【Aquaman】 ❝The Ocean❞ || Orm Marius X Oc

ตอนที่ 17 : Ocean 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    11 ก.ย. 62

Ocean 17

 

 

 

       แผลของออร์มเริ่มตื้นขึ้นแล้ว หมอจึงให้เขากลับมาพักที่บ้าน

 

       แน่นอนว่าไม่ใช่บ้านของโธมัส เขาจัดการหาเหตุผลร้อยแปดพันเก้า ชักแม่น้ำทั้งห้าจนพี่ชายและเมร่าต้องยอมให้เขาอยู่ที่บ้านของธาลาสซา

 

       ทักษะการทูตเขาได้ปัดฝุ่นใช้ประโยชน์ก็ตอนนี้เนี่ยแหละ

 

       ตอนนี้ อดีตราชาแห่งแอตแลนติสกำลังนั่งกินพุดดิ้งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นของเธอ ร่างสูงเอนตัวลงอิงพนักแขนและยกขาขึ้นมาบนเบาะ กึ่งนั่งกึ่งนอนขณะที่ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจ้องแป๋วไปที่ทีวี

 

       สตีเฟ่น ฉินและพรรคพวกของเขาถูกจับ...ซึ่งก็ไม่ได้สร้างความแปลกใจให้แก่วงการวิทยาศาสตร์เท่าไหร่ ถ้าพิจารณาจากเรื่องบ้าๆบอๆที่เขาเอาแต่พร่ำพูดถึง(ในมุมมองของชาวบก)เช่นแอตแลนติส

 

       ส่วนแบล็คแมนทา...

 

       เดวิด ไฮด์ถูกส่งไปที่คุกกอตแธม และได้อยู่ในโซนของอาชญากรร้ายแรง การคุ้มครองแน่นหนา และคงไม่มีทางจะได้ออกมาอีกยกเว้นมีเหตุบางอย่าง

 

       “ไปไหนเหรอ?” เขาถามเมื่อหญิงสาวผมสีดำเดินลงมาจากห้องด้านบนแล้วคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจพร้อมเสกตบอร์ด

 

       ดวงตาสีเขียวล้านเฉดหันมามองเขา ก่อนที่เธอจะยิ้มให้

 

       “ฉันว่าจะพานายไปเดินเล่นแถวหาด เผื่อไอทะเลจะช่วยให้นายดีขึ้น แต่ถ้านายง่วงก็ไม่ไป”

 

       “ไปสิ” เขาตอบตกลงอย่างไม่ลังเล ก่อนจะยันตนเองขึ้นจากโซฟา แต่ก็ต้องงอตัวเบาๆเมื่อรู้สึกตึงๆบริเวณลำตัว

 

       ร่างบางก้าวเข้ามาอยู่ข้างเขาในทันที ธาลาสซาแตะมือลงบนแขนของชายหนุ่มผมซีด ใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย

 

       “นายโอเคนะ?”

 

       เขาไอสองสามที

 

       “ใช่...ฉันโอเค”

 

       คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถามจนเขาต้องพยักหน้าและยิ้มยืนยัน

 

       เธอมองเขานิ่งอีกครู่หนึ่งราวกับรอว่าอยู่ๆเขาจะล้มฟาดลงไปกับพื้นมั้ย ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

 

       “งั้นก็ไปกันเถอะ”

 

       เนื่องจากเขายังไม่หายดี, สร้อยกดพลังก็กลับมาคล้องอยู่บนคอเขาแล้ว(อาร์เธอร์กับเมร่าแอบใส่ให้ใหม่ตอนเขานอนพัก) และเขาเสกตไม่เก่ง ธิดาแห่งไคโมจึงตัดสินใจทิ้งเจ้าแท่นขาวคู่ใจไว้ที่บ้านแล้วพาเขาโดดขึ้นจักรยานสีฟ้าในโรงรถที่แทบไม่ได้เลยตั้งแต่ได้เข้าเรียนมหา’ลัย

 

       “ฉันจะตกมั้ย?” คิ้วเข้มของอดีตราชาแห่งแอตแลนติสขมวดเข้าหากันขณะที่มองล้อบางๆสองวงด้านล่างเมื่อเธอเข็นมันออกมา

 

       “ไม่ต้องห่วงน่า” เธอว่า

       “ไม่ตกหรอก...ฉันไม่ให้นายตกแน่นอน”

 

       มุมปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

 

       “ฉันหนักนะ...” เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูหญิงสาว

 

       “...เธอไหวเหรอ?”

 

       มันเป็นประโยคคำถามง่ายๆ และไม่ควรจะมีความหมายซับซ้อนอะไร...แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างนี้ฟะ?

 

       ดวงตาสีไพลินมีประกายแฝงความนัยพาดผ่าน ทำให้หญิงสาวยิ่งหน้าแดงหนักขึ้นไปอีก

 

       เธอตัดสินใจเหวี่ยงขาเรียวขึ้นคร่อมเบาะนั่งจักรยานแล้วพูดรัวเร็ว

 

       “รีบขึ้นมา ไม่งั้นฉันจะทิ้งนาย”

 

       ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มน่าหมั่นไส้ก่อนจะขึ้นนั่งบนเบาะด้านหลัง

 

       “แล้วฉันต้องโอบเอวเธอมั้ยเนี่ย?”

 

       “ถ้ากลัวตกก็เอาเลย” ธาลาสซาเอ่ยประชด แต่ดันทำให้คนข้างหลังยิ้มกริ่มกว้างขึ้นกว่าเดิมแล้วโน้มตัวเข้ามา ตวัดแขนรอบเอวบางขณะที่เธอออกตัว

 

       ลมหายใจอุ่นร้อนเหนือบ่าทำให้หญิงสาวขนลุกชัน ความปั่นป่วนในท้องทำให้เธอรู้สึกเดจาวูกับเหตุการณ์ที่เอริเทรียยังไงไม่รู้ เสียงหัวใจของคนผมซีดที่เต้นเป็นจังหวะชิดกับแผ่นหลังและกลิ่นลมทะเลที่คุ้นเคยยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นคง

 

       “รู้มั้ย” ออร์มว่า เสียงของเขาอยู่ใกล้กับหูเธอเหลือเกิน

       “หัวใจเธอเต้นแรงมากเลยนะ”

 

       “หุบปากน่า”

 

       เธอแทบจะเห็นรอยยิ้มชวนใจสั่นของเขาชัดเจนจากหางตาได้เลย

 

       “ฉันดีใจนะที่เป็นสาเหตุของมัน”

 

       “...ตาบ้าเอ๊ย”

 

       คราวนี้ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ

 

       เมื่อไหร่จะถึงทะเลวะเนี่ย? เขากำลังจะทำเธอหัวใจวายตายแล้วนะ

 

       และในที่สุด จักรยานสีฟ้าก็เลี้ยวเข้าลานจอดรถสำหรับพาหนะชนิดเดียวกันโดยเฉพาะ คนผมดำเข็นมันเข้าไปจอดแล้วพาเขาเดินเข้าไปที่ชายฝั่งซึ่งเต็มได้วยทรายเม็ดละเอียด

 

       กลิ่นเค็มๆแต่ไม่ชวนให้เอียนของทะเลโชยมากับลมอุ่นๆ ปัดเส้นผมสีดำไปข้างหลังขณะที่เธอเดินช้าๆเคียงข้างเขาลงไปจากถนนคอนกรีต

 

       เธอสวยมาก

 

       พวกเขาเดินเลียบไปเรื่อยๆ ปล่อยให้เวลาเลยผ่านไปจนกระทั่งถึงส่วนที่ขอบฟุตบาทยกสูงอยู่ใกล้กับน้ำ แล้วจึงตัดสินใจขึ้นไปนั่งห้อยขาเล่นกันตรงนั้น

 

       เสียงซัดกระทบกับพื้นทรายเป็นจังหวะสงบนิ่ง ดวงตาทั้งสองคู่ทอดไปไกล แสงสีส้มของอาทิตย์อัสดงอาบไล้ใบหน้า

 

       “ตอนฉันยังเด็ก...” ออร์มเริ่ม

 

       “พวกเขาบอกฉันตอนที่เอาท่านแม่ไปว่า ท่านแม่ทรยศแอตแลนติส...เขาบอกว่าท่านแม่มีลูกกับชาวบกคนหนึ่ง”

 

       หญิงสาวนิ่งเงียบ ดวงตาสีเขียวล้านเฉดปรายมามองเขาเพีงชั่วครู่

 

       “ตอนนั้นฉัน...ฉันโคตรดีใจที่มีพี่ชาย” เขาสูดหายใจลึก

       “แต่ไม่นาน ท่านพ่อก็เอาแต่มองฉันด้วยสายตาราวกับจะเอาตรีศูลมาฟาดฉันให้ตายทุกครั้งที่เอ่ยถึงท่านแม่หรือพี่ชายที่ไม่เคยรู้แม้แต่ชื่อ แล้วบอกฉันว่าพวกเขาอ่อนแอ พวกเขาไม่มีค่าพอจะให้ฉันใส่ใจ”

 

       “...ตอนนั้นฉันถึงได้รู้ว่า การพูดถึงพวกเขาในทางที่ดีมีแต่จะทำให้อำนาจของฉันทั้งในฐานะเจ้าชายและกษัตริย์ไม่มั่นคง” ดวงตาสีไพลินสั่นไหว

 

       มือเรียวเอื้อมไปทาบทับมือใหญ่ของเขาที่วางอยู่บนพื้นผิวปูนขรุขระ

 

       “นายไม่ผิด” เสียงของเธออ่อนโยน มั่นคง ปลอบประโลม

 

       สองสายตาประสานกัน เสียงคลื่นดูเหมือนจะเบาลงเรื่อยๆจนเหลือเพียงเสียงของก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมา

 

       แล้วริมฝีปากของทั้งคู่ก็สัมผัสกัน

 

       และออร์มสาบานว่ามันเป็นจูบที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับมา

 

       เธอตอบสนองเขาอย่างเงอะงะเล็กน้อย ซึ่งนั่นทำให้เขารู้ทันทีว่ามันเป็นจูบแรกของเธอ

 

       หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ...ธาลาสซาเป็นคนแรกที่จูบเขาแล้วทำให้มันสะดุดได้ แม้ว่าเขาจะเคยผ่านผู้หญิงมาพอสมควรแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองถูกเติมเต็มจริงๆ

 

       เป็นเวลาเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่พวกเขาจะผละออก

 

       ริมฝีปากของเขาอ้อยอิ่งอยู่ห่างจากเธอไม่กี่เซนติเมตรราวกับไม่อยากจะจากไป

 

       แก้มของหญิงสาวตรงหน้าขึ้นสีเมื่อเขากระซิบคำพูดในระยะประชิด

 

       “คบกันนะ”

 

       เธอยิ้ม แล้วตอบเขาด้วยจุมพิตอันบางเบาที่มุมปาก

 

       ให้ตาย

       มนุษย์กึ่งเทพทุกคนน่ารักแบบนี้มั้ยเนี่ย?

 

      

 

 





 

 

 

 

       “อาร์เธอร์” เสียงของผู้เป็นมารดาทำให้เจ้าสมุทรหันไปมอง

 

       “ออร์มเป็นยังไงบ้างลูก?”

 

       ดวงตาสีทองเหลือบไปสบกับสีฟ้าสว่างของเมร่า มือที่ถือตรีศูลทองคำแห่งแอตแลนขยับไปมาเล็กน้อย

 

       “ก็...ดีครับ เขาปรับตัวกับโลกเบื้องบนได้ดี”

 

       “แล้วลูกมาที่นี่...ใครอยู่กับน้องล่ะ?”

 

       หญิงสาวผมแดงกวาดตามองไปรอบตัว

       พวกเขาสามคนกำลังนั่งสังสรรค์กันอยู่บนแท่นลอยน้ำเหนือทะเลแอตแลนติก(ซึ่งทำให้เธอนึกถึงดาดฟ้ายานแอตแลนติสที่ออร์มและอาร์เธอร์เคยสู้กันชอบกล) อาหารแบบชาวบกสามจานวางอยู่ตรงหน้าแต่ละคนขณะที่วิวพระอาทิตย์ตกดินอันสวยงามเป็นพื้นหลังของดินเนอร์ครั้งนี้

 

       เจ้าหญิงเผ่าเซเบลเลิกคิ้วมองแฟนหนุ่มเป็นเชิงบอกไปเหอะน่า

 

       อาร์เธอร์ถอนหายใจ

 

       “รุ่นน้องผมเองครับ เธอเป็นมนุษย์กึ่งเทพแล้วก็รู้เรื่องแอตแลนติสด้วย”

 

       “เธอ?”

 

       ชายหนุ่มผมยาวเลียริมฝีปาก

       “ครับ...เธอ

 

       “โอ้” ราชินีผมบลอนด์ซีดห่อปากเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง

 

       “...เธอเป็นยังไงล่ะ?”

 

       “ดีครับ”

 

       “เดตกันรึยัง?”

 

       อควาแมนสำลักน้ำพั้นช์ที่กำลังจิบอยู่จนเมร่าต้องยื่นมือไปตบหลัง

 

       ชายหนุ่มผมยาวไอค่อกแค่กก่อนจะวางแก้วลง สูดหายใจลึกๆเพื่อปรับความสัมพันธ์กันของระบบการเปลี่ยนถ่ายอ็อกซิเจนในร่างกาย

 

       “โธ่ แม่ครับ” เขาโอดครวญเมื่ออาการสำลักหายไปแล้ว

       “ใจเย็นๆสิ เขาคงยังไปไม่ถึงขั้นนั้นกันหรอก”

 

       “ลูกน่ะไม่รู้อะไร” แอตแลนน่ายกแก้วไวน์ขึ้นจิบ มุมปากที่ยกยิ้มดูขี้เล่นจนแทบไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับสิ่งที่หญิงวัยกลางคนผู้นี้เคยเจอมา

 

       “น้องชายของลูก ไม่ว่าจะอยากได้อะไร เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอามันมาให้ได้”

 

       “หนูคิดว่าเขาเลิกนิสัยนี้ไปแล้ว” หญิงสาวผมแดงเลิกคิ้ว ตักไอศกรีมเข้าปากอีกคำหนึ่ง

 

       “ออร์แว็กซ์ต่างหากที่คิดว่าออร์มเลิกนิสัยนี้ไปแล้ว ลูกชายคนเล็กของเราฉลาดพอที่จะปกปิดมันมาตลอดสิบกว่าปีนี้” ราชินีหัวเราะคิกคัก

       “เขาแผนสูงนะ อย่าประมาทเชียว”

 

       “ไม่แน่นะ...” อาร์เธอร์กล่าวขึ้นมาลอยๆ

       “วันก่อนฉันเห็นสองคนนั่นเดินเล่นอยู่ที่ชายหาดด้วยกัน”

 

       คู่สนทนาอีกสองคนเบิกตากว้าง โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ที่เห็นได้ชัดว่าแทบจะกลั้นขำไม่ไหวแล้ว

 

       “เผลอๆกลับไป ไอ้น้องชายจอมเจ้าเล่ห์ของฉันคงงาบเธอไปแล้วเรียบร้อย”

 

       “อาร์เธอร์” เมร่าดุเบาๆ

       “พูดอะไรไปเรื่อย”

 

       เขาเบะปาก ดวงตาสีทองฉายแววหรรษา

 

       “ก็รอดูตอนเราขึ้นบกเถอะ”













 

 

 

 

TALK WITH FM

ไรท์หายอีกแล้ววววว

55555

ไม่ต้องกลัวนะ ยังอยู่ๆ

เขาจูบกันแล้วนะแกกกกกกกก นังออร์มมันรว้ายยยยยย นังออร์มมันแผนสูงงงงง

ส่วนหม่อมแม่ก็รู้ไต๋ลูกชายคนเล็กถึงไส้ถึงพุงจริงๆ ยอมใจมาก

ใครคิดถึงชายใหญ่ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวนางจะแว๊บๆผ่านๆมา แล้วค่อยแยกไปมีเรื่องของตัวเอง

ถ้าหายไปอีกก็ขอโทษด้วยจริงๆนะคะ ช่วงนี้เรียนเยอะมากเลย

เจอกันตอนหน้าเน้อ

ด้วยรักและเสียงหวีดคิงออร์ม

เฟิงมี่ค่ะ>3<

     
Z y c l o n
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #65 sehuno964 (@sehuno964) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 20:51
    กรี๊ดดดดด ฟหกดวสยดวรทากนมกมไม่ไหวแล้วววววว เขาคบกันแล้วแกรรรรร
    #65
    1
    • #65-1 F e n g M i i (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 17)
      12 กันยายน 2562 / 09:12
      เขาคบกันแล้วค่าาาาาา//จุดพลุ 55555
      #65-1
  2. #64 แคนตัสน้อย (@doffgjcsfhhnud) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 12:54
    ช้อตตอน 'คบกันนะ' นี้คือ กรี๊ดเดดเดดกืกนกมพ้จกวกมอำงไ
    #64
    1
    • #64-1 F e n g M i i (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 17)
      12 กันยายน 2562 / 09:14
      5555 ใจเย็นนะรีดนะ//ตบบ่าปุๆ
      #64-1