สัญญาประกาศิต

ตอนที่ 2 : บทนำ -- คำมั่นของวันวาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 มี.ค. 53

บทนำ คำมั่นของวันวาน

 

                แสงไฟหลากสีจากตัวตึกระฟ้า แผ่นป้ายโฆษณาและคบไฟสองข้างถนนยังคงสาดแสงแข่งกับแสงดาวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพิ่มทัศนียภาพในการมองเห็นให้กับผู้สัญจนไปมา ราวกับมหานครแห่งนี้ไม่เคยหลับใหลไม่ว่าเวลาจะล่วงไปเท่าใด ภาพการจราจรติดขัดจนเกิดเป็นเส้นแสงสีส้มแดงตัดกันเป็นแนวยาวแม้จะดูสวยหากมองผ่านภาพมุมสูง  แต่ก็ไม่มีผู้ใดคิดชื่นชมหากต้องกลายเป็นหนึ่งในขบวนรถอันยาวเหยียดนั่นเสียเอง เพราะนอกจากเสียเวลาแล้วอาจพาลหงุดหงิดเอาได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ที่สาเหตุการอัมพาตครั้งใหญ่มาจากงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 50 ปี ของบริษัทในเครือนีรนาทกรุ๊ปซึ่งรวบรวมเอาคนเด่นคนดังจากทุกมุมโลกให้มาชุมนุม คงอีกนานกว่าการจราจรจะคล่องตัว

                แม้หลายเสียงในจิตใจของผู้คนที่ตกอยู่ในสภาวะนี้จะพากันบ่นขรมถึงเจ้าของงานเพียงใด แต่กับชายสองคนบนรถคันหรูที่แล่นผ่านไปในทิศทางตรงข้ามซึ่งการจราจรยังพอเคลื่อนตัวไปได้บ้างกลับไม่นำพากับสิ่งใดๆ ใบหน้าคมคายที่ผ่านกาลเวลามายาวนานของบุรุษที่นั่งบริเวณเบาะหลังยังคงนิ่งสนิท มีเพียงสายตาเท่านั้นที่ทอดมองผ่านกระจกใสด้านนอกไปมา เหมือนตกอยู่ในวังวนความคิดของตนเอง ขณะที่ชายอีกคนก็ทำเพียงส่งสายตาผ่านกระจกมองหลังมาเป็นระยะด้วยความห่วงใย

                ป่านนี้ไม่รู้คนในงานจะว่าอย่างไรกันบ้างนะ เสียงของบุรุษที่ส่งสายตามาด้านหลังเป็นพักๆ เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในเชิงบอกเล่ามากกว่าตั้งคำถาม คงวุ่นวายดีพิลึก จู่ๆประธานพิธีก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมคนสนิท  นักข่าวคงวิ่งกันให้วุ่นเพื่อตามหาท่านนะเจ้านาย สิ้นคำกระเซ้า เจ้าของตำแหน่ง เจ้านายจึงเบือนหน้ากลับมาให้ความสนใจกับคนสนิทอีกครั้ง  พร้อมมองอย่างคาดโทษแบบไม่จริงจังนักกับสรรพนามที่อีกฝ่ายเรียก

                นายเองก็รู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้ว คำบอกอย่างไร้เยื่อใย ไม่ทำให้ผู้เป็นลูกน้องหวั่นเกรงแต่อย่างใด ความที่อยู่ด้วยกันมานานจากเพื่อนสนิท เป็นลูกน้องกับเจ้านาย และพัฒนาเรื่อยมาจนเสมือนพี่น้องที่ไว้ใจ  ทำให้รู้ว่าภายใต้ท่าทางนิ่งๆนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด แต่กระนั้นก็ยังเลือกที่จะเก็บปากเก็บคำไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะพูดอะไรต่อ

                ไม่มีใครสนใจคนแก่อย่างฉันนานนักหรอกน่า  หรือถ้ามีก็คงแค่ประเดี๋ยวประด๋าวเท่าที่ความผิดหวังจากการคาดหวังมากเกินไปของคนพวกนั้นจะมีก็เท่านั้น ยิ่งเรื่องข่าวยิ่งไม่ต้องห่วงใหญ่ พลาดจากฉันก็ยังมีบรรดาแขกเหรื่ออีกมากมายที่พร้อมจะให้ข่าวและเป็นข่าว  ถ้อยคำที่เหมือนจะบอกปัดความสำคัญของผู้เป็นนาย เรียกรอยยิ้มอารมณ์ดีจากคนสนิทผู้เปรียบเสมือนมือขวาได้เป็นอย่างดี นานๆทีนายนเรนทร์ฤทธิ์ นักธุรกิจมากความสามารถและประสบการณ์จนเป็นที่เลื่องลือจะปรากฏตัวสักที ใครที่ไหนกันจะไม่สน 

                แต่ก็คงอย่างนายว่า ความสนใจที่อาจจริงแต่เพียงไม่นานเมื่อพลาดจากเป้าที่หนึ่ง มนุษย์เราก็พร้อมจะหันไปที่เป้าหมายอื่นเสมอ อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้เวลาที่เสียไปสูญค่า  โดยเฉพาะงานนี้แล้วบรรดาผู้รากมากมีไฮโซทั้งหลายที่กระหายสร้างกระแสด้วยการเป็นข่าวคงเพียงพอกับบรรดาเหยี่ยวข่าวทั้งหลายได้อย่างพอเหมาะ

          อีกอย่างแค่การกล่าวเปิดพิธีและร่ายยาวขอบคุณ ก็มากพอแล้วกับเวลาที่เสียไป ที่เหลือเจ้าพวกนั้นจัดการกันได้อยู่แล้ว  เจ้าพวกนั้นที่ว่า ก็หนีไม่พ้น บรรดาลูกๆของนาย ลูกไม้ย่อมหล่นไม้ไกลต้นเสมอ เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่โดดเด่น และช่ำชองทางธุรกิจกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนหรืออะไรก็แล้วแต่คลี่คลายได้อย่างง่ายๆ เพียงฝีมือของคุณๆ เหล่านั้นเสมอ

          คิดไป เสียงทุ้มๆแต่คมคายของผู้นั่งเบื้องหลังก็เริ่มเอ่ยเย้าบ้างอย่างที่ไม่ได้ทำมานาน หลังจากหันมองผ่านกระจกไป เห็นรถบางคันเริ่มบีบแตรส่งเสียงประท้วงการจราจรที่ไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย

                ฉันว่าแทนที่จะสนเรื่องอื่นนายสนใจบรรดารถคนอื่นๆบนถนนนี้จะดีกว่า ดูสิแต่ละคนทำท่าน่ากลัวทั้งนั้น นี่ถ้าเปลี่ยนคำบริภาษกับความไม่พอใจเป็นอาวุธได้ ฉันว่าเราคงพรุนกันไปแล้ว คนพูดเงียบไปสักพัก ก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ 

           “
อ้อ แล้วฉันว่าไปถึงบ้านให้เร็วน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา เพราะนายคงรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้คุณหนูของนายรอนานๆ มันจะเป็นยังไง สิ้นเสียงขู่กลายๆ รถที่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ก็พลันเร็วขึ้นทันตาเห็น คนบนรถต่างเงียบและเข้าสู่ภวังค์ของตนเองอีกครั้ง

                

 

 

                เมื่อสภาวะความเงียบมาเยือน มือที่เหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาของชายผู้มีศักดิ์เป็นนายก็เหยิบเอาของสำคัญที่พกติดตัวเสมอออกมาดู

                ในความมืดบนรถมีเพียงแสงไฟจากสองข้างทางส่องผ่านเป็นระยะ  ภาพใบเก่าปรากฏแก่สายตาคนมอง เห็นเป็นรูปชายหนุ่มสามคนกอดคอยิ้มแย้มให้กล้องอย่างรู้งาน  ความรู้สึกดียังมีให้ผู้พบเห็น  เหมือนรอยยิ้มจากใจที่ตรึงตาไม่ว่าเมื่อใด วันวานมีเรื่องมากมายให้เรารำลึกถึงเสมอทั้งที่ดีจนน่าจดจำ และขมขื่นจนอยากปัดทิ้งทุกครั้งเมื่อคิดถึงความผิดพลาด

                30 ปีแล้วสินะ นับจากวันนั้น...พันธสัญญาที่ตราตรึงไม่เคยเลือนไปตามกาลเวลา  

 

                ... หลังจากรอมานาน   นี่คงได้เวลาแล้วที่ฉันจะจัดการเรื่องทุกอย่างให้ถูกที่ถูกทางซะที...

 

                สิ้นคำรำพึงกับตนเอง  เสียงของสัญญาเมื่อครั้งเก่าก็พัดผ่านเหมือนสายลมแผ่วเบากระซิบที่ข้างหู สัญญาที่ยังคงเด่นชัดในความคิด

                อย่าลืม ..เมื่อถึงเวลาจงจัดการให้เรียบร้อย  อย่าให้มันผิดพลาดอีกเหมือนครั้งก่อน นายคือความหวังเดียวของฉัน ได้โปรดช่วยเหลือเพื่อนคนนี้ด้วย คำขอร้องสุดท้ายจากเพื่อนรักที่นอนป่วยหายใจรวยรินยังคงติดตา นั่นไม่ใช่ฝันร้าย แต่มันคือความฝันที่เต็มเปี่ยมด้วยความหวังว่าสักวันความบาดหมางที่มีจะหายไป เขาเชื่ออย่างนั้น 

                รับรองด้วยเกียรติของเพื่อนนายคนนี้  ว่าฉันจะไม่ลืม...สัญญา...สักวันฉันจะต้องทำให้ทุกคนเห็นท่าแท้ของมัน  มือหนาของชายสองคนบีบกันแน่น พร้อมคำมั่นที่ดังกึกก้องไปทั่วห้อง ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของใครคนหนึ่งจะหมดไป และตามด้วยเสียงร่ำไห้ของใครอีกหลายคน

 



          ในขณะรำพึงถึงความหลัง เสียง เสียงเพลงจากโทรศัพท์ที่พกติดตัว เรียกความสนใจจากชายชราให้หลุดจากความหลังในอดีต เมื่อมองหน้าจอเห็นชื่อของปลายสายปรากฏ รอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีคนพบเห็นนอกจากคนสนิทก็เผยขึ้น

                ว่าไง รอนานจนเบื่อแล้วรึไงลูก น้ำเสียงอ่อนโยนกับประกายตาใจดียังคงมีให้ลูกสาวคนเดียวของเขาเสมอ 

                ไม่นานหรอกค่ะพ่อ แต่ทำอย่างนั้นมันจะดีแล้วแน่หรือคะ  ความไม่แน่ใจเจือในเสียงจนคนฟังจับ
สังเกตได้ ไม่บ่อยนักที่จะได้ยิน แต่คนเป็นพ่อเองก็รู้ดีว่ามันมาจากอะไร

                ดีและเหมาะที่สุดแล้ว ลูกย่อมรู้ดี นานเกินไปที่จะปล่อยให้ความเข้าใจผิดกัดกินหัวใจของคนทั้ง 2 ตระกูล

                แต่.... ไม่ทันที่คนเป็นลูกจะได้พูดต่อจนจบ บิดาผู้ผ่านประสบการณ์มานานจึงเอ่ยเพื่อเติมความมั่นใจให้   มันจะไม่มีทางผิดพลาด พ่อเชื่อว่าหลานคนนี้ของพ่อจะสามารถทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ หรือลูกจะไม่เชื่อในฝีมือพ่อล่ะ ปลายสายส่งเสียงจิ๊จ๊ะเล็กน้อยเมื่อโดนพ่อดักคอเข้าให้ ด้วยคนระดับพ่อของเธอ ใครกันละจะกล้าปฏิเสธในความสามารถ แต่ที่อดเป็นกังวลไม่ได้ก็เพราะเดิมพันครั้งนี้มันยิ่งใหญ่สำหรับหัวอกคนเป็นแม่ เดิมพันที่วางด้วยคนสำคัญของเธอ 

                  งั้นหนูคงไม่มีอะไรจะทัดทาน ที่เหลือก็แล้วแต่คุณพ่อเถอะค่ะ หนูยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่

                ไม่ต้องเครียดไปหรอก รับรองว่างานนี้ลูกเองก็จะได้สนุกกับการเอาชนะเขาคนนั้นของลูกด้วยแน่ๆ 

                ได้เลยค่ะ แต่คุณพ่อรีบมาหน่อยก็ดีนะคะ เพราะเจ้าหนี้ของเราเขามารอทวงของๆเขาคืนนานแล้วละค่ะ ดวงตาที่ผ่านโลกมามากฉายแววพึงใจอยู่เพียงครู่ พอๆกับรอยยิ้มมุมปาก หลังกดตัดสายจากบุตรสาว  ก่อนจะเงยหน้ามาสบตากับบุรุษอีกคนที่หันมามองอย่างรู้งาน 

                เอ้า ได้ยินหมดแล้วสินะ   งั้นนายก็คงรู้ว่าต้องทำยังไง

                แน่นอน นเรนทร์  รับรองนายจะถึงบ้านภายใน 10 นาทีนี้

                พยักหน้ารับคำเพื่อนสนิทผู้เปรียบเสมือนมือขวา ผู้เฒ่าแห่งวงการธุรกิจก็เอียงศีรษะมองไปบนท้องฟ้าเบื้องบนเหมือนต้องการสื่อความในกับเพื่อนอีกคน

                ไม่มีอะไรจะเหมาะกว่าเวลานี้อีกแล้ว ฉันรู้ว่านายเองก็รับรู้ว่าเรื่องราวของพวกเรากำลังจะเรียบร้อย หลานนายก็ไม่เบานะ ได้เวลาปุ๊บก็รีบมาทวงของสำคัญจากฉันปั๊บ เอาเถอะ ยังไงเสียของๆใคร ใครก็รักจริงมั๊ย .....  ถึงวันนี้ฉันก็ยังขอรับรองเหมือนเดิมด้วยเกียรติ ว่า เรื่องทุกอย่างจะเรียบร้อย ความผิดพลาดของเราจะได้รับการแก้ไขอย่างแน่นอน

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น