【Aquaman】 ❝The Ocean❞ || Orm Marius X Oc

ตอนที่ 16 : Ocean 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    20 ก.ค. 62

Ocean 16

 

 






       “ค่ะ ใช่ค่ะ...” ดวงตาสีเขียวล้านเฉดยังคงมองนิ่งไปที่ร่างของเจ้าสมุทร

       “โอเคค่ะ ขอบคุณมากนะคะมิสเตอร์เวย์น”

 

       มือเรียวกดวางสายแล้วหันไปหาเมร่า

       “เรียบร้อย”

 

       “ใครเหรอ?” หญิงสาวผมแดงฉงน

 

       ธาลาสซายกไอโฟนขึ้นมา

 

       “บรูซ เวย์น”

 

       ดวงตาสีฟ้าซีดกะพริบปริบๆ ท่าทางงุนงงจนเธอต้องถอนหายใจ

 

       “มหาเศรษฐีน่ะ คนทั่วโลกเบื้องบนรู้จักเขากันเกือบหมดเพราะรวยล้นฟ้า...แถมยังทำงานเสริมเป็นฮีโร่ที่ใช้นามแฝงว่าแบทแมนด้วย”

 

       “เขารู้จักกับอาร์เธอร์?” ออร์มขมวดคิ้ว กอดอก

 

       “ใช่” ธาลาสซาพยักหน้า

       “เคยร่วมงานกันตอนเกิดเรื่องสเตพเพนวูล์ฟ”

 

       “แล้วเธอได้เบอร์เขามา?” ดวงตาสีไพลินหรี่ลง

 

       อาร์เธอร์เคยเปรยกับเขาว่าสิ่งแรกที่เป็นประตูสู่ความสัมพันธ์ฉันคู่รักของชาวบกคือเบอร์โทรศัพท์...ซึ่งส่วนใหญ่จะทำการแลกหมายเลขกันในครั้งแรกๆที่ได้พบเจอ

 

       ...แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกหงุดหงิดกับทุกอย่างด้วยวะเนี่ย?...

 

       “ก็เอาไว้ใช้เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน”

 

       อะไรบางอย่างร้อนรุ่มอยู่ในอกของเขา อดีตราชาแห่งแอตแลนติสขบริมฝีปากล่างอย่างไม่รู้ตัว

 

       เจ้าญิงเผ่าเซเบลเหลือบมองมาเล็กน้อย คิ้วเลิกขึ้นเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

       “...เช่น?”

 

       “บางครั้งอาร์เธอร์เมาแหลกแล้วทำบาร์พัง มีสติเหลือพอแค่โทรบอกให้ฉันมาแบกกลับบ้าน ลำพังตังค์ฉันไม่เคยพอจ่ายค่าเสียหายอยู่แล้วเลยต้องมีเบอร์เขาเอาไว้ จะได้มีคนคอยจ่ายให้...ต่อให้พี่นายทำบาร์พังไปสิบรอบบรูซก็มีปัญญาจ่าย ขนหน้าแข้งไม่ร่วง”

 

       ชายหนุ่มผมซีดเม้มปากและพยักหน้า

 

       ทั้งสามหันกลับไปมองอาร์เธอร์และแบล็คแมนทา

 

       ตอนนี้มือของเจ้าสมุทรกำลังเอื้อมไปหาตรีศูลที่อยู่ในทรายหลังจากที่เขาเหวี่ยงร่างใหญ่ในเกราะสีดำไปอีกทาง แต่เดวิดเองก็พลิกร่างกลับแล้วคลานตามเขาไปติดๆเพื่อกระโจนเข้ายุดหน้าแข้งใต้กางเกงยีนส์ไว้

 

       ทันทีที่มือของชายผิวดำจับขาของราชาได้ เขาก็กระชากมันเข้าหาตัว ทำให้เจ้าของล้มหน้าคว่ำพร้อมสบถดังลั่นด้วยทรายที่กำลังเข้าปาก

 

       พวกเขานิ่วหน้าและส่งเสียง‘อู้ว’พร้อมๆกัน

 

       อาร์เธอร์คว้าไหล่ของคู่แค้นแล้วบิดมันกลับมาข้างหลังอย่างแรง ส่งผลให้เขาร้องด้วยความเจ็บปวด

 

       “เจ็บน่าดู” เมร่ากัดเล็บ

 

       “น่าจะไหล่หลุด” ชายหนุ่มผมบลอนด์ซีดวิเคราะห์

 

       ธาลาสซาพยักหน้าเห็นด้วย

       “แรงอย่างนี้คงอีกนานกว่าจะหายดี”

 

       ดวงตาสีเขียวล้านเฉดฉายแววหมดสนุก ก่อนจะหันกลับไปที่ถุงพลาสติกใส่ขนมขบเคี้ยวในมือของแฟนรุ่นพี่แล้วหยิบซองเยลลี่ออกมาฉีก

 

       “เอามั้ย?”

 

       เมร่าส่ายหน้า

 

       หญิงสาวผมสั้นหันไปหาร่างสูง มือเรียวหยิบขนมหวานในบรรจุภัณฑ์ขึ้นมายื่นไปตรงหน้า

 

       “เอ้า”

 

       เขาเอื้อมมือไปกุมรอบข้อมือบางแล้วก้มลงรับเยลลี่เข้าปาก ดวงตาสีน้ำเงินเป็นประกายและยิ่งดูเจิดจ้าเข้าไปอีกเมื่อเขาเริ่มเคี้ยวมัน

 

       “อร่อยดี” เขาพึมพำ มองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มบางๆ

 

       เมร่ามองบนใส่แผ่นหลังของพวกเขา

 

       ธิดาแห่งไคโมยิ้มตอบขณะที่เขาปล่อยเธอ มือของเธอเลื่อนลงไปกุมข้อมือที่ยังคงมีไออุ่นจากผิวของคนตัวสูงอยู่

      

       “นี่” เสียงทุ้มๆของเจ้าสมุทรทำให้พวกเขาหันขวับ

 

       ชายหนุ่มผมยาวสีน้ำตาลทองกำลังยืนในท่าเตรียมอยู่ตรงหน้าเดวิด ตรีศูลสีทองวาววับแบบอันตรายจ่ออยู่ตรงคอของร่างสูงบึกบึนในเกราะสีดำ

 

       “จีบกันเสร็จรึยัง?”

 

       ออร์มเลิกคิ้วแล้วกอดอก

       “เสร็จแล้ว มีอะไรพี่ชาย?”

 

       เธอหน้าแดงจนตัดสินใจหันไปทางทะเลแล้วยกมือขึ้นบังใบหน้าส่วนล่าง

       อะไรคือการตอบหน้าตาเฉยว่าเธอกับเขากำลังจีบกันอยู่ฟะ?

 

       “นายมารับช่วงต่อทีซิ ฉันอยากกินขนมบ้าง...อะไรกันไปซื้อมาแล้วไม่ชวนเลย”

 

       “ก็เห็นนายยุ่งอยู่” เมร่าโต้

 

       ดวงตาสีทองกรอกสามร้อยหกสิบองศาก่อนที่เจ้าของจะขยับออกไป

 

       “เอามาให้ฉันกินเหอะน่า”

 

       ผู้เป็นน้องชายเดินมาแทนที่ก่อนจะตะปบมือลงบนท้ายทอยของแบล็คแมนทา วางมือไว้บนนั้นเป็นเชิงเตือนว่าถ้าขยับได้มีกระดูกคอหักแน่ๆ

 

       “อีกเดี๋ยวพวกตำรวจจะมากันแล้ว” ธาลาสซาว่ากับรุ่นพี่

 

       “ติดต่อใครไว้?” เขาถาม

 

       หญิงสาวผมดำเม้มปากก่อนจะตอบ

       “มิสเตอร์เวย์น”

 

       “งั้นไอ้เวรนี่ก็จะได้ไปอยู่ที่กอตแธมอ่ะดิ” คู่สนทนาย่นหัวคิ้วพลางหันไปหา‘ไอ้เวร’ที่ว่า

 

       “ได้ยินมั้ย แกจะได้ไปทัศนศึกษาในคุกกอตแธมแหละ”

 

       ดวงตาสีเข้มกรอกไปมาเล็กน้อยเป็นคำตอบ

 

       ก่อนที่จะได้ต่อล้อต่อเถียงกันมากกว่านี้ เสียงล้อรถบดถนนก็เรียกความสนใจจากเจ้าของดวงตาสีเขียวล้านเฉด เธอผิวปากเบาๆ

 

       “เฮ้ทุกคน”

 

       ออร์มพยักหน้าเบาๆแล้วก้มลงดึงร่างของอดีตเพื่อนร่วมงานขึ้นมา

 

       ทันใดนั้นเอง แบล็คแมนทาก็หมุนตัวอย่างรวดเร็วกลับไปประจันหน้ากับเจ้าชายแห่งดินแดนใต้สมุทร

 

       มือหนาขยับครั้งหนึ่ง

 

       เธอได้ยินเสียงอาวุธบางอย่าง มันกระทบกับเกราะขณะที่ถูกสลัดออกมาจากช่องว่างบนเกราะแขน

 

       ประกายแวววาวของโลหะกระทบกับแสงแดดเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่คมมีดจะจมเข้าไปในร่างของร่างสูงเจ้าของผมสีบลอนด์ซีด

 

       ธาลาสซาเบิกตากว้าง เสียงของโลกภายนอกอื้ออึงอยู่ในหู หญิงสาวก้าวขาที่แข็งทื่อออกไปแล้วเริ่มวิ่ง

 

       เขาทรุดลงไปบนพื้น ใบหน้าซีดขาว มือกุมอยู่ตรงที่ถูกแทง

 

       อาร์เธอร์เหวี่ยงด้ามตรีศูลใส่หน้าของเดวิด ชายผิวสีล้มลงไปนอนสลบอยู่ที่พื้นโดยเปล่งเสียงร้องออกมาได้แค่คำเดียว มีดดาบยังคงคาอยู่เหนือหลังมือ

 

       ร่างบางพุ่งผ่านทั้งสองไปอย่างไม่สนใจไยดี เธอทรุดตัวลงข้างร่างของออร์มที่กำลังครางด้วยความเจ็บปวดและพยายามลุกขึ้น

 

       “อยู่นิ่งๆ” เธอสั่งเบาๆ ดันตัวเขาให้นอนราบลงขณะที่เอื้อมมือไปรับกระเป๋าสะพายจากเมร่ามาหนุนหัวเขา

 

       ทำไมเสียงเธอถึงสั่นขนาดนี้นะ

 

       มือบางเลิกชายเสื้อสีฟ้าอ่อนของคนตัวสูงออก เผยให้เห็นแผลยาวประมาณสี่เซนติเมตรใต้ชายโครงด้านขวา เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากรอยแยกระหว่างผิวสีซีด ย้อมเสื้อยืดบริเวณนั้นให้กลายเป็นสีเดียวกัน

 

       เธอรู้สึกได้ว่าลมหายใจของเธอกำลังไม่มั่นคงขณะที่กดฝ่ามือลงบนปากแผล ห้ามเลือดไว้ไม่ให้ไหลออกมามากเกินไป

 

       เขาร้องออกมาเบาๆตอนที่เธอทิ้งน้ำหนักลงไปบนร่างของเขา

 

       “นายจะต้องไม่เป็นไร” เธอพึมพำเสียงแผ่ว

       “...ต้องไม่เป็นไร”

 

       เขาพยักหน้ารับเบาๆแล้วพยายามหายใจลึกๆ กรามขบกันแน่นราวกับพยายามกลั้นเสียงร้องไว้

 

       ดวงตาสีเขียวล้านเฉดวาววับด้วยน้ำตาที่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้หลั่งออกมา เธอยกหลังมือที่ไม่ได้เปื้อนเลือดขึ้นปาดความชื้นตรงขอบตาตนเองออกไปเมื่อเห็นว่าเลือดยังไม่มีทีท่าจะหยุดไหล...หรือไหลช้าลงเลย

 

       “ลาส...ลาสซา” เสียงเรียกเบาๆของร่างที่นอนอยู่ทำให้เธอหันขวับ

 

       “อย่าเพิ่งพูด เดี๋ยวเลือดไหลมากขึ้น”

 

       ดวงตาสีไพลินสำรวจสีหน้าของเธอเงียบๆ

       เขาคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่าเธอกำลังกลัวเขาเป็นอะไรไป?

 

       “ฉัน...” เสียงรถขัดประโยคของเขา ขบวนยานพาหนะชาวบกสีดำสนิทแล่นเข้ามาในหาด จอดเรียงกันประมาณสาม-สี่คัน

 

       บ้าเอ๊ย

       ถ้าหายเมื่อไหร่จะเอาตรีศูลไปฟาดให้เรียบ

 

       ธาลาสซาผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งไปทางรถพยาบาลสีขาวที่มากับขบวนรถตำรวจ เสื้อยืดและมือที่เปื้อนเลือดสีแดงสดของเขาเด่นชัดท่ามกลางผู้คนนับสิบ

 

       ออร์มอดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าเซ็งออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะร้องออกมาเมื่อเผลอขยับตัว

 

       บุรุษพยาบาลสองสามคนตรงมาหาเขา สอดแผ่นอะไรบางอย่างสีเหลืองเข้าไปใต้ร่างแล้วยกเขาขึ้นเตียงฉุกเฉิน

 

       อดีตราชาแห่งแอตแลนติสอยากเหวี่ยงไอ้พวกขยะบกนี่ลงทะเล แต่ติดที่ว่าร่างกายของเขากำลังอ่อนแอจากการเสียเลือดไป เขาจึงได้แต่นอนนิ่งให้พวกเขาสวมหน้ากากอ็อกซิเจนแล้วพาเขาไป

 

       ให้ตาย นี่ถ้าเป็นในแอตแลนติสนะ ช้าขนาดนี้คงโดนคนไข้เดินเรื่องฟ้องร้องแหง

 

       ก็นะ เขาเข้าใจ

       ...วิทยาการชาวบกมันจะเทียบกับวิทยาการบ้านเกิดเขาได้ยังไงล่ะเนอะ?

 

 

 

 

 






 

 

 

 

 

 

 

 

       “แผลลึกเอาการอยู่นะครับ” หมอหนุ่มในชุดสีขาวว่าพลางกวาดตามองแผ่นกระดาษที่ถูกยึดติดกับคลิปบอร์ดในมือ

       “แต่น่าจะหายดีภายในหนึ่งอาทิตย์”

 

       “ขอบคุณมากครับหมอ” พี่ชายของเขาพยักหน้ารับ

 

       ชาวบกผมเข้มยิ้มบางๆให้แล้วเดินออกจากห้องไป

 

       ดวงตาสีทองหันมาหาออร์ม และเขาเห็นความหมั่นไส้อยู่ในนั้น

       “สมใจอยากแล้วล่ะสิ ฮึ?”

 

       “อะไร?” ชายหนุ่มผมซีดทำหน้าเหรอหรา

 

       “ฉันไปทำอะไรให้นาย?”

 

       ทั้งอาร์เธอร์และเมร่ากรอกตาเป็นเลขแปดพร้อมกัน มุมปากของอดีตราชาแห่งแอตแลนติสกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

 

       “ไอ้โจรสลัดนั่นแทงแรงก็จริง แต่มันดันโดนอวัยวะที่ไม่สำคัญมาก แถมนายยังเบี่ยงตัวออกไม่ให้มันสร้างแผลฉกรรจ์มากไปกว่านั้น...นอกจากนี้ มีดดาบนั่นก็ไม่ใช่เหล็กแอตแลนติสร้อยเปอร์เซ็นต์ มันเลยมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร”

 

       “แต่นายก็รู้อยู่แล้วนี่นา” ร่างบางในเสื้อยืดแขนกุดและกางเกงเอวสูงของเจ้าหญิงผมแดงยกแขนขึ้นกอดอก เอียงหัวไปเล็กน้อยแล้วเบะปากอย่างเหลืออด

 

       “นายเป็นคนเปิดช่องให้เขาแทงเองนี่”

 

       “ก็แหม...” ออร์มลากเสียงยาว ท่าทางยียวนกวนประสาทจนเธออยากเดินเข้าไปตบหัวสักทีสองที

       “ถ้าฉันไม่ให้เขาแทง ลาสซาจะห่วงฉันเหรอ?”

 

       แฟนของพี่ชายยกมือขึ้นกุมหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันด้วยความระอาใจ

 

       “เชื่อเขาเลย ยอมโดนแทงเพื่อให้สาวสนใจ”

 

       “ทำไงได้” เขายักคิ้ว

       “ก็คนมันชอบ”

 

       อาร์เธอร์มองบน แล้วมองเขาด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย

 

       “คิงออร์มแห่งแอตแลนติสในวันนั้นหายไปไหนฟะเนี่ย?”

 

       ร่างสูงบนเตียงกระตุกมุมปากเป็นรอยยิ้ม

 

       “นายนอนซะ ฉันกับเมร่าจะออกไปหาอะไรกิน เดี๋ยวตอนเย็นๆคงกลับมา”

 

       “อ่าฮะ” คนผมซีดพยักหน้ารับ

 

       หญิงสาวหนึ่งเดียวในห้องเดินไปเก็บหนังสือที่น่าจะชื่อว่าเทพนิยายแอนเดอร์สันลงในกระเป๋าสีน้ำตาลของตน

 

       “นายจะเอาอะไรมั้ย?”

 

       “อืม...” สายน้ำเกลือระโยงระยางเคลื่อนไหวกระเพื่อมตามมือของเขาที่ขยับเพียงเล็กน้อย

 

       “อะไรก็ได้ที่มันกินง่ายๆหน่อย”

 

       คิ้วคมของเมร่าย่นเข้าหากันครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกขึ้นแล้วพยักหน้า

 

       “โอเค จัดให้”

 

       “จ่ายให้ด้วยนะ ฉันไม่มีตังค์” ชายหนุ่มผมซีดตะโกนไล่หลังคู่รักที่กำลังเดินออกจากห้อง

 

       ดวงตาสีฟ้าใสของอดีตคู่หมั้นตวัดกลับมามองแรงใส่

 

       “เกลียดนายจริงๆ”

 

       เขายกยิ้ม

       “ว้าว ขอบคุณนะ”

 

 

 

 

 

 

       ดวงตาสีไพลินค่อยๆปรือเปิด

 

       ตายจริง หลับไปตอนไหนวะเนี่ย?

 

       ออร์มขมวดคิ้ว ค่อยๆไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ช่วงหลังจากที่พี่ชายต่างพ่อและเมร่าออกไปข้างนอก

 

       สงสัยจะเผลอน็อกไปตอนที่กำลังดูทีวีอยู่แหง

 

       เขาขยับมือ และสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงวัตถุหนักๆบางอย่างอยู่ข้างท่อนแขน

 

       อดีตราชาแห่งแอตแลนติสเกร็งตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ ก่อนจะผ่อนลมหายใจเมื่อเห็นเต็มๆตาว่าสิ่งนั้นคืออะไร

 

       หญิงสาวผมสีดำสนิทกำลังฟุบหลับอยู่กับเตียงคนไข้ แขนเรียวทั้งสองข้างไขว้กันต่างหมอนรองใบหน้า ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ

 

       เธอหลับปุ๋ยในท่านี้เนี่ยนะ?

 

       มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม มือใหญ่ค่อยๆยกขึ้นแล้วลูบเส้นผมสั้นประบ่าละเอียดราวเส้นไหมเล่น

 

       ธาลาสซาครางเบาๆแล้วยกหัวขึ้นมา เผยดวงตาสีเขียวล้านเฉดที่เจือไปด้วยความง่วงงุน

 

       “ฉันทำให้เธอตื่นเหรอ?” เขาถามเสียงอ่อนโยน

 

       “เปล่าหรอก...” เธอหาวเบาๆ

       “ฉันตื่นเอง”

 

       เขาทำปากเป็นรูปตัวโอขณะที่เธอขยี้ตาและยืดเส้นยืดสาย

 

       “มาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

 

       “อืม...” เธอทำหน้าครุ่นคิด

       “ประมาณชั่วโมงที่แล้ว ทันมาเห็นนายหลับคาทีวีพอดี”

 

       ออร์มเลิกคิ้วขึ้นสูง

       “ขนาดนั้นเชียว?”

 

       “อื้อ” ธิดาแห่งไคโมพยักหน้า

 

       “แล้วก็ อาร์เธอร์ฝากกับข้าวมาให้”

 

       มือเรียวหยิบถุงพลาสติกขึ้นมาจากกระเป๋าผ้าบนโต๊ะข้างเตียงแล้วแกะปมที่ผูกอยู่ออก เผยให้เห็นทรัปเปิลแวร์(ออกเสียงยากชะมัด)สี่เหลี่ยมสีขาว

 

       “เขาซื้ออาหารใส่กล่องนั่นมา?”

 

       เท่าที่จำได้ อาร์เธอร์เคยบอกว่าทรัปเปิลแวร์เป็นภาชนะราคาค่อนข้างแพงและสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ ทำให้ไม่มีร้านไหนที่จะยอมเสียมันเป็นของใช้แล้วทิ้งให้ลูกค้า

 

       “เปล่า” เธอส่ายหน้าเบาๆ

       “อันนี้ฉันทำมาให้นาย”

 

       ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วอกของเขา ดวงตาสีไพลินพราวระยับขณะที่มุมปากยกยิ้มบางๆ

 

       เสียดายที่ธาลาสซามัวแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บของใส่กระเป๋าเลยไม่ทันเห็นมัน

 

       “ของที่พี่นายซื้อมามันรสจัดไป ไม่เหมาะกับคนไข้”

 

       “งั้นเขาซื้ออะไรมา?”

 

       “ข้าวผัดเสปนแบบดับเบิ้ลพริก” หญิงสาวชูกล่องโฟมอีกกล่องหนึ่งขึ้นมาให้ดู

       “เดี๋ยวฉันกินเอง”

 

       เขามองดูเงียบๆขณะที่เธอเปิดฝากล่องกับข้าวที่ทำมาให้เขาแล้วหยิบช้อนขึ้นมา

 

       “นั่นอะไร?”

 

       “ข้าวต้มกุ้งสับ” คนผมดำตักข้าวต้มหอมๆขึ้นมา กลิ่นพริกไทยอ่อนๆฟุ้งไปทั่ว

       “พอดีว่าแม่กับพ่อบุญธรรมฉันชอบไปเที่ยวเอเชีย เลยได้สูตรนี้มาตอนอยู่ประเทศไทย เอาไว้ทำกินตอนฉันป่วย”

 

       เธอเป่าข้าวต้มในช้อนเบาๆแล้วยื่นมันมาให้เขา

 

       “ไม่รู้ว่าจะถูกปากรึเปล่านะ ฉันไม่ค่อยได้ทำให้คนอื่นกินเท่าไหร่”

 

       ต่อให้ไม่อร่อยเขาก็กิน

 

       ออร์มอ้าปากรับอาหารเข้าไปอย่างอ้อยอิ่ง หรี่ตาลงขณะซึมซับรสชาติ

 

       หอม อร่อย อุ่นท้อง

 

       “เป็นไงบ้าง?” เธอถาม สีหน้าลุ้นระทึก

 

       ชายหนุ่มหลุดขำเบาๆก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม

       “อร่อย”

 

       แล้วห้องพักฟื้นทั้งห้องก็สว่างไสวไปด้วยรอยยิ้มกว้างของร่างบาง

 

       “ว้าว ดีจัง” เธอหัวเราะ

       “ขอบคุณที่ชมนะ”

 

       “ฉันไม่ชอบโกหก” คนผมซีดยิ้มตอบ

 

       ขณะที่มือเรียวกำลังส่งข้าวต้มกุ้งคำที่สามให้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

 

       ทั้งสองชะงัก

 

       คิ้วเรียวของเธอเลิกขึ้นอย่างฉงนเล็กน้อย ในขณะที่ของเขาขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ

 

       ทำไมวันนี้มีแต่มารผจญฟะเนี่ย?

 

       ไม่ต้องรอให้หญิงสาวต้องเดินไปหา มารผจญก็หมุนลูกบิดเหล็กแล้วก้าวเข้ามาในห้อง

 

       เขาเป็นชายหนุ่มค่อนไปทางวัยกลางคน เดาจากเส้นผมสีดอกเลาที่แซมบนผมสีดำสั้นเกรียนเป็นทรงคล้ายรองทรงนั้น ร่างสูงแต่ไม่เพรียว ค่อนไปทางสมส่วนหรือบึกบึนมากกว่า เสื้อสูทที่ตัดมาอย่างประณีตจนแม้แต่ออร์มยังรู้ว่าต้องมีราคาแพงมากดูเข้ากันดีกับนาฬิกาเรือนสวยสีทองระยิบระยับบนข้อมือ ใบหน้าของเขาคมเข้มราวกับรูปสลัก แต่ในเวลาเดียวกันก็ดูแข็งกร้าวจนเหมือนถูกสกัดออกมาจากหิน

 

       “อ้อ ฟื้นแล้วนี่” เขาว่า

 

       เสียงไม่แก่มาก แต่ก็มีประสบการณ์

 

       “ฉันบรูซ เวย์น ยินดีที่ได้รู้จัก” มือใหญ่ยื่นออกมาในขณะที่ชายคนนั้นก้าวเข้ามาข้างเตียงในด้านตรงข้ามกับธิดาแห่งไคโม

 

       “ออร์ม มาริอุส” ชายหนุ่มยกมือจับตอบตามมารยาท

 

       นิ้วด้าน แสดงว่าถ้าไม่ทำงานในด้านการช่างก็ต้องใช้อาวุธบ่อย

 

       “ได้ยินกิตติศัพท์จากพี่ชายนายมาเยอะ ตัวจริงก็ดูไม่ได้แย่ขนาดนั้นนี่นา”

 

       “อย่าไปเชื่ออาร์เธอร์ให้มันมาก” ธาลาสซาเอียงคอ

       “พอเหล้าเข้าปากน่ะ คุณก็รู้ว่าเขาพล่ามหนักขนาดไหน”

 

       บรูซพยักหน้า

 

       “แผลเป็นไงบ้าง?”

 

       “ยังตึงๆอยู่” เขาตอบ

 

       “ไม่ต้องห่วงหรอก ยีนแอตแลนติสสมานแผลเร็ว ไม่กี่วันแผลก็ตื้นแล้ว” มหาเศรษฐีแห่งโลกเบื้องบนว่า

 

       “ต้องขอบคุณมากเลยนะคะที่จัดการเรื่องการรักษาพยาบาลให้” หญิงสาวข้างกายของเขาพยักหน้าให้

 

       “เรื่องจิ๊บๆ” คู่สนทนายิ้ม

       “ยังไงเธอก็เป็นรุ่นน้องของเพื่อนฉัน”

 

       “แล้วไฮด์ล่ะ? คุณจะทำยังไงกับเขาต่อ?” เธอถาม

 

       “ก็...” ชายวัยกลางคนลากเสียง

 

       “เอาไปขังเดี่ยวไว้ในคุกกอตแธม โซนเดียวกับพวกอาชญากรกลายพันธุ์นั่นล่ะ”

 

       “อย่าให้หลุดนะ” คนผมสั้นย้ำ

 

       “เออ รู้แล้ว”

 

       ก่อนที่จะได้พูดคุยกันต่อ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

 

       บรูซหยิบมันขึ้นมาแล้วรับสาย

 

       “ว่าไงอัลเบิร์ต?”

       “อ่า โอเค ขอบใจ”

 

       ดวงตาสีเข้มหันไปมองหญิงสาวผมดำที่อยู่ตรงข้าม

 

       “ฉันต้องไปแล้ว”

 

       “เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอยิ้ม

       “ฝากทักทายอัลเฟรดด้วย”

 

       “แน่นอน” ชายผมเข้มตบหลังมือเธอเบาๆก่อนจะเดินออกจากห้อง

 

 

 









ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ bruce wayne








 

TALK WITH FM

เรากลับมาแล้วววววว ฮรือออออ

คิดถึงกันมั้ยยยย

จันทร์นี้ไรท์สอบมิดเทอมแล้ว เลยรีบแอบแม่มาอัพให้

#ด้วยความรักที่มีต่อรีดเดอร์ 5555

ธีมเด็กดีเปลี่ยน หน้าหลักนิยายก็เลยจะดูไม่ดีหน่อยนะทุกคน แต่ไม่ต้องห่วง เราจะพยายามหาทางแก้ให้ได้

เป็นไง แขกรับเชิญของเรา ถูกใจทุกคนมั้ยคะ?

เจอกันตอนหน้าเน้อออ

ด้วยรักและถุงกาว

เฟิงมี่ค่ะ>3<

     
Z y c l o n
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #62 BT_KOOKIE (@BT_KOOKIE) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 16:03
    เย้ไรท์มาแล้วว~~~~TvT
    #62
    1
    • #62-1 F e n g M i i (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 16)
      21 กรกฎาคม 2562 / 06:45
      เย้ยยย มาแล้วจ้าาาาา//ไม่ร้องนะรีดนะ เดี๋ยวไม่สวย 55555
      #62-1