รักเล่ห์ บุพเพลวง

ตอนที่ 4 : ตอนที่ ๒ พลิกแผ่นดินไล่ล่า (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 พ.ค. 61

2

พลิกแผ่นดินไล่ล่า

(๑)

 

 

เมื่อกลับถึงบ้านในตอนเที่ยงคืนเศษๆ เตชิตก็พบว่ามารดายังนั่งรอเขาอยู่ด้วยสีหน้าเรียบจัด ชายหนุ่มเห็นแล้วก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่เกิดเรื่องงามหน้าขึ้นขนาดนี้

 

หายไปไหนมา อย่าบอกนะว่ามัวไปตกลงกับแม่คนนั้นอยู่ ผู้เป็นแม่ถามเสียงเขียว จ้องตาลูกชายอย่างตำหนิ เรื่องที่เกิดขึ้นคงกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในวันพรุ่งนี้แน่ แต่อะไรก็ไม่แย่เท่ามิตรภาพระหว่างครอบครัวของเธอกับคุณอรุณต้องขาดสะบั้นอย่างต่อไม่ติด

 

คุณพรรษานับเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการทำงานอย่างมาก กิจการมินิมาร์ทที่ทำอยู่ในปัจจุบันเธอรับช่วงต่อจากสามีซึ่งเสียชีวิตไปกว่าสิบปีและต้องประคับประคองมันมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยความเหนื่อยยากและอดทน

 

ตอนที่คุณตะวันจากไปด้วยโรคหัวใจ เตชิตเพิ่งจบมัธยมปลายและกำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย นั่นคือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของเธอและลูก หากความสูญเสียก็หล่อหลอมให้เธอเข้มแข็งและกล้าแกร่งขึ้น แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเธอได้เพื่อนเก่าของสามีอย่างคุณอรุณเป็นที่ปรึกษา คอยแนะนำ รวมถึงให้ความช่วยเหลือต่างๆ จนเธอสามารถยืนหยัดด้วยตัวเอง และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจอย่างทุกวันนี้ หากจะพูดว่าคุณอรุณคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเธอก็คงไม่ผิดนัก 

 

ดังนั้นการที่มีผู้หญิงมาประกาศว่าเป็นภรรยาของเตชิตในวันแต่งงานของเขากับมนสิการ์ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณอรุณจึงไม่ต่างอะไรกับการเนรคุณผู้มีพระคุณอย่างล้นเหลือ เรื่องนี้เธอย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา

 

โธ่...แม่ครับ มันไม่เป็นความจริงเลยนะ ผมไม่รู้จักยายปีศาจนั่นเลย และผมก็ไม่มีใครนอกจากมิ้ง เชื่อผมนะครับ ผมไม่ใช่คนแบบนั้น แม่ก็รู้นี่นา

 

ชายหนุ่มโอดครวญอย่างหมดอาลัยตายอยาก พอนึกถึงมนสิการ์ก็ยิ่งเครียดจัดเข้าไปอีก ป่านนี้เธอคงเสียใจ ร้องไห้เป็นเผาเต่าอยู่แน่ๆ ครั้นจะตามไปปรับความเข้าใจกันว่าที่พ่อตาคงไม่ยอมให้เขาพบเธอ และตัวมนสิการ์เองก็คงไม่อยากเห็นหน้าเขาในเร็ววันนี้ด้วย

 

ทั้งหมดเป็นเพราะยายปีศาจชุดดำนั่นแท้ๆ เธอทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก แถมยังทำให้แม่เขาต้องอับอายไปด้วย คราวหน้าถ้าจับตัวได้ ต่อให้ต้องบีบคอข่มขู่ เขาก็จะทำให้เธอพูดความจริง!

 

แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงอ้างว่าเป็นเมียแถมกำลังจะมีลูกด้วยกันอีก คนไม่รู้จักกันจะมาทำร้ายกันทำไม หรือว่าเราไปมีศัตรูที่ไหน ผู้เป็นแม่ถามอย่างไม่เชื่อน้ำมนต์ลูกชายนัก เตชิตไม่ใช่คนเจ้าชู้ก็จริง แต่ขึ้นชื่อว่าผู้ชายก็ไว้ใจไม่ค่อยได้นักหรอก ยิ่งอยู่ต่างบ้านต่างเมืองต่างวัฒนธรรมเสียหลายปี โอกาสพลาดก็มีสูงทีเดียว

 

ศัตรู? เขาทวนคำมารดาอย่างครุ่นคิด แต่ผมไม่เคยมีเรื่องกับใครนะครับ ตั้งแต่กลับจากอเมริกาก็ทำแต่งาน แทบไม่ได้พบปะใครเลย ขนาดมิ้งยังเจอกันนับครั้งได้ แล้วผมจะเอาเวลาที่ไหนไปมีเรื่องได้ครับแม่

 

ถ้าผู้หญิงคนนั้นพูดโกหกก็แปลว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ มีคนกลั่นแกล้งลูก แต่ใครจะทำเรื่องแบบนั้น มันเหลือเชื่อเกินไป นี่กะเล่นกันให้อับอายคนทั้งประเทศเชียวนะ

 

นี่แหละครับที่ผมอยากรู้ ผมไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนั้นจริงๆ แล้วทำไมเธอต้องมาอ้างว่าเป็นเมียผมด้วย ไม่เข้าใจเลย

 

เอ๊ะ...เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หรือว่าจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเรา? คุณพรรษานึกสงสัย เพราะฝ่ายนั้นเล่นแรงถึงขั้นทำให้ครอบครัวของเธอเสียชื่อเสียง ต้องอับอายขายหน้าเป็นข่าวใหญ่ แถมยังถูกคุณอรุณคว่ำบาตรเอาอีก แบบนี้ก็เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ

 

คิ้วเข้มขมวดมุ่น มองหน้ามารดาคล้ายเพิ่งนึกออก ก็ไม่แน่นะครับแม่ แต่เล่นแบบนี้มันแรงเกินไป ผมขอเวลาสืบหน่อย ถ้ารู้ตัวเมื่อไหร่ละน่าดู ผมเอาคืนอย่างสาสมแน่!”

 

ผู้เป็นแม่ถอนใจยาว เริ่มเชื่อใจลูกชายขึ้นมาอีกครั้ง แววตาของเธอจึงเปลี่ยนเป็นเห็นใจและใส่ใจ จึงพบว่าเตชิตมีสภาพเหมือนเพิ่งไปฟัดกับใครมา แล้วทำไมเสื้อผ้าหน้าผมมันเละเทะอย่างนี้ล่ะ เตไปมีเรื่องกับใครมา

 

คำถามนั้นทำให้เขากัดฟันกรอด ก็ผู้หญิงชุดดำคนนั้นน่ะสิครับแม่ เกือบจะจับตัวได้อยู่แล้วเชียว น่าโมโหชะมัด แต่แม่วางใจเถอะครับ งานนี้ผมไม่ยอมจบง่ายๆ แน่ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินตามล่า ผมก็ต้องหาตัวยายนั่นให้พบ เพราะเธอเป็นคนเดียวที่จะบอกได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ อย่าให้รู้นะว่าใคร มันไม่ได้ตายดีแน่!”

 

เอาเถอะ ไปอาบน้ำอาบท่านอนซะ คืนนี้ดึกแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ คุณพรรษาตัดบทเมื่อเห็นแววตาอาฆาตของลูกชาย เธอต้องการรู้ความจริง แต่ไม่อยากให้มีเรื่องมีราวถึงขั้นฆ่าแกงกัน

 

ครับ ชายหนุ่มรับคำอย่างไม่มีทางเลือก ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยจนกว่าจะตามหาแม่สาวชุดดำพบ ถึงตอนนั้นเรื่องราวทุกอย่างคงกระจ่าง แล้วเขาก็จะหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา มนสิการ์และคุณอรุณคงจะยอมยกโทษให้เขากับมารดา คิดๆ ไปแล้วก็เจ็บใจไม่หาย เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง แต่กลับต้องพยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

 

เถอะน่า เป็นตายร้ายดียังไงยายปีศาจชุดดำก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย!

 

 

 

วันต่อมาเตชิตไปพบมนสิการ์ที่บ้าน เพื่ออธิบายความจริงและขอโอกาสพิสูจน์ตัวเอง หากบ้านชลธรที่เคยเข้าออกได้สบายราวกับบ้านของตัวเอง บัดนี้กลับกลายเป็นพื้นที่สีแดงสำหรับเขาเสียแล้ว

 

คุณอรุณไม่ยอมเปิดประตูต้อนรับเขา โทร. หาคนรักก็มีแต่เสียงตอบรับอัตโนมัติให้ได้ยิน เมื่อรออยู่หนึ่งชั่วโมงเต็มแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้นชายหนุ่มจึงล่าถอยกลับไปด้วยความผิดหวัง

 

เขาคิดว่าเธอคงปิดมือถือหนีจนกว่าจะใจเย็นลง โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมนสิการ์ถึงกับหักซิมการ์ดทิ้งเลยทีเดียว

 

ลูกแน่ใจแล้วนะมิ้งว่าอยากให้เรื่องเป็นแบบนี้จริงๆ คุณอรุณถามลูกสาวที่นั่งซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มหนาบนเตียงนอนหลังจากประกาศให้ทุกคนในบ้านรับทราบว่าบ้านชลธรไม่ต้อนรับเตชิต หากเขามาก็ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด หรือถ้าโทร. มาก็วางสายไปเลย ไม่ต้องพูดด้วยให้เสียเวลา

 

หญิงสาวซุกหน้าลงกับอกของบิดา ตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ค่ะคุณพ่อ มิ้งขอโทษนะคะที่ทำให้คุณพ่อต้องอับอายขายหน้าไปด้วย มิ้งเป็นลูกที่ไม่ดีเลย

 

อย่าพูดแบบนั้น เป็นความผิดของพ่อเองที่อยากได้เขาเป็นลูกเขย พ่อน่าจะเปิดโอกาสให้มิ้งรู้จักคนอื่นบ้าง เพราะความเชื่อใจแท้ๆ ที่ทำให้พ่อคิดน้อยไปหน่อย พ่อเสียใจจริงๆ คุณอรุณกอดลูกสาวพลางลูบศีรษะของเธออย่างปลอบประโลม

 

มนสิการ์น้ำตาไหลพราก ได้แต่กอดบิดาร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ ที่เรื่องราวเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอแท้ๆ เลย...

 

 

 

เตชิตไปหาเพื่อนที่เป็นตำรวจเพื่อให้ช่วยสืบหาเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าแจ๊สสีเหลืองพร้อมป้ายทะเบียนที่จดจำได้ขึ้นใจ คุยกันไปคุยกันมาก็หลุดปากเล่าถึงฉากตีกันอุตลุดระหว่างตนกับแม่สาวชุดดำ ตอนนี้เขาหนักอกหนักใจ อยากหาที่ระบายออกบ้าง ไม่อย่างนั้นต้องประสาทกินแน่ๆ

 

สารวัตรปริญญ์กุมท้อง หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังเมื่อทราบว่าแม่สาวชุดดำทำยังไงเพื่ออำพรางใบหน้าจากเพื่อนเขา ทั้งที่เห็นใจเตชิตอยู่มาก แต่สาบานได้ว่าเขาไม่เคยได้ยินอะไรที่ทั้งขบขันและพิลึกพิลั่นขนาดนี้มาก่อน

 

ผู้เสียหายแยกเขี้ยว ถลึงตาขุ่นเขียวใส่เพื่อนอย่างหงุดหงิด หยุดเลยนะไอ้ปริญญ์ ถ้าแกยังไม่หยุดหัวเราะเยาะฉัน วันนี้ได้มีการต่อยปากสารวัตรบนโรงพักแน่

 

สารวัตรหนุ่มจึงหุบปากฉับ กลั้นหัวเราะแทบตาย แต่พอเห็นสีหน้าของเพื่อนที่เปลี่ยนจากโมโหเป็นเจ็บปวดจึงขำไม่ออก โทษทีว่ะเต ฉันแค่ไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้ ชักสนใจแม่สาวชุดดำของแกแล้วละ รับรองว่างานนี้ฉันช่วยเต็มที่ เสียใจด้วยนะที่งานแต่งของแกต้องเป็นแบบนี้

 

ปริญญ์ไม่ได้ไปร่วมงานแต่งงานของเตชิตเพราะเพิ่งบินกลับจากภูเก็ตเมื่อเช้า หลังได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ติดตามนายกรัฐมนตรีลงไปทำงานที่ภาคใต้เป็นเวลาเจ็ดวัน

 

เจ้าบ่าวที่ถูกทิ้งกลางงานแต่งค่อยมีสีหน้าดีขึ้นบ้าง ขอบใจ แต่ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก เจอตัวยายนั่นเมื่อไหร่ฉันจะเค้นคอเอาความจริงแล้วพาไปสารภาพทุกอย่างกับมิ้งให้ได้ ฉันไม่ยอมถูกทิ้งทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแน่ ยายปีศาจนั่นต้องรับผิดชอบ!”

 

 

 

ฮัดเช้ย!” ภาวิกาจามเสียงดัง ขณะเดินกะเผลกมาทรุดร่างลงที่โซฟาตัวหรูภายในห้องรับแขกของเธอ ทันทีที่ก้นแตะเบาะนุ่มก็สะดุ้งโหยงจนต้องยืนตรงก่อนแล้วค่อยๆ นั่งลงใหม่ด้วยความระมัดระวังยิ่งยวด ใบหน้าสวยใสปราศจากเครื่องสำอางกำลังบิดเบ้เพราะความเจ็บปวดที่เข้าจู่โจมบริเวณสะโพกด้านขวา ในขณะที่มือคว้ารีโมตคอนโทรลมากดหารายการทีวีดูแก้เซ็ง ริมฝีปากอิ่มตึงก็ขมุบขมิบด่าทอต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัวด้วยความแค้นฝังหุ่นไปด้วย

 

จำไว้เลยนะไอ้ผู้ชายซาดิสม์ ถ้าเจออีกเมื่อไหร่แม่จะเอาคืนให้น่วมเลย หน็อย...เล่นกันถึงสะโพกเคล็ด ถูกเจ้าสาวทิ้งก็สมควรแล้วละ สมน้ำหน้า คนอย่างนายนะถ้าผู้หญิงคนไหนได้ไปเป็นแฟนก็แปลว่าโชคร้ายสุดๆ โชคร้ายแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ทำบุญล้างซวยเก้าวัดยังไม่รู้จะหมดเคราะห์รึเปล่าเลย ไอ้ผู้ชายบ้า แค้นๆๆ ฮึ่ย!”

 

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือทำให้ใบหน้าบิดเบ้เหยเกพลันสดใสขึ้นทันตา รีบคว้าเครื่องมือสื่อสารมากดรับฉับไวพร้อมกรอกเสียงทักทายหวานหยด ผิดกับเมื่อครู่เป็นคนละคน สวัสดีค่ะหมอ วิกกี้กำลังคิดถึงหมออยู่พอดีเลย

 

เป็นยังไงบ้างครับ ไม่สบายรู้สึกดีขึ้นรึยัง ตอนนี้คนไข้ที่โรงพยาบาลเยอะมาก ผมปลีกตัวไปเยี่ยมคุณไม่ได้เลย

 

เสียงนุ่มทุ้มของคุณหมอหนุ่มรูปหล่อเป็นยิ่งกว่ายาดีใดๆ ในโลกนี้สำหรับภาวิกา หญิงสาวอมยิ้มกับมือถือแล้วตอบกลับไปด้วยสุ้มเสียงอ่อนหวานน่ารัก ไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ วิกกี้นอนพักวันสองวันก็หาย ไม่ต้องห่วงนะคะ วิกกี้ดูแลตัวเองได้ หมอรักษาคนไข้ไปเถอะ อย่าให้วิกกี้เป็นต้นเหตุให้หมอต้องเสียงานเลยค่ะ

 

เอางั้นก็ได้ครับ งั้นผมไม่กวนแล้วนะ พักผ่อนเยอะๆ ล่ะ เดี๋ยวจะไปงานวันเกิดคุณแม่ไม่ไหว ผมอยากพาวิกกี้ไปพบครอบครัวในโอกาสนี้ เป็นห่วงนะครับ

 

ภาวิกาอายม้วนเมื่อจินตนาการถึงความนัยที่ซุกซ่อนอยู่ในการที่หมอหนุ่มจะพาเธอไปพบครอบครัว จิกหมอนอิงที่วางอยู่ข้างๆ จนยับย่น โอเคค่ะ วิกกี้จะดูแลตัวเองดีๆ แล้วก็หายไวๆ เพื่อหมอนะคะ บายค่ะ

 

ทันทีที่กดวางสายแล้วหญิงสาวก็แทบกรี๊ดลั่นบ้าน โยนมือถือทิ้งแล้วลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นระบายความสุขที่มันล้นทรวง หากเพียงแค่ยืนตรงเท่านั้นเสียงลั่นเปรี๊ยะที่บั้นเอวก็ดังขึ้น ร่างบางชะงักกึก ใบหน้าบิดเบ้ ห่อปากครางโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะลงท้ายด้วยการกล่าวโทษตัวต้นเหตุอย่างแค้นใจ

 

เป็นเพราะไอ้ผู้ชายบ้านั่นคนเดียวเลย ถ้าฉันไปงานวันเกิดคุณแม่ของหมออิสไม่ไหวล่ะก็...นายต้องชดใช้อย่างสาสม คอยดู๊!”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

6 ความคิดเห็น