ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 10 : วิวาห์ฟ้าแลบ !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,985
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 พ.ค. 50

 

- 10 -

วิวาห์ฟ้าแลบ !”

 

                อะไรนะ ?!” เสียงร้องถามด้วยความตกใจดังขึ้นลั่นห้องรับแขกใหญ่ หลังเจ้านายสาวเพียงคนเดียวของคฤหาสน์หลังงามแจ้งข่าวการตัดสินใจของเธอให้ทุกคนรับรู้

                คุณหนูคะ ทำไมถึงจะแต่งงานกับคุณคิม มันไม่เร็วไปหรือคะ ? เสียงถามอ่อนโยน จากป้าพิมพ์ทำให้ผู้ต้องตอบนิ่งงันไป

 

                ใช่มันเร็วไปไหม เธอรู้จักเขาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น และก็รู้จักเพียงผ่านๆ เพราะเขามุ่งมั่นอยู่กับการงานมากกว่าจะมายุ่งวุ่นวายกับเธอ...

                ร่างบางนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวยาว ดวงหน้าเนียนใสอ่อนเยาว์ฉายแววครุ่นคิดชัดเจน หากยังไม่มีใครเอ่ยถามขึ้นอีก เสียงใสก็ดังขึ้นเรียบร้อย พร้อมรอยยิ้ม

                เขาก็เป็นคนดีไม่ใช่เหรอคะ เขาเป็นสุภาพบุรุษ เป็นพ่อที่ดีของเฮวอน เป็นเจ้านายที่ดี อีกอย่างหนูก็คิดว่า เขาจะเป็นสามีที่ดี เพราะเขาให้ความสำคัญกับความรู้สึกของหนูมากทีเดียว... เธอคิดถึงตั้งแต่วันนั้นที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ที่เธอเก็บงำเรื่องราวไว้ บอกเพียงกับบิดา และพี่ชาย เธอก็พบว่าเขาเป็นคนน่ารักคนหนึ่ง แม้บุคลิกภายนอกจะเงียบขรึม และน่ากลัวมากในสายตาใครๆ หากสำหรับเธอ เขาเป็นคนดีคนหนึ่ง

                หนูมั่นใจค่ะว่าชีวิตที่เกาหลีกับการแต่งงานต้องดีแน่ๆ...

                แล้วพวกเราล่ะคะ พวกเราก็ไม่ได้ดูแลคุณหนูอีกน่ะสิ

                โธ่...ป้าเอมค่ะ...พี่ปราชญ์ก็ยังอยู่ อีกไม่นานก็คงมีแฟนแต่งงาน มีหลานให้ทุกคนเล่นเหมือนกัน แล้วอีกอย่างหนูก็ต้องกลับมาเยี่ยมอยู่แล้วล่ะค่ะ ไม่ได้ไปเป็นนักโทษเสียหน่อย คุณคิมเขาบอกแล้วว่า อยากมาเมื่อไรก็มาได้ เธอบอกยิ้มน่ารักจนแก้มบุ๋ม ทำให้คนฟังทุกคนพยักหน้ายิ้มๆ ได้บ้าง

                อย่าคิดมากเลยค่ะ หนูคิดดีแล้ว การแต่งงานครั้งนี้จะทำให้อะไรๆ ดีขึ้นอีกเยอะเลย และหนูก็ว่าดีออก หนูจะมีสามีเป็นเจ้าของธุรกิจสื่อสารมวลชนที่รวยเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียเลยนะคะ ไม่ลำบากหรอกน่า... เธอว่าติดตลก และหัวเราะ เพราะไม่คิดว่า ตนเองจะคิดแบบนี้ได้เหมือนกัน หากก็จริงที่เขามีเงิน และร่ำรวยล้นฟ้า เหลืออย่างเดียวที่เธอกังวล คือชีวิตของเขาที่เกาหลี เขาอยู่กับใครบ้างเท่านั้น...

 

                คิม ซอง-ซู นั่งนิ่งอยู่ในศาลาแปดเหลี่ยมหลังใหญ่ภายในสวนของคฤหาสน์หลังงาม ดวงตาสีนิลฉายแววอ่อนโยนยิ่งกว่าเคย สายตาเขาจับจ้องอยู่กับร่างบางในชุดลำลองเสื้อยืดแขนกุดสีชมพู กางเกางขาสั้นครึ่งต้นขาสีน้ำตาลอ่อน เธอกำลังนั่งยองๆ เก็บดอกไม้อยู่กับเฮวอนริมบ่อน้ำกว้าง โดยไม่มีใครสังเกตหรอกว่า เขากำลังนั่งเป็นตาบ้าแอบมองผู้หญิงอยู่

                ดวงหน้าที่เรียบขรึมตลอดเวลากลับมีรอยยิ้มฉาบอยู่น้อยๆ เขาไม่เคยคิดว่า การได้รู้จักกับเธอจะทำให้หลายสิ่งในชีวิตเขาเปลี่ยนไป

                พี่ปูเป้...หนูอยากวาดรูปดอกไม้สวยๆ เหมือนพี่ปูเป้บ้าง... เสียงใสแจ๋วจากลูกสาวตัวน้อยดังขึ้นให้เขาได้ยิน จนชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้

                แล้วพี่จะสอนให้นะ เอาเป็นว่า เราเก็บดอกไม้ไปจัดแจกันก่อนดีกว่า เธอว่ายิ้มๆ พลางหิ้วตะกร้าที่มีดอกกุหลาบหลากสี ดอกเยลมีร่าสีขาว และสีชมพู รวมทั้งดอกเดซี่ดอกน้อยมากมายขึ้นมาคล้องแขน ก่อนจะหยุดยืน เมื่อเจ้าตัวน้อยของเขาชูแขนทำท่าจะให้เธออุ้ม

                อึบ !” เสียงใสอุทานเบาๆ ระหว่างวางตะกร้าลงกับพื้น และยอตัวโอบอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยที่ไม่ได้น้อยเท่าไรในเรื่องน้ำหนัก เพราะเธออายุได้เจ็ดปีแล้ว หากหญิงสาวก็อุ้มไว้ ก่อนจะยอตัวให้เด็กหญิงถือตะกร้าไว้ และเดินเข้าบ้านไปอย่างทุลักทุเล หากก็ยังหัวเราะขันได้ตลอด

                ดวงหน้าคมเข้มมีรอยยิ้มกว้างขึ้น เขารู้สึกหลงรักเธอเข้าจริงๆ ไม่ต้องให้ใครมาบอก หรือสั่นสอน เขาก็เข้าใจว่า ความรู้สึกตอนนี้ต่อเธอเป็นอย่างไร

                ผมต้องดูแลคุณให้ดีที่สุด เสียงห้าวเอ่ยมุ่งมั่น ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นเดินตามเข้าบ้านไปเงียบๆ

 

                วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ไม่เหมือนวันศุกร์ในทุกๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะตั้งแต่ตื่นขึ้นมาหญิงสาวก็ต้องคิดหนัก เมื่อเอกสารการขอจดทะเบียนสมรสได้รับการแปล และติดต่อนัดหมายเจ้าหน้าสถานทูตเกาหลีเรียบร้อยแล้ว

                ฉันต้องขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไหมคะ ? เสียงใสเอ่ยถาม หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ

                ดวงตาสีนิลเหลียวขึ้นสบดวงตาสีสวยนิ่ง ก่อนจะส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ หรือคุณอยากให้ชุดนี้ไปก็ได้นะ ผมไม่ถือหรอก

                คนตัวเล็กก้มลงมองเสื้อผ้าตนเองที่เป็นเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวพอดีตัว กับกางเกงผ้ายืดสามส่วนสีชมพูบานเย็น จริงๆ ก็น่าเกลียดอยู่ ฉันใส่ชุดนี้ได้ไงนะ เสียงใสพึมพำกับตนเอง ก่อนจะเงยหน้าไปหาเขา คุณจะไปเช้านี้เลยเหรอคะ ?

                วันนี้ผมไม่เข้าบริษัท เพราะเราเคลียร์งานเรียบร้อยแล้ว เขาตอบเรียบๆ พลางหันไปมองกับปาณบดีที่ยิ้มให้น้อยๆ

                ไปตั้งแต่เช้าล่ะดีแล้วปูเป้ สายๆ คนเยอะแยะ วันนี้วันศุกร์ด้วย

                หญิงสาวทำหน้ามุ่ยเมื่อพี่ชายพูดเช่นนั้น พี่ปราชญ์อยากให้หนูแต่งงานไปเร็วๆ ใช่ไหมล่ะ ?

                นี่เธอคิดว่า ฉันอยากอยู่คนเดียวมากนักหรือไง อย่ามางอนไร้สาระนะ เธอตกลงเองนะปูเป้ ฉันจะไปว่าอะไรได้ แต่งงานไปกับคุณคิมก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง

                พี่ปราชญ์หาแฟนเสียทีสิ

                เออน่า...ถึงเวลาก็มาเองล่ะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วไป... เขาเอ่ยไล่น้องสาว ก่อนจะหันไปพูดคุยกันชายหนุ่มผู้อาวุโสกว่า

                ปาภาวดีทำปากยื่นน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร

                เฮวอนไปช่วยพี่ปูเป้แต่งตัวนะคะ เสียงสดใสดังขึ้น เมื่อเธอรวบช้อมส้อม และดื่มน้ำ หลังนั่งเงียบมานาน

                ค่ะ มือเรียวเอื้อมไปจับมือน้อยๆ ให้กระโดดลงจากเก้าอี้ และเดินออกจากห้องอาหารไปด้วยกัน เรียกรอยยิ้มได้จากทุกคนในห้องทันที

                ผมดีใจที่เขาเข้ากันได้ดีมาก...มากกว่าผมเสียอีก... คนเป็นพ่อว่ายิ้มขัน ก่อนจะเสเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องราวการแต่งงานต่อไป

 

                ร่างบางยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานยาวในห้องเสื้อผ้าที่เป็นห้องแต่งตัวด้วยนิ่ง หลังช่วยกันเลือกชุดสวยอยู่กับคิม เฮ-วอนหลายนาทีแล้ว

                พี่ปูเป้ใส่กระโปรงเถอะนะคะ ชุดพวกนี้สวยออก เด็กหญิงบอก พลางเดินไปที่เก้าอี้ ซึ่งเธอเลือกเดรสหลากหลายแบบหลากหลายสีสันมาวางไว้หลายชุด

                อือ...ใส่ก็ได้ค่ะ สีไหนดีล่ะ ?

                สีขาว... เสียงใสแจ๋วร้องดังขึ้นทันที พร้อมตะครุบมือน้อยๆ ไปหยิบชุดเดรสสีขาวผ้าลินินพลิ้วไหวตัวยาวครึ่งเข่า คอตัดสีเหลี่ยม แขนตุ๊กตาจีบรัดต้นแขนทิ้งชายผ้าชั้นเดียวบางๆ ลงมาเล็กน้อย มีริบบิ้นสีชมพูเส้นใหญ่เย็บจับจีบรูดใต้อกทำให้สวยน่ารักเหมือนชุดเจ้าหญิงน้อย

                ดวงหน้าใสระเรื่อขึ้นน้อยๆ ปากเรียวแย้มยิ้มแหยๆ เธอใส่ชุดนี้เพียงครั้งเดียว และผ่านมาหลายปีดีดัก เพราะมีคนทักว่าเหมือนลิตเติ้ลเลดี้น่ารัก

                นะคะ น่ารัก สวยดี เสียงแจ๋วๆ ว่าดังขึ้นยิ้มกว้างขวาง

                ก็ ก็ได้จ้ะ... เธอตอบ เพราะก็ไม่รู้จะเลือกชุดไหนดีเหมือนกัน และชุดที่ว่า ก็ไม่ได้ดูเว่อร์ไปสำหรับการจะใส่ไปเดินไหนๆ ในตอนกลางวัน เธอจึงรับชุดจากเด็กหญิงตัวน้อย เข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ และออกมา เพื่อแต่งหน้าบางๆ พร้อมจัดกระเป๋าสะพายใบสวยสีชมพูอ่อนได้รวดเร็ว

                พี่ปูเป้สวยมากเลยค่ะ

                ขอบใจจ้ะ...ไปกันเถอะ เธอว่า พร้อมลุกขึ้นยืน หลังหยิบรองเท้าคู่สวยเข้ากับกระเป๋าออกจากกล่อง และใช้มือข้างว่างจูงมือเด็กน้อยเดินออกไปด้วยกัน

                คุณหนูสวยมากเลยค่ะ สองพี่น้องคนงานเอ่ยพร้อมกัน ก่อนคนน้อยจะเอื้อมไปรับรองเท้ามาถือไว้ให้

                พี่นี กะพี่นาก็ชมเกินไปแล้ว หนูเขินหมด... เธอว่ายิ้มอายๆ ก่อนจะรีบเดินไปทางบันไดทันที

 

                ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทา เชิ้ตตัวในสีฟ้าอ่อน พร้อมเนกไทผ้าไหมเหลือบลายฟ้าเทาสวยงามราคาแพง ยืนนิ่งงันทันที เมื่อร่างบางเดินลงบันไดมา หลังเขายืนรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

                เอ่อ...คุณคิมคะ เสียงใสเอ่ยขึ้นเรียกเขาออกจากภวังค์

                คุณสวยมากเลยปูเป้... เสียงห้าวบอกอย่างไม่เก็บงำความรู้สึกที่มีต่อเธอ จนคนตัวเล็กที่ยืนอยู่เบื้องหน้าก้มหน้ายิ้มขวยเขิน

                แหม...คุณพ่อก็ปากหวานนะเนี่ย แม้เด็กหญิงจะเอ่ยเป็นภาษาเกาหลี หากหญิงสาวก็ฟังรู้เรื่อง เธอต้องบอกพวกเขาก่อนที่จะลืมไป

                มือใหญ่เอื้อมไปลูบศีรษะบุตรสาวเบาๆ อยู่กับป้าๆ พี่ๆ นะลูก เดี๋ยวบ่ายๆ ก็กลับแล้ว

                ค่ะ

                มือใหญ่เอื้อมไปหาร่างบางทันที เราไปกันเถอะ เสียงห้าวเอ่ย พร้อมรอยยิ้มบนดวงหน้า

                ร่างบางยืนนิ่ง มือเรียวจับกระเป๋าสะพายใบน้อยแน่น หากก็ยอมวางมือไปบนมือใหญ่ และเดินเคียงไปกับเขา เธอรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากการเกาะกุมนั้น มือเขาใหญ่ และหนา ผิวเนื้อหยาบกร้านเล็กน้อย อย่างผู้คนงานหนัก ก่อนจะยิ้มรับ เมื่อเขาเปิดประตูรถด้านข้างคนขับให้

                คุณจะขับไปเองหรือคะ ?

                แน่นอน ผมตรวจสอบเส้นทางเรียบร้อยแล้ว และก็รู้เส้นทางดีแล้วด้วย เขาตอบยิ้มๆ ก่อนจะก้มศีรษะให้เธอ หลังเธอก้มศีรษะให้เขา และก้าวขึ้นรถไปนั่งเรียบร้อย

 

                ตลอดการเดินทางไปด้วยกันเพียงสองคน หญิงสาวเป็นฝ่ายชวนคุยมากกว่าเคย เธออยากรู้จักเขา และอยากรู้จักความนึกคิดของเขาให้มากขึ้น และเธอก็ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ข้างๆ คนขับหนุ่มหล่อที่เธอเอ่ยชมเขาไปที และทำให้ได้เห็นเขาแก้มแดงขึ้นมาได้บ้าน จนเธอหัวเราะขัน

                ก็คุณหล่อจริงๆ นี่น่า... เอาเป็นว่า ฉันดีใจแล้วกันที่จะได้สามีหน้าตาดีในอนาคตน่ะ เธอกล่าวพร้อมหัวเราะขันปิดท้ายเสียงดังสดใส มากกว่าจะเครียดเกร็งอยู่กับเขาเหมือนวันเวลาที่ผ่านมา

                ชายหนุ่มเหลีอบมามองคนข้างกายเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองถนนเบื้องหน้า ผมก็ดีใจที่จะได้มีภรรยาสวย น่ารัก อายุอ่อนกว่าตั้งสิบปี เขาบอกบ้าง พลางหัวเราะน้อยๆ ในประโยคสุดท้าย ยิ่งทำให้เธอนิ่งไป คิ้วเรียวขมวดก็จะหัวเราะขันบ้าง

                คุณคิมทราบไหมว่าคนไทยมีภาษิตบอกไว้ว่า โคแก่ชอบกินหญ้าอ่อน กับตาเฒ่าหัวงู... เธอว่ากลั้วเสียงหัวเราะ ก่อนจะต้องอธิบายยืดยาวถึงความหมายของสองสุภาษิตนั้น ให้กับคนต่างชาติต่างภาษาให้เข้าใจ

                ถึงแล้วล่ะ... เขาว่า เมื่อเธอยังคงคุยเล่นเรื่อยเปื่อยอยู่กับเขา หลังเขาเลี้ยวรถยนต์คันหรูเข้าสู่รั้วภายในสำนักงานเขตใกล้บ้านของเธอ

                เราน่าจะไปบางรักกันนะคะ... เธอว่าพลางยิ้มขัน เมื่อเขาทำท่าเหมือนคิดอะไรออก

                พี่ชายคุณก็บอกผมอย่างนี้ เขตบางรัก... รัก ผมรักคุณนะ... เขาว่าเป็นภาษาไทยในประโยคสุดท้ายชัดเจน พลางยืนนิ่งมองดูอีกฝ่ายที่หยุดเท้าก้าวอ้อมรถมาหาเขาทันที ดวงตาสีสวยเบิกกว้างเล็กน้อย จ้องมองเขานิ่ง

                คิม ซอง-ซู ยิ้มน้อยๆ ตามประสา เมื่อเห็นว่าหญิงสาวร่างบางในชุดตัวสวยยืนมองเขานิ่งงัน ด้วยความตกใจ หากเขาก็ไม่ว่าอะไรต่อ ทำเพียงเดินไปจับจูงมือเรียวไว้ และพาเดินออกจากลานจอดรถมุ่งหน้าไปยังอาคารสำนักงานเขตด้วยกันเงียบๆ หากเขากระชับมือเรียวให้อยู่ในการเกาะเกี่ยวนิ้วมือซึ่งกันและกัน ซึ่งเขาไม่เคยทำเช่นนี้กับใครเลย...

 

                ปภาวดีนั่งเงียบนิ่งอยู่บนเก้าอี้นุ่มนิ่มหน้าโต๊ะเจ้าหน้าที่ฝ่ายจดทะเบียนสมรส หลังปล่อยให้ข้าราชการผู้อาวุโสกว่าตรวจสอบเอกสารต่างๆ ให้เรียบร้อยตามกฎหมาย และหน้าที่ของเขา และเธอยังคงมึนงงกับคำบอกรัก ที่ชัดเจนด้วยภาษาไทย และความจริงใจมากมายที่เธอเห็นในดวงตาคู่ยาวรีของเขา

                เราจดทะเบียนแล้วก็ต้องเอาไปให้สถานทูตรับรองด้วยใช่ไหมคะ ? เธอเอ่ยถามเป็นประโยคแรกหลังเงียบมานาน และได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าจากเขา

                เรียบร้อยดีครับ ผมยินดีด้วย... เจ้าหน้าที่ชายวัยเกือบสี่สิบปลายๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบร้อยเป็นมิตรเช่นท่าทาง และรอยยิ้ม ก่อนจะนำแฟ้มใหญ่ยื่นมาให้ตรงหน้าคนทั้งคู่

                หญิงสาวมองทะเบียนสมรสสองชุดนิ่ง มือเรียวจับปากกาของตนเองมั่น ก่อนจะจรดปลายปากกาเซ็นชื่อของเธอลงในช่องว่าง และเจ้าหน้าที่ก็เปลี่ยนสลับใบใหม่มาให้เธอเซ็นเช่นเดียวกับที่คนตัวโตข้างกายทำด้วยท่าทางสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อน หรือตื่นเต้นเช่นเธอ

                ยินดีด้วยนะครับ ขอให้มีความสุขมากๆ นะครับ คำอวยพรเป็นภาษาอังกฤษชัดเจน ทำให้คิม ซอง-ซูยิ้มรับ พลางก้มศีรษะให้เจ้าหน้าที่ผู้อาวุโสกว่า หลังรับซองเอกสารสำคัญกลับมาเรียบร้อยแล้ว

                ขอบคุณค่ะ เสียงใสเอ่ย พลางยกมือไหว้ขอบคุณ และลุกขึ้นเดินไปในอ้อมแขนข้างหนึ่งของเขาที่โอบเอวเธอไว้หลวมๆ ท่ามกลางสายตาเจ้าหน้าที่ในแผนกมากมายที่มองมาด้วยรอยยิ้ม ทั้งเสียงซุบซิบที่ว่า น่าอิจฉา น่ารัก และชมว่าทั้งเขา และเธอหล่อสวยเหมาะกันดี

 

                ต่อไปคุณเรียกผมว่า ซองซูเฉยๆ นะ... เขาเอ่ยขึ้นระหว่างขับรถมุ่งไปยังสถานทูตประจำประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง เพื่อทำเรื่องราวให้เธอต่อ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

                เอ่อ... เธออยากบอกว่า เธอพูดเกาหลีได้คล่อง และชัดเจน หากไม่รู้จะเริ่มเช่นไร คือ ซองซูคะ !” เธอเรียกเขาด้วยชื่อตามคำขอทันที จนเขายิ้มกว้างมาให้

                อะไรหรือที่รัก ?

                ดาร์ลิ้ง ? หญิงสาวทวนคำนั้นเบาๆ กับตนเอง ก่อนจะยิ้มขันน้อยๆ

                คือว่า ฉันพูด และฟังภาษาเกาหลีได้ค่ะ... เธอบอกเรียบร้อย พร้อมสายตาที่ส่งไปหาเขาอย่างสำนึกผิด เพราะผู้ทำหน้าที่ขับรถ เผลอเหยียบเบรก และหันมามองเธอกะทันหันทันที

                ฉันขอโทษ...ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายกันฉันเกินไป... เธอขอโทษ และอธิบายต่อเป็นภาษาเกาหลีที่ชัดถ้อยชัดคำ จนชายหนุ่มอึ้งไป

                คุณเรียนจากที่ไหนมา ?

                ฉันมีเพื่อนเป็นคนเกาหลีตอนไปเรียนที่อังกฤษ เมื่อตอนเรียนไฮสกูลค่ะ และเราสองคนก็เลือกไปเรียนดีไซน์ด้วยกันที่ฝรั่งเศส เธอสอนฉันหลายเรื่อง... เธอตอบเขาด้วยภาษาเดิม ด้วยความมั่นใจ ฉันพูดชัดดีไหมคะ ?

                ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มๆ ชัด และดีมาก เฮ้อ...ผมคงไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาของคุณอีก ผมน่ะห่วงคุณสารพัดเรื่องที่ต้องไปอยู่ที่เกาหลี คุณทำให้ผมคิดมากมาหลายวันหลายคืนเชียวนะปูเป้ เขาบอก ด้วยเสียงเรียบขรึม และทำให้เธอรับรู้ว่า เขาห่วงใยเธออยู่มากมาย

                ขอโทษค่ะ ต่อไปฉันจะบอกคุณทุกอย่างเลยในเรื่องของฉัน

                แน่ใจนะ

                ค่ะ แต่คุณก็ต้องบอกเรื่องของคุณกับฉันทุกเรื่องด้วย โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง !”

                คนฟังหัวเราะลั่นรถยนต์ยุโรปคันใหญ่ ไม่กี่นาทีที่เป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายคุณก็จะเป็นเมียใจร้ายแล้วเรอะ ? เขาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ

                ไม่ใช่เมียใจร้ายเสียหน่อย แต่ฉันไม่ชอบคนไม่ซื่อสัตย์ต่อชีวิตคู่... เธอบอกเสียงจริงจัง ก่อนจะอ่อนลงในประโยคสุดท้าย คุณเข้าใจใช่ไหมคะ ?

                ผมเข้าใจ เพราะผมเคยโดนหลอกมาแล้ว ผมรู้ว่า มันน่าเจ็บใจ และน่าสมเพชแค่ไหน คุณมั่นใจเถอะ ผมแน่ใจว่า ผมเป็นสามีที่ดีได้แน่ๆ ทั้งเรื่องงาน เรื่องดูแลความเป็นอยู่ และเรื่องบนเตียง คำสุดท้าย ทำให้คนฟังหน้าแดงก่ำ ก่อนจะเอื้อมมือไปผลักไหล่เขาแรงๆ ไปที จนเกิดเสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง

                คืนนี้มานอนกับผมที่ห้องนะ คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำให้เธอหน้าร้อนขึ้นมาอีกครั้ง และมือเรียวก็จับสายกระเป๋าบิดไปมาแก้เขิน

                บ้า ! ใครจะไปนอนกับคุณ ฉันมีห้องของฉัน วันมะรืนก็ต้องเก็บของไปอยู่กับคุณที่เกาหลี ฉันอยากนอนห้องของฉัน...

                จริงสินะ เขารับคำ ทำท่าทางจริงจัง ก่อนจะยิ้มน้อยๆ เมื่อหางตาเห็นคนข้างกายพยักหน้ารับหงึกหงัง ...อย่างนั้นผมไปนอนที่ห้องคุณก็ได้...

                คนฟังอ้าปากค้างตกใจมากมาย หากไม่มีเสียงใดลอดออกมาเลย ก่อนจะรู้สึกตัว จึงรีบหุบปาก และเม้มนิ่งไว้

                อย่าว่าผมนะถ้าจะบอกว่า จริงๆ ผมอยากเลี้ยวรถเข้าโรงแรมเดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ เขาว่า พลางชี้ไปที่โรงแรมชื่อดังระดับห้าดาว ทั้งๆ ที่รู้ว่า คุณเป็นของผม แต่ยังต้องสะกดอารมณ์ไว้ มันก็ลำบากน่าดูอยู่

                คนบ้า ! ฉันไม่คิดเลยว่า ประธานคิมจะเป็นคนลามก และเซ็กส์จัดขนาดนี้ !” เธอต่อว่า เขาด้วยเสียงแง่งอน ดวงหน้าแดงก่ำ ด้วยความเขินอายเป็นที่สุด เพราะไม่เคยมีผู้ชายคนไหน จริงๆ เธอไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยด้วยซ้ำ จึงไม่รู้ว่า เวลาผู้ชายพูดเรื่องอย่างว่าขึ้นมา มันจะจั๊กจี้ชอบกล

                รู้ได้อย่างไรว่า ผมเซ็กส์จัด เรายังไม่ได้... เขาพูดไม่จบประโยค เมื่อมือเรียวเอื้อมมาปิดปากเขาไว้ทันที ด้วยท่าทาง และสีหน้าที่แสดงออกว่าเขินอาย และจั๊กจี้เพียงใด

                ไม่ต้องพูดเลยนะ ฉันไม่คิดเลยว่า คุณจะลามกขนาดนี้

                ไม่ได้ลามกเสียหน่อย ผมก็พูดเรื่องธรรมดา ผู้ชายลามกน่ะ ยิ่งกว่านี้อีก เขาบอกยิ้มน้อยๆ ในความไร้เดียงสาของเธอ

                ก็ฉันไม่เคยมีแฟนนี่ คุณอย่ามาพูดอะไรจั๊กจี้หูอีกนะ อี๊ย์... เธอว่า พลางยกไหล่ขึ้น ทำศีรษะสั่นไปมา จนเขาอดขัน เอื้อมมือมาลูบศีรษะเธอไม่ได้ และก็ทำให้เธอนิ่งไปทันที

                ผมก็มีอารมณ์ขันน่าปูเป้... แต่รับรองว่า ผมอ่อนโยนแน่นอน

                เอ๊ะ !” มือเรียวเอื้อมไปตีต้นแขนใหญ่ทีหนึ่ง จนเขาหัวเราะ

                ภายในรถยนต์คันหรูมีเสียงทะเลาะตบตีกันเรื่อยๆ หากมันเป็นการทะเลาะในเรื่องไร้สาระ ด้วยความอยากแกล้งภรรยาสาวเสียมากกว่า และมันยังเป็นบรรยากาศที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยสำหรับเขา ที่จะหัวเราะ และเล่นหัวกับผู้หญิงคนไหนได้เหมือนกับเธอ

               

                เกือบเวลาเที่ยงวัน หลังทั้งสองคนติดต่อทำเรื่องการสมรส และการย้ายถิ่นฐานของหญิงสาวตามสามีไปประเทศเกาหลีเสร็จเรียบร้อยด้วยดี ทั้งคู่ก็มาเดินภายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ หวังจะหาร้านอาหารอร่อยๆ สักร้านฝากท้อง แต่ปภาวดีกลับฉุดแขนกำยำของเขาให้เข้าร้านหนังสือกับเธอก่อน

                ปูเป้...ผมหิวแล้ว นี่มันเที่ยงกว่าแล้วนะ เขาโอดครวญเบาๆ อยู่ข้างๆ ร่างเล็กบางในมุมหนังสือนวนิยายขายดี

                สักครู่นะคะ ฉันจะหานิยายอ่าน และก็จะซื้อหนังสือเกี่ยวกับดีไซน์ ประดิษฐ์ของด้วย

                ไปกินก่อน แล้วค่อยกลับมาซื้อก็ได้นะ อยากได้เล่มไหนกี่เล่ม ผมซื้อให้หมดเลย ไปทานข้าวกันก่อนเถอะ ผมหิวจริงๆ

                จริงนะคะ เสียงใสร้องยินดี พร้อมรอยยิ้มกว้าง และอาการกระโดดไปจับแขนเขาเขย่า

                อือ... เขาตอบรับยิ้มน้อยๆ พลางเอื้อมมือข้างว่างไปลูบศีรษะเธอ ด้วยความเอ็นดู

                ไปทานอาหารไทยนะคะ มีร้านหนึ่งอาหารอร่อยมาก ฉันพาไปนะ... เธอว่า พลางเกาะเกี่ยวมือใหญ่หนาให้เดินไปด้วยกัน ท่ามกลางสายตายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และอิจฉาจากคนรอบข้างที่เห็นเหตุการณ์ แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง หากความน่ารัก และรอยยิ้มของคนทั้งคู่ก็ทำให้คนมองยิ้มตามไปได้เช่นกัน

 

                เราถ่ายรูปกันหน่อยไหม ? เสียงห้าวเอ่ยขึ้น เมื่อเดินช้าๆ ไปตามทางเดินภายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ หลังได้รับประทานอาหารไทยรสอร่อยจนอิ่มหนำแล้ว และเขากับเธอก็เดินจับมือกันเดินผ่านหน้าสตูดิโอถ่ายภาพ ที่จัดดิสเพลย์ไว้หน้าร้านสวยงาม จนเขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชวน

                ร่างบางหยุดยืนตามเขา มองดูร้านมีชื่อในระดับหนึ่งเงียบๆ พลางคิดว่า ถ่ายรูปคู่กันไว้บ้างก็ดี เพราะวันนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอและเขาหัวเราะ และสดชื่นได้มากกว่าทุกวันที่ผ่านมา

                ก็ได้ค่ะ เมื่อเธอตอบ ก็ได้รับรอยยิ้มกว้างจากเขาทันที ก่อนจะเดินเข้าไปภายในร้านถ่ายภาพใหญ่ด้วยกัน

                พนักงานประจำสาขาต้อนรับลูกค้าทั้งสองอย่างดี เพราะการทำงานในสตูดิโอถ่ายภาพ ซึ่งมีสาขา และมีชื่อเสียง ทำให้พบปะลูกค้ามากมายหลายระดับ หากส่วนมากก็เป็นคนมีเงิน เป็นเศรษฐี หรือลูกหลานคนมีชื่อเสียงเข้ามาใช้บริการ และลูกค้าคู่ล่าสุดของบ่ายวันนี้ ก็เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง

                เอ่อ...จะเปลี่ยนชุดอื่นบ้างไหมคะ หรือจะใส่ชุดที่ใส่อยู่ชุดเดียว เจ้าหน้าที่รับรองแขกถามเรียบร้อยมีมารยาทกับหญิงสาว จนเธอยิ้มรับ ก่อนจะหันไปคุยกับเขา

                หา !” เธออุทานตกใจ และทำให้เจ้าหน้าที่ประจำร้านสะดุ้งด้วยได้ เพราะไม่เข้าใจภาษาเกาหลีเลยสักนิด

                ช่วยเลือกชุดแต่งงานให้สักชุดสิครับ เราอยากถ่ายรูปชุดแต่งงานกันด้วย... เขาตัดสินใจหันไปเอ่ยกับหญิงสาวผิวสีแทนในชุดเชิ้ตสีชมพูอ่อนทับด้วยเสื้อกั๊กสีเทาเข้ากับกางเกงสแล็คเข้ารูปสีเทาเช่นกันสำหรับเจ้าหน้าที่ประจำร้าน

                อ๋อ...ยินดีค่ะ รอสักครู่นะคะ เธอตอบเขาด้วยรอยยิ้มกว้างที่เป็นเครื่องหมายการค้า หากจริงๆ ก็มีความจริงใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว

                ซองซู...ไปที่นู่นคุณก็ต้องทำพิธีนี่น่า แล้วจะมาถ่ายชุดแต่งงานให้เปลืองเงินทำไมคะ ถ่ายรูปคู่กันชุดนี้ก็พอ เธอว่า พลางทำปากยื่น จนเขาส่ายหน้าหัวเราะ

                ถ่ายไว้เยอะๆ ก็ได้ ไม่เห็นเป็นไร เอารูปวันนี้ไปประดับที่บ้านคุณไง และก็เอารูปเล็กๆ กลับไปไว้ที่บ้านเราที่เกาหลี...

                คำว่า บ้านเรา ทำให้หญิงสาวนิ่งไป ก่อนจะยิ้มรับ

                ค่ะ ประธานคิมผู้ร่ำรวย...

                แหม...นึกว่า จะลืมว่า มีผัวรวย... เขาเอ่ยล้อ เสียงขัน จนเธออดไม่ได้ที่จะจิกหลังมือใหญ่ไปที จนเขาสะดุ้ง หากก็แก้เผ็ดเธอคืนไม่ได้ เมื่อพนักงานนำชุดเจ้าสาวสีขาวชุดหนึ่งมาให้ดู

 

                พอดีที่ร้านมีไซต์เล็กอยู่สองชุดค่ะ คุณผู้หญิงจะเลือกชุดไหนดีคะ ดิฉันว่าขนาดเท่ากับชุดที่สวมอยู่แน่นอน เพราะว่า เป็นแบรนด์เดียวกัน คนฟังพยักหน้ารับรู้ว่า ทำงานด้านนี้การติดตามแฟชั่นก็มีส่วนช่วยให้งานออกมาดี และรวดเร็วจริงๆ

                หญิงสาวยังคงยืนจับมืออยู่กับคนตัวโตข้างกาย สายตาครุ่นคิดของเธอจับจ้องชุดวิวาห์สีขาวบริสุทธิ์เบื้องหน้า ที่มีพนักงานในร้านชูให้ดูอยู่สองชุดเงียบๆ

                ชุดที่หนึ่งเป็นชุดเกาะอกผ้าไหมสีงาช้าง ประดับช่วงขอบเสื้อเกาะอกด้วยไข่มุกเทียม และคริสตัล ช่วงลำตัวเป็นเอวแนบเนื้อไร้ตะเข็บ ก่อนที่จะทิ้งชายผ้าให้ฟูพองเป็นกระโปรง ซึ่งประดับด้วยผ้าเดียวกันเป็นดอกกุหลาบใหญ่ๆ รอบตัว พร้อมเส้นสายไข่มุกเทียม และคริสตัล แลดูหรูหรา ฟู่ฟ่างดงาม

                ชุดที่สองเป็นชุดเกาะอกสายสปาร์เก็ตตี้ผ้าไหมซาตินเนื้อวาว ประดับลูกไม้เนื้อละเอียดลายอ่อนหวาน ช่วงกระโปรงพลิ้วไหวยาวกรอมเท้า ผูกประดับด้วยริบบิ้นผ้าซาตินสีขาวมันวาวไม่มีลูกไม้ไปด้านหลังเป็นโบเส้นโต ทำให้ดูน่ารักเก๋ไก๋

                ฉันเอาชุดนี้ค่ะ เธอเลือกชุดที่สองที่ได้ชม ก่อนจะยิ้มให้กับคนข้างกาย

                ขอแค่ทักสิโดสีขาวก็พอ เขาบอกพนักงานยิ้มๆ

                ได้ค่ะ

                เมื่อตกลงเรื่องเสื้อผ้าชุดที่สองเรียบร้อย พร้อมกับการเลือกแพ็คเก็ตถ่ายภาพแล้วเช่นกัน ทั้งสองคนก็ถูกนำเข้าไปห้องหน้าทำผมเพิ่มเติมเล็กน้อยด้านใน ก่อนจะออกมาในชุดเดิมของตนเอง

                เชิญทางนี้ค่ะ เจ้าหน้าที่ดูแลพาทั้งคู่เดินไปยังประตูกระจกเลื่อน ซึ่งด้านในมีผ้าม่านสีดำเนื้อหนากางกั้นอยู่ ซึ่งด้านในนั้นเป็นห้องสตูดิโอขนาดใหญ่พอสมควร พร้อมมีฉากหลังให้เลือกหลายฉาก จนทั้งคู่ต่างยิ้มขันด้วยกัน

                ไม่เคยคิดว่า ภาพสวยๆ เวลาถ่ายมีฉากอยู่ด้วยตั้งเยอะแยะ เธอว่าขันๆ กับเขา ซึ่งเขาก็พยักหน้ารับ

                ผมเคยแต่ถ่ายภาพที่ห้องประชุมในบริษัทตัวเอง หรือไม่ก็สวนของบริษัท

 

                ทั้งคู่คุยกันเบาๆ ตลอดเวลาที่มีการกดชัตเตอร์ของตากล้องหนุ่มใหญ่ที่ดูท่าทางอารมณ์ดี และเก่งภาษาอังกฤษมากเสียด้วย

                เรียบร้อยครับ...คุณสองคนเป็นคู่บ่าวสาวที่หล่อสวยที่สุด เท่าที่ผมเคยถ่ายมาเลยนะ... ตากล้องเอ่ย หลังกดชัตเตอร์ไปมากกว่าห้าสิบภาพให้ลูกค้าได้เลือกอัด เพราะว่า ที่ร้านยังไม่เคยมีคู่บ่าวสาวมาถ่ายรูปครับ มีแต่เด็กๆ ที่เป็นแฟนกัน เขาบอกตอนท้าย เรียกเสียงหัวเราะได้บ้าง ก่อนจะทำหน้าที่ของตนเองต่อ ด้วยการแนะนำเรื่องการเลือกภาพ เมื่อทั้งสองคนมานั่งอยู่หลังคอมพิวเตอร์ หลังเขานำการ์ดมาเสียบ และเปิดภาพให้ทั้งสองได้เลือกชมกัน

                ปูเป้สวยจัง เขาเอ่ยชมเธออีกครั้ง เมื่อได้เห็นภาพในชุดแต่งงานแสดงขึ้นมาบนหน้าจอ หลังตกตะลึงไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า จนเธอหัวเราะเบาๆ

                เพียงไม่กี่นาทีทั้งคู่ก็เลือกภาพได้ตามต้องการ จึงกลับไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดเดิม ก่อนจะได้รับบัตรมารับภาพในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งเขาและเธอก็ยิ้มรับ และเดินออกไปที่ร้านหนังสือตามที่สัญญากันไว้ เพื่อรอเวลาจะมารับรูปแห่งความรักครั้งแรกที่เกิดขึ้นด้วยกัน...

 

                เวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว เมื่อปาณบดีก้าวเท้าเข้าสู่บ้านหลังใหญ่ของตนเอง และพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเห็นภาพถ่ายคู่ของน้องสาวคนสวยในชุดวิวาห์สีขาว กับชายหนุ่มรุ่นพี่ที่ได้ฐานะน้องเขยไปครอง กับภาพในชุดสวยน่ารักแบบปาร์ตี้ค็อกเทล ประดับอยู่บนผนังห้องรับแขกในโถงหน้าของคฤหาสน์ ซึ่งประดับกรอบไม้แกะสลักปิดทองงดงาม แม้ขนาดจะไม่ใหญ่โตเท่ากับภาพครอบครัวของพวกเขาที่ประดับอยู่ก่อน หากช่องที่ภาพนี้ประดับก็ขนาบข้างกับภาพใหญ่ของครอบครัวก็ดึงดูดสายตาได้ดีทีเดียว

                พี่ปราชญ์กลับช้าจังค่ะ เสียงใสของน้องสาวทักขึ้น เธอยังคงอยู่ในชุดเดิมเมื่อเช้า และเป็นชุดในภาพถ่ายคู่ภาพนั้นด้วย

                ไปถ่ายรูปกันตอนไหน อย่าบอกนะว่าเมื่อเช้า เขาถามน้องสาวกลับงุนงง พลางส่งสูท และกระเป๋าเอกสารให้หนูนานำไปเก็บ

                ใช่ค่ะ ร้านเขาใหญ่ครบวงจร รอชั่วโมงกว่าๆ ก็ได้รูปใหญ่ใส่กรอบสองใบ กับภาพขนาดโปสการ์ด จัมโบ้ และก็บิ๊กไซต์อีกยี่สิบสองรูปมาแล้ว เธอตอบยิ้มสดใส สวยไหมคะ ?

                สวยจ้ะ น้องสาวพี่สวยอยู่แล้ว แต่พี่ไม่คิดว่า มันจะมีรูปเธอกับคุณคิมมาติดไว้เร็วขนาดนี้ เขาว่า พลางยิ้มแหยๆ ระหว่างเดินไปทางบันได

                ก็วันมะรืนหนูก็ต้องไปเกาหลีแล้ว เมื่อเย็นได้แวะไปคุยกับคุณพ่อ และก็อายศนิดเดียว หนูให้รูปอายศไว้สองใบ เผื่อคุณพ่อฟื้นจะได้ให้ดูด้วย เธอว่า พลางยิ้มเศร้าๆ

                อย่าห่วงเลย คุณพ่อปลอดภัยแล้ว หมอก็บอกอยู่ เธอบอกพี่เองนี่ ว่าพ่อเขาไปเที่ยวน่ะ

                ค่ะ ไม่คิดมากหรอก ตอนนี้คิดเรื่องชีวิตแต่งงานก็จั๊กจี้จะตายแล้ว เธอว่า พลางทำท่าจั๊กจี้ จนผู้เป็นพี่ชายขัน

                จั๊กจี้อะไร ?

                ก็คุณคิม ซอง ซูน่ะสิ บอกว่า เขาจะมานอนกับหนูที่ห้อง มันรู้สึกยังไงไม่รู้ค่ะ เธอว่า หน้าระเรื่อขึ้น จนคนฟังหัวเราะ

                ก็รู้สึกดีน่ะสิ ไปเที่ยวสวรรค์ดีจะตาย เขาเอ่ยหน้าตาย ก่อนจะเดินหัวเราะขึ้นบันไดไป ทิ้งให้น้องสาวยืนงงกับคำพูดนั้นนิ่งอยู่ ก่อนจะได้ยินเสียงแหวดังตามหลังมา เมื่อเขาเกือบจะเลี้ยวสู่ทางเดินไปห้องนอนแล้ว หากก็อดหัวเราะขันไม่ได้

                พี่ปราชญ์ลามก ! ผู้ชายลามกทุกคนเลยหรือไง !?

 

                ร่างบางยืนนิ่ง เมื่อเปิดประตูห้องแต่งตัวมาสู่ห้องนอน และพบร่างสูงใหญ่ยืนมองดูภาพถ่ายมากมายที่เธอประดับอยู่บนผนังหัวเตียง

                คิม ซอง-ซู อยู่ในชุดเสื้อคลุมสีเทา เธอไม่ทราบได้ว่า ภายในเสื้อคลุมเขาสวมใส่อะไรหรือไม่ หากเธอก็ยังไม่กล้าเอ่ยอะไร จนเมื่อเขากำลังจะหันมา เธอจึงแกล้งแหวเสียงใส่

                เข้ามาตอนไหนคะ ฉันไม่ได้อนุญาตนะ !”

                ชายหนุ่มยืนนิ่งมองดูร่างบางในชุดนอนตัวยาวแขนยาวนิ่ง ผมยาวสีน้ำตาลดำธรรมดาปล่อยสยายยุ่งเล็กน้อย หลังเธอเช็ดผม และเป่าผมจนแห้งแล้ว

                เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะ ผมบอกแล้วนี่ว่า จะมานอนห้องปูเป้น่ะ เขาตอบหน้านิ่ง ดวงตาสีดำจ้องมองร่างบางที่ยืนนิ่งงัน ทำปากเบ้ อย่างเถียงไม่ออก ด้วยความตกใจ

                ร่างสูงก้าวเข้าไปหาร่างบางยิ่งขึ้น ก่อนจะโอบเธอเข้ามากอดแนบกายไว้หลวมๆ มือใหญ่ลูบไปทั่วแผ่นหลัง ซึ่งมีเนื้อผ้าปกคลุมอยู่ และมันทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้ใส่เสื้อชั้นใน

                อยู่ในชุดไหนคุณก็สวยปูเป้ แต่ผมอยากเห็นคุณสวยในแบบสามีที่จะเห็นภรรยา เสียงห้าวเอ่ยพร่าอยู่หลังใบหูเรียวยาวของเธอ และก่อนที่เธอจะเอ่ยตอบอะไรได้ ร่างบางก็ถูกช้อนอุ้มขึ้นพาไปที่เตียงนอนรวดเร็ว

                ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับมองดวงหน้าของสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายนิ่ง ร่างใหญ่หนาของเขาเอนบังเธออยู่ด้านบน โดยที่เขาคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่บนเตียง ก่อนเธอจะเอ่ยอะไรออกไป มือใหญ่ก็เอื้อมปลดเสื้อคลุมของตนเองออก และนั้นก็ทำให้เธอได้เห็นร่างกายท่อนบนของเขาที่กำยำ บึกบึน ไร้ไขมัน ก้อนเนื้อส่วนเกินใดๆ หน้าท้องที่แบนราบมีกล้ามเนื้อเป็นก้อนสวย และเส้นขนหน้าท้องอ่อนๆ ก็หายเข้าไปในกางเกงบ๊อกเซอร์สีเทาขาสามส่วน ต้นขาที่โผล่พ้นออกมาแข็งเป็นกล้ามเนื้อชัดเจน เพราะมันไม่สั่นไหวเวลาที่เขาขยับกายขึ้นมาหาเธอเลย

                คุณอยากเห็นมันใช่ไหม ? เขาเอ่ยถาม จ้องเธอด้วยรอยยิ้ม จนเธอต้องรีบตวัดสายตาจากการจ้องมองที่กลางลำตัวเขา ขึ้นมามองดวงหน้าคมสันนั้นทันที

                คุณฉวยโอกาส ฉันไม่ได้ตั้งตัวสักนิด เธอเอ่ยเสียงเบาๆ พยายามจะยันตัวลุกขึ้น หากก็ทำได้ยากเต็มที เพราะเขานั่งคร่อมเธออยู่

                คุณมีเวลาตั้งตัวอีกเยอะเลยปูเป้...ผมจะสอนคุณเอง... เขาเอ่ย ก่อนจะก้มลงจุมพิตริมฝีปากบางสีหวานเบาๆ ผ่านๆ และเงยหน้ามองดูดวงตาสีสวยที่ฉายแววประหม่า ไร้เดียงสาชัดเจน และเพียงไม่นานเขาก็ก้มลงประกบริมฝีปากแนบแน่นกับเธอ ตวัดปลายลิ้นทั่วริมฝีปากบาง จนเธอยอมเปิดปากออก ยอมรับการพัวพันลิ้นอ่อนหวานของเธอกับเขาพัลวัน

                อือ... เสียงใสครางเบาๆ ในลำคอ มือเรียวที่กำผ้าปูที่นอน ยกขึ้นบีบต้นแขนหนากำยำของเขาแน่นขึ้น เธอเรียนรู้การจูบได้ในเวลาไม่กี่นาที ก่อนจะต้องยกลำตัวขึ้นเสียดสีกับเขา เมื่อเขากดความแข็งขัน แห่งบุรุษเพศลงมาที่หน้าท้องของเธอแรงๆ หลายครั้ง

                เก่งมากปูเป้... เขาเอ่ยเสียงพร่า หลังถอนริมฝีปากออก ให้ทั้งคู่ได้หายใจ หากยังคงซุกไซ้จุมพิตไปทั่วดวงหน้าเนียน และลำคอระหง

                อะไรของคุณมันร้อนที่หน้าท้องฉัน เธอถามเสียงสั่น มือเรียวข้างหนึ่งโอบกอดรอบคอของเขา อีกข้างพยายามจะสำรวจตรวจดูความร้อนที่เกิดขึ้นนั้น หากยังไม่ทันได้พยายามเต็มที ร่างใหญ่ก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งคุกเข่า และพามือเธอข้างหนึ่งล้วงเข้าไปภายในขอบกางเกงขาสั้นเนื้อบางนั้นทันที

                ซองซู !” เสียงใสอุทานเบาๆ ก่อนจะชักมือไปมาช้าๆ ตามการนำพาของเขา บนแก่นกายที่แข็งขันใหญ่โต และเพียงไม่นาน ชายหนุ่มก็ตวัดกางเกงของเขาออกไปรวดเร็ว จนทำให้เธอตาโตกับความน่ากลัวของเขา

                มือใหญ่รีบจับชายชุดนอนของเธอเปิดออกไปทางศีรษะ และถอดมันออกไปรวดเร็ว อย่างไม่ไยดี กางเกงในตัวจิ๋วที่เธอสวมเป็นสีชมพูเนื้อบางเบาๆ มันมิได้ปกปิดความเป็นหญิงของเธอได้เลยสักนิด เมื่อเขาก้มลงมองดูเต็มตา

                คุณพร้อมแล้วนี่ เขาเอ่ยยิ้มๆ สายตาเจ้าเล่ห์มองไปสบดวงตาสีสวย เมื่อร่องรอยความพร้อมของเธอซึมออกมาให้ได้เห็นถนัดชัดบนกางเกงตัวน้อย มือใหญ่จับมันถอดออกไปตามขาเรียวขาวสวยงาม พลางก้มหน้าลงมอบรอยสัมผัสทั่วไป ก่อนจะขึ้นมาถึงกลางลำตัว

                ซองซู... เสียงใสครางเรียกเขาเบาๆ เมื่อรับรู้ถึงสัมผัสร้อนผ่าวที่กลางลำตัว มือเรียวเอื้อมไปจับเส้นผมของเขาไว้แน่น

                ไม่ค่ะ...อย่า เธอคราง พลางบิดตัวไปมาด้วยความรู้สึกเสียวซ่าน อย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต

                หางตาเรียวสวยมีหยาดน้ำตาคลอน้อยๆ ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่อธิบายไม่ถูก สัมพันธ์ และสัมผัส แห่งรักช่างแปลกใหม่เสียจริงๆ

                ร่างบางนอนบิดไปมา ส่งเสียงครางครวญไม่ขาดปาก หยุดเถอะ...

                ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองดูภรรยาสาวที่นอนหลับตาพริ้ม เผยอปากครางอย่างน่าสงสาร หากเขารู้ดีว่า เธอกำลังจะสุขสมในรสสัมผัสของชายหญิงเป็นครั้งแรก และเมื่อเขาตวัดลิ้นอีกไม่กี่ครั้ง เธอก็ร้องเสียงดัง และหายใจหอบถี่นิ่งไปทันที

                ซองซู... เสียงใสเอ่ยพร่าสั่น เมื่อสุขสมด้วยวิธีการของเขา ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็เคลื่อนกายเข้ามาภายในตัวเธอ

                ชายหนุ่มกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาปิดสนิท เมื่อพบกับความกระชับคับแน่นเต็มที่ และเขาก็ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว ร้องเสียงดังขึ้นมาทันที หลังเขาเข้าสู่ภายในเธอได้จนสุดกายเป็นหนึ่งเดียวกัน

                ผมรักคุณปูเป้... คนบอกรักเป็นภาษาไทยดังขึ้นข้างหูเรียวสวย ก่อนเธอจะได้รับการจุมพิตแนบแน่น พร้อมอ้อมกอดอบอุ่น และรสรักที่เขาสั่งสอนให้ จนเธอครวญครางได้ไม่หยุด

                มือเรียวโอบกอดรอบตัวหนากำยำของเขาแน่น ขยับเขยื้อนตามการนำพาของเขา ด้วยความหฤหรรษ์ในรสรัก รสสวาทที่ไม่เคยรู้จักมากก่อน ความร้อนรุ่มที่เริ่มรุนแรงขึ้นทำให้เธอจิกเล็บลงบนหลังของเขาแน่น ขาเรียวสวยตวัดขึ้นก่ายกอดเอวเขาไว้ เพื่อต้องการจะหาทางออกให้กับความรู้สึกวาบหวาม เกร็งเกี่ยวในท้องน้อย ก่อนจะร้องเสียงดังขึ้นทันที เมื่อเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้น และกอดเธอไว้แน่น พร้อมกับปลดปล่อยตนเองพร้อมๆ กับเธอ...

 

............................................

 

 

 

โอ้...จดทะเบียนสมรส และสมรักกันแว้วววว...

 

เป็นอย่างไรก็ Comment กันบ้างนะคะ

มาอัพให้รวดเร็ว เพราะพิมพ์ด้วยความสบายใจ

อากาศเย็นสบาย ไอเดียก็บรรเจิดซะ

 

แต่ช่วงนี้เริ่มคิดไม่ออกล่ะ เพราะใกล้จะมี ปจด.

เริ่มหงุดหงิดพิกล เกิดเป็นผู้หญิงลำบากจริงๆ

ทั้งหงุดหงิด และหิวตลอดเวลาเลย

ไม่รู้เพราะมีพยาธิหรือเปล่า

แต่เราก็เคยถ่ายพยาธิแล้วนะ งง ?!

 

 

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

บะบายค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะจ้ะ !

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #319 หญิง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 12:45
    พระเอกน่ารัก นางเอกก็น่ารัก



    ร่วมเล่มรึยังค่ะ



    สำนักพิมพ์อะไรค่ะ
    #319
    0