมถึงฟังดูเศร้าสร้อยจังเลย”

            “ตื่นแล้วเหรอทิวา”

            “เอ๊ะ?! ท่านพี่~”เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นข้างเตียงของหญิงสาว ทิวาหันไปมองก่อนฉีกยิ้มกว้างกระโดดกอดชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมแต่ก็อ่อนโยนเมื่ออยู่กับหล่อน“นี่ๆท่านพี่ เมื่อกี้ทิวาได้ยินเสียงแปลกๆด้วย”

            “เสียงแปลกๆ?”

            “อื้ม! ได้ยินแว่วๆว่า ฉันอยากไปเที่ยวกับเธอ เพราะงั้นกลับมาหาฉันที อะไรเนี่ยแหละค่ะ แต่น้ำเสียงเขาคุ้นหูมากเลย”

            “....”

            “ท่านพี่ฮาเดส?” (แทรกนิดฮาเดสคนนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องเกมร้ายนะครับ บ่เกี่ยวกัน =0=)

            ฮาเดสที่ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งเงียบไปความทรงจำก่อนหน้าลอยเข้ามาในหัว ตอนที่วิญญาณของทิวาที่มาอยู่หน้าประตูนรก ตอนแรกพวกเขาเข้าใจว่าเป็นวิญญาณคนตาย เลยพาเข้ามาตัดสินโทษ แต่ปรากฏว่าเจ้าหล่อนยังไม่ถึงที่ตายซะงั้น จะส่งกลับไปก็ไม่ได้แล้ว เพราะกฎของพวกเขาคือห้ามวิญญาณที่ผ่านเข้ามาในนี้ออกไปโดยเด็ดขาด นอกจากจะผ่านการชดใช้ แต่เพราะเธอนั้นยังไม่ถึงกำหนดการตายทำให้ไม่สามารถตัดสินโทษได้ พวกเขาไม่รู้จะทำเช่นไรจึงส่งเธอมาเป็นยมทูตคอยดูแลวิญญาณในนรกแทน โดยอยู่ภายใต้การดูแลของฮาเดสอย่างเขา

            ตัวเขาเองก็ถามไถ่เรื่องราวตอนยังเป็นมนุษย์สรุปว่าทิวาดันความจำเสื่อม จำอะไรตอนยังมีชีวิตไม่ได้เลยนอกจากชื่อของตัวเอง ฮาเดสเองก็ทำอะไรไม่ได้จึงดูแลเธอตามที่ได้รับมอบหมาย แต่ว่าไปๆมาๆคนอื่นกลับคิดว่าเธอเป็นน้องสาวเขาเฉย =[]= ซึ่งฮาเดสเองก็ไม่ได้เครียดเรื่องนี้จึงปล่อยเลยตามเลยไป

            “ท่านพี่ค่า!!!

            “อะ อะไร?”

            “ทิวาอยากลองไปตามเสียงนั่นดูน่ะค่ะ เผื่อว่าความทรงจำทิวาจะกลับมา”

            “แต่เธอออกไปนอกประตูไม่ได้นะ--”

            “แต่วันนี้ที่โลกมนุษย์เป็นวันปล่อยผีนิคะ งั้นทิวาก็น่าจะออกไปได้^^

            “....เฮ้อ ก็ได้ๆ ลองไปดูก็ได้ แต่ต้องกลับมาก่อนหมดฮาโลวีนล่ะเข้าใจไหม”

            “รับทราบค่า~

><><><><><><><><><><><><><><><>< 

            ณ ประเทศอังกฤษ

            กียุลเดินออกจากตัวลิฟท์หลังออกไปตรวจดูผลการตรวจร่างกายของทิวากับหมอประจำตัว ชายหนุ่มเดินตามทางมาจนกระทั่งถึงหน้าห้องพิเศษก่อนเอื้อมมือเปิดประตูเข้าไป
            แอ๊ด

            “เอ๊ะ?”

            “....”เสียงปริศนาที่ไม่น่าจะมีดังขึ้น กียุลหันไปทางต้นเสียงก่อนพบภาพที่น่าตกใจ หญิงสาวที่ควรนอนอยู่บนเตียงกลับลุกมายืนอยู่ริมบานหน้าต่างและตอนนี้เธอก็กำลังหันมามองเขาเช่นกัน ชุดคนไข้ถูกเปลี่ยนเป็นเดรสสีดำเบาบาง เส้นผมถูกปล่อยสยายลงอย่างงดงาม นัยน์ตาสีทับทิมที่ไม่ได้เห็นมานานปรากฏแก่สายตาเขา“ทิ....ทิวา....”

            “....นายเป็นใคร?”

            “!!!

            “แต่เดี๋ยวก่อนสิ เมื่อกี้นายเรียกฉันว่าทิวาเหรอ นายรู้จักฉันใช่ไหม นี่ๆบอกหน่อยสิฉันเป็นใคร?”

            ทิวายิ้มร่าก่อนวิ่งมาหาเขา แต่คำพูดเธอทำเอากียุลต้องอึ้ง เธอความจำเสื่อมเหรอ? เธอจำเขาไม่ได้....

            หมับ!

            ชายหนุ่มส่ายหน้าไล่ความเสียใจไป เพราะถึงจะเป็นแบบนั้น อย่างน้อยเธอก็กลับมาแล้ว....อย่างน้อยเขาก็ได้เธอกลับมา กียุลไม่ได้ฟังสิ่งที่ทิวาถามเขารัวๆเลยสักนิด เพียงแต่คว้าตัวเธอเข้ามากอดแน่นอย่างคิดถึง ทิวาที่จู่ๆก็โดนคว้าเข้าไปกอดก็ตกใจจะพยายามดิ้น แต่ต้องชะงักเมื่อเธอสัมผัสได้ถึงเสียงสะอื้นของเขาที่เอาแต่บอกว่าดีจังที่เธอฟื้น ดีใจจังที่ได้เธอกลับมา น้ำเสียงฟังแล้วช่างคุ้นหู แล้วไหนจะสัมผัสที่อบอุ่นหัวใจแปลกๆนี่ด้วย มันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน

          หรือว่าเขาจะเป็นคนสำคัญของเรากันนะ?

            “นี่ๆ ไม่ร้องนะ เดี๋ยวก็ไม่หล่อหรอก”ทิวาผลักกียุลเบาๆก่อนยกมือบางเช็ดน้ำตาให้ชายหนุ่มตรงหน้า แล้วยิ้มร่าเริงไปให้ ทิวาลากเขามาที่ริมหน้าต่างก่อนจะชี้นิ้วไปที่งานฮาโลวีนด้านล่างด้วยรอยยิ้ม“พาไปเที่ยวหน่อยสิ”

          ถ้าเขาสำคัญกับเราอย่างที่คิดล่ะก็....เขาจะต้องทำให้ความทรงจำเรากลับมาได้แน่

><><><><><><><><><><><><><><><>< 

            “ว้าว~สวยจัง”

หญิงสาวมองภาพเบื้องหน้าแล้ววิ่งไปรอบๆราวกับเด็กที่ได้มาเที่ยวกับพ่อแม่ ตอนนี้เธอกับกียุลก็มาอยู่หน้าทางเข้างานฉลองฮาโลวีนของประเทศอังกฤษจนได้ เพราะตอนแรกชายหนุ่มกะจะให้หมอมาตรวจอาการก่อนจะไปไหนกัน แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไรหล่อนก็ลากเขาวิ่งออกจากโรงพยาบาลซะงั้น =[]= โวยวายไปคุณเธอก็เอาแต่หัวเราะแล้วบอกว่าไม่เป็นไรๆอยู่นั่นแหละ จนเขาเพลียใจต้องยอมมากับเธอแต่โดยดี

กียุลมองไปทางทิวาที่กำลังโบกมือเรียกเขาอยู่ด้วยใบหน้านิ่งๆ พลางคิดในใจว่า....ไอ้ฉายาประหลาดที่เธอเรียกเขานั่นอะไรฟระ! =[]=*

“นี่ๆมาเร็วสินายสลอธ~

            “ฉันไม่ได้เชื่องช้าเหมือนตัวสลอธสักหน่อยนะเธอ =*=

            “ไม่ได้ว่านายเชื่องช้าสักหน่อย ฉันแค่เห็นว่านายเอาแต่ทำหน้านิ่งเหมือนตัวสลอธที่ทำหน้าตายเป็นหน้าเดียวต่างหาก~ เอ้าไปกันเถอะฉันอยากกินทุกอย่างในงานเลย! *w*

          ฉันจะต้องกินทุกอย่างในงานให้ได้เลย!

            คำพูดของทิวาในตอนที่พวกเขาคบกันใหม่ๆดังขึ้นในหัวกียุล หนุ่มเกาหลีมองแผ่นหลังบางที่เดินเหยาะๆไปข้างหน้านิ่ง แววตาเจ็บปวดแสดงออกมาแวบนึงก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มส่ายหน้าไล่ความเศร้านั่นออกไป พลางเตือนสติตัวเองว่าแค่เธอฟื้นมาก็ดีแค่ไหนแล้ว ส่วนความทรงจำค่อยหาทางช่วยให้กลับมาหรือถ้าไม่ได้ก็สร้างใหม่ยังทัน

            “นายสลอธ!

            “เอ๊ะ? อะ อะไร”

            “ฉันเรียกนายตั้งนานแล้วไม่สนใจกันเลยนะ -*-

            เสียงของทิวาเรียกสติของชายหนุ่มกลับมา เห็นว่าหญิงสาวผู้เป็นแฟนของตนกำลังทำแก้มป่องแบบงอนๆตรงหน้าเขา บนหัวเธอตอนนี้มีที่คาดหัวหูแมวสีดำเข้ากับชุดได้เป็นอย่างดี ตอนเขาเหม่ออยู่เธอก็เดินไปเห็นของเขาแจกฟรีเลยหยิบมาใส่อันหนึ่งก่อนหยิบอีกอันมาเผื่อเขา แต่เพราะเรียกเท่าไรอีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบสักทีจนเธอหงุดหงิด

            “เอ่อ ขอโทษทีพอดีนึกอะไรเพลินไปหน่อย”

            “....ชิ ครั้งนี้ยกโทษให้ก็ได้ งั้นนี่! ฉันหยิบมาเผื่อนายด้วยนะ นายสลอธในคราบมนุษย์หมาป่า ฮิๆ”

            ทิวาเอ่ยปากบ่นเล็กน้อยก่อนกลับมาร่าเริงแล้วสวมหูหมาป่าสีดำให้เขา รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอมันคือสิ่งที่เขาโหยหาเหลือเกิน และเพราะมันทำให้เขาคิดได้ ในเมื่อเธออยากเที่ยว แล้วเราจะมาปวดหัวกับเรื่องความทรงจำของเธอจนทำให้อีกฝ่ายหมดสนุกทำไมกัน ขอแค่เธอมีความสุขและอยู่ข้างเขาแบบนี้ตลอดไปก็พอแล้ว

            คิดได้ดังนั้นรอยยิ้มอ่อนโยนก็ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาทันใด และรอยยิ้มนั่นก็ทำเอาสาวร่างบางตรงหน้าพลันหน้าร้อนผ่าวอย่างไม่มีสาเหตุ ทิวาก้มหน้างุด ยกมือกุมอกที่ตอนนี้ก้อนเนื้อด้านในกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง

            จุ๊บ

            “?!

            “ขอบใจสำหรับที่คาดหัวนะ ยัยแมวผีแสนซนของฉัน

            “อ่า 0////0

            เรื่องไม่คาดฝันบังเกิดขึ้นเมื่อกียุลขยับมือเชยคางของทิวาขึ้นก่อนจรดริมฝีปากหนาลงที่ข้างแก้มของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน การกระทำของเขายิ่งเสริมให้ใบหน้าหวานที่แดงระเรื่ออยู่แล้วยิ่งแดงจนลามไปถึงใบหูทั้งสองข้างอย่างง่ายดาย กียุลเห็นว่าแกล้งยัยคนตัวเล็กได้สำเร็จก็ยิ้มขำก่อนก้าวเดินไปข้างหน้าโดยมือหนาเกาะกุมมือเรียวบางเอาไว้แน่น

            “ไปกันเถอะ นายสลอธคนนี้จะพาเธอกินของกินในงานให้อ้วนกันไปข้างเลย”

            “อ่า อืม =////=”ทิวาเอ่ยตอบพลางมองมือของตัวเองที่ถูกคนตัวสูงกุมเอาไว้

          สัมผัสที่แข็งกระด่างแต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่แสนอบอุ่นนี่ เขาเป็นอะไรกับฉันกันนะ....อยากรู้จัง....

            ตลอดทางพวกเขาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน ทิวากินทุกอย่างที่เป็นของกินตามที่พูดไว้จริงๆ ทั้งนิ้วคนจิ้มเลือด(แฟรนฟราย) น้ำปั่นเนื้อคน(น้ำสตอเบอร์รี่) หัวใจมนุษย์แช่แข็ง(แอปเปิ้ลเชื่อม) ถึงภายนอกจะดูน่ากลัวแต่สาวเจ้าก็กินเข้าไปได้อย่างไม่ลังเลต่างจากคนอื่นๆที่กว่าจะกินได้ก็ทำใจอยู่พักใหญ่ = =

            “เอ้า! เชิญเลยจ้า เชิญเลยใครคิดว่าตาไว ปาแม่นเชิญทางนี้เลยจ้า เกมปาจานร่อนรอท่านให้มาพิชิตคะแนนสูงสุดอยู่นะจ้า ใครทำลายสถิติล่าสุดได้ เลือกของที่เห็นอยู่ทั้งหมดนี้ไปเลยหนึ่งชิ้นจ้า~

            ในขณะที่เดินเที่ยวกันอยู่เสียงร้านค้าแถวๆนี้ก็ดังเรียกความสนใจทิวาได้เป็นอย่างดี ร้านนั้นตกแต่งตามสไตล์หลอนแต่ก็ดูดีแบบยุโรป  ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเธอจึงลากกียุลไปที่ร้านนั้นพอฟังกติกาก็รู้ว่าคือให้ปาบอลขนาดเล็กให้โดนจานร่อนที่จะโดนกลไกดีดออกมาจากซ้ายไปขวาบ้างหรือไม่ก็ขวาไปซ้ายบ้าง ทั้งหมดมี 10 ตัว ตัวละ 10 คะแนน และสถิติสูงสุดของร้านนี้ปัจจุบันอยู่ที่ 80 คะแนน

            “กติกายากเหมือนกันแหะ คิดว่าทำได้ไหมนายสลอธ”

            “....หึ ของกล้วยๆน่า แค่ 80 ฉันทำ 100 เต็มให้ยังได้”

            “โหมั่นใจจริงนะ งั้นลองโชว์ความเทพให้ดูเป็นขวัญตาหน่อยสิคะคุณสลอธ~

            “แน่นอนถ้าทำได้ขอรางวัลด้วยนะ”

            “อ่ะแน่นอน อยากได้อะไรเอาเลย ถ้านายทำได้อ่ะน่ะ =w=

            หึ ไม่รู้ซะแล้วว่าท้าใครอยู่น้องหนู~ = = กียุลยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนโชว์เทพอย่างที่บอกไป เพราะเขาดันปาโดนหมดทุกจานเลยน่ะสิ!!!(เฮ้ย! แกยังใช่คนอยู่เปล่าเฮีย =[]=!)เล่นเอาทิวากับคนรอบข้างถึงกลับอึ้งกริมกรี่ ไม่คิดว่าเจ้าหน้าหล่อหุ่นดี(?)นี่มันทำได้ตามที่พูดจริงๆ - - กียุลยกยิ้มสะใจก่อนหันไปยักคิ้วให้ทิวาได้อย่างน่ากวนประสาท

            “ตามสัญญานะคนสวย ฮ่าๆ”

            “ชิ ก็ได้ๆจะเอาอะไรล่ะยัยไงนายก็เลือกของได้ตามกติการ้านอยู่แล้วนิ = =

            “....อืม ฉันให้เธอเลือกดีกว่า อยากได้ชิ้นไหนเป็นพิเศษไหม”

            “ห๊ะ! ทำไมให้ฉันเลือกล่ะ?”ชี้หน้าตัวเองแล้วทำสายตางุนงง

            “ใช่สิ! เอ้าเลือกเลยอยากได้อันไหน”

            “เอ่อ ถ้างั้น....เอ๊ะ! ฉันอยากได้ตัวนั้นๆ”

ทิวามองไปรอบๆร้านมองหาของที่เข้าตาม จนไปพบกับตุ๊กตาลิงใส่แว่นตาลายก้นหอยทำท่าเก๊กอยู่ ก็ชี้ไปที่ตุ๊กตาตัวนั้นทั้งที่มันก็ไม่ได้น่ารักอะไรมากเหมือนตัวอื่นๆ แต่เธอกลับรู้สึกชอบและคุ้นๆกับตุ๊กตาตัวนั้นแปลกๆ ซึ่งพอเจ้าของร้านหยิบมาให้กียุลก็นึกได้ว่ามันคือตุ๊กตารูปร่างคล้ายกับตุ๊กตี่เขาเคยซื้อให้เธอในงานวันเกิด พอเห็นว่าอีกฝ่ายที่ความจำเสื่อมแท้ๆ แต่ก็ยังชอบมัน แถมระหว่างเดินชมงานเขาเห็นว่าหญิงสาวเอาแต่กอดมันแน่นแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม ก็ทำให้เขายิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข

“ชอบเหรอ?”

“อื้ม! ฉันรู้สึกเหมือนเคยเห็นเจ้าตัวนี่ไหนมาก่อน”

            “ที่ไหน?”กียุลถามโดยหวังลึกๆว่าเธอจะจำได้แล้วทำให้ความทรงจำกลับมา

            “....ไม่รู้สิ....ฉันจำไม่ได้ แต่ว่าคนที่เอามาให้เห็นคือคนที่สำคัญกับฉันมากๆ คนที่ฉันอยากจะนึกให้ออกว่าคือใคร--”

            ตุบ

            “ว้าย! ขะ ขอโทษนะนายสลอธ--เอ๊ะ?! 0//A//0

            “-////-

            ขณะที่คุยกันอยู่ก็มีคนเดินมาชนไหล่ทิวา จนหญิงสาวเซไปชนกับชายหนุ่มข้างกาย ทิวารีบเงยหน้าเพื่อขอโทษเพราะไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่า....พอเงยหน้าขึ้นเท่านั้นแหละริมฝีปากของเธอก็มาหยุดอยู่ที่มุมปากของเขา ใบหน้าหวานพลันแดงระเรื่อ หญิงสาวดีดตัวออกห่างทันที ก่อนหันหลังให้ มือบางปิดปากตัวเองอย่างเขินอาย ส่วนกียุลก็ถึงจะอึ้งแต่ก็ยกยิ้มบางๆเมื่อเห็นท่าทางน่ารักน่าฟัดของสาวตรงหน้า

            “ขะ ขะ ขอ ขอโทษนะ @//A//@

            “ทิวา”

            “จะ จะ จ๋า--”

            เสียงเรียกของกียุลทำเอาทิวาถึงกลับสะดุ้งเฮือก เพราะคิดว่าเขาคงโกรธ แต่พอหันไปทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบ ที่เงียบนี่ไม่ใช่อะไร...แต่เงียบเพราะอีกฝ่ายดันก้มลงมาจูบเธอซะนี่!!! อ้อมแขนแกร่งพุ่งเข้ามาจับท้ายทอยคนตัวเล็กไว้เพื่อไม่ให้หันหนี ก่อนลงมือกลืนกินริมฝีปากบางราวกลีบกุหลาบงามอย่างหนักหน่วง เหมือนกำลังลงโทษเธอที่กล้ายั่วยวนเขา(โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลยสักนิด = =) ความหอมหวานจากสัมผัสที่แสนพิศวงและทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มดึงเอาสติและเรี่ยวแรงเกือบทั้งหมดของทิวาไป จนหญิงสาวเผลอจูบตอบอีกฝ่ายอย่างลืมตัว ทุกอย่างดำเนินไปจนฝ่ายชายร่างสูงพอใจ จึงยอมปลดปล่อยพัฒนาการแสนร้ายกาจของเขาออกไปจากเหยื่อที่แสนน่ากินตรงหน้า

            “อะ เอ่อ o//[]//o

            “ยังหวานอร่อยเหมือนเดิมเลยนะ”

            “เอ๊ะ?! พูดแบบนี้หมายความว่าไงอ่ะ >////<

            “ก็หมายความว่าปากนี้น่ะ....ฉันได้ครอบครองมาแล้วไงล่ะ”กียุลยกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางยกมือเชยคางสาวงามตรงหน้าให้สบตากับตน ใบหน้าหวานใสอ่อนวัยที่ข้างแก้มแต้มไปด้วยสีสตอเบอร์รี่แสนหวาน เห็นแล้วมันน่าจับจูบอีกสักทีซะจริง กียุลคิดก่อนจะปล่อยมือที่เชยคางอีกฝ่ายออก เวลายังมีอีกเยอะ เพราะงั้นวันนี้ของพายัยลิง....ไม่สิตอนนี้เป็นแมวน้อยแสนซนนี่ไปเที่ยวให้เต็มที่ดีกว่า ว่าแล้วก็เอื่อมมือมาจับฝ่ามือบางแล้วพาเดินออกไป“มาเถอะยังมีอีกหลายที่นะที่เรายังไม่ได้เที่ยวกัน”

            “ฮา~วันนี้สนุกจังเลย~

            ภายนอกงานฮาโลวีน ทิวากับกียุลที่เที่ยวงานจนสมใจก็เดินออกมาพักนอกงานที่ที่ไม่ค่อยมีคน....ไม่สิ เรียกว่าไม่มีเลยดีกว่า เพราะจุดนี้คือหน้าผาสูง เบื้องล่างคือทะเลกว้าง ถึงจะดูอันตรายแต่มันก็เป็นจุดชมดาวชั้นดีทีเดียว คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์สีเลือดที่ดูน่ากลัว แต่ถ้ามองดีๆก็จะพบว่ามันช่างงดงามหาใดเปรียบ

            “นี่กลับกันได้แล้วมั้ง นี่ก็ใกล้จะเริ่มวันใหม่แล้วนะ”

            “เอ๊?! ใกล้หมดวันฮาโลวีนแล้วเหรอ?....แต่ความทรงจำฉันยังไม่เห็นกลับมาเลย”

            ทิวาที่ได้ยินคำพูดของกียุลก็หันไปอุทานกับชายหนุ่มด้วยความตกใจ ก่อนประโยคหลังเธอจะพูดเสียงค่อยเหมือนพึมพัมกับตัวเองเบาๆ เพราะที่ตนมาที่นี่เพื่อที่จะฟื้นความทรงจำของตัวเอง แต่หนุ่มเกาหลีตรงหน้าเธอดันได้ยินเต็มสองรูหู(ไอ้หูผีเอ้ย!)เลยเนี่ยสิ เข้าใจว่าเธอเสียใจที่วันนี้ความทรงจำไม่กลับมาสักที เลยเอ่ยปลอบใจอีกฝ่าย

            “ไม่เป็นอะไรนะ ถึงมันยังไม่กลับมาวันนี้วันอื่นก็ยังมีทางนิจริงไหม”

            “วันอื่นเหรอ?....คงเป็นไปไม่ได้”

            “ทิวา เป็นอะไรหรือเปล่า?”

            “อ๊ะ? ไม่ๆฉันไม่เป็นอะไร”ทิวาเห็นว่ากียุลเริ่มทำหน้าเป็นห่วงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปกระทันหันของเธอ ก็รีบส่ายหน้าและยิ้มแย้มให้ชายหนุ่มอย่างร่าเริง“อืม จะว่าไปฉันยังไม่รู้ชื่อจริงๆของนายเลยนี่ ลืมถามไปเลยแฮะ เอาแต่เรียกนายสลอธอย่างเดียวเลย =^=

            “....ตาตี๋แว่นขี้เก๊ก”

            “!!!

            “ล้อเล่น นั่นคือฉายาของฉันที่เธอตั้งให้ไม่ใช้ชื่อฉันจริงๆหรอก”

            “....”

            “ชื่อจริงๆของฉันชื่อว่า--”

            “....กียุล....”กียุลยังไม่ทันจะพูดจบ เสียงหวานใสของทิวาก็ดังขัดขึ้น ซึ่งคำพูดเธอนั้นก็ทำให้ความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสอง ในตอนที่กียุลพูดฉายาของตัวเองออกมา ภาพบางอย่างก็พุ่งเข้ามาในหัวภายที่ตัวเธอในวัยเด็กโยนปลาตะเพียนไปโดนหัวใครบางคนที่อยู่หลังพุ่มไม้ เธอรีบหันไปเพื่อจะขอโทษ แต่พอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่เธอเกลียดหน้าก็เปิดศึกทะเลาะกันทันที ฉายานั่นมาจากตอนนั้น....ไม่จบ ภาพความทรงจำอื่นๆก็พุ่งเข้ามาในหัวเป็นชุด“ตาตี๋”

            “ทิวา....นี่เธอ....จะ จำได้แล้ว”

            “....ฉัน....จำได้แล้ว ฉันจำได้แล้ว! ฉันมีครอบครัว ฉันมีเพื่อนรักตั้ง 4 คน....และที่สำคัญ....ฉันมีนายเป็นคนรัก....”

            “ขอบคุณพระเจ้า! เธอจำได้จริงๆ”

            กียุลยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่สุดในชีวิต พร้อมดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกแน่น ทั้งจ้องสบตากันก่อนมือหนาจะเกลี่ยปอยผมที่บังหน้าของหญิงสาวออก แล้วรั้งท้ายทอยของร่างบางตรงหน้าเข้าใกล้ แล้วมอบจูบให้เธออีกครั้ง ทิวาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ปรับตัวได้ดี พอความทรงจำกลับมาทำให้เธอรู้ว่าโหยหายสัมผัสอันนุ่มนวลและอ่อนโยนของเขามากมายแค่ไหน หัวใจทั้งสองเต้นรัวจนต่างฝ่ายต่างสัมผัสได้ถึงกันและกัน พวกเขาจูบตอบกลับกันไปมาจากรสจูบที่แสนนุ่มนวลเริ่มดุดันและร้อนแรงขึ้น

            กียุลถอนริมฝีปากออกนิดๆเพื่อให้หญิงสาวได้พักหายใจก่อนประกบจูบอีกครั้ง รสสัมผัสที่อ่อนหวานปานน้ำผึ้งจากปากของทิวาทำให้เขาต้องการมันอีกไม่หยุด แต่ต้องห้ามใจยอมถอนริมฝีปากออกเมื่อมือบางทุบลงบนอกเขาเบาๆ

            “ฉันดีใจจังที่ได้เธอกลับมา....ทั้งกายและความทรงจำ”

            “....”

“....เฮ้อ ก็ได้ๆ ลองไปดูก็ได้ แต่ต้องกลับมาก่อนหมดฮาโลวีนล่ะเข้าใจไหม”

            คำพูดสุดท้ายของกียุลทำให้ทิวานึกถึงคำกล่าวของฮาเดสที่บอกกับตน ชายตรงหน้าเธอยังไม่รู้ว่าความจริงหญิงสาวเป็นวิญญาณไปแล้วถ้าหมดวันฮาโลวีนที่เป็นวันปล่อยผี หล่อนก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีก เพราะกฎของโลกวิญญาณที่ตั้งเอาไว้วิญญาณตนใดที่ผ่านเข้าประตูแห่งความตายเข้ามาก็จะไม่สามารถกลับออกมามีชีวิตได้อีกจนกว่าจะชดใช้กรรมที่ก่อเอาไว้ให้หมด นั่นหมายความว่าถ้าหมดฮาโลวีนนี้เธอก็จะโดนดึงกลับโลกวิญญาณน่ะสิ!

            “อะ เอ่อ กียุลคือความจริงแล้วฉัน--”

            ตึก! ตึก!

            ทิวากำลังจะเอ่ยปากบอกความจริงที่ไม่น่าเชื่อกับแฟนหนุ่ม แต่จังหวะนั้นหัวใจเธอชักกระตุกวูบราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ ความรู้สึกหายใจไม่ค่อยออกถ่าโถมเข้ามาในหัวใจ เป็นสัญญาณบอกว่า....วันปล่อยผี....ได้หมดลงแล้ว....

            “ทิวา? ทิวา! เธอเป็นอะไร?!

            กียุลร้องเรียกเสียงดังเมื่อเห็นว่าจู่ๆขาของหญิงสาวก็เริ่มจางลงทีละนิด ส่วนทิวาที่เห็นแบบนั้นก็นิ่งไป เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเงยหน้าส่งยิ้มให้บุรุษตรงหน้า สุดท้าย....ก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า....วิญญาณไม่อาจอยู่คู่คนเป็นได้ กายบางที่ค่อยๆจางหายลอยตัวขึ้นสูง แต่กียุลก็คว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้

            “ขอโทษนะ....แต่ฉันต้องกลับแล้ว”

            “กลับ? กลับไปไหน?! เกิดอะไรขึ้นกลับเธอกันแน่ทิวา!

            “ฉัน....จริงๆแล้วฉันน่ะ เป็นวิญญาณไปแล้ว”

            “....ไม่จริง....งั้นที่อยู่ในงานนั่นล่ะ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เธอหรือไง!!!

            “ใช่และไม่ใช่....ไม่มีเวลามาก วันนี้สนุกมากเลยนะ แถมยังได้ความทรงจำกลับมาด้วย”ทิวาขยับมือเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของแฟนหนุ่มอย่างอ่อนโยนพลางยิ้มทั้งน้ำตาให้ส่วนล่างเริ่มจางหายขึ้นมาเรื่อยๆกียุลเองก็จับเธอไม่ปล่อยเช่นกัน“นายไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง อย่ายึดติดกับฉันมากจนทำลายอนาคตตัวเองนะ เพราะสำหรับฉัน....ขอแค่นายมีความสุข ฉันก็ดีใจมากแล้วล่ะนะ”

            “อย่าไปได้ไหม ทิวาขอร้องล่ะ ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไป”

            “ฉันไม่ได้ทิ้งนายนะ ฉันอยู่ในนี้เสมอ”ทิวายิ้มด้วยน้ำตาก่อนมืออีกข้างจะชี้ไปที่หัวใจของชายหนุ่ม“รักนายนะ ตาตี๋แว่นขี้เก๊กของฉัน”

            “ระ รักเหมือนกัน ยัยลิงกังของฉัน”

            ทั้งสองบอกรักกันทั้งน้ำตาก่อนร่างของทิวาจะหายไป กียุลทรุดลงกับพื้นกรีดร้องออกมาดังสุดเสียง

            “อ๊ากกกก!!!

><><><><><><><><><><><><><><><>< 

            เฮือก!!!

            ชายหนุ่มชาวเกาหลีลืมตาสะดุ้งตื่นจากฝัน เขากระพริบตาเล็กน้อยก่อนยันตัวลุกมองไปรอบๆพบว่าตนนอนอยู่บนโซฟาข้างเตียงคนไข้ที่ตอนนี้ร่างบางของทิวายังคงนอนนิ่งไม่ไหวติ่งเช่นเคย กียุลเดินไปหาทิวาก่อนถอนหายใจเบาๆ ทุกอย่างก็แค่ความฝันงั้นเหรอ ไม่รู้ทำไมมันช่างเหมือนจริงเหลือเกิน

            ตุบๆ

            “เอ๊ะ?!....นะ นั่น....มัน....”

            เสียงของตกดังขึ้นข้างเตียงผู้ป่วย กียุลหันไปมองก็ต้องอึ้ง เมื่อพบว่ามันคือ....ตุ๊กตาลิงใส่แว่นตาลายก้นหอย จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้เธอก็เคยมีเจ้าตัวนี้มาแล้ว แต่เขาเก็บมันไว้ที่บ้านตลอดไม่มีทางที่มันจะมาอยู่ตรงนี้ได้....นอกจากว่า....มันจะเป็นตัวเดียวกับที่ได้ในงานฮาโลวีน

          งั้นนั่นก็ไม่ใช่ความฝัน

            แหมะๆ แหมะๆ

            น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาคู่งาม กียุลหันไปหาทิวาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเขาเดินเข้าไปจับมืออีกฝ่ายขึ้นมากอด พร้อมปล่อยโฮร้องไห้ออกมา แต่ครั้งนี้มันหนักกว่าครั้งไหนๆ เพราะเขาได้รับรู้ว่า....วิญญาณของหญิงที่รักไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว เธอไม่มีโอกาศฟื้นอีกแล้ว

            หลังจากวันนั้นถึงกียุลจะเริ่มออกมาทำงานตามที่ทิวาเคยบอกกับเขาว่าไม่อยากเห็นเขาเสียอนาคตเพราะเธอ ชายหนุ่มจึงพยายามทำงานเพื่อฐานะที่ดี(ถึงแม้จะรวยอยู่แล้วก็ตาม= =)แต่เขาเองก็มาเฝ้าทิวาทุกวันเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ถึงเขาจะไม่ได้เจอเธออีก....แต่อย่างน้อยก็ขอดูแลเธอแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าเขาจะสิ้นลมหายใจ

....เพราะเขาไม่สามารถรับรักใครได้อีกแล้วนอกจากเธอ....

....จนกระทั่งวันฮาโลวีนของอีกปีมาถึง....

            แอ๊ด

            “กียุล!!!!

            “....ทะ ทิ....วา....”

            “ฉันกลับมาแล้ว~”วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เขาเข้ามาเฝ้าแฟนสาว แต่ว่าพอเปิดประตูมาก็ถูกเงาร่างเล็กกระโจนเข้าใส่ เสียงหวานใสที่ตนไม่เคยลืม สัมผัสอันอบอุ่น ทิวา....เธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง“ฉันไปอาละวาดที่โลกนั้นมาจนท่านพี่ฮาเดสที่คอยดูแลฉันอยู่ต้องยอมยกธงขาว ตอนนี้ฉันสามารถกลับมาหานายได้ทุกวันฮาโลวีนเลยนะ! >^<

            “....”

            “ทะ ทำไมเงียบไปล่ะ หรือว่านายไม่ดีใจเหรอ?”

            “....อาละวาดที่โลกนั้น....อุ๊ป! ฮ่าๆฉันพอนึกภาพออกเลยว่าทางนั้นจะเละแค่ไหน”

            “บู้~ ไรกันยะ ฉันทำเพราะอยากมาหานายนะ! -*-

            “ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนิ”กียุลหยุดขำแล้วก้มลงจูบหน้าผากกลมมนแผ่วเบา พลางส่งยิ้มให้คนตัวเล็ก“ดีใจที่เธอกลับมาหานะ ถึงจะแค่ปีล่ะครั้งก็ดีแล้ว”

            “รักเหมือนเดิมนะตาตี๋ขี้เก๊ก~

            “อ่าๆ รักเหมือนเดิมเช่นกันยัยลิงกัง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น