รักเล่ห์ บุพเพลวง

ตอนที่ 9 : ตอนที่ ๔ เพราะโลกมันกลม (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 386
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 พ.ค. 61


4

เพราะโลกมันกลม

(๒)

 

 

 

เมื่อตักขนมใส่จานพอเป็นพิธีแล้วหมออิสระก็พาหญิงสาวไปนั่งชมจันทร์กันสองคนที่สวนหย่อมข้างคฤหาสน์ อาชีพหมอทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาให้ใครแม้แต่ตัวเอง ถ้าไม่รักกันจริงคงไม่มีผู้หญิงคนไหนจะทนผู้ชายที่มีเวลาน้อยแบบเขาได้ ภาวิกาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตลอดเวลากว่าห้าเดือนที่รู้จักกันเธอเป็นผู้หญิงที่มั่นคงมากแค่ไหน เขารู้สึกชื่นชมหญิงสาวมากและไม่อยากจะเริ่มใหม่กับใครอีกแล้ว เมื่อมีเวลาเพียงน้อยนิดจึงอยากอยู่กับเธอให้มากที่สุดเป็นการตอบแทน

 

ดูเหมือนคุณแม่จะชอบวิกกี้มากเลยนะครับ เขาเอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสงบเงียบ

 

หมอคิดแบบนั้นเหรอคะ เธอยิ้มหวานจ๋อย ยิ่งดูใกล้ๆ หมออิสระก็ยิ่งหล่อเหลาไร้ที่ติ เธอรู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเองโชคร้าย มันจึงเหมือนความฝันเมื่อวันหนึ่งได้เจอผู้ชายที่แสนดีคนนี้ เขาเป็นผู้ชายครบสูตรตามแบบฉบับพระเอกในฝันของสาวๆ เลยละ

 

ครับ แต่ผมไม่แปลกใจหรอก คุณน่ารักแบบนี้ ใครไม่รักก็ใจแข็งเกินไปแล้ว หรือไม่ก็สมองทื่อเกินเยียวยาเลยมองไม่เห็นความน่ารักของคุณ

 

เล่นชมกันซึ่งหน้าแบบนี้วิกกี้เขินนะคะหมอ

 

หญิงสาวนั่งบิดเอียงอายอยู่บนม้านั่งยาวเคียงข้างเขา บรรยากาศแสนจะเป็นใจขนาดนี้เธอเลยอดฝันถึงเฟิร์สคิสดูดดื่มเหมือนในละครไม่ได้ แต่หมออิสระเป็นสุภาพบุรุษมากเกินไป หากจะรอให้เขาเริ่มเธอก็อาจเฉาตายเสียก่อน เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้วใบหน้างามจึงค่อยๆ เงยขึ้นสูง ดวงตาคู่สวยจับจ้องใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างมีความหมาย

 

“หมอคะ วิกกี้ดีใจที่ได้รู้จักหมอนะคะ”

 

ชายหนุ่มจ้องมองดวงหน้าสวยเก๋ของคนรัก บรรยากาศเป็นใจขนาดนี้เขาเองก็มีความคิดไม่ต่างจากเธอนัก ริมฝีปากอิ่มตึงสีชมพูระเรื่อนั้นอยู่ใกล้เหลือเกิน ใกล้จนเขาไม่ควรถอยห่างออกไปเฉยๆ

 

หญิงสาวพริ้มตาหลับตามสัญชาตญาณ หากแล้วเสียงกรีดร้องของโทรศัพท์มือถือก็กระชากเธอให้ตื่นจากฝันหวานอย่างโหดร้าย และเมื่อลืมตาขึ้นเขาก็ไม่ได้นั่งอยู่ข้างๆ แล้ว

 

ครับๆ ได้ครับ ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมจะรีบไปนะครับ

 

ภาวิกากลอกตาไปมา เซ็งสุดขีดเมื่อได้ยินคำพูดของคุณหมอรูปหล่อชัดเจน

 

อีกนิดเดียวก็จะมีเฟิร์สคิสที่น่าจดจำที่สุดกับหมอแล้ว ใครโทร. มาขัดจังหวะกันนะ ขอแช่งชักให้อกหักตลอดชาติเลย!’

 

วางสายแล้วหมออิสระก็เดินกลับมาหาคนรักด้วยสีหน้าไม่สู้ดี วิกกี้ครับ ที่โรงพยาบาลมีเคสด่วน ผมต้องรีบไป

 

ตอนนี้เลยเหรอคะ? เสียงนั้นฟังดูผิดหวังอย่างควบคุมไม่ได้

 

ครับ มันด่วนมากจริงๆ ผมขอโทษนะ

 

สีหน้าของเขาเป็นทุกข์และทรมานใจจนเธอรู้สึกได้ นั่นทำให้ความขัดใจลดระดับลงนิดหน่อย และสามารถกลับมาสวมบทคนรักที่เข้าอกเข้าใจเขาทุกสถานการณ์ได้เช่นเคย

 

หมอรีบไปเถอะค่ะ ชีวิตคนไข้สำคัญที่สุด วิกกี้เข้าใจ ให้วิกกี้ไปส่งที่โรงพยาบาลมั้ยคะ

 

ไม่เป็นไรครับ ผมขับรถไปเองดีกว่า ฝากบอกคุณแม่ด้วยว่าวันนี้ผมคงอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งคืน ผมไปก่อนนะครับวิกกี้ ขอบคุณที่เข้าใจผมเสมอ

 

ชายหนุ่มกุมมือหญิงสาวไว้พร้อมยิ้มอย่างขอบคุณที่เธอช่างเข้าอกเข้าใจเขายิ่งกว่าผู้เป็นมารดาเสียอีก

 

ช่วยคนไข้ของหมอให้ได้นะคะ สู้ๆ

 

เธอชูกำปั้นเลียนแบบนางเอกซีรีส์เกาหลีได้อย่างน่ารัก ทั้งที่ในใจเริ่มรู้สึกว่าคนไข้แย่งเวลาจากคนรักของเธอไปเกือบหมด ฝีมือแนบเนียนระดับนี้สามารถเป็นนักแสดงมืออาชีพได้เลย หากหญิงสาวก็เซย์โนเมื่อมีโอกาส เพราะไม่ต้องการให้ใครมาคอยขุดคุ้ยประวัติในวัยเด็กมาทำข่าว

 

เมื่อเขาเดินแกมวิ่งจากไปแล้วภาวิกาก็ได้แต่ทอดถอนใจอย่างเบื่อหน่าย หมออิสระไม่อยู่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะอยู่ต่อจึงคิดจะกลับบ้านเลย แถมพรุ่งนี้ก็ต้องทำงานอีก

 

พนักงานสาขาบริการน่าเห็นใจก็ตรงที่มีวันหยุดแค่หนึ่งวันต่อสัปดาห์ แถมยังไม่ใช่วันเสาร์หรืออาทิตย์อย่างอาชีพทั่วๆ ไปด้วย นับว่าโชคดีที่เธอมีแฟนเป็นหมอ ดูเหมือนว่าเขาจะมีเวลาน้อยกว่าเธอเสียอีก ขืนมีแฟนที่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์ทุกสัปดาห์ เธอมั่นใจว่าคงถูกชะนีอื่นฉกหมออิสระไปจากอกแน่ๆ

 

เป็นพนักงานบริการว่าแย่แล้ว เป็นพนักงานใหม่อย่างเธอแย่ยิ่งกว่า คนอยู่ก่อนล็อกวันหยุดที่ตัวเองอยากได้ แล้วเหลือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีลูกค้าเยอะๆ ไว้เป็นหน้าที่ของเด็กใหม่แทน นี่แหละชีวิต!

 

หญิงสาวคิดอย่างเซ็งจิต การเป็นคนดีมีอาชีพสุจริตทำมันไม่ง่ายสำหรับเธอเลยจริงๆ เฮ้อ!

 

ร่างบางก้าวฉับๆ กลับเข้าไปในงานเพื่อบอกลาคุณหญิงเปรมจิตและบอกให้ทราบว่าหมออิสระต้องไปปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถอยู่เปิดฟลอร์และรอจนถึงเวลาเป่าเค้กได้

 

คุณหญิงได้ยินแล้วก็ทำหน้าผิดหวังไปอีกคน น่าเสียดายจังเลย หมอก็เห็นคนไข้ดีกว่าแม่เสมอแหละ

 

คุณหญิงอย่าน้อยใจไปเลยนะคะ วิกกี้ไม่เคยเห็นหมอที่ไหนใจดีเท่าหมออิสเลยค่ะ เขาเป็นหมอที่น่านับถือมากจริงๆ หญิงสาวปลอบเพราะคิดว่าคุณหญิงก็หัวอกเดียวกับเธอ

 

นั่นสิ ลูกชายฉันก็ใจดีกับทุกคนเสมอแหละ หนูเองก็เหมือนกันนะจ๊ะ แค่หมอทำดีด้วยนิดๆ หน่อยๆ หนูคงไม่คิดว่าเขารักและอยากจะแต่งงานด้วยหรอกใช่มั้ย นี่ฉันเตือนเพราะความหวังดีนะ ฉันน่ะเล็งลูกสาวท่านนายพลไว้เป็นสะใภ้เรียบร้อยแล้ว ขอบใจอีกครั้งสำหรับของขวัญนะจ๊ะ ขับรถกลับบ้านดีๆ ล่ะ

 

คุณหญิงเปรมจิตยิ้มเย็นเชือดเฉือน เมื่อลูกชายไม่อยู่ตรงนี้เธอก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใคร และเพราะแยกตัวออกมาคุยกันสองคนจึงจัดหนักเต็มที่

 

ภาวิกาอึ้งงันด้วยนึกไม่ถึงว่าคุณหญิงจะพูดแบบนี้กับเธอจนต้องถามซ้ำอย่างไม่แน่ใจ คุณหญิงว่าอะไรนะคะ?

 

ฉันรู้ว่าหนูเข้าใจ ฉันดูๆ แล้วหนูก็สวย แต่งตัวดี รสนิยมใช้ได้ ที่บ้านคงมีฐานะพอสมควร แต่บ้านฉันรวยแล้ว อยากได้สะใภ้ผู้ดีมากกว่า อย่างหนูนี่คงเป็นครอบครัวเศรษฐีใหม่เพราะไม่รู้สึกคุ้นหน้าเลย สมัยนี้นอกจากเงินก็ต้องมีเกียรติด้วยถึงจะสมน้ำสมเนื้อกัน พูดตรงๆ นะ ถ้าหนูอยากได้ค่าเสียเวลาก็บอกฉัน เดี๋ยวฉันเซ็นเช็คให้ ขออย่างเดียว อย่าคิดจับลูกชายฉันก็พอ เมื่อพูดจบคุณหญิงก็เชิดหน้าเดินกลับเข้าไปในงานอย่างนางหงส์

 

ภาวิกาเม้มปาก กำมือแน่นด้วยความโมโหแกมเจ็บใจ เล็บที่จิกลงไปในเนื้อนิ่มไม่ทำให้หญิงสาวสะดุ้งสะเทือนกับความเจ็บปวด

 

นับเป็นครั้งแรกที่มีคนจะเอาเงินมาฟาดหัวแล้วเธอไม่รู้สึกยินดีเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันเจ็บและแสบไปทั้งใจจนไม่รู้จะทำอย่างไรให้บรรเทา หากเป็นยามปกติเธอคงกลับเข้าไปเอาคืนนางละครรุ่นใหญ่อย่างคุณหญิงเปรมจิตให้แสบสันไปถึงทรวง แต่ความเป็นจริงที่เธอหนีไม่พ้นไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนหลบหลีกสักเท่าไรกลับทำให้ร่างบางก้าวช้าๆ ออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่าของหมออิสระอย่างง่ายดาย

 

 

 

แม้คืนนี้เตชิตจะขับเลกซัสคันหรูมางาน แต่ชายหนุ่มไม่ต้องการให้หญิงสาวรู้ตัวว่าถูกตามจึงเลือกที่จะซุ่มรอในรถเงียบๆ เขาขยับตัวด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาและขึ้นรถเป้าหมายที่กำลังจับตามองอยู่ สักพักมินิคูเปอร์เอสคันนั้นก็เคลื่อนตัวออกไป ชายหนุ่มจึงขับรถตามอย่างระมัดระวังเต็มที่

 

เหตุเพราะคำพูดของคุณหญิงเปรมจิตทำให้ภาวิกาเฮิร์ตหนักจนลดความระมัดระวังลงโดยไม่รู้ตัวจึงไม่ทันเห็นเลกซัสสีดำที่ขับตามมาห่างๆ จนถึงบ้านของเธอ หญิงสาวเข้านอนทั้งชุดที่สวมอยู่โดยไม่คิดจะทำอะไรอีกในค่ำคืนนี้

 

เตชิตจอดรถเยื้องหน้าบ้านของหญิงสาวด้วยความประหลาดใจยิ่ง ประเมินจากสายตาเขาคิดว่าบ้านของเธอราคาไม่น่าจะต่ำกว่าห้าล้านบาทไม่รวมค่าตกแต่ง รถยนต์ที่เธอขับนั่นราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ ไหนจะคนที่เธอคบหาอีกล่ะ นั่นมันระดับคุณหญิงเชียวนะ

 

เห็นได้ชัดว่าจำเลยของเขามีฐานะค่อนข้างดีทีเดียว แล้วเหตุใดเธอจึงต้องรับจ้างใครก็ตามมาทำลายงานแต่งของเขาด้วย?

 

ชายหนุ่มขับรถกลับบ้านด้วยความข้องใจ ตอนนั้นคุณพรรษาเข้านอนแล้ว เขาสบายใจขึ้นที่รู้ว่ามารดาไม่เป็นอะไรมาก แต่ตัวเองกลับนอนไม่หลับเพราะมัวขบคิดเรื่องของแม่สาวชุดดำที่โผล่เข้ามาในชีวิตเขาพร้อมปริศนาตัวโตที่จะต้องหาคำตอบให้ได้

 

“พรุ่งนี้เราต้องเจอกันอีกแน่” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ เมื่อความง่วงงุนเข้าจู่โจมในเวลากลางดึกแล้วก็ผล็อยหลับไปจนถึงเช้า

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

6 ความคิดเห็น