Last Year The Nightmare(มันเป็นฝันร้ายเท่านั้นเอง)

ตอนที่ 6 : Chapter 2(Part 2/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 เม.ย. 63

เด็กๆเริ่มเข้าแถวพร้อมกับถือถาดอาหาร เพื่อรอพ่อครัวแม่ครัวตักอาหาร วันนี้มีแม๊คแอนด์ชีส,เฟรนช์ฟรายส์,ไก่ทอดไม่มีกระดูกและสเต๊ก ทุกคนรอคอยอาหารอย่างตั้งใจ เช่นเดียวกับ แช๊ด นิ๊คและผองเพื่อน เมื่อของกินเอาเข้าถาดเรียบร้อย พวกเขาก็เลือกนั่งรวมกันที่โต๊ะยาวตัวหนึ่งซึ่งเป็นโต๊ะยาวที่นั่งได้เกิน10 คนได้

หลังจัดแจงที่นั่งกับเรียบร้อย นิคเริ่มที่กัดสเต๊กคำใหญ่กว่าเพื่อน ทุกคนจัดการกับอาหารตรงหน้าไปได้สักพัก แอมเบอร์เจ้าแม่แห่งProm Queen ประจำโรงเรียนกับแคลร์เพื่อนสนิทของเธอได้เข้ามาหาพวกแช๊ดเพื่อหาที่นั่ง

“ไง แช๊ด” ราชินีงานพรอมได้ทักแช๊ด

“ไงแอมเบอร์” แช๊ดทักกลับแถมทำประหม่าจนแทบปล่อมส้อมจากมือ

“จะเป็นไรไหมถ้าให้ฉันนั่งตรงนี้” เมื่อสาวยิ้มหวายให้แช๊ดหนุ่มร่างใหญ่ยังทำอะไรไม่ถูก ทำให้เพื่อนของเธอต้องพูดเรียกสติ

“เขยิบซิ” แคลร์ยื่นหน้าเข้ามาเสริม

“สมเป็นเธอจริงๆ” แคลร์บอกกับแช๊ตที่ทำตัวเขินเมือพบแอมเบอร์ นายคนนี้ดูเป็นจอมพลัง แต่พอเป็นแอมเบอร์ก็กลายเป็นไอ้เอ๋อทุกที แล้วใครคนนึงเข้ามาทักคนในโต๊ะอีกครั้ง แอมเบอร์ได้สบตาเธอคนนั้น เธอคือคนที่เจอเมื่อเช้า

“ไง!”

“อ่าว เฮ้!” แอมเบอร์เหมือนจะนึกอะไรออก

“ฉันจำเธอได้นะ คนที่มักฉันเมื่อตอนเช้า” เธอยิ้มให้กับแซมซึ่งมันทำให้แซมใจเต้นไม่เป็นจังหวะอย่างรุนแรงแต่เธอต้องรีบแนะนำตัวเองและเพื่อนของเธอ

“ฉันซาแมนทร้า เบ็นเน็ตต์หรือเรียกฉันว่าแซมก็ได้ ส่วนนี้เพื่อนฉันแบรด เมสัน เขาพึ่งได้ย้ายมาเรียนที่นี่วันแรกนะ” สาวแซมชี้ที่ตัวเองและเพื่อนอีกคน แบรดโบกมือเล็กน้อยแก้ประหม่าเมื่อสบตากับสาวฮอต

“คือว่าพอดีที่มันเต็มน่ะ พวกเราขอนั่งด้วยได้มั้ย?”

แบรดพูดแล้วทุกคนก็ดูจะเป็นมิตร เมื่อได้ที่นั่งกันเรียบร้อยพวกเขาก็เริ่มแนะนำตัวกัน

“ส่วนฉันแช๊ด เทยเลอร์แล้วนี่นิค ฮาเวิร์ดและนั่นทรอย โคว์แมนกับโคดี้ สโตน” แช๊ดยื่นหน้าเข้ามาอย่างเป็นมิตร

“ฉันเจ๊ค ว๊อกเกอร์และเธอคนนี้เค๊ท เนลสัน”

“ฉันแอมเบอร์ เดวิสและนี่เพื่อนฉัน แคลร์เบรกเกอร์”

ดูเหมือนทุกคนจะยินดีที่มีคนอื่นเข้ามาร่วมโต๊ะด้วย

“ฉันดีใจที่มีสาวๆในโต๊ะเพิ่ม”

ทรอยบอกเสียงสดใส โคดี้จ้องทรอยกลับเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบโดยที่คนในโรงอาหารเกิดเสียงพูดคุยเป็นกลุ่มเบาๆเรื่องที่หนุ่มสุดฮ๊อตกำลังกินข้าวกับสาวสุดป๊อบแล้วมีเด็กเนิร์ดประจำโรงเรียนไปกินข้าวอีกด้วย ทำให้เป็นก๊อซซิปแล้วลงข่าวหนังสือพิมพ์ในโรงเรียนซึ่งพวกเขาเลือกที่จะไม่สนใจอะไร อย่างไรก็ตามมื้อนี้ก็ไม่ได้แย่เกินไป แต่ละคนเริ่มพูดถึงวิชาต่างๆที่ไปเรียนมา ของอร่อยๆ พร้อมกับเพื่อนๆ ที่มีสาวฮอตในกลุ่ม

ช่วงบ่าย

ทุกคนก็แยกย้ายไปเข้าชมรมโดยแช๊ด,ทรอยและเจ๊คได้อยู่ชมรมกีฬาด้านฟุตบอล นิคและแอมเบอร์ได้อยู่ชมรมการประดิษฐ์ซึ่งโชคดีที่นิคอยู่ชมรมเดียวกับแอมเบอร์ที่ร่วมโต๊ะด้วยกันทำให้เธอมีเพื่อนคุย แซมได้อยู่ชมรมพยาบาลทั้งคนและสัตว์ แคลร์ได้อยู่ชมรมทำอาหาร แบร๊ดได้อยู่ชมรมว่ายน้ำสุดท้ายเค๊ทเธออยู่ชมรมศิลปะการต่อสู้

ตัดมาที่แบรดช่วงก่อนเข้าชมรมว่ายน้ำ

แบรดกำลังหาชมรมเข้าซึ่งแซมได้บอกเรื่องนี้เพราะมันเป็นกฎของโรงเรียนไม่งั้นเขาจะเรียนไม่จบ เขาได้แยกตัวไปหาคนเดียวซึ่งเขาได้มาอยู่ที่สระว่ายน้ำในโรงเรียน ซึ่งในสมัยเขายังอายุ13ตัวเขาเคยว่ายน้ำมาก่อนแล้วไม่ได้ว่ายอีกเลยเพราะว่าต้องย้ายบ้านซึ่งเวลาว่ายน้ำเขารู้สึกมีความสุข,สบายใจและอื่นๆอย่างบอกไม่ถูก ในระหว่างที่เขารำลึกถึงอยู่นั้นได้มีผู้ชายคนนึงที่ใส่เสื้อวอร์มแบบไม่รูดซิบและใส่กางเกงว่ายน้ำ ซึ่งช่วงท้องนั้นมีกล้ามอย่างแน่นและชัดเจนแล้วผมเขาเป็นสีขาว

“เฮ้!นายเป็นเด็กใหม่ที่พึ่งเข้ามาเรียนวันนี้ใช่มั้ย?”แบรดที่ได้สติจากเสียงของอีกคนเขาได้เห็นการแต่งตัวแล้วดูจากลักษณะเขาเป็นรุ่นพี่ในชมรมนี้แล้วจากนั้นทั้งสองก็แนะนำตัวเอง

“ผมแบรด เมสัน แล้วรุ่นพี่ชื่ออะไรเหรอครับ?”

“ฉันสตีฟ วิลสัน”

ทั้งสองได้จับมือแนะนำกันแล้วแบรดได้บอกกับรุ่นพี่สตีฟว่าจะมาสมัครเข้าชมรมซึ่งเขาก็ไปเปลี่ยนชุดเป็นในห้องแต่งตัว สักพักแบรดได้ออกมาจากห้อง เขาได้ใส่กางเกงแบบตัวVสีดำแล้วก็ได้เริ่มทดสอบว่ายน้ำซึ่งแบรดสอบผ่าน รุ่นพี่ยิ้มอย่างดีใจแล้วบนอัฒจรรย์ได้มีป้ายตกลงมาแล้วได้มีคนในชมรมตะโกนดีใจที่ได้น้องใหม่ ระหว่างที่แบรดดีใจอยู่นั้นเขาได้เห็นเด็กผู้ชายคนนึงได้มองพวกเราด้วยสีหน้าเฉยชาและนิ่ง แบรดได้สังเกตว่าตัวเขานั้นมีรอยฟกช้ำและทุบตี เด็กคนนั้นก็เดินจากไปโดยที่แบรดยังสงสัยอยู่

ตัดกลับมาที่นิ๊คและแอมเบอร์

“เธอว่า” แช๊ดเป็นไง ระหว่างที่นั่งพักนิคเริ่มเปลี่ยนมาคุยเรื่องผู้ชาย แอมเบอร์ที่ไม่ได้ตั้งแต่จึงตอบไปส่ง

“แช๊ด เค้าก็ ตัวใหญ่ มั่นใจ” แอมเบอร์ยิ้มขณะพยายามนึกภาพชายร่างสูงในชุดกีฬาไปด้วย ”และถ้าฉันไปทำให้แช๊ดโมโห คงจะโดนหมอนั่นทับตาย แล้วฝังที่สนามบอล” หญิงสาวพูดตลก ๆ กับนิค และนิคก็ดูโล่งใจแปลก ๆ ซึ่งเธอเดาไม่ยากเลย ว่านึกชอบแช๊ดอยู่

“ตอนนี้ยังมีโอกาส เธอยังจีบเขาได้ ห้องชมรมเงียบๆ เธอสามารถแอบอยู่ในล็อกเกอร์แล้วก็ประชิดตัวเขา แล้วก็จูบกัน” เด็กสาวกระเซ้าเพื่อนของเธอจนหน้าแดง

“โอ๊ยตาย แอมเบอร์ เธอพูดอะไรเนี่ย!” ระหว่างการหยอกล้อ พวกเธอก็สังเกตเห็นแคลร์กำลังโบกมือเรียก นี้ก็เย็นมากแล้ว

“พรุ่งนี้ค่อยวางแผนกันใหม่ กลับกันเถอะ”

เมื่อนิคและแอมเบอร์เก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วแอมเบอร์ก้าวขานั่นเอง ภาพรอบกายก็พลันมืดลง ภาพสุดท้ายที่แอมเบอร์เห็นคือแคลร์วิ่งเข้ามาหา

โรงยิมของโรงเรียน

“อา...” เจ็บหัวชะมัด

“แช๊ดแช๊ด ได้โปรดตื่น โอ้พระเจ้าเขาลืมตาแล้ว”

แช๊ดลืมตาตื่นขึ้น พบว่าตัวเองนอนอยู่บนตักของนิค เขากำลังกลั้นน้ำตาซึ่งทำให้เขามึนงงตามมาด้วยลางร้าย เมื่อพบว่าสาวแซมกำลังช่วยกันงัดประตูยิมกับทรอยอยู่และแอมเบอร์พยายามโทรแต่ว่าไม่มีสัญญาณ

“นี้เกิดอะไรขึ้น” แช๊ดเริ่มถามจากนิคก่อน เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังวุ่น

“ไม่ ไม่รู้ ไม่มีใครรู้เลย ฉันและคนอื่นๆตื่นมาเหลือเราแค่ห้าคน เราพยายามเรียกให้คนช่วย แต่ข้างนอกเงียบมากได้ยินแม้แต่เสียงหายใจเลย” แซมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง

โครม!! ในที่สุดแซมกับทรอยก็เปิดประตูออกได้ เมื่อมองดูรอบๆทางเดินจากในโรงยิมทำให้แซมขนลุกซุ่ ทางเดินมืดสนิท หน้าต่างถูกล็อกด้วยบานเหล็ก ประตูทางออกทุกบานถูกปิดและที่สำคัญ

“เลือด!!”

“มันไม่ปกติเลย”

ทรอยสบถ สถานที่แห่งนี้มันบ้า มันผิดเพี้ยนและเงียบราวกับพวกเขาไม่รู้จักมัน นั่นทำให้ทรอยเดินไปหยิบไม้เบสบอลออกมาก แล้วกระชับมันไว้ในมือ

“พวกเราถูกลักพาตัวงั้นเหรอ”

แซมมีทีท่าร้อนรน เธอเดินไปหยิบนกหวีดที่วางอยู่บนสแตนเก็บไว้ เมื่อแช๊ดได้สติ เขาเริ่มเข้าสู่โหมดผู้นำอีกครั้งแล้วประกาศเสียงดัง

“เฮ้ทุกคนมาเถอะ เราต้องกลับกันแล้ว” แช๊ดเดินนำหน้าไปพร้อมกับคนอื่น ๆ ที่ตามมาเขารับไม้เบสบอลจากทรอยแล้วเดินนำไป ระหว่างทางพวกเขาพบกับเลือดที่นองพื้นและเปื้อนกำแพง

“ไม่มีทางหนี”

“ใครก็ช่วยไม่ได้”

“นิค เธอบ่นบ้าอะไรน่ะ?”ทรอยถามอย่างหัวเสีย

“ฉันไม่ได้บ่นทรอย ฉันอ่านจากตรงนั้น” นิคชี้ไปที่กระจกมันถูกเขียนไว้ตามที่เธอพูด และมันมีอยู่ทั่วทุกที่ ทั้งกำแพง และฝ้า

“ใครมันเล่นบ้าอะไรวะ!” แช๊ดกำหมัดแน่น

“ทุกคนคือว่า...”แซมเอ่ยเสียงเบาทำลายความวุ่นวาย

“ฉันคิดว่ามีคนตามเรามาตั้งแต่ที่โรงยิมแล้ว”

“ฉันมั่นใจว่าไม่ใช่แบร๊ด และเธออาจจะคิดมากไปเองไปกันเถอะ”

แอมเบอร์พูดปลอบแล้วพร้อมตบไหล่เพื่อให้คนอื่นสบายใจ เธอเลือกจะเดินนำหน้าเพื่อที่พวกเราจะได้ไม่ยืนนิ่ง แต่ก็ต้องผงะ

“นั่นมันอะไร....?”

แซมที่ก้าวขาได้เพียง 1 ก้าว พบกับเงาของชายปริศนาที่น่าสะพรึง ชายผู้นั้นอยู่ในชุดช่างเต็มตัว ผิวซีดเผือดราวกับซากศพ ศรีษะโล้น มือที่สวมถุงมืออยู่ของเข้า มีด้ามขวานใหญ่ ทุกคนได้สบตาขาวโพลนของมันเมื่อมันเดินออกมาจากแสงกว่าจะรู้ตัวมันก็พุ่งเข้ามาหาแซม

“แซม!”

“โครม!”

เสียงพื้นไม้ทะลุเป็นรูด้วยขวานของชายคนนั้น โชคดีที่แอมเบอร์ดึงแซมหลบออกมาทัน ตัวเธอทั้งคู่กลิ้งไปชนกำแพง

“หนี หนีไป”

แช๊ดตะโกนบอกคนอื่นลั่น และกำลังจะวิ่งไปช่วยสองสาว แต่ดูเหมือนระยะทางของชายนักฆ่าจะประชิดเข้าไกล้แอมเบอร์เกินไป มันเงื้อมไปเอาขวานใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้โชคดีหรืออะไร แซมส่งท่อเหล็กที่บังเอิญเจอให้แอมเบอร์ได้ทัน หล่อนจึงฟาดมันเต็มแรงที่เข่าเพื่อให้มันล้มลงแบบงอเข่าแล้วเธอได้ฟาดไปที่คางแบบเสยขึ้นเต็มแรงซึ่งมันทำให้ฆาตกรนอนคว่ำพื้น แช๊ดเข้ามาถีบขวานของมันให้หลุดจากมือ แล้วฉุดแซมกับแอมเบอร์ขึ้นมาแล้วพอวิ่งเข้าไปหลบในห้องบนอัฒจรรย์ซึ่งเป็นห้องปล่อยเสียงและจัดไฟ ในนี้มีอุปกรณ์เพราะเป็นห้องเก็บด้วย

“นั่นมันฆาตกร แบบในข่าวใช่มั้ย?” แอมเบอร์พูดเสียงสั่นเธอทำไม่ได้แม้จะกดไป 119 เพราะมือสั่นไปหมด

“คงใช่แต่ที่แน่ๆ คือ ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนเรา”

“ไม่หรอกนิค นี้คือโรงเรียนของเรา ประตูเลื่อนเหล็กพังๆของโรงยิมแล้วก็ห้องเก็บของหลังที่นั่งกองเชียร์ ที่มีกระเป๋าปฐมพยาบาลรูปมาสคอตประจำโรงเรียน” เขาชี้ไปที่กล่องปฐมพยาบาลและของมากมายซึ่งเป็นพวกเศษเหล็กและอื่นๆที่พอจะช่วยพวกเขาจากเจ้าโรคจิตนั่นได้ พวกเขาอยู่ในความเงียบครู่ใหญ่กระทั่งสุดท้าย แซมยืนขึ้น

“ฉันคิดว่าของในนี้น่าจะพาเราออกไปได้ ไหนขอดูหน่อย กล่องปฐมพยายาลมีอะไรบ้าง?”

นอกจากที่เธอจะเปิดดู จำนวนอุปกรณ์ทำแผลแล้วนิคได้เห็นพวกเศษเหล็กและอุปกรณ์บางอย่างที่ไม่ได้ใช้นานแล้ว เขาพอจะมีไอเดียเจ๋งๆบางอย่างอีกด้วย จึงเริ่มเดินเข้าไปคุ้ยๆในกองพวกนั้น แอมเบอร์เข้าไปช่วยจึงเอาด้วยโดยตามไปยังกองอุปกรณ์ต่างๆ ทันที พวกเธอพบไฟฉาย วิทยุสื่อสารของโรงเรียน ไมค์ประกาศและอื่นๆ เมื่อเห็นว่าพวกผู้หญิงเลือกที่จะกระตือรือร้นหาวิธีต่อสู้กับไอ้บ้าถือขวานนั้น แช๊ดจึงเริ่มหาอะไรบ้างแล้วไปเจอกล่องเครื่องมืออันนึงพอเปิดข้างในพบว่าเป็นอุปกรณ์ครบมือ

“ในนี้มีอุปกรณ์การช่างทุกอย่างเลย ฉันอาจจะสามารถใช้เป็นที่กั้นประตูหรือเอาไว้ใช้อะไรอย่างอื่นที่จะถ่วงเวลาชายนักฆ่าโรคจิตคนนั้นได้” แช๊ดบอก

“ฉันพอจะมีความคิดดีๆแล้ว ฉันจะใช้ของในห้องทำบางอย่างเพื่อถ่วงเวลามันแล้วขังไว้ในโรงยิม ทรอยนายรู้ทางหนีทีไล่ในโรงเรียนดีใช่ไหม”

“แน่นอน” ทรอยยิ้มแล้วชี้ที่หัว

“มันอยู่ในหัวฉันหมด”

“งั้นเรา จะเริ่มจากเสียงที่ทำให้มันสับสน” แช๊ดหยิบวิทยุที่มีช่องใส่เทปขึ้นมาในนี้มีเทปหลายอย่างแล้วฉันก็เจอนี้ เขาหยิบเทปขึ้นมาจากชั้นมันเขียนว่า เชียร์หลีดเดอร์

 

สวัสดีผู้อ่านทุกๆคนนะครับ สำหรับตอนที่ 2 part 2 มาแล้วหลังจากไม่ได้แต่งนานมาก555 เนื้อเรื่อง,ตัวละครโอเคมั้ย? คอมเม้นต์มาได้เลยนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #3 0805356282 (@0805356282) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 21:27

    ชอบมากคะ อัพมาเรื่อยๆนะคะค่อยดูคะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #3
    1
    • #3-1 Phakkaphon Jinttapatarakul (@tigerfire) (จากตอนที่ 6)
      13 พฤษภาคม 2563 / 14:28
      นึกว่าจะไม่มีใครอ่านเรื่องนี้อีกซะแล้ว555
      #3-1