ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 30 : จิตใต้สำนึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ม.ค. 51

 

- 30 -

จิตใต้สำนึก

 

            สัปดาห์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ทั่วเมืองเริ่มประดับประดาด้วยดอกไม้หลากสี สินค้าหลากหลายสำหรับคู่รัก หรือสำหรับเตรียมการณ์บอกรักใครสักคนในเทศกาลแห่งความรักที่ใกล้เข้ามา เด็กนักเรียนมัธยมต้นและปลายในชุดนักเรียนมากมายเตรียมเดินหาจับจ่ายซื้อของขวัญทั้งให้ครอบครัว เพื่อน และคนพิเศษสำหรับตนเองจนห้างร้านคึกคัก ไม่ต่างจากกลุ่มวัยรุ่นวัยทำงานที่เริ่มมาหาของขวัญพิเศษสำหรับคนพิเศษเช่นกัน ทำให้เดือนนี้ธุรกิจสินค้าหวานๆ น่ารักค้าขายได้ดีมากกว่าที่ผ่านๆ มา

            ปภาวดีนั่งยิ้มอยู่บนโซฟาตัวนุ่มภายในร้านเสื้อผ้าของปาค ชุน-ยอง เมื่อมองออกไปด้านนอกร้านก็พบกับบรรยากาศของเทศกาลวาเลนไทน์ ไม่เว้นแม้กระทั่งภายในห้องเสื้อแห่งนี้ เพราะนักออกแบบทุกคนได้ทำผลงานต้อนรับเทศกาลความรักนี้เช่นกัน และก็ขายดีไม่ต่างกันเลย

            ยิ้มอะไรจ๊ะ แม่ฮิปโป ? ชายใจสาวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม แต่คนฟังคำถามหันมาตวัดสายตาค้อนวงใหญ่ จนเขาหัวเราะร่วน

            ก็...รู้สึกสดชื่นนิดหน่อย... ตอบพลางเหลียวมองด้านนอกเป็นเชิงให้คนมาถามได้มองออกไปด้วย ต้นเดือนกุมภาแล้ว

            แล้วเจ้าหนูจะออกมาวันไหนแน่เนี่ย คนที่รอคอยหลานชายเอื้อมมือไปลูบท้องว่าที่คุณแม่ที่โตใหญ่มากมายเบาๆ

            วันนี้เก้ามั่งค่ะ คุณหมอคำนวณไว้ประมาณวันที่เก้าที่สิบ

            อือ...อีกอาทิตย์ ฉันตัดเสื้อให้หลานชายฉันดีกว่า ว่าพลางก็หัวเราะสดใส

            แหม...เห่อกันจังเลยหนุ่มๆ เนี่ย ซองซูก็เตรียมห้องให้ลูกเสียอย่างกับลูกจะได้นอนห้องเด็กทันทีหลังออกจากโรงพยาบาล คนฟังหัวเราะขัน ไม่ต่างจากคนเล่าที่ส่ายหน้ายิ้มๆ

            เอาน่า...ก็ลูกชายคนแรก แล้วซองซูก็เป็นพ่อที่ดี ตอนเฮวอนเขาก็เตรียมอะไรๆ ไว้ให้ลูกสาวเยอะแยะ คนเล่ายิ้มน้อยๆ

            ฉันไปรับเฮวอนดีกว่า...กลับแล้วนะคะ หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นยืน พลางโบกมือน้อยๆ ให้กับเจ้านายที่เข้ามาช่วยประคองพาไปส่งที่รถด้านหน้าร้านที่มีคนของสามีรออยู่แล้ว

            ว่าที่คุณแม่หันมายิ้มให้หนุ่มใจสาวที่ยืนยิ้มส่งอยู่ด้านนอกตัวรถ พลางโบกมือน้อยๆ ให้อยู่เงียบๆ จนรถยนต์เคลื่อนออกเธอก็เห็นเขาเดินกลับเข้าร้านไปทำงานเช่นทุกๆ วันที่เธอเข้าร้านมาส่งงาน และรับมอบงานใหม่ๆ เช่นที่ผ่านมา

 

            คุณแม่ !” เสียงใสๆ ของเด็กหญิงเฮวอนดังขึ้น เมื่อหันมาเห็นคุณแม่ยังสาวของตนเองเดินอุ้ยอ้ายมาทางสนามเด็กเล่นที่เจ้าตัวนั่งอยู่ที่เก้าอี้สนามกับเพื่อนๆ รอผู้ปกครองของแต่ละคนมารับกลับกันทุกเย็น

            หญิงสาวยิ้มรับเด็กหญิงที่เอ่ยเรียก และยิ้มให้เพื่อนๆ ของแกที่ก้มศีรษะให้อยู่ เมื่อเฮวอนเตรียมตัวลุกขึ้นพร้อมหยิบกระเป๋าสะพายหลังทันควัน

            มือเรียวเอื้อมไปจับมือน้อยอวบอิ่มของลูกสาวสามีไว้เมื่อแกเดินกึ่งวิ่งมาหาด้วยดวงหน้ายิ้มแย้มเช่นทุกวันที่เธอมารับ วันนี้มีการบ้านไหมลูก ?

            ไม่มีค่ะ เสร็จแล้ว คนตอบยิ้มกว้างจนตาหยีขึ้นไปหาคุณแม่ หนูอยากกินไอติมจัง

            คนฟังยิ้มเอ็นดู งั้นไปหาคุณพ่อที่ออฟฟิศก่อนดีไหม แม่เดินไปกับเฮวอนไม่ไหวหรอก น้องตัวหนักขึ้นมากเลย เธอบอกด้วยเสียงอ่อนโยนกึ่งหยอกเย้า จนเด็กหญิงพยักหน้ารับเข้าใจ พลางเอื้อมมือข้างว่างมาลูบๆ ท้องของเธอเบาๆ

            ทำไมจ้ะ ?

            ก็ท้องคุณแม่ใหญ่มากค่ะ น้องคงตัวใหญ่มากเลยนะคะ เด็กหญิงถามด้วยความสงสัย ตอนเฮวอนก็ต้องอยู่ในท้องแบบนี้ด้วยใช่ไหมคะ ?

            ว่าที่คุณแม่ท้องแรกยิ้มขัน ทุกคนต้องอยู่ในท้องแม่ก่อนออกมาทุกคนล่ะจ้ะเฮวอน...

            เด็กหญิงทำหน้าสงสัย คุณพ่อบอกว่าคุณแม่ทรมานมากเวลาท้อง ถึงทำให้แม่รักลูก แล้วทำไมแม่คนนั้นของเฮวอนไม่เห็นรักหนูเลยล่ะคะ ?

            คนฟังคำถามนิ่งงัน หญิงสาวเหลียวมองสบตากับหนุ่มสองคนที่สามีส่งมาดูแล ซึ่งพวกเขารับหน้าที่ขับรถให้เธอตั้งแต่ช่วงแรกที่เธอมาถึงเกาหลี เขาไม่รักก็ช่างเขาสิจ้ะ แต่คุณแม่ปูเป้รักเฮวอนนะ คุณพ่อก็รักลูก ถ้าไม่รักเราจะอยู่ด้วยกันหรือคะ ? เสียงใสเอ่ยบอกอ่อนโยน พลางเอื้อมมือลูบศีรษะคนตัวเล็ก อาสองคนเขาก็รักเฮวอน ไม่งั้นเขาไม่พาแม่มารับมาส่งลูกทุกวันหรอก ใช่ไหมคะ ?

            สองหนุ่มยิ้มรับคำคุณนายของตนเอง และก้มศีรษะเล็กน้อย ใช่ครับ

            เด็กหญิงยิ้มรับน้อยๆ ขึ้น พลางพยักหน้ารับเข้าใจ หนูก็รักคุณแม่ค่ะ

            จ้า...ขึ้นรถเร็ว จะได้ไปหาคุณพ่อกัน

            เด็กหญิงกระโดดเข้าไปนั่งภายในรถยนต์คันหรูก่อน ทำให้หญิงสาวหันไปยิ้มให้สองหนุ่มที่ยืนรอปิดประตูให้อยู่ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวขึ้นไปนั่งช้าๆ ด้วยความลำบากเล็กน้อยของขนาดครรภ์ใหญ่โตของตนเอง

 

            เมื่อประตูลิฟท์เปิดออกบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าแห่งอาณาจักรของตระกูลคิม พนักงานหลายสิบคนภายในฝ่ายบริหารต่างตาโต ตกใจที่หญิงสาวผู้เป็นภรรยาของท่านประธานหอบหิ้วท้องใหญ่ และลูกสาววัยแปดขวบมาถึงที่นี่

            คุณนายมาหาบอสหรือคะ ? เลขานุการสาวหลังเคาน์เตอร์ด้านหน้าบริเวณห้องของท่านประธานเอ่ยถามเสียงตกใจ

            ค่ะ เขายุ่งหรือคะ ?

            นิดหน่อยค่ะ คนตอบหน้าเจื่อน วันนี้ไม่ทราบเป็นอะไร บอสอารมณ์เสียน่าดู

            หญิงสาวทำหน้าสงสัย ก่อนจะเดินช้าๆ ตามคนบ่นไปหน้าประตูห้องของสามี และก็ได้ยินเสียงห้าวๆ ตอบกลับเลขานุการสาวของเขาอย่างมะนาวไม่มีน้ำ

            ก็บอกว่าไม่อยากพบใครไงล่ะ !”

            คนนำทาง และเคาะประตูเปิดออกขออนุญาตให้หันมายิ้มเจื่อน จนคุณนายปภาวดีได้แต่ส่ายหน้า และยิ้มให้กำลังใจเจ้าหล่อน

            ไม่เป็นไรค่ะ คุณไปเถอะ บอกกับคนที่ตัวหลีบลงไป แล้วก็หันไปตวัดสายตามองคนตัวโตที่นั่งหน้าเครียดอยู่หลังโต๊ะทำงาน ไม่อยากพบแม้แต่ฉันกับลูกหรือคะซองซู ?

            ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมเหลียวหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมองที่ประตูห้องทันที

            อ้าว...ปูเป้ เฮวอน... เสียงห้าวกลับมาเรียบร้อยเช่นเคย พร้อมลุกขึ้นจากเก้าอี้มาโอบประคองภรรยาสาวทันควัน มีอะไรกันเหรอจ้ะ ?

            คนเป็นภรรยาตวัดค้อนมองสามีอยู่นาน คุณนี่นิสัยไม่ดีเลย เธอว่าพลางยกนิ้วขึ้นจิ้มปลายจมูกเขาแรงๆ ตวาดลูกน้องได้ไงกัน พวกเขากลัวกันหมด

            ชายหนุ่มทำปากยื่นน้อยๆ ไม่ใส่ใจ พลางหันไปยิ้มให้ลูกสาวที่เดินเข้ามานั่งที่โซฟาด้วยกัน เฮวอนมีอะไรหรือเปล่า ให้แม่พามาหาพ่อน่ะ

            หนูอยากกินไอติมค่ะ คุณแม่เลยบอกว่า ให้มาหาคุณพ่อก่อน จะได้ไปด้วยกัน เด็กหญิงตอบเสียงใส ยิ้มแป้นจนชายหนุ่มยิ้มขึ้นมา

            ได้เลยลูก !” รับคำพลางเอื้อมมือไปกดศีรษะลูกสาวเบาๆ พ่อปิดคอมก่อนนะ

            ค่า...

            คุณทำงานเสร็จแล้วหรือคะซองซู ?

            วันนี้ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ผมแค่ทวนงานเตรียมไว้พรุ่งนี้ เขาตอบระหว่างจัดการเก็บโต๊ะทำงาน และบันทึกงานต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ก่อนจะปิดเครื่องลงให้เรียบร้อย

            แล้วโทรบอกป้าจีอินหรือยังว่า เราจะไปหาอะไรทานนอกบ้านกันน่ะ เขาหันไปยิ้มกับลูกสาวที่ดูจะทำให้ผ่อนคลายได้มากขึ้นหน่อย เพราะถ้าพูดกับภรรยา เธอคงต้องมองเห็นความไม่ค่อยสบายใจของเขาแน่นอน

            คุณแม่โทรแล้วค่ะ คุณแม่ว่า เดี๋ยวซื้อไอติมกลับบ้านฝากทุกคนด้วยนะคะ

            จ้ะ เขารับคำลูกสาว ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมสวมสูทเรียบร้อยแล้ว เพื่อประคองภรรยา และจูงมือลูกสาวไว้

            ปภาวดีส่ายหน้ากับตนเองที่เขาดูจะมีเรื่องกลุ้มใจอยู่ หากก็ปกปิดไว้ แต่เธอเข้าใจดีว่า ขณะนี้เป็นเวลาของครอบครัวจริงๆ ไม่ใช่เวลาที่เธอและเขาจะปรึกษาเรื่องของอีกฝ่ายด้วยกัน

 

            ท้องฟ้าด้านนอกมีดวงดาวส่องแสงมากมาย พร้อมดวงจันทร์ครึ่งดวงที่พร่ามัวอยู่หลังเมฆหมอกบางเบา หากสม่ำเสมอที่ล่องลอยผ่านไปมาบนผืนฟ้าทำให้เจ้าดวงจันทร์ครึ่งนั้นส่องแสงได้ไม่มากนัก จนเหล่าดวงดาวได้อวดแสงกันมากขึ้น

            ร่างอวบอิ่มตามเวลาของสภาวะการตั้งครรภ์เดินช้าๆ ออกจากห้องน้ำมาก็พบร่างใหญ่ทรุดตัวลงนั่งอยู่ที่โซฟามุมห้องนอน พร้อมกำลังก้มหน้าก้มตาทำเป็นอ่านนิตยสารอย่างมุ่งมั่น จนหญิงสาวขมวดคิ้ว และเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ทันที

            ว่าไงจ้ะ ?

            หญิงสาวช้อนตามองคนทักนิ่ง คุณล่ะว่าไงจ้ะ ? เธอย้อน มีอะไรปิดฉันอยู่หรือเปล่า ?

            เฮ้อ...ไม่ได้ปิดบังหรอก แค่ไม่อยากเล่าตอนนี้เท่านั้นเอง

            แล้วจะเล่าตอนไหนคะ ? เธอสวนทันที จนเขาทำหน้าละห้อย ก่อนจะขยับกายเข้าไปนั่งโอบไหล่เธอมาพิงกันไว้

            เฮ้อ...วันนี้ผู้หญิงคนนั้นมาหาผม เขาว่าอยากจะขอให้เราให้เขาได้พบเฮวอนบ้าง

            ตั้งนานไม่เห็นอยากพบ เธอว่าต่อเรียบๆ

            อือ ผมก็คิดแบบนั้น เขาก็โวยวายและก็บอกว่าจะไปบอกเฮวอนว่าเขาเป็นแม่ คอยดูว่าลูกจะเลือกใคร

            คนฟังขมวดคิ้ว ฉันเชื่อใจเฮวอน...แกไม่รู้สึกอะไรกับแม่แท้ๆ และถ้ารู้ว่าแม่แท้ๆ เป็นผู้หญิงคนนั้น แกคงยิ่งไม่ชอบใจ แต่อีกแง่ แกอาจจะช็อค และเริ่มเกลียดตัวเองด้วย เพราะครั้งที่แล้วคุณก็เห็นว่าแกไม่ชอบแชยองเลย

            อือ... เขารับคำ คุณอย่าใสใจนักเลยปูเป้ เดี๋ยวเครียดไปจะทำให้เป็นอะไรไปด้วย เขาบอกด้วยรอยยิ้มบางๆ พลางก้มลงจูบศีรษะเธอแรง

            ฉันจะไม่คิดได้ไงกันคะ ก็ฉันต้องไปรับลูกคนเดียวทุกเย็นนะ เธอว่า แต่อย่าห่วงเลยลูกน้องคุณสองคนนั้นเป็นคนดีและช่วยเหลือฉันได้เสมอ จบคำด้วยรอยยิ้ม จนเขาได้แต่ส่ายหน้า

            คนสองคนนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยก่อนเข้านอนเช่นทุกคืน หากก็มีเรื่องให้ปรึกษาหารือกันมากขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ หรือการรับมือของผู้หญิงคนนั้น ที่ไม่มีใครอยากพบและยุ่งเกี่ยวด้วยมากไปกว่านี้อีกแล้ว

 

            เย็นวันนี้ปภาวดีมีนัดกับสามีที่หน้าโรงเรียนนานาชาติของลูกสาวตัวน้อย เพื่อจะไปเดินหาซื้อของขวัญรับเทศกาลวาเลนไทน์ด้วยกันที่ห้างสรรพสินค้าลอตเต้ชื่อดังของเกาหลี อีกทั้งด้วยความที่ชายหนุ่มเป็นห่วงเป็นใย และระแวงระวังสภาวะของการตั้งครรภ์ใกล้คลอดของภรรยาที่ดูท่าจะใกล้เข้ามานับวันได้ หากเธอก็ยังไม่มีวี่แววจะเจ็บท้องเลย หญิงสาวจึงนัดสามีไว้ที่โรงเรียนของเฮวอน ด้วยไม่อยากจะเดินทางย้อนไปมาระหว่างบริษัทของเขากับห้างสรรพสินค้าใหญ่

            ร่างอวบกลมแบบแม่ฮิปโปที่เธอชอบเรียกตัวเองนั่งรอเวลาสามีมาสมทบอยู่บนเก้าอี้สนามตัวยาวริมสนามเด็กเล่นกว้างใหญ่มุมหนึ่งของโรงเรียน มองดูลูกสาวสามีตัวน้อยวิ่งเล่นเครื่องเล่นกับเพื่อนๆ หลังพวกแกนั่งทำการบ้านด้วยกันรอเวลาผู้ปกครองมารับกลับบ้าน หากวันนี้เธอมาเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมงจึงได้เห็นลูกสาวและเพื่อนๆ นั่งทำการบ้านร่วมกัน จนเธอได้ช่วยสอนไปเล็กน้อยเมื่อเด็กๆ เอ่ยถามข้อสงสัย

            มาเร็วจังปูเป้... เสียงห้าวดังขึ้นข้างเก้าอี้จนหญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย

            ตกใจหมดค่ะ มาเงียบๆ เธอว่าเสียงอ่อน ยิ้มน้อยๆ ให้เขาที่ค่อยๆ ทรุดกายลงนั่งข้างเธอ

            นึกว่าผมจะมาก่อนซะอีก เสียงห้าวว่าขันๆ จนเธอหัวเราะเบาๆ

            ฉันมาก่อนครึ่งชั่วโมง พอดีคุณชุนยองเธอไล่ด้วยน่ะค่ะ เล่าพลางหัวเราะขันกับความกังวลของเพื่อนสนิทสามี

            เจ้านั่นกังวลกว่าผมอีกมั่งเนี่ย เขาว่าพร้อมส่ายหน้าระอาใจ จนเธอหัวเราะขัน

            ไปเถอะ เดี๋ยวเย็นคนจะแยะ คุณยิ่งหนักๆ ท้องอยู่ด้วย ซองซูเอ่ยเสียงอ่อนโยน พร้อมเอื้อมมือใหญ่ของเขาไปลูบท้องเธอ จนเจ้าตัวน้อยในท้องดิ้นไปมาเรียกรอยยิ้มจากพ่อแม่ได้ทันที

            ซนจริงๆ ไอ้ตัวเล็ก

            ซนเหมือนคุณน่ะสิ คุณแม่ว่าตอนเด็กๆ คุณซนและเลี้ยงยากด้วย เธอว่าพร้อมทำปากยื่นน้อยๆ เมื่อคิดถึงคำแม่สามีที่เล่าเรื่องของเขาให้ฟัง จนเธอเริ่มขยาด

            เอาน่า...เดี๋ยวผมช่วยเลี้ยงถ้าลูกซน เขาบอกพร้อมหัวเราะร่วน เด็กซนเป็นเด็กฉลาด

            อย่าฉลาดแกมโกงแล้วกัน เธอดักคอ พลางค้อนสามีวงใหญ่ จนเขาหัวเราะชอบใจดัง ก่อนจะเสหันไปเรียกลูกสาวให้กลับบ้าน

            ชายหนุ่มลุกขึ้นก้มลงคว้าตัวลูกสาวขึ้นอุ้มไว้จนแกหัวเราะชอบใจ พลางหันไปก้มศรีษะเล็กน้อยรับการทำความเคารพจากเพื่อนๆ ของลูกสาว ก่อนจะใช้อ้อมแขนข้างว่างโอบประคองช่วงท้องของภรรยาสาวด้วยความสุขใจ โดยมีลูกน้องหนุ่มสองคนช่วยถือกระเป๋านักเรียนของเฮวอนให้อยู่ด้านหลัง

            แต่ภาพแรกที่ทั้งห้าคนพบเมื่อเดินออกมาถึงลานจอดรถด้านหน้าโรงเรียนใหญ่แห่งนี้คือร่างเพรียวลมของชอง แช-ยองยืนรออยู่ที่รถยนต์คันหรูที่หญิงสาวจะใช้ประจำเวลามารับลูกสาว และเมื่อคนมายืนรอพบกันร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีก็ตกใจไม่น้อย ดวงตาสีนิลของหญิงสาวมีแววร้อนรนทันควัน

            มาทำไม ? เสียงห้าวเอ่ยถาม หลังปล่อยตัวลูกสาวลงยืนกับภรรยาสาวท้องแก่ และเขาก้าวขึ้นมาด้านหน้าหนึ่งก้าว

            ทำไมจะมาไม่ได้ ฉันเป็นแม่เฮวอนนะ เจ้าตัวไม่ยอมแพ้ และบอกจุดประสงค์ทันควัน โดยไม่สังเกตดวงหน้าของเด็กหญิงที่เป็นต้นเรื่องเลย

 

            ปภาวดีนิ่งงันไป เธอเอื้อมแขนลงโอบเฮวอนมาใกล้ตัวเด็กหญิงอึ้ง ตกใจ และเงยหน้ามองคุณแม่คนดีของเธอนิ่ง ก่อนจะหันไปมองผู้หญิงคนนั้นที่อ้างสิทธิ์ของตัวเอง

            คุณไม่ใช่แม่หนู !”

            ทุกคนเงียบงัน เมื่อเด็กหญิงตะโกนเสียงดัง ดวงหน้าเนียนอ่อนเยาว์มุ่งมั่นจริงจัง ดวงตาสีดำขลับเงางามฉายแววโกรธเคืองชัดแจ้ง

            แม่หนูตายไปจากชีวิตหนูตั้งแต่หนูเกิดแล้ว ! หนูมีแม่คนเดียว คุณแม่ปูเป้คนนี้ คุณไม่มีจิตใต้สำนึกของความเป็นแม่หรอก คุณทิ้งคุณพ่อและหนูตั้งแต่หนูเกิด ! คุณเห็นแก่ตัว !” เธอตะโกนบอกเสียงดัง พร้อมหันมากอดคุณแม่ท้องแก่ข้างตัวไว้แน่น หากจ้องสายตากับหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด

            หนูไม่รู้หรอกว่าคุณจะทำอะไร หรือต้องการอะไรตอนนี้ แต่เจ็ดแปดปีที่ผ่านมาทำไมคุณไม่อยากจะมาดูแลหนูล่ะ แล้ววันที่มีคุณแม่คุณก็มาหาเรื่อง คุณน่ะเห็นแก่ตัว !” เด็กหญิงตะโกนต่อว่าอีกครั้ง จนผู้ใหญ่ทั้งหมดยืนตกใจ นิ่งอึ้ง ก่อนที่ปภาวดีจะตั้งสติได้

            ไปเถอะจ้ะเฮวอน ไปขึ้นรถกับแม่ก่อนนะ... เสียงใสเอ่ยเรียบร้อยที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ โอบกอดร่างน้อยๆ เดินไปยังรถยนต์คันหรูของสามีที่เขาขับมาสมทบ หากเมื่อทางเดินต้องผ่านหน้าชอง แช-ยอง มือเรียวของเจ้าหล่อนก็ตวัดมาจับต้นแขนหญิงสาวท้องแก่ทันควัน

            เดี๋ยว !”

            คิม ซอง-ซูปาดเข้ากระชากร่างเพรียวบางของอดีตภรรยาทันใด จนเจ้าหล่อนเซถลาออกห่างจากร่างอวบอิ่มนวลเนียน และเมื่อหันกลับไปมองดูก็พบการปกป้องจากทั้งชายหนุ่ม และเด็กหญิงตัวน้อยที่มายืนป้องกันอยู่ด้านหน้าร่างหญิงสาวที่ตั้งครรภ์อย่างหาเรื่องเธอ

            แชยองพยักหน้ายิ้มมุมปาก ก่อนจะส่ายหน้าหัวเราะขื่นๆ กับตัวเอง จนในที่สุดดวงตาสีนิลก็แวววับด้วยน้ำใสๆ หากไม่นานมันก็หายไปพร้อมกับร่างเพรียวที่หันหลังเดินกลับไปยังรถยนต์ของตนเอง ทิ้งให้ภาพครอบครัวแสนสุขอยู่เบื้องหลัง...

 

            สามคนพ่อแม่ลูกยืนมองผู้มาหาเรื่องจากได้ด้วยความงุนงง หากก็โล่งใจพร้อมๆ กัน ชายหนุ่มก้มลงมองหน้าลูกสาวเล็กน้อย เมื่อแกมองตามท้ายรถยนต์ของแม่แท้ๆ ไป แต่เพียงไม่นานทั้งหมดก็ต้องมองดูหน้าหญิงสาว

            เจ็บ...ท้องแล้วค่ะ

            ปูเป้ !”

            คุณแม่ !”

            สองเสียงร้องเรียกด้วยความตกใจไม่แพ้กัน พลางเหมือนทำอะไรไม่ถูกเพราะมองหน้ากันเลิกลักทีเดียว ก่อนจะได้สติเมื่อสองหนุ่มลูกน้องประธานคิมรีบวิ่งไปเปิดประตูรถยนต์ให้ และทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ไว้ทันที

 

....................................................

 

อัพแล้วนะคะทุกท่าน

และได้เห็นบทแข็งแกร่งของเฮวอนด้วย ^_^

และตอนหน้าเราจะได้รู้แล้วว่า ลูกน้อยคนล่าสุดของซองซูจะเป็นไง

และแม่ปูเป้จะเป็นอะไรหรือเปล่า เหอๆ...

ต้องติดตามนะคะ

 

ปล. ขอโทษด้วยที่อัพช้า พอดียุ่งๆ ทั้งเรื่องนิยายและพิธีพระศพค่ะ

ปล.2 ตะวันแห่งหัวใจได้ตีพิมพ์กับ สนพ.บุคเบอร์รี่ เปลี่ยนชื่อเป็น

เฟย์เนร่า...ดวงตาแห่งตะวัน ยังไม่ทราบวันวางแผงค่ะ

เพราะอาร์ตเวิร์กและปกยังไม่เสร็จ แหะๆ...

(แต่รออุดหนุนกันด้วยนะคะ)

 

 

 

 

331 ความคิดเห็น