【Aquaman】 ❝The Ocean❞ || Orm Marius X Oc

ตอนที่ 13 : Ocean 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    23 เม.ย. 62

Ocean 13

 

 

       ในที่สุดยามค่ำคืนก็มาถึง

 

       “ที่นี่แหละ” เธอประกาศเมื่อมาถึงหน้าบาร์แห่งหนึ่งไกลจากโรงแรมนัก เสื้อยืดสีดำสกรีนลายเทาและกางเกงเนื้อผ้าสีน้ำตาลอ่อนสะท้อนแสงนีออนที่เด่นหราเป็นชื่อร้านอยู่ตรงป้ายด้านบน

 

       “สีแสบตาจัง” คนข้างกายบ่น

 

       “จะกลับโรงแรมคนเดียวเลยไหมล่ะ?” ร่างบางเลิกคิ้ว

       ใครล่ะที่ขอมาด้วย?

 

       “ไม่อ่ะ”

 

       “งั้นก็เข้าไปกัน ญาติฉันรออยู่” ธาลาสซากระชับสายกระเป๋าที่อยู่บนบ่าและก้าวขาวเรียวเข้าไปด้านใน

       “อยู่ใกล้ฉันไว้นะ”

 

       จากประสบการณ์ในบาร์เมนาดของไดโอนีซัส ออร์มรู้ในทันทีว่าต้องทำอย่างไรต่อไป

 

       ร่างสูงเดินตามหลังเธอเข้าไปด้านใน

 

       เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ชวนเต้นดังกระแทกโสตประสาทจนพวกเขาสะดุ้ง แต่เพียงครู่เดียวก็ปรับตัวได้ ดวงตาสีเขียวล้านเฉดกวาดไปรอบตัวก่อนจะหยุดลงตรงมุมหนึ่ง

 

       เธอหันไปหาเขา สะบัดหัวเป็นเชิงให้ตามมาเบาๆ

 

       โต๊ะสีดำที่อยู่คู่กับโซฟาสีแดงถูกจับจองด้วยร่างที่คุ้นเคยพอตัว

 

       คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันพลางร้องถามด้วยเสียงไม่ดังไม่เบา แต่ส่งไปถึงพวกเขา

       “นึกว่าจะมาคนเดียวซะอีก”

 

       ดวงตาสีเข้มเหมือนไม้มะเกลือเบนมามองเธอ เขาฉีกยิ้ม

       “ไฮธาล ไม่เจอกันนานดูดีขึ้นนะ”

 

       “ฉันแต่งหน้า” ร่างบางกระตุกยิ้ม ปลดกระเป๋าลงจากหลังและเลื่อนตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้

 

       อดีตราชาแห่งแอตแลนติสนั่งตาม

 

       ที่อยู่ตรงข้ามพวกเขาคือชายหนุ่มผมสีเข้มที่เพิ่งสนทนากับเธอเมื่อกี้ ใบหน้าของเขาตกกระและมีรอยไหม้แดด ยิ้มของเขาไม่มีเสน่ห์เท่ากับไทรทันแต่ก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น นิ้วที่ลูบแก้วเหล้าเล่นนั้นเต็มไปด้วยรอยด้านและแผลเป็นที่เกิดจากการไหม้หรอลวกต่างๆ

 

       ข้างๆกันนั้นคือชายหนุ่มร่างสูงเพรียวผมสีบลอนด์เกือบขาว ดวงตาสีฟ้าอ่อน ใบหน้าของเขานั้นหล่อเหลาเกือบจะยิ่งกว่าเทพผู้ส่งสารแห่งท้องทะเลเสียอีก เขาเอนหลังพิงกับไหล่ของหญิงสาวร่างเพรียวโปร่งข้างๆและเล่นโทรศัพท์

 

       ผู้เป็นหญิงหนึ่งเดียวในกลุ่มมีเส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลแก่เกือบดำดำตัดกับชายหนุ่มบนไหล่อย่างสิ้นเชิง ดวงตาสีเทาเหลือบฟ้ากรอกไปมาอย่างเอือมระอาและยกม็อกเทลขึ้นจิบ

 

       “นั่นเจาะจมูกแล้วเหรอ อพอลโล?”

 

       ชายหนุ่มผมขาวหันมา

       “อ่า ทำไม?”

 

       “แหวนบางเกินไปน่ะ พี่ควรเลือกอันที่หนากว่านี้หน่อยนะ ไม่งั้นมันกลืนไปกับหน้า” ธาลาสซาเอียงคอ

 

       “ดีแล้วที่บาง” หญิงสาวผมดำเบะปากใส่เขา

       “ถ้าท่านแม่เห็นคงไม่วายโดนทำโทษอีก”

 

       “ถ้าเจ้าไม่ฟ้องท่านแม่ก็คงไม่มีใครรู้หรอก น้องสาว” ชายหนุ่มโต้

 

       “นี่ พูดให้มันดีๆหน่อย” เธอกล่าว เสียงเข้มขึ้นหลายส่วน

       “เราเกิดก่อนท่าน”

 

       “พี่สละให้น้องเกิดก่อน ชาวจีนเขาว่ากันอย่างนั้น” คนด้านบนขยับหัวเล็กน้อยและไถไอโฟนต่อ

 

       “นั่นมันจีน เรามันกรีก”

 

       “ไม่รู้ล่ะ”

 

       “เอาล่ะๆ” ชายหนุ่มผมเข้มโบกมือปัดๆ

       “ถ้าจะทะเลาะกันก็ไปจัดกันข้างนอก เราจะคุยกับธาล”

 

       แฝดทั้งสอง(ออร์มตัดสินใจว่าน่าจะเป็นแฝด)พ่นลมหายใจพร้อมกัน

       “ก็ได้ พี่ชาย”

 

       “ออร์ม นี่คือญาติๆของฉัน” หญิงสาวผายมือ

       “เฮเฟสตัส”

 

       คนตรงหน้ายิ้มและยกข้อมือขึ้นโบกเล็กน้อย

 

       “อพอลโล และอาร์ทีมิส”

 

       ชายหนุ่มผมซีดเกือบขาวขยิบตา ส่วนแฝดของเขาทำแค่ยิ้มบางๆและพยักหน้าให้

 

       “ออร์ม มาริอุส”

 

       “ท่านชาย” เจ้าของชื่อโค้งหัว

       “ท่านหญิง”

 

       “ไม่ใช่ว่าโดนเจ้าสมุทรจับขังไปแล้วรึไง?” เทพสุริยะหันหน้ามาจากบ่าของฝาแฝด

 

       “ขังแล้ว ปล่อยแล้ว” ธาลาสซากอดอก

       “ช่วงหลังๆนี้ตกข่าวใต้สมุทรไปเยอะนะ”

 

       “เรามองเห็นแต่ขยะในทะเล ไปไม่ถึงแอตแลนติส”

 

       “นั่นข้ออ้างน่ะญาติที่รัก” เทพสาวยิ้มมุมปาก

       “ความจริงแฝดของเรากำลังเอาเวลาไปส่องนางไม้แถวลิเบียอยู่”

 

       “ถามจริง?” ดวงตาสีเขียวล้านเฉดเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

       “ยังไม่เข็ดจากดาฟเน่?”

 

       ดวงตาสีฟ้าอ่อนมีแววหงุดหงิดราวกับมีใครไปดึงห่วงตรงจมูกแรงๆ

       “บางครั้งเราก็สงสัยว่าไทรทันทนเจ้าได้อย่างไร”

 

       หญิงสาวหัวเราะเบาๆและหันไปหาเทพการช่างที่นั่งกระดกเหล้าเงียบๆ

 

       “มีเรื่องจะให้พี่ช่วยแน่ะ เฮฟ”

 

       “ว่าไง” เขาวางแก้วที่พร่องลงไปกว่าครึ่ง

 

       “ดูสร้อยข้อมือเส้นนี้ให้หน่อยซิ” เธอปลดเครื่องประดับบนข้อมือซ้ายออกและยื่นมันข้ามโต๊ะไปให้กับเฮเฟสตัส

 

       “เห็นอะไรบ้าง?”

 

       “อืม...” เขาพลิกมันไปมา

       “โรสโกลด์ งานประณีต โซ่ร้อยสวยมาก เท่ากันทุกชิ้น ตัวตะขอกับห่วงละเอียด ไม่มีตำหนิ...หืม?”

 

       นิ้วสากๆนั้นพลิกแผ่นเล็กๆที่อยู่ตรงกลางสร้อยขึ้นมาดู แล้วดวงตาสีเข้มก็เบิกกว้าง

 

       “โอ้ให้ตายเถอะ”

 

       “ว่าไง” เธอเท้าแขนลงกับโต๊ะ ยื่นหัวเข้าไปใกล้อีกในขณะที่เทพอีกสององค์เลิกคิ้วขึ้นและหันไปมองเป็นตาเดียว

 

       “น้องสาว เจ้ารู้ไหมว่าเอาอะไรมาให้เรา?”

 

       “...สร้อยข้อมือฉันไง”

 

       เฮเฟสตัสกรอกตา

       “มันไม่ใช่แค่สร้อยข้อมือน่ะสิธาล”

 

       “อือ มันเป็นอาวุธ”

 

       “ใช่ แต่ที่น่าสนใจคือผู้สร้างมันนี่สิ” เทพหนุ่มเม้มปากและชูแผ่นเรียบนั้นขึ้นมาให้ทุกคนเห็นชัดๆ

       “เราไม่เคยคิดว่าจะได้เจอสัญลักษณ์อะไรแบบนี้อีก”

 

       บนโรสโกลด์นั้นสลักเป็นลายนางเงือกตนหนึ่งกำลังแอ่นตัวอย่างอ่อนช้อย มือทั้งสองข้างจับตรีศูลที่คล้ายกับของราชาแอตแลนชูขึ้น ใบหน้าแหงนมองไปบนยอดของอาวุธในมือ

 

       “สัญลักษณ์อะไร เฮฟ?” อาร์ทีมิสชะโงกตัวขึ้นมาขมวดคิ้วถาม ทำให้อพอลโลที่อยู่บนไหล่เสียหลักหล่นลงไปเอาหัวโหม่งพื้นที่นั่งเสียงดังโป๊กกังวาน

 

       เทพหนุ่มผมขาวสบถเบาๆและตะกายร่างขึ้นมา

 

       “น้องสาวที่รัก เจ้าควรบอกเราก่อนจะลุกนะ”

 

       เทพจันทราปรายตามองแว้บเดียวแล้วกรอกตาใส่

       “เออ”

 

       “นางเงือกถือตรีศูล...” เทพผู้มีศักดิ์เป็นพี่ของคู่สนทนาเลียริมฝีปาก

       “ตราของเรนเน็ตต์”

 

       “ไม่ใช่ว่าตระกูลนี้หายไปตั้งแต่ร้อยปีที่แล้วหรอกรึ?” เทพสาวผมเข้มขมวดคิ้ว วางมือลงจากไอโฟนเคสสีน้ำเงินเข้มราวกับท้องฟ้ายามราตรี

 

       แม้แต่แฝดชายของเธอก็ถึงกับหยุดมือที่กำลังนำรูปตนเองลงเธตา-จี*สตอรี่และหันหน้ามามองด้วยดวงตาสีฟ้าซีดที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

 

       “เรนเน็ตต์?” ธาลาสซาเลิกคิ้ว

 

       “คือ?”

 

       เฮเฟสตัสมองเธออีกครั้ง มือหนายกแก้วเหล้าขึ้นเทใส่ปากจนเกือบหมด

 

       “ในยุคทองของแอตแลน อาณาจักรทะเลทรายได้หล่อตรีศูลที่สามารถควบคุมมหาสมุทรทั้งเจ็ดขึ้นเพื่อถวายราชา โดยอาวุธชิ้นนี้จะไม่สามารถเสร็จสมบูรณ์ได้เลยหากไม่ได้รับการร่วมสร้างและควบคุมงานโดยเรนเน็ตต์ นายช่างฝีมือเอกที่แทบหาตัวจับใดในเจ็ดอาณาจักรไม่ได้

       งานฝีมือของเรนเน็ตต์นั้นดีเยี่ยมถึงขนาดชนชั้นสูงหลายคนยอมแลกที่ดินกับแหวนเล็กๆของเขาเพียงวงเดียว ชื่อเสียงของเขาขจรไปไกลถึงเมืองที่อยู่ปลายสุดและห่างไกลความเจริญมากที่สุด เหล่าผู้มีทรัพย์สินต่างเฝ้าฝันจะได้ผลงานใดก็ตามของเขามาครอบครอง ส่วขนผู้ที่ยากจนหน่อยก็ขอเพียงได้ยลโฉมชิ้นงานของเขา...หรือแม้แต่ดูเขาทำงานก็พอแล้ว

       งานทุกชิ้นที่เขาสร้างขึ้นมา เรนเน็ตต์จะตราสัญลักษณ์ของเขาลงไปบนนั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมีช่างใดลอกเลียนได้เนื่องจากตรานั้นถูกเก็บรักษาไว้ในที่ที่ไม่มีใครรู้นอกจากผู้สืบเชื้อสายของเขาเท่านั้น

       เมื่อเรนเน็ตต์สิ้นชีวิตจากโรคชรา บุตรชายของเขาก็สานต่องานของบิดา และทั้งตระกูลที่สืบสายมาจากเขาก็มีพรสวรรค์ไม่มากก็น้อยทางด้านการช่างหรืองานฝีมือ พวกเขามีชื่อเสียงอยู่ค่อนข้างนาน จนกระทั่ง...”

 

       ออร์มหรี่ตา

       “จนกระทั่ง...”

 

       เทพหนุ่มมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย

 

       “สายเลือดของเรนเน็ตต์ได้หายสาบสูญไปอย่างลึกลับเมื่ออาณาจักรทะเลทรายล่มสลาย”

 

       “พ่อฉัน...” ธาลาสซารู้สึกเหมือนโดนค้อนทุบกลางหน้าอกจนหายใจไม่สะดวก

       “พ่อ...พ่อเป็น...”

 

       “ตามหลักฐานแล้ว เจ้าเป็นผู้สืบสายเลือดคนปัจจุบันของเรนเน็ตต์”

 

       “แต่พี่ก็บอกเองว่าเขาสลักตราลงไปในผลงานทุกชิ้น” เธอแบมือออก

       “บางทีมันอาจจะเป็นของชนชั้นสูงคนหนึ่งที่ซื้อมาจากเขาก็ได้”

 

       “ก็อาจใช่” เฮเฟสตัสเอียงคอ

       “แต่เท่าที่เรารู้ เรนเน็ตต์จะตราสัญลักษณ์นางเงือกบนชิ้นงานที่เอาไว้ขาย แต่ของเจ้าเป็นนางเงือกถือตรีศูล...ซึ่งเป็นตราที่เขาทำให้กับคนในครอบครัวเท่านั้น ฉะนั้น ไม่มีทางที่เจ้าจะเป็นแค่สายเลือดของคนที่ครอบครองชิ้นงานนี้โดยการซื้อขายแน่”

 

       หญิงสาวผมดำนิ่งไป ราวกับว่าความจริงได้ฟาดลงกลางแสกหน้าเต็มๆ

 

       “...ทำไมแม่ไม่เคยบอกฉัน?”

 

       “ไคโมคงเล็งเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา” ญาติผู้พี่ลูบแก้วเล่น

 

       ดวงตาสีเขียวล้านเฉดปรายมองร่างของเขา

       “มันเลยเวลานั้นมานานแล้ว...แม่ควรจะบอกตั้งแต่วันเกิดครั้งนั้น วันที่เธอให้มันกับฉัน”

 

       มือใหญ่ของชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีไพลินเข้มราวกับห้วงลึกของมหาสมุทรแตะหลังมือเธอเบาๆ ทั้งคู่สบตากันครู่สั้นๆก่อนที่ธิดาแห่งไคโมจะหันกลับไปมองเทพการช่างตรงหน้าต่อ

 

       “เข้าใจแล้ว”

 

       จากนั้น เธอก็ผ่อนลมหายใจยาวและเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยราวกับพยายามสลัดความรู้สึกที่ผสมปนเปออกไปจากหัว

 

       “แล้วก็...ช่วยดูออร์มให้ด้วย”

 

       อดีตราชาแห่งแอตแลนติสหันขวับ

 

       “เขาต้องการตรีศูลอันใหม่”

 

       เฮเฟสตัสเลิกคิ้ว บิดปากเล็กน้อย

       “อ้อ...ได้สิ”

 

       “มาริอุส เจ้าถนัดข้างไหน?”

 

       “ขวาขอรับ” เขายื่นมือขวาออกไป เทพองค์นั้นจับมันเอาไว้และเริ่มสำรวจมันพร้อมกับถลกแขนเสื้อที่ยาวถึงครึ่งศอกขึ้น เผยกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบ

 

       “อืมๆๆ” ดวงตาสีไม้มะเกลือหรี่ลง

       “นิ้วสาก ฝ่ามือค่อนข้างด้าน ปลายนิ้วชี้ด้านเป็นพิเศษ...เจ้าชอบเอานิ้วกดตรีศูลสินะ”

 

       “ข-ขอรับ”

 

       “ความยาวศอก...” เทพผมเข้มสะบัดมือครั้งหนึ่ง สายวัดพลิ้วอยู่ในมือเขา เฮเฟสตัสทาบมันลงกับแขนของออร์ม

       “อือฮึ”

 

       “เจ้าสูงเท่าไหร่?”

 

       อดีตราชาแห่งแอตแลนติสเกาท้ายทอยเบาๆพลางขบปากน้อยๆ

       “อ่า...ข้าไม่แน่ใจว่าหน่วยวัดของแอตแล--”

 

       “โอเค ลุกขึ้นซิ”

 

       ร่างในเสื้อยืดสีน้ำตาลสกรีนคำว่าเครื่องมือ,เครื่องมือ,เครื่องมือสะบัดสายวัด มันหายไป แทนที่ด้วยไม้ยาวๆแท่งหนึ่ง

 

       “อืม...สูงจริงนะเจ้าเนี่ย” เมื่อเห็นว่าไม้นั้นไม่ยาวพอจะวัดความสูงของร่างตรงน้าเขาได้ บุตรแห่งเฮร่าก็จิ๊ปากและขยับมืออีกครั้ง

 

       แท่งไม้ค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆจนเท่ากับตัวของออร์ม

 

       “ไม่ต้องอ้าปากค้าง บุตรแห่งออร์แว็กซ์ นี่เรียกว่าเวทย์มนตร์” อพอลโลหัวเราะหึๆเมื่อเห็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

 

       “เยี่ยม เราได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้ว เดี๋ยวต้องโทรบอกพวกไซคลอปส์ให้เตรียมของไว้...พรุ่งนี้เราจะรีบถ่อกลับเอตน่าไปทำตรีศูลให้ ไม่กี่วันก็คงจะได้แล้วล่ะ” เฮเฟสตัสสะบัดแขนไปมา แท่งไม้หายไปในพริบตา

 

       “ขอบใจมากนะเฮฟ” ธาลาสซาลุกขึ้นยืน ร่างสูงทำตามอย่างรวดเร็ว

 

       “ด้วยความยินดี น้องสาวที่รัก” เทพผมเข้มเอียงคอและยิ้มน้อยๆ เขาลุกขึ้น เดินผ่านฝาแฝดสองขั้วอย่างทุลักทุเลเล็กน้อยจนม็อกเทลสีส้มแดงแสบตาในแก้วทรงสูงหยดลงเปื้อนโต๊ะ

       อาร์ทีมิสเงยหน้าจากไอโฟนขึ้นมาร้องแหวใส่ทีหนึ่ง

 

       เขาหัวเราะในลำคอขณะมองไปที่น้องสาวต่างมารดาเป็นเชิงขอโทษแล้วหันมาหากึ่งเทพแห่งท้องทะเลตรงหน้า

 

       ธาลาสซาเลิกคิ้วเมื่อลูกพี่ลูกน้องชั้นสองของเธอกางแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามถายใต้เสื้อยืดและแจ็คเก็ตผ้าเนื้อดีออก

 

       “ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก” เขายักไหล่และยิ้ม ยังค้างแขนอยู่ในท่าเดิม

 

       ร่างบางพ่นลมหายใจพรืด

       “เออ นานๆที”

 

       คนผมสั้นเดินเข้าไปกอดญาติผู้พี่แรงๆ ซึ่งเขาเองก็กอดตอบด้วยแรงที่เยอะพอๆกัน

 

       “ฮ้า ครอบครัวสุขสันต์” เทพีแห่งการล่าสัตว์วางมือถือลงและถอนหายใจ

 

       “ซักหน่อยมั้ยอาร์ทีมิส? พวกเราไม่ได้กอดกันเลยนับแต่เรากลับขึ้นโอลิมปัสครั้งนั้น”

 

       ร่างเพรียวบางเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อพองามลุกขึ้น ตามด้วยแฝดชายผมขาวที่ยิ้มบางๆ ทั้งคู่เดินมากอดแบบกลุ่มกับธาลาสซาและเฮเฟสตัส

 

       “มีอะไรให้เราช่วยก็โทรมาได้นะธาล” พรานสาวแห่งโอลิมปัสกระตุกยิ้มมุมปากและจับแก้มของญาติผู้น้อง

       “เคออสเถอะ เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน เผลอแป๊บเดียวเจ้าก็สูงเกือบเท่าเราแล้ว”

 

       “แถมสวยขึ้นเป็นกองด้วย” เทพแห่งดนตรีเสริมยิ้มๆ ตบมือเรียวลงบนหัวเธอดังปุๆ

       “เราจะคิดถึงเจ้าแน่ๆ น้องสาวที่รัก”

 

       “เช่นกันอพอลโล” หญิงสาวผมดำส่งยิ้มให้กับลูกพี่ลูกน้อง

       “แล้วเจอกันนะ”

 

       “ท่านชาย ท่านชาย ท่านหญิง” ออร์มโค้งหัวให้

       “เป็นเกียรติขอรับ”

 

       อพอลโลและอาร์ทีมิสโค้งน้อยๆ รอยยิ้มสง่างามประดับอยู่บนริมฝีปากที่คล้ายคลึงกันของทั้งคู่

 

       “เจอกัน” เทพการช่างพยักหน้าและยิ้มให้ทั้งสอง

 

       แล้วทั้งสองร่างก็เดินออกมาจากบาร์แห่งนั้นพร้อมกับความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก

 

 






*เธตา-จี หรือธีโอยสตาแกรม เป็นอินสตาแกรมสำหรับเหล่าผู้เป็นอมตะฝั่งกรีกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเทพโอลิมเปียน, นางไม้หรือพวกเดมอน(ปีศาจในบัญชาของฮาเดส) ประกอบมาจากคำว่า theoi(θεοι) และ –stagram เรียกย่อๆแทนไอจี(Instagram/ig) ว่าเธตา-จี(θεοιstagram/θ-g) เนื่องจากตัวอักษรแรกของคำคือตัวเธตาที่เป็นอักษรกรีก

              ปล. อันนี้ไรท์คิดขึ้นเองนะ












image

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ cole mohr gif

image

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง







 

TALK WITH FM

อะไรคือทุกรูปที่อุตส่าห์ดาวน์โหลดมาในเครื่องเพื่อใช้ประกอบฟิคถูกแกลเลอรี่ของเด็กดีปฏิเสธหมดเพราะเกิน 1 mb?????

ฮือออออออ ไรท์ต้องไปตามก็อปมาวางอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ยยยย

ใครมีทางแก้ก็...สงเคราะห์บอกอิไรท์ตาดำๆที่โง่ทุกอย่างยกเว้นเรื่องเขียนนิยายที่พอจะใช้ได้ด้วยนะคะ ฮึกๆๆ ฮรือออ

ก็เราอยากให้คนอ่านได้ภาพปลากรอบสวยๆอ่ะ ผิดตรงหนายยยย

อ่ะ เราแก้ปมคูมพ่อลาสซาให้แล้วเด้ออ ถึงจะยังไม่หมดก็เหอะ

เดี๋ยวค่อยมาเฉลยว่าคุณพ่อแกเป็นใครกันแน่

เจอกันตอนหน้าเน้อออออ

ด้วยรักและเสียงหวีดคิงออร์ม

เฟิงมี่ค่ะ>3<

     
Z y c l o n
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 เมษายน 2562 / 20:05

    ยืนงงในดงครอบครัวแฟนที่แท้ทรู5555 ดีที่นี้รู้จักเทพกรีกหมด ไม่มี งง5555 ยังติดตามอยู่จ้า แต่ช่วงนี้ทำงาน หยุดทุกวันอาทิตย์หายหัวโปรดเข้าใจจ งื้ออ คิดถึงนะไรท์!!
    #52
    1
    • #52-1 NibErU_HoRiZonAngel (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 13)
      29 เมษายน 2562 / 06:45
      คิดถึงรีดเหมือนกันค่าาาา ทำงานเหนื่อยๆก็พักบ้างอะไรบ้างนะรีดนะ เดี๋ยวจะป่วยเอา สู้ๆนะคะ ไรท์เป็นกำลังใจให้ค่ะ
      #52-1
  2. #51 Skye1907 (@Little_Momonoy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 09:28

    ออร์มเหมือนยืนงงในครอบครัวแฟน--

    #51
    0
  3. #50 ropics (@pukbunk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 10:05
    ฮือ คิดถึงไรท์จังเลยค่ะ ชอบตอนญาติๆกอดกันจัง เทพโอลิมปัสเนี่ยเอ็นดูน้องธาลสุด5555555555
    เจอกันเมื่อไหร่จับน้องกอดทุกคน
    #50
    1
    • #50-1 NibErU_HoRiZonAngel (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 13)
      23 เมษายน 2562 / 19:40
      คิดถึงรี้ดเช่นกันค่าาาาา พี่เทพโอลิมเปียนก็จะกลมเกลียวกันหน่อยนะคะ ก็นะ พี่น้องต่างพ่อต่างแม่ไม่ก็ญาติๆกันทั้งนั้น ครอบครัวของไกอาเป็นครอบครัวใหญ่ค่ะ 555555
      #50-1