[Fic Got7] All One Short #MarkNior #MarkJin

ตอนที่ 4 : [SF] Candy #MarkNior

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    26 ต.ค. 57






 

- Candy -








ใครๆ ก็บอกว่าผมให้ความสนใจกับพี่มาร์คน้อยกว่าปกติ ทั้งๆ ที่พี่มาร์คก็แสดงออกชัดเจน ว่าอยากดูแล อยากเอาใจ และเป็นห่วงผมมากแค่ไหน เฮ้อ.. ถ้าคุณไม่ลองมาเป็นผมคุณคงไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไง น่าอึดอัดแค่ไหน ไม่ใช่ไม่ชอบที่มีคนมาดูแลนะ แต่บางครั้งมันก็มากไปไง ช่วยเข้าข้างผมหน่อยสิ~


เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างให้ฟังนะ!


เห็นในคลิปเรียลก็อตใช่ไหม อีพีที่ไปถ่ายแบบกัน เอาจริงๆ ผมกับยูคยอมก็ไม่ได้ถูกกันเท่าไหร่หรอก ก็เด็กบ้านั่นนะ กวนประสาทจะตาย ให้พูดยังไงดี ไอ้ท่าทีที่บอกว่าเป็นมักเน่ใสซื่อบริสุทธิ์อะไรนั่น มันไม่จริงเลยสักนิด! ดูปากนะครับ.. หลอกลวง!


ถึงแม้บางทีจะไม่ชอบมันก็เถอะ (ผมใช้คำว่ามันได้ใช่ไหม กับเด็กนั่น? อย่ามองผมอย่างนั้นสิ..) แต่ถ้ามีเรื่องให้แกล้งใครสักคนขึ้นมา ยูคยอมเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างดีที่ควรจะร่วมมือด้วย (รองจากเจ้าพ่อวาไรตี้อย่างแจ็คสันนะ)


วันนั้นไม่รู้ทำไมเหมือนกัน อยู่ดีๆ เจ้านั่นก็มานั่งข้างผม แล้วเราก็รวมหัวกันแกล้งยองแจ อันที่จริงผมจะเทคแคร์ยองแจนะ ก็เขาเป็นบัดดี้ผม แต่ก็อย่างที่เห็น พอยูคยอมเริ่มต้นแกล้งผมก็เผลอตัว เรียกได้ว่าเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแทนแล้วกัน (ยิ้ม) แกล้งยองแจบ้าง แต่พอโดนช่างภาพดุเท่านั้นแหละ เจ้านั่นก็หันมาแกล้งผมแทน


มันก็ใช่ว่าจะน่าเบื่อหรือรู้สึกไม่ดีนะ อย่างน้อยก็มีอะไรทำฆ่าเวลาตอนเบื่อๆ ระหว่างรอเข้าฉาก แต่แล้วในระหว่างที่กำลังหัวเราะเพราะพลาดท่าไอ้เด็กบ้านั่น.. เขาก็มาอีกแล้ว


ผมก็ไม่เข้าใจว่าจะมาห่วงอะไรนักหนา ผมไม่ใช่เด็กสักหน่อย ถึงเขาไม่เข้ามาผมก็รับมือยูคยอมไหวอยู่ดีแหละ ไม่สนุกเลย..


 

 

 


จำตอนก่อนหน้าได้ไหม? ที่ไปเดทริมแม่น้ำฮัน มีฉากที่ผมกับยูคยอมนั่งเล่นตุ๊กตากันบนโซฟา โอเคว่าเด็กนั่นกวนประสาท ผมจะเล่นด้วยก็ไม่เล่น พอผมหันไปคุยกับตุ๊กตาก็มาฟาดตุ๊กตาผมอีก (ไอ้เด็กมีปัญหา!) แต่หลังจากนั้นรู้ไหมเกิดอะไรขึ้น มันไม่มีในคลิปหรอก เพราะมันโดนตัดไป.. พี่มาร์คก็มากอดคอผมออกไปจากฉากนั้นเฉยเลย


คือจะไม่เคืองเลยนะถ้าผมไม่อยากถ่ายต่อ คือยังอยากเล่นอยู่ไง แล้วนั่นก็งานนะ กลายเป็นยูคยอมต้องไปนั่งคุยกับตุ๊กตาคนเดียวแทน.. (แย่งซีนเห็นๆ) เข้าใจผมใช่ไหม? ~


ล่าสุดนะ ที่หอวันก่อนเลย ระหว่างที่รอคิวอาบน้ำหลังจากกลับจากถ่ายซีรี่ย์ ผมกับยูคยอม (เจ้านี่อีกแล้ว?) ก็นึกสนุกแข่งกันโยนขนมเข้าปาก ใครทำได้น้อยกว่าแพ้ ซึ่งผมก็ชนะรวด 2 รอบ ดีดหน้าผากเจ้านั่นไป 2 ที (สะใจมากกกกก
ㅋㅋ) แต่พอถึงครั้งที่ 3 ผมดันพลาดไง แพ้ไปฉิวเฉียด
 

 


พอยูคยอมจะเข้ามาดีดหน้าผาก ผมก็ทำเป็นโวยวายไปตามเรื่องนั่นแหละ เอาคำว่าพี่มาอ้าง ถอยหนีเจ้าเด็กนั่นจนชิดโซฟาข้างหลัง โดยมีแจบอมนั่งขำเราทั้งคู่อยู่ไม่ไกลนัก


"ให้ฉันเตรียมใจหน่อยสิ ไอ้บ้าอย่าเพิ่งดีดสิวะ!"

"พี่อย่ามาลีลาน่า ทีผมโดนยังไม่ทำแบบนี้เลย"

"หย๊า! นี่ฉันเป็นพี่แกนะ หลอกด่าฉันเหรอ?"

"อยู่นิ่งๆ สิ!"


ยูคยอมล็อคคอผมเอาไว้ก่อนจะได้ยินเสียง 'เพี๊ยะ' ตรงหน้าผากของตัวเอง เจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด ผมยกมือขึ้นกุมหน้าผากซุกหน้าลงกับโซฟาอย่างหาที่พึ่ง พลางก่นด่ายูคยอมไปด้วย ในใจนี่คาดโทษไว้แล้ว อย่าให้ชนะเชียวจะเอาคืนให้เจ็บ.. แต่พอหันมามองอีกที คุณรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น


"เหวอ!!"


เจ้าเด็กบ้านั่นถูกผลักล้มลงไปที่โซฟา ก่อนที่ผมจะถูกฉุดให้ลุกขึ้นนั่ง


"แกล้งอะไรจินยอง ทำไมชอบแกล้งคนอื่นนัก"


คนที่ประคองผมไว้ ขึ้นเสียงจนผมเองยังตกใจไปด้วย


"อะไรของพี่เนี่ย.."



ยูคยอมหน้าเจื่อน หันไปถามพี่ใหญ่ของวงที่ตอนนี้หน้าตาขึงขังบ่งบอกว่าโมโหอยู่ไม่น้อย



"ถ้าว่างมากนักก็เข้าห้องตัวเองไป อย่ามาแกล้งคนอื่นเขาไปทั่ว"


เกิดความเงียบปกคลุมไปชั่วขณะ ก่อนที่เด็กนั่นจะก้มหน้าแล้วเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงคำพูดน้อยเนื้อต่ำใจ


"ก็แล้วแต่พี่จะคิดแล้วกัน"

"เดี๋ยวสิยูคยอม เฮ้!"


ผมตะโกนเรียกไอ้เด็กที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้นั่นเสียงดังหลังจากที่ได้แต่อ้าปากค้างมาสักพัก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาสักนิด แถมยังโดนรั้งจากคนที่ยืนอยู่ข้างๆ อีก



"โดนแกล้งแล้วยังจะเป็นห่วงเด็กนั่นอีก"



มาร์คเอ่ยขึ้น หลังจากที่ฉุดแขนจินยองเอาไว้ แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดตัวออก


"น้องมันแค่เล่นกัน พี่จริงจังเกินไปแล้ว"



อิมแจบอมเอ่ยขึ้นเมื่อเหตุการณ์ชักจะบานปลายไปกันใหญ่ ซึ่งนั่นทำให้มาร์คชะงักไปชั่วขณะ


"พี่จะมายุ่งอะไรกับผมนักหนาเนี่ย! ผมจะทำอะไรก็เข้ามาขวาง ทำเหมือนผมเป็นเด็กไปซะหมด!"

"จินยอง.. ฉัน.."

"รู้ไหมว่ามันอึดอัด น่ารำคาญ!!"



จินยองหันไปต่อว่าอีกฝ่าย กี่ครั้งแล้วที่มาร์คเป็นห่วงเขามากเกินไปจนหมดสนุก แม้จะเป็นพี่ใหญ่ของวงก็ใช่จะมาตัดสินให้เขาทำหรือไม่ทำอะไร พูดจบก็พาตัวเองเดินหนีเข้าห้องนอน ปิดประตูเสียงดังลั่นหอ



แจบอมได้แต่ถอนหายใจกับท่าทางของน้องชายคนสนิท ในฐานะที่อยู่ด้วยกันมานานเขารู้นิสัยของเจ้านั่นดี นิสัยเอาแต่ใจตัวเองเพราะเป็นน้องเล็กของบ้าน แม้จะชอบให้ใครๆ สนใจ ดูแลเอาใจใส่ แต่บทจะรั้นก็รั้นจนใครห้ามไม่ได้ ก่อนสายตาเรียวจะเหลือบไปมองพี่ใหญ่ของวงที่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หน้าตาดูอึ้งไม่น้อยที่ถูกต่อว่าทั้งที่หวังดีแบบนั้น


"พี่โอเคนะ?"

"อืม.. คงงั้น"

"อย่าไปถือสามันเลย มันก็โมโหไปตามเรื่องนั่นแหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าก็ลืมแล้ว"



แจบอมพยายามปลอบมาร์คที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่



"บางทีอาจจะจริงอย่างที่จินยองว่าก็ได้ ฉันคงจะยุ่งกับชีวิตเจ้านั่นมากเกินไป.."

"อย่าคิดมากน่า ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่อย่าลืมไปคุยกับยูคยอมหน่อยแล้วกัน เจ้าเด็กนั่นชอบคิดเล็กคิดน้อยยิ่งกว่าจินยองซะอีก"

"อืม เดี๋ยวฉันเข้าไปคุยกับน้องเอง ขอบใจนะ"




แจบอมพยักหน้ารับ มองมาร์คที่เดินตรงไปเคาะห้องของมักเน่ ซึ่งไม่น่าเป็นห่วงอะไรมากนัก เพราะยูคยอมเป็นเด็กมีเหตุผล ถ้าลองได้อธิบายเรื่องราวให้เข้าใจ เจ้าตัวก็น่าจะกลับมาเหมือนเดิมได้ง่ายๆ ผิดกับเจ้าเด็กหัวดื้ออย่างจินยอง ที่คงต้องปล่อยไปอีกสักพัก



-----



หลังจากอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนอนเพื่อให้ตัวเองใจเย็นขึ้น จินยองก็ได้แต่กระสับกระส่ายนอนไม่หลับ เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองพูดแรงเกินไป เขาพลิกตัวไปมาจนสุดท้ายก็ผลอยหลับไปเมื่อเวลาล่วงเลยจนเกือบถึงเช้าวันใหม่



จวบจน 9 โมงครึ่งจึงได้ยินเสียงแบมแบมที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเข้ามาเขย่าตัวปลุกให้ตื่นขึ้น


"พี่จินยอง!! สายแล้วนะ ทุกคนแต่งตัวเรียบร้อยกันหมดแล้ว เหลือแค่พี่คนเดียวแล้ว.. ตื่นสิ!"

"หืม.. ? เช้าแล้วเหรอ?? นี่กี่โมงแล้วล่ะ?"



จินยองงัวเงียตื่นขึ้น ก่อนจะหันซ้ายหันขวามองคนที่เข้ามาปลุก



"อีก 10 นาที พี่โนยองจะมารับแล้ว พี่รีบอาบน้ำเลยฮะ"



คนที่เพิ่งตื่นนอนได้ยินดังนั้นก็ตาสว่าง รีบลุกขึ้นพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำทันที พร้อมกับเสียงบ่นอุบที่ทำแบมแบมถึงกับยิ้มขำ


"ทำไมสายได้ล่ะ.. แล้วทำไมพี่มาร์คไม่เข้ามาปลุก!! สายขนาดนี้แล้ว.."

"ผมไปรอข้างนอกนะ ไม่ต้องหล่อมาก เดี๋ยวต้องไปแต่งตัวที่กองอยู่ดี"




 

พูดจบก็เดินออกจากห้องนอนเล็กไป ทิ้งให้เจ้าของห้องจัดการตัวเองให้ทันเวลานัด

 
 

จินยองใช้เวลา 15 นาที ในการวิ่งผ่านน้ำ แล้วกวาดทุกอย่างที่คิดว่าจำเป็นลงกระเป๋าเป้ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาหน้าตาตื่น ซึ่งทุกคนก็นั่งรอที่โซฟาด้านนอกเรียบร้อย เขาโค้งน้อยๆ ให้พี่โนยองที่ทำให้ต้องรอ ในขณะที่ทุกคนต่างหยิบกระเป๋าของตัวเองเพื่อไปขึ้นรถ


"ไม่มีใครปลุกผมเลย.."


จินยองหันไปตั้งท่าจะต่อว่าพี่ใหญ่ของวงที่ปกติมักจะเข้ามาปลุกเขาก่อนเวลานัดเสมอ แต่อีกฝ่ายกลับถูกแจ็คสันกอดคอ ออกเดินไปที่ประตู ราวกับทั้งคู่ไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด แม้จะงงกับปฏิกิริยาแบบนั้น แต่จินยองก็ไม่ทันได้ใส่ใจ จนกระทั่งเดินไปที่ชั้นวางรองเท้าเพื่อจะหยิบรองเท้าคู่โปรด ก็ต้องหยุดชะงัก.. รองเท้าที่ปกติตอนเช้าจะมีถุงเท้าคู่ใหม่วางไว้ด้านบนทุกวัน แต่วันนี้.. มันกลับไม่มี เขากำลังจะตะโกนถามพี่ชายคนโตของวงที่ทำแบบนั้นให้เสมอ จู่ๆ ถ้อยคำที่ตัวเองพูดกับอีกฝ่ายเมื่อวานก็ดังก้องขึ้นมา


-รู้ไหมว่ามันอึดอัด น่ารำคาญ!!-



ความรู้สึกวูบไหวหยุดร่างของเขาเอาไว้ จินยองเพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่า เพราะคำพูดของเขาเองสินะที่ทำให้อีกฝ่ายเป็นแบบนี้ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอย่างครุ่นคิด แต่เมื่อคิดดูอีกทีมันก็ไม่ใช่ความผิดของตัวเองคนเดียวสักหน่อย ปากอิ่มก็เบ้ปากอย่างไม่อยากยอมรับความผิดนัก



จะเป็นแบบนี้ใช่ไหม โอเค! ผมจะทำให้พี่เห็นว่าผมก็สามารถทำทุกอย่างเองได้โดยไม่ต้องมีพี่มาคอยช่วย



จินยองรีบเดินกลับเข้าไปในหอพักอีกครั้งเพื่อหยิบถุงเท้าที่วางกองรวมกันอยู่ในตะกร้าผ้า ก่อนจะยกยิ้มเมื่อเจอถุงเท้าคู่โปรดวางอยู่ที่ด้านบนสุดพอดี



"ไม่เห็นจะยากตรงไหน"



พูดจบก็รีบเดินออกมาจากหอพักเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ถ่ายทำซีรี่ย์ของวันนี้



---




ตลอดทั้งวันบรรยากาศการถ่ายทำในสวนของมหาลัย เต็มไปด้วยความร้อนจากแสงแดดจ้า หนำซ้ำเสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่ในวันนี้ยังเป็นเสื้อแขนยาว แบบยูนิฟอร์มของหน้าหนาว ยิ่งทำให้ร้อนมากขึ้นไปอีก เมื่อผู้กำกับสั่งคัทแต่ละซีนก็ต้องวิ่งเข้าไปหลบในร่ม ดื่มน้ำดับกระหายกันยกใหญ่ และเพราะเป็นฉากที่ถ่ายร่วมกับแบมแบม ยูคยอมเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เขาแทบไม่ได้เจอกับมาร์ค

 

 


เมื่อถึงเวลาพักช่วงบ่าย จินยองเดินไปนั่งกับสต๊าฟของกองเพื่อทานข้าว แม้การคุยกับทีมงานจะได้ความรู้แปลกใหม่ แต่จินยองก็อดที่จะมองไปทางพี่ชายคนโตของวงไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจก็คือ มาร์คกับยูคยอมไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองกันสักนิด หนำซ้ำยังคุยกัน หัวเราะกันอย่างมีความสุขอีกด้วย


"คิมยูคยอม! ไอ้เด็กทรยศ.. ฉันอุตส่าห์เข้าข้างนาย"


จินยองมองทั้งคู่พลางตักข้าวเข้าปาก แต่เพียงไม่กี่คำก็รู้สึกอิ่มขึ้นมาเสียดื้อๆ เขาจึงวางข้าวกล่องลง เดินไปหยิบขวดน้ำหวานมาดื่มแทน


"ทำไมกินน้อยนักล่ะ จินยอง?" สต๊าฟในกองเอ่ยถามขึ้น

"ไม่ค่อยหิวครับ ผมอยากดื่มน้ำมากกว่า"



จินยองตอบไปตามตรง พร้อมหยิบขวดน้ำมาเสิร์ฟพี่ๆ ทีมงาน ก่อนจะนั่งลงเหมือนเดิม แวบหนึ่งเขาเห็นสายตาคมหันมองมา แต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้น อีกฝ่ายก็เบือนหน้าไปทางอื่น



"ใครสนกันล่ะ.."





-----




การถ่ายทำดำเนินไปด้วยดี จนเมื่อทั้งหมดกลับมาถึงหอพัก จินยองทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวในทันที โดยมีแบมแบมล้มตัวลงนอนอยู่ข้างๆ เขาหลับตาซึมซับความสบายจากโซฟาตัวนุ่มอยู่สักพัก ก่อนที่จะได้ยินเสียงใครสักคนชวนกินขนม


"ทุกคน! มากินขนมกัน"

"โห~ ไปซื้อมาตอนไหน! แล้วใครซื้อให้?"



แบมแบมรีบลุกขึ้นมามองขนมถุงใหญ่ที่วางกองอยู่บนพื้นห้อง ก่อนจะลงไปนั่งใกล้ๆ


"ไปมาเมื่อกี้ ก่อนขึ้นมานี่แหละ"


ยูคยอมตอบพร้อมส่งยิ้มให้เพื่อนร่วมปี ก่อนจะยื่นถ้วยไอศกรีมให้พี่ชายที่เอาแต่นอนอยู่บนโซฟา


"พี่จินยอง.. นี่ของพี่"


จินยองรับมาถือเอาไว้ ก่อนจะยิ้มบางให้น้องชายตัวแสบ ลืมความบาดหมางไปเสียสนิท ไอศกรีมช็อคโกแลตที่เขาชอบถูกเปิดฝา ก่อนจะตักเนื้อไอศกรีมเข้าปาก ปล่อยให้ความเย็นของมันละลายช้าๆ อย่างมีความสุข ซึ่งนั่นทำให้ยูคยอมยิ้มพอใจ ในขณะที่คนอื่นๆ ก็เลือกขนมไปแกะคนละอย่างสองอย่าง


"อันไหนของฉัน?"

"อันนี้ไง พี่มาร์คไม่ลืมของนายหรอกน่า~"



ยูคยอมหยิบไอศกรีมช็อคโกแลตมิ้นท์ยื่นให้เพื่อนร่วมปี แต่นั่นกลับทำให้คนที่กำลังตักไอศกรีมช็อคโกแลตเข้าปากถึงกับหยุดชะงัก ก่อนจะวางมันลงทันที


"อิ่มแล้ว.."


พูดจบจินยองก็ลุกขึ้นเดินเข้าห้องตัวเองไป ปล่อยให้คนที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อย่างมาร์คได้แต่ถอนหายใจ


 

 

-----




ผ่านมาสามวันแล้วที่จินยองดูเงียบไป ไม่ค่อยพูดคุยหรือแม้แต่แกล้งคนอื่นๆ เหมือนก่อน เอาแต่นั่งคุยกับสต๊าฟที่กองถ่าย พอกลับถึงห้องก็ปิดตัวเองอยู่ในห้องนอนเล็ก ไม่ออกมาเล่นนอกห้องเหมือนปกติ


"นานเกินไปแล้วมั้ง.. พอเถอะพี่แจบอม.."

"ผมไม่ชอบที่ไม่ได้เล่นสนุกกันเหมือนแต่ก่อน.."


ยูคยอมกับแบมแบมเอ่ยขึ้น เมื่อกลับมาถึงหอพักแล้วพี่จินยองของพวกเขาก็ปลีกตัวเข้าห้องตัวเองไปทันที แจบอมหันไปมองพี่ใหญ่ของวงที่สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ก่อนจะเอ่ยขึ้น



"คงต้องแล้วแต่พี่แล้วละ ว่าจะเอายังไง.."

 

 

 

-----

 

 

 

จินยองแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าสาเหตุที่ทำให้เขาไม่คุยกับมาร์คเริ่มมาจากตรงไหน อาจจะเพราะปล่อยเวลาให้เลยผ่านมาหลายวัน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าระหว่างเขาทั้งคู่จะกลับมาพูดคุยกันได้เหมือนเดิมไหม แม้จะเจอกันทุกวัน ทำงานด้วยกันตลอด แต่ทุกอย่างก็จบลงหลังจากที่เขากลับมาถึงหอพัก

 

 

ในวันที่มีงานซีเคร็ทแฟนมีท แน่นอนว่าตัวเขาที่อยู่ต่อหน้าแฟนคลับ ก็ยังสนุกสนานเฮฮาเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน บางครั้งยังมีเอ่ยปากแซวมาร์คตามปกตินิสัย ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้มีท่าทีขัดเคืองอะไรกับคำพูดนั้น แต่กลับเป็นเขาเสียเองที่รู้สึกแปลกๆ

 

 

จวบจนตอนที่ต้องถ่ายรูปร่วมกับอากาเซ่ผู้โชคดี จู่ๆ อีกฝ่ายก็เดินมากระโดดขี่หลังเขาแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อถ่ายรูปเสร็จเขาจึงได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป ก่อนจะรีบปลีกตัวออกห่างเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง บอกตามตรงว่าตอนนี้เขายังไม่พร้อมเลยสักนิด ในใจมันรู้สึกสับสน อยากใช้เวลาในการค้นหาสาเหตุอีกสักพัก

 

 

เพราะรุ่นพี่ 2PM คัมแบ็ค เป็นปกติธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมา ที่จะต้องไปแสดงความยินดี และวันนี้พวกเขาก็ไม่มีตารางงานอะไรเป็นพิเศษ ดังนั้นในช่วงเช้า ทุกคนจึงไปให้กำลังใจรุ่นพี่ที่ห้องอัดรายการอินกิกาโย ในระหว่างนั้นแจ็คสันก็เดินมากอดคอเขา อาจจะเพราะช่วงนี้อีกฝ่ายไปนอนที่บ้านรูมเมทเกือบทุกวันที่ว่าง ทำให้ไม่ได้พูดคุยกันมากนัก จินยองยิ้มให้แจ็คสันที่ลากเขาออกมาที่มุมหนึ่งของห้อง

 

 

เป็นไง? ที่นู่นสนุกไหม

 

 

จินยองเอ่ยถามอีกฝ่ายก่อน เพราะเห็นว่าเพื่อนร่วมปีคงเหนื่อยไม่น้อยที่ต้องวิ่งไปวิ่งมาทั้งที่กำลังเตรียมตัวเดบิวท์ที่ญี่ปุ่น

 

 

ก็ดี.. แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น

 

หือ?

 

 

เขาเลิกคิ้ว หันไปมองแจ็คสันที่ทำหน้าจริงจังผิดไปจากเดิม

 

 

เรื่องแกกับเฮีย.. ยังไม่หายโกรธเขาอีกเหรอ?

 

 

จินยองถอนหายใจ เมื่อคำถามดังกล่าวหลุดออกมาจากปากของอีกฝ่าย เป็นแบบนี้เสมอ แจ็คสันไม่ใช่คนที่จะมาพูดจาอ้อมค้อม ถ้ามีอะไรที่เจ้าตัวอยากรู้อยากถาม มักจะพูดออกมาตรงๆ เสมอ แต่นั่นกลับทำให้คนที่ยังคิดไม่ตกอย่างเขาได้แต่นิ่งเงียบ ก่อนจะพบว่าสายตานั้นจ้องมองราวกับต้องการคำตอบตอนนี้เวลานี้

 

 

เปล่า.. ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าโกรธเรื่องอะไร

 

แล้วยังไง?

 

ก็แค่ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอะไร ไม่รู้ว่าจะคุยกันเรื่องไหน อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าไม่มีเรื่องให้คุยขึ้นมาเฉยๆ

 

 

แจ็คสันอ้าปากค้าง เมื่ออีกฝ่ายบอกออกมาแบบนั้น นี่สรุปว่าเพื่อนเขาไม่ได้โกรธอะไรพี่ใหญ่ของวงแล้ว เพียงแต่ไม่รู้จะเริ่มคุยกันยังไงแค่นั้นเหรอ แจ็คสันได้แต่ถอนหายใจคิดไม่ถึงว่าที่จินยองยังไม่คุยกับมาร์ค จะมีเหตุผลเพียงเพราะเรื่องแค่นี้

 

จังหวะเดียวกับที่แบมแบมวิ่งมาให้ถ่ายคลิปด้วยกล้องของรุ่นพี่ พวกเขาจึงหันไปเล่นกับกล้อง ก่อนจะหันมานั่งมองหน้ากันอีกครั้ง

 

 

แกรู้สึกยังไง? เอาจริงๆ ตอนนี้

 

รู้สึกอะไร.. หมายถึงเรื่องไหน?

 

กับเฮียมาร์คสิวะ.. ถ้าไม่ได้คุยกันไปตลอดจะเป็นยังไง

 

 

จินยองก้มหน้า ก่อนจะเริ่มคิดอย่างที่แจ็คสันถามออกมา เอาเข้าจริงเขาไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่มาร์คมักจะอยู่ใกล้ๆ เขา ไม่ว่าจะทำอะไรก็คอยช่วย เอาใจใส่จนบางทีเขาก็รู้สึกเหมือนเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่ต้องมีคนคอยดูแล ช่วงที่ไม่ได้พูดคุยกัน แม้ว่าเขาจะยังสามารถทำอะไรได้ตามปกติ แต่ก็เหมือนกับว่าชีวิตขาดอะไรบางอย่างไป

 

 

ไม่รู้วะ.. คงรู้สึกแย่มั้ง

 

แย่ยังไง?

 

 

ก็..  ไม่มีคนมาคอยปลุกตอนเช้า

 

 

แน่ใจว่าแค่นั้น?

 

 

..ไม่มีคนถามว่ากินข้าวอิ่มไหม..

 

 

อะไรอีก..

 

 

ไม่มีแล้ว.. มั้ง..

 

 

แน่ใจ?

 

 

แจ็คสันหันไปจ้องหน้าจินยองเขม็ง สายตาคาดคั้น จนอีกฝ่ายต้องพูดออกมาอย่างไม่อยากจะยอมรับนัก

 

 

เออๆๆ ก็แค่..ไม่มีคนเข้าข้างตอนแกล้งยูคยอม ไม่มีคนพาไปซื้อขนมตอนดึก ไม่มีคนคอยจับมือตอนจะล้ม.. จะเอาอะไรอีก!”

 

 

อือ.. หมดแน่นะ

 

 

คราวนี้กลายเป็นจินยองเองที่ถอนหายใจ

 

 

ไม่มีคนคอยเห็นด้วยตอนพูดอะไรขึ้นมาสักอย่าง.. ไม่รู้สิ.. มัน..

 

 

แกก็เข้าใจตัวเองแล้วนี่!”

 

 

เข้าใจอะไร? ไม่เข้าใจเลยต่างหาก..”

 

 

จินยองตอบเสียงเบาในตอนท้าย

 

 

งั้นถามหน่อย.. เคยเป็นแบบนี้กับคนอื่นในวงปะ?

 

 

คนถูกถามนิ่งไปสักพัก ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ

 

 

ถามตัวเองสิ ว่าทำไมถึงไม่เหมือน?

 

 

ไม่รู้..

 

 

ถ้าฉันไม่พูดกับแก แกจะกระวนกระวายแบบนี้ไหม..แจ็คสันเว้นช่วง จ้องหน้าคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาจริงจัง แล้วถ้าเกิดว่าเป็นแบมแบม หรือยูคยอม แกจะรู้สึกอย่างนี้หรือเปล่า?

 

 

จินยองส่ายหน้าอีกครั้ง

 

 

เข้าใจหรือยังว่าทำไม.. นั่นเพราะเฮียเป็นคนพิเศษกว่านั้นไง

 

 

จินยองก้มหน้านิ่ง แต่หัวใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองให้ความสำคัญกับมาร์คมากขนาดนี้

 

 

จินยอง..

 

 

อือ.. ฉันเข้าใจแล้ว

 

 

เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า แจ็คสันจึงยิ้มบางให้ เขาได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะรู้ใจตัวเองอย่างที่พูดออกมาจริงๆ ที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของคนสองคน

 

 

 

-----

 

 

 

หลังจบรายการ จินยองเลือกนั่งรถที่พี่โนยองเป็นคนขับ โดยออกมาพร้อมแจ็คสันและแบมแบม ก่อนจะพาแจ็คสันไปส่งที่บ้านรูมเมท มีแบมแบมติดสอยห้อยตามไปด้วย เมื่ออยู่กันแค่สองคน พี่โนยองก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 

 

มีอะไรหรือเปล่า? เล่าให้พี่ฟังได้นะ

 

เปล่าครับ.. แค่สับสนนิดหน่อย

 

ตามใจนายแล้วกัน.. แต่พี่บอกไว้อย่าง

 

 

จินยองหันไปมองเมเนเจอร์ของวงที่ยังตั้งหน้าตั้งตาขับรถ

 

 

ชีวิตคนเรามันไม่ได้ยืนยาวนักหรอก โกรธได้ แต่หายให้ไว ทิ้งทิฐิไปบ้าง มีความสุขให้มากที่สุด

 

ครับ..

 

 

หลังจากนั้นพี่โนยองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก จินยองจึงได้แต่นั่งนิ่ง มองวิวที่กำลังเคลื่อนผ่านไปช้าๆ เมื่อรถเข้าสู่เขตเมืองที่วุ่นวาย

 

 

รถสีดำจอดสนิทที่หน้าตึกของบริษัท เขาก้าวลงจากรถก็ต้องยิ้มกว้าง เมื่อพบกับป้ายอวยพรวันเกิดของตัวเองที่ติดอยู่ด้านหน้าตึก มีแฟนๆ หลายคนตะโกนแฮปปี้เบิร์ดเดย์จากฝั่งตรงกันข้าม จินยองจึงหันไปโค้งขอบคุณก่อนจะโบกมือให้แล้วเดินเข้าบริษัทไป

 

 

ของขวัญจำนวนมากที่วางอยู่ภายในห้องใกล้บันได ทำให้จินยองอ้าปากค้างอย่างนึกไม่ถึง เพราะมัวแต่คิดเรื่องของมาร์ค ทำให้วันนี้ทั้งวันเขาลืมเรื่องวันเกิดของตัวเองไปเสียสนิท ทุกคนในตึกทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องต่างกล่าวอวยพรเมื่อเขาเดินผ่าน นั่นยิ่งทำให้จินยองอารมณ์ดีมากขึ้นไปอีก

 

 

จวบจนสี่ทุ่มเศษ พี่โนยองก็กลับมาที่บริษัท ก่อนจะช่วยกันขนของขวัญกลับหอพัก เขาต้องนั่งรถไปกลับถึงสามรอบกว่าจะจัดการกับของขวัญจนเรียบร้อย แต่สิ่งหนึ่งที่จินยองนึกแปลกใจไม่น้อย คือสมาชิกร่วมหอไม่มีใครอยู่สักคน เขากล่าวขอบคุณพี่โนยองก่อนจะเดินเข้าห้องของตัวเอง หยิบจดหมายของแฟนๆ จำนวนหนึ่งติดมือเข้ามาด้วย

 

 

แต่พอนั่งลงได้สักพัก ไฟในหอก็ดับลง พร้อมกับเสียงเพลงอวยพรวันเกิดและแสงไฟจากเค้กช็อคโกแลต

 

แซ็ง อิล ชุก ฮา ฮัม นิ ดา      แซ็ง อิล ชุก ฮา ฮัม นิ ดา  ซา ราง ฮา นึน จินยอง ชิ  แซ็ง อิล ชุก ฮา ฮัม นิ ดา

 
 

จินยองยิ้มกว้างให้กับทุกคนตรงหน้า ที่เดินเข้ามาในห้อง แต่รอยยิ้มสวยก็ต้องนิ่งไป เมื่อคนที่ถือเค้กเข้ามา คือพี่ชายที่เขาไม่ได้คุยด้วยมาร่วมอาทิตย์

 
 

สุขสันติ์วันเกิดนะจินยอง

 
 

มาร์คเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่ยืนนิ่ง ก่อนที่ทุกคนจะส่งเสียงเชียร์ให้เป่าเค้กเสียที เขาจึงก้มลงเป่าเทียนวันเกิดของตัวเอง

 
 

ขอบคุณพวกนายมากนะ ขอบคุณมากๆ ฉันคิดว่าพวกนายจะลืมซะอีก..

 

 

จินยองเอ่ยพร้อมน้ำตาคลอด้วยความตื้นตัน ร้อนถึงทุกคนต้องเข้ามาปลอบ มาร์คหมุนตัวไปหาที่วางเค้กก่อนจะยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบาง



 

ใครจะลืมวันเกิดนาย คิดไปเองทั้งนั้น..

 

เจบีเอ่ยขึ้น ก่อนจะดึงจินยองมากอดไว้หลวมๆ

 

พี่ขี้แยวะ..

 



ยูคยอมแหย่พี่ชายที่กำลังทำท่าจะร้องไห้ พลางหัวเราะขำ ก่อนจะถูกอีกฝ่ายฟาดเข้าที่แขนเต็มแรง

 
 

ของขวัญเยอะแล้ว งั้นไม่ต้องเอาของพวกเราก็ได้ใช่ไหม?

 

เอาสิ!! นั่นของแฟนๆ ของพวกนายก็ต่างหาก

 

 

จินยองรีบหันไปตอบแจ็คสันทันที ก่อนที่ทุกคนจะหัวเราะออกมา

 

 

นี่ของขวัญของพวกเรา สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งนะฮะพี่จินยอง

 

 

ยองแจยื่นกล่องของขวัญให้เจ้าของวันเกิด ซึ่งจินยองก็รับไปถือไว้พร้อมเอ่ยขอบคุณ

 

 

 กล่องนี้ไม่รวมของพี่มาร์คนะเว้ย..

 


 

พอได้ยินแจ็คสันพูดแบบนั้น รอยยิ้มด้วยความดีใจเมื่อครู่ก็หายไป ดวงตากลมหันไปมองพี่ชายของวงที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังแบมแบม

 

 

เฮียเขามีของขวัญแยกต่างหาก สองมาตรฐานเห็นๆ

 

 

แจ็คสันหันไปแซวพี่ใหญ่ของวง ก่อนจะคว้าตัวแบมแบมมากอดไว้



 

ไปข้างนอกกันเถอะพวกเรา ใครบางคนเขาคงอยากคุยกันตามลำพัง

 

ดะ.. เดี๋ยวสิ พวกนาย..

 

 

จินยองวางกล่องของขวัญลงบนฟูก ส่งเสียงตะกุกตะกักเรียกสมาชิกร่วมวง เขายังไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรกับมาร์คเลยนะ แต่กลับไม่มีใครสนใจจะฟังเลยสักนิด นอกจากแบมแบมที่หมุนตัวกลับมาตั้งคำถามกับเจ้าของวันเกิด ก่อนที่จะพ้นประตูห้อง

 

 

ผมเอาเค้กออกไปกินก่อนได้ไหมฮะ?

 

 

คำถามพร้อมแววตาอ้อนๆ ของแบมแบม ทำให้จินยองรีบฉวยโอกาสเหมาะ เข้าไปควงแขนน้องชายทันที

 

 

เดี๋ยวออกไปกินพร้อมกันเลยก็ได้

 

 

แบมแบมหันมาทำหน้าดุใส่คนเป็นพี่ ก่อนจะดึงมือนั้นออกจากแขนตัวเอง

 

 

ไปคุยกันให้รู้เรื่องฮะ ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ทะเลาะกันนานๆ ผมเบื่อ

 


 

เมื่อเจอคำพูดแบบนั้นของน้องชาย จินยองก็ได้แต่อ้าปากค้าง ยืนมองประตูที่ถูกอีกฝ่ายปิดลง

 

 

ถ้านายยังไม่พร้อมจะคุย งั้นพี่ไม่กวนเวลาของนายแล้วกัน..

 

 

มาร์คยิ้มบางให้อีกฝ่าย ก่อนจะหมุนตัวเพื่อออกจากห้องนอนเล็ก ท่าทีกระอักกระอ่วนของจินยองทำให้เขาใจเสียไม่น้อย

 

 

ไม่ใช่อย่างนั้นฮะ..

 

 

มือของจินยองตรงเข้าไปรั้งชายเสื้อของพี่ชายร่วมวงเอาไว้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ก้าวออกจากห้อง

 

 

ผมแค่.. ไม่รู้ว่า จะเริ่มคุยกับพี่ยังไง..

 

 

มาร์คมองหน้าเจ้าของวันเกิดอย่างนึกแปลกใจ ปกติเด็กนี่ไม่เห็นจะเคยคิดมากกับการต้องเข้าหาผู้คนเลยสักนิด แต่ตอนนี้เจ้าตัวกลับกำลังกังวลในการที่ต้องคุยกับเขาอย่างนั้นเหรอ

 

 

คุยกับพี่มันทำให้นายลำบากใจขนาดนั้นเลยเหรอ?

 

 

ไม่ใช่นะฮะ!” จินยองรีบส่ายหน้าปฏิเสธ กลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ผม.. ผมขอโทษ.. ขอโทษที่วันนั้นผมหงุดหงิดใส่พี่มากเกินไป..”

 

ถ้าเรื่องนั้น พี่ต่างหากที่ผิด วุ่นวายกับชีวิตนายมากเกินไป ขอโทษนะ

 

 

จินยองส่ายหน้ากับคำพูดนั้นของมาร์ค

 

 

ต่อไปพี่จะระวัง ไม่วุ่นวายกับเรื่องของนายอีก

 

 ไม่เอาฮะ!! ไม่เอาแบบนั้น

 

 

คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงอย่างนึกแปลกใจ ไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายบอกนัก ที่ไม่ได้คุยกันตั้งหลายวัน ก็เพราะว่าเขาเข้าไปยุ่มย่ามวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของจินยองไม่ใช่เหรอ แต่พอเขาบอกว่าจะไม่วุ่นวายเรื่องนี้อีก อีกฝ่ายกลับตอบปฏิเสธกลับมา

 

 

หมายความว่ายังไง พี่ไม่เข้าใจ

 

พี่ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรทั้งนั้นแหละ.. ผมอยากให้พี่ทำเหมือนเดิม

 

เหมือนเดิม? นั่นทำให้นายอึดอัดไม่ใช่เหรอ?

 

มันก็ใช่บางเรื่อง แต่ว่า..

 

 

 

 

เอาอย่างนี้.. บอกเรื่องที่ยังอยากให้พี่ทำก็แล้วกัน

 

 

มาร์คเห็นจินยองเงียบไปสักพัก จึงเสนอให้อีกฝ่ายบอกสิ่งที่ต้องการจะให้เขาทำ จากนี้จะได้ไม่มีเรื่องที่ต้องขัดใจกันอีก

 

 

ก็เช่น.. ปลุกผมให้ตื่นตอนเช้า..

 

ถ้าเรื่องนั้นแบมแบมก็ปลุกนายได้นี่

 

กะ.. ก็แบมแบม มาปลุกช้า มาทีไรก็เหลือเวลาแค่ 10 นาทีบ้าง 5 นาทีบ้าง..

 

โอเค.. ถ้าเรื่องนี้เดี๋ยวพี่จะเป็นคนไปปลุกนายเอง แค่เรื่องนี้ใช่ไหม?

 

 

จินยองยกยิ้มที่อีกฝ่ายยอมตกลง แต่พอถูกถามว่าเฉพาะเรื่องนี้ใช่ไหม ก็รีบบอกเรื่องที่ติดอยู่ในใจของตัวเองออกไปอีก

 

 

พาผมออกไปซื้อขนมตอนดึก..

 

ยูคยอมกับแจ็คสันก็เคยพาไปไม่ใช่เหรอ?

 

พวกนั้นไปเป็นเพื่อนก็จริง แต่ไม่เห็นจะเลี้ยง.. หมายถึงซื้อขนมให้เหมือนพี่เลย..

 

อืม.. พี่เข้าใจแล้ว นายอยากให้มีคนเลี้ยงขนม ปลุกให้ตื่นตอนเช้า ถ้าขอแค่นี้พี่ทำให้นายได้..

 

 

มาร์คเริ่มจะไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่จินยองบอกว่าอยากให้เหมือนเดิม คือส่วนที่เขาทำอะไรเพื่ออีกฝ่ายแค่นั้นใช่ไหม ความสำคัญของเขาต่อจินยองคงจะมีเพียงแค่นี้สินะ

 

รอยยิ้มฝืนของมาร์คที่ส่งมาให้ ทำให้จินยองรู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้ง ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดเอาแต่ใจอย่างนั้นสักนิด แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงให้อีกฝ่ายเข้าใจ

 

 

ไม่ใช่แค่นั้นหรอกฮะ จริงๆ แล้วผม.. เวลาที่ไม่มีพี่คอย.. เป็นห่วง..

 

 

จินยองพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนมาร์คต้องขยับเข้ามายืนใกล้ๆ เขามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าประหลาดใจ

 

 

มันรู้สึก.. เหงาแปลกๆ เวลาที่ทำอะไรแล้วไม่มีพี่.. ความมั่นใจดูจะบินหายไปทุกที..

 

...

 

แต่ก่อนไม่เคยกังวลว่ามีใครสนใจสิ่งที่ทำอยู่ไหม? ตอนนี้ก็เอาแต่มองไปที่พี่..

 

...

 

พอไม่มีพี่มาชวนกินข้าว ก็ไม่รู้สึกว่าหิว ผม..ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงเป็นแบบนี้.. ทำไมถึงได้เห็นแก่ตัว อยากให้พี่มาสนใจก็ไม่รู้..

 

 

คนที่ยืนฟังเงียบๆ มาสักพักมองจินยองนิ่ง พยายามไม่ตีความหมายเข้าข้างตัวเอง แต่แล้วประโยคสุดท้ายของจินยองก็ทำให้หัวใจของเขาพองโตขึ้นอย่างประหลาด

 

 

ผม.. คิดถึงพี่ คิดถึงทั้งๆ ที่เจอหน้ากันทุกวัน.. ตลกใช่ไหมฮะ?

 

 

 

 

 

 

อือ.. ตลกสิ ตลกมากๆ ด้วย

 

 

จินยองมองมาร์คที่กำลังยิ้มกว้าง นี่อีกฝ่ายกำลังขำเรื่องที่เขาพูดจริงๆ ใช่ไหม ริมฝีปากอิ่มยื่นออกมาอย่างขัดใจกับรอยยิ้มของคนตรงหน้า

 

 

 

 

 

 

ตลกที่พี่ก็คิดถึงนาย ทั้งๆ ที่เราเจอกันทุกวันเหมือนกัน..

 

 

 

พี่มาร์ค..”

 

 

มาร์ครวบตัวจินยองเข้ามากอด เขาหัวเราะเบาๆ อยู่ข้างใบหูแดงๆ นั่น

 

 

 

ถ้าไม่ห่างกันซะบ้าง ก็ไม่รู้ถึงความสำคัญของอีกฝ่าย ไม่รู้เลยว่า.. โลกที่ไม่มีอีกคนอยู่ด้วยมันเงียบเหงาแค่ไหน สีสันในชีวิตของเขา ถูกเติบเต็มก็เพราะมีจินยองก้าวเข้ามา ต่อให้อีกฝ่ายจะเรียกร้องมากกว่านี้ เขาก็เต็มใจทำให้ ขอแค่มีเด็กตรงหน้าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต.. ก็พอ

 

 

 

 

 

-END-

 


 

-----

 

 

แถม..

 

 

 

ความจริง.. ที่เราไม่คุยกันคราวนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีนะ

 

ดียังไงฮะ?

 

อย่างน้อย.. ก็ทำให้รู้ว่า พี่ก็มีความสำคัญกับนายบ้าง..

 

คิดไปเอง.. ผมไม่ได้พูดซักหน่อย!”

 
 

จินยองดิ้นให้ตัวเองหลุดจากอ้อมกอดของคนเป็นพี่ ก่อนจะเบ้ปากใส่อีกฝ่าย ซึ่งนั่นทำให้มาร์คหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

 

ทำแบบนี้แสดงว่าไม่อยากให้พี่มาปลุกตอนเช้าแล้วใช่ไหม?

 

ไม่ใช่สักหน่อย เรื่องนั้นพี่รับปากไปแล้วนะ จะมากลับคำได้ยังไง!!”

 

เอาแต่ใจ!!”

 

พี่มาร์ค!! นี่หลอกด่าผมเหรอ!!!”

 

 

มาร์คหัวเราะหน้าตาขึงขังของอีกฝ่าย อยากจะบอกเหลือเกินว่าต่อให้จินยองเอาแต่ใจมากกว่านี้ เขาก็ยอมตามใจทั้งหมด ถ้ามันจะทำให้อีกฝ่ายยิ้มกว้างให้เขาเสมอ

 

 

ไม่ต้องมาหัวเราะเลย.. แล้วไหนของขวัญที่บอกว่าจะให้?”

 

 

พอเรื่องที่ค้างคาใจจบลง เจ้าตัวแสบก็ทวงของขวัญวันเกิดหน้าตาเฉย นั่นยิ่งทำให้มาร์คนึกหมั่นเขี้ยวคนตรงหน้ามากยิ่งขึ้นไปอีก ฝ่ามือหนายกขึ้นยีผมเด็กหนุ่มจนยุ่งเหยิง

 
 

 

หลับตาสิ

 

 

จินยองขมวดคิ้วกับคำสั่งตรงหน้า สงสัยไม่น้อยว่าทำไมเขาต้องหลับตาด้วย แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ส่งยิ้มมาให้ ไม่ยอมบอกอะไรสักอย่าง จึงยอมทำตามในที่สุด

 

 

มาร์คมองคนตรงหน้าที่แม้จะหลับตาลงแล้ว แต่ริมฝีปากนั่นก็ยังยื่นออกมาจนน่าหมั่นเขี้ยว ก่อนจะตัดสินใจจุ๊บลงไปบนปากหยุ่นๆ นั่นเบาๆ ซึ่งทำให้คนที่โดนจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวลืมตาขึ้นมาในทันที อ้าปากค้างเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็ยกมือขึ้นมาปิดปากเอาไว้แน่น หน้าแดงเรื่อลามไปจนถึงใบหู

 

 

รักนายนะ.. เด็กเอาแต่ใจ..

 

 

 

จบเถอะ

 

 

 

-----



talk:


เป็นฟิคที่แต่งไว้นานแล้วแหละ ตั้งใจจะลงวันเกิดจินยอง
แต่สุดท้ายก็แต่งไม่จบซะที >___<
หยิบมาแต่งต่อวันนี้ให้จบจนได้ เย้ๆๆ

นึกชื่อเรื่องไม่ออก? เอาเป็นชื่อนี้ไปแล้วกัน.. #เศร้าแป๊บ
ฝากแท็ก #มนลูกอม ด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ
@tinna2706


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #55 pa_ern (@pa_ern) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 19:13
    เขิน เขินมาก เขินมากๆๆๆๆๆ
    ถึงจินยองจะเอาแต่ใจแค่ไหน พี่มาร์คก็ยังตามใจอยู่ดี
    #55
    0
  2. #47 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 20:07
    น่ารักอ่ะ :)

    แต่ที่มากกว่าฟิคคือ ต้องขอบคุณที่ทำให้เราจำอารมณ์ของการมีทิฐิแบบเด็กๆ กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหมือนตอนที่จินยองไม่ยอมคุยกับมาร์คได้

    พอแก่ตัว ความเป็นเหตุเป็นผลมันทำให้ลืมอารมณ์แบบนั้นไปเลยค่ะ มันก็อาจเกิด แต่เกิดได้ยาก แป๊บๆ หาย พอได้อ่านที่คุณเขียนกระเทาะความไม่สบอารมณ์ของจินยองออกมาอย่างชัดเจนแล้วรู้สึกว่า เออ เรากำลัง missing something in my mind จริงๆ มันไม่ใช่การหายไปที่ไม่ดี แต่การรู้จักกับอารมณ์แบบนี้มันเหมือนช่วยฟื้นบางเศษเสี้ยวในการเป็นคนอ่ะ
    #47
    0
  3. #21 บุญเนื่อง™ (@pnior-) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 02:10
    รอไรกันอยู่เขิลสิครัช55555 ชอบจัง ตอนที่งอนแล้วแยกโต๊ะไปนั่งกับสต๊าฟ ถึงหอพักแล้วเข้าห้องเลย เข้าข้างนยอองนะ อิิอิ ชอบที่พี่มาร์คโดนนยองโกรธ น่าจะซักอาทิตย์ค่อยคืนดีกัน555555
    #21
    0
  4. #19 มายด์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 13:50
    น่ารักมากๆๆเลยคู่นี้ คนน้องขี้งอล คนพี้ก็ขี้ตามใจ เหมาะสมอะไรกันเช่นนี้ นี่น่ารักขนาดอ่านไปยิ้มไป หุบยิ้มแทบไม่ลง ชอบที่ไรท์เอาเหตุการณ์โน่นนี่มาปะติดปะต่อกัน เสมือนว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงๆๆเลย กลายเป็นฟินขั้นสุด ชอบมากน่ารักมาก ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆๆ แบบนี้นะค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งหมั่นเขี้ยวเด็กปากแข็ง ต้องให้พี่มาร์คจุ๊บบ่อยๆๆนะ ปากจะได้อ่อนนุ่ม....อ๊ายยยย

    ปล. ตอนที่จินยองหยิบถุงเท้าเอง แล้วเจอบนสุดนี่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่ไหมค่ะไรท์ มีผู้ชายแอลเอเอามาวางไว้ให้รึเปล่าน้าาาาา ^////^
    #19
    0
  5. #18 Angalgel (@zinlanimie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 13:21
    อ่านแล้วเขิน ฟหดเ้่าสวว แบบว่าน่ารักมากจริงๆ ดูแลกันไปตลอดเลยนะ แงๆ ห่างกันแล้วจึงได้รู้ว่าอีกคนสำคัญขนาดไหน ชอบบ -///////-
    #18
    0
  6. #15 Hakusetsu (@blingerjh90) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 00:31
    น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ลุ้นแทบตายกว่าจินยองจะพูดออกไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป แล้วดูพี่มาร์คแอบสงสารเบาๆ5555555555555555555555 น่ารักมากกกกกกจริงจังเลยยยย555555555555 ชอบตอนพี่มาร์คจุ้บ-/////- 5555555555555555555555 น่า-รัก-มาก ให้ไรเตอร์เลออออ 55555555555555
    #15
    0
  7. #14 ` Kathy (@moussessykath) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 22:54
    น่ารักน่ารักน่ารัก .///////. เขินตัวบิดเลย จินยองแค่ไม่รู้ใจตัวเองแค่นั้นเอง ชอบที่พี่มาร์คห่วงจินยองอะเหมือนเด็กเลยยย
    #14
    0
  8. #13 ใบไม้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 22:43
    โอย น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกทั้งคู่เบยยยยยย จินยองเด็กดื้อจริงๆแหละ ต้องให้มาร์คคอยบอกคอยสอนอยู่เรื่อย เอาแต่ใจก็เก่งแต่ยังไงมาร์คก็รักอยู่แล้วอะ 5555 ต่อให้ดื้อขนาดไหนก็เถอะ ของขวัญมาร์คนี่ทำจินยองหน้าแดงได้ขนาดนี้ เด็กน้อยเอ้ย น่ารักอะไรอย่างนี้
    #13
    0