ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 31 : จิตใต้สำนึก (ของคนเป็นแม่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ก.พ. 51

 

- 31 -

จิตใต้สำนึก (ของคนเป็นแม่)

 

            คิม ซอง-ซู คิม เฮ-วอน พร้อมด้วยสองหนุ่มลูกน้องของชายหนุ่มวิ่งตามเตียงพยาบาลที่เข็นว่าที่คุณแม่ที่นอนร้องเบาๆ ว่าเจ็บปวดท้องอยู่ตลอดทางไปยังห้องคลอด แม้บุรุษพยาบาลชาวเกาหลีจะเข็นเร็วเพียงใด หากก็ไม่รุนแรงจนจะทำให้คนท้องกระทบกระเทือน ทำให้ผู้กำลังจะเป็นคุณพ่อลูกสองไม่กังวลเรื่องนี้นัก

            เตียงถูกเข็นเข้าสู่ห้องคลอดฉุกเฉินหายเข้าไปหลังบานประตูกว้างใหญ่บุกระจกสีขุ่น ร่างสูงใหญ่ยืนหอบเล็กน้อยโอบกอดไหล่ของลูกสาวตัวเล็กไว้นิ่งอยู่ด้านหน้า สายตาของทั้งคู่จับจ้องภาพประตูที่ปิดลงเงียบงัน

            คุณจะเข้าไปไหมคุณคิม ? แพทย์หนุ่มวัยกลางคนเกือบจะใกล้วัยชราเอ่ยถามระหว่างเดินเร็วๆ มาทางประตูห้องคลอดพร้อมคณะผู้ช่วยหลายคน

            ชายหนุ่มก้มลงมองหน้ากับลูกสาว พ่อเข้าไปนะ เฮวอนรอป้าจีอิน และก็อาๆ กับพี่เขานะ

            ค่ะ เด็กหญิงยิ้มใสให้ผู้เป็นพ่อ ก่อนจะมองดูชายหนุ่มคว้ากระเป๋าผ้าทรงสี่เหลี่ยมที่บรรจุสิ่งของจำเป็นในการคลอดของหญิงสาว และมีกล้องถ่ายรูปอยู่ด้วย

 

            ปภาวดีรู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าครั้งใดๆ ที่เธอเคยเจ็บปวดมาก่อนไม่ว่าจะเจ็บการหกล้ม แก้วบาด เข็มตำนิ้วหรือแม้แต่มีดบาด หากครั้งนี้มันทั้งเจ็บแปลบ ปวดร้าว และอึดอัดไปทั้งร่างแต่ภายในจิตใจก็รู้สึกปลื้มเปรมกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมาในชีวิตของเธอและครอบครัว

            เจ็บจังค่ะ... เสียงใสพร่าสั่น เมื่อรับรู้ถึงสัมผัสจากมือใหญ่หนาอบอุ่นที่คุ้นเคยที่กุมมือเธอไว้แน่น

            ผมจะอยู่กับปูเป้นะ...ไม่ต้องกลัวนะ... เสียงห้าวเอ่ยด้วยความอ่อนโยน มือใหญ่อีกข้างเอื้อมไปลูบหน้าเนียนที่ชื่นเหงื่อไปหมดเบาๆ ก่อนจะยกมือเรียวที่กุมไว้ขึ้นจูบแรงๆ เมื่อนายแพทย์เริ่มส่งเสียงให้คุณแม่เบ่ง...

            หญิงสาวเบ่งด้วยกำลังที่สุดเท่าที่เธอมี มือเรียวข้างหนึ่งที่อยู่ในมือใหญ่เธอกุมมือเขาไว้แน่นจนเส้นขึ้น อีกมือกำผ้าปูที่นอนเตียงพยาบาลขาหยั่งจนยู่ยี่ไปหมด ดวงหน้าเนียนที่เคยสดใสยามนี้เหยเกไม่น่ามองเท่าไร หากมันก็เป็นใบหน้าของแม่ทุกคนที่ต้องมีต้องเป็นเมื่อถึงเวลานี้

            ซองซูน้ำตาไหลลงอาบแก้มสากด้วยไรหนวดเงียบๆ เมื่อเห็นภรรยาสาวเจ็บปวดรวดร้าวมากมายเพียงนี้ และบรรยากาศภายในห้องคลอดก็ไม่ได้น่าพิศมัยเท่าไรอยู่แล้ว ยิ่งกระตุ้นให้เขารับรู้ว่า ผู้หญิงที่กำลังจะเป็นแม่คนมันแสนสาหัสเพียงใด

            ผมอยู่นี่กับคุณนะปูเป้...ผมอยู่นี่ไม่ต้องกลัวนะ เขาเอ่ยเสียงอ่อนโยนอาจจะติดพร่าสั่นเล็กน้อย และเขาก็เห็นเธอพยักหน้ากัดฟันแน่นเมื่อเธอเบ่งด้วยแรงที่มากขึ้นอีก

 

            โอ้...เจ้าตัวน้อย !” เสียงร้องของนายแพทย์ผู้ใจดีดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่ส่งมาหาคุณพ่อที่เงยหน้ามองยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนหนุ่มวัยใกล้ชราจะจัดการกับร่างของเด็กทารกตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องไห้จ้าดังก้องห้องไปหมด

            เสียงดังดีจัง ระหว่างตรวจสอบร่างกายความสมบูรณ์เขาก็เอ่ยด้วยความแปลกใจ ก่อนจะยิ้มมากขึ้นเมื่อรับรู้ถึงสุขภาพดีของเจ้าตัวน้อย

            สมบูรณ์ดีครับ

            ห่อผ้าเล็กๆ ที่ห่อหุ้มเด็กชายตัวน้อยผิวแดงหน้าตายู่ยี่ถูกส่งมาให้คุณแม่คนสวยที่นอนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนอยู่ พร้อมทำให้คุณพ่อได้เห็นดวงหน้าของลูกชายที่ยังคงหลับตาทำปากจุ๊บจั๊บอยู่ในอ้อมแขนคุณแม่ที่ได้แต่ยิ้ม

            ผมดำดกหนาเหมือนคุณเลยนะคะ เสียงใสเอ่ยเบาๆ ยิ้มขึ้นไปหาสามีที่ก้มลงมองหน้าตาหนูยิ้มๆ อยู่ใกล้ๆ

            อือ...อ้าวปูเป้ !” เสียงห้าวรับ ก่อนจะตกใจที่ภรรยาสาวค่อยๆ ผล๊อยหลับไป

            หลับไปเพราะเพลียครับ ไม่ต้องห่วงหรอก นายแพทย์เอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เพราะรู้จักสนิทกับชายหนุ่มคนนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อของเขา

            แผลคุณแม่เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวพยาบาลจะนำไปห้องพักนะครับ และก็เด็กน้อยคนนี้เดี๋ยวไปชมโฉมกันที่ห้องเด็กนะครับ เขาว่าด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงหยอกเย้า หล่อนะเนี่ยเรา น้ำเสียงเอ็นดูว่ากับเจ้าหนูที่นอนหลับตา หากมือเท้ายังขยับยุกยิกอยู่ด้วยรอยยิ้ม เรียกรอยยิ้มจากคุณพ่อ และทุกๆ คนที่ช่วยการคลอดได้ทั่วห้อง

 

            คิม เฮ-วอนยิ้มร่าอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นพ่อมองดูน้องชายตัวน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่ในเตียงเด็กผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่กั้นเขตห้องเด็กทารกแรกเกิดกับภายนอกไว้มิดชิด ก่อนสายตาของเด็กหญิงจะเลยไปมองดูป้ายชื่อที่ติดอยู่บนหัวเตียงของน้องน้อยเขม็ง

            คิม ซู-จิน ชื่อบิดา คิม ซอง-ซู ชื่อมารดา ปภาวดี คิม

            เด็กหญิงยิ้มที่เห็นชื่อคุณแม่ของเธอถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษชื่อเดียว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มกับพ่อที่ยิ้มลงมาให้ ทำไมคุณพ่อตั้งชื่อว่า ซูจินล่ะคะ ?

            ชายหนุ่มทำหน้าคิดไม่ตก มีคำว่าซูเหมือนพ่อมั่ง ง่ายดี ขี้เกียจคิดมาก

            เด็กหญิงที่ฟังคำตอบทำหน้าแปลกใจพลางส่ายหน้าเหมือนเหนื่อยระอาใจ จนคนเป็นพ่อหัวเราะขันท่าทางนั้นของเธอเบาๆ

            เราไปซื้อของกันดีกว่า จะได้ไปอยู่เป็นเพื่อนแม่เขา นี่ก็ปล่อยให้พวกป้าจีอินอยู่กัน เดี๋ยวคุยกันเสียงดังจนแม่ตื่นหมด จบคำของเขาลูกสาวก็หัวเราะคิกคัก เพราะเธอเล่าให้เขาฟังทันทีว่า นอกห้องคลอดทั้งป้าจีอิน อาเตกู อาเซนา ป้าชุนยอง และสองหนุ่มลูกน้องของผู้เป็นพ่อเดินวนเวียนกันไปมาน่าปวดหัว แถมยังนั่งเรียงแถวกันบนโซฟาหน้าห้องสวดมนต์กันเงียบๆ จนคนอื่นเขานึกว่าญาติที่อยู่ในห้องใกล้จะตายด้วยซ้ำ

 

            ปภาวดีนอนหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียมืออวบข้างหนึ่งถูกจิ้มเข็มน้ำเกลือไว้ เมื่อเธอค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นหลังหลับไปนานเกือบสองชั่วโมงฟ้าด้านนอกหน้าต่างระเบียงก็มืดสนิทแล้ว หากคนสนิททุกคนยังคงนั่งกันอยู่ภายในห้องพิเศษของโรงพยาบาลแห่งนี้

            ปูเป้ !” เสียงห้าวเอ่ยขึ้นเมื่อเธอลืมตากว้าง และหันมาหาระหว่างที่เขานั่งอยู่ข้างเตียงหากสายตาจ้องภาพในโทรทัศน์ที่เปิดไว้เบาๆ เหมือนทุกคน และเสียงของเขาก็ทำให้ทั้งหมดปาดเข้ามาข้างเตียงทันที

            ลูกล่ะคะ ?

            อยู่ที่ห้องเด็กน่ะ เห็นหมอว่าอีกยี่สิบนาทีเขาจะพามาให้กินนมแม่นะ

            แล้วทำไมมากันหมดทุกคนเลยล่ะคะ ? ทานข้าวเย็นกันหรือยังเนี่ย ? เธอมองทุกคนก่อนจะเอ่ยถาม เรียกรอยยิ้มได้ทั่วหน้า

            เรียบร้อยแล้วย่ะ เป็นไงแม่ฮิปโป ท้องแฟบเลยนะเนี่ย ปาค ชุน-ยองเอ่ยแซวเรียกเสียงหัวเราะได้เบาๆ

            แต่ยังเจ็บอยู่เลยค่ะ ฉันไม่อยากท้องแล้วล่ะ คนเจ็บตอบเสียงพร่า ดวงหน้าสลดมากมายจนทุกคนยิ้มเอ็นดู ตอนที่ลูกกำลังเคลื่อนตัวจะออกมันเจ็บมากๆ เลยนะคะ ตอนเจ็บท้องจะคลอดก็ทรมานเหลือเกิน เฮ้อ...ไม่แปลกใจเลยที่แม่บางคนทนไม่ไหวตอนคลอดน่ะ

            คนฟังจากที่ยิ้มกันเปลี่ยนเป็นหน้าเหยเก หากป้าจีอินก็ยิ้มให้กำลังใจ

            แต่คุณนายก็ผ่านมาได้ค่ะ พักผ่อนมากๆ นะคะจะได้แข็งแรงไวๆ คุณหนูซูจินน่ารักมาก

            คุณแม่ยังสาวยิ้มรับ ซูจิน...ดีค่ะ

            คุณพ่อบอกว่า ขี้เกียจคิดค่ะเลยให้น้องชื่อซูจิน เฮวอนเอ่ยฟ้องจนคนเป็นแม่หัวเราะขัน

            คุณพ่อเขาคงอยากให้น้องชายมีคำว่าซูเหมือนเขาล่ะมั่ง เธอว่า เอื้อมมือลูบศีรษะลูกสาวสามีที่เกยคางอยู่ข้างๆ ตัวเธอไปมา แต่เฮวอนก็ชื่อเพราะลูก...ช่วยแม่เลี้ยงน้องกับป้าจีอินนะ

            ค่ะ แกรับคำยิ้มๆ เอี้ยวตัวขึ้นกอดไหล่แม่ไว้ข้างหนึ่ง จนหญิงสาวเอื้อมมือข้างนั้นขึ้นกอดเธอไว้หลวมๆ

 

            เวลาใกล้สองทุ่มของวันเข้ามา และใกล้หมดเวลาเยี่ยมแล้ว หากเฮวอน ป้าจีอินและชุนยองยังคงอยู่ดูแล โดยที่คนอื่นๆ กลับบ้านกันไปแล้ว ปภาวดีนอนเหยียดขาพิงหลังกับหมอนใบใหญ่ที่จับวางไว้กับพนักหัวเตียงมองดูสามีกอดลูกสาวตัวเล็กโยกไปมาระหว่างดูการ์ตูนในจอสี่เหลี่ยมหลังเธอได้ให้นมลูกชายคนแรกไปเรียบร้อยด้วยความอิ่นใจเหลือบรรยายที่ได้โอบกอดร่างน้อยๆ ไว้แนบอก มองดูแกกินดื่มน้ำนมและมองดูเธอตาแป๋ว

            เฮวอน...ลูกรู้ไหมว่าเมื่อบ่ายที่พูดกับแชยองลูกพูดแรงไป เสียงใสเอ่ยขึ้นเรียบๆ เมื่อการ์ตูนตัดเข้าโฆษณา ทำให้เด็กหญิงก้มหน้านิ่งระหว่างที่สามีเหลียวมองหน้าเธอเงียบๆ

            แม่รู้ว่าลูกมีความคิดที่ดี ลูกมีความมั่นใจในตัวเองดี แต่บางสิ่งที่ลูกพูดมันก็แรงไปนะ

            แต่เขามาระรานเรานี่ค่ะ

            หญิงสาวเอื้อมมือออกไปข้างหนึ่ง เด็กหญิงจึงค่อยๆ กระโดดลงจากตักบิดามาปีนขึ้นโซฟาเดี่ยวข้างเตียงมานั่งมองดูคุณแม่ของแกนิ่ง

            แม่ก็รู้ว่าเขาไม่มีจิตใต้สำนึกของแม่ แต่เฮวอนไม่คิดว่าเขาอาจอยากจะเห็นเฮวอนบ้างหรือจ๊ะ ?

            ไม่ค่ะ เด็กหญิงส่ายหน้าแรงสนับสนุนคำตอบ เขาแค่อยากเอาชนะเรา

            หญิงสาวเหลือบสายตามองสามีและผู้อาวุโสกว่าอีกสองคนเงียบๆ เฮวอนไม่รักเขาก็ได้ แต่เฮวอนอย่าลืมนะลูกว่าเขาทำให้เฮวอนเกิดมาได้ ลูกมาเป็นลูกแม่กับคุณพ่อได้เพราะเขาให้โอกาสลูกเกิดมา ถ้าวันนั้นเขาคิดถึงตัวเองมากจริงๆ เขาไปทำแท้งก็ได้ใช่ไหม ?

            เด็กหญิงน้ำตาคลอเบ้าตาสีนิลดวงกลมโต ก่อนจะโผเข้ากอดร่างอวบอิ่มของคุณแม่ของแกเบาๆ มือเรียวของหญิงสาวเอื้อมขึ้นกอดแกไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างยกขึ้นลูบศีรษะแกเบาๆ ไปมา

            เฮ้อ...อย่าพูดจารุนแรงแบบนั้นกับเขาอีกนะลูก...เฮวอนเข้าใจที่แม่อธิบายใช่ไหมคะ ?

            ค่ะ เด็กหญิงเสียงสั่นกับอกคุณแม่ยังสาว หนูรักคุณแม่ปูเป้ที่สุดคนเดียว

            คนฟังยิ้มรับคำรักนั้นด้วยใจอิ่มสุข แม่ก็รักเฮวอน รักคุณพ่อ รักป้าจีอิน รักป้าชุนยอง และก็รักอาเตกูอาเซนาของเฮวอนด้วย...และวันนี้แม่ก็รักน้องซูจินเพิ่มอีกคน ความรักมีให้ทุกคนได้เสมอ อยู่ที่ว่าเราแบ่งปันความรัก ความเมตตาให้ทุกคนเท่ากันไหม ?

            ค่ะ

            ภาพเบื้องหน้านี้คิม ซอง-ซูไม่อาจจะหาคำมาอธิบายได้เลย ผู้หญิงคนนี้เหมาะสมทุกสิ่งกับคำว่าแม่ และภรรยาที่ประเสริฐสุดสำหรับเขาและลูก เป็นสหายและเจ้านายที่ดีสำหรับมิตรและผู้รับใช้ไม่ว่าจะอยู่ระดับใด อีกทั้งเธอยังเป็นยิ่งกว่าหญิงสาวที่น่ารัก หากเธอเป็นคนๆ หนึ่งที่น่าจะถูกรักจากทุกคนได้ไม่ยากด้วยจิตใจอบอุ่นของเธอเอง...

 

................................................

 

^_^ คิม ซู-จิน ออกมาแล้วนะคะ

ขอบคุณท่านผู้อ่านที่ติดตามกันมา

อย่างไรก็ติดตามกันต่อไปนะ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

331 ความคิดเห็น