[Fantastic Beasts.] Ad Sanandum || Credence Barebone X Oc

ตอนที่ 2 : ad sanandum. || 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 ก.ค. 63


02

 

 

       นิมูเอแทบสะดุ้งตกจากเก้าอี้เมื่อมีมือคู่หนึ่งเอื้อมมาดึงผมที่มัดเป็นหางม้าของเธอ

 

       “เอเดรียน!” เด็กสาวหันไปมองร่างสูงปรี๊ดในเสื้อคลุมประดับตราบ้านกริฟฟินดอร์ด้วยดวงตาสีฟ้าซีดที่วาวโรจน์

       “แตะผมฉันอีกทีล่ะก็ได้ไปห้อยหัวคุยกับต้นวิลโลว์จอมหวดแน่”

 

       อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้าน แถมยังระริกระรี้ยิ้มแฉ่งแล้วเชิญตัวเองลงนั่งในพื้นที่โต๊ะกินข้าวของบ้านงูเสร็จสรรพ

 

       “นิมมี่” เขาลากเสียงหวาน

 

       “มีอะไรจะบอกล่ะ”

 

       “อะไร?” เธอกระตุกคิ้ว

       “จอห์นสันโสดอีกแล้ว?”

 

       “ไม่ๆๆๆ” เอเดรียนดบกมือพัลวัน

       “ถ้าอาเรวิต้าโสดอีกจริงๆฉันคงไม่นิ่งขนาดนี้หรอก”

 

       “นั่นนิ่งเหรอ?”

 

       “อือฮึ” เขาพยักหน้าหงึกๆ

 

       “นิ่งสุดแล้ว”

 

       เธอกรอกตาไปมา

 

       ...นี่ขนาดนิ่งสุดนะเนี่ย

 

       “แล้วถ่อมาหาฉันถึงที่นี่ มีข่าวสารอะไรมากระซิบไม่ทราบ?”

 

       เด็กหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ เหล่ตาไปมาทำทีราวกับจะบอกความลับที่สำคัญระดับโลก ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาพูดเสียงเบา

 

       “ฉันไปได้ยินอะไรบางอย่างน่าสนใจมา...”

 

       เธอขมวดคิ้ว เอนตัวเข้าไปใกล้อีก

       “ซึ่งก็คือ...”

 

       เขามองเธออีกครั้งก่อนจะสูดหายใจลึก...

 

       แล้วเธอก็ดันสูดตามโดยไม่รู้ตัว

 

       “โรงเรียนเรา...จะมีนักเรียนแลกเปลี่ยนล่ะ”

 

       “อะไรนะ?” นิมูเอมุ่นหัวคิ้ว

 

       “ได้ยินไม่ผิด นิมมี่” เขายิงฟัน ดวงตาเป็นประกายวิบวับราวกับเด็กน้อยได้ของเล่นใหม่

       “เราจะมีเพื่อนใหม่จากต่างประเทศ”

 

       “ที่ไหน?”

 

       “ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ?”

 

       เด็กสาวนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

       “ก็...น่าประหลาดใจอยู่เหมือนกัน”

 

       นี่มันไม่ใช่ยุคที่มีการประลองเวทย์ไตรภาคีแล้วด้วยซ้ำ ฉะนั้นการติดต่อกับโรงเรียนเวทย์มนตร์อื่นๆจนถึงกับรับนักเรียนของหนึ่งในโรงเรียนเหล่านั้นมาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมก็...ค่อนข้างจะไม่ปกติ

 

       “ใช่ไหมๆ?” เอเดรียนหัวเราะคิกคัก

       “ว้าว นี่มันเยี่ยมไปเลยนะนิม”

 

       แขนเรียวบางยกขึ้นกอดอกขณะมองนิ่งๆไปที่เพื่อนกริฟฟินดอร์ของเธอพล่ามเรื่องความคาดหวังต่างๆท่ามกลางโต๊ะสลิธีริน

 

       “ถ้าเป็นผู้ชาย ฉันอยากให้มาจากเดิร์มแสตรงก์” เขาทำหน้าวาดหวัง

       “ได้ยินมาว่าพวกยุโรปเหนือน่ะเท่ แถมเล่นควิดดิชเก่งด้วย”

 

       “ส่วนผู้หญิง...” เด็กหนุ่มจับหน้าทั้งสองข้างของตัวเอง ตาหวานเยิ้มขึ้นมากว่าปกติมาก

       “หูย...ฉันว่าสาวๆโบซ์บาตงเด็ดมากๆ สำเนียงฝรั่งเศสก็ดูแพงด้วย”

 

       “นั่น จอห์นสันมา” นิมูเอชี้ไปทางประตูโถง

 

       “อาเรวิต้า!” เอเดรียนรีบผงกหัวขึ้นแล้วโบกไม้โบกมือไปทางเด็กสาวผมสีน้ำตาลไหม้คนนั้นอย่างกระตือรือร้น

 

       แต่อาเรวิต้า จอห์นสันก็ไม่ได้ทำอะไรใหญ่โตกลับยกเว้นยิ้มให้แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะยาวของฮัฟเฟิลพัฟ

 

       “อย่างน้อยๆ...” เจ้าของชื่อของเทพีในตำนานกษัตริย์อาร์เธอร์ยกมือขึ้นกุมหว่างคิ้ว

       “นายเลือกให้ได้ก่อนนะว่าจะจีบสาวคนไหนกันแน่ เพราะเท่าที่ดูๆมา ไม่เคยมีใครอยู่กับนายได้เกินหนึ่งอาทิตย์เลย”

 

       “โห่ นิม” เขามุ่ยปาก

       “นอกจากเธอจะไม่ให้กำลังใจฉันแล้วยังพูดให้ฉันเจ็บด้วยเหรอเนี่ย? โหดร้ายเหลือเกิน”

 

       “จี้ใจดำ เอเดรียน” เธอปรายตามองเพื่อนแล้วยกตำราเล่มหนึ่งที่วางอยู่แถวๆมือขึ้นเคาะหัวเขา

 

       “แล้วก็เอาเล่มนี้ไปให้แฝดนายด้วย เขาขอยืมจากฉันอยู่”

 

       “นี่...” เขาก้มลงมองหนังสือแล้วช้อนตาขึ้นมามอง พยายามเหลือเกินที่จะเค้นน้ำตาออกมา

       “นี่เธอไล่ฉันเหรอ?”

 

       “ไม่ได้ไล่ แค่อยากให้นายรีบๆกลับโต๊ะได้แล้ว”

 

       แฝดเอเวอรี่คนพี่เอามือกุมอก สีหน้าบิดเบี้ยวเหยเก

       “เธอทำร้ายมิตรภาพของเราอย่างนี้เหรอ นิม? ฉันเจ็บที่หัวใจมากๆเลยนะ”

 

       นิมูเอกรอกตาไปมาแล้วยันหน้าผากเขาออกไป

 

       “เอามุกนี้ไปหลอกสาวๆของนายเถอะย่ะ ฉันไม่หลงกล”

 

       “นิมมี่...”

 

       “แอ๊บบอตต์” เด็กสาวเมินสายตาของเขาอย่างสิ้นเชิงแล้วหันไปหาเด็กหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนจนเกือบบลอนด์ที่กำลังกัดขนมปังอยู่อีกด้านของโต๊ะ

 

       “หืม?”

 

       “ฉันไปรอที่ห้องเรียนนะ แล้วเจอกัน”

 

       “อ่าฮะ เจอกันเทอร์เนอร์” เจฟฟรีย์ แอ๊บบอตต์โบกมือน้อยๆไล่หลังอย่างงงๆขณะที่เพื่อนร่วมบ้านลุกขึ้นแล้วเดินออกจากโถง ก่อนจะหันหัวมาหาอีกคนหนึ่ง

 

       “ว่าไงเอเวอรี่”

 

       “สวัสดีแอ๊บบอตต์”

 

       “เรื่องนักเรียนใหม่น่ะ...” เด็กหนุ่มบ้านงูลดเสียงลง

       “จริงเหรอ?”

 

       “ฉันเคยโกหกมั้ยล่ะ?”

 

       คู่สนทนามองแฝดเอเวอรี่คนพี่ขึ้นๆลงๆสองสามทีแล้วยกมือขึ้นเกาหัว สีหน้าปั้นยาก

 

       “อืม...”

 

       จะบอกยังไงดีล่ะว่าเจ้าเอเวอรี่เนี่ย โกหกบ่อยกว่าการแกล้งคนของพีฟส์อีก

       ในที่สุด ยามเย็นก็มาถึง

 

       เด็กสาวผู้ได้รับมอบหมายให้ถือครองวัตถุเล็กๆที่เธอคิดว่าแสนอันตรายยิ่งกว่าไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ของจอมมารกรินเดลวัลด์เดินเข้ามาในโถงเพื่อทานอาหารเย็น

 

       “สายัณห์สวัสดิ์ นิมูเอ” เด็กสาวผมสีดำสนิทราวกับปีกกาคนหนึ่งเอ่ยทักทายขณะยกมือขึ้นเท้าคาง ดวงตาสีเขียวอ่อนจางที่ทำให้นิมูเอนึกถึงหยกจากจีนซึ่งพ่อเคยนำมาให้เป็นของขวัญวันเกิดตอนอายุเก้าขวบเต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนฝันขณะมองมาที่เธอ

 

       “สายัณห์สวัสดิ์ เมเดีย” เธอทักกลับพร้อมรอยยิ้มพลางนั่งลงตรงข้ามเจ้าของดวงตาหยกคู่นั้น

 

       “ทำไมวันนี้ถึงอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาจังเลย?” เมเดีย กรีนกราสถาม ใบหน้างดงามชวนลุ่มหลงราวรูปปั้นกรีกที่แม้จะสวยแต่ก็เกินเอื้อมมองไปรอบๆ

       “น็อตต์กับโดโลฮอฟที่ปกติกินข้าวสายก็มานั่งรอกันหน้าสลอน...หวังว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นนะ”

 

       “ไม่มีหรอก” เด็กสาวตาสีฟ้าซีดขมวดคิ้ว

 

       “ศาสตราจารย์ดิพพิตมีเรื่องจะประกาศมั้ง” เจฟฟรีย์เอียงตัวเข้ามาร่วมวงสนทนา

       “อาจจะเป็น...เรื่องนักเรียนแลกเปลี่ยนนั่นก็ได้”

 

       “นักเรียนแลกเปลี่ยน?” เมเดียเลิกคิ้วเข้มสวยนั้นขึ้น

       “รู้มาจากไหนน่ะ?”

 

       “เอเวอรี่คนพี่”

 

       “ระดับความน่าเชื่อถือของสองคนนั้นนี่เข้าขั้นติดลบเลยนะ” เด็กสาวตาเขียวทำหน้าไม่เชื่อ

 

       “ดูไปก่อนละกัน” เขาถอนหายใจ

       “สังหรณ์ฉันบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง”

 

       “สังหรณ์นาย” คุณหนูกรีนกราสเน้นเสียง

 

       “ทำฉันเกือบตกวิชามักเกิ้ลศึกษา”

 

       “โธ่ เมเดีย” เจฟฟรีย์เสียงอ่อน

       “มันไม่ใช่ความผิดของฉันซักหน่อยที่เราทั้งคู่ดันไม่ชอบเรื่องของมักเกิ้ลสักเท่าไหร่”

 

       “ว่าแต่ นิมูเอ” เมเดียเปลี่ยนเรื่อง หันมาหาเธอ

 

       “หืม?” คนถูกเรียกทำเสียงในลำคอเบาๆขณะยื่นมือออกไปพยายามแงะขาไก่งวงย่างเกรียมน่ากินออกมาจากตัว

       “เอ่อ...แอ๊บบอตต์ ช่วยหน่อย”

 

       เด็กหนุ่มจัดการใช้มีดตัดมันอย่างคล่องแคล่วแล้วตักมันใส่จานกระเบื้องของเธอ

 

       นิมูเอพึมพำขอบคุณแล้วหันกลับมาหาเพื่อนสาว

       “ว่าไง?”

 

       “ฉันได้ยินว่ากรินเดลวัลด์ไปปรากฎตัวที่ปารีส แถมเกือบเผาสุสานแปร์ ลาเชสกับทั้งเมืองไปแล้วด้วยถ้าไม่ใช่เพราะมีมือปราบมารไปหยุดมันซะก่อน”

 

       “แปร์ ลาเชส?” เด็กสาวขมวดคิ้ว

       “กรินเดลวัลด์ไปทำอะไรที่นั่น?”

 

       “ไม่รู้เหมือนกัน” ดวงตาสีหยกกวาดไปที่กองยอร์กเชียร์พุดดิ้งก่อนจะหยิบออกมาวางไว้บนจานชิ้นหนึ่ง

 

       “มิสเตอร์เทอร์เนอร์ไม่รู้หรอกเหรอ?”

 

       “พ่อฉันทำงานที่กระทรวงฯก็จริง” เธอหันไปรับยอร์กเชียร์พุดดิ้งจากเจฟฟรีย์ขณะกล่าวขอบคุณ

       “แต่เขาไม่ใช่มือปราบมาร ดังนั้นจึงรู้เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นสำหรับหน่วยงานของเขาเท่านั้น”

 

       “อา เข้าใจแล้ว” เมเดียพยักหน้าช้าๆ

 

       เสียงปรบมือสองสามครั้งจากที่นั่งของพวกอาจารย์ทำให้นิมูเอและชาวฮอกวอตส์ทั้งหลายเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปทางนั้นเป็นตาเดียว

 

       “นักเรียนทุกคน” อาร์มันโด ดิพพิต อาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่กี่ปี(และยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าระหว่างเขากับฟินีอัส ไนเจลลัส แบล็ค อาจารย์ใหญ่ผู้ล่วงลับคนก่อนหน้านั้น ใครกันที่จะสามารถดำรงตำแหน่งได้นานกว่า)ลุกขึ้นและกล่าวด้วยเสียงที่สะท้อนไปทั่วห้องโถง

       “ขอบคุณที่มาพร้อมกันในคืนนี้”

 

       เด็กสาวตาสีฟ้าซีดนิ่งเงียบ

 

       “อย่างที่รู้กันว่า ในโลกของเรามีโรงเรียนเวทย์มนตร์อีกหลายแห่งนอกจากฮอกวอตส์ ทั้งที่มีชื่อเสียงมายาวนานและที่ยังไม่พร้อมเปิดเผยตัวให้แก่สังคมผู้วิเศษ...” เขาหยุดไปเพื่อหายใจเข้าอีกรอบเนื่องจากอุปสรรคอายุที่ก็ปาเข้าไปมากโขแล้ว

 

       “เมื่อหลายร้อยปีก่อน เรามักจะมีการแข่งขันกีฬากระชับมิตรขึ้นทุกๆสี่ปี ซึ่งก็คือการประลองเวทย์ไตรภาคี...แต่อย่างที่พวกเราทุกคนรู้ มันอันตรายมากๆและคร่าชีวิตผู้เข้าแข่งขันไปหลายคนแล้ว ฉะนั้น การประลองเวทย์นี้จึงถูกสั่งพักอย่างไม่มีกำหนดจนทุกวันนี้

       อย่างไรก็ดี ฮอกวอตส์และโรงเรียนเหล่านี้ก็ยังมีการติดต่อกันอยู่ พวกเราแบ่งปันอุดมการณ์การสร้างพ่อมดแม่มดที่มีความสามารถเหมือนกัน

       ฉะนั้น การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับโรงเรียนต่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง...โดยเฉพาะเมื่อโรงเรียนนั้นเป็นโรงเรียนพี่น้องกันกับฮอกวอตส์”

 

       โรงเรียนพี่น้อง...

 

       เอ๊ะ?

 

       “นักเรียนที่น่ารักทุกคน ขอเสียงปรบมือให้แก่นักเรียนแลกเปลี่ยนจากอิลเวอร์มอร์นีด้วย”

 

       เสียงมือกระทบกันดังกังวานก้อง แล้วประตูก็เปิดออก

 

       ศาสตราจารย์เมอร์รี่ท็อด อาจารย์ประจำวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดเดินเข้ามาจากช่องประตู ร่างสูงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งอยู่ที่ด้านขวาของเธอ ส่วนเยื้องไปทางซ้ายคือหญิงวัยย่างกลางคนในเสื้อคลุมสีน้ำเงินแก่ ทั้งสามสาวเท้าตรงไปที่แท่นหินตรงสุดโถงที่ดิพพิตยืนรออยู่

 

       “ศาสตราจารย์คราเวนส์ ให้ผมเดา” พ่อมดชราจับมือทักทายกับหญิงคนนั้น

 

       “ศาสตราจารย์ดิพพิต” เธอยิ้มพลางทักตอบ

       “เป็นเกียรติค่ะ”

 

       “เช่นกันครับ” เขาหันมาหาโต๊ะบ้านทั้งสี่

       “นักเรียนทุกคน นี่คือศาสตราจารย์คราเวนส์ และเอคเบิร์น เดรซเบียน เขาจะมาอยู่กับนักเรียนชั้นปีที่เจ็ดตลอดปีการศึกษานี้”

 

       อาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์โบกไม้กายสิทธิ์ของเขา แล้วเก้าอี้ไม้สามขาที่มีหมวกปลายแหลมเก่าๆใบหนึ่งวางอยู่ก็ปรากฎขึ้น

 

       “เอาล่ะมิสเตอร์เดรซเบียน เรามาดูกันว่าเธอจะได้ไปอยู่บ้านไหน”

 

       หมวกคัดสรรถูกยกขึ้นวางบนหัวขณะที่เด็กหนุ่มคนนั้นนั่งลงไป

 

       เขามีผมและดวงตาสีดำสนิท ผิวขาวซีด โครงหน้าคมคายแต่ไม่ได้ดูสูงส่งเหนือมนุษย์เหมือนพวกเลือดบริสุทธิ์

       กลับกัน...บางอย่างในดวงหน้าหล่อเหลานั้นทำให้เธอรู้สึกเศร้าแปลกๆ

 

       ทั้งห้องโถงเงียบงันอย่างรอคอย

 

       วินาทีที่หนึ่งผ่านไป...

 

       วินาทีที่สองผ่านไป...

 

       สิบวินาทีผ่านไป...

 

       สีหน้าของศาสตราจารย์คราเวนส์ดูขรึมลงเรื่อยๆ

 

       แต่ในที่สุด เสียงแหบห้าวของเจ้าหมวกก็ร้องขึ้นมา

 

       “...สลิธีริน!

 

       เหล่าเด็กผู้ชายบ้านงูโห่ร้องแล้วปรบมือเสียงดัง เดรซเบียนเดินลงจากยกพื้นแล้วตรงมาที่ฝั่งสลิธีรินท่ามกลางมือที่ยื่นออกไปทักทายของบ้านเรเวนคลอที่อยู่ข้างๆ

 

       เขาเดินผ่านไปเรื่อยๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพยายามกวาดมองไปมาราวกับจะหาที่นั่ง

 

       ก่อนที่นิมูเอจะได้พูดอะไร เจฟฟรีย์ก็เรียกออกไปซะแล้ว

       “เฮ้ เดรซเบียน”

 

       เด็กหนุ่มจากอเมริกาหยุด แล้วมองเขาอย่าง...ค่อนข้างตกใจ

 

       “นั่งนี่สิ” เพื่อนชายของเธอชี้ไปยังที่ว่างซึ่งอยู่ใกล้ๆ

       “เอาเลย”

 

       ซึ่งมันจะดีมากถ้าไม่ใช่ที่ข้างเธอ...

 

       คนผมดำนั่งลงอย่างกล้าๆกลัวๆ ขณะที่เจฟฟรีย์แนะนำตัวด้วยท่าทางกระตือรือร้น

 

       “ฉันเจฟฟรีย์ แอ๊บบอตต์...เรียกเจฟฟรีย์หรือเจฟฟ์ก็ได้ คนนั้นเมเดีย กรีนกราส” เขาผายมือไปที่เมเดียซึ่งยิ้มบางๆพร้อมกับยกมือทักทาย

       “ส่วนที่นั่งอยู่ตรงนี้ชื่อนิมูเอ เทอร์เนอร์”

 

       “ยินดีต้อนรับสู่สลิธีริน” เธอพูดแค่นั้น ก่อนจะยิ้มบางๆให้แล้วก้มลงจัดการยอร์กเชียร์พุดดิ้งราดเกรวี่สีน้ำตาลข้นๆกับไก่งวงต่อ

 

       “ยินดีที่ได้รู้จัก” เขาตอบเสียงเบา ก่อนจะพึมพำขอบคุณเจ้าหนุ่มแอ๊บบอตต์ที่กุลีกุจอตักอาหารเย็นให้

 

       “กินได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” เจฟฟรีย์ว่า ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

       “ให้ตาย ฉันรอฟังเรื่องราวในรั้วอิลเวอร์มอร์นีของนายไม่ไหวแล้วล่ะ”

 

       แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่นิมูเอก็ทันเห็นสันกรามที่ขบกันจนนูนขึ้นมาแว้บหนึ่งและส้อมที่ค้างอยู่เหนือหมูย่างน้ำผึ้งเพียงเสี้ยวอึดใจของเด็กแลกเปลี่ยนคนนี้

 

       เธอส่ายหัวเบาๆ ไล่ความระแวงทั้งหลายออกไปจากหัว

 

       เด็กจากอิลเวอร์มอร์นีเนี่ยนะจะเป็นสายของกรินเดลวัลด์?

 

       เธอคิดมากเกินไปแล้ว นิมูเอ

       ...คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง

 

 

 

 

 




TALK WITH FM

เด็กใหม่คือใครกันน้าาาา

ฟิคเครเดนซ์นี่มันหาอ่านยากจริงๆค่ะทุกคน ใน wattpad ก็เป็นแรร์ไอเทม ใน dek d นี่ไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่ใช่ gradence ก็อย่าหวังเลยค่ะ555

เอาเป็นว่าไม่เป็นไร เราแต่งฟิคสนองนี้ดตัวเอง(และเผื่อแผ่ไปถึงรีดเดอร์ที่เป็นแฟนคลับนุ้งเคร)ละกัน5555555

ทุกคนคิดว่าจริงๆแล้ว เครเดนซ์คือออเรเลียส ดัมเบิลดอร์จริงๆรึเปล่าคะ หรือว่าทั้งหมดนี่เป็นป๋ากรินแต่งขึ้นมาเพื่อดึงให้นุ้งเครมาเข้าร่วม?

เจอกันตอนหน้าเน้อ

ด้วยรักและทรงผมกะลาครอบ

เฟิงมี่ค่ะ>3<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #8 cxtttt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 20:07

    รอนะคะ
    #8
    0
  2. #7 cxtttt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 20:06

    รอนะคะ
    #7
    0
  3. #6 cxtttt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 20:06

    รอนะคะ
    #6
    0
  4. #5 Tarn_Phantang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 15:06
    รออ่านๆ
    #5
    0
  5. #4 Mascher (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 17:12
    อุ้ยจะเป็นยังไงต่อน้า:)
    #4
    0