[Fantastic Beasts.] Ad Sanandum || Credence Barebone X Oc

ตอนที่ 3 : ad sanandum. || 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 ก.ค. 63


03

 

 

       “มีอะไรเหรอนิม?” ร่างสูงเพรียวของหนุ่มหล่อแห่งบ้านเรเวนคลอหันมาถามเมื่อเห็นเธอที่เดินอยู่ดีๆก็หยุดนิ่ง

 

       นิมูเอหรี่ตาลง ก่อนจะบอกกับเพื่อนเบาๆ

       “พวกเธอกลับเข้าปราสาทไปก่อนเถอะ”

 

       “เอ๋?” เคย์เลิกคิ้ว

       “ไม่ไปด้วยกันหรอกเหรอ?”

 

       ดวงตาสีฟ้าซีดมองเลยไปยังสีหน้างุนงงปนเป็นห่วงของสองแฝดบ้านกริฟฟินดอร์และวีนัส แล้วยิ้ม

 

       “ฉันไม่เป็นไรหรอก...แค่นึกได้ว่ามีเรื่องที่ต้องทำน่ะ ไปเถอะ”

 

       เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ซีดค่อยๆพยักหน้า

 

       “งั้นเจอกันตอนมื้อเย็นนะ”

 

       “เจอกันนิม”

 

       เธอยกมือขึ้นโบกกลับให้ลอเรียนน้อยๆ

 

หลังจากยืนมองพวกเขาเลี้ยวเข้าปราสาทจนลับตาไปแล้ว ร่างบางก็หมุนตัวแล้วมุ่งหน้าไปอีกทางทันที

 

กลุ่มคนในชุดเสื้อคลุมกำลังชุมนุมอยู่ริมทะเลสาบ

เท่าที่เห็น มีคนหนึ่งถูกผลักลงไปกับพื้น

 

นิมูเอจำใบหน้าของหนึ่งในนั้นได้

 

ลูซิเลียส เทรมเบลย์

เขาเป็นเด็กฮัฟเฟิลพัฟปีเดียวกับเธอ...และเป็นอันธพาล

 

เด็กฮัฟเฟิลพัฟกลายมาเป็นอันธพาลอันดับต้นๆของโรงเรียนได้ยังไงน่ะเหรอ?

ก็เห็นๆกันอยู่ว่าเพราะหมวกคัดสรรเลือกส่งไปผิดบ้าน

 

แย่สุดๆ...

ถึงแม้เธอจะเป็นเลือดบริสุทธิ์และเป็นสลิธีริน แต่เธอก็ไม่ได้ชอบนักหรอกกับการที่เขาเอานามสกุลของเฮลก้า ฮัฟเฟิลพัฟที่เป็นถึงหนึ่งในผู้ก่อตั้งฮอกวอตส์ไปทำให้ภาพลักษณ์เสื่อมเสีย

 

เธอสูดหายใจลึกแล้วก้าวยาวๆเข้าไปเอามือปัดแขนของเขาที่กำลังจะยกคอเสื้อนักเรียนคนนั้นขึ้น

 

“อะไรวะ?!!” เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มแยกเขี้ยว ทำท่าจะฟาดหมัดใส่ในตอนที่เห็นหน้าเธอชัดๆ

 

“ท-เทอร์เนอร์”

 

นิมูเอกอดอก จ้องหน้าเขานิ่งๆ

“ไม่คิดว่าหลังจากโดนทำโทษให้คัดตำราหนาๆสี่เล่มให้เต็มกระดาษยาว150ซม.แล้ว ยังจะมีเวลามาทำตัวอันธพาลใส่ชาวบ้านแบบนี้ด้วยนะ เทรมเบลย์”

 

อีกฝ่ายหน้าซีดลงไปขั้นหนึ่ง ก่อนจะเชิดคางขึ้น

 

“มาขวางแบบนี้อยากเจ็บตัวรึไง?”

 

เด็กสาวเลิกคิ้ว

“นายนั่นแหละ มาขวางแบบนี้อยากเจ็บตัวรึไง?”

 

ดวงตาสีฟ้าซีดเย็นเยียบลง

 

“อย่าลืมนะ...ว่าฉันเป็นใคร” เธอเดาะลิ้น

“กับการที่จะทำให้ตระกูลเทรมเบลย์เสียหน้าจนมาลากนายกลับบ้านแทบไม่ทันน่ะ ง่ายนิดเดียว”

 

“ฉันไม่รู้เธอพูดเรื่องอะไร เทอร์เนอร์”

 

“อ๋อเหรอ?” เด็กสาวยกยิ้ม

“เอ...จริงรึเปล่าน้า ที่ว่านายน่ะเคยแอบเข้าหอหญิงของฮัฟเฟิลพัฟ?”

 

“พูดบ้าอะไร!!” ลูซิเลียสขึ้นเสียง

 

“เธอไม่รู้อะไร อย่ามาพูดดีกว่า”

 

“แหม...” นิ้วเรียวเคาะลงกับแขนตนเอง

“ฉันน่ะ ไม่รู้อะไรจริงๆแหละ...”

 

“แต่คำพูดของคนไม่รู้อะไรกับคนที่รู้อะไรมันก็มีความน่าเชื่อถือพอๆกันไม่ใช่เหรอ สำหรับคนฟังน่ะ?”

 

คู่สนทนาขบกรามแน่น ก่อนจะตัดสินใจถอยออกไปจากเธอและเด็กนักเรียนคนนั้นอีกก้าว

“ต้องการอะไร?”

 

นิมูเอหันไปมองใบหน้าของผู้ถูกกระทำ แล้วกดคิ้วลง

 

...นั่นมันเอคเบิร์นไม่ใช่เหรอ?

 

แทบจะยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วแต่ข่มมันได้ทัน เด็กสาวถอนหายใจ

 

“หมอนี่ของฉัน...ห้ามแตะต้อง”

“เข้าใจนะ?”

 

เด็กหนุ่มอันธพาลมองหน้าเธอสลับกับร่างสูงบางนั้นสองสามที ก่อนจะพยักหน้า

 

“แค่นี้ใช่มั้ย?”

 

“อืม...แค่นี้แหละ” เธอสะบัดหัวพยักเพยิดไปที่อาคารหินสีเทาด้านหลังพวกเขา

“ไปได้แล้ว”

 

ลูซิเลียสฮึดฮัดอยู่สองสามที แล้วจึงสะบัดเสื้อคลุมไปด้านหลังพลางหมุนตัวเดินกลับปราสาท

“พวกเรากลับ!!

 

เธอมองภาพนั้น และตัดสินใจพูดเสียงดังตาม

“อ้อ แล้วก็นะ เทรมเบลย์”

 

ร่างเพรียวที่ภายใต้น่าจะเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาหยุดกึก แล้วเบือนหน้ากลับมาเล็กน้อยพร้อมส่งสายตาเชือดเฉือนให้ราวกับจะพูดว่า

 

มีอะไรก็รีบๆบอก ฉันจะไปหาคนมาอาละวาดแก้เบื่อต่อ

 

นิมูเอรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มร้ายกาจที่คืบคลานขึ้นไปบนใบหน้าของเธอขณะที่ต่อประโยคจนจบ

 

“วีนัสน่าจะอยู่ที่ระเบียงแถวห้องสมุดนะ...อย่าไปทำเธอตกใจล่ะ”

ลูซิเลียสเบิกตากว้าง ตกตะลึงไปชั่ววินาทีก่อนจะขบกรามแน่นแล้วสะบัดหน้ากลับ

 

ไอ้อันธพาลเอ๊ย...

 

เธอเห็นหรอกว่าหน้าเขาแดงตอนที่ประมวลผลเรื่องวีนัสเสร็จ

 

ก็หวังว่าจะสมหวังแล้วหายจากอาการอันธพาลนี่สักทีนะ เทรมเบลย์

แอบชอบเขามาตั้งแต่ปีห้าจนแอบปีนหอหญิงไปดูเขาหลับเลยไม่ใช่รึไง?

 

นิมูเอก้มลงมองหญ้าเขียวแถวรองเท้าของเธอ อมยิ้มเงียบๆ

 

ในที่สุด เธอก็หุบยิ้มลงแล้วหันกลับมาหาร่างสูงด้านหลังที่กำลังยืนก้มหน้าคล้ายเด็กที่ทำผิดแล้วรอโดนลงโทษ

 

“เพิ่งมาไม่กี่วันก็มีเรื่องแล้วเหรอ เดรซเบียน?”

 

เจ้าตัวเหลือบขึ้นมามองเธอด้วยดวงตาสีเข้มคู่นั้น แล้วก้มงุดลงไปอีก

 

“ไปทำอีท่าไหนเทรมเบลย์ถึงได้พาพวกมารุมนายเนี่ย?”

 

เอคเบิร์นห่อไหล่ ยิ่งดูตัวลีบเล็กไปอีก

 

อะไรมันจะขี้กลัวขนาดนี้พ่อคุณ

 

เด็กสาวปัดปอยผมสีน้ำตาลเข้มออกจากดวงตา แล้วพูดด้วยเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำกว่าเดิม

“ฉันถาม ทำไมไม่ตอบ?”

 

ร่างบางก้าวเข้าไป แตะไหล่เขากะจะดึงมันขึ้นมา

 

แต่ทันใดนั้น เด็กหนุ่มก็ทำสิ่งที่เธอคาดไม่ถึง

 

เขาสะดุ้งโหยง มือยกขึ้นป้องหัวพลางทรุดลงไปคุดคู้อยู่ตรงโคนต้นไม้

 

นิมูเอชะงักค้างในตอนที่เห็นรอยอะไรบางอย่างบนผิวสีซีดราวกับนมจืดเย็นๆซึ่งโผล่ออกมาจากแขนเสื้อ

 

นั่นมัน...

 

เธอค่อยๆนั่งลงข้างเขา

 

“เฮ้ เดรซเบียน...ใจเย็นๆ” มือเรียวเอื้อมออกไป ดึงข้อมือของเขามาหาตัวช้าๆ สังเกตลมหายใจที่ติดขัดนั้นเงียบๆ

“หายใจลึกๆ”

 

เอคเบิร์นสูดหายใจยาว แล้วร่างกายที่เกร็งของเขาก็ค่อยๆสงบลง

 

“...นะ”

 

นิมูเอเลิกคิ้ว ก้มลงไปใกล้ๆ

“ไงนะ?”

 

“ขอโทษนะ” เด็กหนุ่มพูดเสียงเบาหวิว ขยับร่างขึ้นมานั่งให้สบายขึ้น

 

เธอยิ้มบางๆ

“ไม่เป็นไร หมอนั่นน่ะชอบทำตัวน่าหมั่นไส้แถมกร่างไปทั่วแบบนั้นเป็นปกติอยู่แล้ว”

 

“แล้วเธอจะไม่เดือดร้อนเหรอ?”

 

“อย่างเทรมเบลย์น่ะนะ?” เด็กสาวเอนหลังพิงกับต้นไม้ กระตุกหัวคิ้ว

“ถ้ากล้าพอก็ลองดู”

 

ความเงียบโรยตัวลงระหว่างทั้งสอง

 

ดวงตาสีฟ้าซีดเหลือบมองแขนเสื้อของคนข้างๆ แล้วถามขึ้น

“นั่นน่ะ...แผลเป็นใช่มั้ย?”

 

เอคเบิร์นก้มลงมอง สีหน้าซีดเผือดลงเมื่อเห็นว่ารอยเหล่านั้นเปิดเผยออกมาสู่สายตาคนอื่นก่อนจะรีบร้อนดึงเสื้อคลุมลงมาปิดมันจนมิด

 

“อืม...” เขาอ้อมแอ้มตอบ

 

เด็กสาวโคลงหัวเป็นเชิงรับรู้ มือเรียวแตะแขนเขาแล้วดึงมาหาช้าๆเหมือนกับตอนที่เขาทรุดลงไปบนพื้น

 

“ดูหน่อยนะ”

 

เขาเพียงแค่เบือนใบหน้าหล่อเหลาอมทุกข์นั้นไปอีกทางแล้วยอมให้เธอเลิกแขนเสื้อขึ้นอีกครั้ง

 

นิมูเอไล้นิ้วไปบนผิวสีขาวซีดราวกับน้ำนมที่ถูกทำให้มีตำหนิด้วยเส้นแผลเป็นคล้ำเหล่านั้น หัวใจอ่อนยวบขณะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้านภายใต้มือ

 

“...พวกเขาตีนายเหรอ?” เธอถามเบาๆ

“ที่อิลเวอร์มอร์นีน่ะ?”

 

“อะไรนะ?” ดวงตาสีนิลนั้นหันขวับกลับมา

“เปล่า ไม่ใช่พวกเขาหรอก...จะตีฉันได้ยังไงกัน” ปลายเสียงนั้นแผ่วลงๆเรื่อยๆ

 

เธอมองแผลเหล่านั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย

 

“นาย...โดนมากี่ปีแล้ว?”

 

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง

“...ไม่รู้สิ” ใบหน้านั้นดูหม่นเศร้าลงไปอีก

“ตั้งแต่จำความได้ฉันก็อยู่กับอะไรแบบนี้แล้ว...คุณแม่บุญธรรมของฉันเป็นคนเจ้าระเบียบน่ะ”

 

“เจ้าระเบียบกับโหดร้ายมันคนละอย่างกันนะ” เด็กสาวมุ่นหัวคิ้ว

“เข็มขัดงั้นเหรอ?”

 

ร่างสูงบางพยักหน้ารับ

 

“เมอร์ลินช่วย...” เธอถอนหายใจ

“นายเลยตกใจตอนฉันจับใช่มั้ย?”

 

“ก็ส่วนหนึ่ง” เขาเม้มปาก

“มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันนึกถึงตอนที่คุณแม่ทำโทษฉันน่ะ”

 

นิมูเอมองหน้าเขา แล้วม้วนแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวพร้อมกับเสื้อคลุมสีดำลงมาปิด

 

“ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวน่ากลัวใส่นาย”

 

เขาชะงัก ราวกับว่าเพิ่งได้ยินคำขอโทษเป็นครั้งแรกหลังจากหลายปี

 

“นายควรจะรู้ไว้ว่าฮอกวอตส์น่ะ เป็นบ้านและที่หลบภัยของพวกเราหลายๆคน” มือเรียวเอื้อมออกมา แตะที่เส้นผมสีปีกกาซึ่งปรกอยู่เหนือคิ้วเข้มคู่นั้นแผ่วเบา

“ฉะนั้น...ให้มันเป็นที่หลบภัยของนายอีกคนเถอะนะ”

 

เอคเบิร์นตัวแข็งค้างขณะที่เธอค่อยๆลูบหัวเขา เด็กหนุ่มก้มหน้าลงซ่อนสีหน้าไว้ใต้กลุ่มผม

 

“ขอบ...คุณนะ” เสียงนั้นสั่นตรงปลาย และแผ่ว...แต่เธอกลับได้ยินมันชัดราวกับก้องกังวานอยู่ในหัวใจ

“ขอบคุณ...”

 

นิมูเอยิ้ม

ดูๆไป...เด็กอเมริกันคนนี้ก็น่าสนใจดีนะ

 

 

 






TALK WITH FM

กลับมาแล้วแหละทุกโค๊นนนนนนนนน

ทายซิ ตกลงเอคเบิร์นคือใคร?

เฉลยตอนหน้าเน้อออ

ไรท์เปิดเทอมแล้ว กว่าจะมีโอกาสมาอัพอีกทีคงนานเลยแหละ ต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยนะคะ

เจอกันเมื่อเราเจอกัน(?)ค่ะ 5555

ด้วยรักและผมทรงกะลาครอบ

เฟิงมี่ค่ะ>3<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #10 _mmeeww_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 10:22

    มาต่อเร็วๆนะค้าาา สนุกมากเรยยย
    #10
    1
  2. #9 158295456 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 00:29
    มีความสุขอะมากๆเลย
    #9
    0