❀ Realistic love

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 พ.ค. 61

 

บทนำ

“... So now my time is up Your game starts, my heart moving? Past time has no meaning for us, it's not enough Will we make it better or just stand here longer Say it  we can't end here till we can get it enough!

และแล้วเวลาของฉันก็หมดลง เกมของเธอเริ่มขึ้น หัวใจฉันก็เต้น? เวลาในอดีตไม่มีความหมายสำหรับเรา มันไม่พอ!

เราจะทำให้มันดีขึ้น หรือ จะยืนอยู่อย่างนี้ต่อไป พูดสิว่า เราจบลงตรงนี้ไม่ได้จนกว่าเราจะได้มันมากพอ

ฉันยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนหลายร้อยคนที่ส่งเสียงกรี๊ดกับโชว์บนเวที เสียงเบสหนักๆ และเนื้อหาของเพลงทำฉันใจเต้นนั้นยังไม่เท่ากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่จ้องมองลงมาที่ฉัน เราสบตากันอยู่สักพัก  จากนั้นเขาก็เดินลงจากเวทีมาในทิศทางที่ฉันยืนอยู่ เข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน  ฉันไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเลย ทุกอย่างมันเงียบไปหมด  ได้ยินเพียงแต่เสียงกระซิบของเขาว่า         

ตื่นจากฝันได้แล้วยัยบ้า  แล้วทุกอย่างก็ ..

ตุ้บ!

เสียงอะไร?

เสียงฉันหล่นตุ้บลงจากเตียงนะสิ  ฮือ 

เอาละ ทำไมฉันถึงฝันแบบนี้หรอ?  ย้อนกลับไปวันที่  23 ตุลาคม 25XX  วันเกิดยัยซันนี่เพื่อนรักเพื่อนเลิฟมากของฉันเอง ยัยซันนี่สาวสวย รวย เลิศ เพอร์เฟค  จัดงานปาร์ตี้วันเกิดที่ห้องใต้ดินของบ้านเธอ นั่นไม่เท่าไรหรอกแค่จิบๆมากสำหรับเธอ ที่เด็ดกว่านั้นก็คือเธอจ้างวง ‘Jekyll and Hyde’  มาเล่นในงาน  เพราะเธอชอบ แฮชมือกลองของวงที่เป็นหนุ่มขี้เล่น แสนทะเล้น  เสน่ห์เหลือล้นจริงๆ  ซันนี่คลั่งแฮชมาก แต่ยังไม่เคยคุยกับเขาสักคำ เธอจึงจะใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกับเขา ไม่เพียงแต่แฮชเท่านั้นที่มีเสน่ห์  ยังมีมือเบสอย่าง ยูหนุ่มมาดเซอร์ที่ชอบเอาผมปิดหน้า เหมือนจูออน  (จริงๆก็หล่อแบบเซอร์แหละ) สาวกรี๊ดเยอะไม่แพ้กัน ด้วยภาพลักษณ์ที่เซอร์แบบมีสไตส์(?) ที่ถึงแม้ว่าฉันจะมองว่ามันซกมกแค่ไหน สาวๆพวกนั้นก็กรี๊ดกันอยู่ดี  มาถึงคนต่อไปมือกีต้าร์ที่ชอบการออกกำลังกายและรักเสียงดนตรีไปพร้อมๆกัน เคยมีข่าวลือด้วยล่ะว่า ปาล์มยกดัมเบลไป แต่งเพลงไป  คือฉันว่ามันก็อาจจะทำได้นะ แต่เนื้อเพลงจะเป็นยังไงเนี่ยสิ จะเกี่ยวกับดัมเบลไหม? หรือนักกล้าม? 

เอาละฉันว่าฉันบรรยายภาพลักษณ์ของวง Jekyll and Hyde ย้ำแย่ไปแล้ว ฮ่าๆ ฉันไม่ได้แอนตี้หรอกนะ แต่หนุ่มพวกนี้ฮอตจนฉันแอบหมั่นไส้อยู่เล็กๆล่ะ คนสุดท้ายร้องนำของวง เขาชื่อ โฟร์ ชื่อของเขามีที่มา ไม่ใช่ลูกคนที่ 4 นะ -_-

F = Falcon  สายตาเปรียบดั่งเหยี่ยว หมายถึงสายตาของนักล่า

O = Opulence  ความมั่งคั่ง ร่ำรวย

U = Unique  เป็นคนที่พิเศษ หาผู้ใดเปรียบไม่ได้ มีลักษณะเฉพาะตัว

R = Rampant  รุนแรง และดุร้ายเหมือนดั่งสัตว์ป่า

แค่ที่มาก็บ่งบอกได้เลยว่าเป็นคนอันตรายมากๆ แต่ฉันก็ไม่เข้าใจทำไมผู้หญิงถึงชอบคนเลว? คือแบบมันเร้าใจใช่ไหม 

“ตินตินแกดูแฮชสิ เท่เป็นบ้าเลย!”  นั่นแหละชื่อฉัน ตินติน’  หมายเหตุ:กรุณาพิมพ์ด้วยสระอิ 

“นั่นใช่คำที่แกควรจะพูดหรอ เมื่อกี้เห็นเขาจูบกับสาวอกสะบึ้มตูมตูม ยังบอกว่าเกลียดอยู่เลย” จริงๆแล้วเรารู้ประวัตินักดนตรีวงนี้ดี เรื่องผู้หญิงนี่อย่าให้พูด (แต่ขอพูดนิดนึง)  เปลี่ยนไปเรื่อยๆเบื่อก็เซย์บาย

“โถ่! แกก็รู้ว่ามันเป็นธรรมดาของผู้ชาย”

“แกหลงเขามากไปแล้วนะซันนี่ ระวังเถอะโดนหักอกขึ้นมาแล้วจะช้ำใน”

“แกก็อย่าพูดแบบนี้สิ ฉันกลัวนะ

“แกก็สวย หาคนที่ดีกว่านี้ได้อีกเยอะ”

“อุ้ย! ตินตินชมเค้าด้วยอ่ะ เขิน”

-_-

“เลิกทำหน้าแบบนั้นเถอะ หน้าแกแลดูเบื่อโลกมากเลย เบื่อปาร์ตี้วันเกิดเค้าหรอตัวเธอ”

“ก็ ... เปล่า แค่มันดูไม่ใช่ฉันยังไงไม่รู้ งานแกหรูทุกครั้งเลยฉันไม่ชิน”  ถึงวันเกิดซันนี่ทีไร ฉันต้องหาชุดให้เข้ากับธีมงานยัยนี่ทุกที      2 ปีก่อน ธีม สวัสดีชาวเกาะ’  ตอนแรกฉันก็คิดนะว่าฉันต้องไปหากะลามาครอบหน้าอกรึเปล่า  แต่พอซันนี่อธิบายฉันก็เข้าใจเลย   ว่าทุกคนที่มางานต้องใส่เกาะอก ส่วนผู้ชายยัยนั่นอนุโลมให้ใส่เสื้อได้แต่เป็นเสื้อกล้ามนะ หรือจะไม่ใส่ก็แล้วแต่                             ปีที่แล้วจัดธีม แฟรี่เทลเล่นเอาหาชุดแทบตาย จะต้องเป็นอะไรที่หรูหรา(มาก) ยังดีที่ปีที่ไม่มีธีมเลยแต่งชุดธรรมดาเท่านั้น

“ตินตินแกควรชินได้แล้วที่มีเพื่อนสวย รวย ขนาดนี้!”

“จ้ะจ้ะ แล้วนี่บีกับน้ำหนิงไปไหน?” ฉันถามหาเพื่อนสนิทอีกสองคน จริงๆแล้วเราทั้งสี่คน (ฉัน ซันนี่ บี น้ำหนิง) เรียนคนละคณะกัน ฉันเรียนบริหารธุรกิจ บีเรียนอักษรศาสตร์ ส่วนซันนี่กับน้ำหนิงเรียนนิเทศศาสตร์  เราสนิทกันมาตั้งแต่ม.ต้นแล้ว ผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ

“บีกำลังมาพร้อมชิน ส่วนน้ำหนิงโทรมาบอกว่าติดถ่ายแบบที่รังสิตจะตามมาทีหลัง”  ชินที่ซันนี่พูดคือแฟนของยัยบี คบกันได้ 3 ปีแล้ว  นอกจากฉันจะมีเพื่อนเป็นไฮโซสาวพราวเสน่ห์อย่างซันนี่แล้วฉันก็ยังมีเพื่อนเป็นนางแบบอย่างน้ำหนิงนะคะ ส่วนบีรายนั้นเจ้าแม่แฟชั่นสุดๆ คอยอัพเดตเทรนด์อยู่ตลอด แล้วฉันล่ะ? ฮ่าๆ ฉันก็มีดีนะ คือ กินเก่ง ฮ่าๆ

“อืม”

“แกฉันถามอะไรหน่อยสิ ในวง Jekyll and Hyde แกชอบใคร?”

“แกน่าจะรู้คำตอบนะว่า ไม่”

“เอาแบบไม่อคติสิ แบบว่าเห็นหน้าครั้งแรกแล้วใช่เลย สามีในอนาคต”  เห็นหน้าครั้งแรกหรอ ... อืม

“โฟร์...ล่ะมั้ง ดูรวยดี ฮ่าๆ”  แต่หลังจากที่ดูที่มาของชื่อแล้ว ฉันว่านั่นมันไม่เข้าท่าเลย

“หืม จริงหรอ? J 

“เสียงแกเป็นไรอ่ะซันนี่” ฉันเงยหน้ามองซันนี่ แล้วถามออกไป ยัยซันนี่ส่ายหัวพลางบอกว่า

“นั่นไม่ใช่ฉันนะ ข้างหลังแกต่างหาก -0-”

ฉันจึงหันหลังไปมอง ก่อนจะตกใจเมื่อคนที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันคือโฟร์ แต่ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว ยังมีทั้งยู แฮช ปาล์ม (มาครบเชียว) เขาพูดแบบนี้แสดงว่าได้ยินที่ฉันคุยกับซันนี่นะสิ = =;

“เอ่อ ..” ฉันหันหน้าไปหาซันนี่ และส่งสัญญาณ S.O.S

“อ้าวหนุ่มๆ ใกล้ได้เวลาแล้วน้า รีบขึ้นไปเช็คเสียงก่อนไหม”  เยี่ยมมาก!

“เออไปเถอะ จบงานนี้ต้องไปเล่นที่อื่นต่อเว้ย”  เสียงแฮชพูดขึ้น แล้วพวกเขาก็เดินไปเตรียมตัวที่เวที                                           ส่วนโฟร์ เขายิ้มให้ฉันสักพักแล้วก็เดินไปที่เวที...

“กรี๊ดดดด โฟร์ยิ้มให้แกด้วยอ่ะ >//<

“นี่แกจะเขินทำไม รอยยิ้มนั่นมันไม่ใช่อย่างที่แกเห็นหรอก นั่นมันรอยยิ้มอสูรชัดๆ”

“นี่แกตายด้านไปแล้วหรอย่ะ ห้ะ! หรือว่า ... แกชอบผู้หญิง”  ซันนี่พูดบอกพลางขยับหนีฉัน

“บ้าป่ะ ไปๆ คอนเสิร์ตจะเริ่มแล้ว”

เสียงเครื่องดนตรี ดังกระหึ่มไปทั่วห้องใต้ดิน (ไม่ต้องกลัวเพื่อนบ้านด่า ห้องเก็บเสียงจ้ะ) ตอนนี้เริ่มเพลงที่ 2 แล้ว ความมันส์ค่อยๆเพิ่มระดับขึ้น ฉันแอบเห็นว่าบีมาถึงแล้ว กำลังแดนซ์ออนเดอะฟลอร์กับชินอย่างเมามันส์ ตอนนี้ฉันกับซันนี่อยู่โซนหน้าสุด             ฉันเต้นไม่เก่งเลยได้แต่ส่ายตัวไปมา มองนู่นมองนี่เรื่อยเปื่อย จนไปสบตาเข้ากับโฟร์เข้า ที่จริงแล้วเราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แค่เคยเรียน Section เดียวกัน (พวกเขาอยู่ปี 3 ฉันอยู่ปี 2) การที่เขาเข้ามาพูดกับฉันในวันนี้มันทำให้ฉันแปลกใจ เพราะฉันก็ไม่ใช่คนสวยและไม่ใช่สเปคเขาด้วยซ้ำ ฉันคิดไปเรื่อยจนลืมว่ากำลังสบตากับเขาอยู่ พอได้สติเลยรีบหลบตาแบบเนียนๆ                            แต่ก็แอบมีชำเลืองมองบ้าง อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขามองฉันอยู่รึเปล่า  แล้วเขาก็มองฉันอยู่จริงๆ พร้อมกับเดินลงมาจากเวที       มาหยุดลงที่หน้าฉัน แล้วกระซิบว่า

“ตื่นจากฝันได้แล้วยัยบ้า หยุดยิ้มให้ฉันสักที”

!!!!  เขาพูดประโยคนั่นก่อนจะยิ้มแล้วเดินขึ้นเวทีไปเหมือนเดิม ฉันมั่นใจว่าคนรอบข้างไม่ได้ยินที่เขาพูดกับฉัน ถึงได้ส่งเสียงกรี๊ดและทำหน้าตาเคียดแค้นใส่ฉัน

“กรี๊ดดด ตินติน ฉันอิจฉาแกจัง โฟร์เขาพูดว่าอะไร บอกมานะ ><

“ตื่นจากฝันได้แล้วยัยบ้า หยุดยิ้มให้ฉันสักที -_-” ถ้าฉันบอกว่าไม่มีอะไร ยัยซันนี่คงไม่เชื่อ

“โกหก” แต่ใครบอกล่ะว่าถ้าบอกความจริงแล้วซันนี่จะเชื่อ =_=

“ตามใจ ฉันรู้สึกไม่ค่อยดี โทษที ขอกลับก่อน แล้วเจอกัน” ฉันพูดอย่างรวดปรื้อ และเดินออกไปอย่างเร่งรีบ มิวายหันไปมองคนบนเวทีอีกรอบ แล้วก็เห็นว่าเขามองฉันอยู่ก่อนแล้ว! ก่อนจะยักคิ้วให้ฉัน  ฉันจึงออกมาทันที

ตาบ้านี่ต้องการอะไรนะ L

 

 

 


TALK :)
 สวัสดีค่ะ ทุกคน ไม่รู้จะมีคนกดเข้ามาอ่านมั้ย TT 
ยังไงฝากเรื่องนี้ด้วยนะคะ เม้นให้กำลังใจไรท์บ้างนะคะ 5555555
จะได้มีกำลังใจแต่งต่อไป ช่วงนี้ว่างๆ เลยลองแต่งดูค่ะ มหาลัยยังไม่เปิด อิอิ
ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านกันนะค่ะ  มีข้อผิดพลาดตรงไหนก็เม้นบอกกันได้น้า 
รักทุกคน >333

:)  Shalunla 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น