ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 1 : เริ่มต้น...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 มี.ค. 49

-1-

เริ่มต้น...

 

                วันนี้ถนนสายหลักกลางกรุงโซล ประเทศเกาหลี ดูเหมือนการจราจรจะติดขัดกว่าทุกๆ วัน เพราะฝนที่ตกลงมาหลงฤดู จนบรรยากาศด้านนอกรถยนต์คันหรูของชายหนุ่มมาดเข้มที่นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยรถแลดูมืดครึ้มไม่น่าพิสมัยเท่าไรที่จะต้องก้าวเดินบนทางเท้าที่มีน้ำขังอยู่ หากแต่ก็ยังมีผู้คนเดินกางร่ม หรือยืนหลบฝนอยู่ใต้กันสาดห้างร้านริมทางอยู่มากมาย

                ชายหนุ่มนั่งเคาะนิ้วอยู่หลังพวงมาลัยรถด้วยอารมณ์ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เพราะเขามีนัดประชุมที่บริษัท หากต้องมาติดอยู่กลางถนนทั้งๆ ที่ออกไปรับประทานอาหารไม่ไกลจากบริษัทเลย

 

                ห้องประชุมแปดเหลี่ยม โต๊ะกลมขนาดกลางตั้งอยู่กลางห้องบนอาคารสูงของบริษัทจัดการสื่อยักษ์ใหญ่ของเกาหลี มีบุรุษวัยห้าสิบกว่าๆ หากยังคงแข็งแรง และแลดูอ่อนวัย แต่ลักษณะ รูปร่าง หน้าตาบ่งบอกถึงเชื้อชาติอื่นที่ไม่ใช่คนเกาหลี เขาเดินวนอยู่ที่ผนังกระจก มองดูบรรยากาศภายนอกที่มีฝนตก ก่อนจะก้มมองนาฬิกาข้อมือบ่อยครั้ง และทอดถอนหายใจดังๆ อยู่คนเดียว โดยมีสายตาของผู้ร่วมชะตาการรอคอยอีกสองคู่มองมาหาอย่างเบื่อหน่ายไม่ต่างกัน...

 

                ร่างสูง ใหญ่หนา ของชายหนุ่มผู้ฝ่าวิกฤตมาได้ รีบก้าวเท้าพาตนเองออกจากลิฟท์หลังหลุดพ้นจากการจราจรอันติดขัด และรีบเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเดินหินอ่อนสีน้ำตาลแดง

                ท่านคะ! มิสเตอร์รักรออยู่ที่ห้องประชุมแปดเหลี่ยมนานแล้วค่ะ หญิงสาวหลังเคาน์เตอร์ด้านหน้าฝ่ายประธานกรรมการรีบลุกจากเก้าอี้รายงานกับชายหนุ่มผู้รีบเร่งเข้ามา

                ทราบแล้ว... เขาตอบ ก่อนหยุดยืนยกแขนขึ้นเท้าเคาน์เตอร์หอบหายใจ จนเลขานุการสาวมองหน้าแหยๆ เพราะรู้สึกเหนื่อยแทนเจ้านาย

                มีน้ำสักแก้วไหม ? เขาเอ่ยถามเสียงหอบ ทำให้เธอสะดุ้งตกใจหันรีหันขวาง ก่อนจะตัดสินใจหยิบแก้วน้ำใบสูงที่มีฝาปิดครอบอยู่ ซึ่งเธอยังไม่ได้ดื่มส่งไปให้เจ้านายหนุ่ม และไม่ทันที่เธอจะวางแก้วลงที่เคาน์เตอร์เขาก็รีบคว้าไปดื่มอย่างรวดเร็วจนหมด ทำให้เธอก้มหน้าอมยิ้ม ก่อนจะก้มศีรษะให้อย่างนอบน้อม เมื่อเขาวางแก้วคืน และกล่าวขอบคุณ

                ชายหนุ่มยืดตัวจัดสูทตัวนอกให้เรียบร้อย และยกมือขึ้นจัดแต่งลูบเส้นผมดกดำที่ตัดแต่งได้ทรงให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะเดินตรงไปยังประตูห้องที่เป็นเป้าหมาย

                เสียงเปิดประตูทำให้ผู้มานั่งรอหันขวับไปมองประตูห้องเป็นจุดเดียว และพวกเขาก็ได้พบกับร่างสูง ใหญ่ของชายหนุ่มเชื้อชาติเกาหลีที่สวมชุดสูทราคาแพงกำลังก้าวเข้ามาหาช้าๆ หากมั่นคง

 

                ผมต้องขออภัยที่ทำให้ทุกท่านต้องมานั่งรอในห้องนี้เสียนาน เขากล่าวอย่างเรียบร้อยด้วยภาษาอังกฤษ พร้อมโค้งตัวลงต่ำอย่างเป็นทางการของคนเกาหลี จนผู้มาเยือนจากแดนไกลรีบลุกขึ้นยืนก้มศีรษะตอบน้อยๆ ทั้งสามคน

                ผมก็ต้องขอโทษที่ขอนัดคุณกะทันหันไปหน่อย ทั้งๆ ที่ทราบอยู่แล้วว่า ท่านประธานคิมมีงานยุ่งมากอยู่ ผู้อาวุโสกว่ากล่าวอย่างใจดี ก่อนจะเอื้อมมือออกไป เพื่อขอจับมือกับคนหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า

                ผมไม่ติดขัดอะไรที่จะพบคุณรักหรอกครับ อย่างไรเราก็ต้องร่วมทุนกันอยู่แล้ว ชายหนุ่มผู้มีตำแหน่งประธานบริษัทสื่อสารมวลชนรายใหญ่ของเกาหลีกล่าวยิ้มๆ หลังทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้

                คือ...ผมอยากทราบเหตุผลที่ท่านประธานคิมติดต่อเรื่องร่วมทุนกับทางเรา ?... ชายหนุ่มยิ้มมุมปากกับคำถามของผู้อาวุโสกว่า และรับรู้ได้จากทั้งน้ำเสียง และแววตาที่ไม่แน่ใจในตัวเขา

                ผมอยากบุกตลาดหนังสือนิตยสารด้วย แล้วหัวหนังสือของทางคุณรักก็ดังในเมืองไทยอยู่แล้ว คงไม่ยากอะไรที่ผมจะใช้ช่องทางนี้อีกทาง อีกอย่าง คุณก็ไม่ได้ทำนิตยสารอย่างเดียว คุณมีสื่อในมือมากพอที่ผมจะใช้ เพื่อเปิดตัวว่า KCN. ว่าได้มีการร่วมทุนกับกลุ่มสื่อสารมวลชนไทย คำพูดเรียบๆ หากแฝงไปด้วยความมั่นใจ และพลังในน้ำเสียงทำให้คนฟังที่แม้จะแก่กว่ายังชื่นชม ที่คนหนุ่มตรงหน้าวางแผนงานได้อย่างแยบยลเหลือเกิน

                แล้วหนังสือสัญญาที่คุณส่งไปให้ผมอ่านก่อน ?...

                ผมแค่ยื่นข้อเสนอที่เห็นว่ามีประโยชน์กับทางคุณเท่านั้นเอง ถ้าคุณไม่รับข้อเสนอนั้น จะเสนอเงื่อนไขอะไรในสัญญาก็บอกได้ครับ ผมยินดี เพราะอย่างไรผมก็คงไม่เสียอะไรมาก นอกจากเวลาในการจัดองค์กรให้คุณใหม่ !”

                รอยยิ้มเหยียดตรงบนใบหน้าของชายหนุ่ม ทำให้ผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการธุรกิจสื่อบันเทิงรู้สึกว่า ตนเองไม่ได้ฉลาด หรือเก่งกาจอย่างที่ใครๆ เอ่ยปากชม เพราะอีกมุมหนึ่งของโลก คนตรงหน้าตนตอนนี้ เป็นคนหนุ่มที่เก่งกาจ และมีสมองที่คิดลึกซึ้งอย่างแท้จริง จนเขาไม่อาจคิดแปลกใจ สงสัยเขาได้อีกว่าทำไม นิตยสาร TIMES ถึงได้มาสัมภาษณ์เขาถึงเกาหลี

 

                ผมยินดีที่จะรับข้อเสนอที่คุณคิมเสนอไป

                ขอบคุณมากครับ เวลานัดหมายการเซ็นสัญญาผมจะให้เลขาแฟ็กซ์ไปบอกอีกครั้ง ร่างสูงลุกขึ้น พร้อมเอื้อมมือไปหาผู้อาวุโสกว่า ก่อนจะก้มตัวเพียงเล็กน้อยระหว่างการจับมือกัน

 

                สายตาของชายอาวุโสผู้มาเยือนหันไปมองดูป้ายชื่อที่ทำด้วยกระจกแกะลายสีเทาเข้มเป็นภาษาเกาหลี และภาษาอังกฤษด้านล่างด้วยตัวบรรจงทั้งสองภาษา บอกให้ใครๆ ทราบว่า ห้องตรงมุมทางเดินในสุดนี้เป็นของใคร รอยยิ้มชื่นชมเกิดขึ้นบนใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งวัย ก่อนจะเดินไปตามทาง เพื่อกลับไปเตรียมตัว เพื่อรับการบริหารงานระบบใหม่จาก...

 

            ...‘Kim Sung-su’ คิม ซอง-ซู ประธานกรรมการบริหาร...

 

                เมื่อคณะผู้มาเยือนจากเมืองไทยเดินออกไปจากห้องประชุม ร่างสูง ใหญ่ก็ยืนนิ่งอยู่หลังผนังกระจกที่ตอนนี้มีแสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดออกมาจากกลีบเมฆ หลังเม็ดฝนหยุดโปรยปรายลงไปชั่วครู่ ดวงตายาวรีทั้งสองเปิดกว้างเหม่อมองไปเบื้องนอกนาน นานจนไม่ทันรับรู้ว่า มีใครคนหนึ่งมายืนรออยู่สักพักแล้ว

                เสียงกระแอ้มของคนคุ้นเคย ทำให้เขาสะดุดในใจ หากไม่มีอาการสะดุ้งเลยแม้แต่น้อย

 

                อ้าวเตกู ! มานานแล้วหรือไง ?

                ก็พอจะเห็นบอสยืนเหม่อล่ะครับ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เอ่ยเสียงแซวและยิ้มในหน้า มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างตกลงข้อเสนอกับคุณรักหรือเปล่า ? บอสถึงหยุดยืนมองฟ้าอยู่นาน

                เปล่าหรอกน่า...แล้วนายมีอะไรหรือเปล่าล่ะ ขึ้นมาหาฉันก่อนเลิกงานเนี่ย ? ชายหนุ่มที่มีตำแหน่งสูงกว่าเอ่ยถามเรียบๆ พร้อมกับก้าวเท้าเดินออกจากห้องประชุม เพื่อเข้าไปในห้องทำงานของตนเอง

 

                ชาน เต-กู เดินตามหลังร่างสูง ใหญ่ หนาที่มีตำแหน่งเป็นเจ้านาย ด้วยดวงหน้าเปื้อนยิ้ม เขารู้จักชายหนุ่มที่ชื่อ คิม ซอง-ซู ดี รู้ว่าในสมองที่เฉียบคม และความคิดที่ลึกซึ้ง มีความอ่อนโยนแฝงอยู่ หากแต่ความรู้สึกนั้นมันอยู่ลึกลงไปมาก และมันก็ถูกกดลงไปอีกหลังจากชีวิตแต่งงานที่ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อหกปีก่อน...

 

                ผมแค่อยากจะทราบว่า บอสจะไปแถลงข่าวการเซ็นสัญญาที่เมืองไทยแน่หรือครับ ? คิดดูแล้วสถานที่ที่เมืองไทย เราไม่คุ้นเคยเลย แถมภาษาไทยผมก็พูดได้นิดหน่อยด้วย... เตกูต้องหยุดแสดงความคิดเห็น เมื่อคนฟังยกมือห้าม พร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

                นี่นายห่วงอะไรมากมายหือ เตกู !? โรงแรมดังๆ ดีๆ ที่เมืองไทยมีเยอะแยะ แล้วคนที่เราไปติดต่องานน่ะ เราก็สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ นายคิดมากไปหรือเปล่า ?

                เฮ้อ...ผมน่ะทราบดี...แต่ผมไม่เข้าใจบอสเท่านั้นแหละ ว่าทำไมต้องเป็นเมืองไทย ? การที่เราจะกระจายธุรกิจให้ชื่อ KCN. เป็นที่รู้จัก ฮ่องกง ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์ ก็ดีกว่าทุกด้านอยู่แล้ว...

                ซองซูหุบรอยยิ้มลง มือใหญ่หนาเอื้อมลงในกระเป๋ากางเกง พลางเหลียวหน้าไปมองฟ้าด้านนอกหน้าต่าง ก่อนจะยิ้มมุมปากกับเงาตนเองในกระจกเล็กน้อย

                ถ้าคิดจะปลุกให้ได้ทุกมุมของเอเชีย เราก็ควรลงเสาหลักในที่ๆ กำลังบ้าคลั่งสิ่งที่มาจากประเทศเรา และกำลังเลียนแบบวัฒนธรรมการใช้ชีวิตอย่างเราไม่ใช่เหรอ ?...ฉันหวังว่า กระแสที่เมืองไทยกำลังคลั่งซีรี่ส์เกาหลี อาหารเกาหลี หรืออะไรก็ตามที่มาจากเกาหลีจะนำล่องให้เราลุกเข้าไปมีอำนาจในวงการสื่อสารได้ แล้วนายก็รู้ดีว่า ตอนนี้หุ้นกลุ่มบริษัท                RUCK กำลังย่ำแย่ขนาดไหน ฉันต้องทำวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสทองให้ KCN. ให้ได้...

                ผมทราบว่าบอสวางแผนไว้เป็นระบบ แต่หุ้นที่เราเห็น เราจะทราบได้ยังไงว่า ฝ่ายนั้นไม่ได้ปั้นหุ้นให้เราหลงกล ?!”

                ไม่แน่นอนเตกู...มิสเตอร์รักแก่ และหัวโบราณเกินไปกับการเล่นเกมธุรกิจ...น้ำเสียงห้าวลึกกล่าวอย่างหนักแน่น ก่อนจะปิดการสนทนาด้วยการยืนนิ่ง มองดูถนนเบื้องล่างที่เห็นอยู่ไกลๆ จากหลังกระจกห้องที่อยู่บนชั้นสูงสุดของอาคารยี่สิบแปดชั้น

 

                ชาน เต-กู มองดูเบื้องหลังของร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทราคาแพง ภาพสะท้อนในผนังกระจกทำให้เขาเห็นสีหน้าจริงจัง และรอยยิ้มมุมปากที่มีเขาเพียงคนเดียวที่เข้าใจว่า ชายหนุ่มผู้นี้กำลังครุ่นคิดวางแผนอะไรอยู่ และดีหรือร้ายแค่ไหน หากแต่ผลลัพธ์ที่พวกเขาได้รับ ไม่เคยมีคำว่า เสียใจ เลยสักครั้งเดียว

 

331 ความคิดเห็น