ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 34 : พบคุณตา...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 มี.ค. 51

 

- 33 -

พบคุณตา...

 

            เด็กชายตัวน้อยกอดคุณแม่ไว้แน่นเมื่อต้องอยู่ในสถานที่แปลกใหม่และไม่น่าไว้ใจ ดวงตาใสแจ๋วสีน้ำตาลเข้มเหลียวมองรอบด้านทั่วไป ก่อนจะซุกหน้ากับหน้าอกคุณแม่นิ่ง เที่ยวบินชั้นหนึ่งสำหรับเศรษฐีผู้มีเงินแม้จะกว้างใหญ่สบายทั้งที่นั่งและสบายใจกายกับการบริการแสนดีเลิศเพิ่มขึ้นเกือบร้อยเท่า หากก็มิได้ทำให้เด็กชายตัวน้อยที่ไม่เคยบินขึ้นฟ้าพร้อมกับนกเหล็กยักษ์กลัวจนไม่อาจจะขยับออกจากตักแม่ไปไหน

            ปภาวดีโอบกอดลูกชายตัวน้อยไว้ด้วยรอยยิ้มขัน เหลียวมองดูลูกสาวที่นั่งริมหน้าต่างมองดูเมฆหมอกอย่างสนใจใคร่รู้ไม่เปลี่ยนเงียบๆ ก่อนจะขยับกายจะเปลี่ยนไปนั่งเก้าอี้ตัวริมทางเดินพลางทำท่าจะปล่อยเจ้าตัวยุ่งให้นั่งที่เก้าอี้ตัวกลาง แต่พ่อตัวดีก็ส่งเสียงร้องประท้วงทันควันจนผู้โดยสารทั้งชั้นเหลียวมอง หากก็ได้แต่ยิ้มขันเมื่อคุณแม่ยังสาวรีบคว้าเจ้าตัวดีมาอุ้มมองหน้ากันนิ่งๆ ด้วยดวงตาสีสวยที่เข้มดุขึ้นจนเด็กน้อยทำหน้าเบ้คล้ายแง่งอน พลางกอดร่างบางของเธอไว้ไม่ปล่อยต่อเช่นเดิม

            คิม ซอง-ซูที่นั่งอยู่แถวหลังกับชาน เต-กูและลูกน้องอีกหนึ่งหนุ่มชะโงกหน้ามามองยิ้มน้อยๆ

            มาอยู่กับพ่อไหม ?

            เด็กชายคิม ซู-จินแหงนมองบิดาที่โผล่หน้าอยู่ซอกเล็กๆ ของเก้าอี้ก็ยิ้มทำเสียงชอบใจ

            คุณมานั่งกับฉันก็ได้ค่ะซองซู...ไม่ยอมนั่งคนเดียวแน่ ประโยคสุดท้ายเธอเหลียวทำตาดุกับคนตัวน้อยบนตักที่หันไปสนใจหยอกพี่สาวเล่นแทนแล้ว จนชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวออกมานั่งข้างๆ ภรรยาสาวที่ต้องจำต้องนั่งตรงกลางเช่นทุกๆ ครั้งที่เดินทางกันไปทั้งคณะของสามี

            เฮวอนโทรบอกเสือแล้วใช่ไหมลูก ? เสียงใสเอ่ยถามลูกสาวคนโตที่หันมาใช้แขนตุ๊กตาหมีตัวโปรดตีเล่นกับน้องชายที่ชอบอกชอบใจ

            ค่ะ เสือเล่าว่าคุณพ่อเสือทำกับข้าวอร่อยและก็ร้านอาหารลูกค้าเริ่มเยอะขึ้นด้วย

            คนฟังยิ้มรับก่อนจะหันไปยิ้มกับพนักงานต้อนรับบนสายการบินสาวสวยที่มาเสิร์ฟน้ำและอาหารว่าง พลางสายตาของเจ้าตัวก็มองเอ็นดูเด็กน้อยที่เล่นกับพี่สาวอย่างสนุกสนาน

            แล้วเราจะไปหาบ้านคู่หมั้นพี่ชายคุณวันไหนแน่ปูเป้ ? เสียงห้าวเอ่ยถามภรรยาสาว ระหว่างมือใหญ่จับหลอดงอและยื่นจ่อให้เธอได้ดูดน้ำแครอทได้สบาย

            คงพรุ่งนี้มั่งค่ะ เราถึงนู่นก็เย็นนี่น่า...เราบินมาตอนนี้ถึงนู่นก็เย็นแล้ว

            อือ...เจ้านี่สิ จะงอแงใส่คนอื่นเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ซองซูดีดนิ้วเบาๆ ใส่ศีรษะลูกชาย จนแกหันมามอง บ้านไม้สีขาวนั่นเขาเปิดเป็นร้านอาหารแล้วไม่ใช่เหรอ ?

            ค่ะ เห็นพี่ปราชญ์ว่าอย่างนั้น แต่ยังเก็บห้องนั่งเล่นด้านในชั้นหนึ่งไว้ให้คนสนิทได้พักกัน

            อือ...เปิดบ้านเป็นร้านก็ดี แต่บางทีก็วุ่นวาย

            ก็มีทั้งข้อดีข้อเสียล่ะค่ะ แต่ดีแล้วที่บ้านใหญ่ ชั้นบนเขาก็มีโถงไว้นั่งเล่นได้ ไม่ลำบากอะไรด้วย

            ชายหนุ่มฟังก็ยิ้มเห็นด้วย รู้สึกดีที่บ้านหลังนั้นได้ทำประโยชน์ได้ดีกว่าปิดเงียบๆ ไว้ให้คนแก่อยู่กันไปวันๆ ทั้งๆ ที่เจ้าของบ้านอยากจะทำธุรกิจจะตาย

            ปา... เด็กชายตัวน้อยหันมาเรียกผู้เป็นพ่ออย่างไม่เป็นภาษาเรียกรอยยิ้มจากเขาได้อ่อนโยน

            ว่าไงไอ้ตัวเล็ก เขาว่าพลางเอื้อมมือไปกดศีรษะแกแรงๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวจนแกหัวเราะชอบใจ ทำให้เขาเอื้อมมือออกไปอุ้มลูกชายตัวน้อยมานั่งบนตักตนเอง

            คุณนอนพักไหมปูเป้ ? เสียงห้าวเอ่ยถามภรรยาสาวด้วยความเอ็นดู

            เดี๋ยวก็ได้ค่ะ เธอหันมายิ้มให้สามีก่อนจะหันกลับไปจัดการคลี่ผ้าห่มตัวลูกสาวให้เรียบร้อย และหันกลับมานั่งมองลูกชายตัวน้อยเล่นหยอกล้อกับผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้ม

 

            ปาณบดีอ้าแขนรับร่างบางของน้องสาวคนสวยที่เดินปราดเข้ามาหา ทั้งคู่กอดกันแน่นพร้อมหอมแก้มกันและกันไปคนละที ก่อนปภาวดีจะเดินไปกอดลลินาที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ พี่ชาย โดยที่สามีและลูกๆ กำลังทักทายกับพี่ชายเธออยู่

            ว่าไงซูจิน ? คนเป็นลุงตามศักดิ์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มพลางเอื้อมมือใหญ่ของตนไปจับมือเล็กๆ เขย่าไปมา ทำให้เด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนบิดามองตาแป๋ว

            ฟังภาษาไทยรู้เรื่องไหมเนี่ย ? เมื่อเริ่มไม่แน่ใจว่าหลานชายจะฟังออกไหมก็หันไปถามน้องสาวที่ยืนหัวเราะขันอยู่ใกล้ๆ

            ออกค่ะ หนูพูดภาษาไทยกับลูกๆ เสมอ... เธอตอบด้วยรอยยิ้มพลางโอบไหล่เฮวอนไว้ เฮวอนก็ฟังภาษาไทยเข้าใจมากแล้วด้วยนะคะ เหลือแต่สอนพูด อ่าน เขียน...

            ช่าย...ก่ะ เสียงเด็กหญิงตอบเป็นภาษาไทยไม่ค่อยชัดแต่ก็เรียกรอยยิ้มและเสียงตื่นเต้นจากผู้ใหญ่ได้ดี

            เก่งจัง ลลินาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม พลางเอื้อมมือไปลูบศีรษะแกเบาๆ

            เรากลับบ้านกันดีกว่า... ปาณบดีเอ่ยยิ้มอ่อน คุณพ่อนอนรออยู่

            หญิงสาวยิ้มแห้งๆ ไปนิด ค่ะ

 

            ปภาวดีและคิม ซอง-ซูสวัสดีร่างเหยียดยาวที่นอนหลับสงบนิ่งอยู่บนเตียงนอนกว้างขวางภายในห้องนอนของท่านเอง...

            บดินทร์ยังคงเป็นเจ้าชายนิทราที่นอนสงบไม่รับรู้สิ่งใดปีกว่าแล้ว มีเพียงการเคลื่อนไหวเพียงน้อยนิดของนิ้วมือ เปลือกตา และปลายเท้าเท่านั้นที่ขยับ กระตุก หรือบางครั้งก็ยกขึ้นคล้ายอาการสะดุ้งตกใจ ทำให้ทุกคนยังคงเฝ้ารอวันที่ผู้เป็นบิดา เป็นนาย และผู้ใหญ่ที่เคารพกลับมา

            คุณพ่อคะ...วันนี้หนูกับซองซูพาหลานคนใหม่มาสวัสดีนะคะ เสียงใสเอ่ยด้วยรอยยิ้ม คุณพ่อคงทราบแล้วว่าหนูมีหลาน เพราะตอนนั้นซองซูก็ฝันถึงคุณพ่อ...

            ใช่...ลูกชายคนแรกของปูเป้นะพ่อตา... ชายหนุ่มเอ่ยกลั้นขันเรียกรอยยิ้มขันให้คนฟังได้ทุกคน ก่อนเขาจะอุ้มลูกชายไปนั่งปุ๊กบนเตียงข้างๆ ร่างของผู้เป็นตา

            คิม ซู-จินค่ะ แกชื่อซูจินนะคะคุณพ่อ... หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ จับมือน้อยๆ ของลูกชายไปวางทับบนมือใหญ่ที่วางอยู่บนหน้าอกของท่าน ทำให้เด็กชายตัวน้อยยิ้มร่าลูบมือตัวเองไปมาตามร่างของท่านเรียกเสียงฮือฮาเบาๆ จากทุกคนได้รอบห้อง

            แอ๊... เด็กน้อยหันมาส่งเสียงกับคุณแม่ที่นั่งยิ้มอยู่ข้างเตียง

            คุณตาไงซูจิน...คุณตา...

            เด็กน้อยทำหน้าสงสัยก่อนจะหันไปนั่งนิ่งๆ มองดูบุคคลที่มารดาบอกว่าชื่อ คุณตา...

            คุตา...

            จะมีใครคาดคิดไว้ได้ คำเรียกนั้นทำให้คนทั้งหมดในครอบครัวตกใจตาค้าง มือเรียวของคนเป็นแม่ยกขึ้นปิดปาก ดวงตาสีสวยเอ่อคลอด้วยน้ำตาใสๆ ก่อนเธอจะยิ้มกว้างขยับกายขึ้นนั่งที่ขอบเตียงโอบกอดร่างของลูกชายมาไว้แนบอก และได้รับอ้อมกอดจากคิม ซองซู

            จำไว้...คำแรกที่ลูกพูดได้เป็นภาษาไทยด้วยนะ เสียงห้าวเอ่ยยิ้มๆ ทำให้คนฟังหัวเราะเบาๆ ด้วยความตื้นตัน ก่อนเขาจะหันไปกอดลูกสาวคนโตที่นั่งอยู่ปลายเตียงไว้

            ภาพตรงหน้าน่ารักอบอุ่นนักในสายตาปาณบดีและทุกคนในบ้านหลังใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง

            ปูเป้โชคดีมากจริงๆ...

            ความสุขของวันนี้กำลังจะจบลงด้วยเวลาของพระจันทร์เคลื่อนขึ้นมาทำหน้าที่ ต่างคนต่างแยกย้ายกลับห้องพักของตนเอง หากเจ้าบ้านหนุ่มไม่ลืมนัดแนะเวลากับน้องสาวที่จะไปเยี่ยมเยือนบ้านเรือนไม้ของลลินาในวันรุ่งขึ้น โดยมีคิม เฮ-วอนยิ้มร่าเริงที่จะได้พบเพื่อนเล่นอีกครั้งหลังไม่ได้พบกันมาปีกว่าได้แล้ว...

 

....................................................

 

อัพแล้วนะคะ ช่วงนี้นิมีเรื่องมากมาย

จนมันเอื่อยๆ เบื่อๆ แต่ยังไงก็ต้องอัพค่ะ

เรื่องนี้ใกล้จบแล้ว ยังไงติดตามกันด้วยนะคะ

 

.....................................

 

เฟย์เนร่า : ดวงตาแห่งตะวัน

สำนักพิมพ์ษาริน

พบ + อุดหนุนกันได้ที่งานสัปดาห์หนังสือ

26 มีนาคม 7 เมษายน 2551 นี้

โซน C ชั้น 2 บูธ Q 40 นะคะ

 

331 ความคิดเห็น