【Aquaman】 ❝The Ocean❞ || Orm Marius X Oc

ตอนที่ 2 : Ocean 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 900
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

Ocean 02

 

 

 

       ก่อนจะได้พูดอะไรต่อ ประตูไม้ของบาร์ก็เปิดผาง

 

       เขาหันไปทันเห็นร่างบางร่างหนึ่งที่กำลังยืนอยู่บนแท่นอะไรบางอย่างสีขาวๆติดล้อแล่นเข้ามาภายใน

 

       ด้วยความเร็ว ร่างนั้นเหยียบแท่นด้านหลังและกระดกแผ่นสีขาวนั่นขึ้นมาในอ้อมแขน

 

       “หวัดดีค่ะลุงเบน” หญิงสาวผมสีดำกล่าวกับชายสูงวัยที่อยู่หลังสิ่งที่เรียกว่าเคาน์เตอร์ไม้

 

       “กริลล์ชีส เพิ่มชีสใช่มั้ย?” เขาถาม

 

       “รู้ใจหนูดีจัง” เธอฉีกยิ้มร่า

 

       ก่อนที่ร่างบางจะทันได้นั่ง อาร์เธอร์ก็ร้องขึ้นซะก่อน

 

       “เฮ้ เลดี้ออฟเดอะเลค!!”

 

       ดวงตาสีเขียวมิ้นท์หันมาหาพี่ชาย แล้วทันใดนั้นเธอก็ยิ้มกว้าง

 

       ออร์มเคยเจอหญิงชาวแอตแลนติสมาหลายคน แต่เขาก็ต้องยอมรับเลยว่าไม่มีใครจะยิ้มสวยแบบจริงใจเท่าชาวบกคนนี้

 

       “คิงอาร์เธอร์!! ทริปกู้บัลลังก์เป็นไงบ้างล่ะ?” ร่างบางโผมาเกาะขอบโต๊ะและวางผ่นสีขาวในมือลง

 

       ชายหนุ่มผมน้ำตาลยักคิ้วและลากเก้าอี้จากโต๊ะข้างๆมาให้เธอ

 

       “เรียกฉันว่ากษัตริย์อาร์เธอร์แห่งแอตแลนติสซะนะ”

 

       เธออ้าปากค้าง

       “เจ๋งไปเลยอาร์ตี้”

 

       มือเรียวปลดสิ่งที่ออร์มจำได้ว่าชื่อกระเป๋าเป้ลงจากหลังและทรุดตัวลงนั่งข้างกายของพี่ชาย

 

       “เธอคงเป็นเมร่าสินะ” หญิงสาวหันไปหาคนผมแดง

 

       “อาร์กัสบอกเธอรึไง?” ร่างใหญ่บึกบึนยกแก้วเบียร์ขึ้นมาซด

 

       “ไม่หรอก นิโคลต่างหาก” เธอกรอกตา

 

       ออร์มรู้สึกเหมือนคนโง่

 

       ใครคืออาร์กัส? แล้วใครคือนิโคล?

 

       เจ้าสมุทรวางแก้วลง

       “เมร่า ออร์ม นี่เพื่อนฉัน...เลดี้ออฟเดอะเลค”

 

       “ชื่อแปลกจริง” เมร่าเอียงคอ

 

       “ไม่ นั่นไม่ใช่ชื่อฉัน” หญิงสาวโบกไม้โบกมือและรับจานใส่อะไรบางอย่างกลิ่นหอมน่ากินมาจากชายชื่อเบนที่เดินมายื่นให้

 

       “เท่ออก มีคิงอาร์เธอร์แล้วก็มีเลดี้ออฟเดอะเลคคอยช่วยเหลือ”

 

       “เท่าที่ฉันอ่านตำนานมา เทพธิดาแห่งทะเลสาบเป็นคนดูแลลานเซลอตนะ ไม่ใช่อาร์เธอร์” เธอแย้ง

 

       “ช่างเถอะ ฉันธาลาสซา คลาวด์ เรียกลาสซาก็ได้”

 

       “เมร่า เจ้าหญิงเผ่าเซเบิล” หญิงสาวผมแดงยื่นมือออกไปแตะทักทายพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร

 

       “ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ธาลาสซายิ้มตอบ

 

       “นายล่ะ?” ดวงตาสีเขียวเบนมาสบกับคู่สีน้ำเงินของเขา

 

       ราวกับว่ากาลเวลาหยุดนิ่ง

       เขาเห็นเฉดสีเป็นล้านๆสีอยู่ในตาคู่นั้น เหมือนกับมหาสมุทรที่กำลังดูดเขาเข้าไปจนไม่สามารถว่ายกลับขึ้นมาได้แม้ด้วยพลังของชาวแอตแลนติสก็ตาม

 

       เมื่อตอนบ่าย เมร่าเอานิทานเรื่องเจ้าหญิงเงือกน้อยมาให้เขาอ่าน  เป็นหนึ่งในหลักฐานว่ามนุษย์รับรู้ถึงการมีอยู่ของโลกใต้สมุทร...อย่างน้อยก็ในจินตนาการของพวกเขา

 

       ณ เวลานี้ เขารู้แล้วล่ะว่าเงือกน้อยนั่นน่ะรู้สึกยังไงตอนเห็นเจ้าชายครั้งแรก

 

       “ฉันออร์ม มาริอุส” ได้ยินเสียงตนเองตอบไป

 

       “ชื่อเพราะดี” หญิงสาวยิ้มจนตาหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยว

 

       ขอสาบานกับโพไซดอน ในตาคู่นั้นเปล่งประกายราวกับเอาดาวทั้งท้องฟ้ามารวมไว้ในที่เดียว

 

       ออร์มคงไม่มีวันเบื่อกับการจ้องมองมัน

 

       “เขาเป็นน้องชายต่างแม่ของฉันเอง อดีตราชาแห่งแอตแลนติสเชียวนะ...” อาร์เธอร์ตบบ่าเขา

 

       “เขาจะมาอยู่บนบกซักพักใหญ่ๆเลย”

 

       เธอเลิกคิ้ว

       “บทลงโทษเหรอ?”

 

       ดวงตาสีทองขของพี่ชายเหลือกไปมา

       “ประมาณนั้น”

 

       ธาลาสซาพยักหน้าเบาๆและหยิบสิ่งร้อนๆหอมๆในจานนั้นมากัดกิน อะไรบางอย่างสีเหลืองทองควันฉุยยืดเยิ้มออกมา

 

       “อืมมม มอสซาเรลล่ากับเชดด้าร์” เธอพึมพำ

 

       “ลุงเบนคะ รสมือไม่ตกเลยนะคะเนี่ย”

 

       ชายวัยกลางคนที่อยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ยิ้มรับ

 

       พวกเขาคุยสังสรรค์กันอีกพักหนึ่ง(ส่วนใหญ่จะเป็นอาร์เธอร์กับธาลาสซาคุยกัน) จากนั้น เจ้าสมุทรร่างเบิ้มจึงตัดสินใจยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเก็บบิลโต๊ะ

 

       “ลุงเบน เก็บบิลครับ”

 

       หลังจากทำการจ่ายเงินที่เป็นการเอาแผ่นอะไรบางอย่างสีเทาๆเขียวๆยื่นให้เจ้าของร้านเสร็จแล้ว พวกเขาก็เดินออกมาด้านนอก

 

       “จะเดินกลับเหรอ?” หญิงสาวผมสั้นถามขึ้นและวางแผ่นขาวติดล้อของเธอลงกับพื้น

 

       “ฉันเอารถมา” พี่ชายตอบและชี้ไปที่พาหนะเก่าๆสีฟ้าๆด้านข้างบาร์

       “จะกลับด้วยกันมั้ย?”

 

       “ฉันว่าจะเอาของไปให้ลุงโธมัสพอดี” เธอยิ้มเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ

 

       อาร์เธอร์ยักคิ้ว

       “อย่าหลงล่ะ”

 

 





 

 

       ออร์มจ้องมองทิวทัศน์ยามราตรีนอกหน้าต่าง

 

       เขาไม่เคยเห็นกลางคืนมาก่อนเลย ในแอตแลนติสมีแสงสว่างตลอดเวลา

 

       ดวงตาสีไพลินเบนไปที่ร่างบางด้านนอกที่กำลังยืนอยู่บนแท่นติดล้อและเคลื่อนที่ไปด้วยกันกับสิ่งที่เรียกว่ารถกระบะ

 

       “ลาสซา” ร่างหนากำยำสีแทนเรียกขึ้น

 

       “อือฮึ?”

 

       “สนใจจะซิ่งมั้ย?”

 

       คำว่าซิ่งคืออะไรนั้น ชายหนุ่มผมซีดไม่แน่ใจ

       แต่มันฟังดูอันตรายแปลกๆ

 

       “ไม่ดีมั้ง? เมร่ากับออร์มเมารถง่ายมั้ยล่ะ?” เธอเลิกคิ้วสีเข้มขึ้นข้างหนึ่ง กระชับสายกระเป๋าสะพายที่พาดผ่านบ่า

 

       “อ่า...ฉั-” หญิงสาวผมแดงพยายามพูด แต่ถูกขัดโดยอาร์เธอร์

 

       “โห แค่นี้จิ๊บๆน่า”

 

       “อาร์เธอร์ ออร์มกับฉั-”

 

       “ใครถึงช้ากว่าเสียสามดอลลาร์” พี่ชายฟันธงและกระชับอะไรบางอย่างที่เป็นวงๆสีดำในมือดูคล้ายกับเกียร์บังคับของยานชาวแอตแลนติสแน่น

 

       “ตามนั้น” ธาลาสซาขยิบตา

 

       แล้วทันใดนั้น ทุกอย่างก็หมุนหวือ

 

       ออร์มจำไม่ได้ว่าตะโกนอะไรออกไปบ้าง รู้แต่ว่าเมร่ายื่นมือขึ้นกำที่จับซึ่งอยู่บริเวณเหนือประตูรถแน่นและกรีดร้อง

       ในขณะที่พี่ชายตัวดีก็ตะโกนเช่นกัน แต่ด้วยความสนุก ไม่ใช่ความตกใจอย่างที่พวกเขาเป็น

 

       หางตาเห็นหญิงสาวที่อยู่ข้างๆรถยังคงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูสีกัน ร่างบางเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยและยื่นมือออกไปด้านหน้าคล้ายกำลังดันอะไรบางอย่าง ผมสีดำสนิทปลิวไปด้านหลังจนเห็นลำคอเนียนระหงชัดเจน เธอยิ้มด้วยความหรรษา

 

       อะไรทำให้เธอเคลื่อนที่ได้เร็วขนาดนั้นกันนะ? แท่นนั่นก็ดูไม่ค่อยมีแรงนี่

 

       ไม่กี่นาทีต่อมา ประภาคารสูงใหญ่ก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น

 

       ธาลาสซาเลียริมฝีปากอย่างขะมักเขม้น

 

       อาร์เธอร์กู่ร้องพลางเหยียบแท่นที่เรียกว่าคันเร่งแรงขึ้น

 

       เมร่าหลับตาปี๋และกรี๊ดพลางเอามือข้างที่ว่างป้องหัวไว้

 

       เขาคำรามลอดไรฟันเสียงดังลั่นและยึดเบาะหน้าเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่างของตนปลิวออกไปด้านหน้ารถ

 

       เขาจะตายทั้งๆที่ยังไม่พ้นโทษไม่ได้นะ

 

       โพไซดอนช่วยลูกด้วย

 

       ก่อนที่เขาจะสติหลุดและกรีดร้องคำว่าท่านแม่ออกมา รถก็หยุดกึก

 

       ดวงตาสีไพลินกะพริบสองสามที

 

       ยังไม่ตาย...

 

       เขาพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

       “อาร์เธอร์ ถ้ายังรักฉัน เมร่าแล้วก็ท่านแม่อยู่ อย่าได้คิดจะทำอะไรบ้าๆแบบนี้อีกเชียว”

 

       พี่ชายหันมาและขยิบตา

 

       “ไม่ต้องห่วง ฉันทำอีกแน่”

 

       และเมื่อเห็นสายตาของเขา...

      

       “ทำไมอ่ะน้องชาย? สนุกออก”

 

       ข้าแต่เทพเจ้าแห่งห้วงทะเล

       ทำไมต้องให้ไอคนที่โตแต่ตัวนี่มาเป็นพี่เขาด้วย?

 

       ชายหนุ่มเปิดประตูรถกระบะด้วยมือที่สั่นเทาและก้าวเท้าลงเหยียบพื้นหญ้า

 

       ทันใดนั้น ความรู้สึกวิงเวียนอย่างรุนแรงก็ตีขึ้นมาในหัว

 

       ออร์มกุมขมับและพยายามข่มกลั้นมันเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ผล

       ธาลาสซาเดินมาใกล้และแตะไหล่เขาเบาๆ

 

       “เฮ้ นายโอเคนะ?”

 

       แล้วภาพทุกอย่างก็เบลอ

 

       เขารู้ตัวอีกทีก็เมื่อกำลังโก่งคออาเจียนของว่างเมื่อบ่ายอยู่ริมผาใกล้ๆประภาคารของโทมัส ร่างบางที่วางแผ่นแปลกๆนั่นไว้ที่ไหนก็ไม่รู้นั่งอยู่ข้างกายและคอยลูบหลังเขาด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

 

       โอ...ให้ตาย

       นี่มันยิ่งกว่าโดนเมร่าแกล้งให้กินหอยเน่าเป็นมื้อเช้าตอนเด็กๆอีก

 

       “เขาเป็นไงบ้าง?” แว่วเสียงอาร์เธอร์ตะโกนมา

 

       “ยังไม่ตาย แค่เมารถน่ะ” คนผมสั้นตอบ มือยังไม่ละจากการลูบหลังเขา

 

       กลิ่นเค็มๆของทะเลเบื้องล่างทำให้ชายหนุ่มหลับตาลง เขาอ้าปากหอบหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปขณะที่หญิงสาวผมดำข้างๆส่งแก้วใส่น้ำมาให้บ้วนปาก

 

       ออร์มพึมพำขอบคุณและขยับเข้าไปในผืนดิน ทิ้งตัวลงบนแขนทั้งสองข้างที่พิงไปด้านหลัง

 

       ภาวนาขอให้อาการเมารถนี่มันไม่ได้ทำให้เขาล้มป่วยนะ

 

       “...ขอโทษนะ” ลาสซาพูดขึ้นในที่สุด เธอวางแก้วน้ำที่ว่างเปล่าของเขาลงและขยับมานั่งใกล้ๆในท่ากอดเข่า

 

       “หือ?”

 

       “ก็...ฉันลืมไปว่าพวกเธอคงยังไม่ชินกับการซิ่งรถ ที่แอตแลนติสคงไม่มีแบบนี้มากเท่าไหร่”

 

       ดวงตาสีฟ้าเข้มเบนมา

 

       “ว่าแต่...เธอรู้เรื่องแอตแลนติสได้ไง?”

 

       ธาลาสซายิ้มบางๆ

       “เพราะฉันไม่ใช่คนที่นี่เหมือนอาร์เธอร์ไงล่ะ”

 

       เป็นชาวสมุทรงั้นเหรอ?

 

       ออร์มไล่มองเส้นผมสีดำสนิทของเธอ และเลื่อนสายตามาที่ดวงตาสีเขียวปนๆที่ประกอบไปด้วยเฉดสีนับล้านซึ่งเขาไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้

 

       เธอหัวเราะเสียงใสเมื่อเห็นความสับสนในตาของเขา

 

       มันกังวานและใสเหมือนพิณของวนิพกฝีมือเยี่ยมคนหนึ่งที่เคยมาเล่นให้เขาฟัง

       และมันทำให้ออร์มยิ้มบางๆไปกับมันด้วย

 

       “ฉันหน้าตาได้แม่น่ะ”

 

       แม่?

 

       แม่เธอเป็นชาวบกสินะ

 

       “ไม่หรอก แม่ไม่ใช่ชาวบก” เธอขัดความคิดของเขา เปลี่ยนท่ามานั่งขัดสมาธิ

 

       มือเรียวดึงหญ้าเล่น ดวงตาเหม่อมองไปที่ดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า แสงสีส้มอาบไล้ไปทั่วใบหน้างดงาม

 

       “เธอชื่อไคโม”

 

       ชื่อคุ้นๆนะ...

 

       “เป็นหนึ่งในนางอัปสรเนอรีดส์”

 

       โอ้...

 

       เดี๋ยว ว่าไงนะ?

 

       “แม่คลอดฉันแล้วก็เอามาวางไว้หน้าประตูบ้านของพ่อแม่บุญธรรมฉัน...พวกคลาวด์น่ะ ฉันไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าฉันไม่ใช่ลูกแท้ๆของพวกเขาจนฉันอายุสิบสี่ แม่มาปรากฏตัวต่อหน้าฉันครั้งแรก บอกว่าฉันเป็นครึ่งเทพ แล้วก็...หายไป แบบ...สลายหายไปกับตาเลยยังไงอย่างนั้น” ดวงตาหลายเฉดสีของธาลาสซาก้มลงมองมือตัวเอง

 

       ออร์มไม่ได้พูดอะไร

 

       เขาแค่...นั่งเงียบๆอยู่ตรงนั้นราวกับจะพูดว่าฉันจะทำเหมือนไม่มีตัวตน ฉันจะรับฟังเธอ และเธอจะสบายใจขึ้นถ้ามันเป็นแบบนี้

 

       หญิงสาวถอนหายใจอีกครั้ง

 

       “แม่มาหาฉันอีกทีตอนคืนวันเกิดอายุสิบหก”

 

       คิ้วเรียวสีเข้มขมวดเข้าหากันและยกข้อมือขึ้นมา หันมันมาทางเขา

 

       “เธอให้นี่”

 

       แสงแดดส่องกระทบสร้อยข้อมือสีทองปนชมพูเส้นบาง จุดที่น่าจะเป็นบริเวณกึ่งกลางของมันถูกตีเป็นแผ่นบางๆแคบๆ สลักอะไรบางอย่างที่เขาเห็นไม่ชัดมากนัก

 

       “เธอบอกนี่เป็นสิ่งที่พ่อทำให้ฉัน”

 

       ธาลาสซาดึงแขนเสื้อลงมาปิดมันเหมือนเดิม เธอวางมือลงเล่นหญ้าอีกครั้ง

 

       “ฉันโตมากับอาร์เธอร์ เราห่างกันประมาณสามปี...และนั่นทำให้ฉันรู้จักกับแอตแลนติส แม้จะเป็นเพียงคำบอกเล่าของวัลโก้เท่านั้น”

 

       “เสียใจด้วยนะ...เรื่องพ่อนายน่ะ”

 

       ชายหนุ่มผมซีดพยักหน้าเบาๆ

       “เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น ฉันแทบไม่เคยได้ใช้เวลาแบบพ่อลูกร่วมกับเขาด้วยซ้ำ”

 

       “อย่างน้อยนายก็มีพ่อ”

 

       หญิงสาวลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามกางเกงขายาวสีเข้มของตนและยื่นมือให้เขา เธอหันไปมองขอบฟ้าที่ยังคงมีแสงของดวงอาทิตย์ฉายอยู่รางๆแวบหนึ่ง

 

       ดวงตาหลากสีนั้นกลับมาเปล่งประกายอย่างร่าเริงเหมือนเดิม มุมปากยิ้มบางๆ

 

       ราวกับเรื่องของมารดาตนนั้นไม่เคยถูกบอกเล่ามาก่อน

       และราวกับท่าทางเซื่องซึมนั่นไม่เคยมีมาก่อน

 

       “เข้าไปข้างในเถอะ เมร่า,พี่นายกับอาร์เธอร์คงรอแย่แล้ว...เราไม่อยากให้พวกเขากินข้าวเย็นหมดก่อนหรอก ใช่ไหม?”

 

       ออร์มยิ้ม

 

       “ไม่หรอก...ไปกันเถอะ”

 

 

 

TALK WITH FM

เรื่องเก่าเรายังไม่จบ เราก็มาเปิดเรื่องใหม่อีกล้าวววว

ความจริงไรท์เขียนได้ประมาณตอนสองตอนแล้วค่ะ ว่าจะเก็บไว้ในเครื่องเฉยๆแต่ในที่สุดก็ทนกิเลสตัวเองไม่ไหว55555

ฝากฟิคเรียบๆไม่หวือหวานี้ไว้ในทะเลใจทุกคนด้วยนะคะ

ด้วยรักและเสียงหวีดคิงออร์ม

เฟิงมี่ค่ะ>3<

     
Z y c l o n
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #42 lanabanana (@earnkuma) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 21:15
    ไม่คิดว่านางเอกจะเป็นครึ่งเทพนะเนี่ย ชอบค่ะๆ
    #42
    1
    • #42-1 NibErU_HoRiZonAngel (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 2)
      4 เมษายน 2562 / 07:20
      ขอบคุณค่ะะะ พอดีเราชอบอะไรที่มันเป็นปกรณัมอยู่แล้ว การจะโยงเรื่องอะไรแบบนี้เข้าด้วยก็เลยค่อนข้างง่าย
      #42-1
  2. #8 Kimiyoshi Ranna (@mookmane) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:47
    กรี้ดดดด ความหลงแต่แรกเห็นของพี่ออร์มนั้น... เอาใจหยูไปเล๊ยยยยย
    #8
    0
  3. #6 Bloody Empress (@Vongola_Diecimo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 14:55
    คือเราก็มโนเรื่องเราครึ่งเทพมา ft. กับเรื่องนี้ไม่คิดวาจะมีคนแต่งงง ดีใจมากๆๆๆๆ
    #6
    3
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #6-2 NibErU_HoRiZonAngel (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 2)
      7 มกราคม 2562 / 16:43
      55555 เรามา ft. กันได้นะคะ//ทาบทามตัวละครมาร่วมตี้(แกล้งน้องออร์ม)เบาๆ
      #6-2
  4. #5 Barea (@boonyaratku7) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 17:08
    สงสารน้อง น้องเมารถ5555555555
    #5
    1
    • #5-1 NibErU_HoRiZonAngel (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 2)
      4 มกราคม 2562 / 18:55
      เรื่องนี้น้องจะน่าวงวารหน่อยค่ะ เราจะปล่อยน้องให้อาร์เธอร์กับลาสซาเล่นไปก่อนนะคะ 55555
      #5-1
  5. #4 Skye1907 (@Little_Momonoy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 13:41

    ออร์มกับเมร่าและประสบการณ์การนั่งรถซิ่งครั้งแรก-- อาเธอร์ดูลัลล้าสุด

    #4
    1