รักเล่ห์ บุพเพลวง

ตอนที่ 5 : ตอนที่ ๒ พลิกแผ่นดินไล่ล่า (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    17 พ.ค. 61

 

2

พลิกแผ่นดินไล่ล่า

(๑)

 

 

 

พี่หมองานยุ่งไหมคะ มิ้งมากวนรึเปล่า มนสิการ์เงยหน้าขึ้นถามชายหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์ที่เดินกลับเข้ามาในห้องทำงานหลังขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ครู่หนึ่ง

 

นายแพทย์อิสระ พินิจนันท์ เป็นหมอประจำตัวที่รักษาโรคหืดหอบของเธอมาได้ปีเศษๆ แล้ว

 

ไม่กวนหรอกครับ คุณมิ้งก็เป็นคนไข้ของผมเหมือนกัน ว่าแต่คุณมิ้งเป็นยังไงบ้าง ไม่สบายใจรู้สึกดีขึ้นแล้วรึยัง หมอหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลใส่ใจ

 

เขาเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์แล้วและรู้สึกเห็นใจหญิงสาวมาก มนสิการ์ดูเปราะบาง น่าทะนุถนอม ไม่ควรต้องมาเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจเช่นนี้เลย

 

ก็ดีกว่าเมื่อวานค่ะ แต่มิ้งรู้สึกแย่ที่ทำให้คุณพ่อต้องพลอยขายหน้าไปด้วยมากกว่า หญิงสาวก้มหน้ามองมือบนตักตัวเอง นัยน์ตาแดงๆ น้ำตารื้นขึ้นมาอีกแล้ว

 

มันไม่ใช่ความผิดของคุณมิ้งนะครับ ผู้ชายไร้ความรับผิดชอบคนนั้นต่างหากที่ต้องรู้สึกผิดและเสียใจ คุณมิ้งทำใจให้สบายเถอะนะ ผมเชื่อว่าท่านอรุณเป็นห่วงคุณมิ้งมาก พอทราบว่าวันนี้คุณมิ้งจะมาพบผมก็โทร. มาฝากฝังแต่เช้า ท่านรักคุณมิ้งมากนะครับ ถ้าคุณมิ้งสบายใจ ท่านก็จะสบายใจด้วย เขาปลอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นให้กำลังใจ

 

หญิงสาวสบตาคมที่เปี่ยมด้วยความปรารถนาดีนั้นแล้วก็ยิ้มได้กว้างขึ้น ขอบคุณพี่หมอมากนะคะ ได้คุยกับพี่หมอทีไร มิ้งก็สบายใจขึ้นทุกที

 

เขายิ้ม ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของหมอทุกคนอยู่แล้ว

 

วันนี้พี่หมอเลิกงานกี่โมงคะ ให้มิ้งเลี้ยงข้าวตอบแทนได้ไหม เธอเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเขามองนาฬิกาที่ข้างผนังห้อง

 

เรื่องเล็กน้อยครับ คุณมิ้งไม่ต้องลำบากหรอก

 

ไม่ลำบากเลยค่ะ มิ้งอยากได้เพื่อนคุย โดยเฉพาะคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจอย่างพี่หมอ แต่ถ้าพี่หมอมีธุระก็ไม่เป็นไรนะคะ มิ้งเข้าใจค่ะ

 

ผมมีนัดคนไข้ที่รักษาประจำอีกสองราย แต่กว่าจะถึงตอนนั้นพอมีเวลาประมาณชั่วโมงเศษๆ ครับ ถ้าคุณมิ้งไม่รังเกียจโรงอาหารของโรงพยาบาล ผมก็ยินดี

 

ไม่รังเกียจหรอกค่ะ มนสิการ์ฝืนยิ้มอย่างขมขื่น การที่เธอป่วยด้วยโรคหอบหืดมาตั้งแต่เด็กทำให้ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากบิดาและคนในบ้านเป็นพิเศษ ในสายตาคนอื่นคงมองว่าเธอเป็นลูกคุณหนู เปราะบางและแตกหักง่าย จนบางทีเธอก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนป่วยอยู่ตลอดเวลาแต่เธอไม่เคยชอบมันเลย

 

งั้นก็เชิญเลยครับ เขายิ้มด้วยความเต็มใจ รู้สึกเอ็นดูมนสิการ์ไม่ต่างจากน้องสาว นั่นอาจเป็นเพราะเธอดูเปราะบาง สมควรได้รับการปกป้องคุ้มครองอยู่ตลอดเวลาก็ได้

 

 

 

ว่าไงนะ รถคันนั้นเป็นรถเช่า!” เตชิตร้องลั่นด้วยความเจ็บใจเมื่อวันต่อมาปริญญ์โทร. บอกเขาว่าฮอนด้าแจ๊สคันนั้นเป็นรถเช่าจากเต็นท์ของเสี่ยคนหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี

 

เออ แกได้ยินไม่ผิดหรอก ผู้หญิงคนนั้นวางแผนมาเป็นอย่างดี เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังแน่

 

ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวอย่างโมโห เป็นอย่างที่แม่คิดจริงๆ ด้วย แล้วแกไม่ได้ข้อมูลอะไรของคนเช่ารถคันนั้นเลยเหรอวะ

 

เสี่ยธวัชชัยบอกว่ามันเป็นข้อมูลของลูกค้าซึ่งเป็นความลับบริษัท เรื่องนี้ยังไม่เป็นคดีความ ฉันใช้อำนาจหน้าที่จัดการไม่ได้ แกจะแจ้งความไหม ฉันจะได้จัดการต่อ

 

ยังๆ อย่าเพิ่ง ขอตามหายายตัวแสบนั่นให้เจอก่อน ถ้าเจอผู้หญิงคนนั้นฉันจะให้เธอไปสารภาพความจริงกับมิ้งและจะได้ถามว่าใครอยู่เบื้องหลัง ด้วย ถ้าแจ้งความตอนนี้เธออาจไม่ยอมให้ความร่วมมือก็ได้

 

งั้นจะเอายังไง

 

ฉันจะใช้เงินง้างปากไอ้เสี่ยนั่น เท่าไหร่ไม่อั้น ขอแค่ได้ชื่อจริงกับนามสกุลจริงของผู้หญิงคนนั้นก็พอ ขอบใจแกมากนะปริญญ์ ฉันขอที่อยู่เต็นท์เช่ารถของเสี่ยธวัชชัยหน่อย ที่เหลือจะจัดการเอง

 

เมื่อสารวัตรปริญญ์บอกที่อยู่ของเต็นท์เช่ารถโดยละเอียดให้ เตชิตก็จดไว้ในสมุดบันทึกที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว

 

ขอบใจมากนะเพื่อน

 

ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรให้ช่วยอีกก็บอกแล้วกัน

 

โอเค แค่นี้ก่อนนะ ฉันต้องรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้ แทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว ชายหนุ่มวางสายแล้วรีบรุดออกจากบ้าน

 

เนื่องจากเพิ่งจะมีข่าวว่าเขาทำผู้หญิงท้องแล้วไม่ยอมรับจนงานแต่งต้องล่มกลางคัน คุณพรรษาจึงสั่งห้ามไม่ให้เตชิตเข้าออฟฟิศหลักซึ่งเป็นที่ทำการของสยามมาร์ทในช่วงนี้ รอให้ข่าวอื้อฉาวเงียบไปสักพักแล้วค่อยกลับไปทำงาน

 

อันที่จริงเตชิตจะทำงานในออฟฟิศแบบจริงๆ จังๆ ก็แค่ช่วงต้นเดือนเท่านั้น เพราะต้องประชุมวางแผนงานประจำเดือนร่วมกับมารดาและพนักงานระดับหัวหน้าของแผนกต่างๆ ส่วนใหญ่เขาต้องออกต่างจังหวัดเพราะมีหน้าที่วิเคราะห์และตัดสินใจว่าจะขายแฟรนไชส์ให้ผู้ที่อยากทำธุรกิจมินิมาร์ทภายใต้ชื่อเดียวกันหรือไม่

 

เวลานอกเหนือจากนั้นคือออกตรวจคุณภาพมินิมาร์ทแต่ละสาขาทั่วทั้งประเทศอยู่เรื่อยๆ เรื่องนี้คุณพรรษาเน้นหนักเพราะมินิมาร์ทที่เปิดสาขาตามต่างจังหวัดล้วนเป็นแฟรนไชส์ที่มีคนอื่นเป็นเจ้าของ ภายใต้ชื่อเดียวกันนี้คุณภาพต้องได้มาตรฐานสากล เพราะนั่นหมายถึงภาพรวมของ Siam mart ในสายตาคนทั้งประเทศ

 

เตชิตใช้เวลาเดินทางร่วมสองชั่วโมงจึงไปถึงที่หมายเนื่องจากไม่รู้จักเต็นท์เช่ารถของเสี่ยธวัชชัยมาก่อน แม้จะทราบที่ตั้งหากก็ยังต้องถามคนพื้นที่อยู่เรื่อยๆ จนเมื่อเห็นป้ายชื่อตามที่เพื่อนบอกจึงหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถ และเมื่อเดินลงมาเห็นฮอนด้าแจ๊สสีเหลือง ป้ายทะเบียนเดียวกับที่แม่สาวชุดดำคนนั้นใช้ จอดรวมอยู่กับรถอีกหลายคันก็ถึงกับเลือดลมขึ้นหน้า

 

ยายตัวแสบ อย่าคิดนะว่าใช้รถเช่าแล้วฉันจะตามหาเธอไม่เจอ เราได้พบกันอีกแน่ ชายหนุ่มกัดฟันอาฆาต ก่อนจะผลักประตูออฟฟิศเข้าไปแล้วแจ้งความประสงค์ต่อพนักงานสาวที่ส่งเสียงทักทายมาจากด้านหลังเคาน์เตอร์บริการ

 

ผมมาขอพบเสี่ยธวัชชัยครับ ไม่ทราบว่าอยู่รึเปล่า

 

นัดไว้รึเปล่าคะ หรือว่าคุณเป็นเพื่อนของเสี่ย

 

ไม่ได้นัดครับ แต่ขอผมพบเจ้านายคุณหน่อย คือผมอยากติดต่อเรื่องธุรกิจรถเช่า คิดว่าเขาอาจจะสนใจข้อเสนอของผม ชายหนุ่มพูดปดหน้าตาเฉย แนบเนียนจนพนักงานสาวเชื่อสนิทใจ

 

รอซักครู่นะคะ เจ้าหล่อนเอ่ยเสียงหวาน รีบยกหูต่อสายถึงเจ้านายทันที คุยกันสักพักก็หันมาส่งยิ้มให้เตชิตและผายมือเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปในห้อง

 

ทำงานซึ่งอยู่ฝั่งขวามือของเธอ “เชิญค่ะ”

 

ขอบคุณมากครับ

 

เขาก้มศีรษะเป็นเชิงขอบคุณพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ทำให้พนักงานสาวอดเขินไม่ได้ นานทีปีหนหรอกถึงจะมีหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างเพอร์เฟกต์ขนาดนี้มายิ้มให้ แม้จะเป็นเรื่องงานก็เถอะ แต่เธอก็อดปลื้มไม่ได้อยู่ดี

 

เมื่อเข้ามาในห้องทำงานของเสี่ยธวัชชัยแล้วเตชิตก็พบกับชายวัยห้าสิบต้นๆ รูปร่างอวบท้วมสมคำนำหน้านั่งรออยู่หลังโต๊ะทำงานพร้อมรอยยิ้มแสนยินดี

 

เชิญนั่งก่อนครับ ผม...เสี่ยธวัชชัย ยินดีที่ได้รู้จัก ได้ยินว่าคุณมาติดต่อเรื่องงาน อีกฝ่ายแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง

 

ผมอยากทราบว่าใครเช่ารถคันนี้ไปในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ขอชื่อและที่อยู่ตามบัตรประชาชนด้วยครับ เตชิตไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา ส่งข้อมูลของรถคันดังกล่าวให้อีกฝ่ายดูทันที

 

เสียใหญ่จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาประเมิน ก่อนจะก้มดูรายละเอียดของรถที่หนุ่มหน้าตาดีคนนี้ให้มา คิ้วขมวดมุ่นเมื่อนี่นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่มีคนมาตามหาคนเช่ารถคันนี้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

 

เตชิตหยิบสมุดเช็คในกระเป๋าขึ้นมาเซ็นชื่อตัวเองลงไป ก่อนจะสบตาอีกฝ่ายพร้อมเอ่ยถามเสียงเรียบ ห้าหมื่นพอไหม?

 

เสี่ยใหญ่ถอนใจยาว สีหน้ากระอักกระอ่วนเป็นที่สุด ช่วงนี้เศรษฐกิจฝืดเคือง ไม่ว่าธุรกิจอะไรก็ได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งนั้น ตอนที่ได้ยินว่ามีคนมาติดต่อเรื่องธุรกิจรถเช่าเขาดีใจแทบตาย เพราะคิดว่าจะมีรายได้เข้ามาต่อยอดกิจการให้อยู่รอดต่อไป

 

หากเมื่อรู้แล้วว่าไม่ใช่อย่างที่คิดก็รู้สึกผิดหวัง แต่ก็ไม่ทั้งหมด เนื่องจากหนุ่มคนนี้เสนอรายได้แบบกินเปล่ามาให้ เพียงแค่ยอมบอกชื่อของคนที่เช่ารถเจ้าปัญหาเท่านั้น แต่เขาจะทำได้อย่างไร ในเมื่อผู้เช่ารายนี้เป็นลูกค้าประจำมานานแรมปี และเธอก็ขอให้เขาเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด ห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด ลูกค้าประจำกับเงินห้าหมื่นบาททำให้เขาลังเล

 

เตชิตเซ็นเช็คอีกใบส่งให้พร้อมปั้นน้ำได้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างน่าทึ่ง รวมเป็นหนึ่งแสน เพียงแค่บอกชื่อที่อยู่ของเธอมา เสี่ยก็รับเงินนี่ไปฟรีๆ ผมรับรองว่าไม่มีเรื่องร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้นแน่นอนครับ ผมเป็นผู้กำกับหนัง อยากตามหาเธอเพราะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เหมาะกับบทนางเอกของผมมาก ถ้าไม่ได้เธอมาเป็นนางเอก หนังของผมต้องถ่ายทำไม่ได้แน่ ขอร้องเถอะครับ ช่วยผมหน่อย

 

เสี่ยธวัชชัยเริ่มเอนเอียงไปทางเงินหนึ่งแสน เขาไม่รู้หรอกว่าค่าตัวนักแสดงภาพยนตร์หนึ่งเรื่องเทียบกับเงินหนึ่งแสนนั้นอันไหนจะมากกว่ากัน การลงทุนตามหาตัวนางเอกด้วยเงินหนึ่งแสนแล้วยังต้องมาจ่ายค่าตัวในการแสดงให้เจ้าหล่อนอีกมันจะคุ้มไหม แต่สิ่งที่เขารู้คือตอนนี้กลิ่นของธนบัตรลอยอวลอยู่แค่ปลายจมูกนี่เอง

 

ว่ายังไงครับเสี่ย เยสหรือโน? เขาถามซ้ำ กระตุ้นให้อีกฝ่ายตัดสินใจเร็วขึ้นเพราะเห็นแววลังเลในดวงตายิบหยีของเสี่ยใหญ่

 

แต่ข้อมูลตรงนี้เป็นความลับของลูกค้า ผมเกรงว่า...

 

อีกห้าหมื่นขาดตัว ผมมีเวลาไม่มาก ถ้าไม่เอาผมกลับนะครับ เวลาของผมเป็นเงินเป็นทอง ชายหนุ่มแสร้งทำท่าทีรำคาญกับการรอคอย และตั้งท่าจะเก็บเช็คทั้งสามใบคืน

 

โอเคครับโอเค ผมบอกก็ได้ เสี่ยธวัชชัยรีบตะครุบเงินแสนห้าไว้แทบไม่ทัน ก่อนที่มันจะปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา

 

เตชิตอมยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ

 

สุดท้ายเงินก็ง้างได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง!

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

6 ความคิดเห็น