[Fantastic Beasts.] Ad Sanandum || Credence Barebone X Oc

ตอนที่ 1 : ad sanandum. || 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    8 เม.ย. 63


01

 

 


       ดวงตาสีดำสนิทก้มลงมองแท่งไม้ยาวสีเข้มในมือของตน

 

       มือเรียวยาวสีซีดพลิกมันไปมาสองสามครั้ง ก่อนจะสอดเข้าไปในเสื้อคลุมสีเข้มของตน จัดสาบเสื้อให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกมาจากห้อง

 

       ร่างสูงก้าวยาวๆไปตามทางเดิน เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังเป็นจังหวะชัดเจน

 

       “ออเรเลียส” หญิงสาวร่างโปร่งในชุดเดรสเป็นทางการมิดชิดสีดำสนิทเอ่ยทักทายเมื่อเขาเดินเข้ามาถึงห้องโถง

       “พร้อมนะ?”

 

       ออเรเลียส ดัมเบิลดอร์...เขาเกลียดชื่อนี้ชะมัด

       อย่างน้อยชื่อเครเดนซ์ก็เคยอยู่กับเขามากว่าสิบปี และมันคุ้นเคยมากกว่าออเรเลียสมากโข

 

       แต่เครเดนซ์ แบร์โบนก็ยังพยักหน้ารับ ดวงตาสีเข้มราวกับนิลกวาดมองไปที่ร่างในชุดสีดำอีกกลุ่มซึ่งกระจายตัวกันอยู่ในบริเวณนั้น

 

       “เกลเลิร์ตล่ะครับ?”

 

       “มิสเตอร์กรินเดลวัลด์มีธุระด่วน เขาฝากขอโทษที่ไม่สามารถมาส่งเธอได้จ้ะ” เธอยิ้ม

 

       แต่ไม่ว่าดูยังไงเครเดนซ์ก็ไม่เห็นถึงความเอ็นดูในดวงตาของเธอเลย

 

       “ช่วยบอกเขาทีว่าผมขอบคุณนะครับ มิสโรซิเออร์”

 

       วินดา โรซิเออร์พยักหน้าแล้วผายมือพาเขาไปที่เตาผิงขนาดใหญ่ตรงมุมห้อง

 

       “เราจะใช้เครือข่ายผงฟลูพาเธอไปที่บ้านของมิสแคร์โรว์ เส้นสายของเราได้จัดการเตรียมเอกสารไว้ให้เธอแล้ว”

 

       เด็กหนุ่มสูดหายใจลึก มือยาวหยิบกระเป๋าบรรจุเสื้อผ้าอันน้อยนิดของเขาขึ้นมาในขณะที่วินดากำผงฟลูโยนเข้าไปในกองไฟ

 

       ขายาวก้าวเข้าไปในนั้นขณะที่ขานที่อยู่บ้านซึ่งได้รับการกำชับไว้เมื่อห้านาทีก่อน

 

       แล้วทุกอย่างก็หมุนเบลอ

 

 

 

 

       ดวงตาสีฟ้าซีดมองออกไปที่ผิวทะเลสาบเย็นเยียบ วงน้ำกระเพื่อมน้อยๆขณะที่เจ้าหมึกยักษ์ในนั้นค่อยๆจมกลับลงไปข้างใต้

 

       เด็กสาวหลับตาลงแล้วกระแทกหลังหัวเข้ากับต้นไม้ที่เธอนั่งพิงอย่างไม่แรงนัก มือทั้งสองกดปกหนังสือเล่มหนาที่อยู่บนตักแน่นขณะที่เธอเม้มปากแล้วพรูลมหายใจออกทางจมูก

 

       หลังจากถอนหายใจทิ้งเปล่าๆสองสามครั้ง เธอก็ผงกหัวกลับขึ้นมา คิ้วเข้มโก่งกดเข้าหากันน้อยๆ ดวงตาจ้องไปไกลแสนไกลขณะที่คิดย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

 

       “โอ้ มิสเทอร์เนอร์” ศาสตราจารย์ประจำวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดอย่างดัมเบิลดอร์หันมาแล้วยิ้มอบอุ่นเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาในห้อง

 

       “ศาสตราจารย์เรียกหาหนูเหรอคะ?”

 

       “ใช่” เขาเล่นไม้กายสิทธิ์ในมือแล้วเอนตัวพิงกับขอบโต๊ะ

 

       “รู้ไหมมิสเทอร์เนอร์ ในบรรดานักเรียนทั้งหมดที่สอนมา ฉันรู้สึกว่าเธอเป็นคนที่ฉันจะสามารถไว้ใจได้มากที่สุด”

 

       “หนูไม่เข้าใจค่ะ” เธอขมวดคิ้ว

       “คุณเรียกหนูมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อแค่ชมหรอกใช่ไหมคะ?”

 

       “เด็กฉลาด” อัลบัสยิ้มอีกครั้ง

 

       “คืออย่างนี้ นิมูเอ” เสียงของเขาขรึมลงหลายส่วน ยิ่งเมื่เขาเรียกชื่อต้นของเธอ...ที่เขาไม่ค่อยเรียกยกเว้นจะมีอะไรสำคัญบอกเธอ

 

       “ฉันอยากให้เธอเก็บรักษาอะไรไว้ให้หน่อย”

 

       ตอนนั้นเธอก็ไม่ค่อยจะเข้าใจหรอก ไม่แม้แต่จะเข้าใจเมื่อเขาดึงวัตถุอะไรบางอย่างจากอกเสื้อออกมาให้เธอดู

 

       มันเป็นจี้สีเงินยวงที่มีขนาดเล็กประมาณครึ่งฝ่ามือของเธอ รูปร่างของกรอบนั้นอ่อนช้อยและสวยงาม แต่สิ่งที่ทำให้นิมูเอ เทอร์เนอร์ถึงกับต้องสะดุดไปกึกหนึ่งก็คือสิ่งที่อยู่ในนั้น

 

       สสารบางอย่างสีแดงสดกลิ้งไปมาอยู่ในนั้น

 

       “ถ้าหนูไม่ได้ดูผิด นั่นใช่...”

 

       “สัญญาเลือด ใช่ มันคือสัญญาเลือด” ชายผมสีน้ำตางเข้มถอนหายใจ

 

       “ระหว่างคุณ...กับ...” เด็กสาวเบิกตากว้าง

       “เมอร์ลินช่วย ศาสตราจารย์คะ ช่วยบอกหนูทีว่ามันไม่จริง”

 

       “เกรงว่าฉันคงต้องพ่ายแพ้ให้กับอำนาจอ่านใจของเธออีกแล้วล่ะ มิสเทอร์เนอร์” เขาหัวเราะในลำคอ

 

       และนั่นคือครั้งแรกที่นิมูเออธิษฐานให้ความสามารถพิเศษในการอ่านใจของเธอผิดเพี้ยน

 

       “คุณจะให้หนูเก็บของอันตรายขนาดนี้ไว้กับตัวจริงๆเหรอคะ?”

 

       “แค่จนกว่าฉันจะหาทางทำลายมันได้” เขาพยักหน้า

 

       “ศาสตราจารย์ไม่กลัวพวกนั้นจะบุกเข้ามาฆ่าหนูเพื่อมันกลับไปเหรอคะ?” เธอแทบจะลงไปทุบพื้นอยู่รอมร่อ

       รู้แหละว่าเขาชอบความเสี่ยง แต่ขนาดนี้มันก็ไม่น่าใช่แล้วนะ

 

       “ถ้าฉันไม่มั่นใจในตัวเธอ ฉันก็คงจะไม่ให้เธอไปหรอกนะนิมูเอ”

 

       “อะไรที่ทำให้คุณมั่นใจนักว่าฉันจะสามารถรักษามันไว้ได้คะ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์?” เธอควบคุมลมหายใจตัวเองช้าๆ

 

       “หนึ่ง; ถ้าพวกเขาจะตามหามัน คนแรกที่มีแนวโน้มจะเก็บมันไว้กับตัวที่สุดคือฉัน, สอง; เธอเป็นคนที่มีสัญชาตญาณซึ่งบางครั้งฉันเองก็ไม่สามารถรู้สึกได้, และสาม; เธอไม่มีทางที่จะอยู่ในตัวเลือกของพวกนั้น”

 

       “แค่เพราะหนูเป็นสลิธีรินไม่ได้แปลว่าหนูจะปลอดภัยนะคะ!”

 

       เขายิ้มอบอุ่นเหมือนทุกครั้งแล้วเดินมาใกล้

 

       “อย่างที่เขาว่ากันล่ะนะมิสเทอร์เนอร์...” มือใหญ่ยื่นจี้มาตรงหน้า

       “ที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด”

 

       นิมูเอคิดว่าสีหน้าเธอต้องย่ำแย่มากแน่ๆ เพราะหลังจากรับจี้ไปแล้วศาสตราจารย์ก็ตบไหล่เธอเบาๆ

       “ฉันเชื่อในตัวเธอ เธอจะต้องปลอดภัยแน่ๆ”

 

       “อ้อ” เขาทิ้งท้ายก่อนที่เธอจะออกมาจากห้อง

       “ทักษะการอ่านใจของเธอน่ะล้ำเลิศก็จริง แต่พวกนั้นไม่น่าจะให้เธอเป็นคนอ่านอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ...ระวังตัวด้วยล่ะ”

 

       “ถ้าหนูต้องการคุณ...”

 

       “เธอรู้เสมอแหละว่าจะเจอฉันที่ไหน นิมูเอ” รอยยิ้มของเขาเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนที่จะตรงมาที่ริมทะเลสาบเพื่อพยายามมีสมาธิกับการอ่านหนังสือเตรียมสอบ ส.พ.บ.ส

 

       นิมูเออยากจะกระโดดลงไปในทะเลสาบแล้วเอาภาระทุกอย่างไปฝากไว้กับเจ้าหมึกที่ก้นบึ้งนั้น หรือไม่ก็เขียนจดหมายหาบิดาที่ทำงานอยู่ที่กระทรวงเวทย์มนตร์เพื่อขอคำแนะนำ

 

       แต่ไม่...เธอทำแบบนั้นไม่ได้

 

       เพราะถ้าเธอทำ เธอมั่นใจมากๆว่าเรื่องนี้จะถึงหูกรินเดลวัลด์ภายในไม่กี่วัน

 

       แล้วเขาจะมาตามล่าเธอ

 

       ให้ตาย เธอแค่ต้องการปีสุดท้ายอันปลอดภัยในรั้วฮอกวอตส์

       ทำไม? เธอขอมากไปรึไง?

 

       นี่เพิ่งเปิดเทอมมาไม่ถึงอาทิตย์ก็วุ่นวายขนาดนี้แล้ว

 

       เธอสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะลุกขึ้นเมื่อไม่สามารถจะจดจ่อกับหนังสือวิชาปรุงยาได้อีก

 

       ขอให้ดัมเบิลดอร์หาทางทำลายมันได้เร็วๆแล้วกัน

       ยิ่งไอ้สัญญาเลือดบ้านี่อยู่กับเธอเป็นระยะเวลาสั้นเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น

 

       ร่างโปร่งสาวเท้ากลับเข้าไปในปราสาท

 

       เดินไปได้ไม่ถึงสิบนาทีดี เธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีมือของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่บ่า

 

       ไวเท่าความคิด นิมูเอชักไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาจ่อเอวคนด้านหลัง

 

       “เฮ้ย อะไรกันเนี่ยนิม?” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นประจวบเหมาะกับที่เธอหันหัวไปมองทำให้เด็กสาวพรูลมหายใจออก

 

       “อ้อ ลอเรียน”

 

       ลอเรียน เอเวอรี่ยกมือขึ้นทั้งสองข้างเป็นสัญญาณยอมแพ้ ดวงตาสีเขียวของเขาจ้องมาที่ปลายไม้กายสิทธิ์ของเธออย่างหวาดๆ

 

       ร่างสูงพอๆกันกับเขาที่มีใบหน้าเหมือนกันเปี๊ยบโผล่ออกมา

       “เจอผู้คุมวิญญาณมารึไงนิม? หน้าเธอซีดยังกะหินอ่อน”

 

       “นายล่ะเอเดรียน ไปเดตกับตัวโนมมารึไงถึงมีรอยเต็มคอไปหมด” เธอโต้ตอบ ทำเอาแฝดเอเวอรี่คนพี่ยกมือขึ้นตะปบต้นคอโดยอัตโนมัติ

 

       “บ้าเอ๊ย ฉันบอกยัยนั่นแล้วแท้ๆว่าอย่าทำรอย” เขาพึมพำ

 

       “เราได้ยินมาว่าดัมเบิลดอร์เรียกเธอไปพบ” เด็กสาวผมบลอนด์ซีดกอดหนังสือเอาไว้ขณะเดินมาแตะบ่าเธอ

       “มีเรื่องอะไรเหรอ?”

 

       “ไม่มีอะไรหรอกวีนัส” นิมูเอถอนหายใจ

       “เขาแค่คุยกับฉันเรื่องสอบ ส.พ.บ.ส”

 

       “จริงนะ?” ดวงตาใสแป๋วสีน้ำเงินเข้มของวีนัส เมอร์เรย์มองคาดคั้น

 

       “อืม” แม้จะรู้สึกแย่ที่โกหกออกไป แต่เธอก็อยากกันพวกเขาออกจากเรื่องนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

       “เคย์ล่ะ?” เธอมองหาอีกคนที่ยังไม่เห็นอยู่แถวๆนี้

 

       “เห็นว่าจะไปห้องสมุด ยืมอะไรมาอ่านเตรียมสอบสักหน่อย” เอเดรียนอธิบาย

       “ให้ตายสิ นึกว่ารอดจาก ว.พ.ร.ส. มาได้แล้วจะราบรื่นซะอีก”

 

       “เอาน่า” เธอตบบ่าเพื่อนชาย

       “ถือว่าทิ้งทวนแล้วกัน”

 

       กลุ่มของเธอมีกันทั้งหมดห้าคน

       อืม...จะเรียกว่ากลุ่มก็ไม่เชิงนัก พวกเขาสนิทกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่เมื่อโตขึ้น ทุกคนก็สามารถจะแยกกันอยู่ได้ ส่วนจะรวมตัวกันนั้นก็ได้เหมือนกัน

 

       ลอเรียนและเอเดรียนเป็นแฝดกัน เอเดรียนเกิดก่อนนิดหน่อยจึงได้เป็นพี่ ทั้งสองอยู่กริฟฟินดอร์ และคนพี่มีนิสัยที่แก้ยังไงก็ไม่หายตั้งแต่ขึ้นปีห้าก็คือชอบหว่านเสน่ห์สาวไปทั่วแล้วก็ทิ้งเธอทันทีที่เจอคนใหม่ ส่วนคนน้องมีอุปนิสัยที่เงียบขรึมกว่าเล็กน้อย...แต่ยังไงทั้งสองแฝดก็ไม่เคยทิ้งลายความขี้แกล้งเลย

 

       วีนัสอยู่บ้านฮัฟเฟิลพัฟ เธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถทำเกรดวิชาปรุงยาได้ไม่เคยต่ำกว่าดีเยี่ยมตลอดหกปีที่เรียนมา

       เสียอย่างเดียวเท่านั้นล่ะ...เธอขี้เซามาก

 

       คนสุดท้ายคือเคย์...เคย์ ซามูเอลส์

       เขาอยู่บ้านเรเวนคลอ และนั่นก็ทำให้เขาชอบวนเวียนอยู่แถวห้องสมุดจนกลายเป็นศิษย์รักของบรรณารักษ์ไปเรียบร้อยตั้งแต่อยู่ปีสาม(เขาเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้พวกเธอนั่งทวนหนังสือกันจนดึกดื่นได้โดยไม่มีบรรณารักษ์คอยไล่)

 

       “ทุกคน ฉันมาแล้ว...” ร่างสูงที่แม้จะไม่เท่าคู่แฝดแต่ก็เลยหัววีนัสกับเธอเดินมาหาพร้อมกับกองหนังสือในมือ

       “อ้าว นิม เป็นไงบ้างอ่ะ สบายดีมั้ย?”

 

       ไม่ เคย์...ไม่เลยสักนิด ศาสตราจารย์ที่สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดเพิ่งผลักจี้สัญญาเลือดของเขาที่ทำไว้กับจอมมารเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์เมื่อปีมะโว้มาไว้ในความคุ้มครองของฉันในขณะที่ฉันต้องเตรียมสอบ ส.พ.บ.ส และหลังจากนี้เป็นต้นไปฉันก็ต้องเอาไม้กายสิทธิ์เสียบไว้ใต้หมอนตลอดเวลาเผื่อจะมีใครโผล่เข้ามาอะวาดา เคดาฟราใส่ฉันตอนหลับแล้วชิงจี้ไป ให้ตายเมอร์ลิน ฉันอยากบอกพ่อใจแทบขาดแต่ฉันก็ทำไม่ได้ และถ้าฉันบอกพวกเธอไปพวกเธอก็จะตกอยู่ในอันตราย

 

       “สบายดี เคย์” เธอยิ้มพลางทักตอบ ข่มกลั้นเสียงกรีดร้องลงไปในใจอย่างสุดความสามารถ

       “ดีแล้วล่ะ” เด็กหนุ่มเสยผมสีเข้มของตนที่ตอนนี้เริ่มยาวระต้นคอแล้วก่อนจะยื่นหนังสือเล่มหนึ่งมาให้เธอ

 

       “ฉันเห็นมันแล้วนึกถึงเธอก็เลยยืมมาให้ เผื่อว่าจะได้ศึกษาเรื่องนี้เพิ่ม”

 

       นิมูเอรับมันมาด้วยรอยยิ้ม มือเรียวพลิกหน้าปกหนังสีดำของมันไปมาก่อนจะอ่านตัวอักษรสีทองบนนั้นออกมา

       “...รวมคาถา?”

 

       “ใช่” เขาพยักหน้าหงึกหงักพลางชี้มัน

       “แถวๆข้างหลังมีรวบรวมคำสาปโทษผิดสถานเดียวกับคาถาโบราณที่พวกแม่มดยุคก่อนๆมักใช้กันด้วย”

 

       เธอเลิกคิ้ว

       ...บอกทีว่าหมอนี่ไม่ได้พูดเล่น

 

       “นายเอาลิสต์คำสาปโทษผิดสถานเดียวมาให้เธออ่านเหรอ?” วีนัสชะเง้อขึ้นมามอง หรี่ตาลงน้อยๆ

 

       “โธ่วี ไม่เอาน่า” เคย์เกาท้ายทอย

       “ก็แค่ศึกษานี่ ฉันไม่ได้จะส่งเสริมให้เธอทำผิดจนต้องเข้าอัซคาบันซะหน่อย อีกอย่าง...ไม่ดีเหรอที่จะรู้จักคาถาพวกนี้ล่วงหน้าก่อนในเมื่อยังไงนิมก็อยากจะเป็นมือปราบมารอยู่แล้ว ใช่ไหม?” ท้ายประโยคเขาหันมาหาเด็กสาวตาสีฟ้าซีด

 

       “อ้อ” เธอชะงักไปจังหวะหนึ่งแล้วยิ้ม

       “ใช่ ดีเหมือนกัน...เผื่อฉันจะได้ใช้มันในอนาคต”

 

       หลังมือเรียวตบเข้าที่ท่อนแขนของเพื่อนชายจากบ้านเรเวนคลอ

       “ขอบใจนะเคย์”

 

       “ยินดีรับใช้เสมอครับคุณหนูเทอร์เนอร์” เขายิ้มล้อเลียนจนเห็นเขี้ยวและลักยิ้ม

 

       ไม่แปลกเลยที่เคย์ได้ขึ้นแท่นหนึ่งในหนุ่มฮอตประจำโรงเรียน

 

       นิมูเอก้มลงมองหนังสือเงียบๆขณะที่แฝดเอเวอรี่เริ่มชวนอีกสองคนคุยสัพเพเหระและเม้าท์เกี่ยวกับเรื่องซุบซิบต่างๆ

 

       ขนาดเธอที่ไม่ได้เป็นนักเรียนดีเด่นของคาบพยากรณ์ยังแน่ใจเลยว่าหลังจากนี้มันต้องมีความวุ่นวายวินาศสันตะโรเกิดขึ้น

 

       ผ่อนลมหายใจ เด็กสาวค่อยๆกอดวัตถุสี่เหลี่ยมนั้นแนบอก

 

       ศึกษาบางคาถาไว้ก็ดีเหมือนกัน

       เผื่อวันหนึ่งมันจะช่วยชีวิตเธอได้

 

 






 

 

TALK WITH FM

แต่งฟิคนี้ขึ้นเพราะอยากหาทางลงให้นุ้งเครค่ะ 555

คืองงใจมากในภาค 2

หนูลูกกกก เขาทำกับหนูขนาดนี้แล้วยังจะตามเขาไปอี๊กกกก//ทุบพนักเก้าอี้

ไปละเดี๋ยวรีดรำคาญ 5555

หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ

เจอกันตอนหน้าเน้อ

ด้วยรักและทรงผมกะลาครอบ

เฟิงมี่ค่ะ>3<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #1 Mascher (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 18:24
    แล้วเขาจะได้พบกันยังไงคะเนี่ย
    ปล.รออ่านอยู่นะคะ
    #1
    1
    • #1-1 F e n g M i i(จากตอนที่ 1)
      9 เมษายน 2563 / 12:01
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะะะะะ>/////<
      #1-1