【Aquaman】 ❝The Ocean❞ || Orm Marius X Oc

ตอนที่ 12 : Ocean 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    8 เม.ย. 62

Ocean 12

 


 

       หลังจากที่ลำเลียงสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ออร์มที่เหนื่อยอ่อนจากการถูกอาร์เธอร์ลากไปเดินชมเมืองเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาก็ผล็อยหลับไปทันที

 

       เขาหลับง่ายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?

 

       ธาลาสซายิ้มบางๆบนเตียงของเธอ มองใบหน้าที่ดูสงบสุขอย่างประหลาดของเขา ก่อนจะยกโทรศัพท์ในมือขึ้นมามองดูรายชื่อติดต่อครู่หนึ่ง

 

       เธอรู้น่า...

       เนื่องจากงบไม่พอ จึงต้องแชร์ห้องกับเขาอีกครั้งเนื่องจากเจ้าสมุทรตาสีทองและเจ้าหญิงผมแดงต้องการอยู่ด้วยกันสองต่อสองเป็นจุดมุ่งหมายเดิม จะให้ไปแทรกทำลายบรรยากาศก็ใช่เรื่อง

       นอนห้องเดียวกันอีกแล้ว...

 

       เดจาวูยังไงไม่รู้แฮะ

 

       หญิงสาวถอนหายใจ

 

 

       ยันมือลงกับเตียงเพื่อเป็นแรงส่งให้ลุกขึ้น ร่างบางเดินออกไปนอกห้องของเธอกับเขาที่อยู่ติดกับของเมร่าและรุ่นพี่ตัวโตซึ่งจนป่านนี้จะหกโมงเย็นแล้วยังไม่มีวี่แววจะกลับโรงแรมเลย

 

       ดวงตาสีเขียวล้านเฉดหรุบลงมองรายชื่ออีกครั้ง

 

       เธอหันไปมองรอบๆ และพบว่าไม่มีใครอยู่ตรงระเบียงแถวนั้น

 

       นิ้วเรียวชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออก

 

       เธอขบปากเล็กน้อยและสะบัดผมสั้นประบ่าไปด้านหลัง ยกไอโฟนเคสสีมิ้นท์ขึ้นแนบหู ระหว่างที่รอปลายสายตอบนั้น หญิงสาวก็ทอดมองลงไปที่สระว่ายน้ำของโรงแรมที่อยู่ล่างระเบียงห้องของเธอและพวกเขาพอดี

 

       ...ขอให้ได้เรื่องเถอะ

 

       [ยาห์ซู] เสียงแหบๆตอบรับว่าสวัสดีในภาษากรีกดังขึ้น

 

       “ไปกินน้ำก่อนไหม? เสียงนายแหบชะมัด”

 

       [ก็ดีเหมือนกัน...] คู่สนทนาหายไปครู่หนึ่ง แว่วเสียงดื่มน้ำเบาๆก่อนที่ปลายสายจะกลับมาคุยต่อ

       [มีอะไร เอาให้ไวนะ เราเผาทรายไว้เดี๋ยวแก้วเสีย]

 

       “เออ” เธอกรอกตา

       “พรุ่งนี้พอมีเวลาว่างไหม?”

 

       [ทำไม? เกิดคิดถึงเราขึ้นมา?] ปลายเสียงกลั้วหัวเราะเล็กน้อย

 

       “นั่นก็ส่วนหนึ่ง”

 

       [นอกจากส่วนนั้นคืออะไร?]

 

       “อยากให้ช่วย” มือบางวางลงบนราวระเบียงและเอนตัวลงไปบนศอก

 

       [อ๋อ ได้สิญาติเรา]

 

       “ตอนนี้ฉันอยู่เอริเทรีย จะนัดที่ไหนก็เห็นใจกันหน่อยนะ” เธอรีบดักคอไว้

       เดี๋ยวโดนแกล้งอีก เทพพวกนี้นี่ชอบลืมตัวว่าญาติของพวกเขานันเป็นเพียงครึ่งเทพ ไม่ใช่ผู้อมตะโดยสมบูรณ์

 

       [งั้นพรุ่งนี้ ทุ่มนึง...ที่บาร์xxx อย่าสายล่ะ] เสียงเคร้งคร้างที่ดังแว่วๆมาตามสายทำให้เธอรู้ว่าลูกน้องของคู่สนทนาได้เข้ามาทำงานเรียบร้อยแล้ว

 

       “เออน่า”

 

       [แล้วเจอกันธาล] เธอแทบเห็นภาพรอยยิ้มของอีกฝ่ายได้เลย

 

       ธาลาสซาหัวเราะเล็กน้อยและกรอกเสียงลงไปในเครื่องมือสื่อสาร

       “แล้วเจอกัน...เฮเฟสตัส”

 

       ลูกพี่ลูกน้องชั้นที่สองของเธอวางสายไปแล้ว

 

       เหตุที่เฮเฟสตัสหรือบุตรของเทพโอลิมเปียนใดก็ตามที่ไม่ใช่โพไซดอนเป็นญาติกับเธอก็เพราะมารดาของเธอนั้นเป็นหนึ่งในเนอรีดส์ ธิดาของเนเรียสเฒ่าทะเล(แน่นอนว่าคนละคนกับราชาแห่งอาณาจักรเซเบล) ซึ่งเป็นบุตรแห่งไกอาและพอนตัส

       ไกอานั้นเป็นมารดาของเหล่าไททัน เท่ากับเนเรียสเป็นพี่น้องต่างบิดากับโครนอส

       โครนอสมีบุตรธิดาคือเหล่าเทพโอลิมเปียน และเนเรียสมีธิดาเนอรีดส์ 50 นางรวมถึงบุตรชายนามเนอริเทส(ท่านน้ารูปงามของเธอนั่นเอง) ทำให้เทพทั้งหกกับเนอรีดส์(หนึ่งในนั้นคือไคโม แม่ของเธอ)เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

       ซุสมีบุตรมากมาย โพไซดอนก็มีบุตรมากมาย ฮาเดสมีธิดาสองคนและบุตรคนหนึ่ง(มาคาเรีย, เมลิโนและซากรีอัส) เฮร่าแต่งกับซุส ดิมีเทอร์โดนซุสข่มขืนจนมีลูกคือเพอร์เซโฟนี(ซึ่งต่อมาแต่งกับฮาเดส) และเฮสเตียครองตัวเป็นเวอร์จิ้นตลอดกาล ส่วนเนอรีดไคโมมีธิดาคือเธอ ทำให้ธาลาสซาเป็นลูกพี่ลูกน้องชั้นที่สองกับเหล่าเทพรุ่นเยาว์

 

       ไม่ต้องห่วงถ้าเกิดรู้สึกงง

       บางครั้งแม้แต่เธอเองก็มึนกับลำดับญาติของครอบครัวเทพกรีกเหมือนกัน

 

       เอาเป็นว่า ถ้าเป็นไปได้ก็เลี่ยงการนับลำดับญาตินี่เถอะ ยิ่งนับยิ่งปวดหัว...นี่ขนาดยังไม่ได้เข้าเรื่องการแต่งงานกันเองในพี่น้องเลยนะ เรียกกันจนงง

 

       โดยเฉพาะเพอร์เซโฟนี

       จะเรียกว่าป้าก็แสลงปาก จะเรียกว่าพี่สาวหรือน้องสาว...มันก็ไม่เชิง

 

       อืม...เทพกรีก

       มันก็จะงงๆหน่อยอย่างนี้แหละ

 

       ร่างบางมองไปที่ขอบฟ้าและพบว่าทุกอย่างกำลังมืดลง แสงสีส้มสาดเป็นเงาเลือนรางให้เห็นจากไกลๆ

 

       หญิงสาวหันหลังให้กับราวระเบียงและเดินกลับเข้าไปในห้อง

 

       ร่างสูงนอนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางผ้าห่มหนาสีขาว ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักนั้นจมลงไปในหมอนครึ่งหนึ่ง เธอได้ยินเสียงหายใจเข้าออกเบาๆคลอไปกับเสียงของเครื่องปรับอากาศ

 

       หญิงสาววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างเตียง และกำลังจะลงไปนอนเช่นกันในตอนที่เขาละเมอออกมาเบาๆ

 

       “ท่านพ่อ...ท่านพ่อ...ลูกขอโทษ...”

 

       มือเรียวชะงัก ดวงตาสีเขียวล้านเฉดเบนมามองชายหนุ่มผมสีซีด

       คิ้วเรียวของเขาขมวดเข้าหากัน อดีตราชาแห่งแอตแลนติสเริ่มกระสับกระส่ายไปมา เหงื่อหลายเม็ดผุดพรายขึ้นตามไรผม

 

       เมื่อเห็นดังนั้น คนผมสั้นจึงเดินมาหยุดอยู่ข้างๆเตียง เธอก้มลงไปปัดเส้นผมชื้นเหงื่อที่ปรกเหนือเปลือกตาปิดสนิทของเขาออก

 

       “ไม่...” เขาพึมพำ คิ้วขมวดมากขึ้นกว่าเดิม

       “ท่านแม่...อย่า...อย่าเอาท่านแม่ไป”

 

       หญิงสาวรู้สึกถึงความสงสารที่ตีตื้นขึ้นมาในอก เธอแตะหัวคิ้วของเขาเบาๆ พยายามคลายมันออก

       เธอไม่ชอบที่เห็นเขาเป็นแบบนี้

 

       มือใหญ่ปัดป่ายไปมา และในที่สุดก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธอที่กำลังค้ำอยู่ตรงบริเวณข้างกายของเขา

 

       คิ้วเข้มของเธอเลิกขึ้นอย่างฉงน

 

       ทั้งๆที่ยังหลับอยู่ ออร์มกระตุกมือเพียงครั้งเดียวร่างบางก็ลอยหวือลงไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา เขาพาดแขนแกร่งข้างหนึ่งขึ้นบนเอวของเธอในขณะที่ซุกหน้าเข้าหาซอกคอของหญิงสาวอย่างเหมาะเจาะ

 

       ธิดาแห่งไคโมเบิกตากว้าง ก่อนจะพบว่าเสื้อยืดของเธอบริเวณที่สัมผัสกับใบหน้าคมคายของเขานั้นกำลังชุ่มไปด้วยของเหลวอุ่นๆ

 

       ออร์ม...ร้องไห้?

 

       เพียงเท่านั้นหัวใจของเธอก็อ่อนยวบ ธาลาสซาผ่อนคลายกล้ามเนื้อลงและยอมให้นักโทษกิตติมศักดิ์กอด มือบางยกขึ้นอย่างเงอะๆงะๆและเริ่มลูบเบาๆไปตามต้นแขนของชายหนุ่ม หวังจะช่วยบรรเทาความเศร้าของเขาลงไปได้

 

       “ท่านแม่ อย่าไป...ลูกขอโทษ”

 

       ร่างสูงสั่นน้อยๆจนเธออดยกมือขึ้นลูบหัวเขาเบาๆไม่ได้

 

       เขาเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง...

       เด็กที่สูญเสียมารดาไปตั้งแต่ยังเล็กและถูกหล่อหลอมให้เติบโตมาด้วยความแค้นกับความทะเยอทะยาน

       เด็กที่รู้สึกว่าตนเองไม่เคยดีพอ

       เด็กที่ไม่สามารถรับความกดดันคนเดียวได้จนต้องโทษความผิดพลาดในชีวิตทั้งหมดไปที่พี่ชาย

 

       หญิงสาวถอนหายใจและใช้นิ้วเกี่ยวผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวพวกเขาด้วยความยากลำบากเล็กน้อย

 

       ดีที่ล็อกห้องไว้

       ไม่งั้นถ้าอาร์เธอร์มาเห็นล่ะก็แย่แน่ๆ

 

       น้ำตาของเขาหยุดลงแล้ว

       เธอไม่รับรู้ถึงความเปียกร้อนที่บ่าอีกต่อไป

 

       มีเพียงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอเท่านั้น

 

       ทุกครั้งที่ไอความร้อนกระทบผิว หญิงสาวก็รู้สึกปั่นป่วนในท้องราวกับมีผีเสื้อนับล้านตัวบินว่อนอยู่ในนั้น เสียงก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นตุบๆดังขึ้นเรื่อยๆ

 

       อยู่ใกล้เขาแล้วไม่ปลอดภัยกับหัวใจเธอเลย

 

       เอาเถอะ...

 

       คืนนี้เธอจะยอมเป็นหมอนข้างให้เขาซักครั้งก็แล้วกัน

 

 

 








 

 

 

 

       ดวงตาสีไพลินใต้เปลือกตาขยับไปมาเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงแรงบางอย่างที่กำลังพยายามยกแขนของเขาขึ้น

 

       ออร์มครางเบาๆและลืมตา

 

       เดี๋ยวนะ...

 

       โพไซดอนช่วย

 

       “...ลาสซา?”

 

       “คิดว่าไทรทันรึไง?” หญิงสาวในอ้อมแขนของเขาสวนกลับ มือบางกอบกุมแขนที่ประดับไปด้วยมัดกล้ามตามฉบับนักรบของเขาและขยับมันอีกครั้ง

       “ตื่นมาก็ดีแล้ว แขนนายหนักชะมัด”

 

       นั่นคือตอนที่เขารู้ตัวว่าใบหน้าของเขาอยู่ใกล้กับซอกคอของเธอมากขนาดไหน

       อืม ถ้าเบนสายตาลงไปอีกนนิดเขาจะเห็นเนินหน้าอกของเธอใช่มั้ย?

 

       อดีตราชาแห่งแอตแลนติสได้ยินเสียงหัวใจของตนเต้นดังตุบๆอย่างชัดเจน ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

 

       ไม่...นี่มันไม่ดีต่อใจเขาเลย

 

       “ออร์ม” เสียงของเธอปลุกเขาออกจากภวังค์...อีกครั้ง

       “กรุณายกแขนของนายออกจากเอวฉันด้วย”

 

       “อ-อืม” ร่างสูงรีบขยับตัวออกจากไออุ่นของเธอ

 

       “ขอโทษนะ”

 

       “ไม่เป็นไรหรอก” เธอโบกมือไปมา

       “อย่างน้อยนั่นก็ทำให้นายเลิกฝันร้าย”

 

       ประโยคสุดท้ายนั้นเบาจนเขาไม่สามารถได้ยินถนัดๆได้

 

       “ว่าไงนะ?”

 

       “ไม่...” เธอขยับลงจากเตียง

       “ไม่มีอะไร”

 

       “ไปเถอะ อาร์เธอร์คงรอพาเราไปกินอาหารเช้าแล้ว”

 

       “อืม” ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงตามในขณะที่เธอตรงไปอาบน้ำแต่งตัว เขายกมือแกร่งทั้งสองข้างขึ้นลูบหน้าและถอนหายใจทันทีที่ประตูห้องน้ำถูกล็อก

 

       ...เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกัน?

 

       ไม่นาน ร่างบางที่อยู่ในเสื้อครอปทอปสีดำและกางเกงผ้าขายาวสีเข้มก็เดินออกมา

 

       “นายไปอาบน้ำก่อน แล้วเราค่อยไปกินอาหารเช้ากัน”

 

       ชายหนุ่มผมสีซีดพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เขาเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดตัวและเดินหายเข้าไปในสถานที่ชำระล้างร่างกายของชาวบก

 

       หญิงสาวทิ้งตัวลงเอนหลังบนเตียง มือบางไถโทรศัพท์เล่นไปมาเพื่อฆ่าเวลา ดวงตาสีเขียวล้านเฉดมองประวัติการโทรล่าสุดของเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง

 

       วันนี้ตอนเย็นสินะ...

 

       ธาลาสซาใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเบาๆอย่างครุ่นคิด

       ในเมื่อจะขอให้เฮเฟสตัสช่วยทำอะไรบางอย่างให้ ก็คงต้องหาอะไรไปจ่ายเป็นค่าจ้าง

       ยังไงเขาก็ทำมาหากินอยู่กับเรื่องแบบนี้

 

       ธิดาแห่งไคโมหยิบกระเป๋าเป้สีฟ้าอมเขียวของตนขึ้นมาและรูดซิปเปิดช่องกระเป๋าด้านในนั้นที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน

 

       ไหนดูซิเธอมีกี่ดรัคม่า

 

       ปกติการใช้จ่ายระว่างเทพจะใช้สิ่งของหรือเหรียญดรัคม่าแบบกรีกโบราณ ซึ่งเธอเองก็พอมีเหรียญติดตัวอยู่เยอะเหมือนกัน

 

       นิ้วเรียวหยิบเหรียญออกมานับและโยนมันกลับไปในนั้น

 

       น่าจะพอไหวนะ

 

       ก่อนที่จะทันได้ทำอะไรต่อ ประตูห้องน้ำก็เปิดออกอีกครั้ง

 

       ดวงตาสีประหลาดหันขวับไปที่ต้นเสียง

 

       ...และเธอก็รู้ทันทีว่าคิดผิด

 

       ชายหนุ่มค่อยๆปิดประตูและหันมา หยดน้ำเกาะพร่างพราวตามเส้นผมสีบลอนด์ซีดและเรือนร่างสง่างามสมกับตำแหน่งแม่ทัพแห่งอาณาจักรใต้น้ำ ผ้าเช็ดตัวที่พันอยู่รอบเอวทำให้เห็นมัดกล้ามตรงหน้าท้องเป็นลอนนูนสวย เขายกผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นเช็ดผม เครื่องหน้าคมคายถูกบดบังด้วยผืนผ้าจนเหลือเพียงปลายจมูกโด่งที่โผล่พ้นออกมาครู่หนึ่ง

 

       ให้ตาย เขาหุ่นล่ำมาก

 

       โว้ยยยย

       นี่เธอคิดอกุศลบ้าอะไรอยู่เนี่ย?!!

 

       ดวงตีไพลินสบกับเธอราวกับรู้ว่าเธอแอบมองอยู่นานแล้ว

 

       “ระวังแมลงวันบินเข้าปากนะ”

 

       ร่างบางสะดุ้งและหุบปาก(ที่เพิ่งรู้ตัวว่าอ้าออกเล็กน้อย)ฉับ ดวงตาสีเขียวล้านเฉดตวัดมองออร์มอย่างขุ่นๆและคว้าเสื้อของเขาที่วางอยู่แถวนั้นขึ้นมาปาใส่อกกว้างอย่างพอดิบพอดี

 

       “แต่งตัวไปเงียบๆเหอะน่า”

 

       เขาหัวเราะเสียงนุ่มในลำคอและคลายอ้อมแขนลงเพื่อให้จับพวกมันได้ถนัดขึ้น

 

       ดวงตาของเขาพราวระยับขณะที่เหลือบมองเธอเป็นรอบสุดท้ายแล้วจึงหันไปแต่งตัว

 

       เดี๋ยวนะ...

 

       เหมือนว่าเธอจะเห็นมุมปากบางของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มนะ

 

       “ยิ้มทำบ้าอะไร?”

 

       “หืม?” เขาหันมา ทำหน้าเหรอหราในลักษณาการที่เธอขอลงความเห็นว่า...

 

       น่าหมั่นไส้

       น่าหมั่นไส้ที่สุด

 

       “ยิ้มอะไร? ใครยิ้ม?”

 

       อาร์เธอร์ ทำไมน้องชายนายชอบทำให้ฉันหน้าแดงอยู่เรื่อยเลยวะคะ?

 

 



















 

 

TALK WITH FM

มาลงชดเชยให้แล้วววววว

ช่วงนี้ออร์มก็จะรุกหนักหน่อยๆอ่ะนะทุกคน ทำไงได้คนมันมีแบ็คดี

555555555

ลำดับญาติเทพกรีกเป็นอะไรที่มึน งง และซับซ้อนมากค่ะ

เดี๋ยวคนนั้นก็น้องคนนี้ เดี๋ยวคนนี้ก็แต่งกับคนนั้น เดี๋ยวคนนั้นก็มีลูกกับคนโน้น เวียนหัวเบาๆค่ะ ถือว่าบริหารกล้ามเนื้อสมองละกันเนอะ(ขำๆนะทุกคน ไม่ดราม่า) 55555

เจอกันตอนหน้าเน้อออออ

ด้วยรักและเสียงหวีดคิงออร์ม

เฟิงมี่ค่ะ>3<

     
Z y c l o n
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #49 Skye1907 (@Little_Momonoy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 00:38

    ออร์มจะน่าสงสารก็น่าสงสาร แต่....อย่าเดินออกมาในสภาพผ้าขนหนูพันรอบเอวสิเฮ้ยยย #แต่หุ่นพี่แพทตอนฟิตเผื่อบทนี้ดีจริง--

    #49
    1
    • #49-1 NibErU_HoRiZonAngel (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 12)
      11 เมษายน 2562 / 19:05
      เห็นหุ่นพี่แกแล้วน้ำลายแทบหกค่ะ//คุณพระ พี่อายุสี่สิบกว่าๆจริงๆรึเนี่ย?!! 555555
      #49-1
  2. #48 tayahey (@pukbunk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 23:48
    นว้องงงง ก็คือโดนเขาคว้าไปกอดเฉย555555555
    น้องออร์มตอนเศร้าเนี่ยน่าสงสารมากจริงๆ ค่ะ อุแง
    ในส่วนลำดับญาตของเทพโอลิปัสคือไม่อยากจะโยงเส้นเลยอะ555555555 ปวดหัว
    ลำดับญาติกันได้มึนที่สุดในโลกแล้วค่ะ
    #48
    1
    • #48-1 NibErU_HoRiZonAngel (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 12)
      9 เมษายน 2562 / 08:09
      มันก็จะเขินหน่อยๆ 55555
      เราว่าคนกรีกโบราณชอบบริหารสมองส่วนซีรีบรัมนะคะ แบบให้เด็กนักเรียนจำชื่อเทพและลำดับญาติแล้วออกสอบไรเงี้ยค่ะ 555555 เอาฮาๆเนอะ เพราะเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสมัยก่อนเขาเรียนกันยังไง
      #48-1