tikalung
ดู Blog ทั้งหมด

The Da Vinci Code

เขียนโดย tikalung

รหัสลับสะท้านโลก (The Da Vinci Code)

          18 พฤษภาคม ที่คนทั่วโลกรอคอย 18 พฤษภาคม ที่คนทั่วโลกต้องจับตามองการเคลื่อนไหวของคริสต์ศาสนิกชนที่เคร่งครัดทั่วโลก...

          และวันนี้ 18 พฤษภาคม ที่ข้าพเจ้าต้องบอกว่า รอคอยมาเกือบกว่า 1 ปี กับภาพยนตร์ที่กล้าจะหยิบเอานวนิยายสุดอื้อฉาวที่สั่นคลอนความเชื่อนับสองพันกว่าปีของคนทั้งโลกในตกตะลึงมาแล้วเมื่อปี 2003 และวันนี้ 18 05 2006 วันที่เรื่องราวกำลังทำหน้าที่สุดท้ายของมันอย่างดีที่สุด !

          ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องได้ยอดเยี่ยมไม่มีที่ติ หากดูตามบทประพันธ์ สิ่งหนึ่งที่นั่งดู และอยากให้แก้ไข คือน้ำเสียง และสีหน้าแววตาของนักแสดงบางท่านที่ไม่เข้าถึงบทบาท หรืออาจเนื่องด้วยความไม่เข้าใจถึงสิ่งสำคัญที่ผู้ประพันธ์นำเสนอไว้ แต่ในท้ายที่สุด ภาพยนตร์ที่อื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ก็ทำสำเร็จที่ต้องการจะตีแผ่ความจริงที่ถูกเก็บงำไว้กว่าสองพันปีสู่สายตาผู้คนที่ไม่ได้อ่านหนังสือ

          2 ชั่วโมงของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวนั้น ไม่เพียงพอสำหรับจะใส่ทุกรายละเอียดที่แดน บราวน์ ผู้เขียนได้เขียนไว้ในหนังสือ หากสิ่งที่นำเสนอออกมานั้นกลับเป็นประเด็นหลัก และใหญ่ที่ไม่อาจหยุด หรือเคลื่อนไหวออกจากโรงหนังได้เลย...

          ภาพยนตร์ชี้ให้เห็นสิ่งที่แอบแฝงไว้ในผลงานศิลปะทรงคุณค่าที่ไม่อาจจะดูได้ในหนังสือปกธรรมดา และไม่อาจจะสัมผัสได้ในหนังสือปกแข็ง แม้จะมีภาพประกอบก็ตาม เพราะสิ่งที่ซับซ้อนมากกว่านั้นไม่อาจบรรยายได้ด้วยอักษร มิเช่นนั้นจะมีคำที่กล่าวไว้ว่า 'ภาพหนึ่งภาพสื่อความได้มากกว่าคำพันคำ' หรือ ? หากก็ต้องถามกลับว่า แล้วมันสื่อถึงสิ่งใดแน่ล่ะ ? เช่นที่โรเบิร์ต แลงดอน พระเอกในนวนิยายได้กล่าวไว้เช่นกัน...

          และการไขรหัสก็มิได้จะถูกต้องที่สุดในครั้งแรก เพราะความหมายลึกซึ้งของผู้ที่ไม่อาจจะกล่าวโดยเปิดเผยตัวนั้น ก็ไม่สามารถจะทำให้ทุกคนรู้ซึ้งถึงปริศนาทั้งหมด !

          Tom Hanks สวมบทโรเบิร์ต แลงคอน ได้อย่างยอดเยี่ยม และฝีมือที่สั่งสมมาทำให้ Tom Hamks เป็นโรเบิร์ต แลงดอน ที่สมบูรณ์แบบที่สุดจริงๆ และยิ่งผู้ใดที่ได้อ่านนวนิยายเรื่องนี้ ข้าพเจ้าเชื่อเหลือเกินว่า คงไม่มีใครปฏิเสธว่า เขาไม่เหมาะสม ?!

          Audrey Tautou สาวสวยชาวฝรั่งเศส และสาวน้อยน่ารักจากภาพยนตร์เรื่อง Amelie รอยยิ้มที่ได้เห็นเธอใน Da Vinci Code ยังคงอ่อนหวาน น่ารัก หากแววตา และท่าทางที่เธอแสดงออกมานั้น เธอก็เหมาะสมกับบทของ โซฟี เนอเวอ และไม่น่าแปลกที่ผู้หญิงที่มีบุคลิกปกติประจำวันแสนธรรมดาอย่างเธอ จะได้รับคัดเลือกจากการออร์ดิชั่นที่ฝรั่งเศสมาได้ !

          Ian McKellen นักแสดงทรงคุณค่าแห่งฮอลลิวู้ด กับบท Sir Leigh Teabing (ลีห์ ทีบบิ่ง) ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ทั้งที่ได้บันทึกไว้ทั่วไป และประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนเร้น ความพิการด้วยโปลิโอก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดที่จะค้นหาตำนานโฮลีเกรล หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า จอกศักดิ์สิทธิ์...

          เอียนเหมาะสมกับบทนี้จริงๆ คุณจะลืมภาพของเขาในบท Magneto ใน X-Men หรือบทพ่อมด Gandalf บุรุษผมยาวสีขาวในเรื่อง Lord of the Ring ทั้งสามภาค อย่างหมดสิ้น

          ฝีมือของเขายอดเยี่ยม และสามารถแสดงได้ทุกบทบาท โดยที่เจ้าตัวเคยกล่าวไว้นานแล้วว่า 'การเป็นเกย์ไม่ใช่ว่า จะต้องแสดงแต่บทเกย์นี่ ! พอกันทีที่จะเป็นไอคอนเกย์ !' ซึ่งถึงวันนี้เวลาผ่านมาหลายสิบปี เขาก็แสดงฝีมือให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เขาทำได้ และทำได้เยี่ยมมากจริงๆ...

          อีก 2 คนที่ต้องกล่าวถึง คือ Paul Bettany (พอล เบ็ตทานี พระเอกน่ารักจาก Wimbledon ที่ตอนนั้นดูแล้วอยากกรี๊ดลั่นโรง เพราะน่ารักจริงๆ...) Paul ตีบทสิลาสแตกกระจุย เขาไม่เหลือมาดนักเทนนิส หรือชายหนุ่มมาดดีทั่วไปเลย สีผมสีตา และสีผิวที่ถูกตกแต่งเสริมให้เขากลายเป็นคนเผือกอย่างสมบูรณ์ ยิ่งการแสดงที่สื่อออกมาอย่างชัดเจน และเต็มที่ทุกเวลาทำให้ข้าพเจ้านับถือเขาจริงๆ ค่ะ

          ส่วน Jean Reno ผู้รับบทผู้กอง Bezu Fache ก็ทำได้ดีไม่แพ้ใคร ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่หนา ทำให้เขาเป็นผู้กองที่มีฉายาว่า วัว ได้เหมือนจริงๆ !

          ภาพยนตร์ที่นำมาฉายในไทยได้มีการขึ้นไตเติ้ลใหญ่ และขีดเน้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง และเป็นแค่นวนิยายล้วนๆ จึงทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่หลุดพ้นการตัดทอนฉากสุดท้ายออกไปถึง 10 นาทีได้ (เย้ !)

          ปริศนาที่เลโอนาโด นาวินชี พยายามแฝงไว้นั้น ภาพยนตร์ทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง (อาจเนื่องจากเข้าไปถ่ายในสถานที่จริงได้ไม่หมดด้วยนั้นเอง) ภาพ The Last Supper ที่เป็นที่กล่าวขานนั้น คุณจะได้ดูทุกแง่มุมที่นักวิทศาสตร์ จิตรกร หรือนักชีวะวิทยาผู้นี้ต้องการเสนอได้ชัดเจนจากการที่ ลีห์ และโรเบิร์ต ถกเถียงและเสนอภาพให้โซฟีดู ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อมากกับบทนี้ เพราะในไบเบิ้ลกล่าวไว้ว่า บนโต๊ะจะมีจอกศักดิ์สิทธิ์ด้วย หากเมื่อเราๆ ท่านๆ มองดูภาพนี้ดีๆ จะหาจอกไม่พบจริงๆ (เป็นความคิดเห็นของข้าพเจ้าคนเดียวนะคะ)

          สิ่งที่นวนิยาย และภาพยนตร์ที่ไม่แตกแยกออกจากต้นฉบับ คือการนำเสนอเรื่องราวของ Mary Magdalen โสเภณีในไบเบิ้ล หรือสตรีสูงศักดิ์แห่งฝรั่งเศส ชายาแห่งพระเยซูที่ถูกเนรเทศกันแน่นั้นได้อย่างแยบยล ! (ต้องชมเองค่ะ ไม่อาจนำเสนอได้จริงๆ...)

          เรื่องราวการไขรหัสที่แดน บราวน์ศึกษาและนำมาเขียนนั้น สร้างกระแส และทำให้ใครๆ หลายๆ คนที่เป็นคริสต์ศาสนิกชนลุกขึ้นที่จะหยิบไบเบิ้ลขึ้นมาอ่านใหม่ได้ทั่วโลก และหากอ่านจริงๆ หรืออ่านกันมานานและสม่ำเสมอ คงไม่มีใครปฏิเสธเช่นข้าพเจ้าว่า... มีบางช่วงบางตอนมากมายที่ขัดแย้ง และเกินจริงในหนังสือที่เราบูชา... (ข้าพเจ้าศรัทธาพระคริสต์ หากข้าพเจ้ามิใช่คนที่จะปิดหูปิดตา และรับเพียงสื่อเดียวเท่านั้น)

          และเรื่องราวในบทสุดท้ายที่แดน บราวน์ ได้เอ่ยถึงลาปีรามิดแองแวร์เซ่ พีรามิดแก้วกลับหัวแห่งลูฟร์ ว่าเป็นที่ๆ ซึ่ง Mary Magdalen หลับใหลใต้ฟ้าดาราพราวนั้น อาจจะเป็นเพียงจินตนาการ และเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดการประท้วงทั่วทุกมุมโลก แต่หากในความคิดของข้าพเจ้าเพียงคนเดียว (อีกแล้ว) มันก็มีมูลเหตุให้คิดได้เช่นเดียวกันกับเขา...

          ข้าพเจ้าไม่ได้เชียร์ให้ทุกท่านเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ หากแต่มาบอกกล่าวว่า ทุกท่านควรเปิดใจรับสื่อให้มากกว่า 1 สื่อ เพราะเหมือนที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ในบทความที่เพิ่งได้ลงไปว่า

          'ประวัติศาสตร์เป็นเพียงบันทึกของผู้ชนะชัย และเมื่อผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์เพียงฝ่ายเดียว เราจึงไม่อาจจะเชื่อถือสิ่งที่เขาเขียนได้ทั้งหมดว่าเป็นความจริง !'

          ขอได้รับคำขออภัยไว้ ณ ที่นี่ จากใจจริงของข้าพเจ้า หากทำการสิ่งใดให้ผู้ใดไม่พอใจ และโกรธเคือง เพราะเข้าใจดีว่า เรื่องของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ความจริงตามประวัติศาสตร์ที่ยังขัดแย้งกันเอง ท่านจะเชื่อได้ทั้งหมดจริงหรือ ?! และศาสนาทุกศาสนาก็สอนให้คนทุกคนเป็นคนดีค่ะ มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นมากกว่าว่า จะประพฤติตนเป็นคนดีหรือไม่อย่างไร...
        

          ป.ล. ขอให้ 4 ดาวครึ่ง กับภาพยนตร์เรื่อง The Da Vinci Code ค่ะ ! (ถ้ามี 10 ดาวก็จะให้ 9 ดาวครึ่ง !)

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
งืมๆ
ความคิดเห็นที่ 2
อยากดู ว่ะ -*-



^___________^