Special Book สมุดบันทึกลับฉบับจิลวาลี่

ตอนที่ 1 : รักนะยัยมนุษย์หมาป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    14 ก.พ. 60

รักนะยัยมนุษย์หมาป่า

            ตึกๆ ตึกๆ

            “แฮ่กๆ”

            ภายในป่าใหญ่ที่ห่างจากเมืองหลวงไปหลายกิโลเมตร มีร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังวิ่งเหมือนหนีอะไรสักอย่าง ใบหน้าหล่อคมออกหวานนิดๆมีเหงื่อที่เป็นตัวบ่งบอกว่าเขาวิ่งมานานแล้ว ชุดชนชั้นสูงที่บัดนี้ขาดวิ่น และเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นเลอะเทอะ ชายหนุ่มวิ่งมาหยุดอยู่หน้าเขตป่าที่เบื้องหน้ามีต้นไม้สีเข้มกว่าที่ตนวิ่งผ่านมาจนเกือบจะกลายเป็นสีดำ เส้นทางตรงหน้านั้นช่างมืดสนิท เขากำลังลังเลว่าจะเข้าไปดีไหม ป่าที่คนเล่าลือว่ามันคือป่าต้องห้ามที่อย่าได้ย่างกลายเข้าไป

            “เฮ้ย มันอยู่นั่นตามไปเร็ว!!!

            “โถ่เว้ย!

            เสียงคนกลุ่มใหญ่ดังขึ้นด้านหลัง พอหันไปก็พบกับคนจำนวนหนึ่งที่มีอาวุธสังหารครบมือ ชายหนุ่มสบถอย่างเจ็บใจ สมองตัดสินใจขยับขาวิ่งเข้าไปในป่าต้องห้ามอย่างช่วยไม่ได้ เขาคิดว่าพวกนั้นคงไม่ตามเข้ามา....แต่ผิดคาด....

            “หยุดเลยนะโว้ย! แกหนีไปไหนไม่ได้แล้ว!

          นี่ยังตามมาอีกเหรอ?!

            ฉึก!

            “อ๊ะ!

            ตุบๆๆ

            ในขณะที่วิ่งอยู่ลูกธนูดอกหนึ่งก็พุ่งมาทะลุไหล่ซ้ายของเขาทำให้จังหวะการวิ่งต้องหยุดชะงัก แล้วร่างของเขาก็กลิ้งไปกองกับพื้น คนพวกนั้นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ชายหนุ่มกัดฟันเจ็บใจ สุดท้ายเขาก็ทำตามคำสั่งของพ่อไม่ได้ คำสั่งที่ว่า....เขาจะต้องรอด ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายเด็ดขาด....

          ท่านพ่อ ท่านแม่ ผมขอโทษ

            ฉึกๆๆๆ

            “เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย--อ๊ากกก!!!

            เสียงร้องของพวกที่ตามล่าตนอยู่ดังขึ้น เรียกให้ชายหนุ่มหันไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีฟ้าครามน้ำทะเลคือ....เงาปริศนาที่พุ่งมาจากไหนไม่รู้กำลังไล่ฆ่าคนกลุ่มนั้นอย่างเลือดเย็น ทุกครั้งที่คนคนนั้นผ่านจะเชือดคอของพวกนั้นจนขาดสะบั้น สายโลหิตแดงฉานอาบชโลมร่างกายนั่น

            ควับ

            เมื่อฆ่าพวกที่ไล่ตามเขามาจนหมด คนคนนั้นก็หันมาสบตากับเขา นัยน์ตาสัตว์ร้ายที่เรียบนิ่งส่องแสงสว่างในที่มืดเป็นสีแดงฉาน ร่างนั้นก้าวออกมายืนตรงหน้าเขา ทำให้รู้ว่าคนคนนี้เป็นผู้หญิง สตรีผู้มีความเยือกเย็นปรากฏอยู่รอบตัว ปากนิด จมูกหน่อย ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างลงตัวบนใบหน้างาม ถึงแม้จะมีเลือดเปอะเปื้อนก็ไม่ทำให้ความงามนั้นลดลงเลย เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลไหม้ถูกมัดรวบเป็นหางม้า เล็บที่งอกยาวจนเกินคนปกติทำให้รู้ว่าคนตรงหน้า....ไม่ใช่มนุษย์....

            ชิ้ง

            ผัวะ!

            หญิงสาวตั้งท่าจะฆ่าเขาโดยการแทงเล็บอันคมกริบ แต่ฝ่ามือของชายหนุ่มคว้าจับหินก้อนใหญ่ได้ก่อนจะขว้างเข้าหน้าอีกฝ่ายจนหงาย ก่อนเจ้าตัวจะลุกวิ่งหนีสุดชีวิต รู้เลยว่าทำไมพวกเขาถึงได้พูดว่าไม่เคยมีใครรอดจากป่านี้ เพราะมันมีปีศาจสาวที่สวยและน่าสยองในเวลาเดียวกันอยู่ในป่านี้นี่เอง!!!

            ตุบ!!!

            “กรร”

            “!!!

            ในขณะกำลังวิ่ง(โดยมีลูกธนูปักคาไหล่ = =) จู่ๆเขาก็โดนแรงจากด้านหลังล้มลงนอนหงายกับพื้น ไม่รู้จะขอบใจดีไหมที่หักลูกธนูให้ - - เสียงขู่ดังเหนือร่างพอลืมตามองถึงกลับช็อครอบสอง ร่างของสัตว์สี่ขาที่คร่อมเขาอยู่มัน....มนุษย์หมาป่า!!! เธอตามเขามาทันแถมอยู่ในร่างหมาป่าขนเงินที่เปื้อนเลือด ต่อมาหล่อนก็เปลี่ยนร่างเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ พลางยกมือหมายตะปบเขา

            กึก

            ปลายเล็บหยุดชะงักกลางอากาศ แววตากระหายเลือดอ่อนลง สายตาจ้องมองไปยัง....หิ่งห้อย....ที่บินมาเกาะปลายเล็บของเธอ ตามด้วยตัวอื่นๆที่บินออกจากความมืดมิดรอบด้านมาเกาะตามตัวของชายหนุ่มราวกับพวกมัน กำลังปกป้องเขา หมาป่าสาวลดมือลงวางบนอกกว้างของเขา แล้วจ้องมองสบสายตากับชายหนุ่มไม่กระพริบ

            “เอ่อ คือ”

            “นายไม่สมควรตาย”

            ผัวะ!

            เสียงหวานใสดุจระฆังแก้วดังออกจากริมฝีปากบาง ก่อนหลังมือของคุณเธอจะฟาดลงที่หัวของชายหนุ่มจนสลบ

            วันต่อมา~

            “นี่ๆ คิดว่าเขาตายยัง?”

            “ไม่รู้สิ แต่ถ้าแม่พากลับมาแถมยังรักษาแผลให้ด้วยแบบนี้ คงยังไม่ตายมั้ง”

            “นี่สินะที่เรียกว่ามนุษย์ ก็ไม่ต่างจากพวกเราเลยนี่นา”

            เสียงเล็กๆสามเสียงดังขึ้นข้างหูเขา เปลือกตาหนาค่อยๆขยับเปิดออกภาพเบลอๆตรงหน้าเริ่มชัดขึ้นที่ละนิด ภาพตรงหน้าเขาคือร่างของเด็กสามคนหญิงหนึ่งชายสองตัวเล็กน่ารักกำลังนั่งจ้องเขาในระยะประชิด จนจะจูบกันอยู่แล้ว ดวงตาใสแป๋วเป็นประกาย แต่ที่ทำให้เขาช็อคคือหูและหางสีดำอมเทาเข้มของพวกนี้น่ะสิ!

          ละ ลูกหมาป่า!!!

            “เข้าฟื้นแล้ว!”เด็กชายที่ดูร่าเริงพูด

            “....”

            “ว้าวๆ ฟื้นแล้ว”เด็กสาวน่าตาน่ารักพูดอย่างตื่นเต้น

            “....อะ อะ อ๊ากกกกก!!!!

            “อ๊าก/กรี๊ด แม่จ๋า~

            เสียงร้องอย่างตกใจของชายหนุ่ม ทำเอาลูกครึ่งมนุษย์หมาป่าเด็กทั้งสามต่างร้องเสียงหลงพลางวิ่งปราดออกจากถ้ำร้องเรียกหาผู้เป็นแม่ทันใด นั่นทำให้ชายหนุ่มต้องหน้าซีดถ้าพวกนี้เรียกแม่มาเขาตายแน่ จึงรีบวิ่งตามออกไปหมายจะจับสักตัวมาเป็นตัวประกันเพื่อไม่ให้พวกมนุษย์หมาป่าทำร้ายเขา

            “ไปไหนมานี่เลย!

            “อ๊าก ปล่อยผมน้า! แม่จ๋า! ช่วยผมด้วย!!!

            “ทีโอ!!!

            “ทำอะไรกัน?”

            ในขณะที่วุ่นวายกันอยู่ เสียงหวานใสดังกังวานก็ดังขึ้นด้านหลังลูกหมาป่าสองตัว ร่างอิสตรีสูงโปร่งสมส่วนมีหูและหางสีเงินเป็นประกาย สายตาหวานจ้องมองมาที่ชายหนุ่มที่จับลูกเธอนิ่ง พลางเดินเข้ามาใกล้อย่างไม่เกรงกลัวว่าลูกจะเป็นอะไร

            “อยะ อย่าเข้ามานะ! ไม่งั้นลูกเธอ--”

            “นายไม่ทำหรอก”

            “....”

            “ถ้านายทำ นายจะไม่มีตัวประกันชีวิตของนายอีก แล้วฉันจะถลกหนังนายมาทำผ้าเช็ดเท้าได้อย่างง่ายดายเลย”คำพูดหล่อนมีเหตุผลอย่างแรง = = แต่เขาก็ยังไม่ปล่อยลูกหมาป่าที่ดิ้นดุ๊กดิ๊กในแขนเขาอยู่ดี จนเธอเดินมาย่อตัวลงตรงหน้าเขา พลางกล่าวว่า“ฉันทิวา แล้วนายล่ะ”

            “....กี....กียุล....”

            พลึบ!

            ไวยิ่งกว่าเดอะฟาส!!! มือบางของทิวาพุ่งคว้าตัวลูกชายชื่อทีโอแล้วดึงออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่มอย่างเร็วจนตามองไม่ทัน เมื่อเห็นว่าน้องชายคนเล็กปลอดภัยก็พากันวิ่งมาเกาะหลังแม่ของตนกันใหญ่ ส่วนกียุลที่เห็นตัวประกันชีวิต(?)หลุดไปแล้วก็ถอยหลังอย่างหวาดกลัว มือบางของทิวาเอื้อมมาหมายจะจับตัวเขา แต่เปล่าเธอเลื่อนมือลงสัมผัสที่ไหล่ซ้ายของกียุล ชายหนุ่มเพิ่งเห็นว่ามันมีผ้าพันแผลพันเอาไว้อยู่ เขามองไปที่หมาป่าสาวด้วยความแปลกใจ....เธอทำแผลให้เขาเหรอ?....

            “ชีอา ไปเอาสมุนไพรกับผ้าพันแผลชิ้นใหม่มาให้แม่ที ส่วน มีโร ทีโอ ไปเอาน้ำสะอาดที่น้ำตกมาให้ทีสิลูก”

            “ครับ/ค่ะ แม่”

            เสียงใสสามเสียงดังขานรับอย่างพร้อมเพรียงก่อนจะวิ่งหายไปราวพายุ ส่วนทิวาก็ลุกขึ้นกล่าวให้ชายหนุ่มตามตนมา แต่พอเดินมาได้สักพักหันไปเห็นเขายังมองเธอด้วยสายตาหวาดระแวงก็ถอนหายใจด้วยใบหน้าตายด้าน

            “ถ้าฉันจะฆ่านาย นายคงไม่มายืนหายใจทิ้งทุกนาทีอยู่อย่างนี้หรอก”

            ได้ยินแบบนั้นสมองก็เริ่มประมวลผลตาม ก็จริงถ้าเธอคิดจะฆ่าเขาจะมาเสียเวลาทำให้เขาไว้ใจเพื่อ? เพราะยังไงซะแค่หล่อนกระโจนใส่(?)ทีเดียวเขาก็ซี้ม่องเท่งแล้ว กียุลเดินตามหมาป่าสาวไปก่อนพบว่าที่ที่ตนอยู่คือถ้ำขนาดใหญ่ ด้านนอกมีน้ำตกอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก สวนปลูกผัก ราวตากผ้า ที่นั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ ทุกอย่างเหมือนกับว่าที่นี่ไม่ใช่ถ้ำสัตว์ป่า แต่เป็นที่อยู่อาศัยของคนธรรมดางั้นแหละ

            “แม่จ๋า~ หนูกับทีโอและพี่มีโรเอาของมาให้แล้ว”

            “จ้ะ เก่งมากเลยทุกคน ไปเล่นได้แล้วล่ะแต่อย่าไปไกลจากแถวนี้มากนะ มีโรดูแลน้องๆด้วยนะลูก”

            “ครับแม่”

            มีโรหรือลูกหมาป่าที่ดูท่าทางสุขุมที่สุดในบรรดาทั้งสามขานรับก่อนพวกเขาจะพากันไปวิ่งเล่น ทิวาให้กียุลนั่งลงกับพื้นหญ้าใกล้ๆของที่ลูกๆเตรียมไว้ให้ ก่อนทำแผลให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ ระหว่างนั่งนิ่งบรรยากาศเงียบเกินไปจนรู้สึกอึดอัด ชายหนุ่มเลยคิดจะหาเรื่องคุยกับหมาป่าสาวที่ทำแผลให้ตนอยู่ตรงหน้า

            “จะว่าไปลูกของเธอนี่ทำไมขนไม่เหมือนเธอเลยล่ะ”

            กึก

            “ตั้งใจจะสื่ออะไร”มือบางนุ่มนิ่มของหญิงสาวชะงักเล็กน้อย แต่ก็กลับมาทำแผลให้ชายหนุ่มต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาช่างเย็นยะเยือกจับขั่วหัวใจ

            “เอ่อ....ฉันหมายถึง ขนหูกับหางของเธอกับลูกๆมันไม่เหมือนกันเลย ขนของเธอเป็นสีเงิน แต่เด็กพวกนั้นเป็นสีดำอมเทา”

            “....ได้จากพ่อของเด็กพวกนั้นที่เป็นหมาป่าดำ....”

            “ได้จากพ่อจริงๆด้วย ว่าแต่เขาไปไหนล่ะ? หรือว่าไปหาอาหารงั้นเหร--”

            “เขาตายแล้ว”

            “....”ทิวาตอบเสียงเรียบ พร้อมพันผ้าพันแผลให้อีกฝ่ายเสร็จสรรพ เธอเหม่อมองไปทางเนินดินที่นูนขึ้นมานิดๆสองเนิน ทำให้กียุลพอเดาได้ว่านั่นคงเป็นหลุมศพของพ่อเด็กพวกนั้น....แต่ว่า....อีกเนินนั่นของใครกันล่ะ?“เอ่อ ขอโทษที่ถามเรื่องนี้”

            “ไม่ต้องมามองด้วยสายตาแบบนั้นเลยนะ ฉันรู้นายคิดอะไรอยู่....เขาไม่ใช่สามีฉัน....”

            “เอ๊ะ?”

            “เขาคือพี่เขยฉันต่างหาก เด็กพวกนั้นจริงๆคือหลานฉัน แต่ว่า....พ่อกับแม่ของเด็กพวกนั้นหรือพี่สาวกับพี่เขยของฉันถูกเผ่าพันธุ์นายฆ่าตายจนสิ้นตั้งแต่ที่เด็กพวกนั้นยังไม่ลืมตาด้วยซ้ำ ฉันหาเด็กพวกนั้นจนเจอเลยรีบพาหนีมาที่นี่ ตอนพวกเขาลืมตาได้ ก็คิดว่าฉันเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดพวกเขามาโดยตลอดก็เท่านั้น จบนะ”

            “อะ อืม”

            “แม่ครับ!!!! แย่แล้ว!!!!”ในตอนนั้นเองลูกหมาป่าตัวเล็กน่ารักก็วิ่งตรงมาที่พวกเขาก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นลูกครึ่งมนุษย์หมาป่า ทีโอวิ่งมากอดผู้เป็นแม่ด้วยน้ำตา ก่อนจะรีบดึงเธอให้ตามเขาไปปากก็พลางตะโกนบอกสิ่งที่ตนเจอมา“พวกนั้น....พวกนั้นมาอีกแล้วแถมจับพี่มีโรกับพี่ชีอาไปด้วย! เขาบอกให้ตามแม่ไปหาพวกเขา”

            “พวกนั้น?”

            “อายาร่า”

            ทิวาไม่ได้ฟังที่กียุลถาม เธอรีบวิ่งตรงเข้าป่าไปทางที่พวกลูกๆเคยเข้าไป กียุลก็ได้แต่นั่งนิ่งอยู่กับทีโอที่ยืนร้องไห้อยู่ข้างๆ เขาหันมาหาเด็กหนุ่มก่อนจะปลอบให้สงบลงแล้วถามสิ่งที่ตนคาใจ

            “อายาร่า!!!!”ทิวาวิ่งผ่านพุ่มไม้มาหยุดอยู่หน้าฝูงหมาป่ากลุ่มหนึ่งที่มีขนสีดำ หนึ่งในนั้นเปลี่ยนร่างเป็นคนก่อนจะยกยิ้มหวานเมื่อเห็นเธอมาอยู่ตรงหน้า แต่ทิวาหาได้สนไม่“ลูกฉันอยู่ไหน!!!!

            “ใจเย็นสิที่รัก ลูกของเธอก็เหมือนลูกฉัน ฉันย่อมดูแลดีอยู่แล้ว ใช่ไหมมีโร ชีอา”

            “ส่งพวกเขามา!!!

            ทิวาตะหวาดใส่หมาป่าหนุ่มตรงหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว ยิ่งเห็นเขาสัมผัสตัวลูกของเธอก็ยิ่งโกรธหนักเข้าไปอีก จนเธอเปลี่ยนแล้วกระโจนใส่อีกฝ่าย มีโรเห็นว่าแม่เปิดทางเลยรีบพาน้องหนี เขารู้ดีว่าถึงอยู่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรแม่ได้ กลับกันมันจะทำให้เธอต้องมาคอยระวังพวกเขาไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ ทิวาในร่างหมาป่าสู้ฟัดกับอาราย่าอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่มีหรือเธอจะสู้หมาป่าตัวผู้โตเต็มวัยได้กัน

            “แค่กๆ แค่ก!!!

            “ยังแรงดี แถมเร้าร้อนเหมือนเดิมเลยนะ แบบนี้สิค่อยสมที่จะมาเป็นภรรยาของจ่าฝูงอย่างฉัน”

            “แกมันประสาทกลับหรือไง ฉันมีลูก(บุญธรรม)สามแล้วนะ! ยังจะมาพิศสวาทอะไรอีก!

            “จะมีหรือไม่มีลูกก็ไม่เห็นสำคัญนี่ เพราะยังไงตัวเมียอย่างพวกเธอก็แค่เครื่องมือในการขยายพันธุ์อยู่แล้วนิ”

            ฟิ้ว

            ฉึก!

            “เฮ้ๆ มองผู้หญิงเป็นเหมือนของใช้แบบนั้นมันไม่เกินไปหน่อยเหรอพวกนาย”

            ในจังหวะที่อายาร่าจะแตะตัวทิวาก็มีหอกเล่มหนึ่งพุ่งมาเฉียดตัวเขาก่อนจะมาปักเข้าหัวหมาป่าดำด้านข้างพวกเขาอย่างแม่นยำ เหล่ามนุษย์หมาป่าต่างมองไปที่ผู้มาใหม่อย่างตกใจ กียุลเดินออกมาจากหลังพุ่มไม้ โดยในมือยังมีหอกอีกสองเล่มถืออยู่ในมือ เขาไม่เหลือคราบความกลัวปีศาจเหมือนก่อนหน้านี้สักนิด สายตาที่นิ่งสงบนั่นมันอะไรกัน

            ชายหนุ่มพุ่งเข้าหาฝูงหมาป่าก่อนจะสู้กับพวกเขาอย่างสูสี จนทิวาเองยังตกใจ เขาเก่งขนาดนี้เลยเหรอ? ทำไมตอนแรกที่พบกันเขายังดูเหมือนแค่คนธรรมดาๆที่สู้ไม่เป็นกันล่ะ? เพียงไม่นานก็มีศพหมาป่าต้องสังเวยให้ชายหนุ่มไปถึงสี่ศพ จนอายาร่าเริ่มเห็นท่าไม่ดีจึงบอกให้ลูกน้องถอยหนีไป เห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงได้เดินมาหาทิวาโดยตนมีรอยกัดจากอายาร่าและรอยข่วนเต็มตัว

            “ไม่เป็นอะไรนะ”

            “....ทะ ทำไมนาย....”

            “ฉันเป็นพวกจะกล้าก็ต่อเมื่อมือถืออาวุธอยู่นี่แหละ”

            เขายิ้มให้เธอก่อนจะชวนหญิงสาวให้กลับที่พัก แต่ร่างกายเธอบอบช้ำจากการสู้กับจ่าฝูงเมื่อกี้ทำให้ขยับไม่ค่อยได้ จนชายหนุ่มต้องหันมาอีกทีก่อนจะ....อุ้มเธอไปทั้งอย่างนั้น....

            “เอ๊ะ?! เอ๊ะๆ ดะ ดะ เดี๋ยวๆ นายทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันลง!

            “ไม่เอาน่าเธอขยับตัวไม่ค่อยได้นี่ ฉันก็แค่อุ้มเองไม่ได้จะปล้ำสักหน่อย”

            “อะไรคือปล้ำ?”

            “....เอ่อ....ช่างมันเถอะ”

            ได้ยินคำถามที่ตอบลำบากไปก็ทำเอาฮีแกไปต่อไม่เป็น พวกเขากลับมาถึงถ้ำก่อนลูกๆสามคนจะวิ่งมาดูอาการผู้เป็นแม่ด้วยความเป็นห่วง กียุลยืนดูอยู่ห่างๆ เขามองภาพตรงหน้าพลางยิ้มน้อยๆออกมา ทีโอเล่าให้เขาฟังว่าอายาร่าคือจ่าฝูงที่คิดจะเอาทิวาไปเป็นภรรยาเพราะรูปร่างน่าตาที่ชวนขย้ำ แต่ทุกครั้งเธอก็รอดมาได้เพราะพวกหิ่งห้อยคอยเตือนภัยล่วงหน้าเสมอ ที่ทิวาไม่ฆ่าเขาก็เพราะหิ่งห้อยพวกนั้นบอกเช่นกัน แต่น่าแปลกทำไมคราวนี้พวกหิ่งห้อยถึงไม่ยอมออกมาเตือนภัยล่วงหน้าเหมือนทุกทีกันล่ะ?

          ....หรือเพราะมีเขาคนนี้มาอยู่ด้วยกัน?....

            ตกดึกวันนั้น

            หลังส่งลูกๆเข้านอนทิวาก็เดินมาหากียุลยังจุดเดิมที่เขาเคยฟื้นมาพบกับพวกลูกหมาป่า ตอนนี้เขาก่อไฟขนาดย่อมไว้แล้วกำลังทำที่นอนให้มันดีกว่านี้ด้วย....หนังหมาป่าที่ตนฆ่าไว้เอามาถลกหนัง....

            “มนุษย์นี่ก็คิดอะไรแปลกๆได้ตลอด”

            “อ้าว ยังไม่นอนอีกเหรอ แล้วนี่มีอะไรหรือเปล่า”

            “มารักษาให้แผลนาย”คำพูดเธอทำให้กียุลชะงักไปเล็กน้อย“ยืนเอ๋ออะไรอยู่ยะ ถอดเสื้อสิจะได้ทาแผลให้”

            “จะว่าไงดีล่ะคือ....นี่อ่ะอย่างที่เห็น”

            กียุลถกเสื้อโชว์แผลที่หัวไหล่กับส่วนอื่นๆให้หญิงสาวดู....มันหายไปแล้ว....ทั้งที่เพิ่งได้มาเมื่อไม่นานแท้ๆใยหายไปราวกับไม่เคยมีแผลตรงจุดนี้มาก่อนล่ะ? ทิวาที่เห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วอย่างงุนงงว่ามันหายไปได้ไง แต่คิดไปคิดมาก็นึกไม่ออกจนชายหนุ่มบอกอาจเป็นฝีมือของพวกหิ่งห้อยก็ได้ หมาป่าสาวจึงปล่อยตามเลย ก่อนจะกลับไปนอนกับลูกๆ

            เช้าวันต่อมา

            “นี่ๆพี่ชายๆตื่นได้แล้ว~ เช้าแล้วน้า~

            “ตื่นสิคะ ตื่น!

            พรึ่บ!

            “ว้าย/อิย๊า”

            กียุลที่ถูกลูกหมาป่านอนทับแถมยังส่งเสียงปลุกเขาดังอยู่ข้างหูก็หงุดหงิดจนกระเด้งตัวขึ้นนั่งอย่างเร็ว จนชีอากับทีโอล่วงตุบลงมานอนกองกับตักเขา แต่เฮ้ยเดียว! คำอุทานว้ายพอเข้าใจ แต่อิย๊าคือไร? ชายหนุ่มก้มลงมองทีโอที่เป็นคนอุทานออกมาอย่างอึ้งนิดๆ ส่วนเจ้าตัวก็ยิ้มร่าพลางหัวเราะพร้อมพี่สาวก่อนจะลากเขาไปที่น้ำตก

            พอออกมานอกถ้ำกียุลก็พบทิวาที่กำลังตากผ้า โดยมีมีโรช่วย ชายหนุ่มโดนสองลูกหมาป่าลากให้มาดูแลพวกตนที่จะลงเล่นน้ำแทนแม่ที่กำลังตากผ้าอยู่ โดนปลุกแต่เช้าเพราะเรื่องแค่นี้....ถ้าขอจับพวกนี้กดน้ำทิวาจะว่าอะไรไหมเนี่ย - -

          แต่ดูๆไปแล้ว เด็กๆพวกนี้ก็น่ารักแฮะ

            กียุลอมยิ้มมองเด็กๆเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน พวกเขาช่างดูบริสุทธิ์และไร้เดียงสา พอจะเข้าใจทิวาแล้วว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกเรื่องที่ตนไม่ใช่แม่แท้ๆของพวกเขา เพราะเด็กพวกนี้ไม่สมควรที่จะมารับรู้เรื่องโหดร้ายตั้งแต่ยังเล็กแบบนั้น....

            ตู้ม!

            “แค่กๆ.....มีโร!!!!

            “อู้ โทษครับพี่ชาย”

            ในขณะที่คิดอะไรเพลินๆ จู่ๆตนก็โดนแรงผลักจากด้านหลังจนตัวเองที่นั่งยองๆอยู่ริมน้ำตกล่วงตู้มลงน้ำ พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นพี่ใหญ่ของเจ้าสามแสบนี้ยืนยกแสยะยิ้มอย่างสะใจอยู่จุดที่เขาตกลงมา ดูไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครผลัก = = ต่อมาเสียงของทิวาก็ดังขึ้นเรียกให้เด็กไปทานข้าวที่ตนเตรียมไว้ให้ก่อนหน้านี้ได้แล้ว  ซึ่งลูกๆก็ทำตามอย่างว่าง่าย จนตอนนี้เหลือแค่กียุลที่ยังคงยืนอยู่ในน้ำด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ หญิงสาวที่เห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มนิดๆ แล้วเดินมานั่งอยู่ขอบน้ำตก

            “ขอโทษแทนเด็กๆด้วยนะ ตั้งแต่พวกนั้นจำความได้ก็เล่นกันอยู่แค่สามคน ส่วนฉันก็ไม่ค่อยมีเวลามาเล่นด้วย เพราะต้องทำหน้าที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องพวกเขา พอนายมาพวกนั้นเลยดีใจที่จะมีคนเล่นเป็นเพื่อนนอกจากพวกเขา”

            “โห เล่นพูดดักทางซะเหมือนรู้ว่าฉันจะตามแก้แค้นพวกนั้นงั้นแหละ -0-

            “แล้วจริงไหม”

“จริง”ทิวาที่ได้ยินแบบนั้นก็อมยิ้มน้อยๆ ซึ่งรอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มแรกที่กียุลเห็นว่ามันคือการยิ้มจริงๆไม่ใช่ยกยิ้มมุมปากหรือแสยะยิ้มแบบส่งๆ แน่นอนว่าพอเจอแบบนี้ก็ทำให้เขารู้สึกอยากแกล้งขึ้นมาตงิดๆ เลยกระตุกมุมปากเล็กน้อยพลางพูดว่า“แต่รู้ไรไหม สำหรับฉันถ้าแก้แค้นลูกไม่ได้งั้น....ขอลงที่แม่แทนละกัน!

ตู้ม!!!

พูดจบมือหนาก็พุ่งมากระชากหมาป่าร่างบางล่วงลงน้ำดังตู้ม น้ำสาดกระจายเป็นวงกว้าง ไม่นานหัวของทิวาก็โผล่พ้นน้ำไอแค่กๆสองสามทีก่อนตวัดสายตาไปมองมนุษย์เพศผู้ที่กำลังหัวเราะร่าอยู่หน้าตน แต่จู่ๆเสียงหัวเราะของเขาก็หายไปมาแทนที่ด้วยใบหน้าซีดเผือกราวกับกำลังตกใจบางอย่าง

“สีน้ำ....มัน....”

เมื่อหมาป่าสาวก้มลงมองก็เห็นว่าสีของน้ำรอบตัวเธอที่เคยใส่จนเห็นพื้น ตอนนี้มันกลายเป็นสีแดง โดยสาเหตุก็ดูง่ายๆเพราะน้ำสีแดงพวกนี้มันไหลออกจากข้างเอวของหญิงสาว และนั่นก็ทำเอากียุลรีบอุ้มสาวตรงหน้าขึ้นนั่งที่ริมน้ำตกโดยท่อนล่างตนยังอยู่ในน้ำ ชายหนุ่มถือวิสาสะถกเสื้ออีกฝ่ายขึ้น รอบเอวตอนนี้ถูกผูกด้วยผ้าพันแผลที่เปียกแล้วมีเลือดซึมออกมาอย่างไม่ขาดสาย พอแกะผ้าออกเผยให้เห็นผิวอันเรียบเนียนน่าสัมผัสพร้อม....รอยข่วนสามเส้นในแนวเฉียงไม่ยาวมากแต่ก็ดูลึกพอควร

“ไม่มีอะไรหรอกก็แค่--”

            “อายาร่าเหรอ?”

            “....อืม....ตามจริงถึงเผ่าฉันถึงจะไม่แข็งแกร่งเท่าเผ่าของอายาร่า แต่ก็มีความว่องไวและสติปัญญาดีกว่าจึงทำให้พอสู้กันสูสี....แต่....เจ้านั่นก็ใช้ความสามารถพิเศษส่วนเผ่าพันธุ์มาเล่นงานฉัน ทำให้แผลนี้ไม่มีวันหาย ฉันเลยเสียความได้เปรียบเรื่องความเร็วไปจนเกือบไม่รอดมาหลายหน”

            “....”

            “กียุล?”

            “....”

            พรึบ

            “!!! นะ นี่! ทะ ทำอะไรของนาย! อ๊ะ!”ทิวาที่เห็นชายหนุ่มเอาแต่จ้องแผลของตนแล้วเงียบไปก็เรียกอีกฝ่ายงงๆ แต่ใครจะคิดว่าจู่ๆ เขาก็จู่โจมโดยการดึงเธอเข้าหาแล้วจรดริมฝีปากที่แผลของเธอ การกระทำนี้สร้างรอยแดงบนข้างแก้มให้หมาป่าสาวได้อย่างง่ายดาย ทิวาสัมผัสได้ถึงลิ้มอุ่นๆของเขาเลียผ่านปากแผลบนเอวเธอ ความเสียวซ่านปนเจ็บแสบพุ่งเข้ามาในหัว สองมือบางจับไหล่แกร่งพยายามดันชายหนุ่มออก แต่ยิ่งดันก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายกอดตนแน่นขึ้น ทุกวินาทีที่ผ่านไปหมาป่าสาวพยายามอดทนในการกระทำที่บอกได้เลยว่า สร้างความเร้าร้อนให้เธอได้อย่างดี“กะ กียุล”

เจ้าของชื่อหยุดการเลียแผล ก่อนจะเงยหน้าสบตากับหมาป่าสาว ทิวาเห็นว่าภายในแววตาของเขามันมีบางอย่างแปลกไป และสิ่งๆนั้นก็เหมือนทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์ กียุลยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนประกบริมฝีปากเข้ากับทิวา ชายหนุ่มบรรจงจูบอย่างนุ่มนวลจนทำให้ฝ่ายหญิงถึงกลับเคลิ้มตามอย่างลืมตัว หัวสมองขาวโพลนไปหมด ก่อนรสจูบที่แสนหวานจะเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ กียุลบดจูบทิวาอย่างเร้าร้อนและรุนแรงแต่ก็แฝงความเร้าใจไว้ไม่น้อย ลิ้นอุ่นขยับเข้าแทรกไปในโพรงปากหมาป่าสาว ตวัดเล่นลิ้นกับเธอราวมืออาชีพ ทำเอาทิวาสติหลุดจนเผลอตอบสนองเขาด้วยแรงปราถนาในส่วนลึก

สำหรับทิวานี่คือครั้งแรกที่โดนผู้ชายทำแบบนี้ ครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับความรู้สึกแปลกใหม่ ครั้งแรกที่รู้สึกว่า....ไม่อยากให้เขาหยุดจากการกระทำนี้เลย อยากจะอยู่แบบนี้ไปนานๆ....

“พี่ชายกับแม่เล่นอะไรกันอยู่เหรอครับ?”

!!!

เสียงเล็กๆของทีโอดังขึ้นเรียกสติที่กระเจิงไปไกลหลายกิโลเมตรของทิวากลับมาครบถ้วนทันใด หญิงสาวรีบผลักชายตรงหน้าออกอย่างแรง ก่อนยกมือปิดปากอย่างเร็ว ใบหน้าแดงซ่าด้วยความเขินอายอย่างปิดไม่มิด อย่าว่าแต่เธอเลย ฝ่ายกียุลเองก็ดูเหมือนจะได้สติระลึกได้ว่าเมื่อกี้เผลอทำอะไรลงไปก็หน้าแดงไม่ต่างกัน

“ทั้งสองคนไม่สบายหรือฮะ? หน้าแดงเชียว - -

“เอ่อ ปะ เปล่านี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วหรือไง?”

“ยังหรอกครับ จริงๆพวกผมรอแม่กับพี่ชายอยู่น่ะครับ แต่ทั้งสองคนมาช้ามาก ผมเลยมาตาม -3-

“เอ่อ โทษทีละกันนะ”กียุลพูดด้วยใบหน้าที่ข้างแก้มยังแดงระเรื่ออยู่

ทั้งสองต่างทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ก่อนจะไปเปลี่ยนชุดนั่งทานข้าวเช้ากับลูกหมาป่าสามตัว หลังจากวันนั้น ความรู้สึกบางอย่างก็ก่อเกิดขึ้นในหัวใจของทั้งคู่ และมันก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกที่ว่าพวกเขา....มีใจให้กันและกัน....

คืนพระจันทร์เต็มดวงกียุลนอนไม่หลับเลยเดินออกมาสูดอากาศด้านนอกถ้ำ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตนเองเผลอหลงรักมนุษย์หมาป่าสาวตนหนึ่งเข้าให้แล้ว หัวใจนั้นเรียกร้องอยากอยู่กับเธอตลอดกาล....แต่ว่า....มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะตนยังต้องกลับไปที่เมืองมนุษย์....กลับไปจัดการตัวคนร้ายที่สังหารพ่อแม่ของตน....คนร้ายที่....สังหารเจ้าเมืองแห่งนั้น ใช่! ตัวเขาคือเจ้าชาย และยังมีหน้าที่ที่ต้องดูแลบ้านเมืองให้สงบต่อไป จะมาอยู่ที่นี่ตลอดกาลไม่ได้....แม้จะอยากอยู่แค่ไหนก็ตาม....

“ยังไม่นอนอีกเหรอ?”

“ทิวา?”ในระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆ เสียงหวานใสที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นตามมาด้วยหมาป่าสาวที่คุ้นตา ทิวาเดินออกจากถ้ำตรงมานั่งข้างๆกียุลท้ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องประกายยามราตรี ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานที่งดงามเมื่อต้องแสงจันทรา“ฉันนอนไม่ค่อยหลับน่ะ แล้วเธอล่ะทำไมยังไม่นอนสักที”

“คืนนี้คือคืนแห่งการกำเนิดใหม่”

“คืนแห่งการกำเนิดใหม่?”

“ทุกๆคืนพระจันทร์เต็มดวง จะมีหมาป่าบางพวกที่มีพลังแข็งกล้าถือกำเนิดใหม่เป็นมนุษย์หมาป่าน่ะ แล้วพวกฉันก็มีหน้าที่ต้อนรับพวกเขาโดยมองผ่านดวงจันทร์ดวงเดียวกัน”

“ฟังดูเป็นคืนที่วิเศษนะ”

“อืม....สำหรับพวกเราที่ถือกำเนิดใหม่ในวันนี้ มันถือเป็นเหมือนวันเกิดอีกวันนึงของเรา....นี่กียุล”ในขณะกำลังพูดระลึกถึงเรื่องราวในอดีต ทิวาก็หันมาเรียกชายหนุ่มที่เผลอมองใบหน้างามยามต้องแสงจันทร์ของเธอด้วยความเหม่อลอยให้หลุดจากภวังค์“นาย....รู้สึกยังไงกับฉันงั้นเหรอ?”

“.....”

“แล้วนาย....จะกลับไปในที่ที่นายเคยจากมาหรือเปล่า?”

“.....”

“จะอยู่กับพวกเรา....อยู่กับฉัน....แบบนี้ตลอดไปได้ไหม?”

“.....”

“....กียุล....”

“....ฉัน.....”

“....องค์....ชาย....”ในตอนที่เขากำลังจะตอบคำถามของทิวา หูของพวกเขาก็ไปได้ยินเสียงๆหนึ่งเข้า ทั้งคู่หันไปมองยังตนเสียงพบกลุ่มดวงไฟสีเพลิงกลุ่มหนึ่งเดินวนไปมารอบๆห่างจากจุดที่พวกเขาอยู่ไปไม่มาก เสียงนั้นดังมาจากในนั้น และดูเหมือนกียุลจะรู้ว่านั่นคืออะไร

“มนุษย์?! เป็นไปไม่ได้พวกมนุษย์จะเข้ามาลึกขนาดนี้ได้ยังไง?”

ทิวาที่ดูเหมือนจะรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายคือใครก็ลุกขึ้นพลางก้าวไปข้างหน้าราวกับจะเข้าไปเก็บพวกนั้นให้หมด แต่ตอนนั้นเองเสียงกียุลก็ดังห้ามไว้ เขามองไปที่กลุ่มแสงไฟพวกนั้นด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งตื่นเต้น ดีใจ ประหลาดใจ คนพวกนั้นคือกลุ่มคนของเขาที่หนีจากการตามสังหารของพวกโจรได้ และตอนนี้พวกนั้นกำลังตามหาเขาอยู่ โดยเขาไม่ได้สังเกตเลยว่าสายตาหวานที่จ้องมาที่เขาตอนนี้มันหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

นั่นสินะมนุษย์ก็ต้องกลับไปอยู่กับมนุษย์สิถึงจะถูก

“เอ่อ ทิวา ฉัน--”

กลับไปซะ

            “เอ๊ะ? เธอว่าไง--”

            “ก็บอกว่าให้กลับไปไง คนของนายมาตามแล้วนี่ ก็ไปซะสิ”

            “....เธอ....ไล่ฉัน....เหรอ?”

            “แล้วคิดว่าเป็นอะไรล่ะ รีบๆกลับไปซะ ก่อนฉันจะขย้ำคอนายหลุดแล้วส่งไปให้พวกนั้น!!!

            ทิวากลายเป็นหมาป่าขนเงินตัวใหญ่ยืนขู่กียุลที่ก้าวหลังด้วยความตกใจ ทำไมจู่ๆเธอถึงคิดจะทำร้ายเขาล่ะ? คิดว่าเพราะเขาคนพวกนี้เลยข้ามเขตมาได้เหรอ? คิดว่าเขาเป็นคนบอกพวกนั้นงั้นเหรอ? แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรทิวาก็กระโจนเข้าหาชายหนุ่ม กียุลหลบได้ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปหาแสงไฟที่สว่างร้องเรียกชื่อเขาอยู่กลางป่า

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายวิ่งหายลับไป เธอก็กลับมาร่างเดิมก่อนจะทรุดตัวลงกลับพื้น ไหล่สวยสั่นเทิ้มด้วยความเสียใจ เสียงสะอื้นดังเล็ดลอดออกจากริมฝีปาบาง ใบหน้าหวานที่มีสายน้ำตาไหลลินลงมาอาบแก้มไม่ขาดสาย ทิวากอดตัวเองพลางร้องไห้ออกมาเบาๆ

            “แม่จ๋า”

            “!!!

            “แม่จ๋า แม่เป็นอะไรคะทำไมถึงร้องไห้?”

            “แล้วพี่กียุลละครับ แม่”

            เสียงเล็กๆสามเสียงดังขึ้นด้านหลังตน เมื่อหันไปพบว่าลูกๆของเธอยืนอยู่ เด็กๆเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่ สองเด็กหนุ่มยกมือเช็ดน้ำตาให้ ส่วนชีอาก็ซบอกแม่ราวกำลังปลอบโยน ทิวาเห็นแบบนั้นก็ปล่อยโฮดึงเด็กๆมากอดเอาไว้

            “เขาไปแล้วจ้ะ....เขากลับบ้านของเขาไปแล้วล่ะ”

            “แล้วพี่เขาจะกลับมาเยี่ยมเราอีกไหมครับ”มีโรถาม

            “คงไม่แล้วจ้ะ”

            “.....เอ๊ะ? แม่จ๋าๆ พวกคุณหิ่งห้อย”

            ทีโอที่เห็นหิ่งห้อยฝูงหนึ่งบินมาจากป่าก็ร้องเรียกแม่ตน ทิวาเงยหน้ามองพวกมันพบว่าหิ่งห้อยเหล่านี้บินนำทางเป็นสายไปยังน้ำตก ซึ่งการกระทำนี้ก็ทำให้ทิวารู้ทันทีว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น แต่ในขณะที่กำลังจะพาลูกไปหลบ เงาดำของคนคนหนึ่งก็วิ่งพ้นป่ามา หญิงสาวที่เห็นดังนั้นก็รีบดึงลูกๆให้หลบอยู่หลังตน พลางส่งเสียงขู่อีกฝ่าย

            “แหมๆ ทีแรกนึกว่าอีกนานกว่าเจ้ามนุษย์นั่นจะไป แต่ที่ไหนได้เร็วที่ข้าคิดซะอีกนะ”

            “อายาร่า”

><><><><><><><><><><><><><><><>< 

            หลังวิ่งหนีออกมา เขาก็โผล่พรวดมาลางดงกลุ่มคนที่ตะโกนร้องเรียกหาใครบางคนอยู่ ตอนแรกทุกคนเตรียมท่าจะสู้เพราะเข้าใจว่าคือสัตว์ร้าย แต่พอมองดีๆพบว่าคือคนที่พวกตนกำลังตามหาอยู่นั่นเอง ทุกคนต่างดีใจที่นายน้อยของพวกเขายังไม่ตาย ซึ่งชายหนุ่มเพิ่งเห็นว่าหนึ่งนั้นมีเพื่อนสนิทของตนอยู่ด้วย....โรมัน....

ระหว่างทางกลับออกจากป่า พวกเขาบอกว่าพวกตนจัดการพวกโจรที่สังหารครอบครัวเขาจนสิ้นไปหมดได้แล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่ให้เขากลับมารับตำแหน่งราชาต่อจากพ่อเขาเท่านั้น หลังเดินมาได้เพียงไม่กี่นาทีชายหนุ่มก็หยุดเดินก่อนจะหันกลับไปมองทางที่ตนจากมาด้วยสายตาเศร้าสร้อย ซึ่งแน่นอนว่าเพื่อนสนิทอย่างโรมันย่อมเห็น

“เฮ....นายมีเรื่องกังวลอะไรหรือเปล่า?”

“....มะ ไม่....ไม่มีหรอก”

“มีใครออยู่หรือไง?”

โรมันเพียงพูดเล่นๆ แต่คำนั้นกทำเอากียุลถึงกลับชะงักไปแว๊บ ซึ่งนั่นทำเอาเพื่อนหนุ่มขมวดคิ้วสงสัย ถ้าคำพูดเขาจริง งั้นใครกันที่รอเจ้าเพื่อนคนนี้อยู่....ไม่สิต้องถามว่ายังมีมนุษย์อาศัยอยู่ในป่าต้องห้ามนี้ด้วยหรือ? แต่ยังไม่ทันจะถามเหล่าหิ่งห้อยจำนวนมากก็บินออกมาจากเงาป่ารอบกาย พวกมันตรงมาที่กียุล ตอนแรกคนของเขาคิดจะเผามันซะ แต่กียุลห้ามไว้พลางสั่งเสียงเข้ม

“ห้ามทำร้ายพวกมันแม้แต่ตัวเดียว!

“หิ่งห้อยพวกนี้มันอะไรงั้นเหรอ?”โรมันถาม

“จิตวิญญาณแห่งพงไพร”

กียุลตอบกลับโดยไม่มองหน้าอีกฝ่าย เพราะสายตาของขากำลังดูการกระทำของพวกมันด้วยความสงสัย เพราะว่าตอนนี้พวกมันบินมาเกาะที่แขนเขาราวกับกำลังจะดึงเขาเอาไว้งั้นแหละ

หรือพวกมันไม่อยากให้เขากลับไป?

“พวกท่านไม่อยากให้เรากลับออกไปงั้นหรือ?”

เมื่อพวกหิ่งห้อยได้ยินดังนั้นเหมือนกับฟังที่เขาพูดรู้เรื่องพวกมันบินมาอยู่หลังเขาไม่ไปไหน ด้วยความสงสัยเขาจึงเดินหลบข้าง แต่พวกมันก็ตามมาอยู่ด้านหลัง แต่เพียงแค่เดินหน้าในทางเดินที่เคยมา พวกมันกลับไม่ตามมาอย่างที่คิด ราวกับว่าทางที่เขาเดินคือทางที่พวกมันต้องการ ต่อมาเหล่าหิ่งห้อยน้อยก็บินมารวมเป็นรูปร่างหมาป่าตัวหนึ่กำลังขย่ำหมาป่าร่างเล็กอีกตัว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นทางยาวกลับยังที่ที่พวกเขาเดินผ่านมา

“พวกมันต้องการสื่ออะไรกัน?”

“....ทิวา....”

“?”

“ฉันต้องรีบกลับไป!

“ไม่ได้นะครับองค์ชาย เราต้องรีบอกจากป่านี้ให้เร็วที่สุด ถ้ากลับเข้าไปใหม่ไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง”เหล่าข้ารับใช้ต่างห้ามพลางเข้ามาล็อคกียุลเอาไว้ เพราะไม่อยากเสียนายน้อยของพวกเขาไปอีก

“พวกคุณไม่เข้าใจ....เธอ...กับเด็กพวกนั้นกำลังมีอันตราย!

“พวกไหน? ยังมีมนุษย์คนอื่นอีกหรือ?”โรมันถาม

“ไม่เวลามาอธิบาย ฉันต้องรีบกลับไป ปล่อยฉัน!!!

            “ไม่ครับ!

            “ปล่อยเขาไปเถอะ”

            “แต่ท่านโรมัน--”

            “ฉันเชื่อว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งหน้าที่ของตัวเองแน่นอน....เขาจะต้องกลับมาใช่ไหมเพื่อน”

“คราวนี้ไม่รู้สิ ถ้าไม่กลับล่ะ?”

“ฉันจะตามไปลากคอนายถึงที่ - -

“พูดแล้วนะ”กียุลยิ้มให้เพื่อนหนุ่มที่เข้าใจตนเสมอแม้เขาจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ก็ยังคงเชื่อมั่นในเขา พวกข้ารับใช้ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ยอมจำใจปล่อยตัวนายน้อย กียุลยิ้มให้ทุกคนก่อนหันหลังวิ่งเข้าป่าไป ใจหวังว่าทิวากับลูกๆจะไม่เป็นอะไร“ทิวาทุกคนรอก่อนนะ....ฉันกำลังไป”

            “ปล่อยฉันนะ!!! ปล่อยๆๆ กรี๊ดดดด!!!

            เมื่อวิ่งผ่านป่ามาที่ถ้ำ เสียงกรีดร้องของทิวาก็ดังเข้าโซนประสาท ชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าไปอย่างเร็วโดยไม่ลืมหยิบหอกที่วางอยู่หน้าปากถ้ำ เมื่อเข้ามาก็ช็อคกับภาพที่เห็น ลูกหมาป่าสามตัวถูกจับมัดกับหิน พวกเขาพยายามตะเกียดตะกายไปช่วยผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้....กำลังโดนอายาร่าคร่อมอยู่ เสื้อผ้าที่หลุดหลุ่ยภาพเหล่านี้ทำเอากียุลโมโหรีบพุ่งเข้ามาพร้อมยกหอกหมายจะแท่งเข้าที่หัวของอีกฝ่าย

            ผลึบ!

            “ชิ! นี่แกยังไม่ไปอีกหรือไง”

            “กลับไปซะ แล้วอย่ามายุ่งกับครอบครัวฉัน!

            “หึ แล้วถ้าฉันปฎิเสธล่ะ”

            ตุบ!

            ร่างของอายาร่าในร่างหมาป่าตัวใหญ่กระเด็นออกจากถ้ำ แต่มันก็ตั้งตัวกลับมายืนขู่ไปที่ชายหนุ่มอีกคนที่ยืนถือหอกเปื้อนเลือด สายตาเย็นชาจ้องมองมาที่เจ้าหมาป่ายักษ์อย่างแน่วแน่ กียุลวิ่งเข้าหาอายาร่าก่อนเข้าโจมตีอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วราวนักฆ่ามืออาชีพ ทั้งสองสู้กันสูสี แต่ว่า....ตอนแรกเขาอาจแพ้เพราะประมาทเจ้าหนุ่มนี้ แต่คราวนี้มันไม่เหมือนกัน เขาจะไม่ประมาทมันอีกแล้ว เพราะเขาเห็นถึงจุดอ่อนของกียุลจนได้!

            กึก!

            !!!

            “หึๆ หึๆ เสร็จข้าล่ะเจ้ามนุษย์”

            อายาร่าตะปบใส่อาวุธชิ้นสุดท้ายของชายหนุ่มจนพังยับ ก่อนมันจะโดนร่างของกียุลจนอีกฝ่ายกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น เขากระอักเลือดกองโตออกมา อายาร่าก้าวเข้ามาหาอีกฝ่าย ตั้งท่าพร้อมกระโจนใส่เพื่อปิดชีพเขา ทิวาที่พาเด็กๆไปหลบในที่ปลอดภัยก็วิ่งออกมาเพื่อช่วยกียุลพบว่า เขากำลังจะโดนฆ่า....จึง....

            ....วิ่งเข้าไป....

            ....รับการโจมตีนั่น....

            ผัวะ!!!

ร่างของหมาป่าสาวกลิ้งไถลไปกับพื้น หลังกระแทกกับต้นไม้ดังปัก ก่อนจะแน่นิ่งไป กียุลมองภาพนั่นด้วยดวงตาที่เบิกกว้างร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง หญิงสาวที่นอนแน่นิ่งสะท้อนในนัยน์ตาของเขา ต่อมาความว่างเปล่าเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังโทสะ ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้นก่อนจ้องมองไปอายาร่า แต่มีบางอย่างแปลกไป นัยน์ตาสีฟ้าครามหรี่เล็กลงเป็นรูปเส้นตรง เขี้ยวงอกออกมาจากปาก ใบหน้าส่วนล่างเริ่มยื่นออกมา ร่างกายค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสัตว์สี่ขา....มนุษย์หมาป่า....

“ทะ ทำไมแกถึงได้--”

กรร!!!

กียุลในร่างหมาป่าสีดำทมิฬคำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าฟัดกับอายาร่าที่เกือบตั้งตัวไม่ทัน แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาพ่ายต่อกำลังของกียุล ชายหนุ่มกัดคอของศัตรูแล้วสบัดสุดแรงเกิดพร้อมเหวี่ยงร่างของอายาร่าไปเสียบเข้ากับ....เศษหอกไม้ที่ตั้งอยู่ ไม่จบแค่นั้นกียุลยังตามไปซ้ำให้ตายจริงๆ

เมื่อแน่ใจแล้วว่าเจ้าหมาป่าตัวนี้ตายแน่ๆ เขาก็กลับร่างคนปกติ กียุลไม่สนสักนิดว่าเขากลายร่างได้ยังไง แต่กลับวิ่งตรงเข้าไปหาร่างของคนที่ตนรักสุดใจ ชายหนุ่มลูบใบหน้างามที่นิ่งสนิทด้วยใจที่สั่นไหวอย่างรุนแรง

“ทิวา....”

“.....”

“ทิวา....ฟื้นสิ....ได้โปรด”

“.....”

“ไม่เอาแบบนี้นะ....อย่าทิ้งฉันไปสิ.....ทิวา.....”

“.....”

แหมะๆ แหมะๆ

ไร้เสียงตอบรับจากร่าบางในอ้อมกอด หยดน้ำหยดหนึ่งล่วงลงบนใบหน้างาม กียุลกอดร่างของหญิงในดวงใจไว้แน่นพร้อมน้ำตาที่ไหลลินไม่หยุด หิ่งห้อยจำนวนมากต่างบินวนรอบๆพวกเขาทั้งสอง แสงไฟที่ลิบหลี่ของพวกมันทำให้บรรยากาศดูเศร้าหมอง

            “....ร้องไห้เหรอ?....”

            “!!!”ในขณะนั้นเองมือบางก็ขยับขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าหล่อเหลาพร้อมเสียงหวานใสที่คุ้นเคย แม้มันจะเบามากก็ตามที แต่ก็มากพอจะทำให้กียุลคลายกอดเพื่อดูให้แน่ใจว่าตนไม่ได้หูฝาด สาวในอ้อมกอดเขาที่ตอนนี้ลืมตายิ้มอ่อนให้ตนอยู่ ภาพนี้ทำให้ยิ้มมาทั้งน้ำตา“เธอ....เธอยังไม่ตาย! ขอบคุณพระเจ้า!

            “โอ๊ย! เจ็บๆๆ อย่ากอดแรงสิฉันเจ็บอยู่น--อุ๊บ!

            ไม่ทันจะพูดจบเสียงของเธอก็ถูกหยุดลงด้วยริมฝีปากหนาของคนร่างสูง กียุลจูบเธออย่างคิดถึงและโหยหา ซึ่งทิวาเองก็ไม่คิดจะขัดขืน เธอยอมรับสัมผัสอันอบอุ่นนี้ของเขาอย่างเต็มใจ แถมยังมิวายจูบตอบอีกต่างหาก

            ค่ำคืนที่แสนโหดร้ายจบแล้ว

><><><><><><><><><><><><><><><>< 

เห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงได้เดินมาหาทิวาโดยตนมีรอยกัดจากอายาร่าและรอยข่วนเต็มตัว

            “แบบนี้นี่เอง เพราะตอนนั้นสินะนายถึงได้กลายเป็นมนุษย์หมาป่าโดยไม่รู้ตัว”

            “ก็คงแบบนั้นแหละ”

            เสียงพูดคุยของสองหนุ่มสาวผู้มีหูและหางหมาป่านั่งคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่โดยเด็กๆลูกหมาป่าก็ยังเล่นน้ำกันอยู่ที่น้ำตก หลังจากคืนนั้นผ่านไปกียุลกับทิวาก็มานั่งคิดหาเหตุผลว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้กลายเป็นมนุษย์หมาป่าได้กัน จนสุดท้ายมานึกได้ว่าโดนอายาร่ากัดมารอบหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือสาเหตุที่กียุลกลายเป็นหมาป่าดำโดยไม่รู้ตัว

            “จะว่าไปเมื่อคืนหลังส่งเด็กๆเข้านอนแล้ว นายหายไปไหนมางั้นเหรอ?”

            “อืม~ ฉันไปส่งมอบตำแหน่งมาน่ะ”

            “ห๊า? = =

            กียุลยิ้มขำกับท่าทางของหญิงสาว ก็นะ เมื่อคืนเขากลับไปหาพวกโรมันด้วยสภาพที่มีหูและหางแบบนั้นแหละ ตอนไปเจอครั้งแรกเล่นเอาเกือบโดนฆ่ากันเลยทีเดียว แต่ดีที่โรมันจับผิดได้ช่วยห้ามทุกคนไว้ จากนั้นก็สักกันยาวจนสุดท้ายเขาเลือกที่จะขออยู่ที่นี่กับคนที่ตนรัก แล้วส่งมอบตำแหน่งราชาปกครองเมืองให้โรมันเป็นคนมอบให้ผู้ที่สมควร เพราะเขาเชื่อว่าเพื่อนหนุ่มคนนี้ไม่มีทางส่งมอบตำแหน่งนี้ให้ผู้ที่ไม่เหมาะสมแน่ๆ ในระหว่างนั้นก็ให้พวกเขากับคณะขุนนางที่ซื่อสัตย์ร่วมกันปกครองไปก่อน จนกว่าโรมันจะเจอผู้ที่เหมาะสม

            “นี่กียุล”

            “หืม?”

            “สรุปแล้วนายจะตอบคำถามฉันได้ยัง ว่ารู้สึกยังไงกับฉันกันแน่ -////-”พูดด้วยท่าทางเขินอาย

            “อืม ไม่รู้สิ”

            “ไหงตอบงี้อ่ะ!

            “ฮ่าๆ ฮ่าๆ โอเคๆ ฉันรักเธอ พอใจยัง”

            “จริงเหรอ 0////0

            “แน่นอน แล้วเธอละรู้สึกยังไงกับฉัน?”

            “ฉะ ฉันก็....รักนายเหมือนกัน>////<

            ทิวาพูดพลางเอียงหัวซบไหล่หนาของคนตัวสูงด้วยความเขินอาย ซึ่งเป็นมุมที่เขาไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยๆ กียุลยิ้มกว้างก่อนขยับมือโอบไหล่คนรักไว้ ก่อนที่พวกเด็กๆจะขึ้นจากน้ำแล้วตรงมาทางพวกเขา แถมยังตะโกนว่ากอดพวกเขาด้วยสิ แล้วที่สำคัญตอนนี้พวกเด็กๆเปลี่ยนจากเรียกเขาว่าพี่ชายมาเป็น.....

            “ง่า~ กอดแต่แม่จ๋าแบบนี้ขี้โกง~ กอดพวกผมบ้างสิพ่อจ๋า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #16 N'หญิง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 09:48

    น่ารักกันหมดทั้งพ่อ แม่ ลูกเลยคร่าาาาา~

    #16
    0