ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 19 : พี่ชายมีแฟนแล้ว !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 994
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ส.ค. 50

 

- 19 -

พี่ชายมีแฟนแล้ว !”

 

            คิม ซอง-ซูเดินจับมือเรียวของภรรยาสาวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ของเธอ หลังรถจากสนามบินมาส่ง และออกไป โดยหญิงสาวไม่ยอมให้ยามด้านหน้ารั้วโทรเข้ามาบอกที่ตึก ทั้งคู่จึงไม่มีใครวิ่งออกมาต้อนรับ

            มีใครอยู่บ้างคะ ?!” เสียงใสตะโกนอยู่ที่โถงด้านหน้า เพียงไม่กี่วินาทีก็ได้ยินเสียงวิ่งตึกตักออกมา พร้อมเสียงหอบ

            มีค่ะ...มาหาใครคะ ? นาวิ่งออกมา ก่อนจะเงยหน้ามองแขกที่ยืนอยู่ และก็ตกใจ ตาโต คุณปูเป้ !”

            เสียงกรีดร้องดีใจดังขึ้น พร้อมกระโดดเข้าไปหาเจ้านายสาวด้วยความดีใจ ก่อนจะหันหน้าไปตะโกนเรียกทุกคนที่อยู่ด้านในตัวบ้านหลังใหญ่ ด้วยเสียงแห่งความดีใจ โดยมือก็ได้ปล่อยจากร่างบางเลย จนหญิงสาวหัวเราะร่วนขบขัน

            คุณปูเป้ !” เสียงเรียกอย่างตกใจ และดีใจปนเปกันของทุกๆ คน พร้อมปาดวิ่งเข้ามารุมล้อมเจ้านายสาวไว้ พลางเอ่ยถามไถ่ความเป็นไปที่เกาหลี ก่อนจะหันไปทักทายกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนกลั้นหัวเราะอยู่ใกล้ๆ ด้วยความคุ้นเคยมากขึ้น

            หนูอยากมารู้จักคุณลิลลี่น่ะค่ะ คุณซองซูก็อยากพบเหมือนกัน ก็เลยพากันกลับเข้ากรุงเทพกันก่อนกลับเกาหลี... หญิงสาวเอ่ยบอกสดใส เมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระแล้ว

            อือ...ป้าช้อบชอบเธอค่ะ เธอกล้ามากๆ เลยนะคะ ทำรายการเจาะลึกการโกง และก็พวกตำรวจค้ามนุษย์จนถูกนายอานุภาพไล่ออกน่ะค่ะ ป้าเอมบอกเล่าจริงจัง และคนฟังก็พยักหน้ารับเข้าใจ ก่อนจะหันไปแปลความให้สามีที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้รับรู้

            คุณๆ ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าพักผ่อนก่อนดีไหมคะ เดี๋ยวเย็นๆ คุณปราชญ์ก็คงกลับมาแล้ว

            แล้วเฮวอนไปไหนคะ ? หญิงสาวถาม เมื่อเห็นสามีมองหาอะไรอยู่นาน จนนึกขึ้นได้ว่า พวกตนฝากลูกสาวตัวน้อยไว้กับพี่ชาย

            ไปที่บริษัททุกวันล่ะคะ เห็นมาเล่าว่าไปเล่นในห้องรับดูแลเด็ก และก็ชอบไปนั่งเฝ้าคุณลิลลี่เวลาทำรายการตอนสายๆ กับอ่านข่าวเย็น... ป้าชื่นเล่าหันไปยิ้มกับเพื่อนคือป้าเอม เพราะรู้สึกเอ็นดูเด็กหญิงไม่น้อยเลย

            โห...หลงเสน่ห์กันทั้งลุงทั้งหลานขนาดนี้ คงได้มีงานแต่งเร็วๆ นี้ล่ะมั่ง ปภาวดีเอ่ยยิ้มๆ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ ก่อนเธอจะหันมาพูดให้สามีรับรู้ และก็พากันขึ้นห้องพักของเธอ

 

            ร่างสูงใหญ่ยืนบิดขี้เกียจไปมาอยู่ที่ระเบียงห้องนอนของภรรยาสาวตอนที่เธอยังอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังย่อมๆ หลังนี้ ด้วยดวงหน้ามีรอยยิ้มน้อยๆ ด้วยความสุขใจ คิม ซอง-ซูยืนมองบรรยากาศรอบด้านเบื้องล่างที่เป็นสวนสวยอยู่นาน จนได้ยินเสียงประตูเลื่อนเปิดออกของห้องน้ำ และร่างบางก็เดินออกมาในชุดแซคแขนกุดตัวยาว พร้อมผ้าขนหนูในมือที่ซับหน้า และเลยขึ้นเช็ดผมยาวสลวยเบาๆ

            ไม่อาบน้ำหรือคะ ?

            อาบครับ...ก็รอคุณอยู่ ไม่อยากกวน เขาตอบยิ้มๆ จนเธอหน้าระเรื่อขึ้น หากก็เดินออกมายืนข้างเขา จนเขาอดใจไม่ไหวเอื้อมแขนขึ้นโอบไหล่บาง และก้มลงจูบแก้มใสเธอแรงๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว น่ารักจริงๆ เมียผมเนี่ย

            คนถูกชมทำหน้าย่น และส่ายหน้ายิ้มขัน ไปอาบน้ำเถอะค่ะ คุณจะได้นอนพัก หรือจะลงไปทานอาหารว่างดี ?

            เดี๋ยวลงไปหาอะไรทานดีกว่า เขาบอกพลางเดินเข้ามาภายในห้อง โดยไม่ลืมปิดประตูระเบียงด้วย ปูเป้ลงไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวผมตามไป ไม่ต้องห่วง

            ค่ะ... หญิงสาวตอบรับสามีที่เดินผ่านห้องแต่งตัวเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ ก่อนจะได้ยินเสียงน้ำจากฟักบัว และเสียงห้าวร้องเพลงเกาหลีสำหรับเด็กๆ ดังแว่วออกมาให้ได้ยิน จนอดยิ้มขันไม่ได้

            ใครจะรู้ว่า คิม ซองซูติ๊งต๊องเหมือนกันนะ... เสียงใสพึมพำกับตนเองเบาๆ ด้วยดวงหน้ายิ้มขัน ระหว่างทาแป้งเด็กบนดวงหน้าตนเองอยู่หน้ากระจกลวกๆ ก่อนจะรีบออกจากห้องนอนไป เพื่อเตรียมอาหารว่างยามบ่ายแก่ๆ ไว้เผื่อให้สามี

 

            ลลินาเดินลุกออกจากโต๊ะตัวยาวในห้องส่งสัญญาณออกอากาศ หลังกล่าวสวัสดีลาท่านผู้ชมในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม หญิงสาวยิ้ม และก้มศีรษะให้นักข่าวชายรุ่นพี่ที่อายุมากกว่าเรียบร้อย พลางเดินไปจับมือน้อยๆ ของเด็กหญิงเฮวอนไว้ ก่อนจะเดินกันไปยังโต๊ะกลมริมห้องส่งที่เป็นที่สำหรับทีมงานเบื้องหลังคอยบอกคิว เพื่อประชุม และพูดคุยถึงข้อผิดพลาด และความลื่นไหลกับการอ่านข่าวของวันนี้เช่นทุกๆ วัน

            เวลาผ่านไปสิบนาทีทุกคนก็กล่าวลาแยกย้ายกันเก็บของใช้ส่วนตัว สำหรับผู้ที่ออกเวรแล้ว รวมถึงหญิงสาวด้วยที่เดินไปกับเฮวอน เพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายภายในห้องแต่งตัวที่อยู่ด้านนอกห้องส่ง หากก็อยู่ฝั่งตรงข้ามประตูห้องส่งนี้เอง และเช่นทุกๆ วันที่เหล่าสาวประเภทสองอันมีหน้าที่แต่งหน้าทำผม ดูแลเสื้อผ้าจะกรี๊ดกราดเมื่อได้เล่นหยอกล้อกับเด็กหญิงชาวเกาหลีที่น่ารักน่าชังตั้งแต่วันที่ลลินาเข้ามาทำงาน ปล่อยให้หญิงสาวได้เปลี่ยนเสื้อผ้า และทักทายกับนักข่าว หรือพิธีกรของสถานีที่นั่งพัก และแต่งหน้ากันอยู่ไป

            ทำไมตอนแรกคุณลิลลี่ไม่มาเป็นนักข่าวที่นี่ล่ะคะ ไปอยู่ในที่นู้นใช้งานเยี่ยงทาสอยู่ตั้งนานแน่ะ เสียงมีจริตจากสาวประเภทสองร่างใหญ่เอ่ยถาม เมื่อช่วยเธอจัดเก็บชุดที่ใส่อ่านข่าวเข้าถุงคลุม เพื่อส่งคืนร้านชื่อดัง โดยมีเสียงอืออาสนับสนุนจากสาวๆ อีกสามคนที่นั่งเล่นกับเฮวอนอยู่ใกล้ๆ ด้วย

            ก็สามปีที่แล้วเพิ่งเรียนจบนี่ค่ะ ไปสมัครที่นั่นที่แรก และก็รับเลย หนูก็ทำเลย ด้วยความดีใจที่ได้งานเลย และเขาก็อยู่มานานเหมือนกันนะคะ เธอเล่าพลางยักไหล่ แต่ความนานที่นั่นไม่มีความเก๊า และเป็นกลาง...

            คนฟังหัวเราะหึๆ ในลำคอทุกคน เมื่อคนเล่าที่ปากเบ้ลงน้อยๆ

            มานี่ก็ดีแล้วค่ะ บอสเราก็เลยได้มีแฟนกับเขาสักที เสียงผิวปาก เป่าปากดังขึ้นทันที เมื่อสหายสาวเอ่ยแซว จนหญิงสาวแท้แก้มแดงกว่าที่ปัดแก้มไว้ จนเกิดเสียงหัวเราะขบขันขึ้นมาอีก

            ไปดีกว่า ต้องพาเฮวอนไปส่งคุณลุงแกด้วย... ร่างบางในชุดเสื้อยืดแขนยาวคอปาดตัวยาวกับกางเกงยีนส์สีซีดตัวสวยเดินไปจับมือน้อยๆ ไว้ ก่อนจะหันไปโบกมือ และก้มลงให้เด็กน้อยโบกมือลาเหล่าป้าๆ กลับบ้านด้วย

 

            ชั้นของฝ่ายผู้บริหารเงียบ และไม่เพียงไฟตามทางเดินเปิดไว้ดวงเว้นดวง ที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าฝ่ายมีพนักงานรักษาความปลอดภัยนั่งฟังวิทยุอยู่เช่นทุกวัน เมื่อเห็นเธอเขาก็ลุกขึ้นถอดยืนตรงทักทายด้วยรอยยิ้ม และคำพูดสุภาพ และเธอก็กล่าวสวัสดี พร้อมยิ้มให้เขาเช่นเคยเหมือนกัน ทั้งฝ่ายพนักงานประจำตำแหน่งทางธุรการกลับกันไปตั้งแต่หกโมงเย็นแล้ว ไฟภายในห้องขนาดใหญ่ที่มีโต๊ะทำงานของพนักงานมากมายเปิดไว้แค่แถวเดียว ทำให้บรรยากาศสลัวเงียบวังเวงเหมือนทุกวัน หากประตูห้องทำงานใหญ่ด้านในสุดมีแสงไฟลอดออกมาจากช่องว่างเล็กๆ ของขอบประตูด้านล่าง

            เฮวอนหิวไหมคะ ?

            นิดหน่อยค่ะ ตอนนั่งดูอาลิลลี่ คุณป้าโบให้เค้กทานก้อนหนึ่งกับนมกล่องเล็กๆ อร้อยอร่อย เด็กน้อยตอบยิ้มสดใส

            นี่ทุ่มกว่าแล้ว ยังไม่ได้ทานข้าวเย็นกันเลย วันนี้ข่าวเยอะไปแน่ะ ? หญิงสาวว่า พลางพยักหน้ากับเด็กน้อยที่เดินข้างกาย

            อือ...ทุกทีอาลิลลี่ต้องเสร็จตอนหกโมงสี่สิบห้า วันนี้กว่าจะเสร็จตั้งเกือบทุ่มหนึ่ง

            สองสาวต่างวัยทำปากยื่นน้อยๆ เหมือนกัน ก่อนจะยิ้มให้กัน เมื่อเปิดประตูห้องของปาณบดีเข้าไป

            อ้าว...มาแล้วหรือจ้ะสาวๆ... เสียงห้าวเอ่ยขึ้นยิ้มน้อยๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองที่ประตู และเห็นแฟนสาว กับหลานสาวตัวน้อยเดินเข้ามาเหมือนทุกวัน ก่อนเขาจะก้มลงจัดการเอกสารอีกไม่ถึงนาทีก็เงยหน้าขึ้นยิ้มให้ทั้งคู่อีกครั้ง

            ไปทานข้าวกันก่อนกลับไหมลิลลี่...นี่ก็ทุ่มกว่าแล้ว เขาชวน ระหว่างเดินไปปิดโทรทัศน์ที่เปิดไว้ตรงมุมห้องทำงาน

            ก็ดีค่ะหนูก็หิว เฮวอนก็หิว... หญิงสาวตอบ พลางสังเกตมองดูดวงหน้าชายหนุ่ม พี่ปราชญ์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูเหนื่อยๆ

            คนฟังยิ้มกว้าง ระหว่างก้มลงอุ้มหลานสาว และโอบเอวบางของแฟนสาวไว้ ก็เหนื่อยๆ นั่นแหละจ้ะ...วันนี้ฝ่ายข่าวเขาเสนอโครงการกันมาสองเรื่อง ประชุมแล้วยังไม่ได้ข้อสรุป เลยคิดกันปวดหัวอยู่...พี่โบเขาไม่ได้เล่ารึ ?

            ก็เล่าค่ะ แต่หนูไม่ได้สนใจ... เธอว่า พลางยักไหล่เมื่อเดินเข้าไปในลิฟท์แล้ว หลังจากชายหนุ่มหันไปขอบคุณเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เคาน์เตอร์ แค่อ่านข่าวสองช่วงเช้าเย็นก็วิ่งวุ่นแล้ว

            ไอ้ที่วิ่งวุ่นน่ะ เพราะเธอไปรับจ๊อบนอกด้วยมากกว่ามั่งลิลลี่... ชายหนุ่มเอ่ยแซวพลางเอื้อมมือขึ้นกดศีรษะหญิงสาวด้วยความเอ็นดู จนเธอตวัดค้อน

            ไปทานข้าวที่บ้านพี่นะ ปูเป้กับคุณซองซูกลับมาแล้ว โทรมาบอกว่า อยากพบลิลลี่ด้วย เขาบอกยิ้มน้อยๆ หากคนฟังหน้าเอ๋อไปทันที แต่คนบอกก็ไม่สนใจ กลับหันไปคุยกับหลานสาว และแกก็หัวเราะดีใจออกมา

            คุณพ่อคุณแม่กลับมาเร็วจังค่ะ

            เขาคิดถึงแม่ลูกสาวจอมซนน่ะสิ เสียงทุ้มว่า จนเด็กน้อยหัวเราะขัน ก่อนจะหันไปกอดตุ๊กตาหมีของตนไว้ และเล่นกันต่อเงียบๆ ตามประสา

            แล้วรถหนูล่ะ

            เอ้า...อาพลก็ขับตามไปเหมือนเดิมล่ะจ้ะคนสวย...แล้วเดี๋ยวพี่ก็ขับไปส่งที่บ้าน และก็นั่งแท็กซี่กลับเองล่ะจ้ะ... หญิงสาวตวัดค้อนอีกครั้ง และเมื่อประตูลิฟท์เปิดที่ชั้นใต้ดิน ชายหนุ่มก็เดินจูงมือเรียวไปยังร้านกาแฟชื่อดังที่มาเปิดสาขาที่อาคารของเขาด้วย เพื่อตามอาพลผู้อาสามาขับรถให้เขาเหมือนทุกวัน ที่พอตกเย็นแกจะลงมานั่งที่ร้านกาแฟ หรือไม่ก็ร้านโดนัท ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน

 

            คฤหาสน์หลังงามมีโอกาสต้อนรับลลินาอีกครั้งในค่ำวันนี้ อีกทั้งยังมีสมาชิกอยู่เกือบพร้อมหน้า จึงทำให้บรรยากาศคึกคัก และสดใสขึ้นมามากสำหรับทุกๆ คนที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบ้านหลังโตอบอุ่นไปด้วยความอาทร และความรักหวังดีให้แก่กัน

            ดีใจจังที่พี่ปราชญ์มีแฟนเสียที... เสียงใสร่าเริงของปภาวดีกล่าวขึ้นที่ห้องนั่งเล่น หลังจากรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว ดีใจด้วยค่ะที่ว่าที่พี่สะใภ้เป็นพี่ลิลลี่...

            หญิงสาวผู้อาวุโสกว่าสองปียิ้มเขินแก้มแดง จนคนข้างๆ หัวเราะขัน

            พี่ไปส่งพี่ลิลลี่ดีกว่า เดี๋ยวจะดึกไป เขาต้องจัดรายการตอนเก้าโมงด้วย ปาณบดีบอกยิ้มสดใส ระหว่างจับมือเรียวของหญิงสาวข้างกายไว้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกัน

            ลลินาหันไปยกมือไหว้ลาคิม ซอง-ซูที่รับไหว้อย่างไม่ขัดเขิน ก่อนเธอจะต้องรับไหว้คิม เฮ-วอน และก้มลงหอมแก้มยุ้ยๆ ของเด็กหญิงเช่นทุกวันที่แยกกลับบ้าน

            พี่ลิลลี่รีบรับปากแต่งงานกับพี่ปราชญ์เร็วๆ นะคะ พรุ่งนี้หนูจะได้ไปเล่าให้คุณพ่อฟังว่าได้ว่าที่พี่สะใภ้จริงๆ... ร่างบางเดินมาส่งที่ประตูหน้าบ้าน และวางระเบิดรักไว้ให้พี่ชาย จนเขาหันไปเขกศีรษะน้องสาวเบาๆ อีกฝ่ายก็หัวเราะชอบใจ รีบวิ่งกลับไปหาสามี และลูกสาวทันที

            พี่ปราชญ์...อยากแต่งงานกับหนูจริงๆ เหรอ ? คนตัวเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ใกล้ๆ ถามขึ้นด้วยความสงสัย และขวยเขิน

            ชายหนุ่มก้มลงมอง ก่อนจะยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตนเองเบาๆ จริงสิ...แต่พี่รอได้ ถ้าลิลลี่ยังไม่พร้อมน่ะนะ

            คนฟังยิ้มเขิน ขอเวลาอีกสักพักนะคะ...

            จ้า...คนสวย...กลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ขอบตาดำไม่สวย... ชายหนุ่มว่า พลางโอบเอวคอดให้เดินไปยังรถยนต์ของเธอ ก่อนจะเขาจะเป็นคนขับพาเธอและรถไปส่งบ้านเช่นทุกวันที่เขาลากพาเธอมารับประทานอาหารที่บ้านตนเอง

 

            ซอยบ้านของลลินาอยู่ถัดไปจากซอยบ้านของเขาสี่ซอยเท่านั้น หากถนนสายหลักในยามหัวค่ำที่ทุกคนมุ่งหน้ากับบ้าน หรือเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวตามความพอใจของแต่ละคนก็ทำให้การจราจรติดขันเป็นระยะๆ เช่นกัน

            ปาณบดีเหลียวมองคนที่นั่งมองรอบด้านด้วยรอยยิ้มอยู่นาน ระหว่างที่รถติดกันอยู่ไม่ห่างจากปากทางเข้าซอยบ้านเธอนัก มือใหญ่จึงเอื้อมไปกุมมือเรียวไว้นิ่ง จนเจ้าของมือนุ่มหันมามองทำหน้ายิ้มสงสัยให้

            แค่อยากจับมือแฟนน่ะ

            แหม...ทำเป็นหวานแหวว... เธอว่าเสียงกลั้นขัน หากก็พลิกมือขึ้นเกาะเกี่ยวกับมือใหญ่ เวลาอยู่กับคนอื่นก็แว้ดๆ ใส่เขาจนกลัวกันไปหมด

            เอ้า ! พี่ก็หวานแหววกับแฟนตัวเองเท่านั้นล่ะ จะไปแหววกับคนอื่นทำไมล่ะ หรือลิลลี่อยากให้พี่ไปทำท่าหวานแหววใส่คนอื่นด้วย หึ เขาบอก และถามกลับเรียบๆ ระหว่างชักมือออกมา เมื่อรถเริ่มเคลื่อนแถวกันต่อไป และเขาก็เปิดไฟเลี้ยวเข้าทางซ้าย เพื่อจะเตรียมเลี้ยวเข้าซอยบ้านของหญิงสาว

            พรุ่งนี้ตอนเช้าพี่จะไปโรงพยาบาลกับพวกปูเป้นะ คงเข้าออฟฟิศช่วงบ่าย ว่าจะไปเล่าเรื่องว่าที่ลูกสะใภ้ให้พ่อฟังด้วย ชายหนุ่มเล่าเรื่อยๆ ด้วยรอยยิ้มบนดวงหน้า ทำให้คนฟังส่ายหน้ายิ้มไม่ต่างกัน

            พรุ่งนี้ช่วงบ่ายหนูรับจ๊อบไปเป็นพิธีกรงานการกุศลของคุณชูศักดิ์ค่ะ แกทำเครื่องเพชรออกขายช่วยคนหูหนวกตาบอด...

            อือ...ได้ยินข่าวอยู่เหมือนกัน แกเป็นคนดีนะ คนบางคนมีเงินเป็นหมื่นๆ ล้านมากกว่าแกตั้งเยอะแยะแต่ไม่เห็นคิดจะทำบุญ บริจาคทาน หรือทำโครงการดีๆ สักอย่าง เอาแต่สะสมเงินไว้ แถมโกงคนอื่นเขาอีก หน้าด้านเนอะ !?

            คนฟังหัวเราะในลำคอ พี่ปราชญ์ประชดใครคะเนี่ย ?

            ไม่ต้องมาแกล้งถามหรอก รู้อยู่แล้วนี่ ! ยังมีหน้าระรื่นไปโบกมืออยู่ที่ต่างประเทศกันทั้งครอบครัว หึ !”

            หญิงสาวส่ายหน้ายิ้มขัน และรถยนต์ก็จอดที่หน้ารั้วบ้านหลังน้อยแสนสวยพอดี เธอจึงก้าวลงรถไปไขเปิดล็อคประตูรั้วให้กับชายหนุ่มเช่นเคย ก่อนจะปิดบานประตูรั้วใหญ่ และเดินเข้าบ้านรอคนนำรถไปจอดไว้ที่โรงรถเงียบๆ

            กลับแล้วหรือจ๊ะ ? คุณระรินเดินออกมารับบุตรสาว พร้อมกับเด็กชายที่เดินมาในชุดนอน

            สวัสดีครับคุณแม่...หวัดดีสิงห์ จะนอนแล้วรึ อาเลยมากวนเลย เขาไหว้ผู้อาวุโสกว่า และหันไปคุยกับเด็กชายที่ยืนยิ้มอยู่ในอ้อมแขนคนรักสาว หลังได้รับไหว้จากคุณแม่เธอแล้ว

            ไม่หรอกฮะ กำลังนั่งดูข่าวกันย่ารินอยู่

            งั้นผมกลับก่อนดีกว่า นี่ก็จะสามทุ่มครึ่งแล้ว... เขาบอก และยกมือไหว้คนเป็นแม่แฟนสาวอีกครั้ง

            ไปส่งพี่เขาไปลิลลี่...เอากระเป๋ามาแม่เก็บให้ หล่อนบอกยิ้มๆ พร้อมเอื้อมมือไปจับกระเป๋าสะพายใบใหญ่สดสวยของบุตรสาวมาถือไว้ มองดูหนุ่มสาวเดินออกไปที่ประตูรั้ว ก่อนจะเดินกลับเข้าภายในบ้านกับหลานชายคนเก่ง รู้สึกชื่นใจทุกครั้งที่ได้เห็นคนห่วงใย เอาใจใส่ และดูแลดวงใจของตนได้ดีเท่าๆ ตัวเอง หรือบางทีเขาอาจจะดูแล และเข้าใจหญิงสาวมากกว่าคนเป็นแม่อย่างหล่อนก็ได้

            ดีนะคะคุณที่ลิลลี่ได้พบคนดีๆ และลูกสาวเราก็เป็นคนดีด้วย... คนเป็นแม่ยิ้ม เมื่อเหลียวมองทางหน้าต่าง มองเห็นชายหนุ่มขึ้นรถแท็กซี่ที่วิ่งเข้าออกในซอยใหญ่แห่งนี้เป็นประจำกลับไปแล้วผ่านประตูรั้ว และบุตรสาวคนเดียวก็เดินเข้าบ้านมาด้วยดวงหน้าแย้มยิ้มสบายใจ หลังหญิงสาวปิดล็อคใส่กุญแจกลอนประตูรั้วเรียบร้อยแล้ว

            ย่าชอบอาปราชญ์ใช่ไหมครับ สิงห์ก็ชอบ อาปราชญ์ใจดี และก็เก่งด้วย

            จ้ะ ย่าก็ชอบอาปราชญ์ เขาเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษ...จำไว้นะสิงห์ เป็นผู้ชายน่ะง่าย แต่เป็นลูกผู้ชาย และเป็นสุภาพบุรุษน่ะยาก ต้องให้เกียรติคนอื่น และไม่เอาเปรียบผู้หญิงให้เสียหายนะ

            คร้าบ...ผมจะไม่เป็นแบบพ่อหรอก เด็กชายตอบเสียงยาน พลางกอดร่างอวบอิ่มสมส่วนของผู้เป็นย่าไว้ ก่อนจะเอ่ยประโยคนั้นเรียบ

            สิงห์...ไม่เอาลูก อย่างไรเขาก็พ่อสิงห์นะ

            เด็กชายพยักหน้ารับแกนๆ กับไหล่ของคุณย่ายังสาว ก่อนจะหันไปยิ้มให้อาสาวที่เดินเข้าบ้านมาด้วยรอยยิ้มที่เห็นทั้งคู่กอดกัน

            พรุ่งนี้น้ารื่นเขากลับนะลูก...ลองชวนคุณปราชญ์เขามาทานข้าวบ้านเรานะ

            อ้อ...ค่ะจะชวนดู... เธอตอบยิ้มใส ก่อนจะเดินไปก้มลงจุ๊บแก้มมารดา และหลานชาย พร้อมหิ้วกระเป๋าไว้ ขอตัวไปนอนนะคะ

            อย่าหลับฝันดีเพลินจนไม่ตื่นล่ะลูกรัก พรุ่งนี้วันศุกร์นะ ไม่ใช่วันเสาร์ !” คนเป็นแม่ตะโกนตามหลัง ทำให้เกิดเสียงหัวเราะได้ลั่นบ้าน

            ค้า...ไม่ลืมหรอกน่ะ เรื่องหาเงินน่ะ เธอตอบกลับ ก่อนจะวิ่งขึ้นบันไดต่อไป และเสียงก็หายไป เมื่อร่างบางเข้าห้องนอนของตนเองเรียบร้อย ทิ้งให้สองย่าหลานนั่งอมยิ้มอยู่ที่บริเวณนั่งเล่นอยู่นาน กว่าจะหันไปสนใจเรื่องราวในโทรทัศน์ต่อ

 

.........................................

 

หุหุ พี่ปราชญ์ของปูเป้มีแฟนเรียบร้อยแล้วนะจ้ะ

ยังมีเรื่องราวครอบครัวของลิลลี่ให้ติดตาม

และยังมีเรื่องราวครอบครัวของปูเป้กับซองซูด้วย

ความรักมันช่างดีอะไรอย่างนี้หน่อ...

 

 

 

Comment กันบ้างนะคะ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #326 โมนาลิซ่า (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 00:56
    สนุกดีค่ะ ชอบจังเลยที่แทนตัวเองว่าพี่-หนู น่ารักมากเลย



    แอบสะใจตอนด่ากระทบใครบางคน อิอิ



    ชอบอ่านของพี่นะคะ รู้สึกว่าพี่เขียนได้อบอุ่นมากเลย อิจฉาจัง ถ้าเรามีแฟนแบบนี้ซักคนรักตายเลยค่ะ
    #326
    0