【Aquaman】 ❝The Ocean❞ || Orm Marius X Oc

ตอนที่ 5 : Ocean 05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    20 ม.ค. 62

Ocean 05

 

 

ทันทีที่นาฬิกาปลุกส่งเสียงบอกเวลาเจ็ดโมงเช้า ธาลาสซาก็รีบเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงและคว้าไอโฟนในเคสสีมิ้นต์ของตนมากดหาเบอร์โทรศัพท์ในนั้นทันที

 

หวังว่าโทรศัพท์อาร์เธอร์จะยังไม่เปียกน้ำหนักจนเดี้ยงไปนะ

 

นิ้วเรียวกดโทรออกและยกมันขึ้นแนบหูพลางกัดริมฝีปากล่างด้วยความลุ้นระทึก

 

รับเหอะนะพี่ชาย ได้โปรดล่ะ

 

ก่อนจะได้ยกมือขึ้นกำภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในห้วงทะเล เครื่องมือสื่อสารในมือก็สั่นครั้งหนึ่ง เป็นสัญญาณว่ามีการตอบรับจากปลายสาย

 

[ฮัลโหล?] เสียงทุ้มๆแหบๆที่คุ้นเคยดังขึ้น

 

“อาร์เธอร์”

 

[ว่า?]

 

“นายรู้เรื่องเดวิด ไฮด์รึยัง?” หญิงสาวเปลี่ยนท่าจากนอนคว่ำบนเตียงมาเป็นนั่งขัดสมาธิ

 

[อ่า รู้แล้ว]

 

“เอาไงต่อดี? นายอยู่ที่ไหนแล้วตอนนี้?”

 

[กำลังแกร่วอยู่แถวๆชายฝั่งของเอริเทรีย] ได้ยินเสียงของสาวผมแดงแว่วมาตามสาย

 

“เอริเทรีย?” คิ้วเรียวสีเข้มขมวดเข้าหากัน

“ไปฮันนีมูนกันรึไงฮะ?”

 

[ก็...ใช่ จนกระทั่งเรื่องแบล็คแมนทามาถึงหูนี่ล่ะ] แทบจะจินตนาการดวงตาสีทองของเจ้าสมุทรที่กรอกไปมาด้วยความเซ็งได้เลย

 

เออ ไหนบอกไปทำธุระไง?

ธุระที่ว่านี่คือ...

โอ๊ย เธอปวดหัว

 

“จะให้ฉันพาออร์มไปหามั้ย...เพื่อความปลอดภัยน่ะ? ฉันว่าถ้าเขามีโอกาสได้แก้แค้นนายเก่าที่เคยหยามเขาไว้มากและตอนนี้กลับกลายเป็นผู้ที่อ่อนแอกว่า เขาคงทำ”

 

[...เอาสิ]

 

“งั้นเจอกันที่เอริเทรียนะพี่ชาย ไว้ค่อยลงลึกเรื่องประเด็นหลักตอนฉันไปถึงแล้ว” เธอยิ้มบางๆ

 

[ระวังตัวด้วยนะ...ไว้เจอกัน]

 

“นายก็เหมือนกัน อย่าพลาดท่าโดนยิงแขนเกรียมเหมือนคราวที่แล้วล่ะ”

 

ได้ยินเสียงหัวเราะหึๆก่อนที่สายจะถูกวางลง

 

หญิงสาวยกแขนขึ้นยืดเส้นยืดสายและเดินลงไปชั้นล่าง

 

เธอตรงไปที่ตู้เย็น หยิบแป้งครัวซองต์สำเร็จรูปในกระป๋องสีน้ำตาลที่ตัดเป็นชิ้นมาแล้วเรียบร้อย, ครีมชีส, นม, ไข่และบลูเบอร์รี่ออกมาทำอาหารเช้า

 

แป้งถูกนำออกมาม้วนเป็นรูปขนมปังขึ้นชื่อของประเทศฝรั่งเศษ มือเรียววางมันลงในถอาดก้นลึกอย่างปรานีต ตามด้วยการเทบลูเบอร์รี่สดลงไปให้ทั่วช่องว่างระหว่างชิ้นแป้ง จากนั้นจึงผสมครีมชีสกับน้ำตาลและกลิ่นวานิลลา เมื่อเข้ากันแล้วจึงเติมไข่และนม ตีให้เข้ากันและเทลงไปในถาดให้ท่วมความสูงครึ่งหนึ่งของแป้ง

 

ถาดถูกนำเข้าเตาอบเป็นเวลาสามสิบนาที

 

ร่างบางรวบผมและเดินไปอาบน้ำระหว่างที่อาหารเช้ากำลังสุก

 

เมื่อเธอออกมาอีกทีก็พบออร์มที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วนั่งอ่านหนังสือรออยู่

 

ดวงตาสีเขียวล้านเฉดเหลือบมองดูปกหนังสือ

 

“ประวัติศาสตร์อังกฤษ?”

 

เขาหันขวับและทำมันตกลงพื้น

ท่าจะอ่านเพลินเลยตกใจพอมีใครไปรบกวน

 

“โทษที เดี๋ยวเก็บให้” หญิงสาวก้มลงประคองหนังสือเล่มหนานั้นไว้ในมือและยื่นมันคืนให้เขา

 

“ขอบใจ” ชายหนุ่มพึมพำและรับมันไปวางบนตัก

 

ธิดาแห่งไคโมหยิบถุงมือขึ้นมาสวมและเปิดเตาอบ พาให้กลิ่นหอมของครัวซองต์ที่อบเสร็จใหม่ๆอวลไปทั่วครัว

 

“อะไรน่ะ” อดีตราชาแห่งแอตแลนติสหันมาสนใจสิ่งที่อยู่ในนั้นทันที

“หอมจัง”

 

มุมปากของหญิงสาวยกขึ้น

“เบรกฟาสต์เบคครัวซองต์ เดี๋ยวตักให้ นายรอแป๊บนึงนะ...มันยังร้อนๆอยู่”

 

เจ้าของดวงตาสีไพลินพยักหน้าหงึกหงักราวกับหุ่นยนต์ เรียกเสียงหัวเราะจากคนผมสั้นได้เป็นอย่างดี

 

ชายหนุ่มจ้องมองอิริยาบถของเธอเมื่อมือเรียวหยิบตะหลิวออกมาแซะชิ้นครัวซองต์และบลูเบอร์รี่กับครีมชีสที่ถูกอบแล้วขึ้นมาวางบนจานสีขาว

 

“เอ้า กินให้อร่อยนะ” เธอวางมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเขาพร้อมกับเอาส้อมวางใส่จานให้

 

เขาวางหนังสือประวัติศาสตร์ลงและส่งยิ้มให้เธอ

 

หญิงสาวยิ้มกลับและเดินไปตักอาหารเช้าให้ตนเองบ้าง

 

“นี่ออร์ม”

 

“หืม?”

 

ร่างบางมองเขาอย่างชั่งใจและเม้มปากเล็กน้อย

“นายจำเดวิด ไฮด์ได้มั้ย?”

 

ดวงตาสีไพลินดูค้างไป เขาอึ้งและกำลังพยายามรวบรวมความคิดที่กระจัดกระจายกันของตน

 

“...มี...มีอะไรรึเปล่า?” เสียงที่ค่อนข้างแห้งผากถูกเปล่งออกมา

 

เธอถอนใจ

ที่แม่ว่ามาคงจะจริงสินะ

 

สองคนนี้มีความหลังที่ไม่ค่อยดีต่อกันเท่าไหร่

 

“เขากำลังหาทางจะตามล่าอาร์เธอร์ ไม่รู้ว่ามีใครนุนหลังบ้าง แต่ว่าพี่นายกำลังตกอยู่ในอันตราย...อาจรวมถึงนายด้วย ตอนนี้นายมีพลังเทียบเท่ากับชาวบกทั่วไป ถ้าเขารู้เรื่องนี้และมีโอกาสเข้าถึงตัวนาย นายแย่แน่” สีหน้าของธาลาสซาเคร่งเครียดขึ้น เธอเดินมานั่งข้างกายใหญ่ของเขา ในมือคือครัวซองต์อบใหม่

 

อดีตราชาแห่งแอตแลนติสสูดหายใจเข้า

เพิ่งรู้ว่ามือเขากำลังสั่น

 

“แล้ว...เราจะเอาไงต่อ?”

 

ดวงตาสีเขียวล้านเฉดสบกับเขา มือเรียวเอื้อมมาทาบทับกับหลังมือที่กำลังสั่นน้อยๆ ส่งผ่านความห่วงใยและความต้องการปกป้องเงียบๆ

 

“ฉันจะพานายไปหาอาร์เธอร์กับเมร่า...” เธอเลียริมฝีปาก กระชับมือเขาแน่นขึ้น

 

หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงชีพจรจากข้อมือเธอที่เต้นตุบๆอยู่แนบชิดกับผิว

 

“นายจะต้องปลอดภัย”

 

 

 






 

หลังจากที่เก็บของเรียบร้อยแล้ว(ของส่วนใหญ่...ซึ่งก็คือเสื้อผ้านิดหน่อยกับเงินจำนวนหนึ่ง...ถูกบรรจุในถุงซิปกันน้ำและใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ที่มีพื้นที่เยอะอย่างเหลือเชื่อ) หญิงสาวก็พาร่างสูงมาที่ริมหน้าผาใหญ่ เสียงคลื่นกระทบกับหินและดินดังคล้ายเสียงฮัมเพลงในลำคอ

 

เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา(เนื่องจากนาฬิกาถูกใส่ในถุงกันน้ำและอยู่ลึกเกินไปในกระเป๋าเป้ของเธอเองจนเธอขี้เกียจควานหา)

 

“เดี๋ยวก็มากันแล้ว” หญิงสาวว่าพลางเก็บไอโฟนลงใส่ในถุงกันน้ำอีกใบและยัดมันลงในเป้

 

เธอบอกว่าเมื่อไปถึง เป้เปียกได้และสามารถเอาน้ำออกได้ แต่ถ้าโทรศัพท์เปียกนานเกินไป เครื่องจะพังและใช้ไม่ได้อีกเลย

 

ยิ่งไม่ค่อยมีเงินซื้อของอยู่ เธอทิ้งท้าย

 

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังอยู่ด้านล่าง

มันเป็นเสียงแหลมสูงคล้ายของโลมา

 

“อ้า” เธอเลิกคิ้ว ขยับเข้าไปใกล้ริมผาและมองลงไปในเกลียวคลื่น

“ตรงเวลาเป๊ะ”

 

พวกไหน?

 

“ไปกันเถอะออร์ม” เธอหันมาชวน

 

พอเขาพยักหน้า ร่างบางก็พุ่งลงไปสู่ท้องทะเลด้านล่างแล้ว

 

เดี๋ยวสิ รอกันด้วย

 

ออร์มกระชับเป้ของตนและกระโดดตามเธอไป

 

ได้กลับบ้านซะทีดันต้องมาอยู่ในสถานการณ์หลบหนีเฉย

อย่าให้วัลโก้รู้เชียว ไม่งั้นตาแก่นั่นได้ล้อเขาไปตลอดชีวิตของตนเองแน่

 

เมื่อมาถึงบริเวณพื้นทราย เขาก็พบกับโลมาตัวใหญ่ชนิดที่ว่าสามารถแบกเขาและลาสซาไว้บนหลังทั้งคู่ได้สบายๆ

 

เยี่ยม เขายังคงมีความสามารถในการหายใจและพูดใต้น้ำรวมถึงการเคลื่อนที่ในน้ำด้วยความเร็วที่ถึงแม้จะช้ากว่าปกติ แต่ก็ถือว่าเร็วอยู่ดี

 

“ออร์ม นี่อาร์กัส เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของฉัน อาร์กัส นี่ออร์ม อดีตราชาแห่งแอตแลนติส” ครึ่งเทพสาวกล่าวแนะนำ

 

มันเอียงคอ ส่งเสียงจิ๊กๆแบบโลมาขณะที่ดวงตาใสๆสีดำนั่นจ้องมาที่เขา

“คนนี้ใช่ไหมที่เป็นต้นคิดไอเดียเปิดสงครามกับทางบกน่ะ?”

 

เฮ้ย

ชายหนุ่มอ้าปากค้างและผงะ

 

“โลมานี่...พูดได้?”

 

“เอ๋า” อาร์กัสกรอกตา...หากแต่พบว่าตนไม่มีพื้นที่พอ จึงโคลงหัวจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งแทน

 

“ก็ต้องพูดได้สิ นายคิดว่าลูกหลานของเทพพูดไม่ได้รึไง?”

 

ห๊ะ?

 

ธาลาสซาเม้มปาก

“อาร์กัสเป็นบุตรคนหนึ่งของเทพเดลฟินน่ะ”

 

เดลฟิน...

เทพแห่งโลมา

 

“ยินดีที่ได้รู้จักแล้วกันนะ ออร์ม มาริอุสแห่งแอตแลนติส...ชื่อเสียงนายค่อนข้างเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในห้วงสมุทรแถบใกล้พื้นผิวเลยล่ะ” โลมากล่าว

 

“แล้วนิโคลล่ะ?” ดวงตาสีเขียวล้านเฉดของหญิงสาวกวาดไปรอบๆ

 

วาฬเพชฆาตตัวหนึ่งปรากฎกายขึ้นจากหลังแนวปะการัง

 

“นี่นิโคล เขาพูดไม่ได้แต่ฟังนายออกและจะฆ่านายอย่างไม่ลังเลแน่ถ้านายคิดร้ายอะไรกับเรา” บุตรแห่งเดลฟินว่า พยักเพยิดไปที่วาฬตัวนั้น

 

“ในบรรดาชาวแอตแลนติสและชาวบก มีไม่กี่คนที่ฟังเขาออก หนึ่งในนั้นคือธาลาสซา”

 

เจ้าของเรือนผมสีซีดพยักหน้าช้าๆ

 

...นิสัยน่าคบเนอะ นิโคลเนี่ย...

 

ดูเมือนว่าหญิงสาวผมสั้นจะมงเห็นความลำบากใจในดวงตาของเขา เธอส่งเสียงกระแอมขึ้นมา

 

“เราจะไปกันได้รึยัง?”

 

“โอ้ โอเค” อาร์กัสขยับครีบสีเทาอ่อนของเขา

“ตามมาอย่าหลงนะจ๊ะเด็กๆ”

 

เธอว่ายเข้ามาใกล้เขาขณะที่ทั้งหมดออกตัวไป

 

 “อาร์กัสกับนิโคลเป็นคน...เอ่อ...พวก...ที่ได้รับมอบหมายให้คอยมาดูแลฉันตามคำสั่งของแม่” เธอเอียงหัวไปมาอย่างลังเล

“พวกเขายังเป็นผู้รายงานข่าวประจำท้องทะเลของฉันด้วย มีข่าวใหญ่อะไรล่ะก็ไม่เคยพลาดที่จะคาบมาเล่าให้ฉันฟัง”

 

อดีตราชาแห่งแอตแลนติสทำเสียงอ้อ

 

มิน่าถึงรู้เรื่องเมร่า

 

“เราจะไปไหนกัน?” เขาถาม

 

“มีพาหนะอยู่ในโรงจอดที่หนึ่งของแม่ มันอยู่แถวนี้นี่แหละ เธอเตรียมมันไว้เรา” หญิงสาวตอบ ผมสั้นของเธอพลิ้วไปด้านบนตามกระแสน้ำ

 

ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงถ้ำใต้น้ำแห่งหนึ่ง

 

“ถึงแล้ว” โลมาอาร์กัสประกาศ

“สิ่งที่จะพาพวกเธอไปหาอาร์เธอร์ เคอร์รี่อยู่ด้านในนี้”

 

ร่างบางว่ายนำเขาไปด้านใน

 

ถึงจะมืด แต่ความสามารถแบบแอตแลนติสของเขาก็ยังไม่หมดไปแบบเกลี้ยงทำให้เขาสามารถเห็นผนังถ้ำและร่องหินที่มีปลาไหลเมอร์เรย์และพวกหอยปูอยู่ได้

 

มือเรียวของคนตัวบางสัมผัสกับอะไรบางอย่างที่ถูกหุ้มไว้ด้วยสาหร่าย

 

“นี่ไง” เธอดึงมันออกไปให้พ้นทาง

 

ตรงหน้าของพวกเขาคือยานลำยาวที่ค่อนข้างใหญ่ และออร์มสาบานกับโพไซดอนว่ามันสวยยิ่งกว่ายานของแอตแลนติสลำไหนๆ

 

ตัวยานทำเป็นรูปของปลาโลมา สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเนอรีดส์ วัสดุที่ใช้ทำนั้นทั้งงดงามและดูแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน

 

“แม่เจ้าโว้ย” อาร์กัสสบถดังลั่น

“เหล็กร่องสมุทรทั้งลำ งานประนีตแบบนี้ฝีมือเฮเฟสตัสแหงๆ”

 

ชายหนุ่มจ้องมองมันด้วยความรู้สึกหลากหลาย

ส่วนใหญ่เป็นความทึ่งและอัศจรรย์ใจ

 

“หูวว” หญิงสาวข้างกายเขาห่อปาก

 

“เอาของสวยมาให้แบบนี้ไม่รับประกันความสมบูรณ์ตอนขากลับนะแม่”

 

เธอหันกลับมาบอกนิโคลกับโลมาไซส์ใหญ่

 

“ฝากขอบคุณแม่ฉันด้วยนะ”

 

ดวงตาสีดำของอาร์กัสใสแจ๋วขณะที่มันส่งเสียงจิ๊กๆ

“แน่นอนสหาย”

 

 




TALK WITH FM

ทำไมเรารู้สึกว่าตอนนี้มันสั้นจุงงงง 5555

ไม่งอนเรานะ เราหายไปนานเลย

ตอนหน้าเราสัญญาว่าโมเม้นท์ออร์มลาสซามันจะเยอะขึ้นนน

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ด้วยรักและเสียงหวีดคิงออร์ม

เฟิงมี่ค่ะ>3<

     
Z y c l o n
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #53 岭飞 (@Potae-kamui) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 15:48
    เฮฟเฟ่!//ติดมาจากนิยายวายเรื่องนึง5555
    #53
    0
  2. #30 Fayrious (@entamable) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:11

    ชอบมากค่ะ

    #30
    0
  3. วันที่ 22 มกราคม 2562 / 08:01

    แง้ มีเฮฟเฟด้วยยย งื้อ ชอบๆเนื้อเรื่องโอเค ตัวละครกลมเกลื่อน ดีมากๆอ่ะ
    #20
    2
  4. #19 Parisa009 (@Parisa009) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 01:33

    สนุก~ มาต่ออีกนะคะ~
    #19
    1
  5. #18 Skye1907 (@Little_Momonoy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 21:21

    อย่าให้วัลโก้รู้----ออร์มอย่าสิว่าอาจารย์นายมีสาย #ผิด

    คราวนี้ออร์มเจอโลมาพูดได้อีก

    #18
    1