ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 6 : ศัตรู (สื่อ) คู่อาฆาต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 935
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ต.ค. 49

 

- 6 -

ศัตรู (สื่อ) คู่อาฆาต

 

                ปภาวดีรู้สึกแปลกๆ กับสายตาของคนตัวสูงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ภายในร้านหนังสือจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเปิดสาขาอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ด้วย

                เธอรับรู้ได้ว่า มือใหญ่หนาที่เปิดดูหน้ากระดาษอาร์ตของหนังสือไปเรื่อยๆ เหมือนเขากำลังพิจารณานั้น ก็เพียงแค่เปิดผ่านเลยไป เพราะชั่วขณะหนึ่ง เธอรับรู้ได้ว่า เขาเบนสายตาหันมามองเธอที่ยืนดูหนังสือการตกแต่งภายในอยู่ที่มุมนี้ก่อนนานแล้วบ่อยครั้ง...

                หญิงสาวไม่อยากเดินหนี เพราะหากถ้าเธอเดินหนีแล้วเขายังตามเธออีก มันจะยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหม่า หวาดหวั่น เวลาพูดคุยหรืออยู่ใกล้ๆ เขา ก็ในเมื่อเขามีแผนจะอยู่ที่เมืองไทยต่อไปอีกสักสองสามวัน ซึ่งก็หมายถึงว่า เขายังคงอยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวกับเธอด้วยนั่นเอง

 

                เอ่อ...คุณคิมคะ ? เสียงใสดังขึ้น อย่างกล้าๆ กลัวๆ ในการจะชวนคนที่รีบหลบสายตาคุย

                หือ... เขาทำเสียงรับในลำคอ ก่อนจะเหลียวกลับมาก้มมองดูเธอที่เตี้ยกว่า

                คุณสนใจจะตกแต่งบ้านใหม่หรือคะ ? คือ เอ่อ...แล้วบ้านคุณที่เกาหลีเป็นสไตล์ไหนคะ ? เธอถามเขาเรียบร้อย พลางสบตาเขาด้วยชั่วครู่ ก่อนจะหยิบหนังสือที่เปิดดูอยู่มากอดไว้ อย่างตัดสินใจซื้อ

                ก็สนใจอยู่ ผมแค่อยากเปลี่ยนห้องทำงาน กับห้องนั่งเล่นนิดหน่อยน่ะ เขาตอบยิ้มน้อยๆ ก่อนจะมองดูคนฟังที่ทำตาโต เหมือนเขายังตอบคำถามไม่หมด

                อ๋อ...บ้านผมเป็นสไตล์เกาหลีผสมแนวยุโรป ไปทางอังกฤษน่ะครับ...

                เธอพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะทำท่าครุ่นคิดถึงภาพที่ตัวเองวาดไว้

                เกาหลีสมัยใหม่ที่เห็นทั่วไปในหนังสือใช่ไหมคะ ? เดี๋ยวนี้ฉันไม่ค่อยเห็นบ้านแบบเกาหลีโบราณเท่าไร

                ใช่...ผมเองก็คงไม่ไหวหรอกถ้าจะให้สร้างบ้านเป็นบ้านไม้มุงหลังคาจากฟางน่ะ... เขากล่าวพลางหัวเราะเบาๆ ซึ่งก็ได้ยินคนฟังหัวเราะขันตามไปด้วย

                ก็น่าสบายนะคะ เหมือนบ้านในชนบทในซีรี่ส์ แดจังกึม น่ะค่ะ เธอบอกเสียงกลั้วหัวเราะ

                คุณได้ดูด้วยรึ ?!” เขาถามอย่างแปลกใจ นึกว่าที่ฝรั่งเศสจะไม่มีซีรี่ส์เกาหลีให้ดูเสียอีก

                ก็มีค่ะ ส่วนมากก็เช่ากันเอา...แล้วเพื่อนที่เป็นชาวเกาหลีของฉันเขาได้จากญาติที่ส่งให้ ก็เลยเอามาให้ดูน่ะค่ะ สนุกดีนะคะ...แต่ยาวไปหน่อย...

                ไม่หน่อยล่ะ...เพราะได้รับความนิยม พวกผู้สร้างเขาก็เลยเพิ่มบท เพิ่มตอน จนผมคิดว่า บางตอนมันก็ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไร... เขาบอกเรียบๆ หากก็ไม่ได้จริงจังอะไร

                อือ...ฉันก็คิดเหมือนกันค่ะ แต่คุณมีเวลาดูละครด้วยหรือคะ ? เธอตอบ ก่อนจะถามกลับยิ้มๆ หากก็ต้องเงียบกันไปทั้งสองคน เมื่อเฮวอนกึ่งเดินกึ่งวิ่งจูงมือมากับป้าจีอิน พร้อมหนังสือนิทานเด็กภาษาไทย หากรูปวาดสีสวย น่ารัก จนทำให้เด็กหญิงอยากรู้เรื่องราว

                พี่ปูเป้แปลให้หน่อยสิคะ...

                หญิงสาวยิ้มรับ พลางหยิบหนังสือเล่มบางๆ ที่เด็กหญิงยื่นให้มาเปิดดู

                เราไปนั่งกันมุมนั่งเล่นดีกว่า เดี๋ยวพี่ขออ่านก่อนรอบหนึ่งนะคะ เธอตอบ พร้อมจับมือน้อยๆ ให้เดินออกจากชั้นหนังสือนั้น ไปที่มุมนั่งเล่นของทางร้านที่ไม่ค่อยมีคนในวันธรรมดาเช่นนี้ อีกทั้งยังมีเคาน์เตอร์ขายชา กาแฟ น้ำผลไม้ต่างๆ และเบอร์เกรี่อีกด้วย

 

                คิม ซอง-ซูมองตามร่างบางๆ ในเดรสตัวสวยกับลูกสาวตัวน้อยของตนเองเดินเคียงกันไป แล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นเด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองจะเกาะติดใครนอกจากป้าจีอิน และยิ่งน่าแปลกใจที่เด็กน้อยติดอกติดใจหญิงสาวชาวไทยคนนั้น ที่เพิ่งได้รู้จักกันเป็นครั้งแรกได้ง่ายดายเหลือเกิน

                ชายหนุ่มหยิบนิตยสารปกแข็งเล่มหนาที่ยืนดูคร่าวๆ เมื่อครู่ติดมือไปด้วย ระหว่างเดินเอื่อยๆ ออกจากบริเวณชั้นหนังสือที่สูงท่วมศีรษะ หวังจะเดินไปสมทบที่โต๊ะกลมมุมนั่งเล่น ซึ่งเขาเห็นบดินทร์นั่งอยู่ก่อนที่สาวๆ สามคนสามวัยจะเข้าไปนั่งด้วยอยู่แล้ว หากว่าชาน เต-กูก็เดินเข้ามาหา ด้วยดวงหน้าเปื้อนยิ้ม และแววตาที่กรุ้มกริ่ม อย่างอารมณ์ดี

                ผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าบอสกำลังวางแผนจะจีบคุณหนูปูเป้ ? คนถามยิ้มกริ่ม พลางแสร้งชะโงกหน้ามาดูหนังสือเล่มใหญ่ในมือเจ้านายอย่างสนใจใคร่รู้

                หึ ! แล้วทำไมนายคิดว่าอย่างนั้นล่ะ ? ซองซูไม่ตอบคำ หากถามกลับ และรีบก้าวเดินออกห่างคนสนิทที่ดูท่าจะหัวไวจริงๆ

                เตกูมองตามหลังกว้างของเจ้านายแล้วก็ส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ กับตนเอง และหันความสนใจไปที่หนังสือมากมายบนชั้นหนังสือแทน เพราะเขาไม่อยากทำให้บรรยากาศสบายๆ ของเจ้านายหยุดชะงักลง

 

                ทำไมมันหาคนใช้หนี้ได้เร็วขนาดนี้วะ ?!” เสียงร้องดังลั่น พร้อมการโยนหนังสือพิมพ์ไปที่โต๊ะด้านหน้าด้วยอารมณ์ลุ่มร้อน หงุดหงิดของชายชราร่างอ้วนผิวขาวทำให้ลูกน้องที่ยืนอยู่ภายในห้องทำงานของเขาสะดุ้งเล็กน้อย

                ไม่คิดว่าจะเป็นจริง ทำไมไอ้ประธานคิมถึงได้ยอมช่วยมันได้ง่ายดายขนาดนี้ แถมยังให้มันนั่งเก้าอี้ประธานต่ออีก แล้วอย่างนี้ผลกำไรอันดับหนึ่งจะเป็นของเรายังไงวะ ?!” คำพูดนั้นเขาบ่นกับตนเองมากกว่าจะถามความเห็นใคร ก่อนจะกระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานไม้เกาะลายขัดเงาแรงๆ อย่างอารมณ์เสีย

                พวกแกไปสืบข่าวการจัดระบบการทำงานของไอ้บดินทร์หน่อยสิ ฉันอยากรู้ด่วนที่สุด ชายชราวัยประมาณห้าสิบปีเอ่ยกับลูกน้องผู้ชายสองคนที่อยู่ในชุดซาฟารีสีเทาอ่อน

                ครับนาย ทั้งสองตอบ ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องทำงานของผู้เป็นนายออกไป

                ประตูห้องที่ปิดลงด้วยระบบอัตโนมัติ บอกให้รู้ถึงชื่อประธานบริษัทว่า

                อานุภาพ ลีวัฒนานุกุล ประธานกรรมการบริษัท เอเอ แอนด์ แอล โปรดักชั่น จำกัด

                บริษัทสื่อสารมวลชนที่ผลิตสื่อบันเทิงรายใหญ่อีกบริษัทไม่ต่างจากทาง RUCK หากก็ยังคงเป็นรองทางฝ่ายบดินทร์อยู่ดี ด้วยการบริหารงานที่มีข้อสงสัยให้เกิดการขุดคุ้ยจากนักข่าวของช่องอื่นๆ และสื่อต่างๆ ที่เป็นของฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา อีกทั้งยังชอบให้กำลังในการเอาชนะการประมูล หรือการหาผลกำไรจากผู้ร่วมเป็นผู้สนับสนุนอีกด้วย

 

                คิม ซอง-ซูรู้สึกขบขันกับอาการของคนตรงหน้า ที่นั่งหน้างอง้ำไม่พูดไม่จาตั้งแต่เข้ามานั่งในร้านอาหารไทยของโรมแรมชื่อดังแห่งหนึ่งใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

                ดูคุณไม่ค่อยเต็มใจจะมาทานข้าวกับผมนะ ?

                ก็ฉันนึกว่าพ่อ พี่ปราชญ์ และเฮวอนจะมาด้วยกับคุณนี่ !” เธอตอบเข้าเสียงตวัดอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์

                ทำไมต้องมาอยู่กับตานี่สองต่อสองด้วย !?

                คุณคิดอะไรอยู่คุณปูเป้ ? เขาเอ่ยเสียงอ่อนโยนประหลาด จนเธอนึกสงสัยว่าเหตุใดคนตัวสูงใหญ่ดวงตาดุๆ ของเขาจะแลดูอ่อนโยนได้

                ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ทำไมคะ ?

                หึ...ผมสั่งต้มยำกุ้งกับน้ำพริกปลาทูไป คุณจะสั่งอะไรเพิ่มอีกครับ ? เขาบอกรายการอาหารที่เป็นภาษาไทยได้ชัดมากในความรู้สึกของเธอ จนเธออดยิ้มขันไม่ได้

                คุณหัวเราะอะไร ?

                คุณพูดภาษาไทยชัดจังนะคะเวลาเป็นรายการอาหารน่ะ !” เธอว่าขันๆ จนเขาเองก็อดจะก้มหน้าลงยิ้มขันด้วยไม่ได้ โดยมีดวงตาสีสวยลอบมองดูอยู่

                ขอชุดดอกไม้ทอด ห่อหมกขนมครก แล้วก็แกงจืดลูกลอกค่ะ เธอบอกกับบริกรเป็นภาษาไทย จนหนุ่มผู้รับเมนูยิ้มน้อยๆ

                รับข้าวสวยเป็นจาน หรือเป็นโถดีครับ ? เขาถามกลับมาทางเธอ ซึ่งเธอก็มองไปหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามน้อยๆ

                ขอเป็นโถเล็กนะคะ... เธอตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

                เอ่อ...เครื่องดื่ม ?

                อ๋อ...น้ำเปล่าค่ะ... เธอตอบ และขอหยุดการสั่งอาหารไว้เท่านี้ก่อน และบริกรหนุ่มก็ก้มศีรษะให้ก่อนเดินออกไปจากโต๊ะของทั้งสองคน

                คุณคิมจะสั่งอะไรดื่มหรือเปล่าคะ ? เมื่อครู่ฉันสั่งแต่น้ำเปล่าไปน่ะค่ะ... เธอบอกกล่าวเรียบร้อยด้วยความอาวุโสน้อยกว่าเขาอยู่หลายปี

                ไม่ครับ มีคนเคยบอกว่า ถ้าทานอาหารไทย ควรดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด...

                คำตอบนั้นทำให้เธอยิ้มรับพร้อมพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะเสมองออกไปด้านนอกที่มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาคดเคี้ยวยาวเหยียดไปไกล จนไม่ทันได้สังเกตว่า คนใกล้ๆ มองดูเธออยู่ด้วยรอยยิ้มน้อยๆ จนแทบจะมองไม่เห็นเงียบๆ ในมุมของเขา

 

                ปาณบดีนั่งมองดูบิดาที่กำลังก้มหน้าลงอ่านแฟ้มรายงานเงียบอยู่นั้น ด้วยความสงสัยในความคิดของท่าน

                ทำไมพ่อถึงเปิดโอกาสให้ประธานคิมไปทานข้าวสองต่อสองกับยัยปูเป้ฮะ ? เขาถามเรียบๆ มองดูผู้ที่ต้องตอบตลอดไม่ว่างตา

                หึ...มาหวงน้องอะไรป่านนี้ น้องลูกน่ะบรรลุนิติภาวะมาสามปีแล้วนะปราชญ์ บดินทร์บอกยิ้มๆ ก่อนจะวางแฟ้มลงกับโต๊ะ

                ผมแค่ไม่เข้าใจที่พ่อดูจะถูกใจ และให้เกียรติประธานคิมมากมายขนาดนี้ เหมือนพ่ออยากจะให้เขามาขอยัยปูเป้แต่งงานเสียเร็วๆ ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้แสดงออกว่าชอบปูเป้เสียหน่อย

                ปราชญ์...ประธานคิมเขาเคยแต่งงาน และหย่ามาแล้ว หน้าที่การงาน หรือนิสัยเขาไม่ใช่ชายหนุ่มเจ้าสำราญที่ต้องแสดงออกด้วยท่าทาง หรือคำพูดเลี่ยนหูหรอกลูก...หรือแกคิดว่าไงล่ะ

                ผม...ก็แค่สันนิษฐานว่าเขากำลังจะหาโอกาสจับยัยปูเป้...แล้วดูลูกสาวเขาก็เข้ากับปูเป้ได้ดีมากๆ จนน่าตกใจอีกนะฮะ

                มันยังไม่ใช่เรื่องแน่นอนนะ อย่าคิดอะไรไกลเลย พ่อก็แค่อยากให้พวกลูกมีมิตรสหายไว้เป็นที่พึ่งเวลาพ่อเป็นอะไรไป... ชายชราวัยเกือบหกสิบพูดขึ้นลอยๆ จนลูกชายตกใจ

                พ่อครับ ! อย่าพูดแช่งตัวเองสิฮะ พ่อยังแข็งแรงอยู่เลย แล้วเราก็ได้ประธานคิมมาช่วยเหลือแล้วด้วยนะฮะ ชายหนุ่มพูดเสียงเครียด เอื้อมมือไปจับข้อมือของบิดาบีบเบาๆ

                อือ...ขอบใจมาก กลับไปทำงานของเราเถอะ... ผู้เป็นพ่อเอื้อมมืออีกข้างมาตบหลังมือเขาตอบด้วยดวงหน้าที่มีรอยยิ้มเหนื่อยๆ แต่เขาก็ทำได้แค่ตอบรับคำท่านเบาๆ

                ครับ...

 

                หุ้นลม !? เสียงร้องถามกลับด้วยความแปลกใจของอานุภาพ ทำให้ลูกน้องชายชกรรณ์สามคนพยักหน้ารับ ก่อนที่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมเสื้อนอกทับจะเอ่ยต่อ

                ครับนาย ประธานคิมซื้อหุ้นทั้งหมดไว้ แต่หุ้นที่ใส่ชื่อบดินทร์กับลูกๆ ของมันเป็นหุ้นลมทั้งหมด ผลประกอบการทางประธานคิมจะปันผลให้มันแค่ 15% ครับ... แล้วก็ระบบการจัดการก็ใช้ระบบเดิมทั้งหมด เก้าอี้ผู้บริหารไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย พนักงานก็ไม่มีใครถูกไล่ออกด้วยฮะ

                อานุภาพคิ้วขมวดเมื่อได้ฟังความจริงทั้งหมด เราเล่นงานมันเรื่องหุ้นลมได้ใช่ไหมสันต์ ? เขาหันไปถามลูกน้องคนสนิทที่รายงานจบลงไปเมื่อครู่

                ถ้าเรามีหลักฐานครับ และยากมากที่เราจะแฉเรื่องหุ้นลมให้มีการตรวจสอบ

                อะไรวะ ! อย่างนี้ก็แพ้มันตลอดน่ะสิ ยิ่งได้ประธานคิมมาช่วยบริหารงานอย่างนี้อีก !” หนุ่มใหญ่ระบายอารมณ์ออกมา ก่อนจะสบถหลังพูดจบ

                ความเครียดแค้นฉายแววแรงกล้าในดวงตาที่ยาวรีของอานุภาพ เขาต้องการความเป็นหนึ่งตั้งแต่เริ่มก้าวเข้ามาก่อตั้งบริษัทผลิตสื่อ และได้สัมปทานจากภาครัฐได้ในเวลาอันรวดเร็ว เขาก็มีสถานีเป็นของตนเอง หากความทันสมัยของคนไฟแรงก็ไม่ได้ช่วยให้เขาชนะทางบดินทร์ได้เลย ความเก๋า และความที่บดินทร์พยายามจะทำให้บริษัทตนผลิตรายการ หรือสื่ออื่นๆ ที่เน้นคุณภาพมากกว่าตามใจตลาดก็ทำให้ทาง RUCK ได้รับความนิยมต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน หากการทุ่มงบลงทุนของบดินทร์ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีของอานุภาพ เมื่อข่าวการที่เงินลงทุนนั้น ไม่สามารถนำกำไรมาหักล้างได้ เขาจึงตั้งตารอที่จะได้ยินข่าวว่า RUCK ล้มละลาย และ เอเอ แอนด์ แอล จะได้ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งเสียที

                ฉันต้องทำให้บดินทร์มันล้มให้ได้...ลูกชายมันทำงานคนเดียวไม่ได้เรื่องหรอก ลูกสาวมันก็ไม่ได้เรียนทางบริหารงานนิเทศด้วยนี่นา... เขาพึมพำเบาๆ หากลูกน้องทั้งสามก็พอรู้ได้ว่า เจ้านายกำลังคิดวางแผนอะไรอยู่เป็นแน่...

 

~@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~

 

OH ! สวัสดีค่ะทุกท่านที่รัก ที่ยังไม่ทิ้งกัน แวะเข้ามาอ่านเรื่องของ ติกาหลัง นะคะ

ที่หายไปนานนนนนนน...มั่กมากกกกกก... ก็หายไปทำหน้าที่หลักค่ะ คือเรียน

เรียนหนักมากๆ ลงไป 7 ตัว มีรายงานทุกตัว ทั้งเดี่ยว ทั้งกลุ่มหลายชิ้นค่ะ เลยไม่มีเวลาจริงๆ

 

แต่วันนี้ ! ปิดเทอมแล้วววววววว...

ได้กลับมาอัพเรื่องเสียที แต่ก็คงไม่ได้ทุกวันนะคะ เพราะก็มีรับจ๊อบนิดหน่อยด้วย แฮะ...

 

ยังไงก็ขอบคุณทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาดูว่า เมื่อไรจะอัพเรื่องนะคะ

อย่างไรก็ไปเยี่ยม ID บ้างนะคะ มันร้างมากเลยค่ะ T_T

 

รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ อากาศแปรปรวนอยู่ช่วงนี้

การเมืองก็ดูยุ่งๆ เล็กน้อย แต่คงดีขึ้น เพราะเราได้นายกฯ คนที่ 24 แล้วน่ะนะคะ

ขอบคุณค่า...ทุกท่าน อย่าทิ้งกันน่า... (*.*) จุ๊บ !

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

331 ความคิดเห็น