ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 4 : ตรงตามคาดหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 เม.ย. 49

-4-

ตรงตามคาดหมาย

 

                ห้องนอนที่ติดวอลเปเปอร์ลายช่อกุหลาบสีอ่อนหลากสีทั่ว บ่งบอกลักษณะนิสัยของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดีว่าจริงๆ แล้วลึกลงไปในความเข้มแข็งของเธอนั้น เธออ่อนหวาน และอ่อนไหวขนาดไหน ปภาวดีนั่งอยู่บนหมอนรองนั่งใบโตสีม่วงอมชมพูอ่อน ที่จัดไว้ข้างๆ เตียงนอนหลังใหญ่ที่โครงของเตียงทำจากเหล็กดัดสีน้ำตาลเข้มด้วยสไตล์คลาสสิค หญิงสาวกำลังนั่งพิจารณาของฝากที่ห่อกระดาษสีสวยหลากหลายสีที่นำออกมาจากกระเป๋าเดินทางใบโตอย่างตัดสินใจ ก่อนจะต้องสะดุ้งออกจากความคิดตนเอง เมื่อมีคนมาเคาะประตูห้อง และเปิดเข้ามา

 

                พ่อกวนหรือเปล่า ? เสียงทุ้มต่ำอ่อนโยนดังขึ้น เมื่อก้าวเข้ามาในห้องสีหวานของบุตรสาว

                ไม่ค่ะ กำลังเลือกของฝากอยู่... เธอตอบยิ้มกว้าง พลางเอี้ยวตัวไปกอดร่างของผู้เป็นพ่อที่ทรุดตัวลงนั่งบนหมอนอีกใบข้างๆ และซบหน้าลงกับไหล่ของท่านอย่างคิดถึง

                หนูจะกลับมาวันนี้ทำไมถึงไม่บอก เลยไม่ได้ไปรับ แล้วก็ทำให้พวกประธานคิมตกใจกันหมดเลยนะ บดินทร์เอ่ยเสียงอ่อนโยน ยกมือไปลูบศีรษะที่มีเส้นผมนุ่มของบุตรสาวไม่หยุด

                ก็กะจะทำให้แปลกใจไงค่ะ แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะมากันวันนี้...

                พ่อคิดถึงหนูนะ สบายดีใช่ไหม ? ฝันถึงแม่เขาบ้างหรือเปล่าล่ะ ไปอยู่ที่แม่เขาเคยอยู่น่ะ ?

                หญิงสาวถอนร่างออกห่าง มองหน้าผู้เป็นพ่อยิ้มน้อยๆ เมื่อรู้ว่าพ่อของเธอก็คิดถึงแม่ไม่ได้เปลี่ยนไป

                ไม่หรอกค่ะ แม่คงอยู่สบายจริงๆ บนนู้น... เธอบอกพลางชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้าด้านนอกประตูบุกระจกบานใหญ่ของระเบียงห้อง แล้วแม่ก็คงไม่อยากให้หนูคิดถึงท่านมาก จนไม่เป็นอันทำอะไรเหมือนตอนเด็กๆ มั้งคะ เธอหันไปกอด และวางคางไว้บนไหล่ของพ่อ

                อือ...แม่เขาไปสบายจริงๆ

                พ่อล่ะคะ สบายดีใช่ไหม... ถ้าไม่นับเรื่องวุ่นวายที่บริษัท เธอถาม และดักทางอย่างรู้ทันว่าท่านจะตอบอย่างไร จนคนฟังหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ยกมือขึ้นกดศีรษะด้วยความเอ็นดูบุตรสาวไปที

                อือ...สบายดี ไม่มีความดัน ไม่มีไขมันในเลือดมาหลายเดือนแล้ว เขาว่า พลางเหลียวมองกล่องของขวัญหลายสิบใบหลากหลายขนาดที่วางเรียงอยู่ใกล้ๆ

                ไหนล่ะของพ่อน่ะ ? เขาเอ่ยถามหยอกเย้าบุตรสาว จนเธอหัวเราะชอบใจออกมา หลังได้ยินคำถามนั้น

                นี่ค้า...เลือกมาสำหรับคุณพ่อเลยนะคะ หญิงสาวบอก พร้อมเอื้อมไปหยิบกล่องกระดาษสีน้ำเงินเหลือบมุขใบโตที่มีริบบิ้นสีฟ้าอ่อนเส้นใหญ่ผูกเป็นโบไว้กันไม่ให้ฝากล่องหลุดออก

                บดินทร์รับมาพร้อมหันไปจูบแก้มเนียนของบุตรสาวแรงๆ อย่างรักใคร่ ก่อนจะหันมาทำความสนใจกับกล่องสีสวยใบใหญ่บนตัก และลงมือแกะปมริบบิ้นเบามือ

                อะไรหน่า ?...

 

                เมื่อเขาเปิดฝากล่องและวางมันลงที่พื้นข้างตัว สายตาของชายชราก็นิ่งอยู่กับภาพตรงหน้าที่เห็น ก่อนจะมีละอองน้ำเอ่อล้นขึ้นมาที่ขอบตา

                พ่อไม่ได้ไปงานรับปริญญาใบที่สองของหนูค่ะ !” เสียงใสเอ่ย รอยยิ้มในหน้ากว้างขวาง ก่อนจะเอี้ยวตัวไปกอดผู้เป็นพ่อที่หันมามองและยิ้มทั้งน้ำตาอย่างภูมิใจ

                ลูกเอาเงินที่ไหนไปเรียน ? แฟชั่นดีไซน์ที่นั้นไม่ใช่ถูกๆ นะปูเป้... คนเป็นพ่อเอ่ยถามเสียงพร่า เมื่อหยิบใบปริญญาที่ใส่กรอบไม้สีน้ำตาลอ่อนขึ้นมาจากชุดครุยที่บ่งบอกว่าบุตรสาวของเขาจบจากคณะอะไร สาขาอะไร และมหาวิทยาลัยอะไร

                ก็เงินเดือนที่พ่อส่งให้รวมกับเงินเดือนที่ทำในร้านปิแอร์ไงคะ เธอยิ้มกว้างอย่างสดใส ดวงตาวาวด้วยน้ำตาที่คลออยู่ เมื่อพบว่าผู้เป็นพ่อดีใจมากมายขนาดไหน

                คนเก่ง...พ่อภูมิใจในตัวลูกมาก...รู้ไหม ?... ชายชราเอ่ยเสียงสั่น ยกมือปาดน้ำตาออกไปจากแก้มของตนเอง ก่อนจะหันไปกอดร่างบางของบุตรสาวแน่นด้วยความภูมิใจมากมาย

                ค่ะ...แต่หนูก็ช่วยอะไรพ่อกับพี่ปราชญ์ไม่ได้เลย... เธอรับคำ หากสุดท้ายก็นึกเสียใจที่ตัวเองไม่ได้ชอบการบริหารเลย

                บดินทร์เม้มปาก ก่อนจะจับไหล่เรียวของหญิงสาวออกห่าง และมองดูเธอเต็มตา

                มันไม่จำเป็นที่ลูกจะต้องช่วยพ่อในเรื่องนี้ เพราะพ่อทำทุกอย่างให้เป็นแบบนี้เอง ลูกแค่ทำในสิ่งที่ลูกรักให้ดีที่สุดก็พอแล้ว แล้วสิ่งที่ลูกทำได้ก็ดีมาก จนพ่อไม่เคยนึกถึงมาก่อน...ลูกเก่งมาก...เก่งจริงๆ เก่งและเป็นคนดีจริงๆ ปูเป้...

                หญิงสาวยกไหว้ผู้เป็นพ่ออย่างอ่อนน้อม ก่อนจะกอดท่านแน่นๆ อีกครั้ง

                แล้วของขวัญจริงๆ ของพ่อก็อันนี้ค่ะ เธอว่าเสียงร่าเริง ก่อนจะหยิบกล่องไม้เล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ไปให้คนที่นั่งมองหน้าตางุนงง

                บดินทร์ยิ้มกว้าง เมื่อเปิดฝากล่องออก แล้วพบกับที่หนีบเนกไท ซึ่งมีคนซื้ออธิบายให้เข้าใจว่า มันทำมาจากเงิน และลวดลายที่ตวัดเหมือนเถาไม้เลื้อย ก็เป็นการออกแบบของเธอเอง

                ขอบใจลูก...ไม่น่าสิ้นเปลืองเลย เขาเอ่ยเสียงอ่อนโยน

                ไม่หรอกค่ะ หนูก็อยากมีอะไรให้พ่อบ้าง... หญิงสาวยิ้มรับ

 

                สองพ่อลูกนั่งคุยกันนานพอสมควร จนเสียงเคาะประตู และการเดินเข้ามาในห้อง โดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง ก็ทำให้ทั้งคู่ทราบว่าเป็นใคร

                หายเงียบมาเลยนะครับพ่อ... ปาณบดีพูดเสียงเหมือนต่อว่า หากไม่ได้จริงจังอะไร และมองดูกล่องของขวัญกล่องใหญ่ที่เปิดฝาไว้ และทำให้เขามองเห็นชุดครุย และกรอบใส่ปริญญาบัตรที่ไม่ใช่ชุดครุย และใบปริญญาที่เขากับพ่อได้ไปงานของน้องสาว

                ชายหนุ่มรีบทรุดตัวลงนั่งที่หมอนรองอีกใบ และเอื้อมไปหยิบกรอบไม้นั้นขึ้นมาอ่านดูอย่างสนใจ ก่อนจะเงยหน้าไปมองดวงหน้าแจ่มใส เนียนนวลของน้องสาวคนสวยด้วยความตกใจ

                เธอเอาเงินที่ไหนไปเรียนปูเป้ ?!” คำถามที่เหมือนกับผู้เป็นพ่อไม่มีผิด ทำให้คนฟังทั้งสองคนหัวเราะร่วน

                ขำอะไรกันฮะพ่อ ? เขาหันไปถามผู้เป็นพ่อเรียบๆ

                ก็พ่อก็ถามน้องไปเหมือนปราชญ์เมื่อกี้เลย...

                อ้าว... ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ออกมาได้ เมื่อรู้ว่า ผู้เป็นพ่อก็ตกใจเหมือนกัน

                เจ้าของปริญญายิ้มกว้างสดใส ก่อนจะอธิบายง่ายๆ หนูเก็บเงินเดือนจากพ่อ แล้วก็ที่ทำงานในร้านปิแอร์น่ะค่ะ ก็มากพอจะส่งตัวเองเรียนอีกใบหนึ่ง แล้วก็ได้งานเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจารย์ให้ด้วย

                เฮ้อ...เรานี่นะ ทำไมไม่บอก ถึงพ่อไม่ช่วย แต่พี่ก็ช่วยได้ พี่เราก็พอมีเงินเก็บนะ

                โธ่...พี่ปราชญ์...ถ้างั้นเอามาช่วยบริษัทดีกว่านะคะ...

                บอกว่าเงินเก็บ ไม่ใช่เงินก้อนยัยตัวดี !” เขาว่าพลางเอื้อมมือไปเขกหน้าผากน้องสาวเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ทำให้เธอยกมือขึ้นจับหน้าผากตัวเอง และมองค้อนไปหาวงใหญ่

                เอ้า ! ของฝาก...จะเอาไหม ? เธอบอกเสียงงอนๆ ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ

                เอาสิ...ขอบใจจ้า... เขารับมา พร้อมกับเกาะกล่องเบามือ ก็พบกับปากกาด้านเงินลวดลายสวยงามเบามือ...

 

                ลูกทำไมไม่คุยกับประธานคิมเขาเป็นภาษาเกาหลีล่ะ ? อุตส่าห์เรียนมา เดี๋ยวก็ลืมหรอก บดินทร์เอ่ยถามลูกสาว เมื่อพ่อลูกสามคนนั่งพูดคุยกันมาได้สักครู่ใหญ่

                ไม่ลืมหรอกค่ะ ที่นู้นหนูก็มีเพื่อนเป็นคนเกาหลีอยู่ เธอตอบ ระหว่างเก็บเรียงกล่องของขวัญไปด้วย หนูจะรอดูว่า พวกเขาจะพูดอะไรถึงเราบ้าง

                อือ...ผมเห็นด้วย...เราจะได้รู้ความคิดจริงๆ ของพวกเขาด้วย ชายหนุ่มสนับสนุน

                เฮ้อ...เขาจะพูดอะไรกัน...พวกลูกก็คิดมากไปได้...

                พ่อคะ หนูรู้ว่ายังไงเขาก็จะเซ็นสัญญากับเรา และช่วยเรามากมาย แต่หนูก็ต้องการรู้ว่า ลับหลังเราเวลาเขาคุยกันเอง เขาจะพูดถึงเรายังไงบ้าง ? เธอว่าอย่างร้อนรน ทำให้ผู้เป็นพ่อไม่อยากเถียง จึงได้แต่ส่ายหน้า

                โอเค. แต่พ่อเชื่อว่าพวกประธานคิมเป็นคนดีนะลูก...แต่ในวงการธุรกิจอย่างนี้ก็ต้องแข่งกัน แล้วก็ต้องวางแผนให้ฝ่ายตัวเองได้กำไร หรือคืนทุนให้มากที่สุด...

                ค่ะ ! เพราะยังไงเขาก็ได้มากกว่าเราอยู่แล้ว หนูว่าบริษัทเราแทบจะกลายเป็นสัญชาติเกาหลีด้วยซ้ำ กับอำนาจตัดสินใจสูงสุดในสัญญาน่ะค่ะ

                แล้วจะให้พ่อทำอย่างไรล่ะลูก ?... ชายชราเอ่ยเสียงเหนื่อยๆ ทำให้ลูกชายลูกสาวทั้งสองถอนหายใจพร้อมกัน ก่อนจะเอื้อมไปกอดแขนผู้เป็นพ่อคนละข้าง เหมือนจะถ่ายทอดความรัก ความห่วงใยให้แก่กัน...

 

                ปภาวดียกกล่องของฝากสี่ห้าใบลงมาชั้นล่าง ด้วยความไม่ลำบากอะไร เพราะเธอเลือกของฝากสำหรับลุงๆ ป้าๆ พี่ๆ ที่ดูแลบ้านไว้ง่ายๆ และพวกเขาก็สามารถใช้มันได้ในชีวิตประจำวัน เหมือนที่เธอส่งของขวัญในวันปีใหม่กลับมาให้พวกเขาด้วยทุกปี

 

                ดวงตาดำสนิทของแขกผู้มาอาศัยมองตามร่างเพรียวบางที่เดินลิ่วไปทางด้านหลังบ้านหลังใหญ่อยู่เงียบๆ ที่ชุดม้านั่งหวายบริเวณระเบียงด้านข้างตัวบ้าน ริมบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีบัวหลวงสีขาว และสีชมพูชูก้านดอกตูม และบานอยู่สวยงาม ด้วยความสงสัย

                คิม ซอง-ซู ลุกจากเก้าอี้หวายเดินอ้อมไปตามทางระเบียงหินอ่อนด้านนอกอาคาร เพื่อไปยังห้องครัวทันที เขาลงมาเดินสำรวจคฤหาสน์หลังงามนี้เกือบชั่วโมงแล้ว และคงไม่มีที่ไหนที่หญิงสาวจะเดินไป นอกจากห้องครัว ซึ่งเป็นที่ๆ เขาเพิ่งออกมา หลังจากเดินสำรวจเข้าไป จนพบห้องที่คณะคนดูแลบ้านใช้สังสรรค์ และทำงานกันอย่างสบายอารมณ์ แลดูสุขสันต์กับการได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้

 

                ของฝากจากฝรั่งเศสค้า... เสียงใสๆ ดังขึ้นที่ประตูห้องครัว ทำให้ทั้งหมดในห้องนั้นส่งเสียงยินดี และยิ้มต้อนรับคุณหนูของบ้านที่ไม่ลืมพวกตน

                โอ้โห... เสียงร้องประสานกัน เมื่อหญิงสาวยื่นกล่องของขวัญขนาดกลางๆ ให้กับทุกคน

                ขอบคุณค่ะคุณหนูปูเป้

                ขอบคุณครับคุณหนู

                ผู้ที่ทำงานอยู่ในบ้านหลังใหญ่ต่างกล่าวด้วยความจริงใจ พร้อมรอยยิ้มในหน้ากว้างขวางจากของขวัญที่ได้รับอีกครั้ง

                ของขวัญปีใหม่ที่ส่งมาทุกปีได้รับใช่ไหมคะ ? เธอเอ่ยถาม ระหว่างเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งของชุดโต๊ะเตรียมอาหารกลางห้อง

                ได้รับค่ะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ แล้วนี่อะไรอีกล่ะคะ ? หญิงวัยสี่สิบปลายๆ เอ่ย และถามกลับด้วยความสงสัยในกล่องที่หล่อนเขย่าเบาๆ อยู่ จนคนให้หัวเราะสดใส

                ป้าเอมก็แกะดูสิค่ะ นั้นพี่นากับพี่นีแกะแล้วน่ะ

                ผู้ที่ถูกเรียกว่า ป้าเอมหัวเราะกับเพื่อนในรุ่นราวคราวเดียวกันที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

                ป้าพิมพ์ด้วยแกะสิค่ะ

                ทุกคนลงมือแกะกล่องของขวัญด้วยความถนอมกระดาษหลายสวย และดูมีราคาด้วยความชื่นใจในน้ำใจของคุณหนูเจ้าของบ้าน

 

                อูย...สวยจังค่ะคุณหนู เสียงของสองสาวดังขึ้น เมื่อพบกับเสื้อเชิ้ตลวดลายแปลกตาสีหวาน พร้อมรองเท้าแตะดีไซน์แปลกตา ซึ่งทั้งสองคนได้สีแตกต่างกัน หากก็ดูไม่ขัดกับการที่พวกตนจะสวมใส่

                ดีใจที่ถูกใจนะคะ

                ถูกใจสิค่ะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

                ใช่ค่ะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ทั้งสองคนกล่าวหน้าบาน ทำให้ผู้ให้ยิ้มรับสดใสไปด้วย

                ลุงโต ลุงพล อายศ...ถูกใจไหมคะ ? เธอหันไปเห็นพวกหนุ่มใหญ่ที่ยืนยิ้มอยู่กับเชิ้ตสีแปลกตา และแว่นกันแดดที่ดูมีราคามากเหลือเกินสำหรับพวกเขา

                โห...ถูกใจที่สุดครับ ขอบคุณจริงๆ

                อุ้ย ! อย่าไหว้สิค่ะ หนูอายุสั้นพอดี... เธอรีบรับไหว้หนุ่มๆ ทั้งสามคนที่ลองทาบเสื้อ และลองใส่แว่นกันแดดให้กันชม ด้วยความสนุก ก่อนจะหันมาหาป้าๆ ใกล้ตัวที่แกะกระดาษช้ากันที่สุด

                คุณหนู...สวยจังค่ะ เธอยิ้มรับ เมื่อแม่บ้านเก่าแก่ทั้งสองคนยกผ้าคลุมไหล่ผืนใหญ่ จนพวกแกนึกว่าเป็นผ้าถุงขึ้นมาลองทาบ จนเธอหัวเราะเสียงใส

                ไม่ใช่ผ้าถุงค่ะ เป็นผ้าคลุมไหล่... เมื่อเจ้านายสาวบอก ก็เกิดเสียงหวีดหวิวแซวขึ้นมา ทำให้แกสองคนหัวเราะรับ และมองไปหาพวกพ้องค้อนๆ

                เอาห่มนอนก็ได้ผ้าเนื้อบางแต่พอถูกเนื้อเราแล้วมันอบอุ่นค่ะ แล้วก็นี่ชุดเดรสสบายๆ ป้าใส่กันได้ค่ะ หนูเลือกมาให้เหมาะพอดีเลย เธอบอก และจับชุดเดรสสีน้ำตาลอ่อน และสีน้ำตาลไหม้ที่เป็นแบบสำหรับผู้มีอายุ ด้วยเป็นแขนทรงบัว มีการเย็บเป็นผ้าเส้นใหญ่จับรูดไปผูกเป็นโบด้านหลัง

                อุ้ยคุณหนู ! มันดูเป็นคุณนายไปไหมคะ ? ป้าพิมพ์ถาม และมีป้าเอมพยักหน้าสนับสนุนอยู่ข้างๆ

                โธ่...ไม่หรอกค่ะ ป้าเอมป้าพิมพ์ใส่ได้... เธอบอกเสียงใส ยิ้มไปหา โดยมีเสียงชมจากรอบด้านว่าชุดสวย ต้องใส่ให้ได้ จนสองสาวแก่ยิ้มเขินๆ เมื่อผู้ใหญ่ให้ลองทาบดู...

 

                รอยยิ้มของทุกคนที่สดใส เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย อย่างเป็นกันเอง ที่แม้เขาจะฟังไม่รู้เรื่อง หากก็รับรู้ได้ถึงกระแสความรัก ความเคารพ ความเอ็นดู และความห่วงใยของทุกคนที่มีให้กับหญิงสาว และเขาก็รับรู้ได้ว่า เธอไม่ได้เป็นคุณหนูเอาแต่ใจ และดูถูกคนเลยสักนิดเดียว มันยิ่งทำให้ความสนใจในตัวเธอของเขาเพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งถึงสองขีด

 

                แปลก...นี่ฉันเริ่มสนใจผู้หญิงอีกแล้วหรือไง ? ซองซูพึมพำกับตนเองเบาๆ มองดูภาพความสุขของคนในบ้านหลังใหญ่นี้อีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เดินถอยออกไปทางเดิมช้าๆ แต่ก็ไม่พ้นสายตาของลูกน้อง และเพื่อนแท้ของเขาไปได้

                ดังคาดจริงๆ แม่จ๋า... เตกูส่ายหน้ายิ้มอ่อนๆ พึมพำถึงผู้เป็นแม่กับตนเอง เมื่อเขาลงมาเดินสำรวจคฤหาสน์ของมิสเตอร์รักเหมือนกัน และบังเอิญเดินมาเห็นร่างสูงใหญ่ของเจ้านายที่รักยืนมองบุคคลทั้งหลายในห้องครัวด้วยรอยยิ้มที่เขาไม่ค่อยได้เห็น และยิ่งเมื่อผ่านไปหลายนาที ประโยคที่เบาเหมือนสายลม หากหูดีๆ ของเขาก็ทันได้ยินเข้าจนได้...

 

                แสงแดดเริ่มอ่อนแสงลง นกฝูงใหญ่บินร่อนเล่นลมไปมาก่อนกลับเข้ารังนอนของแต่ละตัว กระรอก กระแตตัวน้อยวิ่งขึ้นต้นไม้ใหญ่ในสวน เพื่อกลับเข้าบ้านของมันด้วยความเร็ว เมื่อรู้สึกเหมือนมีใครแอบมอง

                ปภาวดียิ้มกับภาพนั้น พื้นที่เกือบสามไร่ของบ้านเธอ ดูจะร่มรื่นยิ่งกว่าเดิม หากก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ต้นไม้ใบหญ้า ดอกไม้หลากสี ยังคงถูกตกแต่งดูแลอย่างดี บ่อบัวใหญ่ก็ได้รับการดูแลอย่างเอาใจใส่ บรรยากาศสดชื่นนี้ทำให้เธอยืนหลับตา ยืดหลังสูดหายใจลึกเข้าปอดด้วยความสุข อุ่นใจ

 

                สวนบ้านคุณสวยจริงๆ นะครับ เสียงห้าวที่ดังขึ้นเบื้องหลังเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เมื่อหันไปหาชายหนุ่มจากแดนไกลที่มาเป็นแขก

                ค่ะ ก็คุณพ่อชอบอยู่กับต้นไม้ เธอตอบเรียบๆ มองดูคนตัวสูงที่เดินออกมาที่เฉลียงบ้าง

                ผมนึกสงสัยอยู่ว่า... เขาหยุดไปชั่วครู่ และหันไปมองดูคนตัวเล็กน้อยๆ บ้านหลังใหญ่ พื้นที่มากมาย แม่บ้านพ่อบ้านหลายคน แล้วพ่อคุณใช้เงินที่ไหนมาดูแล เพราะมิสเตอร์รักกำลังมีปัญหา...คุณคงทราบว่าปัญหาอะไร... ซองซูพูดเรียบๆ มองดูแววตาอ่อนหวานของเธอที่ดูเข้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปอ่อนแสง ดูเหนื่อยล้า

                ฉัน...ทราบดี... เธอตอบ ก่อนจะสูดหายใจลึก จนคิดว่าอีกฝ่ายก็คงไม่ได้ยินเสียง

                ทำไมคุณถึงไม่ชอบการบริหาร หรือเกี่ยวกับการจัดการองค์กรทั้งๆ ที่ตระกูลคุณมีธุรกิจมากมาย ?

                ฉันเหมือนแม่มั้งค่ะ เธอตอบ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมายิ้มน้อยๆ ให้เขา ก่อนจะหันกลับไปมองสวน และท้องฟ้าเบื้องหน้า

                แม่เป็นนางแบบคนไทยที่ได้งานที่ฝรั่งเศส แต่ไม่ค่อยดังเท่าไร พ่อไปดูงานเกี่ยวกับวงการหนังสือแฟชั่นที่นั้นท่านสองคนก็เลยพบกัน...คุณเชื่อเรื่องรักแรกพบไหมล่ะคะ ? พ่อแม่ฉันนั้นแหละ เป็นตำนานรักแรกพบที่ฉันกับพี่ปราชญ์ฟังมาตั้งแต่จำความได้...

                ซองซูแปลกใจที่อยู่ๆ เธอก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ทำไมอยู่ๆ คุณถึงเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังล่ะ ?

                ไม่รู้สิคะ มองดูคุณเวลาอยู่กับเฮวอนแล้วเป็นคุณพ่อใจดี... เธอบอกยิ้มน้อยๆ หากเขาก็มองเห็นลักยิ้มที่บุ๋มลงบนแก้มเนียนทั้งสองข้างของเธอชัดเจน

                ตอนแรกฉันก็ไม่ค่อยถูกชะตาคุณหรอกนะ คำพูดของเธอทำให้เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง จนคนพูดยังตกใจ เพราะฉันไม่ค่อยชอบใจเท่าไรที่คุณใช้เงินมาซื้อธุรกิจของพ่อไป แต่คิดๆ ดูแล้ว ถ้าไม่มีเงินจากคุณ เราก็คงไปกันไม่รอด...

                เขาก้มมองดูคนตัวเล็กที่บอกเล่าความในใจนิ่งอยู่

                คุณจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรกับองค์กรเราใช่ไหมคะ ?

                อือ...ผมแค่อยากจะปรับปรุงให้อะไรๆ ดูดีขึ้น... แล้วผมก็คิดว่ากระแสเกาหลีกำลังแรงในเมืองไทย มันคงง่ายที่จะจับเรื่องราวเกี่ยวกับเกาหลีมาเป็นสกู๊ปในนิตยสาร หรืออาจจะเปิดตัวนิตยสารอีกเล่มเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกาหลี ดารานักร้องเกาหลี หรือแฟชั่นเกาหลีก็ได้...คุณว่าดีไหมล่ะ ? เขายิ้มให้คนที่ตั้งใจฟัง และมองขึ้นมาหาตาแป๋ว

                อือ...ทำ Market research ด้วยสิค่ะ จะได้ทราบว่า กลุ่มเป้าหมายของนิตยสารที่คุณคิดจะทำสนใจเรื่องอะไรเกี่ยวกับเกาหลี...เพราะอยู่ที่นู้นซีรี่ส์เกาหลีก็พอมีกระแสอยู่เหมือนกัน ถ้าคุณถามวิจัยตลาดกับกลุ่มเป้าหมายคงได้ข้อมูลเจาะลึกยิ่งขึ้น...

                ผมไม่คิดว่าคุณจะเห็นด้วยเสียอีก

                เอ๊ะ ! รู้สึกคุณชอบชวนฉันทะเลาะนะ !” เสียงใสเข้มขึ้น และแววตาจากดวงตาสีนิลกลมโตสดใส ก็ดูจะเริ่มคุ จนเขาหัวเราะเบาๆ

                ก็เมื่อบ่ายคุณยังทำท่าหมั่นไส้ผมอยู่เลยนี่

                ก็บอกแล้วว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไม่ชอบคุณ เมื่อถ้าไม่ได้เงิน กับการบริหารจากคุณพวกเราก็คงไม่รอดวิกฤตนี้หรอก... ท้ายเสียงอ่อนลง จนเหมือนจะอ่อนล้า เหนื่อยใจเสียด้วยซ้ำ

                ผมยินดี เพราะผมก็ได้ประโยชน์ไม่น้อยไปกว่าพวกคุณหรอก... เขาบอกตรงๆ พร้อมก้มลงสบตาเธอ อย่างไม่เกรงกลัว หากเธอจะเห็นแววตาของความทะยานอยาก หากในความจริง เธอกลับเห็นความจริงใจ และความอ่อนโยนประหลาดจากดวงตายาวรีสีดำสนิทคู่นั้นมากกว่า...

                ฉันขอให้คุณดูแลมันให้ดีที่สุดนะคะ เธอกล่าวเสียงเรียบ พลางหันร่างบางๆ มาทางเขา และก้มศีรษะลงให้

                คิม ซอง-ซูนิ่งไปกับภาพนั้น ผมสัญญา

                ขอบคุณค่ะ

                หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาบอก พร้อมรอยยิ้มที่ฉีกขึ้นอีกเล็กน้อย ทำให้เขาเห็นฟันซี่เล็กๆ ขาวสะอาดเรียงตัวสวยอวดความงามของเจ้าของร่างบางได้อีกหนึ่งส่วน และก่อนที่เขาจะถามอะไรต่อไปอีก เสียงเรียกจาก ชาน เต-กู ก็ทำให้ทั้งสองคนต้องหันกลับไปในบ้าน เพื่อรับประทานอาหารเย็นในวันแรกที่คนสองคนสองเชื้อชาติ หากเพิ่งมาถึงเมืองไทยเป็นวันแรกเหมือนกันในรอบปีนี้...

               

                ซองซูรู้สึกพิเศษกับเธอมากขึ้น ดูเธอมีเหตุผล และไม่เจ้าอารมณ์เหมือนคุณหนูคนเล็กของบ้านทั่วๆ ไป ไม่มีความหยิ่งยโส หรือดันทุรังกับเรื่องฐานะเงินทองที่เขารับรู้

                ปภาวดีลอบมองดูคนตัวสูงที่เดินไปตามทางกับเธอ หญิงสาวรู้สึกว่าเขาไม่ได้เลวร้าย และเป็นนักธุรกิจที่เห็นแก่เงินกว่าจิตใจผู้ร่วมงานอีก อาจจะเป็นเพราะแววตาที่เธอมองเห็นเมื่อครู่ก็เป็นได้ ที่ลบภาพหนุ่มเจ้าสำอาง หรือภาพนักธุรกิจเห็นแก่เงินไปก็ได้...

                โดยไม่รู้ตัว ภาพของหนุ่มสาวที่เดินยิ้มน้อยๆ เข้ามาในห้องอาหารทำให้บดินทร์ และปาณบดีต้องหยุดสายตามองดูทั้งสองคน ด้วยความแปลกใจ หากแต่เตกู และป้าจีอินกลับหันไปยิ้มให้กัน อย่างเข้าใจอะไรมากกว่า...

 

 

331 ความคิดเห็น